Home
Language
English
Türkçe
Bahasa Indonesia
About
Privacy Policy
Terms of Service
Pricing
Sign In
Download All
Share
THAI PRESS
@ThaiPressCO
ติดต่อโฆษณา/ประชาสัมพันธ์
[email protected]
Line ID :
Joined October 2020
356
Following
14.7K
Followers
8.8K
Posts
THAI PRESS
@ThaiPressCO
2 minutes ago
(27 ก.ย. 69) หลักสี่-แจ้งวัฒนะ ยังไม่แผ่ว . . Thai Press | ไทยเพรส ——————
#ThaiPress
#ไทยเพรส
#ข่าวคั่วเข้ม
THAI PRESS
@ThaiPressCO
6 minutes ago
(27 ก.ย. 69) หลักสี่-แจ้งวัฒนะ ยังไม่แผ่ว . . Thai Press | ไทยเพรส ——————
#ThaiPress
#ไทยเพรส
#ข่าวคั่วเข้ม
ThaiPressCO's tweet video.
THAI PRESS
@ThaiPressCO
29 minutes ago
รัฐบาลระดมสรรพกำลังช่วยน้ำท่วมชลบุรี “สุชาติ” ตั้งศูนย์บัญชาการส่วนหน้า ส่งกำลังพล–เรือยาง–เครื่องสูบน้ำ พร้อมเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำรับสถานการณ์ฉุกเฉิน . . (27 ก.ย. 69) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมระดมกำลังและเครื่องมือเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดชลบุรีอย่างเร่งด่วน โดยเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างใกล้ชิด พร้อมกำชับทุกหน่วยงานระดมกำลังเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มความสามารถ เน้นการทำงานเชิงรุกและเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยโดยเร็ว . นางสาวลลิดา กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้จัดตั้ง “ศูนย์บัญชาการส่วนหน้า” เพื่อเป็นศูนย์กลางในการประสานและบัญชาการความช่วยเหลือ พร้อมบูรณาการกำลังพล เครื่องจักร และอุปกรณ์จากหน่วยงานในสังกัด เข้าสนับสนุนการปฏิบัติงานของจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างเร่งด่วน . ด้านกำลังพลภาคสนาม ได้ระดมเจ้าหน้าที่จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมป่าไม้ เข้าร่วมภารกิจช่วยเหลือประชาชน ขณะที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งสนับสนุนเรือยางจำนวน 2 ลำ สำหรับใช้ในการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยง . พร้อมกันนี้ กรมทรัพยากรน้ำได้สนับสนุนเครื่องสูบน้ำขนาด 12 นิ้ว เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน รวมถึงเตรียมความพร้อมด้านการสนับสนุนทางอากาศ โดยมีเฮลิคอปเตอร์จำนวน 2 ลำ ประจำการ ณ ศูนย์การต่อสู้อากาศยานที่ 12 เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินและพร้อมสนับสนุนภารกิจเมื่อมีความจำเป็น . “ขณะนี้ทุกหน่วยงานกำลังเร่งทำงานแข่งกับเวลา โดยเน้นการทำงานเชิงรุก ระดมทั้งกำลังพล เครื่องจักร ยานพาหนะ และอุปกรณ์ที่มีอยู่ เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึงที่สุด พร้อมปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย” นางสาวลลิดา กล่าว . . Thai Press | ไทยเพรส —————— #ThaiPress #ไทยเพรส #ข่าวคั่วเข้ม
See More
THAI PRESS
@ThaiPressCO
44 minutes ago
(27 ก.ย. 69) น้ำท่วมถนนงามวงศ์วาน ช่วงแยกพงษ์เพชร . . Thai Press | ไทยเพรส ——————
#ThaiPress
#ไทยเพรส
#ข่าวคั่วเข้ม
ThaiPressCO's tweet video.
Who to follow
Taopiphop Lim
@taopiphop
นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร Beer activist ผู้สมัคร กทม. เขต33 พรคประชาชน เบอร์11
AFP Fact-Check ประเทศไทย🔎
@AfpFactCheckTH
ตรวจสอบข่าวปลอมโดยสำนักข่าว @AFP สามารถอ่านรายงานภาษาอังกฤษได้ที่ @AFPfactcheck https://t.co/mfj1FQb6SQ
TERO Digital
@TERO_Digital
อัปเดตข่าวสาร เติมเต็มสาระ อิ่มเอมความบันเทิง คอนเทนต์ครบจบที่เทโรดิจิทัล
THAI PRESS
@ThaiPressCO
about 1 hour ago
รัฐบาลชวนโหลด “เช็คน้ำ” แอปเดียวรู้ทันน้ำท่วม เช็กพิกัด-พื้นที่เสี่ยง-ระดับน้ำ พร้อมแจ้งเตือนล่วงหน้า . . (27 ก.ย. 69) ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลขอเชิญชวนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและประชาชนทั่วไปดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “เช็คน้ำ” ซึ่งพัฒนาโดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อใช้ติดตามสถานการณ์น้ำและประเมินความเสี่ยงในพื้นที่ได้ด้วยตนเอง โดยเฉพาะในช่วงที่หลายพื้นที่กำลังเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมในขณะนี้ . แอปพลิเคชัน “เช็คน้ำ” นำ ข้อมูลดาวเทียม ข้อมูลสถานีตรวจวัดระดับน้ำ ข้อมูลสภาพอากาศ ระบบตรวจจับน้ำท่วมบนถนน และกล้อง CCTV มาบูรณาการร่วมกัน พร้อมวิเคราะห์ด้วยเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศและ AI/ML เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลสถานการณ์น้ำในพื้นที่ได้สะดวกและรวดเร็ว โดยระบบข้อมูลพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมมีการคาดการณ์เป็นรายชั่วโมง . จุดเด่นสำคัญคือระบบ Location-based ที่สามารถระบุตำแหน่งของผู้ใช้งานและแสดงสถานการณ์น้ำรอบพื้นที่นั้น ทำให้ประชาชนตรวจสอบได้ว่า “ตอนนี้เราอยู่ตรงไหน และพื้นที่เสี่ยงอยู่ใกล้แค่ไหน” พร้อมติดตามข้อมูลพื้นที่น้ำท่วมปัจจุบัน พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม และสถานการณ์น้ำตามแนวลำน้ำได้ . นอกจากนี้ แอปฯ ยังมีข้อมูลที่ช่วยในการตัดสินใจหลายด้าน ทั้ง พยากรณ์ฝนและสภาพอากาศล่วงหน้า ข้อมูลกลุ่มฝนและปริมาณฝน การคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ระบบแจ้งเตือนน้ำล้นตลิ่ง รวมถึงข้อมูลจากกล้อง CCTV ที่สามารถแสดงจุดตรวจพบน้ำท่วมขังบนถนนและระดับน้ำ ขณะที่ข้อมูลน้ำท่วมย้อนหลังสามารถใช้ประกอบการวางแผนรับมือและเตรียมความพร้อมในพื้นที่ได้ . สำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน GISTDA ยังเปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียม Radarsat-2 เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 พบพื้นที่น้ำท่วมขังประมาณ 822,464 ไร่ ในหลายจังหวัดของภาคกลาง พร้อมส่งต่อข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้สนับสนุนการบริหารจัดการสถานการณ์ โดยประชาชนสามารถติดตามการเคลื่อนตัวของมวลน้ำ จุดแจ้งเตือนอันตราย และสถานการณ์ในพื้นที่ของตนเองผ่านแอปพลิเคชัน “เช็คน้ำ” ได้ตลอด 24 ชั่วโมง . รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การรู้สถานการณ์น้ำล่วงหน้า คืออีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญในการลดความเสี่ยงและความเสียหาย โดยประชาชนสามารถใช้ข้อมูลจากแอปฯ ประกอบการตัดสินใจ เช่น หลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีน้ำท่วมขัง เตรียมย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง เตรียมการเดินทาง หรือวางแผนอพยพหากอยู่ในพื้นที่เสี่ยง . “เช็คน้ำ” ดาวน์โหลดใช้งานได้ฟรีทั้งระบบ iOS และ Android เพียงค้นหาคำว่า “เช็คน้ำ” เพื่อให้ประชาชนมีข้อมูลไว้ติดตามสถานการณ์น้ำใกล้ตัวและเตรียมรับมือได้อย่างทันท่วงที . . Thai Press | ไทยเพรส —————— #ThaiPress #ไทยเพรส #ข่าวคั่วเข้ม
See More
THAI PRESS
@ThaiPressCO
about 1 hour ago
