Top Tweets for #stopeec
หายนะระบบนิเวศ : มลพิษน้ำ-ดิน สู่ “อาหารของคนไทย”#StopEEC
ทุกคนคงเห็นข่าวที่บอยเขียนไปวันนี้แล้วนะครับ "บุกตรวจโกดังสัญชาติจีน-ไทย นิคมพัฒนา พบกากขยะอิเล็กทรอนิกส์ซุกกว่า 300 ตัน สู่ปลายทางคลองกิ่ว อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี"
จริงๆเรื่องนี้เกิดขึ้นมานานมากแล้วก่อนหน้านี้ (เริ่มก่อตัวในยุคพลเอกประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี และยิงยา���มาถึงปัจจุบัน) แต่ไม่เป็นกระแสที่คนสนใจนัก บอยขอรวบรวมข้อมูลให้คุณเห็นอันตรายที่เกิดขึ้นในภาคตะวันออก เขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC กำลังพาคนไทยทั้งประเทศไปสู่หายนะทางสิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศครับ
วิกฤตขยะพิษภาคตะวันออก: เมื่อป่าสงวนกลายเป็น บ่อทิ้งสารเคมีเถื่อน
ปัญหาการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมและขยะพิษในภาคตะวันออกของไทยยังคงเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่ส��่างซา จากรายงานข่าวเชิงลึกของ TODAY News และการลงพื้นที่สำรวจของสื่อ Prachatai สะท้อนให้เห็นถึงภัยเงียบที่กำลังคุกคามทั้งสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในพื้นที่อย่างหนัก
1. เจาะลึกขบวนการและพฤติการณ์ลักลอบทิ้งขยะพิษ [TODAY News]
จากรายงานข่าวของ TODAY News ได้ระบุถึงรูปแบบและวิธีการของกลุ่มขบวนการที่ทำอย่าง "เป็นระบบ" ไม่ใช่การทิ้งขยะทั่วไป:
- สถิติภาคตะวันออกครองแชมป์: ข้อมูลจาก มูลนิธิบูรณะนิเวศ (รวบรวมช่วงปี 2560–2567) พบการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมและปล่อยน้ำเสียทั่วประเทศอย่างเป็นทางการรวม 382 ครั้ง โดยภาคตะวันออกเกิดเหตุสูงที่สุดถึง 147 ครั้ง กระจายตัวหนาแน่นใน ระยอง, ชลบุรี, ฉะเชิงเทรา, ปราจีนบุรี และลามมาถึงสระแก้ว
- พฤติการณ์ "อำพรางรูปแบบใหม่" (ขี้ไก่ผสมขยะพิษ): มีการนำเศษกากอุตสาหกรรมและขยะอิเล็กทรอนิกส์ (เช่น เศษสายไฟบดละเอียด) มา ผสมกับมูลไก่ (ขี้ไก่) แล้วแจกจ่ายให้��าวบ้านนำไปใส่พืชผลทางการเกษตรฟรี ทำให้ชาวบ้านหลงเชื่อว่าเป็นปุ๋ยโดยไม่รู้ว่าตนเองกำลังนำสารเคมีพิษไปโรยลงในพื้นที่เกษตรกรรม
- จุดลักลอบทิ้งสำคัญในสระแก้ว-ปราจีนบุรี: อบต.ห้วยโจด อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว: ตรวจพบกากเคมี เศษสายไฟบดย่อย กระป๋องสี และขยะอิเล็กทรอนิกส์ลักลอบทิ้งถึง 4 จุด
- การตรวจยึดรถพ่วง: ตำรวจยึดรถบรรทุกพ่วงขณะแอบเทขยะ พบผงขี้เถ้าสีดำ/เทจากการหลอมซาก ถุงบิ๊กแบ็ก และเศษเปลือกสายไฟ
- ความเชื่อมโยงกับเขตเศรษฐกิจพิเศษ (EEC): คุณเพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ และภาคประชาชน ตั้งข้อสังเกตว่า พื้นที่อย่างปราจีนบุรีและสระแก้วกำลังถูกดันให้เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งขบวนการทุนสีเทาอาจฉวยโอกาสจากช่องโหว่ทางกฎหมายและการอำนวยความสะดวกของเจ้าหน้าที่รัฐบางกลุ่มในการแอบทิ้งขยะกากอุตสาหกรรม
2. ผลกระทบท��งสิ่งแวดล้อม: "ตายไป 3 ชาติก็ฟื้นฟูไม่ได้" [TODAY News]
ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ที่น่าตกใจจาก ดร.มนัสวี เฮงสุวรรณ (นักธรณีวิทยาชำนาญการพิเศษ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล)
- ชัยชนะบนกระดาษของชาวบ้าน: แม้ชาวบ้านจะฟ้องร้องชนะคดีอุตสาหกรรมในชั้นศาล และศาลสั่งให้โรงงานฟื้นฟูพื้นที่ แต่ในความเป็นจริง "ไม่เคยมีใครชนะ" เพราะสิ่งแวดล้อมถูกทำลายไปแล้ว
- มลพิษในน้ำบาดาลใช้เวลานานน��บร้อยปี: การฟื้นฟูชั้นน้ำใต้ดินที่ปนเปื้อนสารเคมี "ตายไป 3 ชาติก็ไม่รู้ว่าจะฟื้นฟูเสร็จหรือเปล่า" เนื่องจากสารเคมีไม่ได้ล้างออกง่ายเหมือนการล้างจาน แต่จะเข้าไปแทรกและถูกดูดซับอยู่ตามช่องว่างของเม็ดดิน เม็ดตะกอน และชั้นดินเหนียว ซึ่งจะค่อยๆ ละลายออกมาปนเปื้อนน้ำบาดาลอย่างยาวนาน
3. เจาะลึกพื้นที่จริง: บ่อลักลอบทิ้งขยะ 5 ไร่ใน���ขตป่าสงวน ปราจีนบุรี [Prachatai]
จากการลงสำรวจพื้นที่จริงของทีมข่าวสำนักข่าวประชาไท ได้เปิดเผยสภาพความเสียหายในบ่อลูกรังเก่าขนาดใหญ่เนื้อที่กว่า 5 ไร่ ในจังหวัดปราจีนบุรี
- ขยะพิษสะสมลึกกว่า 10–12 เมตร: บ่อแห่งนี้ถูกใช้เป็นสถานที่ลักลอบนำขยะมาทิ้งนานหลายปี ขยะที่กองทับถมกันมีความลึกเท่ากับแม็คโครต่อกันสองช่วงแขน (ประมาณ 10–12 เมตร)
- แหล่งรวมขยะอันตรายทุกรูปแบบ: สิ่���ที่พบในพื้นที่ประกอบด้วยกากสารเคมีอุตสาหกรรม คราบสีเคมี บรรจุภัณฑ์สารเคมีจากโรงงาน ตลอดจนขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษวัสดุที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มทุนจีนเทา
- มลพิษทางอากาศและการเผาขยะ: ขยะในพื้นที่ถูกเผาซ้ำแล้วซ้ำเล่าส่งกลิ่นเหม็นรุนแรง เกิดเหตุไฟไหม้กองขยะข้ามวันข้ามคืน จนต้องมีการอพยพกลุ่มผู้ป่วยติดเตียงและกลุ่มเปราะบางในรัศมี 5 กิโลเมตร (เช่น บ้านหนองสอ���ตอน) เพื่อความปลอดภัย
- วิกฤตน้ำเสียเดือดและซึมลงใต้ดิน: น้ำในบ่อมีสภาพเน่าเสียและปนเปื้อนสารเคมีอย่างหนักจนเห็นเป็นฟองเดือดปุดๆ สะท้อนถึงปฏิกิริยาเคมีที่เป็นอันตราย
- ปัญหากฎหมายเกี่ยงความรับผิดชอบ: เนื่องจากบ่อดังกล่าวตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ทำให้เกิดสภาวะเกี่ยงความรับผิดชอบ ไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาฟื้นฟูหรือล้อมรั้วป้องกันอย่างจริงจัง เมื่อปล่อยท���้งร้าง กลุ่มผู้ลักลอบก็นำขยะล็อตใหม่มาทิ้งซ้ำเรื่อยๆ กลายเป็นวงจรที่ไม่จบสิ้น
ปัญหาขยะพิษภาคตะวันออกสะท้อนถึง วิกฤตเชิงโครงสร้าง ที่กลุ่มทุนสีเทาฉวยโอกาสจากความหลวมของกฎหมาย ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐเปิดทาง นำขยะอันตรายมาทิ้งในพื้นที่สาธารณะและป่าสงวน ส่งผลให้เกิดการปนเปื้อนในชั้นน้ำใต้ดินและชั้นดิน ซึ่งไม่สามารถฟื้นฟูให้กลับคืนมาได้ในระยะเวลาอ��นสั้น พื้นที่ทรัพยากรธรรมชาติและชุมชนรอบข้างจะต้องแบกรับภาระสารเคมีตกค้างยาวนานไปอีกหลายทศวรรษ
#ตุ๊ดส์review
======
FACEBOOK POST :
https://t.co/omO7LBluHh
======
ฝากช่องทางต่างๆของบอย ตุ๊ดส์review :
https://t.co/04tJb8zcas
https://t.co/C7HFAS0Gby
https://t.co/qfcSflewGd
https://t.co/VTDOnL69tr
https://t.co/ic0gyGSKnI
https://t.co/Nj7VfQMcT4
https://t.co/vJ6PcERUHa
![tootsyreview's tweet photo. หายนะระบบนิเวศ : มลพิษน้ำ-ดิน สู่ “อาหารของคนไทย”#StopEEC
ทุกคนคงเห็นข่าวที่บอยเขียนไปวันนี้แล้วนะครับ "บุกตรวจโกดังสัญชาติจีน-ไทย นิคมพัฒนา พบกากขยะอิเล็กทรอนิกส์ซุกกว่า 300 ตัน สู่ปลายทางคลองกิ่ว อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี"
จริงๆเรื่องนี้เกิดขึ้นมานานมากแล้วก่อนหน้านี้ (เริ่มก่อตัวในยุคพลเอกประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี และยิงยา���มาถึงปัจจุบัน) แต่ไม่เป็นกระแสที่คนสนใจนัก บอยขอรวบรวมข้อมูลให้คุณเห็นอันตรายที่เกิดขึ้นในภาคตะวันออก เขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC กำลังพาคนไทยทั้งประเทศไปสู่หายนะทางสิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศครับ
วิกฤตขยะพิษภาคตะวันออก: เมื่อป่าสงวนกลายเป็น บ่อทิ้งสารเคมีเถื่อน
ปัญหาการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมและขยะพิษในภาคตะวันออกของไทยยังคงเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่ส��่างซา จากรายงานข่าวเชิงลึกของ TODAY News และการลงพื้นที่สำรวจของสื่อ Prachatai สะท้อนให้เห็นถึงภัยเงียบที่กำลังคุกคามทั้งสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในพื้นที่อย่างหนัก
1. เจาะลึกขบวนการและพฤติการณ์ลักลอบทิ้งขยะพิษ [TODAY News]
จากรายงานข่าวของ TODAY News ได้ระบุถึงรูปแบบและวิธีการของกลุ่มขบวนการที่ทำอย่าง "เป็นระบบ" ไม่ใช่การทิ้งขยะทั่วไป:
- สถิติภาคตะวันออกครองแชมป์: ข้อมูลจาก มูลนิธิบูรณะนิเวศ (รวบรวมช่วงปี 2560–2567) พบการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมและปล่อยน้ำเสียทั่วประเทศอย่างเป็นทางการรวม 382 ครั้ง โดยภาคตะวันออกเกิดเหตุสูงที่สุดถึง 147 ครั้ง กระจายตัวหนาแน่นใน ระยอง, ชลบุรี, ฉะเชิงเทรา, ปราจีนบุรี และลามมาถึงสระแก้ว
- พฤติการณ์ "อำพรางรูปแบบใหม่" (ขี้ไก่ผสมขยะพิษ): มีการนำเศษกากอุตสาหกรรมและขยะอิเล็กทรอนิกส์ (เช่น เศษสายไฟบดละเอียด) มา ผสมกับมูลไก่ (ขี้ไก่) แล้วแจกจ่ายให้��าวบ้านนำไปใส่พืชผลทางการเกษตรฟรี ทำให้ชาวบ้านหลงเชื่อว่าเป็นปุ๋ยโดยไม่รู้ว่าตนเองกำลังนำสารเคมีพิษไปโรยลงในพื้นที่เกษตรกรรม
- จุดลักลอบทิ้งสำคัญในสระแก้ว-ปราจีนบุรี: อบต.ห้วยโจด อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว: ตรวจพบกากเคมี เศษสายไฟบดย่อย กระป๋องสี และขยะอิเล็กทรอนิกส์ลักลอบทิ้งถึง 4 จุด
- การตรวจยึดรถพ่วง: ตำรวจยึดรถบรรทุกพ่วงขณะแอบเทขยะ พบผงขี้เถ้าสีดำ/เทจากการหลอมซาก ถุงบิ๊กแบ็ก และเศษเปลือกสายไฟ
- ความเชื่อมโยงกับเขตเศรษฐกิจพิเศษ (EEC): คุณเพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ และภาคประชาชน ตั้งข้อสังเกตว่า พื้นที่อย่างปราจีนบุรีและสระแก้วกำลังถูกดันให้เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งขบวนการทุนสีเทาอาจฉวยโอกาสจากช่องโหว่ทางกฎหมายและการอำนวยความสะดวกของเจ้าหน้าที่รัฐบางกลุ่มในการแอบทิ้งขยะกากอุตสาหกรรม
2. ผลกระทบท��งสิ่งแวดล้อม: "ตายไป 3 ชาติก็ฟื้นฟูไม่ได้" [TODAY News]
ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ที่น่าตกใจจาก ดร.มนัสวี เฮงสุวรรณ (นักธรณีวิทยาชำนาญการพิเศษ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล)
