Home
Language
English
Türkçe
Bahasa Indonesia
About
Privacy Policy
Terms of Service
Pricing
Sign In
Download All
Share
NetZeroCarbon TH
@NetzerocarbonTh
มาร่วมพูดคุย และเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกับเรา! 🌏
Joined December 2023
6
Following
33
Followers
106
Posts
NetZeroCarbon TH
@NetzerocarbonTh
1 day ago
จากกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการเข้าร่วม ‘อนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่’ หรือ ‘UPOV 1991’ ล่าสุด ‘กระทรวงเกษตรและสหกรณ์’ ได้ออกมาชี้แจงเพื่อลดความกังวลของภาคประชาชน . โดย ‘กฤษ อุตตมะเวทิน’ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะโฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ “ยืนยันว่าปัจจุบันยังไม่มีการพิจารณาหรือเจรจากับฝ่ายใด” กรมวิชาการเกษตรกำลังอยู่ระหว่างศึกษารายละเอียด ทั้งข้อดี ข้อเสีย และผลกระทบต่อเศรษฐกิจรวมถึงวิถีชีวิตของเกษตรกรไทยอย่างรอบด้าน . ‘อนุสัญญา UPOV 1991’ คือความตกลงระหว่างประเทศที่มุ่งคุ้มครองสิทธิทรัพย์สินทางปัญญาของนักปรับปรุงพันธุ์พืช เพื่อส่ง��สริมการวิจัยสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งมีทั้งฝ่ายที่กังวลถึงผลกระทบต่อเกษตรกร และฝ่ายที่มองว่าเป็นโอกาสเพิ่มขีดความสามารถในตลาดโลก . อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันประเทศไทยยังคงบังคับใช้ ‘พระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542’ ซึ่งเน้นสร้างสมดุลระหว่างการ ‘คุ้มครองนักปรับปรุงพันธุ์พืชใหม่’ และ ‘การ��กป้องพันธุ์พืชพื้นเมือง’ พร้อมมีระบบแบ่งปันผลประโยชน์ และรักษาสิทธิของเกษตรกร (Farmer’s Privilege) ในการเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อในพื้นที่ตนเองได้อย่างอิสระ . ด้าน ‘ศศิญา ปานตั้น’ รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ในฐานะโฆษกกรมวิชาการเกษตร กล่าวย้ำว่า กระบวนการหลังจากนี้ยังต้องผ่านการพิจารณาอีกหลายขั้นตอน ทั้งจากกระทรวงฯ คณะรัฐมนตรี และรัฐสภา โดย ‘สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ’ ร���ฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการอย่างชัดเจน “ให้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากเกษตรกรและผู้เกี่ยวข้องให้รอบด้านที่สุด” . หากพบว่าประชาชนไม่ได้ประโยชน์ กระทรวงเกษตรฯ จะยึดหลักปกป้องผลประโยชน์ของเกษตรกรและคนไทยเป็นสำคัญ ประชาชนจึงยังไม่ต้องกังวล เพราะกฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืชปี 2542 ที่มีอยู่ยังคงปกป้องสิทธิการเพาะปลูกของเกษตรกรไทยอย่างเต็มที่ #NZC #NetZeroCarbon #OnThisPoint #UPOV1991 #กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
See More
NetZeroCarbon TH
@NetzerocarbonTh
7 days ago
ท่ามกลางการเจรจาการค้าเสรี (FTA) ไทย-สหภาพยุโรป ��อบที่ 10 ประเด็นที่ถูกคัดค้านอย่างหนักคือความพยายามผลักดันให้ไทยรับข้อเสนอเพื่อเข้าร่วมอนุสัญญา ‘UPOV 1991’ จนเกิดการรวมตัวของเครือข่ายประชาชนและสภาผู้บริโภค เพราะนี่ไม่ใช่แค่ข้อตกลงการค้า แต่ถูกมองว่าเป็น ‘การปล้นสะดมทางชีวภาพ’ ที่จะเข้ามาทำลายชีวิตและฐานรากของเกษตรกรไทยอย่างรุนแรง . ปัญหาแรกก็คือ ‘การสูญเสียสิทธิเก็บเมล็ดพันธุ์’ UPOV 1991 จะมอบสิทธิผูกขาดให้บรรษัทใหญ่ และทำลายสิทธิพื้นฐานของเกษตรกรในการเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อในฤดูกาลหน้า ซึ่งเป็นวิถีลดต้นทุนที่มีมาแต่ดั้งเดิม หากตลาดตกอยู่ในภาวะผูกขาดโดยเอกชน ก็มีการประเมินว่าราคาเมล็ดพันธุ์อาจพุ่งสูงขึ้น 2-6 เท่า ต้นทุนการผลิตที่มหาศาลนี้จะทำลายความอยู่รอดของเกษตรกรรายย่อย และสุดท้ายผู้บริโภคก็ต้องแบกรับภาระค่าครองชีพและราคาอาหารที่แพงขึ้นตามไปด้วย . ปัญหาต่อมาก็คือ กับดักกฎหมาย หรือ ‘EDV’ เพราะถ้าหากละอองเกสรจากแปลงของกลุ่มทุนปลิวมาผสมกับพืชพื้นเมืองแบบธรรมชาติ เกษตรกรที่นำเมล็ดไปปลูกต่ออาจตกเป็น ��อาชญากรละเมิดลิขสิทธิ์’ ทันทีโดยที่��ม่ได้เจตนา ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นการเปิดประตูสู่ ‘โจรสลัดชีวภาพ’ (Biopiracy) ที่ทุนข้ามชาติสามารถลอบนำสายพันธุ์พืชไทย เช่น พันธุกรรมข้าว ไปดัดแปลงเพียงเล็กน้อย แล้วจดสิทธิบัตรผูกขาดในต่างประเทศ โดยไม่ต้องแบ่งปันผลประโยชน์กลับคืนสู่ชุมชนเจ้าของสายพันธุ์เหมือนที่ พ.ร.บ. คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 เคยปกป้องไว้ . นอกจากนี้ UPOV 1991 อาจเป็นการบีบให้ไทยต้องยอมรับพืชดัดแปลงพั���ธุกรรม หรือ ‘GMOs’ ซึ่งจะสร้างความพินาศต่อภาพลักษณ์ตลาดเกษตรอินทรีย์ รวมถึงขยายขอบเขตการคุ้มครองไปถึงผลิตภัณฑ์แปรรูป ทำให้ผู้ค้ารายย่อยสุ่มเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดี ‘ กฎหมายฉบับนี้จึงเป็นการเปลี่ยนสถานะเกษตรกรจาก ‘ผู้พิทักษ์สายพันธุ์’ ไปสู่ ‘ผู้เช่าซื้อ’ ที่ต้องพึ่งพากลุ่มทุนไปตลอดกาล การตัดสินใจของรัฐบาลในครั้งนี้จึงเป็นเดิมพันครั้งใหญ่ ว่าจะยืนหยัด���กป้องอธิ��ไตยทางอาหาร หรือปล่อยให้วิถีชีวิตของเกษตรกรไทยถูกกลืนกินและพังทลายลงอย่างถาวร #NZC #NetZeroCarbon #OnThisPoint #UPOV1991 #Biopiracy #GMOs #ความมั่นคงทางอาหาร ที่มา - The Active - สภาองค์กรของผู้บริโภค
See More
NetZeroCarbon TH
@NetzerocarbonTh
7 days ago