หวั่นประชาชนตื่นตระหนก กับข้อมูลบิดเบือน ยืนยันกรมอุตุฯ มีการแจ้งเตือนล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน หากมีสถานการณ์รุนแรง . . เมื่อวันที่ 26 ก.ย. 69 จากสถานการณ์ฝนตกในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนและถนนหลายสายในหลายพื้นที่ พร้อมกับการเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนที่สร้างความตื่นตระหนก วิตกกังวลให้กับประชาชน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้แสดงความห่วงใยต่อเรื่องดังกล่าว โดยได้มอบหมายให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เฝ้าระวัง ตรวจสอบ การเผยแพร่ข่าวบิดเบือนที่สร้างความตื่นตระหนก พร้อมทั้งประสานงานหน่วยงานในสังกัดในการเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้อง และเตรียมความพร้อมให้การช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที . นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้มีข้อสั่งการล่าสุดให้นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี โดยกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดศูนย์ปฏิบัติการพยากรณ์อากาศและเตือนภัยสภาพอากาศ เพื่อติดตามสถานการณ์ฝนต่อเนื่อง ซึ่งจากข้อมูลสภาพอากาศในช่วงของวันที่ 27 ก.ย.69 ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง โดยภาพรวมปริมาณฝนในหลายพื้นที่เริ่มลดลงเมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า . ขณะเดียวกันจากการเกิดฝนตกอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีการเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนจากผู้ไม่หวังดี ทั้งข้อมูลของการเกิดพายุฝน ฝนตกหนัก ทำให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนกและวิตกกังวล ส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นวงกว้าง ซึ่งหากเป็นกรณีเหตุการณ์ขนาดใหญ่ เช่น พายุโซนร้อน กรมอุตุฯ จะมีการแจ้งเตือนล่วงหน้าอย่างน้อยประมาณ 3 วัน ส่วนกรณีฝนในพื้นที่จะมีการติดตามและปรับปรุงข้อมูลอย่างต่อเนื่อง โดยมีการอัปเดตข้อมูลทุก 6 ชั่วโมง เพื่อให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถติดตามสถานการณ์และเตรียมรับมือได้อย่างเหมาะสม . อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอีได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดได้เตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที หากเกิดเหตุอุทกภัยที่มีความรุนแรงขึ้น โดยขอความร่วมมือจากประชาชนในการติดตามรับฟังข่าวสารและข้อมูลจากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น . ทั้งนี้หากประชาชนต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อได้ที่ - สายด่วน 1784 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งเหตุอุทกภัย ขอความช่วยเหลืออพยพ (หรือติดต่อทาง Line Official: @1784DDPM) - สายด่วน 1555 — สายด่วน กทม. แจ้งปัญหาน้ำท่วมขังในเขตกรุงเทพมหานคร หรือติดต่อระบบแจ้งเหตุอัจฉริยะผ่าน Line @Traffyfondue - สายด่วน 1510 สายด่วนจิตอาสาพระราชทาน สำหรับประสานงานช่วยเหลือฉุกเฉินในพื้นที่น้ำท่วมขังและประสานทีมกู้ภัยเข้าพื้นที่ - สายด่วน 1111 กด 5 ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) เพื่อแจ้งเหตุและติดตามข้อมูลการเตือนภัยน้ำท่วม - สายด่วน 1669 สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินหรือต้องการรถพยาบาลกู้ชีพ - สายด่วน 1374 กอ.รมน. รับเรื่องและประสานงานความช่วยเหลือฉุกเฉินในพื้นที่ภัยพิบัติทั่วประเทศ . . Thai Press | ไทยเพรส —————— #ThaiPress #ไทยเพรส #ข่าวคั่วเข้ม
See More
THAI PRESS
@ThaiPressCO
about 2 hours ago
รัฐบาลอำนวยความสะดวกประชาชนช่วงน้ำท่วม “สิริพงศ์” เปิดรถโดยสารเส้นทางพิเศษ “อนุสาวรีย์ชัยฯ–รังสิต” พร้อมลงพื้นที่ช่วยประชาชนตั้งแต่ช่วงค่ำ–ส่งอาหารศูนย์พักพิงจตุจักร . . (27 ก.ย. 69) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเร่งอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากสถานการณ์อุทกภัย โดยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยผู้บริหารกรมการขนส่งทางบก ได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนตั้งแต่ช่วงค่ำของวันที่ 26 กันยายน 2569 พร้อมประสานการจัดระบบขนส่งรองรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม . นางสาวลลิดา กล่าวว่า องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้เปิดเส้นทางเดินรถโดยสารประจำทางเป็นกรณีพิเศษ ระหว่าง “อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ–รังสิต” เพื่อเพิ่มทางเลือกในการเดินทางและลดผลกระทบต่อประชาชน โดยให้บริการทั้งขาออกและขาเข้า . สำหรับขาออก ให้บริการจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปยังอู่รถเมล์รังสิต มีจุดรับ–ส่ง ได้แก่ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สะพานควาย จตุจักร (BTS) วัดเสมียนนารี สถานีรถไฟดอนเมือง และสิ้นสุดที่อู่รถเมล์รังสิต . ส่วนขาเข้า ให้บริการจากอู่รถเมล์รังสิตไปยังอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มีจุดรับ–ส่ง ได้แก่ อู่รถเมล์รังสิต สถานีรถไฟดอนเมือง วัดเสมียนนารี จตุจักร (BTS) สะพานควาย และสิ้นสุดที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ . นอกจากการอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางแล้ว นายสิริพงศ์และคณะยังได้นำอาหารไปมอบให้สำนักงานเขตจตุจักร เพื่อสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือประชาชน และกระจายต่อไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวที่จัดตั้งขึ้นรองรับผู้ประสบอุทกภัยซึ่งได้รับผลกระทบและมีความจำเป็นต้องอพยพออกจากที่พักอาศัย . “ตั้งแต่ช่วงค่ำที่ผ่านมา กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานในสังกัดได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดรถโดยสารเส้นทางพิเศษเพื่อเพิ่มทางเลือกในการเดินทาง และการสนับสนุนอาหารแก่ศูนย์พักพิง รัฐบาลจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและประสานทุกหน่วยงานเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้มากที่สุด” นางสาวลลิดา กล่าว . ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานในสังกัดจะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมปรับการให้บริการด้านการเดินทางและสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัยและได้รับผลกระทบน้อยที่สุด . . Thai Press | ไทยเพรส —————— #ThaiPress #ไทยเพรส #ข่าวคั่วเข้ม
See More
THAI PRESS
@ThaiPressCO
about 2 hours ago
รัฐบาลเผยกองทัพระดมกำลังช่วยผู้ประสบอุทกภัย กทม.–9 จังหวัด เร่งอพยพผู้ป่วยติดเตียง–กลุ่มเปราะบาง เสริมแนวป้องกันน้ำ ดูแลโรงพยาบาล–ชุมชน . . (27 ก.ย. 69) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลติดตามการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยอย่างต่อเนื่อง โดยจากรายงานผลการปฏิบัติภารกิจประจำวันที่ 26 กันยายน 2569 หน่วยทหารได้ระดมกำลังพล ยานพาหนะ และอุปกรณ์ เข้าสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนในกรุงเทพมหานครและอีก 9 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี นครปฐม ปทุมธานี ปราจีนบุรี สระแก้ว สุพรรณบุรี และอ่างทอง ครอบคลุมทั้งการอพยพผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบาง การเคลื่อนย้ายประชาชนและทรัพย์สิน การทำแนวป้องกันน้ำ ตลอดจนการป้องกันโรงพยาบาลและพื้นที่ชุมชน . สำหรับกรุงเทพมหานคร หน่วยทหารได้กระจายกำลังเข้าช่วยเหลือประชาชนในหลายพื้นที่ โดยอพยพผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุรวม 25 ราย จากศูนย์ดูแลผู้สูงอายุประชานิเวศน์ 2 เขตหลักสี่ ไปยังศูนย์พักพิง พร้อมเข้าช่วยเหลือผู้ป่วยในชุมชนวัดเทวสุนทร เขตจตุจักร และชุมชนชินเขต เขตหลักสี่ รวมทั้งขนย้ายเตียงสนามเพื่อจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว ณ วัดหลักสี่ . ขณะเดียวกัน ได้ร่วมกับสำนักงานเขตเร่งเสริมแนวป้องกันน้ำ โดยบรรจุกระสอบทรายกว่า 1,500 ใบ บริเวณโลตัสจรัญฯ เขตบางพลัด และเกียกกาย เขตดุสิต อีก 500 ใบ ในเขตจอมทอง พร้อมเตรียมกระสอบทรายในเขตบางนา และวางแนวป้องกันน้ำในพื้นที่เขตบางซื่อและวังทองหลาง . นอกจากนี้ ยังจัดกำลังพล รถยนต์บรรทุก และยานพาหนะที่สามารถเข้าพื้นที่น้ำท่วมขัง เพื่อช่วยเคลื่อนย้ายประชาชนและสิ่งของในเขตสวนหลวง ราชเทวี คลองสามวา ลาดกระบัง ประเวศ และบึงกุ่ม รวมทั้งลงพื้นที่ซอยลาดพร้าว 87 เขตวังทองหลาง และชุมชนวัชรปราณี เขตบางเขน เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการสัญจรและช่วยขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง . ในพื้นที่ต่างจังหวัด จังหวัดกาญจนบุรี เจ้าหน้าที่ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่อำเภอห้วยกระเจา เปิดทางน้ำ กำจัดวัชพืช และมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคแก่ผู้ประสบภัย ขณะที่จังหวัดฉะเชิงเทรา