Home
Language
English
Türkçe
Bahasa Indonesia
About
Privacy Policy
Terms of Service
Pricing
Sign In
Download All
Share
THAI PRESS
@ThaiPressCO
ติดต่อโฆษณา/ประชาสัมพันธ์
[email protected]
Line ID :
Joined October 2020
356
Following
14.7K
Followers
8.8K
Posts
THAI PRESS
@ThaiPressCO
about 1 hour ago
รัฐบาลยกระดับระบบแพทย์รับมือน้ำท่วม กทม.–ปริมณฑล “พัฒนา” สั่ง รพ.พื้นที่เสี่ยงเตรียมพร้อมเต็มระบบ ดูแลกลุ่มเปราะบางแล้วกว่า 5,500 ราย สำรองยา–เวชภัณฑ์ พร้อมแผนเคลื่อนย้ายผู้ป่วย . . (27 ก.ย. 69) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุขได้ยกระดับการเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อรองรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตามข้อสั่งการจากการประชุมติดตามสถานการณ์น้ำเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 โดยนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กำชับให้ทุกหน่วยงานให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชน ความต่อเนื่องของบริการทางการแพทย์ และการดูแลกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรก . นางสาวลลิดา กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขได้สั่งการให้โรงพยาบาลและสถานพยาบาลในพื้นที่เสี่ยงประเมินความพร้อมและจัดทำแผนรองรับน้ำท่วม ตรวจสอบระบบไฟฟ้าสำรอง น้ำประปา ออกซิเจน ระบบสื่อสาร ยา เวชภัณฑ์ และเชื้อเพลิง รวมทั้งเตรียมความพร้อมของห้องฉุกเฉิน (ER) ห้องไอซียู (ICU) ห้องคลอด ห้องผ่าตัด และบริการฟอกไต ตลอดจนจัดระบบการแพทย์ฉุกเฉินและเส้นทางส่งต่อผู้ป่วยสำรอง หากถนนหรือเส้นทางหลักได้รับผลกระทบ พร้อมจัดทำแผนเคลื่อนย้ายผู้ป่วยกรณีสถานพยาบาลไม่สามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง . ข้อมูล ณ วันที่ 27 กันยายน 2569 เวลา 12.00 น. พบสถานพยาบาลได้รับผลกระทบ 32 แห่ง ในพื้นที่นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา นครปฐม สมุทรปราการ ระยอง ปราจีนบุรี นครสวรรค์ สระแก้ว นครราชสีมา และฉะเชิงเทรา โดยยังสามารถให้บริการได้ 16 แห่ง และหยุดให้บริการ 16 แห่ง . ด้านการดูแลกลุ่มเปราะบาง กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำและทบทวนบัญชีผู้ป่วยติดบ้าน–ติดเตียง ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ เด็กเล็ก และผู้พิการ รวมถึงเฝ้าระวังผู้ป่วยฟอกไต ผู้ใช้ออกซิเจน และผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่จำเป็นต้องได้รับยาอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมระบบนำส่งยาและเวชภัณฑ์ รวมถึงการเยี่ยมดูแลประชาชนในพื้นที่เข้าถึงยาก และพิจารณาเคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบางล่วงหน้าหากพื้นที่มีแนวโน้มถูกตัดขาด . ปัจจุบันมีผู้ป่วยและกลุ่มเปราะบางได้รับความช่วยเหลือแล้ว 5,512 ราย ประกอบด้วย ผู้ป่วยติดเตียง 262 ราย หญิงตั้งครรภ์ 8 ราย ผู้พิการ 251 ราย เด็ก 413 ราย ผู้สูงอายุ 2,819 ราย ผู้ป่วยฟอกไต 16 ราย ผู้ป่วยจิตเวชเรื้อรัง 9 ราย และกลุ่มอื่น ๆ 1,734 ราย . สำหรับระบบการแพทย์ฉุกเฉิน ได้เตรียมทีม EMS, MERT, Mini-MERT และทีมสาธารณสุขฉุกเฉิน พร้อมรถพยาบาล รถขับเคลื่อนสูง เรือ และยานพาหนะที่เหมาะสมกับสถานการณ์ รวมถึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหากจำเป็นต้องใช้ยานพาหนะหรือทรัพยากรเพิ่มเติม พร้อมจัดเส้นทางสำรองสำหรับส่งต่อผู้ป่วยและระบบประสานเตียงระหว่างโรงพยาบาล . ขณะเดียวกัน สถานบริการในพื้นที่เสี่ยงได้รับการกำชับให้สำรองยา เวชภัณฑ์ เลือด ออกซิเจน น้ำสะอาด เชื้อเพลิง และสิ่งจำเป็น พร้อมเตรียมคลังสำรองและระบบกระจายทรัพยากรกรณีเส้นทางหลักถูกตัด โดยขณะนี้มีการสนับสนุนยาและเวชภัณฑ์แล้ว 23,739 รายการ พร้อมเฝ้าระวังโรคที่สัมพันธ์กับน้ำท่วม อาทิ โรคทางเดินอาหาร โรคผิวหนัง โรคฉี่หนู และโรคจากยุง รวมถึงตรวจสอบคุณภาพน้ำอุปโภคบริโภคและสุขาภิบาลในพื้นที่ประสบภัยและศูนย์พักพิง . นางสาวลลิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงสาธารณสุขได้ให้ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (PHEOC) ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยจังหวัดและหน่วยบริการต้องรายงานทันทีหากพบกรณีน้ำเข้าสถานพยาบาล บริการหยุดชะงัก ระบบการแพทย์ฉุกเฉินหรือเส้นทางส่งต่อถูกตัด หรือมีความจำเป็นต้องอพยพผู้ป่วย เพื่อให้สามารถจัดสรรกำลังและทรัพยากรเข้าช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว . สำหรับการบริหารบุคลากร ให้แต่ละหน่วยงานพิจารณารูปแบบการปฏิบัติงานตามระดับผลกระทบในพื้นที่ โดยบุคลากรที่ไม่มีภารกิจให้บริการผู้ป่วยหรือปฏิบัติการฉุกเฉินสามารถพิจารณาปฏิบัติงานจากที่พัก (WFH) ตามความเหมาะสม แต่ต้องรักษากำลังที่จำเป็นสำหรับโรงพยาบาล ระบบ EMS ศูนย์ PHEOC และภารกิจช่วยเหลือประชาชนให้สามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง . . Thai Press | ไทยเพรส —————— #ThaiPress #ไทยเพรส #ข่าวคั่วเข้ม
See More
THAI PRESS
@ThaiPressCO
about 2 hours ago
รัฐบาลอำนวยความสะดวกประชาชนพื้นที่อุทกภัย “สิริพงศ์” ให้กรมการขนส่งทางบกขยายเวลางานทะเบียน–ภาษีรถ–ใบขับขี่–ใบอนุญาตขนส่ง ถึง 30 ต.ค. 69 ยื่นทันช่วงขยายเวลาไม่เสียค่าปรับ . . (27 ก.ย. 69) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงคมนาคมเร่งบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัย โดยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ติดตามการอำนวยความสะดวกด้านบริการขนส่ง ขณะที่กรมการขนส่งทางบกออกประกาศขยายระยะเวลาการดำเนินการด้านทะเบียนและภาษีรถ ด้านใบอนุญาตขับรถหรือใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถ และการดำเนินการอื่น ๆ สำหรับจังหวัดที่ผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย (อุทกภัย) เพื่อช่วยประชาชนที่ไม่สามารถเดินทางไปติดต่อราชการได้ตามกำหนด . นางสาวลลิดา กล่าวว่า การขยายเวลาดังกล่าวให้ดำเนินการได้ถึงวันที่ 30 ตุลาคม 2569 สำหรับสำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1–5 สำนักงานขนส่งจังหวัด และสำนักงานขนส่งจังหวัดสาขา ในจังหวัดที่ผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยจากอุทกภัย . สำหรับการชำระภาษีรถประจำปี หากครบกำหนดชำระภาษีระหว่างวันที่ 28 กันยายน–30 ตุลาคม 2569 และเจ้าของรถมาชำระภาษีภายในช่วงเวลาที่ขยายให้ จะถือว่าชำระภาษีภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม . ส่วนการดำเนินการด้านทะเบียนและภาษีรถที่มีกำหนดเวลาตามกฎหมาย เช่น การแจ้งไม่ใช้รถ การโอนกรรมสิทธิ์รถ การแจ้งย้ายรถ การเปลี่ยนสีรถ การเปลี่ยนชนิดเชื้อเพลิง การตรวจสภาพรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คน การตรวจสภาพรถตามเงื่อนไขในใบอนุญาตประกอบการขนส่ง และการแก้ไขสาระสำคัญของรถ หากครบกำหนดในช่วงเวลาดังกล่าวและเจ้าของรถมาดำเนินการภายในระยะเวลาที่ขยายให้ จะถือว่าดำเนินการภายในกำหนดและไม่ต้องเสียค่าปรับ . นอกจากนี้ กรณีรถที่ประสบอุทกภัยและประสงค์แจ้งไม่ใช้รถ ให้ดำเนินการจัดเก็บภาษีที่ค้างชำระอยู่ก่อนวันที่ประสบอุทกภัย (ถ้ามี) พร้อมขอปิดภาษี และให้บันทึกในคู่มือจดทะเบียนว่า “แจ้งไม่ใช้รถ เนื่องจากประสบอุทกภัย ตั้งแต่วันที่ (ใส่วันที่รถประสบอุทกภัย)” โดยให้ดำเนินการตามระเบียบกรมการขนส่งทางบกที่เกี่ยวข้อง . สำหรับใบอนุญาตขับรถและใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถ หากครบกำหนดระยะเวลาที่ต้องทดสอบข้อเขียนหรือทดสอบขับรถ เช่น การต่ออายุใบอนุญาตขับรถเกินกว่า 1 ปี หรือ 3 ปี และผู้ขอดำเนินการภายในช่วงเวลาที่ขยายให้ จะถือว่าดำเนินการภายในระยะเวลาที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด และไม่ต้องทดสอบข้อเขียนหรือทดสอบขับรถ แล้วแต่กรณี . ขณะเดียวกัน เอกสารประกอบการขอรับหรือต่ออายุใบอนุญาตขับรถหรือใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถ เช่น ใบรับรองแพทย์ หนังสือรับรองการผ่านการอบรมและทดสอบ คำขอที่ดำเนินการไม่แล้วเสร็จภายใน 90 วัน และผลผ่านการอบรมจากระบบ e-Learning ที่สิ้นอายุในช่วงเวลาดังกล่าว สามารถนำมาใช้เป็นเอกสารประกอบการดำเนินการต่อได้ . ในส่วนของใบอนุญาตประกอบการขนส่งที่กฎหมายกำหนดให้ยื่นต่ออายุล่วงหน้าก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ ได้ขยายระยะเวลาการดำเนินการเกี่ยวกับการต่ออายุออกไปถึงวันที่ 30 ตุลาคม 2569 เช่นเดียวกัน หากครบกำหนดต่ออายุแล้วแต่ผู้ได้รับใบอนุญาตมายื่นขอต่ออายุภายในช่วงเวลาที่กำหนด จะถือว่ายื่นคำขอภายในระยะเวลาตามกฎหมาย รวมถึงใบอนุญาตอื่นตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์และกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกที่กำหนดให้ยื่นต่ออายุไว้ล่วงหน้าด้วย . “มาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อไม่ให้ประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยต้องเสียสิทธิหรือรับภาระค่าปรับจากการไม่สามารถเดินทางไปติดต่อราชการได้ตามกำหนด โดยขยายเวลาการดำเนินการที่เกี่ยวข้องถึงวันที่ 30 ตุลาคม 2569 เพื่อช่วยลดภาระและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในช่วงที่ยังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม” นางสาวลลิดา กล่าว . . Thai Press | ไทยเพรส —————— #ThaiPress #ไทยเพรส #ข่าวคั่วเข้ม
See More
THAI PRESS
@ThaiPressCO
about 2 hours ago
"ศุภมาส” ลุยพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมนนทบุรี เตรียมนำปัญหาประชาชนเข้า ครม. นัดพิเศษ เร่งประสานช่วยเหลือถึงชุมชน . . (27 ก.ย. 69) เวลา 13.00 น. นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมบริเวณหมู่บ้านพงษ์เพชร จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นหนึ่งใน 9 จังหวัดที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้กำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค เพื่อรับฟังความเดือดร้อนและมอบสิ่งของยังชีพแก่ผู้ประสบภัย พร้อมรวบรวมปัญหาและความต้องการเร่งด่วนของประชาชนไปรายงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ เวลา 14.00 น. ซึ่งจะหารือเรื่องการรับมือสถานการณ์น้ำท่วมโดยเฉพาะ เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาและสนับสนุนการช่วยเหลือให้ตรงกับความจำเป็นของแต่ละพื้นที่ . ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ มีนายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ โดยนางสาวศุภมาสได้ติดตามสถานการณ์น้ำบริเวณสะพานหน้าหมู่บ้านพงษ์เพชร ก่อนขึ้นรถยกสูงสำรวจพื้นที่ภายในหมู่บ้าน ลงเยี่ยมให้กำลังใจผู้ป่วยบริเวณหน้าตลาดแสงจันทร์ และพบปะประชาชนพร้อมมอบสิ่งของยังชีพ รวมถึงมอบสิ่งของผ่านประธานชุมชนเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย จากนั้นได้เดินทางไปติดตามการทำงานบริเวณจุดสูบน้ำ . นางสาวศุภมาสกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย และกำชับให้ทุกหน่วยงานให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและการช่วยเหลือประชาชนเป็นลำดับแรก โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง และเด็ก การลงพื้นที่ครั้งนี้จึงต้องการเห็นสภาพปัญหาและรับฟังความต้องการจากประชาชนโดยตรง ทั้งจุดที่ต้องเร่งระบายน้ำ การเสริมกระสอบทราย การจัดรถหรือเรือรับส่ง และการนำอาหาร น้ำดื่ม ยาประจำตัว รวมถึงสิ่งของจำเป็นไปให้ถึงครอบครัวที่ยังออกจากบ้านไม่ได้ เพื่อนำข้อมูลไปประสานแก้ไขร่วมกับจังหวัดและส่วนกลาง พร้อมรายงานต่อที่ประชุม ครม. นัดพิเศษในวันเดียวกัน . “การช่วยเหลือประชาชนต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ไม่ต้องรอให้รัฐมนตรีลงพื้นที่ วันนี้เรามาดูให้ชัดว่าประชาชนเดือดร้อนเรื่องใด ความช่วยเหลือถึงแล้วหรือยัง และยังขาดอะไร เพื่อจะนำปัญหาไปรายงานและประสานแก้ไขให้ตรงจุด โดยเฉพาะบ้านที่มีผู้ป่วยหรือผู้ที่ออกมารับของเองไม่ได้ ต้องนำสิ่งของไปส่งให้ถึง หากจังหวัดขาดกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องสูบน้ำ เรือ หรืออุปกรณ์จำเป็น ขอให้แจ้งเข้ามา จะเร่งประสานส่วนกลางและติดตามจนประชาชนได้รับความช่วยเหลือ” นางสาวศุภมาสกล่าว . นางสาวศุภมาสกล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลได้ระดมการทำงานจากหลายกระทรวงเพื่อรับมือสถานการณ์ โดยข้อมูลการดำเนินงาน ณ วันที่ 26 กันยายน 2569 กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้ทุกอำเภอเฝ้าระวังและแจ้งเตือนตลอด 24 ชั่วโมง เตรียมฝ่ายปกครองและสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนช่วยอพยพประชาชนและจัดศูนย์พักพิง ขณะที่กรมชลประทานบริหารการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา กระจายน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งสองฝั่ง และเร่งระบายน้ำลงอ่าวไทยผ่านประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ ส่วนกรมทรัพยากรน้ำได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำช่วยระบายน้ำท่วมขังในจังหวัดปราจีนบุรี