Top Tweets for #hmpro
คลิป SET-3จุด เทรดตามเทรน CRC HMPRO GULF GPRS TRUE วันที่ 17 มิถุนายน 2569 #หุ้นไทย #นักลงทุน #ส่องหุ้น #หุ้นทำเงิน #5หุ้นแนะนำ #วางกลยุทธ์หุ้น #หุ้นเด็ด #ล่าสุด #เทรดตามเทรน #CRC #HMPRO #GULF #GPRS #TRUE #อินดิเคเตอร์ #กราฟเทคนิค #SET #Aspenmobile https://t.co/D837hHgM88

SET พุ่งร้อนแรงสู่โซนผันผวนสูง
**ที่มา บทวิเคราะห์ FSSIA
อ่านเพิ่มเติม 👉https://t.co/lZcOsT1Yxh
#FinansiaHERO #SETIndex #CRC #HMPRO #เปิดพอร์ตหุ้น #ตลาดหุ้นไทย

หุ้น 6หุ้นแนะนำ เก็งกำไรหุ้น HMPRO NCAP AJA STGT BLA CWT วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 #หุ้นไทย #นักลงทุน #หุ้นก่อนเปิดตลาด #หุ้นขาขึ้น #กลยุทธ์หุ้น #หุ้นแนะนำ #กลยุทธ์หุ้น #เก็งกำไรหุ้น #HMPRO #NCAP #AJA #STGT #BLA #CWT #SET #ปี2569 https://t.co/wO1GG7Lloz

คลิป SET+2จุด เก็งกำไรหุ้น PTTEP PTT AOT IVL HMPRO วันที่ 28 มกราคม 2569 #หุ้นไทย #นักลงทุน #ส่องหุ้น #หุ้นทำเงิน #วางกลยุทธ์หุ้น #วางกลยุทธ์หุ้น #เก็งกำไรหุ้น #PTTEP #PTT #AOT #IVL #HMPRO #อินดิเคเตอร์ #กราฟเทคนิค #SET #Aspenmobile https://t.co/Z2T0HQmkjj

คลิป SET-1จุด เก็งกำไรหุ้น SCC PTTEP DELTA HMPRO TLI วันที่ 20 ธันวาคม 2568 #หุ้นไทย #นักลงทุน #ส่องหุ้น #หุ้นทำเงิน #เก็งกำไรหุ้น #SCC #PTTEP #DELTA #HMPRO #TLI #อินดิเคเตอร์ #กราฟเทคนิค #SET #Aspenmobile https://t.co/rCIaPR2AxK

เปิดโผหุ้นรับอานิสงส์บวก-ลบ จากเหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้
อ่านต่อ https://t.co/0I3CEEIwlI
#Global #หุ้น #หุ้นไทย #SCC #HMPRO #DOHOME #TOA #น้ำท่วมภาคใต้ #WealthyThai

HMPRO รุกหนักฝ่าพายุศก. ดัน “ช่างโฮมโปร” หนุนรายได้บริการโต
อ่านเพิ่มเติม คลิก https://t.co/l7pLTviiI1
#thunhoon #หุ้น #HMPRO #ช่างโฮมโปร

"นิติ โอสถานุเคราะห์"
เพิ่มการถือหุ้น HMPRO สูงสุด 6 ปี
ล่าสุดรับปันผลครึ่งปีแรก 110 ล้านบาท
อ่านต่อ.. https://t.co/RfINKcpnSg
#Share2trade #HMPRO #หุ้น #นิติโอสถานุเคราะห์ #การลงทุน #OSP

SET แกว่งไซด์เวย์ ทีมนายกฯ พบ FETCO จับตามาตรการกระตุ้นตลาดทุน
#SET
#หุ้นไทย
#กลยุทธ์การลงทุน
#SelectiveBuy
#HMPRO
#WHA
#smartinvestment
#โพสต์ทูเดย์
https://t.co/vH7xSI44dM
เปิดลิสต์ร้อน! 25 หุ้นเดินหน้าซื้อหุ้นคืน จับตา "PTT" ใกล้ปิดดีล
.
อ่านข่าวเพิ่มเติมที่ : https://t.co/XcCH1o3Q0r
.
#หุ้น
#ซื้อหุ้นคืน
#ปตท.ซื้อหุ้นคืน
#PTT
#TreasuryStock
#STECON
#kiss
#โรจูคิส
#VIH
#HMPRO
#โพสต์ทูเดย์
#หุ้นไทย
#ตลาดหุ้น
#ตลาดหลักทรัพย์
#BreakingNews