จัดกำลังพลเข้าช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียงและเคลื่อนย้ายประชาชนออกจากพื้นที่น้ำท่วมขังในบ้านกระบกเตี้ย ตำบลท่ากระดาน อำเภอสนามชัยเขต . จังหวัดชลบุรี หน่วยทหารเข้าช่วยเหลือประชาชนในอำเภอเมืองชลบุรีและอำเภอพนัสนิคม ทั้งการขนย้ายสิ่งของ กรอกและวางกระสอบทรายป้องกันน้ำเข้าบ้านเรือน อพยพผู้ป่วยติดเตียงและกลุ่มเปราะบาง พร้อมมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ . จังหวัดนครปฐม เจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติภารกิจบริเวณโรงพยาบาลนครปฐมและเทศบาลธรรมศาลา โดยอพยพผู้ป่วย ขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง และวางกระสอบทรายป้องกันน้ำท่วมโรงพยาบาล ส่วนจังหวัดปทุมธานี ได้ก่อกระสอบทรายจำนวน 800 ใบ เป็นพนังกั้นน้ำบริเวณโรงเรียนรวมราษฎร์สามัคคี ตำบลบึงคอไห อำเภอลำลูกกา . จังหวัดปราจีนบุรี กระจายกำลังเข้าช่วยเหลือประชาชนในอำเภอกบินทร์บุรี ศรีมหาโพธิ ประจันตคาม บ้านสร้าง และอำเภอเมือง โดยอพยพประชาชนและผู้ป่วยติดเตียง ยกสิ่งของและเครื่องใช้ไฟฟ้าขึ้นที่สูง ตลอดจนขนย้ายและกรอกกระสอบทรายเพื่อป้องกันน้ำล้นตลิ่งและป้องกันโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร . จังหวัดสระแก้ว หน่วยทหารเข้าช่วยเหลือในพื้นที่อำเภอเมืองสระแก้ว โดยอพยพผู้ป่วยติดเตียงและกลุ่มเปราะบางไปยังพื้นที่ปลอดภัย ช่วยยกทรัพย์สินขึ้นที่สูง รวมถึงช่วยเหลือพระภิกษุสงฆ์เข็นรถยนต์ที่จมน้ำและดับกลางถนน . จังหวัดสุพรรณบุรี เจ้าหน้าที่ร่วมกับเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี บรรจุกระสอบทรายจำนวน 3,000 ใบ เพื่อทำคันกั้นน้ำบริเวณแม่น้ำท่าจีน ติดตั้งเครื่องสูบน้ำออกจากพื้นที่อยู่อาศัย และเสริมแนวกระสอบทรายป้องกันโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช . ส่วนจังหวัดอ่างทอง เจ้าหน้าที่ร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นและชลประทาน เข้าช่วยประชาชนในพื้นที่อำเภอป่าโมก ขนย้ายทรัพย์สินออกจากพื้นที่น้ำท่วมขัง พร้อมวางเสาเข็มและบิ๊กแบ็กเพื่อป้องกันตลิ่งพังทลาย . “รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเข้าถึงและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบาง พร้อมป้องกันพื้นที่สำคัญทั้งโรงพยาบาลและชุมชน ขณะนี้หน่วยทหารยังคงสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานในพื้นที่ ทั้งการอพยพประชาชน ขนย้ายทรัพย์สิน ทำแนวป้องกันน้ำ และบรรเทาความเดือดร้อน เพื่อให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลืออย่างทั่วถึงและปลอดภัย” นางสาวลลิดา กล่าว . . Thai Press | ไทยเพรส —————— #ThaiPress #ไทยเพรส #ข่าวคั่วเข้ม
See More
THAI PRESS
@ThaiPressCO
about 2 hours ago
รัฐบาลกำชับเฝ้าระวังฝนหนักภาคกลาง–ตะวันตก “นภินทร” สั่งติดตามสถานการณ์น้ำลุ่มแม่กลอง–เพชรบุรี–ประจวบฯ รายวัน พร้อมเร่งประสานช่วยประชาชนทันทีหากเกิดสาธารณภัย . . (27 ก.ย. 69) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลติดตามสถานการณ์ฝนและน้ำในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันตกอย่างใกล้ชิด โดยนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ได้รับมอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาคแทนนายกรัฐมนตรี พื้นที่เขตตรวจราชการที่ 3 และเขตตรวจราชการที่ 4 รวมทั้งในฐานะประธานอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งกลุ่มลุ่มน้ำแม่กลองและเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ ได้มีข้อสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและรายงานข้อมูลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถประสานการช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์ในพื้นที่ . นางสาวลลิดา กล่าวว่า ข้อสั่งการดังกล่าวมีขึ้นจากสถานการณ์ฝนตกหนักระหว่างวันที่ 23–30 กันยายน 2569 ซึ่งส่งผลกระทบต่อหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันตก ภาคตะวันออก และกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะช่วงวันที่ 26–30 กันยายน 2569 ที่คาดว่ากลุ่มฝนจะเคลื่อนตัวไปทางด้านตะวันตก ทำให้หลายพื้นที่มีฝนตกหนักและอาจมีฝนตกหนักมากบางแห่ง จึงจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องและเตรียมความพร้อมในการรับมือ . นายนภินทรได้มอบหมายให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ติดตามและรายงานข้อมูลสถานการณ์น้ำในภาพรวม รวมถึงสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำแม่กลอง และลุ่มน้ำเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ ให้ทราบเป็นประจำทุกวัน เพื่อใช้ประกอบการประเมินสถานการณ์และการสั่งการในพื้นที่ . ขณะเดียวกัน ได้กำชับจังหวัดที่อยู่ภายใต้การกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค ได้แก่ เขตตรวจราชการที่ 3 ประกอบด้วย กาญจนบุรี ราชบุรี และสุพรรณบุรี และเขตตรวจราชการที่ 4 ประกอบด้วย สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ รวมถึงจังหวัดในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่กลอง และเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ ให้รายงานสถานการณ์ประจำวันในแต่ละพื้นที่อย่างต่อเนื่อง . สำหรับกรณีเกิดสาธารณภัยในพื้นที่ ให้จังหวัดรายงานสถานการณ์โดยเร่งด่วน เพื่อให้นายนภินทรสามารถสั่งการและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือประชาชนได้โดยเร็ว ลดผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สิน และการดำเนินชีวิตของประชาชนให้ได้มากที่สุด . “รัฐบาลกำชับให้ทุกพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงที่ยังมีฝนตกหนัก การรายงานข้อมูลที่รวดเร็วและต่อเนื่องจะช่วยให้สามารถประเมินสถานการณ์และประสานการช่วยเหลือได้ทันทีหากเกิดเหตุ ขอให้จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรก” นางสาวลลิดา กล่าว . . Thai Press | ไทยเพรส —————— #ThaiPress #ไทยเพรส #ข่าวคั่วเข้ม
See More
THAI PRESS
@ThaiPressCO
about 2 hours ago
รัฐบาลเร่งช่วย SME ประสบภัยน้ำท่วม “วราวุธ” สั่ง SME D Bank พักหนี้สูงสุด 12 เดือน พร้อมเติมทุนฉุกเฉินสูงสุด 2 แสนบาท ฟื้นฟูกิจการ . . (27 ก.ย. 69) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเร่งออกมาตรการบรรเทาผลกระทบให้ผู้ประกอบการ SME ที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัย โดยนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้สั่งการให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ออกมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วน ทั้งการพักชำระหนี้และเติมทุนฉุกเฉิน เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย เสริมสภาพคล่อง และให้ผู้ประกอบการสามารถฟื้นฟูกิจการกลับมาดำเนินธุรกิจได้โดยเร็ว . นางสาวลลิดา กล่าวว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักและอุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคกลาง ภาคตะวันออก กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการ SME ทั้งทางตรงและทางอ้อม SME D Bank จึงออกมาตรการช่วยเหลือสำหรับผู้ประกอบการในพื้นที่ประสบภัยพิบัติตามที่ธนาคารกำหนด โดยมีมาตรการสำคัญ ดังนี้ . มาตรการแรก “พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย” สำหรับลูกค้าธนาคารที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยเงินกู้แบบมีระยะเวลา (Term Loan) สามารถพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยได้สูงสุดไม่เกิน 12 เดือน ส่วนสัญญาเบิกเงินทุนหมุนเวียนประเภทตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) และสินเชื่อแฟคตอริ่ง สามารถขยายระยะเวลาชำระออกไปได้สูงสุด 180 วัน และสามารถพักชำระดอกเบี้ยได้ . มาตรการที่สอง “เติมทุนฉุกเฉิน เพื่อซ่อมแซมฟื้นฟูกิจการ” สำหรับลูกค้าเดิมที่ได้รับผลกระทบโดยตรงและมีสถานประกอบการอยู่ในพื้นที่ภัยพิบัติตามที่ธนาคารกำหนด โดยให้วงเงินกู้ฉุกเฉิน 10% ของวงเงินเดิม ตั้งแต่ขั้นต่ำ 30,000 บาท สูงสุด 200,000 บาท อัตราดอกเบี้ย MLR ต่อปี ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 7.05% ต่อปี ระยะเวลากู้ 3 ปี ปลอดชำระเงินต้น 12 เดือน ไม่ต้องมีหลักประกัน และยกเว้นค่าธรรมเนียม พร้อมลดขั้นตอนการนำส่งเอกสารเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงได้รวดเร็วยิ่งขึ้น . นอกจากนี้ SME D Bank ยังมีสินเชื่อเพื่อช่วยเสริมสภาพคล่อง ลงทุน และยกระดับธุรกิจภายหลังสถานการณ์อุทกภัยคลี่คลาย อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุด 10 ปี และปลอดชำระเงินต้นสูงสุด 12 เดือน ประกอบด้วย สินเชื่อ “SME Green Productivity” วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท สินเชื่อ “ปลุกพลัง SME” วงเงินกู้สูงสุด 1 ล้านบาท และสินเชื่อ “Beyond ติดปีก SME” วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท . “รัฐบาลเข้าใจว่าผู้ประกอบการ SME ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมต้องเผชิญทั้งความเสียหายต่อสถานประกอบการและปัญหาสภาพคล่อง จึงเร่งออกมาตรการช่วยลดภาระทันที ทั้งการพักชำระหนี้สูงสุด 12 เดือน และวงเงินฉุกเฉินสำหรับซ่อมแซมและฟื้นฟูกิจการ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการตั้งหลักและกลับมาดำเนินธุรกิจได้เร็วที่สุด” นางสาวลลิดา กล่าว . ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบและต้องการเข้าร่วมมาตรการสามารถแจ้งความประสงค์ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผ่าน SME D Bank ทุกสาขาทั่วประเทศ LINE Official Account: SME Development Bank หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Call Center 1357 . . Thai Press | ไทยเพรส —————— #ThaiPress #ไทยเพรส #ข่าวคั่วเข้ม
See More
THAI PRESS
@ThaiPressCO
about 2 hours ago
รัฐบาลย้ำสินค้าอุปโภคบริโภคมีเพียงพอ ขอ ปชช.อย่าตื่นตระหนก เตือนกักตุนสินค้า ฉวยโอกาสขึ้นราคา โทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ . . (27 ก.ย. 69) นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ รวมถึงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รัฐบาลติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด สั่งการให้ทุกหน่วยงานบูรณาความร่วมมือเร่งให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในทุกด้าน ๆ โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคและสิ่งของที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวัน จะต้องมีอย่างเพียงพอ ร้านค้าผู้ประกอบการจะต้องไม่ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า จะต้องปิดป้ายแสดงราคาสินค้าและบริการอย่างชัดเจน ถูกต้อง และครบถ้วนตามกฎหมาย . “รัฐบาลขอย้ำเตือนให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 อย่างเคร่งครัด โดยห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าและบริการ ห้ามกักตุนสินค้า หรือกระทำการใดที่ส่งผลให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค หากตรวจพบการกระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายทันที ซึ่งความผิดในการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่เหตุอันควร มีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” . ทั้งนี้ ประชาชนอย่าตื่นตระหนก ซึ่งจากการตรวจสอบของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ พบว่าสินค้าอุปโภคบริโภคยังมีเพียงพอ และยังไม่พบปัจจัยที่จำเป็นต้องปรับขึ้นราคา โดยกรมการค้าภายได้เร่งประสานผู้ผลิต ห้างค้าส่ง ค้าปลีก และร้านสะดวกซื้อ สำรวจสต๊อกสินค้าในแต่ละสาขา เพิ่มรอบเติมสินค้า และเร่งกระจายสินค้าไปยังพื้นที่ที่มีความต้องการสูง หลังบางพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ทำให้การขนส่งและการเข้าถึงสาขาทำได้ช้ากว่าปกติ หากพบสินค้าขาดหรือไม่เพียงพอ ราคาสินค้าไม่เป็นธรรม หรือพบการกักตุน/ฉวยโอกาส แจ้งสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 . . Thai Press | ไทยเพรส —————— #ThaiPress #ไทยเพรส #ข่าวคั่วเข้ม
See More
THAI PRESS
@ThaiPressCO
about 6 hours ago
รัฐบาลยืนยัน รฟม. ไม่มีพฤติกรรมรีดไถค่าบริการจอดรถในทุกพื้นที่แต่อย่างใด แจงปมดราม่าค่าจอดรถสถานีคลองบ้านม้า สายสีส้ม เป็นค่าบริการรายเดือนปกติ พร้อมคืนเงิน 1,000 บาท หากนำรถออกตามกำหนด . . นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ ร องโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข่าวผ่านสื่อสังคมออนไลน์ กรณีประชาชนที่เดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วมนำรถไปจอดที่อาคารจอดแล้วจร สถานีคลองบ้านม้า รถไฟฟ้าสายสีส้ม แล้วถูกเรียกเก็บค่าจอดรถเป็นจำนวนเงินคันละ 1000 บาทจนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นพฤติกรรมรีดไถซ้ำเติมประชาชน นั้น . การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงว่า เงินจำนวน 1000 บาท ที่เรียกเก็บไปนั้น เป็นอัตราค่าบริการจอดรถรายเดือนตามปกติ สำหรับผู้ใช้บริการอาคารจอดแล้วจร สถานีคลองบ้านม้า เนื่องจากกลุ่มผู้เดือดร้อนได้นำรถเข้ามาจอดตั้งแต่คืนวันที่ 25 กันยายน 2569 ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่ รฟม. จะมีการออกประกาศอย่างเป็นทางการให้นำรถเข้าจอดฟรี เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยผู้ใช้บริการในขณะนั้น ตัดสินใจสมัครรับบริการรายเดือน เนื่องจากมีอัตราที่ถูกกว่ารายวัน . ทั้งนี้ หลังจากที่ รฟม. มีประกาศ มาตรการช่วยเหลือให้จอดรถฟรีออกมาในภายหลัง เจ้าหน้าที่ประจำอาคารจอดรถได้เร่งติดต่อประสานงานไปยังผู้ใช้บริการทุกรายที่ได้ชำระเงินไปก่อนหน้านี้แล้ว โดยแจ้งเงื่อนไขว่า หากผู้ใช้บริการนำรถออกจากอาคารจอดรถก่อนวันที่ 2 ต.ค. 2569 รฟม. จะดำเนินการคืนเงินจำนวน 1,000 บาท ให้เต็มจำนวน แต่หากจอดรถเกินกว่าวันที่ 2 ตุลาคม 2569 จะคิดค่าบริการ เป็นจำนวน 1,000 บาท ตามอัตราค่าใช้บริการจอดรถรายเดือนปกติ . ”ขอยืนยันว่า รฟม. ไม่มีการเรียกเก็บเงิน หรือมีพฤติกรรมรีดไถค่าบริการจอดรถในทุกพื้นที่แต่อย่างใด ซึ่งในช่วงสถานการณ์ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในขณะนี้ ต้องเป็นที่พึ่งของประชาชน ช่วยแบ่งเบาความเดือดร้อน ตามนโยบายของรัฐบาล และตามข้อสั่งการของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม“ นางสาวพลอยทะเล กล่าว . . Thai Press | ไทยเพรส —————— #ThaiPress #ไทยเพรส #ข่าวคั่วเข้ม
See More
THAI PRESS
@ThaiPressCO
about 19 hours ago
คค.เปิดวอร์รูม รับมืออุทกภัยฉุกเฉิน บูรณาการ บก–ราง–น้ำ–อากาศ ช่วยประชาชน 24 ชม. เปิดทางฟรี–ที่จอดรถฟรี–จัดรถรับผู้ประสบภัย สั่งทำแผนที่เส้นทางเปิด–ปิด เตรียมรถสูง–เครื่องจักรพร้อมเข้าพื้นที่ทันที . . (26 ก.ย. 69) นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมติดตามสถานการณ์อุทกภัยเร่งด่วน พร้อมจัดตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อเผชิญสถานการณ์อุทกภัยเร่งด่วนฉุกเฉิน (ศอฉ.