Home
Language
English
Türkçe
Bahasa Indonesia
About
Privacy Policy
Terms of Service
Pricing
Sign In
Download All
Share
Ninoss
@Ninoss309
Joined August 2017
106
Following
8
Followers
16.3K
Posts
Pinned Tweet
Ninoss
@Ninoss309
about 7 years ago
'Don't be so hard on yourself'
Ninoss309
retweeted
Hyper Shark!
@HyperSharkk
12 days ago
ผมเพิ่งไปอ่านมา ยังไม่แม่นเท่าไหร่ ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด เป้าหมายของ Terafab คือการเอาทุกอย่างที่เกี่ยวกับการผลิตชิปมาไว้ที่เดียว ตั้งแต่ - Design - Wafer Fab - Packaging - Testing - AI Infrastructure ง่ายๆ คือ Elon อยากลดการพึ่งพา TSMC และคุม Supply Chain เองมากขึ้น สิ่งที่น่าสนใจคือ คนส่วนใหญ่มองว่า $TSLA จะได้ประโยชน์ แต่ผมมองว่าคนที่จะได้เงินก่อนอาจจะไม่ใช่ $TSLA น้า เพราะก่อนที่จะชิปจะผลิตได้ $TSLA ต้องซื้ออะไรอีกมหาศาล คนที่จะชนะแน่ๆ เลยคือ - $ASML ที่เป็นคนขายเครื่อง EUV เอาไว้ผลิตชิป และมีข่าวว่า $TSLA คุยไว้แล้วด้วย - $AMAT ทำ Deposition และ Process Equipment - $LRCX ทำ Etch และ Deposition - $KLAC ทำ Process Control และ Yield Management พวกนี้น่าจะได้ประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะ (เท่าที่นึกออกตอนนี้ แต่ $ASML นี้แรงสุด) ส่วนคนที่จะเสียประโยชน์ระยะยาวอาจจะเป็น Foundry อย่าง - $TSM (TSMC) - Samsung แต่ต้องย้ำว่า "ระยะยาว" นะครับ เพราะต่อให้ Elon รวยแค่ไหน การที่จะสร้าง Foundry ระดับโลกก็ไม่ได้เกิดขึ้นได้ใน 2-3 ปี แค่เครื่องที่จะซื้อจาก $ASML ยังต้องรอหลายปีเลย แล้วผมคิดว่าตลาดชิปใหญ่เกินกว่าจะมีผู้ชนะแค่ไม่กี่รายนะ มีคนเข้ามาแข่งเยอะขึ้นก็จะพัฒนาไวขึั้นไปอีก นี้คือข้อดีของการแข่งขัน ส่���น $TSM เอง เขาใช้เวลาสะสม Know-how มาหลายสิบปี จุดนี้สูงยากมากๆ เขาเชียวชาญการทำชิปที่สุดในโลกแล้ว ซึ่งมีเงินก็ซื้อ Know how ไม่ได้ นอกจากซื้อคนที่ทำงานใน $TSM มาแม่งหมดนั้นอะ อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ Elon จะเอาเงินจากไหนมาสร้าง? -> ถ้า Terafab เป็น project ระดับ Leading Edge จริง (เขาว่ากันมา) ต้นทุนอาจจะมีเหยียบๆ หลักหลายหมื่นถึงแสนล้านดอลลาร์เลยนะ ถ้าให้ผมเดา ผมว่าเงินน่าจะมาจากหลายทางคือ - Tesla - SpaceX - xAI - กู้ - Strategic Partners - รัฐบาล ถ้า project นี้โดนมองว่าเป็น Infra ด้าน AI และ National Security ผมว่ารัฐน่าจะดันแรงอยู่ แต่ Elon เริ่มไม่ลงรอยกับ Trump แล้วด้วยสิ และจุดที่สำคัญสุดของ Terafab คือ ไม่ว่ามันจะสำเร็จหรือไม่ สำเร็จก็ตาม แต่นี่คือสัญญาณว่า AI กำลังทำให้บริษัท Big tech เริ่มอยากคุม Supply Chain เองแล้ว เหมือนที่ - $AMZN มี Trainium - $GOOGL มี TPU แล้วอนาคต เราอาจจะได้เห็นบริษัท AI อีกหลายๆ เจ้าพยายามสร้าง "โรงงานชิปของตัวเอง" ถ้า project นี้เกิดขึ้นจริงๆ และ Semiconductor Equipment อาจจะกลายเป็นหนึ่งใน��ีมที่น่าลงทุนที่สุดในอีก 10 ปีข้างหน้าก็ได้น้าา
See More
Ninoss309
retweeted
ด้งด้ง ₍ᐢ‥ᐢ₎ ♡
@yubilip_
9 days ago