SET แกว่งไซด์เวย์/พักฐาน รอติดตามนโยบายเศรษฐกิจรัฐบาลอนุทิน
#SET
#หุ้นไทย
#กลยุทธ์การลงทุน
#SelectiveBuy
#DIF
#HMPRO
#smartinvestment
#โพสต์ทูเดย์
https://t.co/gbtVe8U4v3
SET ลุ้นรีบาวด์ จับตาตัวเลข PCE สหรัฐฯ-คดีการเมืองพรุ่งนี้
#SET
#หุ้นไทย
#กลยุทธ์การลงทุน
#SelectiveBuy
#HMPRO
#GULF
#smartinvestment
#โพสต์ทูเดย์
https://t.co/duWUqxrs3w
บอร์ด HMPRO ไฟเขียวปันผล 0.16 บาท ขึ้น XD 10 ก.ย.
อ่านรายละเอียด คลิก https://t.co/Nw8frVEd3c
#HMPRO #ปันผล #Thunhoon #ทันหุ้น #ทันหุ้นออนไลน์

SSET-4จุด ทรูเริ่มใช้ AI วินัยหุ้น TTB THAI HMPRO RS TRUE วันที่ 8 สิงหาคม 2568 #หุ้น #หุ้นไทย #นักลงทุน #SET #เก็งกำไรหุ้น #แนวโน้ม #วินัยหุ้น #TTB #THAI #HMPRO #RS #TRUE #ราคา #อินดิเคเตอร์ #กราฟเทคนิค #หุ้นเด็ด #Aspenmobile https://t.co/Y9kgVlVtfW

3 หุ้นโดนโบรกฯสั่งขาย
หลังแจ้งงบไตรมาส 2 ทรุด
อ่านต่อ... https://t.co/vExAElz1tY
#WealthSharing #GLOBAL #HMPRO #SCGP #ข่าวหุ้น #ข่าววันนี้ #ลงทุน #หุ้นไทยวันนี้

