Home
Language
English
Türkçe
Bahasa Indonesia
About
Privacy Policy
Terms of Service
Pricing
Sign In
Download All
Share
ท้องฟ้าสีชมพู
@PuddingYoghurt
Joined February 2015
370
Following
13
Followers
18.8K
Posts
Pinned Tweet
ท้องฟ้าสีชมพู
@PuddingYoghurt
about 1 year ago
ตัวเราในอนาคตจะเป็นยังไงไม่ได้ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราคิดจะเป็น แต่ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราทำ
PuddingYoghurt
retweeted
อาจุมม่าชิแด
@Soshi9mR7
3 days ago
จะร้องไห้ตรง“อย่าเผลอเอา self-esteem ไปผูกไว้กับคุณค่าของงาน งานโดนแก้ไม่ได้แปลว่าเราไม่เก่ง” นี่มักจะคิดมาตลอดว่าที่เราทำไม่ได้สักทีเพราะไม่เก่ง/เก่งไม่เท่าคนอื่น แอบนอยเงียบๆยอมรับความจริงไป เพราะผลงานมันฟ้อง(ทั้งๆที่เราทำอย่างอื่นได้เยอะแยะ) เพิ่งมามีสติจากทวิตนี้ ขอบคุณนะคะ🥹
PuddingYoghurt
retweeted
gorgor .◜◡◝
@JNisblack
4 days ago
อย่าเผลอเอาself-esteemไปผูกไว้กับคุณค่าของงาน งานโดนแก้ไม่ได้แปลว่าเราไม่เก่ง มุมมองไม่ตรงกันไม่ได้แปลว่าไอเดียของเราไร้ค่า 🫶🏻🫶🏻💜💜
PuddingYoghurt
retweeted
บันทึกการฟัง📝👻
@Orbitofmystery
9 days ago
“ร้องไห้ในห้องน้ำออฟฟิศคือรสชาติชีวิตที่ต้องเจอ”
Who to follow
🐶
@Poemcal
👻 | INTJ to INFJ-A now INTJ-A | A bioprocess engineer who working in petrochemical industrial
บริทิชหัวเถิก
@chydhrpj
Elounor
P A S E N G 🎈
@paseng___
______________
ท้องฟ้าสีชมพู
@PuddingYoghurt
10 days ago
“เป็นหวัดแค่นี้ ไม่ตายหรอก”
ᴘ
@pkcpnx
11 days ago
ทุกคนมีคำพูดจากแฟนเก่าที่จำไม่ลืมมั้ยคะ
PuddingYoghurt
retweeted
ᴘ
@pkcpnx
11 days ago
ทุกคนมีคำพูดจากแฟนเก่าที่จำไม่ลืมมั้ยคะ
PuddingYoghurt
retweeted
sad boy .
@bbigkachu
21 days ago
ชอบประโยคนี้มาก “มันก็ต้องเหนื่อยอยู่แล้ว เพราะเรากำลังพาตัวเองไปอยู่ในจุดที่ดีกว่าเดิมและมีอนาคตที่ดีกว่าเดิม ด้วยตัวของเราเอง”
PuddingYoghurt
retweeted
ms.valentines ₍ᵔ·͈༝·͈ᵔ₎
@itfeelstory
24 days ago
ใครผ่านมาเห็น ขอให้ได้ใช้ชีวิตในแบบที่ชอบ
PuddingYoghurt
retweeted
En Júpiter
@En_jupiter_
26 days ago
PuddingYoghurt
retweeted
นีนี่ฮุนฮุนเป็นน้องพี่หมี🐻🐱
@pspanacea
27 days ago
สภาพกุคือ อยากลาออก > เปิดข่าวเศรษฐกิจแย่ > เอาเถอะ ทนๆไป > อยากลาออกอีกละ > เปิดทวิต ทุกคนกอดงานไว้ๆๆๆๆ งานหายากจิงๆๆ > อืม ก้จิง ไม่ออกก้ได้วะ > มาทำงาน > อยากลาออกอีกแล้ว ร้องไห้ทุกวัน ทำไมเค้าไม่จ้างกุออกซะทีวะ 😭😭😭
PuddingYoghurt
retweeted