- ชัยชนะบนกระดาษของชาวบ้าน: แม้ชาวบ้านจะฟ้องร้องชนะคดีอุตสาหกรรมในชั้นศาล และศาลสั่งให้โรงงานฟื้นฟูพื้นที่ แต่ในความเป็นจริง "ไม่เคยมีใครชนะ" เพราะสิ่งแวดล้อมถูกทำลายไปแล้ว
- มลพิษในน้ำบาดาลใช้เวลานานน��บร้อยปี: การฟื้นฟูชั้นน้ำใต้ดินที่ปนเปื้อนสารเคมี "ตายไป 3 ชาติก็ไม่รู้ว่าจะฟื้นฟูเสร็จหรือเปล่า" เนื่องจากสารเคมีไม่ได้ล้างออกง่ายเหมือนการล้างจาน แต่จะเข้าไปแทรกและถูกดูดซับอยู่ตามช่องว่างของเม็ดดิน เม็ดตะกอน และชั้นดินเหนียว ซึ่งจะค่อยๆ ละลายออกมาปนเปื้อนน้ำบาดาลอย่างยาวนาน
3. เจาะลึกพื้นที่จริง: บ่อลักลอบทิ้งขยะ 5 ไร่ใน���ขตป่าสงวน ปราจีนบุรี [Prachatai]
จากการลงสำรวจพื้นที่จริงของทีมข่าวสำนักข่าวประชาไท ได้เปิดเผยสภาพความเสียหายในบ่อลูกรังเก่าขนาดใหญ่เนื้อที่กว่า 5 ไร่ ในจังหวัดปราจีนบุรี
- ขยะพิษสะสมลึกกว่า 10–12 เมตร: บ่อแห่งนี้ถูกใช้เป็นสถานที่ลักลอบนำขยะมาทิ้งนานหลายปี ขยะที่กองทับถมกันมีความลึกเท่ากับแม็คโครต่อกันสองช่วงแขน (ประมาณ 10–12 เมตร)
- แหล่งรวมขยะอันตรายทุกรูปแบบ: สิ่���ที่พบในพื้นที่ประกอบด้วยกากสารเคมีอุตสาหกรรม คราบสีเคมี บรรจุภัณฑ์สารเคมีจากโรงงาน ตลอดจนขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษวัสดุที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มทุนจีนเทา
- มลพิษทางอากาศและการเผาขยะ: ขยะในพื้นที่ถูกเผาซ้ำแล้วซ้ำเล่าส่งกลิ่นเหม็นรุนแรง เกิดเหตุไฟไหม้กองขยะข้ามวันข้ามคืน จนต้องมีการอพยพกลุ่มผู้ป่วยติดเตียงและกลุ่มเปราะบางในรัศมี 5 กิโลเมตร (เช่น บ้านหนองสอ���ตอน) เพื่อความปลอดภัย
- วิกฤตน้ำเสียเดือดและซึมลงใต้ดิน: น้ำในบ่อมีสภาพเน่าเสียและปนเปื้อนสารเคมีอย่างหนักจนเห็นเป็นฟองเดือดปุดๆ สะท้อนถึงปฏิกิริยาเคมีที่เป็นอันตราย
- ปัญหากฎหมายเกี่ยงความรับผิดชอบ: เนื่องจากบ่อดังกล่าวตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ทำให้เกิดสภาวะเกี่ยงความรับผิดชอบ ไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาฟื้นฟูหรือล้อมรั้วป้องกันอย่างจริงจัง เมื่อปล่อยท���้งร้าง กลุ่มผู้ลักลอบก็นำขยะล็อตใหม่มาทิ้งซ้ำเรื่อยๆ กลายเป็นวงจรที่ไม่จบสิ้น
ปัญหาขยะพิษภาคตะวันออกสะท้อนถึง วิกฤตเชิงโครงสร้าง ที่กลุ่มทุนสีเทาฉวยโอกาสจากความหลวมของกฎหมาย ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐเปิดทาง นำขยะอันตรายมาทิ้งในพื้นที่สาธารณะและป่าสงวน ส่งผลให้เกิดการปนเปื้อนในชั้นน้ำใต้ดินและชั้นดิน ซึ่งไม่สามารถฟื้นฟูให้กลับคืนมาได้ในระยะเวลาอ��นสั้น พื้นที่ทรัพยากรธรรมชาติและชุมชนรอบข้างจะต้องแบกรับภาระสารเคมีตกค้างยาวนานไปอีกหลายทศวรรษ
#ตุ๊ดส์review
======
FACEBOOK POST :
https://t.co/omO7LBluHh
======
ฝากช่องทางต่างๆของบอย ตุ๊ดส์review :
https://t.co/04tJb8zcas
https://t.co/C7HFAS0Gby
https://t.co/qfcSflewGd
https://t.co/VTDOnL69tr
https://t.co/ic0gyGSKnI
https://t.co/Nj7VfQMcT4
https://t.co/vJ6PcERUHa](https://pbs.twimg.com/media/HUgqL3XbIAAM_5X.jpg)
บุกตรวจโกดังสัญชาติจีน-ไทย นิคมพัฒนา พบกากขยะอิเล็กทรอนิกส์ซุกนับร้อยตัน ก่อนสะกดรอยตามยึดอีก 300 ตัน สู่ปลายทางคลองกิ่ว อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี #StopEEC
เจ้าหน้าที่หลายฝ่ายพร้อมคณะทำงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบโกดังต้องสงสัยในพื้นที่นิคมพัฒนา จ.ระยอง หลังได้รับแจ้งข้อมูลและร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับปัญหาฝุ่นผงและวัสดุต้องสงสัยว่าเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ นำไปสู่การขยายผลรวบตัวผู้เกี่ยวข้องและยึดของกลางกากขยะอุตสาหกรรมเพิ่มอีกกว่า 300 ตัน ในพื้นที่ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี
<3 จุดเริ่มต้นและการเฝ้าระวัง
สืบเนื่องจากเมื่อวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2569 ได้มีการสังเกต��ห็นการตักกองฝุ่นผงออกจากตู้คอนเทนเนอร์ในพื้นที่นิคมพัฒนา ซอย 1 สาย 15 อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง ซึ่งสงสัยว่าอาจเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นอันตราย จึงได้มีการประสานข้อมูลร่วมกับภาคประชาชน เพจพยูนดำ ระยอง และสื่อมวลชน Csi. lr เพื่อลงพื้นที่รวบรวมหลักฐาน พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมเข้าตรวจสอบ���ย่างเป็นทางการในวันที่ 12 ตุลาคม 2569
อย่างไรก็ตาม ในช่วงคืนก่อนวันเข้าตรวจสอบ เจ้าหน้าที่และทีมงานได้รับแจ้งเบาะแสความเคลื่อนไหวลักลอบขนย้ายสิ่งของออกจากโกดังดังกล่าวด้วยรถบรรทุก จึงได้ทำการติดตามเส้นทางขนส่งไปยังปลายทางที่ ต.คลองกิ่ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี
<3 บุกยึดโกดังร้างชลบุรี ขยายผลจับกุมผู้เกี่ยวข้อง
ต่อมาในช่วงเช้าวันที่ 12 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 10.30 น. ว่าที่ร้อยตรีศราวุธ กรจิระเจริญ นายอำเภอบ้านบึง ร่วมกับตำรวจ สภ.คลองกิ่ว ฝ่ายปกครอง อุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี และ อบต.คลองกิ่ว ได้นำกำลังเข้าตรวจสอบโกดังร้างในพื้นที่ หมู่ 4 ต.คลองกิ่ว อ.บ้านบึง ซึ่งเป็นอาคารที่อยู่ระหว่างถูกระงับการใช้
จากการตรวจสอบพบถุงบิ๊กแบ็กบรรจุวัสดุคล้ายดินบดผสมเศษแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์และสายไฟที่ผ่านการย่อยแล้ว จำนวนประมาณ 300 ถุง น้ำหนัก���วมกว่า 300 ตัน ซุกซ่อนอยู่ภายในอาคาร พร้อมกันนี้ได้ควบคุมตัวผู้เกี่ยวข้องรวม 4 ราย ประกอบด้วย คนขับรถบรรทุก 1 ราย และแรงงานชาวเมียนมา อีก 3 ราย พร้อมยึดรถบรรทุก���ทรลเลอร์ 1 คัน และรถโฟล์คลิฟท์ 2 คัน ไว้ตรวจสอบ เบื้องต้นคนขับรถบรรทุกอ้างว่าได้รับการจ้างวานด้วยเงิน 800 บาท ให้ขนย้ายถุงบิ๊กแบ็อกจาก อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง มายังโกดังแห่งนี้โดยไม่ทราบชนิดวัสดุข้างใน
<3 การเข้าตรวจสอบของ ส.ส. พรรคประชาชน และเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่จังหวัด
ในวันเดียวกัน (12 ต.ค. 2569) คณะทำงาน สส.ปาร์ค (พรรคประชาชน) พร้อมทนายใหญ่ ชำนัญ ศิริรักษ์ และเจ้าหน้าที่จากอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง, อบต.นิคมพัฒนา, เทศบาลเมืองนิคมพัฒนา, กรมควบคุมมลพิษระยอง, อำเภอนิคมพัฒนา และภาคประชาชน ได้เข้าตรวจสอบโกดังต้องสงสัยใน อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง
ผลการตรวจค้นพบวัสดุแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์และเศษสายไฟทั้งที่ผ่านการบดย่อยแล้ว และวัสดุที่ยังไม่ได้ย่อยสะสมอยู่อีกหลายร้อยตัน ทางสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยองจึงได้สั่งอายัดวัสดุทั้งหมดไว้���ั่วคราว พร้อมประสานกรมควบคุมมลพิษเก็บตัวอย่างไปสุ่มตรวจหาสารพิษและกากอันตรายตามกฎหมาย
<3 ประเด็นสำคัญที่ต้องขยายผลเร่งด่วน
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบประเด็นความผิดปกติทางกฎหมายและข้อสงสัยที่ต้องเร่งดำเนินการรวบรวมหลักฐานเพิ่มอีก 3 ด้านหลัก ได้แก่
1. ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน: การตรวจสอบประวัติโรงงานสัญชาติจีน-ไทยแห่งนี้ พบข้อมูลใบอนุญาตประเภท 105 และ 106 ซึ่งมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการโอนใบอนุญาตจากผู้ประกอบการรายเดิม การเช่าโกดัง ตลอดจนการขยายโรงงานว่าถูกต้องตามกฎหมาย และครอบคลุมกิจกรรมที่ดำเนินการอยู่จริงหรือไม่
2. การสืบหาเส้นทางตู้คอนเทนเนอร์และพิธีการศุ��กากร: ได้มีการประสาน สส.นฤมาศ เปี่ยมบัณฑิต (สส.ต๊อกแต๊ก เขตแหลมฉบัง) เพื่อขอข้อมูลบริษัทขนส่ง เนื่องจากมีรายงานตู้คอนเทนเนอร์บรรทุกวัสดุต้องสงสัยเข้ามาในพื้นที่แล้วอย่างน้อย 5 ตู้ พร้อมจี้ให้อธิบดีกรมศุลกากรตรวจสอบเอกสารการสำแดงสินค้า เส้นทางการนำเข้า และสั่งสแกนตู้สินค้าทั้งหมดอย่างละเอียด เพื่อป้องกันการใช้ช่องว่างทางกฎหมายนำเข้าขยะพิษ
3. การตรวจสอบต้���ทางและกระบวนการคัดแยก: เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลสืบหาตัวผู้ส่งออก ผู้นำเข้า บริษัทขนส่ง และผู้รับซื้อปลายทางทั้งหมด รวมถึงตรวจสอบกรณีการนำขยะอิเล็กทรอนิกส์มาบดผสมกับดินว่าเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายสิ่งแวดล้อมร้ายแรงหรือไม่
ขณะนี้เจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัดทั้งสองพื้นที่ ได้อายัดวัสดุทั้งหมดไว้เรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างรอผลวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อผู้ประกอบการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดต่อไป
จากก่อนหน้านี้ เคยมีชาวบ้านในพื้นที่ภาคตะวันออก ได้พบพฤติการณ์ "อำพรางรูปแบบใหม่" (ขี้ไก่ผสมขยะพิษ) ด้วยการการนำเศษกากอุตสาหกรรมและขยะอิเล็กทรอนิกส์ (เช่น เศษสายไฟบดละเอียด) มา ผสมกับมูลไก่ (ขี้ไก่) แล้วแจกจ่ายให้ชาวบ้านนำไปใส่พืชผลทางการเกษตรฟรี ทำให้ชาวบ้านหลงเชื่อว่าเป็นปุ๋ยโดยไม่รู้ว่าตนเองกำลังนำสารเคมีพิษไปโรยลงในพื้นที่เกษตรกรรม ไม่แน่ใจว่าสิ่งนี้คือเรื่องเดียวกันกับงานของโกดังแห่งนี้หรือไม่ ต้องติดตามการขยายผล
#ตุ๊ดส์review
======
FACEBOOK POST :
https://t.co/SloPPfWBAb
======
ฝากช่องทางต่างๆของบอย ตุ๊ดส์review :
https://t.co/04tJb8zcas
https://t.co/C7HFAS0Gby
https://t.co/qfcSflewGd
https://t.co/VTDOnL69tr
https://t.co/ic0gyGSKnI
https://t.co/Nj7VfQMcT4
https://t.co/vJ6PcERUHa