เสียดายที่ไม่มีใครมาเตือนตอนอายุ 25 🫠 ��รุป 5 เรื่องจริงที่ต้องเจอในวัย 30 เผื่อน้อง ๆ จะเตรียมตัวทันค่ะ 📌 1. เงินฉุกเฉินสำคัญสุด: เลิกออมเงินเพื่อช้อปปิ้ง แต่ต้องออมเพื่อความอุ่นใจ (เป้าแรก 30,000 บาทต้องมี) มีก้อนนี้ติดตัวไว้เวลาเกิดอะไรขึ้นชีวิตจะไม่กระทบหนัก
Ninoss309
retweeted
Proud to be powerful
@Proudtopower
8 days ago
อดีต CPO แนะนำ 3 สิ่ง / ถ้าอยากก้าวหน้าไว เงินเดือนแตะปีละ 7 หลัก ไม่นานเลยจากปีแรก 1. สกิลที่แพงที่สุดคือ Communication: เก่งงานแค่ไหน แต่ถ้าสรุปงานไม่เป็น / พูดเล่าเรื่องไม่เคลียร์ จะไม่ทันคนอื่นค่ะ / ก่อ���เริ่มงานจริงๆแนะนำเรื่องของการฝึกสื่อสารให้กระชับ เข้าใจง่าย / ทั้งการพูดและการเขียนอีเมลเลยค่ะ 🩵 ตอนเราทำงานที่การเงินยุโรปแห่งหนึ่ง หลังจากประชุมต้องเขียนรายงานว่าอะไรเกิดขึ้นบ้างคือไม่ต่ำกว่าครึ่งเอสี่ / ใครพูดอะไรที่ไหนอย่างไร / ข้อสรุปคือ / ระดับภาษาต้องสวยคือก็งงเหมือนกันว่า ทำไมเพื่อนร่วมงานเค้าเก่งทำไวมากจัง : ตอนนั้นไป Level ผู้ช่วย Director แล้วยังแบบแอบจะไม่ทันรุ่นน้องเลย จะร้อง (ต่อ)
See More
Who to follow
RichRuz4
@Smooveyleek
Getting Money Easy you niggas just make it complicated XIV 🅰️ #SoufEastHulk
Chris Ferguson
@njmurf
Conrad Barrera
@ConradoBarrera2
BCP expert; ISO 22301 En busca de la salud simple siempre
Ninoss309
retweeted
leveret 🐇
@krakraxt
8 days ago
ถ้าจะซื้อ S&P500 ควรซื้อ��น Dime หรือ SCB หรอคะ เห็นคนแนะนำเยอะมาก แต่สงสัยว่าแตกต่างกันยังไง มือใหม่มาก
Ninoss309
retweeted
Hyper Shark!
@HyperSharkk
10 days ago
อย่าคิดว่าตัวเองเก่งที่สุด เก่งกว่าตลาด เพราะนั้นคือ Mindset กำลังจะก่อหายนะให้เราในอนาคต ไม่ช้าก็เร็ว ผมเองไม่เคย��ิดว่าตัวเองเก่งไปกว่าตลาด การลงทุนแม่งโคตรยาก กว่าผมจะมาถึงจุดนี้มันไม่ง่ายเลย ผมต้องผ่านอะไรมามากมาย เพียงแค่ผมไม่ได้เอามาเล่าให้ฟัง ไอ้ความเจ็บปวดที่ผมเจอน่ะ เพราะงั้นจงมี Mindset แห่งการเรียนรู้อยู่เสมอ และคิดว่าตัวเองเก่ง เพราะนั้นคืออีโก้ และอีโก้ มันจะฆ่าคุณ!! ผลตอบแทน = ความรู้ + ความเก่ง + ความฉลาด + วินัย แต่วันนึงไอ้คำว่า “อีโก้” มันจะพาดทุกอย่างไปจากคุณ ปล. ตลาดเป็นขาขึ้น ซื้อขี้ก็รวย อย่าคิดว่าตัวเองเก่งแล้ว รอวัดกันช่วงขาลงอีกกว่า ว่าคนไหนอยู่รอด คนนั้นแหละ ของจริง!
See More
Ninoss309
retweeted
nox
@brandnewnox
11 days ago
https://t.co/4EStVFTe0Y
Ninoss309
retweeted
nox
@brandnewnox
11 days ago
ยินดีกับคนได้ปันผลด้วย ใครลงทุนระยะยาว แนะนำลงแบบ reinvest จะคุ้มกว่านะ เพราะแทนที่จะจ่ายปันผล มันเอาเงินนั้นไปลงทุนต่อให้เลยยย เดะลองคำนวนให้ดู กรณีอยากเกษียณตอนอายุ 50 แล้วสมมติปัจจุบันอายุ 25 ปี ระยะเวลาลงทุน 25 ปี สมมติว่าดัชนี S&P500 ให้ผลตอบแทนรวมเฉลี่ยที่ 8% ต่อปี (แบ่งเป็นส่วนต่างราคา 6% และเงินปันผล 2%) ถ้าเรามีเงินลงทุนตั้งต้นที่ 1,000,000 บาท (ซื้อทิ้งไว้ ไม่ได้ dca เพิ่ม): - แบบจ่ายปันผล (พอร์ตโตจากส่วนต่างราคาแค่ 6% ต่อปี) ผ่านไป 25 ปี มูลค่าพอร์ตจะโตไปอยู่ที่ประมาณ 4.3 ล้านบาท (เงินปันผล 2% ที่ได้มาระหว่างทางจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% ทันที และเรามักจะเผลอเอาเงินปันผล��ี้ไปใช้จ่ายรุ่��ร่าย