ในทุกคืนเราปิดไฟในห้องได้ แต่ไม่อาจเลี่ยงแสงไฟถนนหรือลานจอดรถที่ส่องทะลุผ้าม่านเข้ามา การใช้ชีวิตในเมืองพอร์ตแลนด์ ทำให้ผู้คนอาจลืมไปแล้วว่าการนอนหลับในความมืดมิดจริง ๆ เป็นอย่างไร . จนกระทั่งเราเริ่มได้เดินทางไปยังพื้นที่ห่างไกลในรัฐโอเรกอน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย ‘พื้นที่สงวนท้องฟ้ามืดสากล’ เมื่อความมืดโรยตัว ผู้คนก็จะได้เห็นดาวศุกร์ ดาวเวก้า กลุ่มดาวหมีใหญ่ หมีเล็ก และทางช���างเผือกพาดผ่านท้องฟ้าอย่างชัดเจน . ข้อมูลจาก The Guardian ระบุว่าท้องฟ้ายามค่ำคืนกำลังสว่างขึ้น 10% ทุกปี และประชากรโลกกว่า 80% ต้องอาศัยอยู่ภายใต้ ‘มลภาวะทางแสง’ ในขณะที่องค์การสหประชาชาติประกาศให้สิ่งแวดล้อมที่สมบูรณ์เป็นสิทธิมนุษยชนพื้นฐาน จึงเป็นไปได้ว่าความมืดก็ควรเป็นสิทธิพื้นฐานของมนุษย์อย่างเราเช่นกัน . “ในโลกที่กลายเป็นเมือง ท้องฟ้ายามค่ำคืนคือสิ่งที่��กินเอื้อม สำหรับคนที่ไม่มีเวลาหรือทรัพยากรมากพอที่จะออกตามหา” เอ็มมา เบดดิงตัน (Emma Beddington) ผู้เขียนบทความเรื่อง Is light pollution making darkness a luxury? กล่าว . การ ‘รักษาสิทธิในความมืด’ ไม่ได้หมายความว่าต้องปิดไฟถนนทุกดวง แต่คือการลดการใช้ไฟที่ไม่จำเป็น ควบคุมความสว่างและทิศทางของแสงไฟ บางเมืองได้เริ่มทำแล้ว เช่น เมืองแฟลกสตาฟฟ์ ร��ฐแอริโซนา ที่ออกกฎหมายควบคุมแสงไฟกลางแจ้งมาตั้งแต่ปี 1958 จนกลายเป็นเมืองแห่งท้องฟ้ามืดแห่งแรกในปี 2001 . การเข้าถึงความมืดไม่ใช่แค่เพื่อดูดาว แต่มันคือถิ่นอาศัย แสงประดิษฐ์ทำให้สัตว์หลงทิศ เช่น ลูกเต่าทะเลที่คลานไปหาลานจอดรถแทนที่จะลงทะเล นกอพยพที่บินหลงทาง และทำลายนาฬิกาชีวภาพของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด รวมถึงมนุษย์ที่ต้องการความมืดเพื่อฟื้นฟูร่างกาย . นอกจา���นี้ยังมีภัยคุกคามใหม่ที่มาจากอวกาศ แม้ในเขตอนุรักษ์เราก็ไม่อาจหยุดดาวเทียมอย่าง สตาร์ลิงก์ (Starlink) กว่า 11,000 ดวงที่สว่างจนบดบังหมู่ดาวได้ . ดวงดาวเคยเป็นทั้งแผนที่และเข็มทิศนำทาง แต่ทุกวันนี้ความมืดกำลังจะกลายเป็นของหรูหรา การรักษาสิทธิในความมืดอาจไม่ได้ทำให้ทุกเมืองมืดสนิท แต่มันจะช่วยให้เราเห็นดาวได้มากขึ้น สัตว์ได้พักผ่อน และให้พวกเราทุกคนมีเหตุผลในการแหงนมองฟ้าอีกค��ั้ง #NZC #NetZeroCarbon #OnThisPoint #ท้องฟ้าสว่างขึ้น ที่มา - The Guardian
See More
NetZeroCarbon TH
@NetzerocarbonTh
8 days ago
เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 ขบวนประชาชนได้ร���มตัวกันเคลื่อนสู่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อคัดค้านการสอดไส้ข้อเสนอ ‘Article X.51’ ในการเจรจาเขตการค้าเสรี (FTA) ไทย-EU ภายใต้แฮชแท็
ก #หยุดUPOV19
91 . การเคลื่อนไหวนี้ไม่ใช่แค่การเรียกร้องของ ‘เกษตรกร’ แต่คือปฐมบทการต่อสู้เพื่อปกป้อง ‘อธิปไตยทางอาหาร’ ของคนไทยทุกคน . จุดเริ่มต้นของ ‘UPOV 1991’ ก็คือการเป็นอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วย ‘การคุ้มครองพันธุ์พืช’ ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อ ���ปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา’ และให้สิทธิผูกขาดแก่ ‘นักปรับปรุงพันธุ์เชิงพาณิชย์’ . สำหรับความจำเป็นที่ทำให้ภาครัฐต้องนำเรื่องนี้มาพิจารณา คือการที่อนุสัญญานี้กลายเป็น ‘เงื่อนไขทางการค้า’ ในการเจรจา ‘FTA’ ซึ่งถูกมองว่าเป็นกุญแจ��ำคัญในการปลดล็อกกำแพงภาษี ดึงดูดการลงทุนด้านเทคโนโลยีชีวภาพ และขยายตลาดส่งออกของไทยสู่ยุโรป . แม้จะแลกมาด้วยผลประโยชน์ทางการค้าระหว่างประเทศ แต่ความสำคัญที่ทำให้สังคมต้องตระหนักถึงวิกฤตนี้ นั่นก็คือการสูญเสียสมดุลในการจัดการทรัพยากร . ปัจจุบันไทยมี ‘พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542’ ที่ช่วยรักษาสมดุลระหว่าง ‘สิทธิกลุ่มทุน’ กับ ‘สิทธิเกษตรกรท้องถิ่น’ แต่ว��า UPOV 1991 จะเข้ามารวบอำนาจไปไว้ในมือบรรษัทข้ามชาติอย่างเบ็ดเสร็จ . ส่วนหนึ่งจากรายงานของสภาผู้แทนราษฎร ปี 2563 ได้เตือนถึงความเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ 1) ภัยคุกคามจากโจรสลัดชีวภาพ (Biopiracy) เปิดช่องให้ทุนต่างชาตินำพันธุกรรมพืชพื้นเมืองไทยไปพัฒนาต่อยอด จดสิทธิบัตร และนำกลับมาขายผูกขาดโดยไม่ต้องแบ่งปันผลประโยชน์ให้ชุมชนเจ้าของสายพันธุ์ 2) เมล็ดพันธุ์ราคาพุ่งและการถูกฟ้อง��้อง เกษตรกรจะถูกลดสถานะเป็นเพียง ‘ผู้เช่าซื้อ’ ที่ต้องจ่ายค่าเมล็ดพันธุ์แพงขึ้น 2-6 เท่า และมีความเสี่ยงถูกฟ้องร้องดำเนินคดี หากละอองเกสรจากฟาร์มของกลุ่มทุนปลิวมาผสมข้ามสายพันธุ์กับพืชพื้นเมืองแบบไม่เจตนา 3) เปิดช่องทางให้พืช GMOs อาจสร้างภาระผูกพันที่นำไปสู่การยอมรับพืชดัดแปลงพันธุกรรม ซึ่งจะกระทบต่อความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ตลาดเกษตรอินทรีย์ของไทยอย่างรุนแรง . การทำความเข้าใจ UPOV 1991 จึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญ เพราะเรื่องนี้ไม่ได้ชี้ชะตาแค่ตัวเลข GDP ของประเทศ แต่กำลังจะกำหนดว่า รากฐานความมั่นคงทางอาหารและราคาข้าวปลาอาหารบนโต๊ะของเราในอนาคต จะยังคงเป็นสิทธิของคนไทย หรือถูกผูกขาดโด��กลุ่มทุนใหญ่อย่างถาวร #NZC #NetZeroCarbon #OnThisPoint #UPOV1991 #การคุ้มครองพันธุ์พืช ที่มา - thaipbs - สภาองค์กรของผู้บริโภค
See More
NetZeroCarbon TH
@NetzerocarbonTh
8 days ago
หลายปีที่ผ่านมา เรามักได้ยินคำว่า ‘Energy Transition’ หรือ ‘การเปลี่ยนผ่านพลังงาน’ ภาพที่หลายคนจินตนาการคือโลกกำลังค่อย ๆ ลดการพึ่งพาถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซ ก่อนหันไปใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น แต่รายงาน��่าสุดจาก McKinsey กลับชี้ว่าภาพจริงอาจไม่ได้เป็นแบบนั้นทั้งหมด . แม้การลงทุนในพลังงานสะอาดทั่วโลกจะอยู่ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ แต่ความต้องการใช้น้ำมันในปี 2025 กลับสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2019 ขณะที่การใช้ถ่านหินก็ยังทำสถิติสูงสุดใหม่ และความต้องการก๊าซยังเพิ่มขึ้นในแทบทุกภูมิภาคของโลก . ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องขัดแย้ง เพราะหากพลังงานสะอาดกำลังเติบโต ทำไมเชื้อเพลิงฟอสซิลจึงยังเติบโตตามไปด้วย ? . คำตอบอาจอยู่ที่ความต้องการพลังงานของโลกที่เพิ่มขึ้นเร็วกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็น Data Center ที่รองรับ AI รถยนต์ไฟฟ้าที่ต้องใช้ไฟฟ้ามากขึ้น ระบบทำความเย็นในเมืองที่ร้อนขึ้น หรือการขยายตัวของเศรษฐกิจในประเทศกำลังพัฒนา ล้วนทำให้โลกต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นพร้อมกัน . นั่นทำให้หลายประเทศเริ่มเปลี่ยนลำดับความสำคัญ จากเดิมที่พูดเรื่องลดคาร์บอนเป็นหลัก ไปสู่คำถามที่ใกล้ตัวกว่าอย่าง ‘ไฟจะพอไหม’ และ ‘ค่า��ฟจะแพงขึ้นหรือเปล่า’ ความมั่นคงทางพลังงานและราคาพลังงานจึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญไม่แพ้เป้าหมาย Net Zero . ด้วยเหตุนี้ พลังงานหมุนเวียนจึงไม่ได้เข้ามาแทนที่พลังงานเดิมเสมอไป หลายประเทศกลับต้องลงทุนทั้งโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่ โครงข่ายไฟฟ้า ก๊าซธรรมชาติ และบางแห่งยังรวมถึงนิวเคลียร์ไปพร้อมกัน เพื่อให้มีไฟฟ้าเพียงพอรองรับความต้องการที่พุ่งสูงขึ้น . คำถามที่น่าสนใจกว่าคือ หากโลกยังเพิ่มการใช้พลังงานทุกชนิดพร้อมกัน การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่เราพูดถึงมาตลอดกำลังเกิดขึ้นจริง หรือกำลังกลายเป็นเพียงการ ‘ขยายระบบพลังงาน’ ให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม . แน่นอนว่าพลังงานสะอาดยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง และจะมีบทบาทมากขึ้นในอนาคต แต่สิ่งที่รายงานนี้สะท้อนคือ โลกแห่งความเป็นจริงอาจไม่ได้เปลี่ยนจากพลังงานเก่าไปสู่พลังงานใหม่แบบเส้นตรงอย่างที่หลายคนเคยคาดหวัง . บางทีโจทย์สำคัญของทศวรรษหน้าอาจไม่ใช่การเลือกว่าพลังงานชนิดใดจะเป็นผู้ชนะ แต่เป็นการหาว่าโลกจะตอบสนองความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องได้อย่างไร โดยไม่��ำให้ต้นทุนสูงเกินไป และไม่ผลักเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศให้ไกลออกไปกว่าเดิม #NZC #NetZeroCarbon #Opinion #EnergyTransition #CleanEnergy ที่มา - Forbes - McKinsey & Compan
See More
NetZeroCarbon TH
@NetzerocarbonTh
8 days ago
วันที่ 5 ตุลาคม ของปีนี้ คือ ‘วันอยู่อาศัยโลก’ (World Habitat Day) เพราะการเข้าถึง ‘ที่อยู่อาศัย’ ที่เหมาะสมเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่สะท้อนถึงศักดิ์ศรีและความปลอดภัย ทว่าโลกยังคงเผชิญวิกฤตที่อยู่อาศัยอย่างหนัก ประชากรกว่า 3 พันล้านคนขาดแคลนที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม กว่า 1.1 พันล้านคนต้องอยู่ในชุมชนแออัด และอีกหลายร้อยล้านคนกลายเป็น ‘คนไร้บ้า��’ . ปัญหาเหล่านี้ทวีความรุนแรงขึ้นจากความขัดแย้ง ภัยพิบัติ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่ง ‘กลุ่มคนเปราะบาง’ มักต้องเผชิญความเสี่ยงสูงสุดและมีทรัพยากรในการฟื้นตัวน้อยที่สุด . สำหรับธีมปี 2026 ก็คือ ‘ที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมสำหรับทุกคน’ (Adequate Housing for All) โดยก่อนหน้านี้ ‘องค์การสหประชาชาติ’ (UN) กำหนดให้วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปีเป็นวันอยู่อาศัยโลก เพื่อทบทวนสถานการณ์ของเมืองและสิทธิขั้นพื้นฐานด้านที่อยู่อาศัย . สำหรับปี 2026 ธีมหลักมุ่งเน้นไปที่นโยบาย ความร่วมมือ และทางแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรม เพื่อช่วยเหลือผู้��ีรายได้น้อย คนไร้บ้าน และผู้ประสบภัย โดยเรียกร้องให้มีความมั่นคงในการถือครองที่ดิน การวางผังเมืองที่ดี มีทางเลือกที่อยู่อาศัยที่หลากหลาย เช่น ที่พักอาศัยเพื่อสังคม บ้านเช่า และที่พักที่ชุมชนเป็นผู้นำ ตลอดจนเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและทนทานต่อสภาพภูมิอากาศ . งานเฉลิมฉลองระดับโลกในปีนี้ จะจัดขึ้นที่กรุงมัสกัต ประเทศโอมาน ระหว่างวันที่ 5-8 ตุลาคม เพื่อเป็นเวทีให้ภาครัฐ ชุมชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเสริมสร้างความร่วมมือ . และวันนี้ยังถือเป็นจุดเริ่มต้นของ ‘Urban October’ หรือเดือนแห่งกิจกรรมขับเคลื่อนเมืองและชุมชนยั่งยืน ซึ่งจะไปสิ้นสุดในวันรักษ์เมืองโลก (World Cities Day) วันที่ 31 ตุลาคม โดยสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนจัดกิจกรรมรณรงค์อย่างกว้างขวาง . วันอยู่อาศัยโลกเริ่มขึ้นในปี 1985 เพื่อย้ำเตือนถึงความรับผิดชอบร่วมกันในการกำหนดอนาคตของถิ่นฐานมนุษย์ นอกจากนี้ UN ได้จัดตั้งรางวัลเกียรติยศ UN-Habitat Scroll of Honour ขึ้นในปี 1989 เพื่อเชิดชูบุคคลและองค์กร���ี่มีผลงานโดดเด่นด้านการพัฒนาเมืองที่ยั่งยืน . โดยในวันที่ 5 ตุลาคม 2026 จะมีการมอบรางวัลให้ผู้ชนะ 5 รายที่กรุงมัสกัต ซึ่งเน้นผลงานที่ตอบสนองเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ 11 (SDG 11: เมืองและถิ่นฐานมนุษย์อย่างยั่งยืน) #OnThisDay #NZC #NetZeroCarbon #WorldHabitatDay #AdequateHousingforAll #วันอยู่อาศัยโลก ที่มา - UN
See More
NetZeroCarbon TH
@NetzerocarbonTh
11 days ago
งานวิจัยชิ้นใหม่เกี่ยวกับ ‘กิจกรรมการล่าสัตว์’ เพื่อสะสมถ้วยรางวัลในภูมิภาคซับซาฮาราของ ‘แอฟริกา’ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Conservation Letters เปิดเผยว่ากิจกรรมดังกล่าวส่งผลดีต่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและชุมชนท้องถิ่น . โดยผลลัพธ์เชิงบวกมีสัดส่วนสูงถึง 65% และตัวเลขนี้จะพุ่งสูงขึ้นกว่า 80% หากชุมชนท้องถิ่นหรือเจ้าของที่ดินส่วนบุคคลมีกรรมสิทธิ์ในพื้นที่และได้ร��บผลประโยชน์ตอบแทนอย่างเต็มที่ เช่น ในประเทศนามิเบียและแอฟริกาใต้ ที่ประชาชนมีแรงจูงใจโดยตรงในการดูแลรักษาผืนป่าและสัตว์ป่าเพื่อไม่ให้ที่ดินถูกเปลี่ยนไปทำเกษตรกรรม . ข้อค้นพบที่เด่นชัดที่สุดระบุว่าการล่าสัตว์ในลักษณะนี้ช่วยเพิ่มพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติได้สูงถึง 92% ของกรณีศึกษาทั้งหมด . เนื่องจากรายได้จากการล่าช่วยให้ผู้ถือครองที่ดินมีแรงจูงใจในการ ��อนุรักษ์สัตว์ป่า’ และ ‘ถิ่นที่อยู่’ มากกว่าการเปลี่ยนผืนป่าให้กลายเป็น ‘พื้นที่เพาะปลูก’ หรือ ‘ปศุสัตว์’ . นอกจากนี้ยังส่งผลเชิงบวกต่อรายได้ การจ้างงาน และความมั่นคงทางอาหารของคนในพื้นที่อย่างน้อย 85% . คณะนักวิจัยจาก 4 ประเทศยังชี้ว่า การประกาศแบนการนำเข้าซากสัตว์ล่าแบบเหมาเข่งอาจไม่ใช่ทางออกที่ดี เพราะอาจสร้างผลกระทบย้อนกลับต่อความเป็นอยู่ของคนในท้องถิ่นและผืนป่า แทนที่จะแบนโดยเด็ดขาด ประเทศผู้ซื้อควรหันมาใช้มาตรฐานกำหนดเงื่อนไข เช่น การตรวจสอบหลักฐานว่าการล่าช่วยสนับสนุนการอนุรักษ์จริง และประชาชนได้รับส่วนแบ่งที่เป็นธรรม เพื่อช่วยผลักดันให้เกิดการปรับปรุงกฎระเบียบให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น #NZC #NetZeroCarbon #OnThisPoint #กิจกรรมการล่าสัตว์ #อนุรักษ์สัตว์ป่า ที่มา - yahoo news
See More
NetZeroCarbon TH
@NetzerocarbonTh
11 days ago