ชาวปราจีนฯ รวมตัวเรียกร้องยุติสอบวินัย “กำนันประภาส” สะท้อนเสียงคนพื้นที่ปัญหามลพิษกระทบชีวิต
#อำเภอบ้านสร้าง #ปราจีนบุรี #น้ำท่วม #StopEEC
ลองอ่านข่าวนี้จาก ThaiPBS เลยถึงบางอ้อแบบชัดเจนว่า ทำไมนายอำเภอคนก่อนหน้านี้ ถึงอยู่ปราจีนไม่ได้?
เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 เครือข่ายรักษ์ลุ่มน้ำพระปรงและประชาชนชาวจังหวัดปราจีนบุรี ได้มารวมตัวกันเพื่อเรียกร้องให้มีการยุติการตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยต่อ นายประภาส รักศรี หรือ “กำนันประภาส” หลังจากที่กำนันประภาสได้ขึ้นเวทีปราศรัยเพื่อสะท้อนปัญหามลพิษทางสิ่งแวดล้อมและผลกระทบจากอุตสาหกรรมในพื้นที่
ที่มาของเหตุการณ์ :
สืบเนื่องจากการเคลื่อนไหวของชาวบ้านและภาคประชาชนในการแสดงความคิดเห็นคัดค้านการขยายพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และผลกระทบจากขยะอุตสาหกรรมในพื้นที่ตำบลบ่อทอง อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทางสิ่งแวดล้���มและมลพิษโดยตรง ทางด้าน “กำนันประภาส” ได้ขึ้นเวทีเพื่อเป็นตัวแทนพูดสะท้อนปัญหาความเดือดร้อนในฐานะประชาชนคนปราจีนบุรีที่ต้องการปกป้องบ้านเกิดและสิ่งแวดล้อม
อย่างไรก็ตาม การขึ้นแสดงความคิดเห็นดังกล่าวกลับนำมาซึ่งการถูกตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยจากทางราชการ โดย��ีการระบุถึงเรื่องการวางตัวเป็นกลางของเจ้าหน้าที่รัฐ
เสียงสะท้อนจากลูกบ้านและเครือข่ายประชาชน :
ชาวบ้านและลูกบ้านในพื้นที่ระบุว่า กำนันประภาสได้ทำหน้าที่ดูแลและบำบัดทุกข์บำรุงสุขของชาวบ้านมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 การขึ้นปราศรัยสะท้อนปัญหาในวันดังกล่าวไม่ได้เป็นการเอ่ยชื่อบุคคลใดให้เกิดความเสียหาย แต่เป็นการทำหน้าที่ผู้นำชุมชนที่มีความเคา��พและเข้าใจความทุกข์ร้อนของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง
ทางเครือข่ายประชาชนและชาวบ้านมากกว่า 1,000 คน จึงได้ยื่นข้อเรียกร้องสำคัญ 2 ข้อ ได้แก่:
1. ขอให้ยุติกระบวนการสอบสวนทางวินัย ต่อกำนันประภาส รักศรี
2. ขอให้รับรองและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ของประชาชนและผู้นำชุมชนในการแสดงความคิดเห็นเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของคนในท้องถิ่น
ข้อสรุปและการเคลื่อนไหว :
เครือข่ายภาคประชาชนเน้นย้ำว่า การแสดงออกดังกล่าวเป็นไปภายใต้กรอบของกฎหมายและหลักนิติรัฐ การปกป้องสิ่งแวดล้อมไม่ควรถูกมองว่าเป็นความผิดวินัย ทั้งนี้ หากยังไม่มีความชัดเจนหรือการยุติการ��อบสวนอย่างเป็นธรรม ทางกลุ่มเครือข่ายฯ พร้อมจะเดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อกระทรวงมหาดไทยเพื่อขอความเป็นธรรมต่อไป
ใคร get ก็จะ get เลย ... ทำไมก่อนหน้านี้ ตำแหน่ง "รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย" จึงสำคัญมาก? ลองทบทวนดูนะ
#ตุ๊ดส์review
======
FACEBOOK POST :
https://t.co/40riSlyblg
======
ฝากช่องทางต่างๆของบอย ตุ๊ดส์review :
https://t.co/04tJb8zcas
https://t.co/C7HFAS0Gby
https://t.co/qfcSflewGd
https://t.co/VTDOnL69tr
https://t.co/ic0gyGSKnI
https://t.co/Nj7VfQMcT4
https://t.co/vJ6PcERUHa