ไม่ได้เอากลับมาลงทุนต่อ) - แบบ Reinvest สะสมมูลค่า (พอร์ตโตทบต้น 8% ต่อปีเต็มๆ) เงินปันผลจะถูกนำกลับไปลงทุนให้อัตโนมัติ ผ่านไป 25 ปี มูลค่าพอร์ตจะไปจบที่ประมาณ 6.8 ล้านบาท! ส่วนต่างที่หายไปถึง 2.5 ล้านบาท (เงินต้นก้อนเดียวกัน ระยะเวลาเท่ากัน) นี่คือสิ่งที่เรียกการทบต้นที่เกิด 2 จุดหลัก 1. ปันผลไม่ต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% ทันที 2. ไม่ต้องโดนหัก Front-end fee ซ้ำสองเวลาเอาเงินปันผลไปกดสั่งซื้อกองทุนใหม่เอง ดังน้านนน ถ้าเป้าหมายคือการปั้นพอร์ตให้โตในระยะยาว การเลือกกองทุนชนิดสะสมมูลค่า (A) แล้วปล่อยให้มัน reinvest ให้เอง คือทางเลือกที่คุ้มค่าและเหนื่อยน้อยที่สุดครับ 🚀
See More
Ninoss309
retweeted
Somτum_Lnwza007
@Somtum205849
12 days ago
คนนี้เขาศักดิ์สิทธิ์ตั้งเเต่เจิม Bitcoin ละ 😂 Jim Cramor ชม = ร่วง Jim Cramor ติ/ด่า = บิน 💯💯💯💯💯💯💯💯
Ninoss309
retweeted
Somτum_Lnwza007
@Somtum205849
18 days ago
ของดีเลยครับ คุณ Hyper Shark มีสรุปข่าวตลาดหุ้นทุกวันใน Kofi อ่านฟรีนะอันนี้ ไปตามกันได้ครับ
Ninoss309
retweeted
Hyper Shark!
@HyperSharkk
18 days ago
[ฟรี!!] เผื่อใครไม่รู้ใน Ko-fi ผมมี "สรุปข่าวตลาดหุ้น+connect the dots ประเด็นต่างๆ" ให้อ่านทุกวันนะครับ (ถ้าไม่ติดงาน) ผมจะเอาประเด็นข่าวของทุกวันมา connect the dots ให้เข้าใจง่ายๆ และจะได้หาโอกาสการลงทุนในอนาคตได้ด้วย ซึ่งประเด็นทุกอย่างถ้าเรา connect กันได้ตลอดๆ เราจะมองตลาดออกว่าตอนนี้มันไปทางไหน และเราควีลงทุนอะไร มันสำคัญกว่าการอ่านแค่ข่าวเฉยๆ แล้วจบนะครับ ใครที่ตามข่าวไม่ทันไปอ่านสรุปของผมได้ค���ับ เชื่อว่า 70-80% ของข่าวเมื่อคืนอยู่ในบทความผมมหมดแล้ว ตามข่าวทันแน่นอน ไปได้ที่นี่เลยครับ: https://t.co/l9tyU3pz5Z
See More
Ninoss309
retweeted
Hyper Shark!
@HyperSharkk
15 days ago
[อ่านฟรี!! อยากให้ได้อ่านจริงๆ ครับ เลยเปิดให้อ่านฟรี] ผมจะพามาดูว่าผมเองก็มีวิเคราะห์พลาดเหมือนกัน ผมไม่ใช่คนเก่��� แต่ผมกล้่าที่จะตำหนิตัวเองเวลาผิดพลาด ไม่ให้ท้ายตัวเอง และไม่เข้าข้างตัวเอง ในบทความนี้ -> จะพาไปดูว่า มีจุดไหนที่ผมโฟกัสผิดไป จุดไหนที่ผม Bias และสิ่งที่ผมมองข้ามไป -> ผมเคยโฟกัสหุ้นที่มีโอกาสเติบโตระยะยาวจากรายได้จริง ลูกค้าจริง และข้อมูลจริง ไม่ใช่แค่ narrative หรือ Hype (ผมต้องการถือหุ้นให้ได้นานๆ จริงๆ) แต่ตอนนี้ผมรับข้อมูลเยอะไป ไม่โฟกัส ทำให้ผมหลุดไปบ้าง แต่รู้ตัวไว จะกลับมาโฟกัสมากขึ้น! -> ทบทวนกระบวนการลงทุนของผมเอง (หลุดโฟกัสไปเยอะ ไปวิ่งตามหาอะไรก็ไม่รู้) คัดเฉพาะธุรกิจที่มีโอกาสโตจริงๆ และรักษาเงินต้นเพื่อถือยาวได้อย่างมั่นใจ -> เพราะสุดท้ายแล้ว ผมใจแข็ง ผมรับความเสี่ยงได้ ผมวางแผนถือยาวจริงๆ ผมเข้าหุ้นตอนไ���นก็ได้ ถ้ามันดีจริง (ศึกษามาดีมากๆ แล้ว) มันจะพาผมไปได้ไกลเอง ใครอยากอ่านบทความนี้ เข้าไปได้ที่นี้เลยครับ): https://t.co/HIThwLG191
See More
Ninoss309
retweeted
Chayanon Rakkanjanan
@MrMessenger
13 days ago