‘การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ’ บีบให้สิ่งมีชีวิตต้องเร่งปรับตัวเพื่อไม่ให้สูญพันธุ์ ‘นกอัลบาทรอสคิ้วดำ’ (Black-browed albatross) แห่งมหาสมุทรใต้ ก็เป็นหนึ่งในสปีชีส์ที่พยายามปรับตัวทางพันธุกรรมและพฤติกรรม เพื่อรับมืออุณหภูมิที่สูงขึ้น แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ทัน . งานวิจัยในวารสารรายงานการประชุมสภาวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (PNAS) โดยสถาบันมหาสมุทรศาสตร์วูดส์โฮล (WHOI) ศึกษาประชากรนกอัลบาทรอสบริเวณหมู่เกาะแกร์เกแลน ใน 4 ด้าน ได้แก่ ความยาวปีก พฤติกรรมการหาอาหาร เวลาที่ใช้บนผิวน้ำ แล��ช่วงเวลาที่กลับมาผสมพันธุ์ . พบว่า อุณหภูมิของน้ำทะเลที่สูงขึ้น ทำให้นกปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการหาอาหาร ซึ่งช่วยให้อัตราการผสมพันธุ์สำเร็จมากขึ้น นอกจานี้นักยังวิวัฒนาการให้ปีกยาวมากขึ้น เพื่อช่วยสามารถบินและหาอาหารได้ดีขึ้น เพราะในตอนนี้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้ลมแรงขึ้นกว่าเดิม . ทว่า นกอัลบาทรอสเป็นสัตว์อายุยืนที่มีช่วงอายุต่อรุ่นยาวนานถึง 24 ปี ส่งผลให้ยีนที่ได้เปรียบแพร่กระจายล่าช้า ไม่ทันต่อการเร่งของโลกร้อน . ขณะเดียวกัน อุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้นทำให้นกวัยอ่อนรอดชีวิตลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการเติบโตของประชากร จนการขยายพันธุ์ไม่อาจชดเชยได้ . สเตฟานี เจนูเวรียร์ นักวิทยาศาสตร์อาวุโสจาก WHOI และหัวหน้าทีมวิจัย ระบุว่า ปรกติแล้วการกอบกู้สายพันธุ์โดยการวิวัฒนาการ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเร็วในการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่��ังขึ้นอยู่กับว่าการวิวัฒนาการเข้าไปมีบทบาทในช่วงใดของวงจรชีวิต หากการปรับตัวเข้ามาส่งเสริมในช่วงที่สำคัญที่สุดต่อการเติบโตของประชากร ก็จะช่วยให้เอาชีวิตรอดได้ดี . อย่างไรก็ตาม แม้ยีนจะถ่ายทอดได้ดีเพียงใด วิวัฒนาการอย่างเดียวก็ไม่อาจยับยั้งการลดลงของประชากรได้ หากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกยังคงสูง ดังนั้น การลดก๊าซเรือนกระจกตามข้อตกลงปารีสจึงเป็นทางออกเดียวที่จะช่วยให้ นกอัลบาทรอสคิ้วดำสามารถวิวัฒนาการได้ทัน #NZC #NetZeroCarbon #OnThisPoint #นกอัลบาทรอสคิ้วดำ #BlackBrowedAlbatross #การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่มา - earth - https://t.co/bMjABb8IOO
See More
NetZeroCarbon TH
@NetzerocarbonTh
11 days ago
‘บัวผุด’ (Rafflesia) ดอกไม้ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกและมีกลิ่นเน่าเหม็นเป็นเอกลักษณ์ เพื่อดึงดูดแมลงผสมเกสร นับเป็นพืชที่พบได้ยาก เนื่องจากอาศัยอยู่ในป่าทึบ และในตอนนี้พวกมันหายากยิ่งกว่าเดิม เนื่องจากการศึกษาของสวนพฤกษศาสตร์��หาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดพบว่า 60% ของบัวผุดที่รู้จักในโลกกำลังเสี่ยงสูญพันธุ์ . บัวผุด เป็นพืชกาฝากชนิดนี้ไม่มีทั้งใบ ราก และลำต้น แต่ต้องพึ่งพาการแทรกเส้นใย เพื่อดูดซับสารอาหารจากเถาวัลย์สกุลเครือเขาน้ำ ในผืนป่าดิบชื้นของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หากบัวผุดหายไปป่า จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสมดุลและความหลากหลายทางชีวภาพของระบบนิเวศป่าไม้ . สาเหตุหลักของสูญพันธุ์ในครั้งนี้ มาจากการตัดไม้ทำลายป่าและการบุกรุกพื้นที่ เพื่อเปลี่ยนเป็นแปลงเกษตรเชิงเดี่ยว เช่น สวนปาล์มน้ำมันและไร่กาแฟ ซึ่งทำลายทั้งสภาพแวดล้อมและพืชอาศัยของบัวผุดจนเสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็ว และทำให้สกุลเครือเขาน้ำ ที่เป็นพืชอาศัยของบัวผุดสูญพันธุ์ . อีกทั้ง พื้นที่อยู่อาศัยของบัวผุดส่วนใหญ่ ยังอยู่นอกเขตอนุรักษ์ของรัฐ ทำให้ขาดการคุ้มครองทางกฎหมาย ���ัญหาเหล่านี้ทำให้พืชหายากหลายชนิดอาจถูกทำลายจนหมดสิ้นไปจากธรรมชาติก่อนที่มนุษย์จะทันได้ค้นพบหรือศึกษาพวกมัน . นักวิชาการแนะนำให้ ดึงชนพื้นเมืองและชุมชนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการปกป้องผืนป่า เนื่องจากกลุ่มคนเหล่านี้มีความผูกพันทางวัฒนธรรม และมองว่าบัวผุดเป็นดัชนีชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ . ตัวอย่างความสำเร็จในการอนุรักษ์ปรากฏให้เห็นแล้วในหลายพื้นที่ เช่น ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย ที่ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ร่วมมือกันสร้างความตระหนักรู้ พร้อมทั้งจัดตั้งกลุ่มดูแล��่าเพื่อป้องกันการบุกรุกถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติอย่างจริงจัง . การผลักดันการท่องเที่ยวเชิงนิเวศแบบยั่งยืน ถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญในการสร้างรายได้และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้กับคนในท้องถิ่น แทนการพึ่งพาการทำลายป่าไม้หรือการเกษตรเชิงเดี่ยว ชาวบ้านสามารถทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์และผู้พิทักษ์ป่าคอยเฝ้าระวังภัยคุกคามต่าง ๆ พร้อมทั้งช่วยดูแลเถาวัลย์ที่เป็นพืชอาศัยของบัวผุดให้อยู่รอดปลอดภัยไปพร้อมกัน #NZC #NetZeroCarbon #OnThisPoint #Rafflesia #บัวผุด #เสี่ยงสูญพันธุ์ ที่มา - thursd - zmescience
See More
NetZeroCarbon TH
@NetzerocarbonTh
11 days ago