นอหจากเด้งนายอำเภอแล้ว ยังมีเคสสอบวินัยกำนันที่ขึ้นเวทีพูดเรื่องมลพิษ EEC ด้วย
ปราจีนฯนี้เถื่อนเหมือนกันนะ จะปกครองโดยจีนแล้วมั้ย

“ผมสงสารคน-สิ่งที่มีชีวิตใน จ. #ปราจีนบุรี มากๆเลยครับ”
#StopEEC
#ทรายสมุทร พาส่องปราจีนบุรี กองขยะสารพิษ-ซากอุตสาหกรรม ยังคงไร้การจัดการ-เอาผิดจากรัฐ
สรุปประเด็นส��คัญจากข้อความจากโพสต์ของ "ทราย สมุทร" 21 กันยายน 2026
1) การทะลักเข้าของขยะพิษต่างชาติ: หลังจากจีนห้ามนำเข้าขยะ บริษัทต่างชาติ (โดยเฉพาะทุนสีเทจากจีน) ได้ย้ายมาเปิดกิจการในไทย และแอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์/ขยะพิษจากทั่วโลกอย่างผิดกฎหมาย โดยขาดการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดเหมือนต่างประเทศ
2) การลักลอบทิ้งขยะในเขตป่าสงวน: โรงงานคัดแยกขยะ (เช่น การแกะสายไฟเอาโลหะ) ��ำเศษซากสารเคมีอันตรายและสารก่อมะเร็งไปแอบทิ้งในป่าสงวนของจังหวัดปราจีนบุรี
3) ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ: สารพิษ น้ำมันดิบ และสารก่อมะเร็งซึมลงสู่น้ำใต้ดินและ��ินในพื้นที่เกษตรกรรม ส่งผลเสียต่อระบบนิเวศ สัตว์เลี้ยง และสุขภาพของคนในชุมชน
4) ความเหลื่อมล้ำและการขาดการดูแล: ภาครัฐไม่ได้สนับสนุนอุปกรณ์ป้องกันสารเคมีอันตรายให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่ และตั้งข้อสังเกตถึงความโหดเหี้ยมของกลุ่มนักธุรกิจร่วมกับข้าราชการที่ละเลยปัญหา
5) ข้อห่วงใยต่อนโยบายรัฐ: ตั้งคำถามและแสดงความกังวลต่อแนวคิดของกระทรวงทรัพยากรฯ ที่เตรีย���ปรับปรุงกฎหมายให้ใช้พื้นที่ป่าสงวนเป็นที่บริหารจัดการขยะได้ ซึ่งอาจเป็นการเปิดช่องทางทางกฎหมายให้ปัญหาลักลอบทิ้งขยะรุนแรงขึ้น
======
ข้อมูลเพิ่มเติมจากข่าวสิ่งแวดล้อมในเขต EEC :
วิกฤตขยะพิษภาคตะวันออก: เมื่อป่าสงวนกลายเป็น บ่อทิ้งสารเคมีเถื่อน
ปัญหาการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมและขยะพิษในภาคตะวันออกของไทยยังคงเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่สร่างซา จากรา���งานข่าวเชิงลึกของ TODAY News และการลง��ื้นที่สำรวจของสื่อ Prachatai สะท้อนให้เห็นถึงภัยเงียบที่กำลังคุกคามทั้งสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในพื้นที่อย่างหนัก
1. เจาะลึกขบวนการและพฤติการณ์ลักลอบทิ้งขยะพิษ [TODAY News]
จากรายงานข่าวของ TODAY News ได้ระบุถึงรูปแบบและวิธีการของกลุ่มขบวนการที่ทำอย่าง "เป็นระบบ" ไม่ใช่การทิ้งขยะทั่วไป:
- สถิติภาคตะวันออกครองแชมป์: ข้อมูลจาก มูลนิธิบูรณะนิเวศ (รวบรวมช่วงปี 2560–2567) พบกา��ลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมและปล่อยน้ำเสียทั่วประเทศอย่างเป็นทางการรวม 382 ครั้ง โดยภาคตะวันออกเกิดเหตุสูงที่สุดถึง 147 ครั้ง กระจายตัวหนาแน่นใน ระยอง, ชลบุรี, ฉะเชิงเทรา, ปราจีนบุรี และลามมาถึงสระแก้ว
- พฤติการณ์ "อำพรางรูปแบบใหม่" (ขี้ไก่ผสมขยะพิษ): มีการนำเศษกากอุตสาหกรรมและขยะอิเล็กทรอนิกส์ (เช่น เศษสายไฟบดละเอียด) มา ผสมกับมูลไก่ (ขี้ไก่) แล้วแจกจ่ายให้ชาวบ้านนำไ��ใส่พืชผลทางการเกษตรฟรี ทำให้ชาวบ้านหลงเชื่อว���าเป็นปุ๋ยโดยไม่รู้ว่าตนเองกำลังนำสารเคมีพิษไปโรยลงในพื้นที่เกษตรกรรม
- จุดลักลอบทิ้งสำคัญในสระแก้ว-ปราจีนบุรี: อบต.ห้วยโจด อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว: ตรวจพบกากเคมี เศษสายไฟบดย่อย กระป๋องสี และขยะอิเล็กทรอนิกส์ลักลอบทิ้งถึง 4 จุด
- การตรวจยึดรถพ่วง: ตำรวจยึดรถบรรทุกพ่วงขณะแอบเทขยะ พบผงขี้เถ้าสีดำ/เทจากการหลอมซาก ถุงบิ๊กแบ็ก และเศษเปลือกสายไฟ
- ความเชื่อมโยงกับเข���เศรษฐกิจพิเศษ (EEC): คุณเพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ และภาคประชาชน ตั้งข้อสังเกตว่า พื้นที่อย่างปราจีนบุรีและสระแก้วกำลังถูกดันให้เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งขบวนการทุนสีเทาอาจฉวยโอกาสจากช่องโหว่ทางกฎหมายและการอำนวยความสะดวกของเจ้าหน้าที่รัฐบางกลุ่มในการแอบทิ้งขยะกากอุตสาหกรรม
2. ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม: "ตายไป 3 ชาติก็ฟื้นฟูไ���่ได้" [TODAY News]
ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ที่น่าตกใจจาก ดร.มนัสว�� เฮงสุวรรณ (นักธรณีวิทยาชำนาญการพิเศษ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล)
- ชัยชนะบนกระดาษของชาวบ้าน: แม้ชาวบ้านจะฟ้องร้องชนะคดีอุตสาหกรรมในชั้นศาล และศาลสั่งให้โรงงานฟื้นฟูพื้นที่ แต่ในความเป็นจริง "ไม่เคยมีใครชนะ" เพราะสิ่งแวดล้อมถูกทำลายไปแล้ว
- มลพิษในน้ำบาดาลใช้เวลานานนับร้อยปี: การฟื้นฟูชั้นน้ำใต้ดินที่ปนเปื้อนสารเคมี "ตายไป 3 ชาติก็ไม่รู้ว่าจะฟื้นฟูเสร็จหรือเปล���า" เนื่องจากสารเคมีไม่ได้ล้างออกง่ายเหมือนการล้างจาน แต่จะเข้าไปแทรกและถูกดูดซับอยู่ตามช่องว่างของเม็ดดิน เม็ดตะกอน และชั้นดินเหนียว ซึ่งจะค่อยๆ ละลายออกมาปนเปื้อนน้ำบาดาลอย่างยาวนาน
3. เจาะลึกพื้นที่จริง: บ่อลักลอบทิ้งขยะ 5 ไร่ในเขตป่าสงวน ปราจีนบุรี [Prachatai]
จากการลงสำรวจพื้นที่จริงของทีมข่าวสำนักข่าวประชาไท ได้เปิดเผยสภาพความเสียหายในบ่อลูกรังเก่าขนาด��หญ่เนื้อที่กว่า 5 ไร่ ในจังหวัดปราจีนบุรี
- ขยะพิษสะสมลึก��ว่า 10–12 เมตร: บ่อแห่งนี้ถูกใช้เป็นสถานที่ลักลอบนำขยะมาทิ้งนานหลายปี ขยะที่กองทับถมกันมีความลึกเท่ากับแม็คโครต่อกันสองช่วงแขน (ประมาณ 10–12 เมตร)
- แหล่งรวมขยะอันตรายทุกรูปแบบ: สิ่งที่พบในพื้นที่ประกอบด้วยกากสารเคมีอุตสาหกรรม คราบสีเคมี บรรจุภัณฑ์สารเคมีจากโรงงาน ตลอดจนขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษวัสดุที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มทุนจีนเทา
- มลพิษทางอากาศและการเผาขยะ: ��ยะในพื้นที่ถูกเผาซ้ำแล้วซ้ำเล่าส่งกลิ่นเหม็นรุนแรง เกิดเหตุไฟไหม้กองขยะข้ามวันข้ามคืน จนต้องมีการอพยพกลุ่มผู้ป่วยติดเตียงและกลุ่มเปราะบางในรัศมี 5 กิโลเมตร (เช่น บ้านหนองสองตอน) เพื่อความปลอดภัย
- วิกฤตน้ำเสียเดือดและซึมลงใต้ดิน: น้ำในบ่อมีสภาพเน่าเสียและปนเปื้อนสารเคมีอย่างหนักจนเห็นเป็นฟองเดือดปุดๆ สะท้อนถึงปฏิกิริยาเคมีที่เป็นอันตราย
- ปัญหากฎหมา��เกี่ยงความรับผิดชอบ: เนื่องจากบ่อดังกล่าวตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ทำให้เกิดสภาวะเกี่ยงความรับผิดชอบ ไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาฟื้นฟูหรือล้อมรั้วป้องกันอย่างจริงจัง เมื่อปล่อยทิ้งร้าง กลุ่มผู้ลักลอบก็นำขยะล็อตใหม่มาทิ้งซ้ำเรื่อยๆ กลายเป็นวงจรที่ไม่จบสิ้น