อ่านเจอบทความใน Bloomberg น่าสนใจ ขออนุญาตแปล และขยายความในมุมมองของผมเองให้ได้อ่านกันหน่อยนะครับ ถ้าพูดถึงปัจจัยที่ขับเคลื่อนตลาดหุ้นสหรัฐฯ ให้เป็นขาขึ้นมาตลอดเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา นอกเหนือจากผลกำไรของบริษัทเท��โนโลยีแล้ว อีกหนึ่งฮีโร่เงียบที่หลายคนมองข้ามคือ "ความขาดแคลนของหุ้น (Stock Scarcity)" มันคืออะไร มาเล่าให้ฟังครับ --- ตลอดหลายปีมานี้ บริษัทในดัชนี S&P 500 กวาดซื้อหุ้นคืน (Share Buybacks) รวมกันไปเกือบ 12 ล้านล้านดอลลาร์ ทำให้จำนวนหุ้นในตลาดลดลงเรื่อยๆ และอีกด้าน มันก็ทำให้ราคาหุ้นต่อตัวพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน (ปรากฏการณ์นี้ฝั่งวอลล์สตรีทเรียกว่า De-equitization แต่ในวันนี้ มิถุนายนปี 2026... เกมการเงินระดับโลกกำลังจะเปลี่ยนไป ยุคแห่งความขาดแคลนกำลังจะจบลง และถูกแทนที่ด้วย "ยุคหุ้นล้นตลาด (The Era of Stock Abundance)" สาเหตุจาก คลื่นระดมทุนยักษ์ใหญ่ที่กำลังตาม SpaceX มาอีกเพียบครับ --- คลื่นสึนามิหุ้น $1.5 ล้านล้านดอลลาร์ กำลังจะมา JPMorgan ได้ออกโรงเตือนว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ กำลังจะเจอกับการแห่ขายหุ้นครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1990 (ยุค Dot-com) โดยคาดว่าภายใน 2 ปีข้างหน้า เม็ดเงินจากการทำ IPO และการออกหุ้นเพิ่มทุน (Secondary Offerings) จะพุ่งสูงจนสร้างซัพพลายหุ้นสุทธิเพิ่มขึ้นในระบบถึง 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ (ซึ่งเป็นตัวเลขที่หักลบกับการซื้อหุ้นคืนเรียบร้อยแล้ว) ปรากฏการณ์นี้���รียกว่า "Aggressive Equitization" หรือการระดมทุนผ่านหุ้นอย่างดุดันนั่นเองครับ --- คำถาม: ทำไมบริษัทเทคฯ ต้องแห่กัน "ขายหุ้น" ในเวลานี้? คำตอบสั้นๆ คำเดียวเลย... "AI" สมรภูมิการแย่งชิงความเป็นหนึ่งด้าน AI บังคับให้บริษัทต่างๆ ต้องใช้เงินทุนมหาศาลในการสร้าง Data Center, ซื้อชิป GPU และวางโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ในอดีตบริษัทเหล่านี้ใช้วิธีหาเงินทุนตามสเต็ปนี้ครับ 1. เริ่มจากเงินสดและกำไรสะสมของตัวเอง 2. หันไปกู้เงินและออกหุ้นกู้ในตลาดหนี้ (Debt Market) แต่ในปัจจุบัน เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ค้างอยู่ในระดับสูงมานาน (Higher-for-longer) การกู้เงินจึงมีต้นทุนที่แพงเกินไป ช่องทางสุดท้ายที่หอมหวานที่สุดในตอนนี้เลยกลายเป็นการ "ขายหุ้น" ให้กับประชาชนทั่วไปนั่นเอง ให้เข้าใจง่ายๆ ขยายความแบบนี้ครับ สูตรคณิตศาสตร์ง่ายๆ ของ CFO บริษัทเทคฯ ยุคนี้ คือ ปัจจุบันดัชนี S&P 500 ซื้อขายกันที่ระดับ P/E สูงถึง 25 เท่า (Rarely Higher Valuations) นั่นหมายความว่า นักลงทุนในตลาดกำลังยอมจ่ายเงินแพงมากเพื่อซื้อหุ้น ในมุมของบริษัท... นี่คือช่วงเวลาที่ "ต้นทุนของการออกหุ้น (Cost of Equity)" ถูกกว่า "ต้นทุนของการกู้เงิน (Cost of Debt)" อย่างเห็นได้ชัด หุ้นแพงแบบนี้ ไม่ขายตอนนี้จะไปขายตอนไหนจริงไหม? --- เปิดรายชื่อยักษ์ใหญ่ผ��้สูบสภาพคล่องในตลาด คลื่นหุ้นระดมทุนรอบนี้ไม่ได้มาแบบเงียบๆ แต่มาพร้อมกับบริษัทระดับ "Mega Cap" ที่ทุกคนรู้จักดี SpaceX เพิ่งเสร็จสิ้นการทำ IPO ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ กวาดเงินไป 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ และราคาหุ้นพุ่ง 19% ในวันแรก OpenAI & Anthropic เตรียมตบเท้าเข้าทำ IPO ระดับเมกะดีลในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า Alphabet (Google) วางแผนที่จะขายหุ้นเพิ่มทุนครั้งใหญ่ที่สุดครั้ง���นึ่งในประวัติศาสตร์ มูลค่าสูงถึง 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์ หลังจากที่ไปกู้เงินทั่วโลก (ทั้งในสหรัฐฯ และญี่ปุ่น) จนตึงมือแล้ว Meta & Oracle เตรียมออกหุ้นเพิ่มทุนมูลค่ารวมกันนับแสนล้านดอลลาร์เช่นกัน แต่เรื่องนี้ ก็มีความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ครับ นักวิเคราะห์จาก Ned Davis Research ให้ข้อมูลที่น่ากลัวมากครับว่า ยักษ์ใหญ่ทั้ง 3 ตัว (SpaceX, OpenAI, Anthropic) ปัจจุบันใช้วิธี "ปล่อยหุ้นออกมาเทรดแค่เสี้ยวเดียว" (SpaceX ปล่อย Free Float ออกมาไม่ถึง 5%) แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่พ้นช่วงห้ามขายหุ้น (Lock-up period) และหุ้นที่เหลืออีกกว่า 95% ของบริษัทที่มีมูลค่ารวมกันกว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์ไหลทะลักเข้ามาในตลาด... ซัพพลายก้อนนี้ก้อนเดียวก็ใหญ่พอที่จะลบล้างแรงซื้อหุ้นคืนของบริษัทใน S&P 500 ทั้งหมดตลอดทั้งปีได้เลย คำถามคือ เจ้าของเก่า จะระบายออกมาเยอะแค่ไหน อันนี้ คือเรื่องที่เราต้องรอติดตามกัน --- สัญญาณเตือนภัยสำหรับ "ตลาดกระทิง" Robert Buckland อดีตนักกลยุทธ์จาก Citigroup ผู้คิดค้นคำว่า "De-equitization" ได้เตือนสติเราไว้ดีเลย เขาบอกว่า "การซื้อหุ้นคืน (De-equitization) ในอดีต มันเปรียบเสมือนมาตรการ QE ของตลาดหุ้นที่ช่วยปั๊มราคาให้สูงขึ้นตลอดเวลา แต่การระดมทุนผ่านหุ้นอย่างรุนแรง (Aggressive Equitization) ในตอนนี้ มันคือสิ่งตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง" นอกจากนี้ ผลการศึกษาจาก BCA Research ที่ย้อนดูประวัติศาสตร์ตลาดหุ้น 40 ปี และการ IPO กว่า 12,000 ครั้ง พบว่า ... หลังจากที่มีการ IPO ขนาดมหึมา (Mega IPOs) เกิดขึ้น ดัชนี S&P 500 มักจะมีผลตอบแทนที่แย่ลงในอีก 12 เดือนข้างหน้า (โตเฉลี่ยแค่ 8% และมีโอกาสถึง 20% ที่ผลตอบแทนจะพลิกกลับเป็นติดลบ) เพราะเม็ดเงินในตลาดถูกดูดออกไปหาหุ้นตัวใหม่นั่นเอง --- เมื่อเม็ดเงินรายย่อยมี FOMO มันก็คือ โอกาสทองของ CFO อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้การ IPO รอบนี้ประสบความสำเร็จอย่างงดงามคือ "พลังของนักลงทุนรายย่อย" ปัจจุบ��นปริมาณการซื้อขายของ��ายย่อยคิดเป็น 20% ของตลาด (โตขึ้น 2 เท่าจากปี 2010) ด้วยพฤติกรรม FOMO และกระแสความคลั่งไคล้ใน AI ทำให้ฝั่งรายย่อยพร้อมจะซื้อหุ้นเทคฯ เหล่านี้ที่ทุกระดับราคา (Buy at any price) โดยไม่ต้องขอดูแผนธุรกิจหรือตัวเลขทางการเงินที่ซับซ้อนด้วยซ้ำ ซึ่ง SpaceX ก็ฉลาดมากที่แบ่งสัดส่วนหุ้นให้รายย่อยสูงถึง 20% ในการ IPO ที่ผ่านมา --- มุมมอง Mr.Messenger การเปลี่ยนผ่านจาก "หุ้นขาดแคลน" สู่ "หุ้นล้นตลาด" คือจุด���ปลี่ยนแบบ Structural Shift ที่นักลงทุนจะมองข้ามไม่ได้อีกต่อไป (แต่ไม่ใช่ภายในเร็วๆนี้หรอก) ในมุมมองของผม ตลาดหุ้นจะไม่ได้พังทลายลงในทันที ถ้าๆๆๆๆๆๆ .... ยอดขายยังโต AI Capex