จุดกำเนิดของ ‘กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช’ มีที่มาจากความมุ่งมั่นในการแบ่งแยกภารกิจด้านป่าไม้ให้ชัดเจนระหว่าง ‘ป่าเศรษฐกิจ’ กับ ‘งานด้านการอนุรักษ์และการคุ้มครอง’ . โดยจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการตามพระราชกฤษฎีกาเมื่อวัน��ี่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2445 ภายใต้สังกัด ‘กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม’ เพื่อให้การดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ผืนป่า สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด . ความสำคัญของหน่วยงานนี้คือการเป็นด่านหน้าในการปกป้อง คุ้มครอง และฟื้นฟูป่าอนุรักษ์ พร้อมรักษาสมดุลของระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งทำหน้าที่เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร ที่อยู่อาศัยของสัตว��ป่า และแหล่งอาหารที่สำคัญของประเทศ . ในการขับเคลื่อนงานปัจจุบัน กรมอุทยานฯ ได้มุ่งเน้นการบูรณาการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน พร้อมน้อมนำแนวพระราชดำริมาเป็นแนวทางปฏิบัติ ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับการบริหารจัดการป่าไม้ให้ก้าวทันยุคดิจิทัล . นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้าใจและส่งเสริมให้ชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการหวงแหนและดูแลรักษาทรัพยากร เพื่อขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ในการเพิ่มพื้นที่ป่าอนุรักษ์ให้บรรลุเป้าหมาย ควบคู่ไปกับการพัฒนาให้ผืนป่าเป็นทุนทางธรรมชาติที่เกื้อหนุนการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนและสมดุลสำหรับทุกคนในระยะยาว #OnThisDay #NZC #NetZeroCarbon #DNPAnniversaryDay #DepartmentofNationalParksWildlifeandPlantConservationAnniversaryDay #วันคล้ายวันสถาปนากรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ที่มา - กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม - อุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อย - สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
See More
NetZeroCarbon TH
@NetzerocarbonTh
13 days ago
ในขณะที่ผู้แทนรัฐบาลจากทั่วโลกมารวมตัวกันที่กรุงเทพมหานคร เพื่อเข้าร่วมการประชุมอย่างไม่เป็นทางการของหัวหน้าคณะผู้แทนประเทศสมาชิก (Heads of Delegation: HODs) ว่าด้วย ‘สนธิสัญญาพลาสติกโลก’ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-30 ���ันยายน เพื่อปูทางไปสู่การเจรจารอบถัดไปในเดือนมีนาคม 2570 . ทางด้าน ‘กรีนพีซ’ ได้ออกมาเรียกร้องให้ผู้แทนทุกประเทศใช้โอกาสนี้มุ่งแก้���ขปัญหาที่ต้นตออย่างจริงจัง ด้วยการ ‘ลดการผลิตพลาสติก’ ที่ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการควบคุมสารเคมีที่เป็นอันตรายและการจัดการด้านการเงินอย่างรัดกุม . โดย เกรย์แฮม ฟอร์บส์ (Graham Forbes) หัวหน้าคณะผู้แทนกรีนพีซในการเจรจาสนธิสัญญาพลาสติกโลกและผู้อำนวยการโครงการยุติมลพิษพลาสติกระดับสากล กรีนพีซ สหรัฐอเมริกา ได้กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของความโปร่���ใสและทิศทางที่ชัดเจนว่า . “รัฐบาลไม่สามารถเจรจาแก้ไขปัญหาวิกฤตพลาสติกได้ ตราบใดที่ยังปล่อยให้การผลิตพลาสติกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การประชุมหารือที่กรุงเทพฯ ต้องเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ แต่น่าเสียดายที่กระบวนการแบบปิดครั้งนี้ไม่เปิดให้ผู้สังเกตการณ์จากภาคประชาสังคมและสื่อมวลชนเข้าร่วม ความโปร่งใสถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะนำไปสู่สนธิสัญญาพลาสติกที่���ีประสิทธิภาพ ผู้เจรจาต้องวางเป้าหมายการลดการผลิตพลาสติกให้เป็นหัวใจสำคัญของสนธิสัญญา” . แม้ว่าประธานการเจรจาคนใหม่จะเผยแพร่เอกสารกรอบการหารือที่ยังคงยึดตามโครง��ร้างเดิมและขาดเป้าหมายในการลดการผลิตพลาสติกอย่างชัดเจน ทางด้านกรีนพีซ ประเทศไทย จึงได้จัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์บริเวณหน้าองค์การสหประชาชาติ พร้อมทั้งแจกพัดที่ระลึกแก่ผู้แทนรัฐบาล เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าพลาสติกร้อยละ 99 ผลิตมาจากเชื้อเพลิงฟอสซิล และการมุ่งเน้นเพียงแค่การจัดการขยะและการรีไซเคิลจะไม่สามารถแก้ไขวิกฤตนี้ได้อย่างแท้จริง . “รัฐบาลประเทศต่าง �� เข้าร่วมเจรจาในการสร้างสนธิสัญญาพลาสติก เพราะโลกต้องการทางออกสำหรับวิกฤตที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นจนยากจะควบคุม ประชาชนคาดหวังมากกว่าคำมั่นที่จะจัดการขยะพลาสติก ในขณะที่การผลิตยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การหารือที่กรุงเทพฯ ครั้งนี้จึงต้องนำไปสู่ทิศทางที่ชัดเจน นั่นคือ ลดการผลิตพลาสติก ปกป้องผู้คนและสิ่งแวดล้อม และเดินหน้าสู่สนธิสัญญาพลาสติกโลก��ี่เข้มแข็ง” พิชามญชุ์ รักรอด หัวหน้าโครงการรณรงค์ยุติมลพิษพลาสติก กรีนพีซ ประเทศไทยระบุ . เรียกได้ว่าการหารือที่กรุงเทพฯ ถือเป็นช่วงเวลาและหมุดหมายครั้งสำคัญก่อนที่การเจรจาจะดำเนินต่อไปในอนาคต ซึ่งรัฐบาลประเทศต่าง ๆ เหลือเวลาจำกัดในการหาทางออกสำหรับประเด็นทางการเมื���งที่ยังค้างอยู่ . โดยความสำเร็จของสนธิสัญญาพลาสติกโลกจะไม่สามารถวัดได้เพียงแค่การบรรลุข้อตกลงร่วมกัน แต่ต้องวัดจากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงในการลดการผลิตพลาสติกและมลพิษ เพื่อสร้างการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรมให้กับแรงงานและชุมชน ตลอดจนปกป้องสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในระยะยาว #NZC #NetZeroCarbon #OnThisPoint #กรีนพีซประเทศไทย #สนธิสัญญาพลาสติกโลก ที่มา - greenpeace th
See More
NetZeroCarbon TH
@NetzerocarbonTh
15 days ago
‘สถานการณ์อุทกภัย’ ในหลายพื้นที่ยังคง ‘วิกฤต’ โดย ‘พรรคการเมือง’ หลายพรรคได้เคลื่อนไหวช่วยเหลือและประ���มินสถานการณ์อย่างเร่งด่วน เริ่มจาก ‘พรรคประชาธิปัตย์’ นำโดย ‘อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ’ หัวหน้าพรรค พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหาร สส. และจิตอาสามูลนิธิ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ได้ร่วมกันระดมกำลังบรรจุถุงยังชีพ เครื่องอุปโภคบริโภค และน้ำดื่ม ณ สำนักงานใหญ่ของพรรค เพื่อเร่งนำไปส่งมอบความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในเขตมีนบุรีและประเวศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว . พร้อมทั้งเตรียมลงพื้นที่เขตดอนเมืองเป็นเป้าหมายถัดไป และจะเดินหน้าช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ . ในขณะเดียวกัน ด้าน ‘พรรคประชาชน’ โดย ‘เดชรัต สุขกำเนิด’ ผู้อำนวยการศูนย์นโยบายเพื่ออนาคต ���ด้ออกมาอัปเดต ‘สถานการณ์น้ำท่วม’ ภาพรวมทั่วประเทศ โดยระบุว่า ภาคตะวันออกยังคงเป็นจุดที่น่าเป็นห่วงเนื่องจากฝนตกต่อเนื่องและอ่างเก็บน้ำมีความเสี่ยง . ขณะที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลระดับน้ำลดลงอย่างช้าๆ แต่ยังต้องเร่งระบายน้ำออกจากชุมชนและพื้นที่ลุ่มต่ำภายใน 1 สัปดาห์ พร้อมทั้งแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาที่อาจต้องเพิ่มการระบายน้ำ รวมถึงลุ่ม���้ำแม่กลองที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักและการปล่อยน้ำจากเขื่อน ทั้งสองพรรคต่างมุ่งเน้นการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัยของประชาชน #NZC #NetZeroCarbon #OnThisPoint #สถานการณ์อุทกภัย #สถานการณ์น้ำท่วม #น้ำท่วม #พรรคประชาธิปัตย์ #อภิสิทธิ์เวชชาชีวะ #พรรคประชาชน #เดชรัตสุขกำเนิด