คค.) หรือ War Room เพื่อเป็นศูนย์กลางบัญชาการ ประสานข้อมูล และบูรณาการทรัพยากรของทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ทั้งทางถนน ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ ให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วและเป็นระบบตลอด 24 ชั่วโมง . นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า ตลอดสถานการณ์ฝนตกหนัก รัฐบาล . โดยกระทรวงคมนาคมได้บูรณาการหน่วยงานในสังกัด ขับเคลื่อนมาตรการเร่งดำเนินการช่วยเหลือ และให้บริการประชาชนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนอย่างต่อเนื่อง ดังนี้ . ขสมก. จัดรถรับประชาชนพื้นที่น้ำท่วม – ทช. เตรียมรถสูงเข้าสนับสนุนโดย องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) รายงานว่า จากรถโดยสารทั้งหมด 2,883 คัน สามารถนำออกให้บริการได้ 1,216 คัน หรือประมาณ 42% เนื่องจากหลายเส้นทางมีระดับน้ำสูง โดยเฉพาะบริเวณลำสาลี–ลาดพร้าว และบางแค ขณะที่อู่รถ 2 แห่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมจนต้องเคลื่อนย้ายรถเกือบ 200 คันไปยังพื้นที่ปลอดภัย . ขสมก. ได้จัดรถประมาณ 20 คัน สำหรับรับ–ส่งประชาชนจากชุมชนหรือพื้นที่น้ำท่วมออกมายังจุดที่สามารถเดินทางต่อได้ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ประชาชนสามารถแจ้งจุดที่ต้องการความช่วยเหลือผ่านช่องทางของ ขสมก. . ด้านกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เตรียมรถจากปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และส่วนกลาง เบื้องต้นรวม 10 คัน พร้อมเข้าสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่ที่รถโดยสารทั่วไปไม่สามารถผ่านได้เนื่องจากระดับน้ำสูง . ทล. เฝ้าระวัง 22 จังหวัด 85 สายทาง – เร่งเปิดทางน้ำวิภาวดี 3 จุด ซึ่งกรมทางหลวง (ทล.) รายงานว่า ณ เวลา 14.00 น. โครงข่ายทางหลวงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยใน 22 จังหวัด 85 สายทาง รวม 172 แห่ง โดยได้ระดมเจ้าหน้าที่ เครื่องสูบน้ำ รถบรรทุก รถยก รถลาก และเครื่องจักรเข้าพื้นที่ พร้อมติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง . พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ รังสิต ดอนเมือง–วิภาวดีรังสิต และศรีนครินทร์ โดยจุดที่มีระดับน้ำสูงหรือไม่ปลอดภัยจะมีเจ้าหน้าที่ประจำพื้นที่ แจ้งเตือนประชาชน และพิจารณาปิดช่องจราจรหรือปิดเส้นทางตามความจำเป็น . ขณะเดียวกัน กรมทางหลวงได้เร่งเปิดทางระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยเฉพาะพื้นที่ก่อสร้างที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ รวม 3 จุด ได้แก่ บริเวณหน้าไทยพีบีเอส ซึ่งดำเนินการแล้วเสร็จ และอีก 2 จุดบริเวณหน้าไทยรัฐและหน้าการบินไทย ซึ่งได้ระดมเจ้าหน้าที่ ผู้รับจ้าง และเครื่องจักรเข้าดำเนินการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำออกจากพื้นที่วิภาวดี . ด้านการทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ. )ไม่เก็บค่าผ่านทาง ย้ำประชาชนตรวจสอบทางลงก่อนเดินทาง ซึ่งดำเนินมาตรการช่วยเหลือประชาชน ไม่เก็บค่าผ่านทาง ตั้งแต่เวลา 15.00 น. วันที่ 26 กันยายน ถึงเวลา 24.00 น. วันที่ 27 กันยายน 2569 และจะประเมินสถานการณ์เพื่อพิจารณาขยายระยะเวลาหากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย . อย่างไรก็ตาม ทางลงจากทางพิเศษบางแห่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม จึงขอให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลทางลงที่สามารถและไม่สามารถใช้งานได้ก่อนเดินทาง เพื่อป้องกันการขึ้นทางพิเศษแล้วไม่สามารถลงสู่พื้นที่ปลายทางได้ . การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดอาคารและลานจอดรถตามแนวรถไฟฟ้าให้ประชาชนนำรถเข้าจอด ฟรี เพื่อป้องกันความเสียหายจากน้ำท่วม พร้อมประสานผู้รับสัมปทานรถไฟฟ้าสายต่าง ๆ ร่วมเปิดพื้นที่รองรับประชาชน พื้นที่ครอบคลุมแนวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สีม่วง สีเขียว สีส้ม สีเหลือง และสีชมพู โดยมีจุดสำคัญ เช่น อาคารจอดรถลาดพร้าว คลองไผ่ สามแยกบางใหญ่ บางรักน้อย–ท่าอิฐ แยกนนทบุรี 1 คูคต และมีนบุรี . ขณะนี้ จากข้อมูลพบว่า อาคารจอดรถบริเวณคูคตเต็มแล้ว ส่วนบริเวณแยกนนทบุรี 1 ใกล้เต็ม ขณะที่พื้นที่อื่นยังสามารถรองรับได้ โดยประชาชนสามารถตรวจสอบจำนวนช่องจอดผ่าน MRTA Parking . ในส่วนของรถไฟ–รถไฟฟ้ายังให้บริการ และเปิดพื้นที่รองรับผู้ประสบภัย โดยระบบรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สีม่วง สีเหลือง และสีชมพู ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ ส่วนระบบรางอื่นยังรักษาการเดินรถอย่างต่อเนื่องเท่าที่สภาพเส้นทางและมาตรฐานความปลอดภัยอนุญาต . ทางด้านการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รายงานว่า เส้นทางสายใต้และสายตะวันออกเฉียงเหนือยังสามารถเดินรถได้ตามปกติ ขณะที่สายตะวันออกและสายเหนือบางช่วงได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมทางรถไฟ จึงมีการปรับการเดินรถในจุดที่จำเป็นเพื่อความปลอดภัย . ส่วน รฟท. ยังเปิดพื้นที่รองรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยสถานีกรุงเทพรองรับได้ประมาณ 100 คน และพื้นที่ย่านบางซื่อ/สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์รองรับได้ประมาณ 250 คน . นอกจากนี้ กรมเจ้าท่ารายงานว่า เรือโดยสารคลองแสนแสบหยุดให้บริการ เนื่องจากระดับน้ำสูงจนกระทบต่อการลอดสะพาน ขณะที่เรือโดยสารในแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งเรือไฟฟ้าและเรือด่วนเจ้าพระยา ยังสามารถให้บริการได้ระดับน้ำบริเวณท่าน้ำกรมเจ้าท่ายังต่ำกว่าระดับตลิ่งประมาณ 30–40 เซนติเมตร ขณะที่การระบายน้ำเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 1,850 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที กรมเจ้าท่าจึงแจ้งผู้ประกอบการเดินเรือให้เพิ่มความระมัดระวัง ลดความเร็ว และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากปริมาณการระบายน้ำเพิ่มเกิน 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะพิจารณามาตรการเดินเรือเพิ่มเติมตามสถานการณ์ . พร้อมกันนี้ กรมเจ้าท่าได้เตรียมเรือท้องแบน เจ็ตสกี เจ้าหน้าที่ และยานพาหนะไว้สนับสนุนจังหวัดและหน่วยงานในพื้นที่ทันทีเมื่อได้รับการร้องขอ . ด้านบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) รายงานว่า ผู้ประกอบการรถร่วมบางรายหยุดให้บริการบางเส้นทาง โดยเฉพาะรถตู้และมินิบัสในภาคตะวันออก เช่น กรุงเทพฯ–ระยอง กรุงเทพฯ–พัทยา กรุงเทพฯ–จันทบุรี และพื้นที่ต่อเนื่อง ขณะที่รถโดยสารขนาดใหญ่ยังสามารถให้บริการได้ . อีกทั้ง บขส. ได้จัดเตรียมรถสำรองสำหรับทดแทนเที่ยวรถที่ไม่สามารถเดินทางได้ เพื่อรักษาการให้บริการประชาชนอย่างต่อเนื่อง . ด้านการบิน ระบบบริหารจราจรทางอากาศยังดำเนินการได้ตามปกติ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมืองมีเที่ยวบินล่าช้าสะสมบางส่วน แต่เที่ยวบินยังสามารถให้บริการได้ และขณะรายงานยังไม่มีผู้โดยสารตกค้างสะสมที่สนามบิน . ทั้งนี้ สายการบินต่าง ๆ มีมาตรการช่วยเหลือผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบ โดยผู้โดยสารที่ไม่สามารถเดินทางได้ตามกำหนดสามารถตรวจสอบสิทธิการเปลี่ยนแปลงการเดินทาง หรือเก็บเครดิตบัตรโดยสารไว้ใช้ภายหลังตามเงื่อนไขของแต่ละสายการบิน . "ศอฉ.คค. จะเป็นศูนย์กลางรวบรวมข้อมูลสถานการณ์ เส้นทาง ทรัพยากร และความต้องการความช่วยเหลือจากทุกหน่วยงาน พร้อมติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง โดยประชาชนสามารถแจ้งเหตุด้านคมนาคมผ่าน สายด่วน 1256 เพื่อประสานการช่วยเหลือต่อไป โดยยึดหลัก “ความปลอดภัยของประชาชนมาก่อน และต้องไม่ปล่อยให้ประชาชนถูกตัดขาดจากระบบคมนาคม”นางสาวพลอยทะเล ย้ำ . . Thai Press | ไทยเพรส —————— #ThaiPress #ไทยเพรส #ข่าวคั่วเข้ม
See More
THAI PRESS
@ThaiPressCO
about 19 hours ago
รัฐบาลคุมเข้มสินค้าช่วงน้ำท่วม “พาณิชย์” ตั้ง Single Command ทั่วประเทศ เร่งกระจายสินค้า–เพิ่มรอบเติมสต๊อก ป้องกันขาดแคลน–ฉวยโอกาสขึ้นราคา เปิดสายด่วน 1569 ตลอด 24 ชั่วโมง . . (26 ก.