ไม่เชื่อครับ โม้🤗
@reno____o
about 1 month ago
เหนื่อยกับงานเหลือเกิน burnout เกินอยากจะหยุด ขอกำลังใจกดตุ่มหัวใจคนละ 1 ที ได้มั้ย 😔
PuddingYoghurt
retweeted
Sopon Supamangmee
@sopons
about 1 month ago
เหมือนโดนน้ำเย็นสาดหน้า ตอนที่ภรรยาเอ่ยประโยคนี้ขึ้นมา . "ลูกชินไปแล้วมั้ง ที่เธอนั่งทำงานตลอดเวลา... มันใช่ชีวิตที่เธอต้องการจริงๆ เหรอ?" . ผมจำได้ว่าตัวเองนั่งนิ่งไปครู่หนึ่ง พยายามจะหาคำอธิบายถึงสิ่งที่ตัวเองทำ แต่สุดท้ายก็ไม่รู้จะพูดอะไร เพราะมันคือคว���มจริงที่กำลังเกิดขึ้น . “นั่นสิ…” ผมคิดในใจ . ผมเคยคิดว่าหากตัวเองสามารถจัดการเวลาได้ดี เรียนรู้เคล็ดลับ หรือสร้างสูตร productivity ให้ตัวเองได้ ผมจะสามารถมีได้ทุกอย่าง มีชีวิตการทำงานที่ดี ทำงานได้เยอะและมีคุณภาพ ควบคู่ไปกับชีวิตส่วนตัวที่ดี มีเวลาอ่านหนังสือ ออกกำลังกาย ดูแลตัวเอง และมีเวลาคุณภาพให้กับครอบครัว . แต่ไม่เลย ยิ่งผมทำงานได้เยอะขึ้น งานก็ยิ่งเยอะ��ึ้นตามไป��้วย . ในตำนานเทพปกรณัมกรีก Sisyphus คือกษัตริย์ผู้ฉลาดแกมโกงจนเทพเจ้าโกรธ พระเจ้า Zeus จึงลงโทษให้เขาเข็นก้อนหินขนาดมหึมาขึ้นภูเขา แต่ทุกครั้งที่หินใกล้ถึงยอด มันจะกลิ้งกลับลงไปใหม่ Sisyphus ต้องเริ่มเข็นใหม่ไปเรื่อยๆ ชั่วนิรันดร์ การลงโทษที่โหดที่สุดของเทพเจ้า ไม่ใช่ความเจ็บปวดทางกาย แต่คือ 'งานที่ไม่มีวันเสร็จ' . ผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังเป็น Sisyphus . ยิ่งเข็นเร็ว หินก็ยิ��งใหญ่ ยิ่งทำงานเสร็จเยอะ งานใหม่ก็ยิ่งโผล่มา ปฏิทินสีเขียวที่ผมเคยภูมิใจ กลายเป็นก้อนหินที่ผมต้องเข็นทุกเช้า ผมพลาดตรงไหนกันแน่? . ถ้าคุณเคยอ่านบทความด้านการจัดการเวลา คุณคงรู้จัก กฎพาร์กินสัน (Parkinson's Law) ที่กล่าวไว้ว่า "งานจะขยายตัวเพื่อเติมเต็มเ��ลาที่มี" . สิ่งที่คนมักเอาไปต่อยอดคือ ถ้าคุณให้เวลาตัวเอง 8 ชั่วโมงในการทำงานที่ใช้เวลาจริงแค่ 2 ชั่วโมง คุณก็จะใช้เวลาครบ 8 ชั่วโมงไปโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นการให้เวลาตัวเองน้อยลง เท่ากับทำงานเสร็จเร็วขึ้น และเท่ากับทำงานได้เยอะขึ้น . ฟังดูสมเหตุสมผลใช่ไหมครับ . ผมเคยเชื่อแบบนั้นจริงๆ ผมตั้งเดดไลน์ที่สั้นกว่าใจคิดเสมอ ใช้เทคนิค Time-blocking แบ่งวันเป็นบล็อกย่อยๆ ตัด��ารประชุมที่ไม่จำเป็นออก และบีบประชุมที่เหลือให้สั้นลง เพื่อทำให้ตัวเองทำงานเร็วขึ้น คล่องขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น . แล้วชีวิตผมดีขึ้นไหม? ไม่เลย ตรงกันข้ามด้วยซ้ำ ยิ่งทำเสร็จเร็ว ยิ่งมีงานใหม่เข้ามา ยิ่งเคลียร์ Inbox ได้เร็วเท่าไหร่ อีเมลใหม่ก็ยิ่งเด้งเข้ามามากขึ้นเท่านั้น ยิ่งจัดการตารางได้เป๊ะ คนก็ยิ่งมาขอแบ่งเวลาจากผมมากขึ้น . เหมือนหินของ Sisyphus ที่ยิ��งเข็นเร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งกลิ้งกลับลงมาไวขึ้นเท่านั้น . ผมเคยแซวเล่นกับน้อง���นทีมคนหนึ่งว่า งานนี่เหมือนหญ้าเลย ตัดวันนี้พรุ่งนี้ก็งอกมาใหม่ น้องสมทบว่า “งอกเร็วด้วยนะพี่” แล้วก็หัวเราะ (ซึ่งในเสียงหัวเราะก็เหมือนมีน้ำตาซ่อนอยู่ 555) . จุดที่ผมเริ่มเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิต คือตอนที่ได้อ่านหนังสือ Four Thousand Weeks: Time Management for Mortals ของ Oliver Burkeman . ชื่อหนังสือมาจากการคำนวณง่ายๆ ว่าถ้ามนุษย์มีอายุเฉลี่ย 80 ปี เราจะมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ประมาณ 4,000 สัปดาห์เท��านั้น ตัวเลขที่น้อยจนน่าตกใจ น้อยจนน่าโกรธ และน้อยจนทำให้ฉุกคิดว่า วัฒนธรรม productivity ทั้งหมดของเรา อาจไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องเสมอไป . ในบทที่ชื่อ The Efficiency Trap (กับดักประสิทธิภาพ) Burkeman ชี้ให้เห็นจุดที่ผมไม่เคยมอง เขาบอกว่า การทำให้ตัวเองมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยทั่วไปจะไม่ทำให้คุณรู้สึกว่ามีเวลา "เพียงพอ" เพราะข้อเรียกร้องจะเพิ่มขึ้นมาหักล้างประโยชน์ที่คุณเพิ่งได้มา . ปัญหาไม่ใช่ว่าเทคนิคเหล่านั้นไม่ทำงาน ปัญหาคือมัน ‘ทำงาน’ นั่นแหละครับ และเมื่อมันทำงาน คุณจะได้รับงานเพิ่มขึ้นมาเติมเต็มช่องว่างที่คุณอุตส่าห์บีบสร้างมันขึ้นมาเสมอ ระบบรอบตัวรู้ว่าคุณเร็วขึ้น และมันจะส่งงานเพิ่มมาเพื่อทดสอบความเร็วขีดจำกัดใหม่ของคุณ . Burkeman ยกตัวอย่างที่ทุกคนน��าจะเข้าใจได้ทันที ถึงคุณจะตอบอีเมลเร็วและเคลียร์ Inbox จนว่างเปล่า อีเมลก็จะถูกส่งเข้ามาอีก และคุณอาจได้รับอีเมลมากขึ้นด้วยซ้ำ เพราะมันดันไปกระตุ้นให้คนตอบกลับข้อความที่คุณเพิ่งส่งเคลียร์ออกไป . ผมหยุดอ่าน วางหนังสือลง มองไปที่ปฏิทินบนหน้าจอมือถือ แล้วเริ่มเห็นบางอย่างที่ตัวเองไม่เคยอยากยอมรับ . ปฏิทินผมไม่เคยว่างเลย เพราะทุกครั้งที่มันมีช่องว่าง ผมจะร���บหางานมาเติมเสมอ และทุกครั้งที่ผมทำงานเสร็จเร็วกว่าที่คิด งานใหม่ก็จะถูกจัดสรรเข้ามาในช่องว่างนั้นทันที ไม่ว่าจะจากเจ้า��าย ลูกค้า เพื่อนร่วมงาน หรือแม้แต่จากตัวผมเอง . ผมกำลังสร้างก้อนหินของตัวเองให้ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่รู้ตัว . “ปัญหาของการพยายามจะหาเวลาสำหรับทุกอย่างที่รู้สึกว่าสำคัญ หรือแค่พอสำหรับสิ่งที่คิดว่าสำคัญ คือคุณจะไม่มีทางทำได้เลย” Burkeman