See More
NetZeroCarbon TH
@NetzerocarbonTh
15 days ago
สถานการณ์ ‘ฝนตกหนัก’ ในช่วงวันที่ 23–27 กันยายนที่ผ่านมา ส่งผลให้กรุงเทพมหานครและปริมณฑลเกิดน้ำท่วมขังหลายพื้นที่ โดยกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ‘กรุงเทพมหานคร’ และ ‘ปริมณฑล’ ยังมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง พร้อมเตือนให้เฝ้าระวังฝนตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ . ปัจจัยสำคัญของสภาพอากาศช่วงนี้มาจาก ‘หย่อมความกดอากาศต่ำ’ ที่ปกคลุมบริเวณภาคกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังค่อนข้างแรง ทำให้มีความชื้นและกลุ่มฝนปกคลุมหลายพื้นที่ ขณะที่พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลมีรายงานน้ำท่วมขังหลายจุดหลังฝนตกต่อเนื่อง . ปรากฏการณ์ฝนตกหนักที่ทำให้เกิดน้ำท่วมสามารถเกิดขึ้นได้หลาย��ักษณะ โดยเฉพาะ ‘ฝนแช่’ (Stationary Heavy Rain) และ ‘เรนบอมบ์’ (Rain Bomb) สองภัยพิบัติสุดขั้วที่สร้างผลกระทบที่กินระยะเวลายาวนานกว่าปกติ . ปรากฏการณ์ฝนแช่เป็นรูปแบบที่กลุ่มเมฆฝนหรือระบบสภาพอากาศเคลื่อนตัวช้า ทำให้ฝนตกซ้ำในพื้นที่เดิมเป็นเวลานาน ตั้งแต่หลายชั่วโมงไปจนถึงหลายวัน ปริมาณน้ำจึงสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในรอบ 24 ชั่วโมงมีเกณฑ์สะสมของปริมาณน้ำฝนระดับ 200-300 มิลลิเมตรขึ้นไ�� จนระบบระบายน้ำไม่สามารถระบายน้ำออกได้ทัน . เมื่อฝนตกสะสมต่อเนื่อง พื้นที่ราบลุ่มอาจเกิดน้ำท่วมขังและน้ำล้นตลิ่ง ส่วนพื้นที่เชิงเขามีความเสี่ยงน้ำป่าไหลหลากและดินถล่ม โดยลักษณะความเสียหายของฝนแช่จะสัมพันธ์กับทั้งปริมาณฝนสะสมและระยะเวลาที่ฝนตกในพื้นที่เดิม . ในส่วนของเรนบอมบ์เป็นปรากฏการณ์ฝนตกหนักอย่างเฉียบพลันปริมาณน้ำฝนเกิน 100-150 มิลลิเมตรต่อชั่วโ���ง ในบางกรณีที่รุนแรงอาจสูงถึง 30-50 มิลลิเมตรภายในระยะเวลาแค่ 15 นาที มักเกี่ยวข้องกับกระ���สลมพุ่งลงจากฐานเมฆ (Downburst) เมื่อมวลอากาศเคลื่อนตัวลงอย่างรวดเร็วและแผ่กระจายออกบริเวณพื้นดิน อาจเกิดฝนตกหนักเฉพาะจุดพร้อมลมกระโชกแรง . เรนบอมบ์สามารถทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันได้ โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองที่มี ‘พื้นที่ลุ่มต่ำ’ และมีข้อจำกัดในการระบายน้ำ หากฝนตกลงมาในปริมาณมากภายในเวลาอันสั้น น้ำจะสะสมบนผิวถนนและพื้นที่ต่ำอย่างรวดเร็ว ขณะที่ลมกระโชกจาก Downburst ��าจทำให้ต้นไม้ ป้ายและสิ่งปลูกสร้างได้รับความเสียหาย . ทั้ง ‘ฝนแช่’ และ ‘เรนบอมบ์’ จึงสามารถนำไปสู่ปัญหาน้ำท่วมได้ แต่ต่างกันที่ช่วงเวลาของการเกิดและรูปแบบการสะสมของน้ำ โดยฝนแช่เกิดจากฝนตกซ้ำหรือปกคลุมพื้นที่เดิมเป็นเวลานาน ขณะที่เรนบอมบ์เน้นฝนตกหนักในช่วงเวลาสั้นและพื้นที่จำกัด #NZC #NetZeroCarbon #OnThisPoint #ฝนแช่ #เรนบอมบ์ #น้ำท่วม #กรุงเทพ
See More
NetZeroCarbon TH
@NetzerocarbonTh
15 days ago
‘สถานการณ์น้ำ’ ในภาพรวมของประเทศยังคงน่าเป็นห่วง เนื่องจากอิทธิพลของฝนที่ตกหนักต่อเนื่อง ทำให้หน่วยงานที่เกี่ย���ข้องต้องเร่ง��ริหารจัดการน้ำและแจ้งเตือนภัยในหลายพื้นที่สำคัญ . โดยในส่วนของ ‘ลุ่มเจ้าพระยา’ ข้อมูล ณ วันที่ 28 กันยายน 2569 เวลา 10.00 น. ระบุว่าสถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,918 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และที่สถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,950 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที . เนื่องจากมีปริมาณน้ำไหลเข้าเหนือเขื่อนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากฝนที่ตกหนักทางตอนบน ‘กรมชลประทาน’ จึงมีความจำเป็นต้องประกาศปรับเพิ่มการระบายน้ำ ‘ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา’ จากอัตรา 1,950 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตั้งแต่เวลา 12.00 น. ของวันนี้เป็นต้นไป และจะคงอัตราดังกล่าวต่อเนื่อง พร้อมขอให้ประชาชนริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด . ในขณะเดียวกัน สถานการณ์น้ำใน ‘จังหวัดระยอง’ กำลังอยู่ในภาวะวิกฤตที่ต���องเฝ้าระวังขั้นสูงสุด เนื่องจากฝนที่ตกสะสมทำให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำสำคัญหลายแห่งเพิ่มสูงเกินเกณฑ์ความจุเก็บกักอย่างมาก . โดยข้อมูลล่าสุดพบว่า ‘อ่างเก็บน้ำคลองใหญ่’ มีความจุ 130.17%, อ่างเก็บน้ำดอกกราย 118.36%, อ่างเก็บน้ำประแสร์ 133.47% และอ่างเก็บน้ำคลองระโอกสูงถึง 125.22% ซึ่งในบางจุดมีประกาศระดับฉุกเฉินและต้องเตรียมพร้อมปฏิบัติตามคำสั่งอพยพของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด . กรมชลประทานและหน่วยงานราชการจึงขอแจ้งเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ ริมลำน้ำ และบริเวณด้านท้ายอ่างเก็บน้ำ รวมถึงพื้นที่รับน้ำของ ‘แม่น้ำเจ้าพระยา’ เฝ้าระวังระดับน้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้นอย่างฉับพลัน . พร้��มทั้งขอให้รีบขนย้ายสิ่งของ เครื่องใช้ไฟฟ้า และทรัพย์สินมีค่าขึ้นที่สูง ตรวจสอบทางระบายน้ำรอบบ้านไม่ให้มีสิ่งกีดขวาง หลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีน้ำท่วมสูงหรือกระแสน้ำไหลเชี่ยว และติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของชีวิตและทรัพย์สิน #NZC #NetZeroCarbon #OnThisPoint #ระยอง #ลุ่มเจ้าพระยา #อ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ #แม่น้ำเจ้าพระยา #สถานการณ์น้ำ #ฝนตกหนักต่อเนื่อง #น้ำท่วม