ย. 69) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนอย่างใกล้ชิด โดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ติดตามสถานการณ์ในทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยต้องไม่ให้เกิดปัญหาสินค้าขาดแคลนหรือการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า พร้อมเปิดสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 รับแจ้งปัญหาและเบาะแสตลอด 24 ชั่วโมง . นางสาวลลิดา กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ได้จัดตั้ง Single Command เป็นศูนย์กลางในการติดตาม ประเมินสถานการณ์ และเร่งแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของกระทรวงจากสถานการณ์น้ำท่วม ทั้งในกรุงเทพมหานครและพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยมีรองปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน และมีกรมการค้าภายใน รวมถึงกองบริหารการพาณิชย์ภูมิภาค สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ ร่วมดำเนินงาน เพื่อให้การติดตามและแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นทิศทางเดียวกัน . ขณะเดียวกัน ได้ประสานสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศให้ติดตามปริมาณและราคาสินค้าอุปโภคบริโภค การกระจายสินค้า การขนส่ง และความต้องการสินค้าในแต่ละพื้นที่ พร้อมรายงานสถานการณ์เข้าสู่ส่วนกลางอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาได้ทันต่อสถานการณ์ . นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ประสานผู้ผลิต ห้างค้าส่ง ห้างค้าปลีก และร้านสะดวกซื้อ ให้เร่งกระจายสินค้า เพิ่มรอบการเติมสต๊อก และปรับรูปแบบการขนส่งให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ เพื่อรองรับความต้องการสินค้าที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่ประสบอุทกภัย และรักษาปริมาณสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน . สำหรับสาขาห้างค้าส่ง ห้างค้าปลีก และร้านสะดวกซื้อที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ได้ประสานผู้ประกอบการให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และทยอยกลับมาเปิดให้บริการเมื่อพื้นที่และสภาพแวดล้อมมีความปลอดภัย เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการได้อย่างต่อเนื่อง . “รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลค่าครองชีพของประชาชนในช่วงสถานการณ์น้ำท่วม โดยเฉพาะสินค้าจำเป็นต้องมีเพียงพอ ไม่ขาดแคลน และต้องไม่มีการฉวยโอกาสขึ้นราคา กระทรวงพาณิชย์จึงติดตามตั้งแต่ปริมาณสินค้า การขนส่ง ไปจนถึงการเติมสินค้าในแต่ละพื้นที่ พร้อมประสานภาคเอกชนเพิ่มรอบการเติมสต๊อกและปรับการขนส่งให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อให้สินค้าไปถึงประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง” นางสาวลลิดา กล่าว . ทั้งนี้ หากประชาชนพบการกักตุนสินค้า การฉวยโอกาสขึ้นราคา หรือการจำหน่ายสินค้าอย่างไม่เป็นธรรม สามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนผ่านสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือแจ้งสำนักงานพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่โดยเร็ว โดยกระทรวงพาณิชย์จะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สินค้าอุปโภคบริโภคมีเพียงพอ การกระจายสินค้าไม่สะดุด และประชาชนได้รับสินค้าในราคาที่เป็นธรรม . . Thai Press | ไทยเพรส —————— #ThaiPress #ไทยเพรส #ข่าวคั่วเข้ม
See More
THAI PRESS
@ThaiPressCO
about 19 hours ago
รัฐบาลเคาะเลื่อนวันเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมทั่วประเทศ เป็น 11 ต.ค. เหตุน้ำท่วมกระทบการใช้สิทธิ . . (26 ก.ย. 69) ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ของประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเดินทางและความพร้อมในการจัดการเลือกตั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน มีมติเลื่อนการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมทั่วประเทศ จากเดิมวันที่ 27 กันยายน 2569 เป็น วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม 2569 เวลา 08.00–16.00 น. . รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้กำหนดให้ ประเทศไทยเป็นเขตเลือกตั้งเดียว การเลื่อนจึงต้องพิจารณาในภาพรวม ไม่ใช่เฉพาะจังหวัดที่ประสบภัย เพื่อให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งและผู้สมัครทุกฝ่ายอยู่ภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน . สถานการณ์น้ำท่วมยังอาจกระทบทั้งการเดินทางของผู้มีสิทธิ เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง ตลอดจนการจัดเก็บบัตร การนับคะแนน และการรวมผลคะแนน หากบางพื้นที่เลือกตั้งได้ก่อน ขณะที่บางพื้นที่ยังไม่พร้อม จึงอาจเกิดข้อจำกัดต่อความเรียบร้อยและความน่าเชื่อถือของกระบวนการเลือกตั้งได้ . การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมจะจัดขึ้นทั่วประเทศในวันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม 2569 เวลา 08.00–16.00 น. แทนกำหนดเดิมวันที่ 27 กันยายน 2569 . รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีขอให้ผู้ประกันตนและนายจ้างที่มีสิทธิเลือกตั้ง ติดตามประกาศจากสำนักงานประกันสังคมอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมและตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับการใช้สิทธิในวันเลือกตั้งใหม่ . ทั้งนี้ การเลื่อนวันเลือกตั้งมีขึ้นเพื่อให้การจัดการเลือกตั้งสามารถดำเนินไปอย่างเรียบร้อย และเปิดโอกาสให้ผู้มีสิทธิทั่วประเทศสามารถเข้าถึงการเลือกตั้งได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม . . Thai Press | ไทยเพรส —————— #ThaiPress #ไทยเพรส #ข่าวคั่วเข้ม
See More
THAI PRESS
@ThaiPressCO
about 19 hours ago
รัฐบาลสั่งการจัดการอุทกภัยเชิงรุก มอบหมาย มท.เป็นหน่วยงานหลักทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เร่งช่วยเหลือ ปชช. อย่างเต็มที่ เน้นให้ความสำคัญสูงสุดกับชีวิตทรัพย์สินของประชาชนเป็นสำคัญ . . (26 ก.ย. 69) นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง และมีพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขัง น้ำล้นตลิ่ง และน้ำป่าไหลหลาก ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและการสัญจรของประชาชน รัฐบาล บูรณาการทุกหน่วยงานเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ตลอด 24 ชั่วโมง ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เน้นการช่วยเหลือดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ . นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดดำเนินการ 3 มาตรการเร่งด่วน เพื่อป้องกันไม่ให้ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นวงกว้าง ทั้งให้การบริหารจัดการสถานการณ์เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ดังนี้ . 1. "ยกระดับการเฝ้าระวังและบริหารจัดการสถานการณ์อุทกภัยเชิงรุก" โดยติดตามสถานการณ์ฝน ปริมาณน้ำ ระดับน้ำ และพื้นที่เสี่ยงภัยอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ริมลำพื้นที่ลาดเชิงเขา และพื้นที่ที่เคยประสบอุทกภัย พร้อมทั้งประเมินแนวโน้มสถานการณ์ล่วงหน้า และเตรียมความพร้อมด้านกำลังคน เครื่องจักรกล วัสดุอุปกรณ์ จุดอพยพ และสถานที่รองรับประชาชน ให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที "โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นลำดับแรก" . 2. ให้ "สำนักงาน ปภ.จังหวัด" เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก บูรณาการร่วมกับนายอำเภอ ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มูลนิธิ อาสาสมัคร หน่วยกู้ภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมทั้งจัดทำข้อมูลพื้นที่เสี่ยง พื้นที่ได้รับผลกระทบและสถานการณ์น้ำให้เป็นปัจจุบัน พร้อมเตรียมแผนเผชิญเหตุ ระบบแจ้งเตือน การอพยพ และการช่วยเหลือประชาชน และให้จัดเตรียมและระดมเครื่องจักรกลสาธารณภัยและกำลังเจ้าหน้าที่ให้พร้อมปฏิบัติการ โดยหากประเมินแล้วมีแนวโน้มสถานการณ์รุนแรง ให้เร่งเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อพิจารณาสั่งการ และระดมทรัพยากรเข้าดำเนินการโดยทันที . 3. ให้ "สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด" เป็นกลไกหลักในการสื่อสารและสร้างการรับรู้ให้กับประชาชน ด้วยการบูรณาการข้อมูลร่วมกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้ประชาชน "ได้รับทราบสถานการณ์ที่เป็นข้อเท็จจริง" สามารถปฏิบัติตนให้มีความปลอดภัย พร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น โดยเน้นย้ำให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากทางราชการ และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานในพื้นที่เพื่อความปลอดภัย . “รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจต่อสถานการณ์ฝนที่ตกอย่างต่อเนื่อง บูรณาการความร่วมมือ เร่งช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ ทั้งด้านอุปกรณ์เครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ และกำลังเจ้าหน้าที่ โดยมอบหมายให้เครือข่ายของกระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักในการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ มูลนิธิ อาสาสมัคร หน่วยกู้ภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยประชาชนสามารถให้ข้อมูลและขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วน 1784 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง" นางสาวพลอยทะเล ระบุ . . Thai Press | ไทยเพรส —————— #ThaiPress #ไทยเพรส #ข่าวคั่วเข้ม