อธิบาย . เทคนิค productivity ที่ผมเคยหลงรักทั้งหมด มันสร้างความสัมพันธ์รูปแบบหนึ่งกับเวลา นั่นคือการมองเวลาเป็น ‘ทรัพยากร’ ที่ต้��งบีบให้คุ้ม ต้องใช้ให้หมด ต้องห้ามสูญเปล่าเด็ดขาด . แต่เมื่อคุณมองเวลาเป็นทรัพยากรที่ต้องบีบ ต้องเค้น คุณจะรู้สึกผิดทุกครั้งที่ไม่ได้ทำแบบนั้น การนั่งเฉยๆ กลายเป็นตราบาป การนั่งเล่นเกมกับลูกกลายเป็นค่าเสียโอกาส การกินข้าวช้าๆ กลายเป็นความขี้เกียจ ชีวิตทั้งชีวิตของคุณถูกตัดสินด้วยตัวชี้วัดเดียว คือ ‘ผลลัพธ์ (Output) ต่อหน่วยเวลา’ . และเมื่อตัวชี้วัดเดียวที่���ีคือ Output ต่อหน่วยเวลา คำตอบของทุกคำถามในชีวิตจะหนีไม่พ้นการทำให้มากขึ้นและทำให้เร็วขึ้น คุณ��ม่มีทางตอบว่า "พอแล้ว" ได้ เพราะเครื่องวัดที่คุณถืออยู่ มันไม่มีขีดกำกับคำว่า 'พอ' . มาถึงตรงนี้ ผมจึงเริ่มเข้าใจว่าคำถามที่ถูกต้อง ไม่ใช่ "ทำยังไงถึงจะ productive ขึ้น" แต่คำถามที่ถูกคือ "productive ไปเพื่ออะไร" . เทคนิคการตั้งเวลาให้สั้นลงเพื่อรีดงานออกมาให้ได้เยอะๆ มักแอบซ่อนสมมติฐานไว้ในตัวมันเองว่า 'เยอะคือดี' 'Output คือคุณค่า' และ 'ความเร็วคือชัยชนะ' มันคอยบอกว่าคุณต้องวิ��งให้เร็วขึ้นยังไง แต่ไม่เคยเอ่ยถามเลยว่า ‘คุณกำลังวิ่งไปไหน?’ . งานชิ้นที่ 5 ที่รีบทำเสร็จในวันนี้ มีคุณค่ามากกว่างานชิ้นที่ 1 ที่ค่อยๆ ลงมือทำอย่างเต็มที่และมีคุณภาพไหม? การประชุม 8 ครั้งที่ตัดทิ้งไปได้ คุณได้อะไรกลับมา หรือสุดท้ายก็แค่เอาเวลาที่เหลือไปประชุมเรื่องอื่นที่ไม่เกิดประโยชน์อยู่ดี? เวลาที่อุตส่าห์ดึงกลับมาได้ คุณเอาไปทำอะไรต่อ เอาไปทำสิ่งสำคัญ หรือแค่เอางานที่เยอะขึ้นมาสุมเพิ่ม? . นี่คือกับดักที่ลึกที่สุดของวัฒนธรรม productivity มันสอนเราให้ Optimize ความเร็วและปริมาณ แต่ไม่เคยสอนให้เราตั้งคำถามเลยว่า เร็วและเยอะนั้น... มันไปเพื่ออะไร . Burkeman เสนอทางออกที่สวนทางกับกูรูสาย productivity ทุกคน เขาบอกว่าเราต้องยอมรับให้ได้ว่า เราจะไม่มีวันทำทุกอย่างที่อยากทำได้ ไม่มีวันจัด Inbox ให้เหลือศูนย์ตลอดกาล ไม่มีวันเคลียร์ทุกอย่างจนจบ และที่สำคัญที่สุด (และที่ปลดปล่อยทุกอย่าง) คือเราไม่จำเป็นต้องเคลียร์ทุกอย่างให้จบ . สิ่งเดียวที่ต้องทำคือ 'เลือก' เลือกว่าจะให้อะไรคงอยู่ในชีวิต และเลือกว่าจะปล่อยให้อะไรหลุดมือไป เพราะการเลือกไม่ใช่ความล้มเหลว การเลือกคือสิ่งที่ทำให้ชีวิตเป็น 'ชีวิต' ไม่ใช่รายการเช็กลิสต์ที่ไม่มีวันจบ . วันที่ภรรยาพูดประโยคนั้น ผมไม่ได้เปลี่ยนชีวิตตัวเองได้ในทันทีหรอกครับ นิสัยแบบนี้มันเลิกยากอยู่ แต่วันนั้นผมนั่งดูปฏิทินสีเขียวที่เคยภาคภูมิใจ แล้วถามตัวเ��งเงียบๆ ว่า นี่คือ Output ที่ผมต้องการในชีวิตจริงๆ หรือเปล่า . ถ้าผมตั้งเดดไลน์ให้สั้นลงอีก ผมคงปั่นงานเสร็จได้เยอะขึ้นแน่ๆ... แต่คำถามคือ ผมจะมี 'ชีวิต' เพิ่มขึ้นตามไปด้วยไหม? ผมจะมีเวลาในเย���นวันธรรมดาให้ลูกวิ่งมากอดมากขึ้นหรือเปล่า? ผมจะได้นั่งคุยและรับฟังคนที่ผมรักจริงๆ มากขึ้นไหม? หรือท้ายที่สุด ผมก็แค่เป็นพนักงานที่ productive ขึ้น ที่มีผลลัพธ์ต่อหน่วยเวลามากขึ้นเป็นถ้วยรางวัลเท่านั้น? . เทคนิค productivity ทุกตำราตั้งสมมติฐานว่าคำตอบของคำถามเหล่านี้คือ 'ใช่' โดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องมีการพิสูจน์ แต่ถ้าคำตอบในความเป็นจริงคือ 'ไม่' ล่ะ? ถ้าการบีบเวลามากเกิ��ไป ทำให้สิ่งที่ถูกบีบอัดจนแหลกสลายคือ ตัวคุณเอง ไม่ใช่เวลาที่เสียเปล่าล่ะ? . ผมไม่ได้กำลังบอกว่ากฎพาร์กินสันใช้ไม่ได้นะครับ ในบางบริบท การตั้งเดดไลน์ที่สั้นลงก็ช่วยให้เราโฟกัสได้ดีจริงๆ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ประเด็นคือ ก่อนที่จะ Optimize อะไรสักอย่าง ลองหยุดนิ่งๆ แล้วถามตัวเองสักครั้ง ว่าเรากำลัง Optimize อะไรอยู่ . เพราะเครื่องมือ productivity ไม่เคยมีหน้าที่ตอบคำถาม���ี้ให้คุณ มันแค่ช่วยทำให้คุณเก่งขึ้นในการเดินไปในทิศทางที่คุณเลือก ไม่ว่าทิศทางนั้นจะเป็นทางที่คุณ อยากไป จริงๆ หรือไม่ก็ตาม . ลูกผม��ตขึ้นทุกวัน วันที่เขาเลิกชวนผมเล่น ไม่ใช่วันที่ปฏิทินของผมว่างขึ้นหรอกนะครับ แต่มันคือวันที่เขาเรียนรู้แล้วว่า 'พ่อมักจะยุ่งเสมอ' . อยากให้ลองถามว่า . 'เร็วขึ้นเพื่ออะไร เยอะขึ้นไปทำไม แล้วถ้าทำได้ตามนั้น... ผมจะเอาเวลาที่ได้กลับมา ไปใช้กับอะไร?' . เพราะถ้าคุณตอบตัวเองไม่ได้ เครื่องมือจัดการเวลาเทพๆ แค่ไหนก็คงช่วยอะไรไม่ได้หรอกครับ เพราะคุณไม่ได้กำลัง 'เดินทาง' ไปไหนเลย . แค่กำลัง 'เข็นหิน' ที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ขึ้นเขา และที่เจ็บปวดที่สุดคือ หินก้อนนั้น คุณนั่นแหละ เป็นคนสร้างมันขึ้นมาเอง . - โสภณ ศุภมั่งมี
See More
PuddingYoghurt
retweeted
ราตรี จะไม่ช้อปปิ้งแล้ว
@belldelagua
about 2 months ago
เคยร้องไห้เพราะความไม่เก่งวิชาแคลคูลัส คือไม่ว่าจะพยายามยังไง ตั้งใจอ่าน ทำโจทย์ จ่ายค่าติว คือเวลาเรียน 50% ทุ่มให้วิชานี้วิชาเดียวก็ไม่ผ่าน ขนาดเพื่อนโอลิมปิกคณิตมาติวให้ส่วนตัวเพราะเค้าเห็นความพยายามก็ยังไม่ผ่าน จากคนเก่งของโรงเรียน นั่งร้องไห้หน้าคอมตอนเกรดออก self esteem ไม่เหลือ ตัดสินใจย้ายคณะ วันที่เอาทรานสคริปต์ไปคุยกับอาจารย์อีกคณะ เพื่อให้เค้าพิจารณาว่าจะรับเข้าเรียนไหม ถ้าเค้าไม่รับก็จบ ลาออกเท่านั้น อาจารย์ดูอยู่พักใหญ่ๆ แล้วก็พูดว่า “ผมดูเกรดคุณแล้วนะ คุณติดวิชาเดียวจริงๆ วิชาที่เหลือเกรดค่อนข้างดีเลย ฟิสิกส์คุณก็ผ่าน เคมีคุณได้ตั้ง C ผมรู้นะว่าวิชาพวกนี้คน F กันเกินครึ่ง คณะคุณจบปี 1 ซิ่วกันเกิน 50% ผมว่าคุณตั้งใจเรียนนะ ผมโอเคที่จะรับคุณ คุณฟังผมน��� คนเราไม่ต้องเก่งทุกอย่างหรอก มันเป็นไปไม่ได้ คุณไม่เก่งแค่แคลคูลัสวิชาเดียว มันไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอก แค่คุณกล้าตัดสินใจจัดการอะไรเองมาถึงนี่ ผมว่าคุณเก่งแล้วในวัยนี้ เชื่อผมนะ” เราร้องไห้ตรงนั้นเลย แต่ไม่ได้ร้องเพราะความไม่เก่งแล้ว ร้องเพราะมันมีคนเห็นว่าเราก็มีอะไรที่เก่ง แต่เราเองที่โฟกัสกับสิ่งที่ไม่เก่งอยู่อย่างงั้น จากวันนั้นคือปลดล็อคทุกอย��าง ถ้าทำเต็มที่แล้วไม่ได้สักทีก็คือไม่เก่ง จบ ไม่ฝืนไม่เสียใจ ยังมีอย่างอื่น���ห้ทำอีกเยอะ
See More
PuddingYoghurt
retweeted
Ran 🌹
@snowmoonrising
about 2 months ago
respect your time block ถ้า time blocking ไว้แล้ว เช่นมีออกกำลังกาย 1 ชม. แล้วคนมาขอนัดเวลานั้น เราจะตอบว่าไม่ว่าง ขอเวลาอื่นได้มั้ย สำหรับคนมีวินัยออกกำลังแล้ว คือบางทีติดครูคนนี้ ติดคลาสนี้ สนุกจริงๆ ไม่อยากเ��ื่อน แต่ถ้าเป็นคนยังไม่มีวินัย แล้วเลื่อน ผลัดไปเรื่อยๆ ยิ่งพังเลย
See More
PuddingYoghurt
retweeted
มินออกกำลังกายหนัก🏃🏻♀️เพื่อกิน🥐🥞🧋🍛🍜
@pompomcoffee
about 2 months ago
ยืนด้วยขา หายใจด้วยจมูกของตัวเอง ยังไงก็ดีที่สุดแล้วจริงๆ เพราะความแน่นอนคือความไม่แน่นอน วันที่ยังสาวยังสวย ความรักยังหวานชื่น อยากได้ดาวได้เดือน ผชมันก็หามาให้ แต่ชีวิตมักมีเรื่อง surprise เราเส��อ เพราะฉะนั้นผญอย่าหยุดหาเงินด้วยตัวเอง มีรายได้เป็นของตัวเอง มันมั่นคงสุดแล้ว
ท้องฟ้าสีชมพู
@PuddingYoghurt
2 months ago
บ้านห่างจากมหาลัยไกล เวลามาเรียน ตอนเย็นมาจากออฟฟิต ต้องนั่งรฟฟ. หม่าม้าไม่อยากให้นั่งรถรฟฟ.ตอนกลางคืน แม้ว่าจะมีเพื่อนไปส่งรฟฟก็เถอะ หม่าม้าก็เลยขับรถจากบ้านมาทิ้งไว้ที่ม. ตอนกลางคืนจะได้ขับรถกลับเองได้ ส่วนม้าก็นั่งรถเมล์กลับบ้านไปเตรียมข้าวเย็นให้ป๊า เลยรอรับเราตอนเลิก���ม่ได้🥹
See More
เวทูนู
@whaytunule
2 months ago
คือรู้ว่าพ่อรักแม่มาก แต่ไม่คิดว่าจะคลั่งรักขนาดนั้น จนลุงกูมาเล่าให้ฟังว่าฮีกินข้าวเสร็จละแต่รีบจัดโต๊ะใหม่เพราะแม่กูเพิ่งมากินข้าวด้วย ฮีตักข้าวนิดนึงพอกินกับแม่ได้อีกรอบ ลุงกูเห็นก็งงดิ ส่วนกูฟังแล้วนั่งยิ้ม รู้สึกโชคดีที่พ่อคลั่งรักแม่มาก พวกท่านรักและดูแลกันดีสุด ๆ เลยอะ 🥹
PuddingYoghurt
retweeted
Hyper Shark!