See More
NetZeroCarbon TH
@NetzerocarbonTh
15 days ago
‘สถานการณ์น้ำท่วม’ ใน ‘กรุงเทพมหานคร’ ส่งผล���ระทบครอบคลุมพื้นที่อยู่อาศัยประมาณ 300,000 ครัวเรือน หรือประมาณ 700,000 คน . โดยหลังจากผ่านช่วงฝนครอบคลุมทั้ง 50 เขต ปัจจุบัน กทม. ได้ลดพื้นที่ที่ต้องบริหารจัดการเข้มข้นลงเหลือราว 15-20 เขต และมีพื้นที่วิกฤตหลักประมาณ 8 เขต นำโดยเขต ‘ลาดกระบัง’ และ ‘บางกะปิ’ ที่ยังคงต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ทั้งด้านอาหารปรุงสุก รถยกสูง และเรือท้องแบนเพื่อเข้าถึงซอกซอยน้ำลึก . ภารกิจสำคัญอันดับแรกของ กทม. คือการดูแล ‘กลุ่มเปราะบาง’ ทั้งผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ และผู้พิการ โดยเปิดระบบให้สายด่วน 1669 และ 1555 รับแจ้งกรณีต้องการเคลื่อนย้าย ส่งผลให้สายด่วน 1669 มีสายโทรเข้าพุ่งสูงกว่า 7,200 สายต่อวัน จากปกติประมาณ 3,000 สาย . กทม. จึงได้ระดม ‘ทีมแพทย์ฉุกเฉินเอราวัณ’ ร่วมกับสำนักงานเขตเข้าช่วยเหลือ พร้อมส่งตัวผู้ป่วยที่มีเงื่อนไขทางการแพทย์ไปยังโรงพยาบาลในสังกัด . นอกจากนี้ยังใช้���ีมติดตามข้อมูลจากโซเชียลมีเดียเพื่อเข้าช่วยเหลือเคสตกค้างอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งปรับระบบกระจายความช่วยเหลือในพื้นที่ ‘แฟลตคลองจั่น’ ให้แจกจ่ายจากด้านในออกสู่ด้านนอกเพื่อความทั่วถึง . ขณะเดียวกัน มีประชาชนเข้าพักพิงใน ‘ศูนย์พักพิง’ กว่า 234 แห่งทั่วกทม. แล้วเกือบ 7,000 คน ด้าน ‘ทวิดา กมลเวชช’ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เน้นย้ำถึงการทำงานในภาวะวิกฤตนี้ว่�� “ภารกิจสำคัญที่สุดในขณะนี้ นอกจากการเร่งระบายน้ำแล้ว คือการดูแลประชาชนที่ยังอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และประชาชนที่ขาดแคลนอาหาร น้ำดื่ม หรือไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้” . สำหรับประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือสามารถแจ้งเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ได้ที่สายด่วน 1669 หรือแจ้งเรื่องทั่วไปได้ที่สายด่วน 1555 และร่วมบริจาคสิ่งของได้ที่ศาล��ว่าการ กทม. ดินแดง และศูนย์ฝึกอาชีพเขตประเวศ #NZC #NetZeroCarbon #OnThisPoint #กรุงเทพมหานคร #กทม #น้ำท่วม #สถานการณ์น้ำท่วม #ลาดกระบัง #บางกะปิ #กลุ่มเปราะบาง #ศูนย์พักพิง #ทวิดากมลเวชช
See More
NetZeroCarbon TH
@NetzerocarbonTh
16 days ago
‘เอกนัฏ พร้อมพันธุ์’ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึง ‘นโยบายปรับโครงสร้างพลังงาน’ ครั้งใหญ่ เพื่อ ‘ลดภาระค่าครองชีพ’ และ ‘สร้างความมั่นคง’ . โดยรัฐบาลสนับสนุนให้ประชาชนผลิตไฟฟ้าใช้เองผ่านโซลาร์รูฟท็อป ขยายเป้าหมายเป็น 10,000 เมกะวัตต์ พร้อมเปิดรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินในระบบ Net Billing ราคา 2.20 บาทต่อหน่วย สัญญา 20 ปี และมีส่วนลดค่าติดตั้ง 50,000 บาท เพื่อให้ประชาชนสามารถขายไฟคืนและเป็นเจ้าของโรงไฟฟ้าบนหลังคาบ้านได้ . นอกจากนี้ยังได้ ‘ปรับลดค่าไฟฟ้าสำหรับบ้านเรือน’ โดยคิด 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย เริ่มเดือนกันยายน 2569 พร้อมตัดค่าไฟฟ้าสาธารณะออกจากบิลประชาชนและยกเลิกสัญญา Adder เก่าเพื่อลดต้นทุนแฝง . ในส่วนของการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ระยะยา�� รัฐบาลได้ผลักดัน ‘แผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า’ หรือ ‘PDP’ ฉบับใหม่ มุ่งเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดเป็น 50% ภายใน 10 ปี และไม่ต่ำกว่า 65% ใน 25 ปี พร้อมเตรียมรองรับเทคโนโลยีอนาคต เช่น ระบบกักเก็บพลังงาน, สมาร์ทกริด และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) . ทั้งนี้ประเทศไทยยังประสบความสำเร็จเป็นเจ้าภาพงาน ‘Gastech 2026’ ดึงดูดการลงทุนกว่า 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเกิดความร่วมมือสำคัญ เช่น การรับทุนจาก���หรัฐอเมริกาเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ SMR และการลงนามความร่วมมือด้านพลังงานกับประเทศโอมาน เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานและขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางพลังงานสะอาดในภูมิภาค #NZC #NetZeroCarbon #OnThisPoint #เอกนัฏพร้อมพันธุ์ #นโยบายปรับโครงสร้างพลังงาน #ลดภาระค่าครองชีพ #สร้างความมั่นคง #PDP ที่มา - กรมประชาสัมพันธ์
See More
NetZeroCarbon TH
@NetzerocarbonTh
16 days ago
ตลาดของ ‘ระบบหนังสือเดินทางผลิตภัณฑ์ดิจิทัล’ หรือ ‘Digital Product Passports’ (DPPs) กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดและกลายเป็นกลไกสำคัญระดับสากลในการขับเคลื่อนด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน . โดยระบบนี้ทำหน้าที่เสมือน ‘บัตรประชาชนดิจิทัล’ ที่บันทึกข้อมูลสำคัญของสินค้าแต่��ะชิ้นผ่านคิวอาร์โค้ดหรือแท็กอาร์เอฟไอดี ตั้งแต่แหล่งที่มาของวัตถุดิบ กระบวนการผลิต การปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ไปจนถึงแนวทางการซ่อมแซมและการรีไซเคิลเมื่อหมดอายุการใช้งาน . ในมิติของสิ่งแวดล้อม ระบบ ‘DPPs’ ช่วยพลิกโฉมห่วงโซ่อุปทานให้เกิดความโปร่งใสขั้นสูงสุด ช่วย ‘ลดขยะ’ และ ‘สนับสนุนการหมุนเวียนทรัพยากร’ ตามแนวทาง ‘เศรษฐกิจหมุนเวียน’ (Circular Economy) ได้อย่างแท้จริง . ที่สำคัญภาคธุรกิจสามารถ ‘ตรวจสอบย้อนกลับ’ เพื่อลดต้นทุนด้านวัตถุดิบและจัดการวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคเข้าถึงข้อมูลที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อประกอบการตัดสินใจได้อย่างโปร่งใส . ด้วยแรงหนุนจากข้อบังคับด้านสิ่งแวดล้อมและการขับเคลื่อนของสหภาพยุโรป ส่งผลให้ตลาดเทคโนโลยี DPP เติบโตอย่างร��ดเร็ว เพื่อช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมเปลี่ยนผ่านไปสู่ ‘ความยั่งยืน’ ในระยะยาว #NZC #NetZeroCarbon #OnThisPoint #DigitalProductPassports #DPPs #บัตรประชาชนดิจิทัล #เศรษฐกิจหมุนเวียน ที่มา - Research and Markets - envirly