ปัญหาขยะพิษภาคตะวันออกสะท้อนถึง วิกฤตเชิงโครงสร้าง ที่กลุ่มทุนสีเทาฉวยโอกาสจากความหลวมของกฎหมาย ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐเปิดทาง นำขยะอันตรายมาทิ้งในพื้นที่สาธารณะและป่าสงวน ส่งผลให้เกิดการปนเปื้อนในชั้นน้ำใต้ดินและชั้นดิน ซึ่งไม่สามารถฟื้นฟูให้กลับคืนมาได้ในระยะเวลาอันสั้น พื้นที่ทรัพยากรธรรมชาติและชุมชนรอบข้างจะต้องแบกรับภาระสารเคมีตกค้างยาวนานไปอีกหลายทศวรรษ
#ตุ๊ดส์review
======
FACEBOOK POST :
https://t.co/TFRkOOrcka
======
ฝากช่องทางต่างๆของบอย ตุ๊ดส์review :
https://t.co/04tJb8zcas
https://t.co/C7HFAS0Gby
https://t.co/qfcSflewGd
https://t.co/VTDOnL69tr
https://t.co/ic0gyGSKnI
https://t.co/Nj7VfQMcT4
https://t.co/vJ6PcERUHa
![tootsyreview's tweet photo. “ผมสงสารคน-สิ่งที่มีชีวิตใน จ. #ปราจีนบุรี มากๆเลยครับ”
#StopEEC
#ทรายสมุทร พาส่องปราจีนบุรี กองขยะสารพิษ-ซากอุตสาหกรรม ยังคงไร้การจัดการ-เอาผิดจากรัฐ
สรุปประเด็นส��คัญจากข้อความจากโพสต์ของ "ทราย สมุทร" 21 กันยายน 2026
1) การทะลักเข้าของขยะพิษต่างชาติ: หลังจากจีนห้ามนำเข้าขยะ บริษัทต่างชาติ (โดยเฉพาะทุนสีเทจากจีน) ได้ย้ายมาเปิดกิจการในไทย และแอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์/ขยะพิษจากทั่วโลกอย่างผิดกฎหมาย โดยขาดการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดเหมือนต่างประเทศ
2) การลักลอบทิ้งขยะในเขตป่าสงวน: โรงงานคัดแยกขยะ (เช่น การแกะสายไฟเอาโลหะ) ��ำเศษซากสารเคมีอันตรายและสารก่อมะเร็งไปแอบทิ้งในป่าสงวนของจังหวัดปราจีนบุรี
3) ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ: สารพิษ น้ำมันดิบ และสารก่อมะเร็งซึมลงสู่น้ำใต้ดินและ��ินในพื้นที่เกษตรกรรม ส่งผลเสียต่อระบบนิเวศ สัตว์เลี้ยง และสุขภาพของคนในชุมชน
4) ความเหลื่อมล้ำและการขาดการดูแล: ภาครัฐไม่ได้สนับสนุนอุปกรณ์ป้องกันสารเคมีอันตรายให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่ และตั้งข้อสังเกตถึงความโหดเหี้ยมของกลุ่มนักธุรกิจร่วมกับข้าราชการที่ละเลยปัญหา
5) ข้อห่วงใยต่อนโยบายรัฐ: ตั้งคำถามและแสดงความกังวลต่อแนวคิดของกระทรวงทรัพยากรฯ ที่เตรีย���ปรับปรุงกฎหมายให้ใช้พื้นที่ป่าสงวนเป็นที่บริหารจัดการขยะได้ ซึ่งอาจเป็นการเปิดช่องทางทางกฎหมายให้ปัญหาลักลอบทิ้งขยะรุนแรงขึ้น
======
ข้อมูลเพิ่มเติมจากข่าวสิ่งแวดล้อมในเขต EEC :
วิกฤตขยะพิษภาคตะวันออก: เมื่อป่าสงวนกลายเป็น บ่อทิ้งสารเคมีเถื่อน
ปัญหาการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมและขยะพิษในภาคตะวันออกของไทยยังคงเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่สร่างซา จากรา���งานข่าวเชิงลึกของ TODAY News และการลง��ื้นที่สำรวจของสื่อ Prachatai สะท้อนให้เห็นถึงภัยเงียบที่กำลังคุกคามทั้งสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในพื้นที่อย่างหนัก
1. เจาะลึกขบวนการและพฤติการณ์ลักลอบทิ้งขยะพิษ [TODAY News]
จากรายงานข่าวของ TODAY News ได้ระบุถึงรูปแบบและวิธีการของกลุ่มขบวนการที่ทำอย่าง "เป็นระบบ" ไม่ใช่การทิ้งขยะทั่วไป:
- สถิติภาคตะวันออกครองแชมป์: ข้อมูลจาก มูลนิธิบูรณะนิเวศ (รวบรวมช่วงปี 2560–2567) พบกา��ลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมและปล่อยน้ำเสียทั่วประเทศอย่างเป็นทางการรวม 382 ครั้ง โดยภาคตะวันออกเกิดเหตุสูงที่สุดถึง 147 ครั้ง กระจายตัวหนาแน่นใน ระยอง, ชลบุรี, ฉะเชิงเทรา, ปราจีนบุรี และลามมาถึงสระแก้ว
- พฤติการณ์ "อำพรางรูปแบบใหม่" (ขี้ไก่ผสมขยะพิษ): มีการนำเศษกากอุตสาหกรรมและขยะอิเล็กทรอนิกส์ (เช่น เศษสายไฟบดละเอียด) มา ผสมกับมูลไก่ (ขี้ไก่) แล้วแจกจ่ายให้ชาวบ้านนำไ��ใส่พืชผลทางการเกษตรฟรี ทำให้ชาวบ้านหลงเชื่อว���าเป็นปุ๋ยโดยไม่รู้ว่าตนเองกำลังนำสารเคมีพิษไปโรยลงในพื้นที่เกษตรกรรม
- จุดลักลอบทิ้งสำคัญในสระแก้ว-ปราจีนบุรี: อบต.ห้วยโจด อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว: ตรวจพบกากเคมี เศษสายไฟบดย่อย กระป๋องสี และขยะอิเล็กทรอนิกส์ลักลอบทิ้งถึง 4 จุด
- การตรวจยึดรถพ่วง: ตำรวจยึดรถบรรทุกพ่วงขณะแอบเทขยะ พบผงขี้เถ้าสีดำ/เทจากการหลอมซาก ถุงบิ๊กแบ็ก และเศษเปลือกสายไฟ
- ความเชื่อมโยงกับเข���เศรษฐกิจพิเศษ (EEC): คุณเพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ และภาคประชาชน ตั้งข้อสังเกตว่า พื้นที่อย่างปราจีนบุรีและสระแก้วกำลังถูกดันให้เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งขบวนการทุนสีเทาอาจฉวยโอกาสจากช่องโหว่ทางกฎหมายและการอำนวยความสะดวกของเจ้าหน้าที่รัฐบางกลุ่มในการแอบทิ้งขยะกากอุตสาหกรรม
2. ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม: "ตายไป 3 ชาติก็ฟื้นฟูไ���่ได้" [TODAY News]
ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ที่น่าตกใจจาก ดร.มนัสว�� เฮงสุวรรณ (นักธรณีวิทยาชำนาญการพิเศษ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล)
- ชัยชนะบนกระดาษของชาวบ้าน: แม้ชาวบ้านจะฟ้องร้องชนะคดีอุตสาหกรรมในชั้นศาล และศาลสั่งให้โรงงานฟื้นฟูพื้นที่ แต่ในความเป็นจริง "ไม่เคยมีใครชนะ" เพราะสิ่งแวดล้อมถูกทำลายไปแล้ว
- มลพิษในน้ำบาดาลใช้เวลานานนับร้อยปี: การฟื้นฟูชั้นน้ำใต้ดินที่ปนเปื้อนสารเคมี "ตายไป 3 ชาติก็ไม่รู้ว่าจะฟื้นฟูเสร็จหรือเปล���า" เนื่องจากสารเคมีไม่ได้ล้างออกง่ายเหมือนการล้างจาน แต่จะเข้าไปแทรกและถูกดูดซับอยู่ตามช่องว่างของเม็ดดิน เม็ดตะกอน และชั้นดินเหนียว ซึ่งจะค่อยๆ ละลายออกมาปนเปื้อนน้ำบาดาลอย่างยาวนาน
3. เจาะลึกพื้นที่จริง: บ่อลักลอบทิ้งขยะ 5 ไร่ในเขตป่าสงวน ปราจีนบุรี [Prachatai]
จากการลงสำรวจพื้นที่จริงของทีมข่าวสำนักข่าวประชาไท ได้เปิดเผยสภาพความเสียหายในบ่อลูกรังเก่าขนาด��หญ่เนื้อที่กว่า 5 ไร่ ในจังหวัดปราจีนบุรี
- ขยะพิษสะสมลึก��ว่า 10–12 เมตร: บ่อแห่งนี้ถูกใช้เป็นสถานที่ลักลอบนำขยะมาทิ้งนานหลายปี ขยะที่กองทับถมกันมีความลึกเท่ากับแม็คโครต่อกันสองช่วงแขน (ประมาณ 10–12 เมตร)
- แหล่งรวมขยะอันตรายทุกรูปแบบ: สิ่งที่พบในพื้นที่ประกอบด้วยกากสารเคมีอุตสาหกรรม คราบสีเคมี บรรจุภัณฑ์สารเคมีจากโรงงาน ตลอดจนขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษวัสดุที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มทุนจีนเทา