See More
THAI PRESS
@ThaiPressCO
about 20 hours ago
รองโฆษกรัฐบาลแจงไทยมีฐานการผลิตอุตสาหกรรมโซลาร์เซลล์ในประเทศ ไม่ได้พึ่งการนำเข้าอย่างเดียว ตัวเลขการนำเข้าแผงโซลลาร์ 99.3% จากจีนไม่ใช่ภาพรวมทั้งหมด . . (26 ก.ย. 69) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีมีการนำเสนอข้อมูลว่า ในช่วงเดือนมกราคม–กรกฎาคม 2569 ไทยนำเข้าแผงโซลาร์เซลล์จากจีนคิดเป็นสัดส่วน 99.3% ของมูลค่าการนำเข้า ว่า ตัวเลขดังกล่าวควรพิจารณาให้ครบถ้วน เนื่องจากเป็น “สัดส่วนแหล่งที่มาของสินค้านำเข้า” ไม่ใช่สัดส่วนของแผงโซลาร์เซลล์ทั้งหมดที่ใช้ในประเทศไทย และไม่ใช่สัดส่วนงบประมาณของมาตรการโซลาร์ภาคประชาชนที่จะจ่ายไปยังต่างประเทศ . นางสาวลลิดา กล่าวว่า ข้อมูลด้านการส่งเสริมการลงทุนสะท้อนว่า ประเทศไทยมีฐานการผลิตแผงเซลล์แสงอาทิตย์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว โดยปัจจุบันมีโครงการที่อยู่ระหว่างได้รับการส่งเสริมการลงทุน 32 โครงการ จาก 22 บริษัท ครอบคลุมห่วงโซ่การผลิตตั้งแต่เวเฟอร์ เซลล์แสงอาทิตย์ แผงเซลล์แสงอาทิตย์ ไปจนถึงอินเวอร์เตอร์ . ที่สำคัญ ฐานการผลิตดังกล่าวมีการใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนที่ผลิตได้ภายในประเทศในกระบวนการผลิต คิดเป็นมูลค่ากว่า 26,680 ล้านบาทต่อปี สะท้อนถึงความเชื่อมโยงระหว่างอุตสาหกรรมโซลาร์เซลล์กับผู้ผลิตและห่วงโซ่อุปทานของไทย และเป็นโอกาสในการต่อยอดให้การขยายตัวของพลังงานสะอาดสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจภายในประเทศมากขึ้น . นอกจากนี้ โครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนทั้ง 32 โครงการ มีกำลังการผลิตแผงเซลล์แสงอาทิตย์รวมกันมากกว่า 49,000 เมกะวัตต์พีคต่อปี สะท้อนว่าประเทศไทยมีฐานการผลิตในอุตสาหกรรมนี้อยู่ในประเทศ ไม่ได้พึ่งพาการนำเข้าเพียงด้านเดียว . “ตัวเลข 99.3% บอกว่าแผงโซลาร์เซลล์ที่ไทย ‘นำเข้า’ มาจากประเทศใด แต่ไม่ได้บอกว่าแผงโซลาร์เซลล์ทั้งหมดที่ไทย ‘ใช้’ ผลิตจากประเทศใด และไม่ได้หมายความว่าเงินของโครงการรัฐ 99.3% จะไหลออกไปจีน เพราะประเทศไทยมีฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทานโซลาร์ของตัวเองอยู่แล้ว การหยิบเฉพาะตัวเลขนำเข้ามาสรุปภาพทั้งอุตสาหกรรม จึงอาจทำให้ประชาชนเข้าใจคลาดเคลื่อนได้” นางสาวลลิดา กล่าว . รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า การประเมินประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับจากการส่งเสริมโซลาร์ภาคประชาชนจึงควรพิจารณาให้ครบทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่แหล่งผลิตอุปกรณ์ การใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนในประเทศ ไปจนถึงงานติดตั้ง ระบบไฟฟ้า และการบำรุงรักษา โดยข้อมูลฐานอุตสาหกรรมที่มีอยู่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและโอกาสในการต่อยอดผู้ประกอบการในประเทศ อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 26,680 ล้านบาทต่อปีเป็นมูลค่าการใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนในประเทศของฐานการผลิตที่มีอยู่ ไม่ใช่ประมาณการเม็ดเงินใหม่ที่จะเกิดขึ้นจากมาตรการโซลาร์ภาคประชาชน . ขณะเดียวกัน รัฐบาลให้ความสำคัญกับคุณภาพและความปลอดภัยควบคู่กับการขยายการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ โดยนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ให้ความสำคัญกับการกำกับมาตรฐานอุปกรณ์สำหรับระบบโซลาร์รูฟท็อป โดยอุปกรณ์จากต่างประเทศจะต้องผ่านมาตรฐานสากลด้านไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง หรือ IEC ซึ่งสามารถนำมาเทียบเพื่อออกมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ มอก. ของไทยได้ . การกำกับมาตรฐานครอบคลุมอุปกรณ์สำคัญของระบบ ตั้งแต่แผงเซลล์แสงอาทิตย์ เครื่องตัดวงจรไฟฟ้ากระแสตรง ฟิวส์ สายไฟ แบตเตอรี่สำหรับระบบกักเก็บพลังงาน อินเวอร์เตอร์ ขั้วต่อสายไฟกระแสตรง และตู้รวมสายไฟเซลล์แสงอาทิตย์ รวมถึงให้ความสำคัญกับมาตรฐานของผู้ดำเนินการติดตั้ง เพื่อให้ประชาชนได้รับระบบที่มีคุณภาพและปลอดภัย . “รัฐบาลมองการส่งเสริมโซลาร์ภาคประชาชนมากกว่าเรื่องจำนวนแผงที่ติดตั้ง แต่ต้องทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากพลังงานสะอาดอย่างคุ้มค่าและปลอดภัย พร้อมใช้ความต้องการที่เพิ่มขึ้นเป็นโอกาสต่อยอดฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทานในประเทศไทย ดังนั้น การพิจารณานโยบายนี้ควรดูข้อมูลให้ครบทั้งการนำเข้า การผลิตในประเทศ การใช้ชิ้นส่วนไทย ตลอดจนมาตรฐานและการติดตั้ง เพื่อให้เห็นภาพที่ครบถ้วนของอุตสาหกรรมโซลาร์ไทย” นางสาวลลิดา กล่าว . . Thai Press | ไทยเพรส —————— #ThaiPress #ไทยเพรส #ข่าวคั่วเข้ม
See More
THAI PRESS
@ThaiPressCO
about 20 hours ago
รัฐบาลสั่งการเร่งช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมทั่วประเทศ จัดกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลสนับสนุนเฝ้าระวัง 24ชม. แจ้งเตือนประชาชนทันทีเมื่อพบความเสี่ยง ลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สิน . . (26 ก.ย. 69) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด โดยนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) ได้กำชับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ติดตามสถานการณ์น้ำและฝนอย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลสาธารณภัยสนับสนุนพื้นที่ และแจ้งเตือนประชาชนทันทีเมื่อพบความเสี่ยง เพื่อให้สามารถเตรียมพร้อมและลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สิน . ข้อมูล ปภ. ณ วันที่ 26 กันยายน 2569 เวลา 07.00 น. ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 21 จังหวัด 93 อำเภอ 350 ตำบล 1,425 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 27,109 ครัวเรือน 84,605 คน และกรุงเทพมหานครยังมีน้ำท่วมขังผิวการจราจร 44 จุด โดยภาพรวมส่วนใหญ่ระดับน้ำมีแนวโน้มลดลง . นางสาวลลิดา กล่าวว่า ในช่วงวันที่ 16–26 กันยายน 2569 มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยสะสม 36 จังหวัด 143 อำเภอ 506 ตำบล 1,966 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 33,302 ครัวเรือน 102,957 คน และกรุงเทพมหานคร 22 เขต 66 จุด . สำหรับสถานการณ์ล่าสุด พื้นที่ที่ระดับน้ำเพิ่มขึ้น ได้แก่ สุพรรณบุรี ฉะเชิงเทรา และสระแก้ว ขณะที่นครสวรรค์ พิษณุโลก ลพบุรี สิงห์บุรี นครปฐม พระนครศรีอยุธยา ปราจีนบุรี และตราด ระดับน้ำทรงตัว ส่วนเชียงใหม่ เพชรบูรณ์ อุทัยธานี สระบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และนครราชสีมา ระดับน้ำลดลง . นายเจเศรษฐ์ได้กำชับให้ ปภ. และศูนย์ ปภ. เขต ติดตามพื้นที่ที่ระดับน้ำยังเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ พร้อมเตรียมเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้สามารถเข้าช่วยเหลือได้ทันที รวมถึงประสานจังหวัดอย่างใกล้ชิดและจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและเผชิญเหตุตลอด 24 ชั่วโมง . นางสาวลลิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ปภ. ได้ใช้ระบบแจ้งเตือนภัยส่งข้อมูลตรงถึงโทรศัพท์มือถือของประชาชนในพื้นที่เสี่ยง โดยเช้าวันนี้มีการแจ้งเตือนประชาชนในจังหวัดนนทบุรี เนื่องจากมีฝนตกต่อเนื่องและคาดว่าจะยังมีฝนต่อเนื่อง ทำให้เกิดน้ำท่วมขังรอระบาย