หุ้น #HMPRO ลบ 1.39% เผยกำไรไตรมาส 2/68 ลดลง หลังกำลังซื้ออ่อนแอ
ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยภาคเช้า ณ วันที่ 29 ก.ค.2568 เวลา 11.10 น. หุ้น HMPRO ร่วง 1.39% ลดลง 0.10 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 7.10 บาท ประกาศผลงานไตรมาส 2/68 และครึ่งปีแรก 2568 กำไรหดหาย หลังกำลังซื้ออ่อนแอ
นางสาว วรรณี จันทามงคล รองกรรมการผู้จัดการกลุ่มธุรกิจการเงินและการลงทุน บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO เผยว่า บริษัทฯ มีผลกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 2 ปี 2568 เท่ากับ 1,398.55 ล้านบาท ลดลง 223.15 ล้านบาท หรือ 13.76% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้รวม จำนวน 17,456.81 ล้านบาท ลดลง 1,078.44 ล้านบาท หรือ 5.82% ซึ่งประกอบไปด้วย 1.1. รายได้จากสัญญาที่ทำกับลูกค้า ซึ่งประกอบไปด้วยรายได้จากการขายสินค้า และรายได้จากการให้บริการลูกค้า (Home Service) รวมจำนวน 16,391.51 ล้านบาท ลดลง 1,006.67 ล้านบาท หรือ 5.79% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยการปรับตัวลดลงของรายได้เป็นผลมาจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจ รวมถึงฤดูร้อนที่สั้นกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้ยอดขายกลุ่มสินค้าทำความเย็นมีการปรับตัวลดลง
ขณะที่รายได้ค่าเช่า จำนวน 475.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.02 ล้านบาท หรือ 3.72% จากปีก่อน เป็นผลมาจากการจัดเก็บรายได้ค่าเช่าพื้นที่เช่าในสาขาของโฮมโปรและศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจได้มากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยว เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้รายได้อื่น จำนวน 590.28 ล้านบาท ลดลง 88.79 ล้านบาท หรือ 13.07% โดยเป็นผลมาจากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับคู่ค้าที่ลดลงทั้งในช่องทางสาขาและช่องทางออนไลน์รวมถึงเงินสนับสนุนทางการค้าที่ลดลงตามยอดขาย เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
ส่วนกำไรขั้นต้นจากการขายสินค้าและการให้บริการลูกค้า (Home Service) รวมจำนวน 4,231.53 ล้านบาท ลดลง 338.07 ล้านบาท หรือ 7.40% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยอัตรากำไรขั้นต้นต่อยอดขาย ลดลงจาก 26.26% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 25.82% เป็นผลมาจากการได้รับส่วนลดทางการค้าตามปริมาณการสั่งซื้อสินค้าลดลงซึ่งเป็นไปตามยอดขายรวมที่ปรับตัวลดลง และต้นทุนค่าเช่า จำนวน 204.42 ล้านบาท ลดลง 1.22 ล้านบาท หรือ 0.59% โดยมาจากต้นทุนค่าสาธารณูปโภคจากพื้นที่เช่าที่ลดลง ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร จำนวน 3,192.04 ล้านบาท ลดลง 147.62 ล้านบาท หรือ 4.42% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ทั้งนี้ อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อยอดขายอยู่ที่ 19.47% ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ระดับ 19.20% เป็นผลมาจากอัตราส่วนที่เป็นเปอร์เซ็นต่อยอดขายในส่วนของค่าใช้จ่ายคงที่สูงขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับยอดขายที่ปรับตัวลดลง ถึงแม้ว่าจะมีการควบคุมค่าใช้จ่ายบางส่วน โดยค่าใช้จ่ายหลักที่ลดลงประกอบด้วยค่าใช้จ่ายทางการตลาด ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน ค่าสาธารณูปโภค และค่าซ่อมแซม ขณะที่ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ ค่าเสื่อมราคา และค่าใช้จ่ายพนักงานภายนอก (Outsource) และรายได้ทางการเงิน จำนวน 22.72 ล้านบาท ลดลง0.08 ล้านบาท หรือ 0.37% จากรายได้ดอกเบี้ยรับที่ลดลง
บริษัทฯ มีผลกำไรสุทธิสำหรับครึ่งปีแรก เท่ากับ 3,105.93 ล้านบาท ลดลง 228.61 ล้านบาท หรือ 6.86% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากรายได้รวมจำนวน 36,111.28 ล้านบาท ลดลง 1,211.55 ล้านบาท หรือ 3.25% ซึ่งประกอบไปด้วย รายได้จากสัญญาที่ทำกับลูกค้า ซึ่งประกอบไปด้วยรายได้จากการขายสินค้าและรายได้จากการให้บริการลูกค้า รวมจำนวน 33,938.95 ล้านบาท ลดลง 1,123.07 ล้านบาท หรือ 3.20% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยการปรับตัวลดลงดังกล่าวเป็นผลมาจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนแอตามสภาวะเศรษฐกิจ รวมถึงการกำหนดวงเงินที่ลดลงของมาตรการ Easy E-Receipt 2568 ซึ่งสามารถหย่อนภาษีสูงสุด 30,000 บาท สำหรับร้านค้าทั่วไป เทียบกับ 50,000 บาทในปีที่แล้ว ทำให้มูลค่าการซื้อเฉลี่ยต่อบิลลดลงนอกจากนี้ยังมีผลกระทบจากฤดูร้อนที่มีระยะเวลาค่อนข้างสั้นกว่าปกติเนื่องด้วยฝนที่ตกเร็ว ส่งผลให้ยอดขายสินค้าเครื่องทำความเย็นลดลงในไตรมาส 2/68
ส่วนรายได้ค่าเช่า จำนวน 946.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.48 ล้านบาท หรือ 4.12% จากปีก่อน เป็นผลมาจากการจัดเก็บรายได้ค่าเช่าพื้นที่เช่าในสาขาของโฮมโปรและศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจได้มากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยว เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และรายได้อื่น จำนวน 1,226.02 ล้านบาท ลดลง 125.96 ล้านบาท หรือ 9.32% โดยเป็นผลมาจากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับคู่ค้าที่ลดลงทั้งในช่องทางสาขาและช่องทางออนไลน์รวมถึงเงินสนับสนุนทางการค้าที่ลดลงตามยอดขาย เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
ขณะที่กำไรขั้นต้นจากการขายสินค้าและการให้บริการลูกค้า (Home Service) รวมจำนวน 8,826.22 ล้านบาท ลดลง 378.70 ล้านบาท หรือ 4.11% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยอัตรากำไรขั้นต้นต่อยอดขาย ลดลงจาก 26.25% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 26.01% เป็นผลมาจากการได้รับส่วนลดทางการค้าตามปริมาณการสั่งซื้อสินค้าลดลง ซึ่งเป็นไปตามยอดขายรวมที่ปรับตัวลดลง
โดยในไตรมาสที่ 2/68 สถานการณ์เศรษฐกิจยังคงเผชิญกับความเปราะบางทั้งในระดับโลกและภายในประเทศ โดยเศรษฐกิจโลกได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างประเทศทางภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้า โดยเฉพาะมาตรการภาษีตอบโต้จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งสร้างแรงกดดันให้ภาคการส่งออกทั่วโลกมีแนวโน้มหดตัว และอาจนำไปสู่การชะลอการลงทุนในภาคธุรกิจ
สำหรับประเทศไทย การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มชะลอตัวลง เนื่องจากภาคครัวเรือนอยู่ระหว่างการปรับลดภาระหนี้ที่สูงขึ้นในช่วงก่อนหน้านี้ ส่งผลให้มีการระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น นอกจากนี้ แนวโน้มการชะลอตัวของภาคการท่องเที่ยวประกอบกับสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมือง ทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนและผู้บริโภคลดลง ส่งผลกระทบต่อความเปราะบางด้านการจ้างงาน รายได้และกำลังซื้อของประชาชน
ทั้งนี้ ในไตรมาสที่ 2 ของปี โดยปกติแล้วเป็นช่วงฤดูร้อนของประเทศไทย ซึ่งมักหนุนให้ยอดขายสินค้ากลุ่มเครื่องทพความเย็น อาทิเครื่องปรับอากาศและพัดลม เติบโตอย่างมีนัยสพคัญ อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ประเทศไทยเผชิญกับสถานการณ์สภาพอากาศที่แตกต่างออกไป โดยมีปริมาณฝนตกเร็วกว่าปกติตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมีนาคมและต่อเนื่องตลอดไตรมาส ส่งผลให้อุณหภูมิเฉลี่ยโดยรวมต่ำกว่าปีก่อน ด้วยปัจจัยข้างต้น ความต้องการใช้สินค้าในหมวดเครื่องทำความเย็นจึงปรับตัวลดลง สะท้อนผ่านยอดขายในกลุ่มสินค้านี้ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และเป็นผลโดยรวมให้ยอดขายในช่วงไตรมาส 2 มีการปรับตัวลดลง
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้ตระหนักถึงความท้าทายจากสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันรวมถึงปัจจัยตามฤดูกาล และได้ปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวอย่างเหมาะสม โดยเน้นการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการบริหารจัดการทรัพยากรภายในองค์กร อาทิการใช้พื้นที่ขายอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยการเปิดสาขาในรูปแบบไฮบริดสโตร์ (Hybrid Store)ซึ่งสามารถลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานบางส่วน และเพิ่มโอกาสในการจำหน่ายสินค้า ควบคู่ไปกับการพัฒนาและเสริมความแข็งแกร่งของช่องทางการจำหน่ายสินค้าและบริการ ทั้งหน้าร้านและออนไลน์เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุมมาก
#กรุงเทพธุรกิจ #InsightforOpportunities #กรุงเทพธุรกิจWealth #กรุงเทพธุรกิจFinance #กรุงเทพธุรกิจStock

Trends for you
Most Popular Users

Elon Musk 
@elonmusk
240.4M followers

Barack Obama 
@barackobama
119.3M followers

Donald J. Trump 
@realdonaldtrump
111.7M followers

Cristiano Ronaldo 
@cristiano
110M followers

Narendra Modi 
@narendramodi
107M followers

Rihanna 
@rihanna
97.5M followers

NASA 
@nasa
92.1M followers

Justin Bieber 
@justinbieber
90.8M followers

KATY PERRY 
@katyperry
87.3M followers

Taylor Swift 
@taylorswift13
81.2M followers

Lady Gaga 
@ladygaga
72.7M followers

Kim Kardashian 
@kimkardashian
69.6M followers

Virat Kohli 
@imvkohli
69.4M followers

YouTube 
@youtube
68.6M followers

Bill Gates 
@billgates
63.7M followers

The Ellen Show
@theellenshow
62.5M followers

Neymar Jr 
@neymarjr
62.1M followers

CNN 
@cnn
61.9M followers

X 
@x
60.9M followers

Selena Gomez 
@selenagomez
60.4M followers