ยังพุ่งไปเรื่อยๆ หรือ กำไรของบริษัทยังดีอยู่ แต่ทางเดินของตลาดกระทิงจะแคบลงและผันผวนมากขึ้น (ไม่มีงานเลี้ยงมใดไม่เลิกรา) คำถามสำคัญที่คุณต้องถามตัวเองตอนนี้ไม่ใช่แค่ "บริษัทนี้เจ๋งไหม?" แต่ต้องถามเ��ิ่ม��่า "แล้วใครจะเป็นคนควักเงินมาซื้อหุ้นที่เพิ่มขึ้นมามหาศาลขนาดนี้?" ต่อจากคุณ คำแนะนำ: 1. ระวังหุ้นเทคฯ ที่ Valuation ตึงจัด: หุ้นกลุ่ม Hyperscalers และชิปที่ราคาแพงเกินไป มีความเสี่ยงจะโดนปรับเป้าหมาย และหั่นพอร์ต (Trimming) เพื่อโยกเงินสดไปรอซื้อหุ้น IPO อย่าง OpenAI หรือ Anthropic 2. จับตาการหมุนเวียน Sector Rotation: เมื่อกลุ่มเทคฯ โดนดึงสภาพคล่อง เม็ดเงินบางส่วนอาจไหลไปพักในกลุ่มที่ปลอดภัยกว่า หรื���กลุ่มที่มีปันผลมั่นคง 3. Realistic Expectations: นักลงทุนต้องปรับลด Expectation ของดัชนีภาพรวมลงมาให้อยู่ในระดับที่สมเหตุสมผลมากขึ้น อย่าไปคิดว่า ตลาดหุ้นจะเป็นแบบครึ่งปีแรกไปเรื่อยๆ เชื่อผมเถอะว่า ตลาดไม่ได้มีแรงหนุนจากการซื้อหุ้นคืนเหมือนในอดีตอีกต่อไปแล้ว Mr.Messenger รายงาน
See More
Ninoss309
retweeted
Somτum_Lnwza007
@Somtum205849
18 days ago
Indicator ง่ายๆเลยว่าควรซื้อยัง ดัชนีลงขนาดนี้ คือให้เปิดเข้าไปในกลุ่ม DIME ในเฟส ที่มีคนอยู่ 1 ล้านคน ถ้าเจอโพสต์ที่คนบ่นขาดทุนเยอะๆ ทนไม่ไหวเเล้ว ทำไงดีขายดีไ��ม ตรงนั้นเเหละคือจุดซื้อ 😂
Ninoss309
retweeted
나연
@persisNayeon
21 days ago
ทีมงาน : บรรยากาศ สบายๆแบบนี้ที่ไทยดีใช่มั้ยครับ? ทีมงาน สบายใจ ผ่อนคลายเนอะ พี่แทยอน : ค่ะ นี่เป็นครั้งแรกเลยค่ะที่ฉันมาประเทศไทยแล้วได้ออกมาข้างนอก เพราะฉะนั้นฉันเลยซึมซับบรรยากาศนี้ให้เต็มที่ด้วยตาเลยค่ะ โคตรน่ารักกก ชีรักประเทศไทยยเนอะ😭😭😭🥹🥹
persisNayeon's tweet video.
Ninoss309
retweeted
Hyper Shark!
@HyperSharkk
21 days ago
Recap theme การลงทุนตอนนี้ ที่หวังกับมันได้จริงๆ -> CPO (core position) มา H2 2026-2027 - Laser - FAU - Substrates - Glass Core - Foundry พวกนี้ยัง undervalued -> Robotics / Physical Ai H1 2027 - 2027 (warehouse) - 2028+ (humanoid) -> 800V (new wave) until Nvidia push done! คาดว่าจะเต็มสูบ 2028 - power semi พวกนี้ TAM ใหญ่ทั้งนั้น โฟกัสแค่ 3 theme นี้ก็ลงทุนได้ 2-3 ปีแล้ว ส่วนใครอยากรู้ว่าหา hidden gem จากไหน ลองดูพวกนี้นะครับ -> 10-K, 8-K, Patent, Government docs (EU Chips Act, US CHIPS Act) -> Transcript ของ $LITE, $COHR, $NVDA , $TSLA , $AMZN -> Supplier list จะอยู่ในเอกสารพวกนี้แหละครับ ผมเองก็เจอ $NVTS จาก $NVDA -> Private funding ต่างๆ เขาลงทุนอะไรบ้าง เขามองอะไร? -> Government list (White House shortage list) ล่าสุดก็เพิ่งใส่ Indium/InP เข้าไป $AXTI เลยน่าสนใจเข้าไปอีก แล้วอย่าลืม connect the dots ทุกอย่างเข้าด้วยกันครับ เพราะหุ้นต้นน้ำมากๆ มักจะมากับข่าวเล็กๆ เช่น -> ถ้า CPO มาแรง → InP substrate ของ��าดแน่ → $AXTI ครองตลาด ~40% เพราะงั้นรอพุ่งเลย -> $NVDA ทำ 800V → Power Semi ตัวไหนมี GaN/SiC ตรงสเปก ก็เข้าทางกับ $NVTS อะไรแบบนี้ครับ ขอให้สนุกกับการ research นะค้าบบ 🫶🏻✌🏻
See More
Ninoss309
retweeted
Hyper Shark!