- มลพิษทางอากาศและการเผาขยะ: ��ยะในพื้นที่ถูกเผาซ้ำแล้วซ้ำเล่าส่งกลิ่นเหม็นรุนแรง เกิดเหตุไฟไหม้กองขยะข้ามวันข้ามคืน จนต้องมีการอพยพกลุ่มผู้ป่วยติดเตียงและกลุ่มเปราะบางในรัศมี 5 กิโลเมตร (เช่น บ้านหนองสองตอน) เพื่อความปลอดภัย
- วิกฤตน้ำเสียเดือดและซึมลงใต้ดิน: น้ำในบ่อมีสภาพเน่าเสียและปนเปื้อนสารเคมีอย่างหนักจนเห็นเป็นฟองเดือดปุดๆ สะท้อนถึงปฏิกิริยาเคมีที่เป็นอันตราย
- ปัญหากฎหมา��เกี่ยงความรับผิดชอบ: เนื่องจากบ่อดังกล่าวตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ทำให้เกิดสภาวะเกี่ยงความรับผิดชอบ ไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาฟื้นฟูหรือล้อมรั้วป้องกันอย่างจริงจัง เมื่อปล่อยทิ้งร้าง กลุ่มผู้ลักลอบก็นำขยะล็อตใหม่มาทิ้งซ้ำเรื่อยๆ กลายเป็นวงจรที่ไม่จบสิ้น
ปัญหาขยะพิษภาคตะวันออกสะท้อนถึง วิกฤตเชิงโครงสร้าง ที่กลุ่มทุนสีเทาฉวยโอกาสจากความหลวมของกฎหมาย ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐเปิดทาง นำขยะอันตรายมาทิ้งในพื้นที่สาธารณะและป่าสงวน ส่งผลให้เกิดการปนเปื้อนในชั้นน้ำใต้ดินและชั้นดิน ซึ่งไม่สามารถฟื้นฟูให้กลับคืนมาได้ในระยะเวลาอันสั้น พื้นที่ทรัพยากรธรรมชาติและชุมชนรอบข้างจะต้องแบกรับภาระสารเคมีตกค้างยาวนานไปอีกหลายทศวรรษ
#ตุ๊ดส์review
======
FACEBOOK POST :
https://t.co/TFRkOOrcka
======
ฝากช่องทางต่างๆของบอย ตุ๊ดส์review :
https://t.co/04tJb8zcas
https://t.co/C7HFAS0Gby
https://t.co/qfcSflewGd
https://t.co/VTDOnL69tr
https://t.co/ic0gyGSKnI
https://t.co/Nj7VfQMcT4
https://t.co/vJ6PcERUHa](https://pbs.twimg.com/media/HSzOapUaEAATw29.jpg)
วิกฤตขยะพิษภาคตะวันออก: เมื่อป่าสงวนกลายเป็น บ่อทิ้งสารเคมีเถื่อน #StopEEC #บ่อขยะเถื่อน
ปัญหาการลักลอบทิ้งกา��อุตสาหกรรมและขยะพิษในภาคตะวันออกของไทยยังคงเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่สร่างซา จากรายงานข่าวเชิงลึกของ TODAY News และการลงพื้นที่สำรวจของสื่อ Prachatai สะท้อนให้เห็นถึงภัยเงียบที่กำลังคุกคามทั้งสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในพื้นที่อย่างหนัก
1. เจาะลึกขบวนการและพฤติการณ์ลักลอบทิ้งขยะพิษ [TODAY News]
จากรายงานข่าวของ TODAY News ได้ระบุถึงรูปแบบและวิธีการของกลุ่มขบวนการที่ทำอย่าง "เป็นระบบ" ไม่ใช่การทิ้งขยะทั่วไป:
- สถิติภาคตะวันออกครองแชมป์: ข้อมูลจาก มูลนิธิบูรณะนิเวศ (รวบรวมช่วงปี 2560–2567) พบการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมและปล่อยน้ำเสียทั่วประเทศอย่างเป็นทางการรวม 382 ครั้ง โดยภาคตะวันออกเกิดเหตุสูงที่สุดถึง 147 ครั้ง กระจายตัวหนาแน่นใน ระยอง, ชลบุรี, ฉะเชิงเทรา, ปราจีนบุรี และลามมาถึงสระแก้ว
- พฤติการณ์ "อำพรางรูปแบบใหม่" (ขี้ไก่ผสมขย��พิษ): มีการนำเศษกากอุตสาหกรรมและขยะอิเล็กทรอนิกส์ (เช่น เศษสายไฟบดละเอียด) มา ผสมกับมูลไก่ (ขี้ไก่) แล้วแจกจ่ายให้ชาวบ้านนำไปใส่พืชผลทางการเกษตรฟรี ทำให้ชาวบ้านหลงเชื่อว่าเป็นปุ๋ยโดยไม่รู้ว่าตนเองกำลังนำสารเคมีพิษไปโรยลงในพื้นที่เกษตรกรรม
- จุดลักลอบทิ้งสำคัญในสระแก้ว-ปราจีนบุรี: อบต.ห้วยโจด อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว: ตรวจพบกากเคมี เศษสายไฟบดย่อย กระป๋องสี และขยะอิเล็กทรอนิกส์ลักลอบทิ้งถึง 4 จุด
- การตรวจยึดรถพ่วง: ตำรวจยึดรถบรรทุกพ่วงขณะแอบเทขยะ พบผงขี้เถ้าสีดำ/เทจากการหลอมซาก ถุงบิ๊กแบ็ก และเศษเปลือกสายไฟ
- ความเชื่อมโยงกับเขตเศรษฐกิจพิเศษ (EEC): คุณเพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ และภาคประชาชน ตั้งข้อสังเกตว่า พื้นที่อย่างปราจีนบุรีและสระแก้วกำลังถูกดันให้เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งขบวนการทุนสีเทาอาจฉวยโอกาสจากช่องโหว่ทางกฎหมายและการอำนวยความสะดวกของเจ้าหน้าที่รัฐบางกลุ่มในการแอบทิ้งขยะกากอุตสาหกรรม
2. ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม: "ตายไป 3 ชาติก็ฟื้นฟูไม่ได้" [TODAY News]
ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ที่น่าตกใจจาก ดร.มนัสวี เฮงสุวรรณ (นักธรณีวิทยาชำนาญการพิเศษ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล)
- ชัยชนะบนกระดาษของชาวบ้าน: แม้ชาวบ้านจะฟ้องร้องชนะคดีอุตสาหกรรมใน���ั้นศาล และศาลสั่งให้โรงงานฟื้นฟูพื้นที่ แต่ในความเป็นจริง "ไม่เคยมีใครชนะ" เพราะสิ่งแวดล้อมถูกทำลายไปแล้ว
- มลพิษในน้ำบาดาลใช้เวลานานนับร้อยปี: การฟื้นฟูชั้นน้ำใต้ดินที่ปนเปื้อนสารเคมี "ตายไป 3 ชาติก็ไม่รู้ว่าจะฟื้นฟูเสร็จหรือเปล่า" เนื่องจากสารเคมีไม่ได้ล้างออกง่ายเหมือนการล้างจาน แต่จะเข้าไปแทรกและถูกดูดซับอยู่ตามช่องว่างของเม็ดดิน เม็ดตะกอน และชั้���ดินเหนียว ซึ่งจะค่อยๆ ละลายออกมาปนเปื้อนน้ำบาดาลอย่างยาวนาน
3. เจาะลึกพื้นที่จริง: บ่อลักลอบทิ้งขยะ 5 ไร่ในเขตป่าสงวน ปราจีนบุรี [Prachatai]
จากการลงสำรวจพื้นที่จริงของทีมข่าวสำนักข่าวประชาไท ได้เปิดเผยสภาพความเสียหายในบ่อลูกรังเก่าขนาดใหญ่เนื้อที่กว่า 5 ไร่ ในจังหวัดปราจีนบุรี
- ขยะพิษสะสมลึกกว่า 10–12 เมตร: บ่อแห่งนี้ถูกใช้เป็นสถานที่ลักลอบนำขยะมาทิ้งนานหลายปี ข���ะที่กองทับถมกันมีความลึกเท่ากับแม็คโครต่อกันสองช่วงแขน (ประมาณ 10–12 เมตร)
- แหล่งรวมขยะอันตรายทุกรูปแบบ: สิ่งที่พบในพื้นที่ประกอบด้วยกากสารเคมีอุตสาหกรรม คราบสีเคมี บรรจุภัณฑ์สารเคมีจากโรงงาน ตลอดจนขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษวัสดุที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มทุนจีนเทา
- มลพิษทางอากาศและการเผาขยะ: ขยะในพื้นที่ถูกเผาซ้ำแล้วซ้ำเล่าส่งกลิ่นเหม็นรุนแรง เกิดเหตุไฟไหม้กองขยะข้ามวันข้ามคืน จนต้องมีการอพยพกลุ่มผู้ป่วยติดเตียงและกลุ่มเปราะบางในรัศมี 5 กิโลเมตร (เช่น บ้านหนองสองตอน) เพื่อความปลอดภัย
- วิกฤตน้ำเสียเดือดและซึมลงใต้ดิน: น้ำในบ่อมีสภาพเน่าเสียและปนเปื้อนสารเคมีอย่างหนักจนเห็นเป็นฟองเดือดปุดๆ สะท้อนถึงปฏิกิริยาเคมีที่เป็นอันตราย
- ปัญหากฎหมายเกี่ยงความรับผิดชอบ: เนื่องจากบ่อดังกล่าวตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งช��ติ ทำให้เกิดสภาวะเกี่ยงความรับผิดชอบ ไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาฟื้นฟูหรือล้อมรั้วป้องกันอย่างจริงจัง เมื่อปล่อยทิ้งร้าง กลุ่มผู้ลักลอบก็นำขยะล็อตใหม่มาทิ้งซ้ำเรื่อยๆ กลายเป็นวงจรที่ไม่จบสิ้น