พร้อมขอให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำยกของขึ้นที่สูง หลีกเลี่ยงการจราจร และตรวจสอบเส้นทางก่อนเดินทาง . นอกจากนี้ ยังมีการแจ้งเตือนกรณีถนนแจ้งวัฒนะทั้งฝั่งขาเข้าและขาออกมีน้ำท่วมขังสูงจากฝนตกต่อเนื่อง รถยนต์ขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้ โดยมีการปิดการจราจรตั้งแต่บริเวณคลองประปาจนถึงจุดกลับรถเลี่ยงเมือง และขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว . “นายเจเศรษฐ์กำชับว่า การแจ้งเตือนต้องถึงประชาชนอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกต่อเนื่องและระดับน้ำเพิ่มขึ้น เพื่อให้ประชาชนมีเวลาเตรียมตัว ยกของขึ้นที่สูง วางแผนการเดินทาง และหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ต้องพร้อมเข้าช่วยเหลือทันทีเมื่อเกิดเหตุ” นางสาวลลิดา กล่าว . ทั้งนี้ การจัดการสาธารณภัยในพื้นที่เป็นสาธารณภัยระดับ 2 โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นผู้ควบคุมและสั่งการตามอำนาจหน้าที่ ขณะที่ ปภ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมสนับสนุนกำลัง เจ้าหน้าที่ และเครื่องจักรเพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง . นางสาวลลิดา ย้ำว่า แม้ภาพรวมหลายพื้นที่ระดับน้ำมีแนวโน้มลดลง แต่ยังมีบางจังหวัดที่ระดับน้ำเพิ่มขึ้นและบางพื้นที่มีฝนตกต่อเนื่อง รัฐบาลจึงขอให้ประชาชนไม่ประมาท ติดตามข้อความแจ้งเตือนจาก ปภ. และประกาศของทางราชการอย่างใกล้ชิด หากต้องการความช่วยเหลือให้แจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เพื่อประสานความช่วยเหลือโดยเร็ว . . Thai Press | ไทยเพรส —————— #ThaiPress #ไทยเพรส #ข่าวคั่วเข้ม
See More
THAI PRESS
@ThaiPressCO
about 20 hours ago
รัฐบาลรับมือฝนหนัก “ศุภจี” สั่งพาณิชย์ทั่วประเทศดูแลสินค้าไม่ขาด–ราคาไม่แพง เร่งเติมสต๊อกพื้นที่น้ำท่วม . . (26 ก.ย. 69) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลติดตามสถานการณ์ฝนตกหนักและอุทกภัยในหลายพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการกระทรวงพาณิชย์เตรียมพร้อมดูแลปริมาณและราคาสินค้าจำเป็น โดยย้ำหลักสำคัญ “สินค้าไม่ขาดแคลน–ราคาไม่แพง” พร้อมประสานผู้ประกอบการจัดส่งสินค้าและสิ่งของจำเป็นเข้าสู่พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบตามความต้องการ . นางสาวลลิดา กล่าวว่า นางศุภจีได้กำชับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ทั้งปริมาณสินค้า ราคาสินค้าจำเป็น พื้นที่ประสบภัย และความต้องการของประชาชน เพื่อให้ส่วนกลางสามารถประสานความช่วยเหลือและเชื่อมโยงสินค้าเข้าสู่พื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะจุดที่การขนส่งได้รับผลกระทบหรือมีความต้องการสินค้าเพิ่มขึ้น . พร้อมกันนี้ ให้พาณิชย์จังหวัดประสานห้างค้าส่ง ห้างค้าปลีก และผู้ประกอบการในพื้นที่ เตรียมและเติมสต๊อกสินค้าจำเป็นให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน หากพบปัญหาด้านการขนส่งหรือการกระจายสินค้า ให้รายงานกระทรวงพาณิชย์ทันที เพื่อเร่งประสานและสนับสนุนการนำสินค้าเข้าสู่พื้นที่ . “ช่วงที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม สิ่งสำคัญคือต้องไม่ให้เกิดปัญหาสินค้าจำเป็นขาดแคลนหรือราคาสูงขึ้นอย่างไม่เป็นธรรม จึงกำชับให้พาณิชย์จังหวัดติดตามทั้งปริมาณ ราคา และการกระจายสินค้าอย่างใกล้ชิด หากพื้นที่ใดมีความต้องการเพิ่มขึ้น ต้องเร่งประสานผู้ประกอบการเติมสินค้าเข้าไปให้ทันสถานการณ์” นางสาวลลิดา กล่าว . ทั้งนี้ หากประชาชนพบการจำหน่ายสินค้าในราคาไม่เป็นธรรม สินค้าขาดแคลน การกักตุนสินค้า หรือไม่ปิดป้ายแสดงราคา สามารถแจ้งสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป . . Thai Press | ไทยเพรส —————— #ThaiPress #ไทยเพรส #ข่าวคั่วเข้ม
See More
THAI PRESS
@ThaiPressCO
about 20 hours ago
รัฐบาลเปิดพื้นที่จอดแล้วจร ให้ประชาชนนำรถยนต์และรถจักรยานยนต์จอดฟรี บรรเทาความเดือดร้อนจากน้ำท่วม . . (26 ก.ย. 69) นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สั่งการทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมยกระดับการเฝ้าระวังและรับมือสถานการณ์อุทกภัยตลอด 24 ชั่วโมง กำชับหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ดูแลความปลอดภัยและความต่อเนื่องของการเดินทางทั้งทางถนน ทางราง และทางน้ำ . นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดพื้นที่อาคารจอดแล้วจรให้ประชาชนนำรถยนต์และรถจักรยานยนต์เข้าจอดฟรี โดยสามารถนำรถเข้าจอดได้ตั้งแต่วันนี้ – 2 ตุลาคม 2569 ดังนี้ . รถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สายนคราพิพัฒน์) อาคารจอดแล้วจร สถานีศรีเอี่ยม (YL17) จอดได้ตั้งแต่วันนี้ – นำรถออกภายใน วันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2569 เวลา 12.00 น. . รถไฟฟ้าสายสีชมพู (สายวิวัฒน์นคร) . อาคารจอดแล้วจร สถานีมีนบุรี (PK30) . จอดได้ตั้งแต่วันนี้ – นำรถออกภายใน วันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2569 เวลา 12.00 น. . สำหรับจุดจอดรถไฟฟ้า MRT จอดได้ตั้งแต่วันนี้ – นำรถออกภายในวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ประกอบด้วย . สายสีน้ำเงิน ได้แก่ สถานีลาดพร้าว และสถานีหลักสอง (2 อาคาร) . สายสีม่วง ได้แก่ สถานีคลองบางไผ่ . สถานีสามแยกบางใหญ่ สถานีบางรักน้อยท่าอิฐ และสถานีแยกนนทบุรี 1 . สายสีเขียว ได้แก่ สถานีแยก คปอ. และสถานีคูคต . สายสีส้ม ได้แก่ สถานีคลองบ้านม้า . “รัฐบาลห่วงใยพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ฝนตกอย่างต่อเนื่อง จัดจุดจอดรถบริเวณอาคารจอดแล้วจร ของระบบรถไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยเปิดให้ประชาชนนำรถยนต์และรถจักรยานยนต์เข้าจอดได้ฟรี เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจาสถานการณ์น้ำท่วม ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชน ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ประจำสถานี และจอดรถในพื้นที่ที่กำหนด โดยต้องแสดงหลักฐานภาพถ่าย และหลักฐานการเป็นเจ้าของรถที่นำมาจอด ต่อเจ้าหน้าที่อาคาร” นางสาวพลอยทะเล กล่าว . . Thai Press | ไทยเพรส —————— #ThaiPress #ไทยเพรส #ข่าวคั่วเข้ม
See More
Last Seen Users on Sotwe
Stefano Viareggio
Seen from
Italy
Niaxx
Seen from
Turkey
CJ
Seen from
India
D个丝足搭子 有偿约拍 可素可荤
Muhammad Babar
Seen from
India
TÜRBANLI AYŞE
Seen from
Turkey
Tyler Moore
Seen from
Singapore
GayBoysEatPussy
Seen from
United States
Rakhi Kaur Gill
Seen from
Pakistan
🔞🔥TÜRK İFŞA ÇAĞLA🔞🔥
Seen from
France
Trends for you
1
#AEWAllOut
Under 10K tweets
2
Lincoln Riley
Under 10K tweets
3
Barcelos
Under 10K tweets
4
Tati
Under 10K tweets
5
Demond Williams
Under 10K tweets
6
Gophers
Under 10K tweets
7
Mizzou
Under 10K tweets
8
Jedd Fisch
Under 10K tweets
9
Georgia Tech
Under 10K tweets
10
Alberto Mendoza
Under 10K tweets
Most Popular Users
1
Elon Musk
@elonmusk
241.7M followers
2
Barack Obama
@barackobama
119M followers
3
Cristiano Ronaldo
@cristiano
114.4M followers
4
Donald J. Trump
@realdonaldtrump
111.9M followers
5
Narendra Modi
@narendramodi
107.2M followers
6
Rihanna
@rihanna
98.7M followers
7
NASA
@nasa
92.4M followers
8
Justin Bieber
@justinbieber
91.8M followers
9
KATY PERRY
@katyperry
90M followers
10
Taylor Swift
@taylorswift13
83.9M followers
11
Lady Gaga
@ladygaga
75.4M followers
12
Virat Kohli
@imvkohli
73.4M followers
13
Kim Kardashian
@kimkardashian
70.9M followers
14
YouTube
@youtube
68.8M followers
15
Neymar Jr
@neymarjr
66.4M followers
16
Bill Gates
@billgates
65.2M followers
17
Selena Gomez
@selenagomez
63.1M followers
18
The Ellen Show
@theellenshow
62.3M followers
19
CNN
@cnn
61.8M followers
20
X
@x
60.7M followers
Olivia
Online
✨
⭐
💫