@HyperSharkk
22 days ago
สำหรับผม ใครที่ติดตามผมมาตลอดๆ จะรู้ว่าผมจะบอกให้เก็บเงินสดไว้ตลอด เพราะตัวผมเองก็ปั้นพอร์ตมาจากช่วงปรับฐานนี่แหละ เลยได้ต้นทุนหุ้นต่ำๆ (ไม่ได้เก่ง หรือพิเศษอะไรเหนือกว่าใคร) ให้ผลงาน���มมันพูดแทนละกัน พอร์ตนี้อายุ ~3ปี เมื่อวานตลาดร่วงหนักพอร์ตผมร่วงไป 10% แต่ก็ยังบวกอยู่ 209% อันนี้คือปั้นมาจากช่วงปรับฐานทั้งนั้น กลยุทธ์ผมค��อ 1. keep invest เรื่อยๆ 70% ของเงินทั้งหมด 2. เก็บเงินสดไว้ 30% (เพื่อวันจะได้มีไว้ช้อนเวลาหุ้นร่วง หรือปรับฐานแรงๆ) 3. ผมไม่ได้ไม่ลงทุนเลย แล้วรอแค่ปรับฐาน ไม่งั้นเสียโอกาสแย่ 4. หุ้นทุกตัวที่ผมซื้อ บรรทัดสุดท้ายของ thesis คือ ต้องถือยาวได้ 5-10 ปี 5. ตั้งใจถือให้ยาว ไม่เก็บกำไรแล้วเอามาซื้อตอนร่วง เพราะมันไม่เคยร่วงตามที่หวัง 6. เวลาจะขาย ผมไม่ขายเพราะ panic แต่จะขายเพราะ opportunities cost และ ไม่���ข้ากับแผนในอนาคตแล้ว หรือ พื้นฐานเปลี่ยนไปในทางที่เลวร้าย 7. ผมไม่ใช่คนเก่ง แต่ผมคือคนที่อดทนถือเป็น ไม่อ่อนไหวไปกับตลาด และก่อนซื้อหุ้นผมต้องศึกษาจนเข้าใจแล้วจริงๆ ผมมีแผนระยะยาวคือ 10 ปี และพอร์ตนี้คือการเดินทางของผม ผมมองพอร์ตนี้คือกองทุนทึ่ผมต้องบริหารให้ได้ดีผลตอบแทนให้มากที่สุด และที่สำคัญ ผมไม่เคยเชียร์ให้ใครซื้อหุ้นอะไร และไม่เคยขายใส่หน้าใคร ผมตั้งใจเขียน มอบแต่คุณค่าให้ทุกคน ตั้งใจมากจริงๆ ผมเก็บความรู้ไว้คนเดียวก็ได้ แต่ไม่ ผมอยากก็อยากพาทุกคนให้ได้ผลตอบแทนแบบผมเช่นกัน “รวยคนเดียว มันจะเท่อะไร” ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเชื่อหรือไม่เชื่อผมก็ได้ แต่อยากให้รู้ไว้ว่า ผมตั้งใจมากจริงๆ ที่จะมอบคุณค่าให้ทุกคน และสุดท้าย ให้ผลงานผมมันเป็นคนพูดแทนละกันครับ ปล. ผมเห็นบ่อยๆ แหละว่ามีคนโพสแซะผมบ้าง หรืออาจจะไม่ใช่ แต่คนคิดไปแล้ว และก็คิดได้สักพักก็หยุด เห็นแล้วก็ผ่านๆ ตั้งใจหาข้อมูลมาแบ่งปันทุกคนดีกว่า 🫶🏻
See More
Ninoss309
retweeted
Mr Liquidity⚡️base.eth
@cosmosno1
23 days ago
หุ้น US เละเทะ แล้วเงินไหลไปไหน? Mr Liquidity จะเล่าให้ฟัง เวลาตลาดเริ่มกลัว เงินไม่ได้หายไปเฉย ๆ แต่มันแค่ย้ายที่อยู่ จากหุ้นร้อน หุ้นโตเร็ว หุ้น AI หุ้นที่ต้องใช้ความหวังเยอะ ๆ ไปอยู่ในหุ้นที่คนยังต้องซื้อของมันอยู่ดี ไม่ว่าเศรษฐกิจจะดีหรือแย่ นั่นคือกลุ่ม Consumer Staples ของกิน ของใช้ สินค้าจำเป็น แชมพู ยาสีฟัน น้ำอัดลม อาหาร เครื่องดื่ม ของใช้ในบ้าน เมื่อคืนภาพออกมาแบบนี้ ETF กลุ่ม Consumer Staples เขียวเกือบทั้งแผง IYK +2.31% RSPS +1.74% XLP +1.72% VDC +1.72% FSTA +1.69% FXG +1.65% PSCC +1.54% FTXG +1.25% KXI +1.19% PBJ +0.97% EATZ +0.50% PSL -0.01% นี่คือพฤติกรรมคลาสสิกของตลาดเวลาความกลัวเริ่มกลับมา นักลงทุนไม่ได้อ��ากรวยเร็วเท่าเดิม แต่อยากรอดก่อน เพราะต่อให้คนเลื่อนซื้อรถ เลื่อนซื้อบ้าน เลื่อนซื้อหุ้นเทค เลื่อนซื้อของฟุ่มเฟือย แต่คนยังต้องกิน ยังต้องอาบน้ำ ยังต้องซักผ้า ยังต้องซื้อของใช้เข้าบ้าน หุ้นกลุ่มนี้เลยไม่ได้ sexy เท่า AI ไม่ได้โตหวือหวาเท่า semiconductor ไม่ได้มี story ล้ำโลกแบบ crypto แต่มันมีสิ่งหนึ่งที่ตลาดชอบมากในวันที่กลัว คือความจำเป็น เวลาตลาด risk-on เงินวิ่งเข้า���าการเติบโต แต่เวลาตลาด risk-off เงินจะเริ่มถามคำถามง่าย ๆ ว่า ถ้าเศรษฐกิจแย่ บริษัทไหนยังขายของได้? คำตอบจำนวนมากจึงไหลกลับมาที่ Staples นี่ไม่ได้แปลว่าต้องรีบไปซื้อ XLP หรือ VDC ทันที และไม่ได้แปลว่า Consumer Staples จะชนะตลาดตลอดไป แต่มันบอกเราอย่างหนึ่งว่า ตลาดกำลังเปลี่ยนอารมณ์ จากอยากได้ upside เป็นอยากลด downside จากเล่าอนาคตให้ฟังหน่อย เป็นขอกระแสเงินสดที่จับต้องได้ก่อน จากโตได้แค่ไหน เป็นถ้า���ัง จะพังน้อยแค่ไหน นี่แหละภาษาของ liquidity มันไม่ค่อยพูดตรง ๆ แต่มันทิ้งร่องรอยไว้ในราคา วันที่หุ้น US เละ แต่ Staples เขียวเกือบทั้งกระดาน แปลว่าเงินไม่ได้หายไปไหน มันแค่ย้ายจากหุ้น Growth ไปพักในหุ้น Defensive ก่อน
See More
Ninoss309
retweeted
Hyper Shark!