ปัญหาขยะพิษภาคตะวันออกสะท้อนถึง วิกฤตเชิงโครงสร้าง ที่กลุ่มทุนสีเทาฉวยโอกาสจากความหลวมของกฎหมาย ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐเปิดทาง นำขยะอันตรายมาทิ้งในพื้นที่สาธาร��ะและป่าสงวน ส่งผลให้เกิดการปนเปื้อนในชั้นน้ำใต้ดินและชั้นดิน ซึ่งไม่สามารถฟื้นฟูให้กลับคืนมาได้ในระยะเวลาอันสั้น พื้นที่ทรัพยากรธรรมชาติและชุมชนรอบข้างจะต้องแบกรับภาระสารเคมีตกค้างยาวนานไปอีกหลายทศวรรษ
#ตุ๊ดส์review
======
FACEBOOK POST :
https://t.co/Epi8hJ6M51
======
ฝากช่องทางต่างๆของบอย ตุ๊ดส์review :
https://t.co/04tJb8zcas
https://t.co/C7HFAS0Gby
https://t.co/qfcSflewGd
https://t.co/VTDOnL69tr
https://t.co/ic0gyGSKnI
https://t.co/Nj7VfQMcT4
https://t.co/vJ6PcERUHa
![tootsyreview's tweet photo. วิกฤตขยะพิษภาคตะวันออก: เมื่อป่าสงวนกลายเป็น บ่อทิ้งสารเคมีเถื่อน #StopEEC #บ่อขยะเถื่อน
ปัญหาการลักลอบทิ้งกา��อุตสาหกรรมและขยะพิษในภาคตะวันออกของไทยยังคงเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่สร่างซา จากรายงานข่าวเชิงลึกของ TODAY News และการลงพื้นที่สำรวจของสื่อ Prachatai สะท้อนให้เห็นถึงภัยเงียบที่กำลังคุกคามทั้งสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในพื้นที่อย่างหนัก
1. เจาะลึกขบวนการและพฤติการณ์ลักลอบทิ้งขยะพิษ [TODAY News]
จากรายงานข่าวของ TODAY News ได้ระบุถึงรูปแบบและวิธีการของกลุ่มขบวนการที่ทำอย่าง "เป็นระบบ" ไม่ใช่การทิ้งขยะทั่วไป:
- สถิติภาคตะวันออกครองแชมป์: ข้อมูลจาก มูลนิธิบูรณะนิเวศ (รวบรวมช่วงปี 2560–2567) พบการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมและปล่อยน้ำเสียทั่วประเทศอย่างเป็นทางการรวม 382 ครั้ง โดยภาคตะวันออกเกิดเหตุสูงที่สุดถึง 147 ครั้ง กระจายตัวหนาแน่นใน ระยอง, ชลบุรี, ฉะเชิงเทรา, ปราจีนบุรี และลามมาถึงสระแก้ว
- พฤติการณ์ "อำพรางรูปแบบใหม่" (ขี้ไก่ผสมขย��พิษ): มีการนำเศษกากอุตสาหกรรมและขยะอิเล็กทรอนิกส์ (เช่น เศษสายไฟบดละเอียด) มา ผสมกับมูลไก่ (ขี้ไก่) แล้วแจกจ่ายให้ชาวบ้านนำไปใส่พืชผลทางการเกษตรฟรี ทำให้ชาวบ้านหลงเชื่อว่าเป็นปุ๋ยโดยไม่รู้ว่าตนเองกำลังนำสารเคมีพิษไปโรยลงในพื้นที่เกษตรกรรม
- จุดลักลอบทิ้งสำคัญในสระแก้ว-ปราจีนบุรี: อบต.ห้วยโจด อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว: ตรวจพบกากเคมี เศษสายไฟบดย่อย กระป๋องสี และขยะอิเล็กทรอนิกส์ลักลอบทิ้งถึง 4 จุด
- การตรวจยึดรถพ่วง: ตำรวจยึดรถบรรทุกพ่วงขณะแอบเทขยะ พบผงขี้เถ้าสีดำ/เทจากการหลอมซาก ถุงบิ๊กแบ็ก และเศษเปลือกสายไฟ
- ความเชื่อมโยงกับเขตเศรษฐกิจพิเศษ (EEC): คุณเพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ และภาคประชาชน ตั้งข้อสังเกตว่า พื้นที่อย่างปราจีนบุรีและสระแก้วกำลังถูกดันให้เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งขบวนการทุนสีเทาอาจฉวยโอกาสจากช่องโหว่ทางกฎหมายและการอำนวยความสะดวกของเจ้าหน้าที่รัฐบางกลุ่มในการแอบทิ้งขยะกากอุตสาหกรรม
2. ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม: "ตายไป 3 ชาติก็ฟื้นฟูไม่ได้" [TODAY News]
ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ที่น่าตกใจจาก ดร.มนัสวี เฮงสุวรรณ (นักธรณีวิทยาชำนาญการพิเศษ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล)
- ชัยชนะบนกระดาษของชาวบ้าน: แม้ชาวบ้านจะฟ้องร้องชนะคดีอุตสาหกรรมใน���ั้นศาล และศาลสั่งให้โรงงานฟื้นฟูพื้นที่ แต่ในความเป็นจริง "ไม่เคยมีใครชนะ" เพราะสิ่งแวดล้อมถูกทำลายไปแล้ว
- มลพิษในน้ำบาดาลใช้เวลานานนับร้อยปี: การฟื้นฟูชั้นน้ำใต้ดินที่ปนเปื้อนสารเคมี "ตายไป 3 ชาติก็ไม่รู้ว่าจะฟื้นฟูเสร็จหรือเปล่า" เนื่องจากสารเคมีไม่ได้ล้างออกง่ายเหมือนการล้างจาน แต่จะเข้าไปแทรกและถูกดูดซับอยู่ตามช่องว่างของเม็ดดิน เม็ดตะกอน และชั้���ดินเหนียว ซึ่งจะค่อยๆ ละลายออกมาปนเปื้อนน้ำบาดาลอย่างยาวนาน
3. เจาะลึกพื้นที่จริง: บ่อลักลอบทิ้งขยะ 5 ไร่ในเขตป่าสงวน ปราจีนบุรี [Prachatai]
จากการลงสำรวจพื้นที่จริงของทีมข่าวสำนักข่าวประชาไท ได้เปิดเผยสภาพความเสียหายในบ่อลูกรังเก่าขนาดใหญ่เนื้อที่กว่า 5 ไร่ ในจังหวัดปราจีนบุรี
- ขยะพิษสะสมลึกกว่า 10–12 เมตร: บ่อแห่งนี้ถูกใช้เป็นสถานที่ลักลอบนำขยะมาทิ้งนานหลายปี ข���ะที่กองทับถมกันมีความลึกเท่ากับแม็คโครต่อกันสองช่วงแขน (ประมาณ 10–12 เมตร)
- แหล่งรวมขยะอันตรายทุกรูปแบบ: สิ่งที่พบในพื้นที่ประกอบด้วยกากสารเคมีอุตสาหกรรม คราบสีเคมี บรรจุภัณฑ์สารเคมีจากโรงงาน ตลอดจนขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษวัสดุที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มทุนจีนเทา
- มลพิษทางอากาศและการเผาขยะ: ขยะในพื้นที่ถูกเผาซ้ำแล้วซ้ำเล่าส่งกลิ่นเหม็นรุนแรง เกิดเหตุไฟไหม้กองขยะข้ามวันข้ามคืน จนต้องมีการอพยพกลุ่มผู้ป่วยติดเตียงและกลุ่มเปราะบางในรัศมี 5 กิโลเมตร (เช่น บ้านหนองสองตอน) เพื่อความปลอดภัย
- วิกฤตน้ำเสียเดือดและซึมลงใต้ดิน: น้ำในบ่อมีสภาพเน่าเสียและปนเปื้อนสารเคมีอย่างหนักจนเห็นเป็นฟองเดือดปุดๆ สะท้อนถึงปฏิกิริยาเคมีที่เป็นอันตราย
- ปัญหากฎหมายเกี่ยงความรับผิดชอบ: เนื่องจากบ่อดังกล่าวตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งช��ติ ทำให้เกิดสภาวะเกี่ยงความรับผิดชอบ ไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาฟื้นฟูหรือล้อมรั้วป้องกันอย่างจริงจัง เมื่อปล่อยทิ้งร้าง กลุ่มผู้ลักลอบก็นำขยะล็อตใหม่มาทิ้งซ้ำเรื่อยๆ กลายเป็นวงจรที่ไม่จบสิ้น
ปัญหาขยะพิษภาคตะวันออกสะท้อนถึง วิกฤตเชิงโครงสร้าง ที่กลุ่มทุนสีเทาฉวยโอกาสจากความหลวมของกฎหมาย ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐเปิดทาง นำขยะอันตรายมาทิ้งในพื้นที่สาธาร��ะและป่าสงวน ส่งผลให้เกิดการปนเปื้อนในชั้นน้ำใต้ดินและชั้นดิน ซึ่งไม่สามารถฟื้นฟูให้กลับคืนมาได้ในระยะเวลาอันสั้น พื้นที่ทรัพยากรธรรมชาติและชุมชนรอบข้างจะต้องแบกรับภาระสารเคมีตกค้างยาวนานไปอีกหลายทศวรรษ
#ตุ๊ดส์review
======
FACEBOOK POST :
https://t.co/Epi8hJ6M51
======
ฝากช่องทางต่างๆของบอย ตุ๊ดส์review :
https://t.co/04tJb8zcas
https://t.co/C7HFAS0Gby
https://t.co/qfcSflewGd
https://t.co/VTDOnL69tr
https://t.co/ic0gyGSKnI
https://t.co/Nj7VfQMcT4
https://t.co/vJ6PcERUHa](https://pbs.twimg.com/media/HR78TGfbkAA8En3.jpg)
น่ากลัวมากกกก
ขยะอุตสาหกรรม ภาคตะวันออกคือเป็นภูเขาเลย บางส่วนบดยทอยลงดินเรียบร้อย น้ำก็ดำเป็นฟอง
จากในข่าวบอกจุดที่ใหญ่สุดคีอบ่อยขยะใหญ่ถึง 5 ไร่