See More
NetZeroCarbon TH
@NetzerocarbonTh
16 days ago
ล่าสุดนักวิทยาศาสตร์สามารถบันทึกภาพสถานที่ซึ่งมนุษย์ไม่เคยพบเห็นมาก่อนบริเวณหุบเขาใต้ทะเลลึก ‘มาร์ เดล ปลาตา’ (Mar del Plata) นอกชายฝั่งประเทศอาร์เจนตินาเอาไว้ได้ . แต่สิ่งที่น่าตกใจคือภาพเหล่านั้นกลับเผยให้เห็น ‘ขยะจากฝีมือมนุษย์’ จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นซองใส่อาหาร ถ้วยพลาสติก และรองเท้าบู๊ตยาง . ‘หุบเขาใต้ทะเลลึก’ มักเป็นแหล่งอุดมสมบูรณ์และเป็นพื้นที่อนุบาลให้กับสัตว์หลากหลายชนิด นักวิจัยจากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติอาร์เจนตินาจึงสำรวจพื้นที่นี้ในปี 2025 โดยใช้ยานดำน้ำควบค��มระยะไกล (ROV) ดำดิ่งลงไปสำรวจความลึกระหว่าง 1,120-3,820 เมตร ซึ่งทำให้พวกเขาค้นพบสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่อาจมากถึง 40 ชนิด . แต่ว่าทีมนักวิจัยกลับตกใจเมื่อเจอขยะฝีมือมนุษย์รวมกันถึง 29 ชิ้นจากภารกิจดำน้ำ 10 ครั้ง ซึ่งรวมถึงถุงพลาสติก ซองอาหาร และอุปกรณ์ตกปลาที่ถูกทิ้ง . ขยะเหล่านี้ส่วนใหญ่คาดว่ามาจากเรือประมงนอกชายฝั่ง นอกจากนี้ยังพบว่าสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลบางชนิดเริ่มเติบโตหรือเกาะติดอยู่บนขยะเหล่านั้นแล้ว เช่น ถุงพลาสติกและเชือกไนลอน เพราะการที่ขยะถูกฝังกลบไปบางส่วนอาจทำให้มันอยู่นิ่งและส่งผลให้สัตว์ต่าง ๆ เข้ามาเกาะอาศัยได้นานขึ้น . นักวิทยาศาสตร์เตือนว่าผลกระทบเชิงนิเวศจากการที่สัตว์เข้าไปอาศัยอยู่ร่วมกับขยะในทะเลลึกยังเป็นสิ่งที่เราเข้าใจน้อยมาก และแสดงให้เห็นว่าแม้แต่ท้องทะเลลึกก็ไม่ปลอดภัยจากมลพิ��พลาสติก ทีมงานจึงหวังว่าการเปิดเผยผลการสำรวจนี้จะช่วยกระตุ้นให้ทุกฝ่ายหันมาปกป้องระบบนิเวศทางทะเลให้ดียิ่งขึ้นก่อนที่เราจะเปลี่ยนแปลงสิ่งเหล่านี้ไปตลอดกาล #NZC #NetZeroCarbon #OnThisPoint #หุบเขาใต้ทะเลลึก #ขยะ ที่มา - Discover Wildlife
See More
NetZeroCarbon TH
@NetzerocarbonTh
17 days ago
กรุงเทพมหานครประกาศให้พื้นที่ทั้ง 50 เขตเป็นเขตประสบสาธารณภัย หลังมีฝนตกสะสมราว 300 มม. ในช่วง 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา ถนนสายหลักหลายสายยังมีน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัด ประชาชนบางส่วนต้องอพยพเข้าศูนย์พักพิงที่ กทม. เปิดไว้หลายแห่งทั่วเมือง รวมถึงผู้ป่วยติดเตียงที่ต้องย้ายออกจากบ้าน วันจันทร์ที่ 28 ก.ย. โรงเรียนสังกัด กทม. ปิดการเรียนการสอน และสำนักงาน ก.พ. แจ้งให้ส่วนราชการพิจารณาให้ข้าราชการที่ไม่มีภารกิจจำเป็นทำงานจากที่บ้���นได้ในวันที่ 28-29 ก.ย. กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 12 (26 ก.ย. 2569 เวลา 17.00 น.) ระบุว่าวันที่ 27 ก.ย. ฝนจะเริ่มลดลงในบางพื้นที่ แต่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และบางพื้นที่ของภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกยังมีโอกาสเกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก พื้นที่ลุ่มต่ำและจุดที่ท่วมซ้ำซากควรเฝ้าระวังฝนที่อาจตกเพิ่ม ก่อนที่ปริมาณฝนจะมีแนวโน้มลดลงในวันที่ 28 ก.ย. ส่วนอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันต��นบนมีคลื่นลมแรง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 27 ก.ย. หย่อมความกดอากาศต่ำ ร่องมรสุม และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ส่งผลพร้อมกันบริเวณภาคกลาง ทำให้กลุ่มฝนปกคลุมกรุงเทพฯ ต่อเนื่องนานกว่า 30 ชั่วโมง ขณะที่ระบบระบายน้ำของเมืองออกแบบให้รองรับฝนได้ราว 50-80 มม. ปริมาณฝนครั้งนี้จึงเกินขีดความสามารถของระบบไปหลายเท่า คลองสายหลักหลายสายมีระดับน้ำเต็มหรือล้นตลิ่ง และอาจต้องใช้เวลาอีกหลายวันกว่าน้ำจะระบายได้หมด สถานการณ์นี้สะท้อนความเสี่ยงทางกายภาพจากสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจโดยตรง ทั้งการเดินทางของบุคลากร ระบบโลจิสติกส์ และทรัพย์สินขององค์กร ซึ่งเป็นประเด็นที่มาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนให้ความสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ช่องทางติดต่อขอความช่วยเหลือ ปภ. 1784 กรุงเทพมหานคร 1555 การแพทย์ฉุกเฉิน 1669 กรมอุตุนิยมวิทยา 1182 NetZeroCarbon ขอเป็นกำลังใจ��ห้ผู้ได้รับผลกระทบทุกท่าน #น้ำท่วม #อุทกภัย #น้ำท่วมกรุงเทพ #netzerocarbon ภาพ: The Momentum
See More
Last Seen Users on Sotwe
樂樂
Seen from
Colombia
Bobby Mackolatoo/Stressformurder
Seen from
Korea
Olgun Tirci
Seen from
Turkey
Dr. Orgasm
Seen from
Malaysia
Ambadi
Seen from
India
KenUwU
Seen from
Indonesia
Porno Porna
Seen from
Turkey
Melody
💤
Seen from
Malaysia
pap random STw
Seen from
United States
Trends for you
1
Columbus
Under 10K tweets
2
Rams
Under 10K tweets
3
Josh Allen
Under 10K tweets
4
Omar
Under 10K tweets
5
Somalia
Under 10K tweets
6
James Cook
Under 10K tweets
7
#WWERaw
Under 10K tweets
8
Stafford
Under 10K tweets
9
Ukraine
Under 10K tweets
10
Brewers
Under 10K tweets
Most Popular Users
1
Elon Musk
@elonmusk
241.5M followers
2
Barack Obama
@barackobama
118.9M followers
3
Cristiano Ronaldo
@cristiano
114.6M followers
4
Donald J. Trump
@realdonaldtrump
111.8M followers
5
Narendra Modi
@narendramodi
107.1M followers
6
Rihanna
@rihanna
98.7M followers
7
NASA
@nasa
92.3M followers
8
Justin Bieber
@justinbieber
91.8M followers
9
KATY PERRY
@katyperry
90.1M followers
10
Taylor Swift
@taylorswift13
84M followers
11
Lady Gaga
@ladygaga
75.5M followers
12
Virat Kohli
@imvkohli
73.5M followers
13
Kim Kardashian
@kimkardashian
70.9M followers
14
YouTube
@youtube
68.8M followers
15
Neymar Jr
@neymarjr
66.6M followers
16
Bill Gates
@billgates
65.3M followers
17
Selena Gomez
@selenagomez
63.1M followers
18
The Ellen Show
@theellenshow
62.2M followers
19
CNN
@cnn
61.8M followers
20
X
@x
60.7M followers
Olivia
Online
✨
⭐
💫