@HyperSharkk
7 months ago
ตอนนี้ Fear and Greed Index ลงมาลึกมากๆ ที่ 8 แล้วจากวันนั้นที่ผมโพสไป (23) วันนี้ตลาดบวกมานิดๆ แต่ต้องรอดูหลังตลาดปิดว่าจะปิดบวกได้มั้ย ผมมองว่าความผันผวนตอนนี้เป็นแค่ noise สำหรับคนมองยาว แต่ถ้าถือหุ้นเล็กเต็มพอร์ตอย่างผม เวลาหุ้นร่วงก็จะเจ็บหน่อย ต้องระมัดระวังหน่อย ถ้าใจไม่ไหวแสดงว่าไม่เหมาะกับพอร์ตแบบนี้นะคร���บ ต้องปรับพอร์ตให้ถือได้สบายใจกว่าตอนนี้
See More
Ninoss309
retweeted
“โอ๊ตโฟร์ไดท์” ➹⑥⁂③
@Oatphrodite
23 days ago
อะนี่ไงแดงรอบ NOV ที่ผ่านมา Extreme Fear เลขตัวเดีย��ของแท้ ไปช้อนกันช่วงนั้นนะฮะทุกคน ฮึบๆๆๆ ส่วนตอนนี้อยู่ระดับ Neutral 50 อีกยาวไกลลลลล
Ninoss309
retweeted
Zenestra🃏
@Zenestraseven
23 days ago
ยอมแล้วค้าบบบ 🤣🩸 $BTC เอาจริงๆใครจะเข้าตามต้อง DYOR กันเยอะๆนะ ไม่ใช่เชื่อ CK หรือเชื่อผม ...ราคานี้ดีมั้ย คือดีมาก ถูกเลยแหละ เข้าตอนนี้ราคาดีกว่าผมที่ลงทุนใน crypto ตลอดอีก 😅 แต่มันสาม��รถลงไปได้อีก อาจจะต่ำกว่า 55K (ที่ผมมอง bottom ไว้ช่วงนั้น) หรืออาจจะลงไป 40K ที่หลายคนรออยู่ ลองถามตัวเองดูครับว่าทนดอยได้มั้ย กับถ้ามันจะไม่ลงไปแล้ว ละเข้าไม่ทัน ยอมที่จะตกรถได้รึป่าว >> วิธีแก้ปัญหาแบบกลางๆก็ DCA ไปครับ ทุกอาทิตย์ ทุกเดือน หรือทุก dip ก็จะดีมาก ✌🏻
See More
Last Seen Users on Sotwe
ด้านมืดแบบลับๆ
Seen from
Thailand
DANY AR.
Seen from
Mexico
Cerita AI
Seen from
Malaysia
Thien Phuc
Seen from
Vietnam
𝐐𝐮𝐞𝐞𝐧
Seen from
Netherlands
yoan
Seen from
Indonesia
あずレイスリー
Seen from
Netherlands
@909lya
Seen from
United States
برهوم
Seen from
Egypt
Nicolly Dicapri
Seen from
Brazil
Trends for you
1
Hornets
Under 10K tweets
2
Kasich
Under 10K tweets
3
#GreenWall
Under 10K tweets
4
South Africa
Under 10K tweets
5
Haiti
Under 10K tweets
6
All 20
Under 10K tweets
7
#TNASlammiversary
Under 10K tweets
8
Barcola
Under 10K tweets
9
Serves 10
Under 10K tweets
10
Geraldo
Under 10K tweets
Most Popular Users
1
Elon Musk
@elonmusk
240.6M followers
2
Barack Obama
@barackobama
119.2M followers
3
Donald J. Trump
@realdonaldtrump
111.7M followers
4
Cristiano Ronaldo
@cristiano
110.5M followers
5
Narendra Modi
@narendramodi
107M followers
6
Rihanna
@rihanna
97.6M followers
7
NASA
@nasa
92.2M followers
8
Justin Bieber
@justinbieber
90.9M followers
9
KATY PERRY
@katyperry
87.6M followers
10
Taylor Swift
@taylorswift13
81.4M followers
11
Lady Gaga
@ladygaga
73M followers
12
Virat Kohli
@imvkohli
69.8M followers
13
Kim Kardashian
@kimkardashian
69.8M followers
14
YouTube
@youtube
68.7M followers
15
Bill Gates
@billgates
63.9M followers
16
Neymar Jr
@neymarjr
62.5M followers
17
The Ellen Show
@theellenshow
62.4M followers
18
CNN
@cnn
61.9M followers
19
X
@x
60.8M followers
20
Selena Gomez
@selenagomez
60.7M followers
Olivia
Online
✨
⭐
💫