Ah bah oui, pas faux ! On a trouvé la spécialité de #Blanquer : le grand écart ! #E3C #StopEEC #EcoledeDeLaSouffrance

Last Seen Hashtags on Sotwe
高雄好熱
Seen from United States
นุนิวเอนเตอร์เทนลีดเดอร์
Seen from United States
candid
Seen from United Kingdom
にしては
Seen from United States
brosis
Seen from United States
여친대행
Seen from Korea
セバムコントロール
Seen from United States
anxiouspanda
Seen from India
รพอ่างทอง
Seen from United States
チャーリー
Seen from United States
Trends for you
Most Popular Users

Elon Musk 
@elonmusk
241.5M followers

Barack Obama 
@barackobama
118.9M followers

Cristiano Ronaldo 
@cristiano
114.6M followers

Donald J. Trump 
@realdonaldtrump
111.8M followers

Narendra Modi 
@narendramodi
107.1M followers

Rihanna 
@rihanna
98.7M followers

NASA 
@nasa
92.3M followers

Justin Bieber 
@justinbieber
91.8M followers

KATY PERRY 
@katyperry
90.1M followers

Taylor Swift 
@taylorswift13
84M followers

Lady Gaga 
@ladygaga
75.5M followers

Virat Kohli 
@imvkohli
73.5M followers

Kim Kardashian 
@kimkardashian
70.9M followers

YouTube 
@youtube
68.8M followers

Neymar Jr 
@neymarjr
66.6M followers

Bill Gates 
@billgates
65.3M followers

Selena Gomez 
@selenagomez
63.1M followers

The Ellen Show
@theellenshow
62.2M followers

CNN 
@cnn
61.7M followers

X 
@x
60.7M followers