@HyperSharkk
3 months ago
อย่างเดียวที่ควรทำที่สุดตอนนี้คือ “รัดเข็มขัด” อะไรไม่จำเป็น ไม่มีก็ไม่ตาย ตัดออกให้หมด ยังไม่ต้องซื้อ ของเก่าอะไรที่ใช้ได้ใช้ไปก่อน ใช้วิธีแบบ Minimal มากที่สุด เราเพิ่มรายได้ได้ยากกว่าการลดรายจ่าย เพราะงั้นลดรายจ่ายทำได้เลยตอนนี้
PuddingYoghurt
retweeted
☾ mooncat
@artemischandesu
3 months ago
(วิเคราะห์ตัวเอง) เพราะการเรียนดีทำให้เราติดความเป็น perfectionist กลัวล้มเหลว เลยเลือกไปแต่ทางที่เซฟที่สุด มั่นคงที่สุด ไม่กล้าได้กล้าเสีย ไม่เสี่ยง ไม่ออกจากกรอบ สุดท้ายทุกวันนี้งานที่ทำก็พออยู่พอกินได้ แต่ก็ไปไม่สุดซักทาง เป็นคน average ท���่วไป
ท้องฟ้าสีชมพู
@PuddingYoghurt
3 months ago
More toxic
parks
@parkersity_9
3 months ago
Yeah Instagram is bad for our mental health but what about Outlook
PuddingYoghurt
retweeted
Simons
@Simon_Ingari
3 months ago
Your mental health is greater than any KPI
Last Seen Users on Sotwe
pemuas stw.pemuas.nenek .semok 69 crooot
Seen from
Indonesia
കുണ്ടിപ്രിയൻ
Seen from
India
(+18) Natasha
Seen from
Turkey
misselhan
Seen from
Indonesia
yangyangyang
Wai Yan Kyaw👈(Malaysia)
دودا
Dora
Seen from
Turkey
椎真@弐寺ボンガマン
Seen from
Canada
🇬🇭🇳🇬🔞
Trends for you
1
#SmackDown
Under 10K tweets
2
Morocco
Under 10K tweets
3
Juneteenth
Under 10K tweets
4
Australia
Under 10K tweets
5
#tadc
Under 10K tweets
6
Air Force One
Under 10K tweets
7
Fauci
Under 10K tweets
8
Jimmie Johnson
Under 10K tweets
9
Skubal
Under 10K tweets
10
#LoveAfterLockup
Under 10K tweets
Most Popular Users
1
Elon Musk
@elonmusk
240.3M followers
2
Barack Obama
@barackobama
119.3M followers
3
Donald J. Trump
@realdonaldtrump
111.6M followers
4
Cristiano Ronaldo
@cristiano
109.9M followers
5
Narendra Modi
@narendramodi
106.9M followers
6
Rihanna
@rihanna
97.5M followers
7
NASA
@nasa
92.1M followers
8
Justin Bieber
@justinbieber
90.7M followers
9
KATY PERRY
@katyperry
87.3M followers
10
Taylor Swift
@taylorswift13
81.1M followers
11
Lady Gaga
@ladygaga
72.7M followers
12
Kim Kardashian
@kimkardashian
69.6M followers
13
Virat Kohli
@imvkohli
69.3M followers
14
YouTube
@youtube
68.6M followers
15
Bill Gates
@billgates
63.7M followers
16
The Ellen Show
@theellenshow
62.5M followers
17
Neymar Jr
@neymarjr
62M followers
18
CNN
@cnn
61.9M followers
19
X
@x
60.9M followers
20
Selena Gomez
@selenagomez
60.4M followers
Olivia
Online
✨
⭐
💫