สิงห์บุรี และสระบุรี . ด้านการดำเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ รัฐบาลได้เตรียมมาตรการเพิ่มเติม ทั้งการสำรวจถนนที่ได้รับผลกระทบ การติดตั้งป้ายเตือนและเส้นทางเลี่ยง การเตรียมอพยพกลุ่มเปราะบางผ่านข้อมูล MSO Logbook และสายด่วน 1300 การปรับการเรียนการสอนตามความเสี่ยง พร้อมจัดสรรงบซ่อมแซมสถานศึกษา รวมถึงเตรียมทีมช่างตรวจและซ่อมบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า และยานพาหนะหลังน้ำลด ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ติดตามสินค้าและราคา พร้อมรับเรื่องร้องเรียนผ่านสายด่วน 1569 และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาประสานช่วยเหลือนักท่องเที่ยวผ่านสายด่วน 1672 รวมถึงหน่วยงานด้านอุตสาหกรรม วัฒนธรรม และตำรวจได้เตรียมมาตรการดูแลพื้นที่ ผู้ประกอบการ ศาสนสถาน การอพยพ การจราจร และการช่วยเหลือประชาชนตามภารกิจของแต่ละหน่วยงาน โดยมีการประสานข้อมูลแจ้งเตือนและเส้นทางผ่านแอป “ทางรัฐ” เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลและความช่วยเหลือได้รวดเร็วยิ่งขึ้น . ด้านการเข้าช่วยเหลือประชาชน กระทรวงกลาโหมได้ระดมกำลังพลกว่า 10,000 นาย และรถกว่า 1,000 คัน สนับสนุนพื้นที่ประสบภัย รวมถึงรับส่งประชาชนที่ติดค้างบริเวณปากเกร็ด กระทรวงคมนาคมติดตามเส้นทางที่ได้รับผลกระทบ พร้อมติดตั้งป้ายเตือนและป้ายทางเลี่ยง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เตรียมอพยพกลุ่มเปราะบางและจัดพื้นที่พักพิง ส่วนกระทรวงสาธารณสุขให้สถานพยาบาลเตรียมยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ เพื่อให้บริการรักษาพยาบาลได้อย่างต่อเนื่อง . สำหรับการดูแลชีวิตประจำวันของประชาชน การประปาส่วนภูมิภาคได้เตรียมความพร้อมทั้ง 234 สาขา เพื่อให้ผลิตและจ่ายน้ำประปาได้ต่อเนื่อง พร้อมเร่งซ่อมหากระบบเสียหาย กระทรวงพาณิชย์ติดตามปริมาณและราคาสินค้าจำเป็น ประสานผู้ประกอบการเติมสินค้าและส่งสิ่งของเข้าพื้นที่ประสบภัย ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้สถานศึกษาปรับการเรียนตามความเสี่ยงและเตรียมพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน รวมถึงเตรียมทีมช่างร่วมกับหน่วยงานด้านแรงงาน เพื่อสนับสนุนการซ่อมแซมบ้านเรือน เครื่องใช้ไฟฟ้า และยานพาหนะหลังน้ำลด . นางสาวศุภมาสกล่าวว่า ในส่วนของตนได้รับมอบหมายให้กำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค 9 จังหวัด ได้แก่ นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรปราการ จันทบุรี ตราด นครนายก ปราจีนบุรี และสระแก้ว จึงให้แต่ละจังหวัดระบุปัญหาและความต้องการเป็นรายพื้นที่ พร้อมติดตามว่าความช่วยเหลือถึงประชาชนครบถ้วนหรือไม่ โดยเมื่อวันที่ 26 กันยายนที่ผ่านมา ได้มอบหมายให้ ดร.พัชรินทร์ลงพื้นที่รังสิต จังหวัดปทุมธานี เพื่อติดตามสถานการณ์และประสานการช่วยเหลือ . สำหรับวันพรุ่งนี้ (28 กันยายน 2569) ตนมีกำหนดลงพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นอีกจังหวัดในเขตกำกับ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วม รับฟังความเดือดร้อนของประชาชน และประสานจังหวัดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหา ทั้งการระบายน้ำ การเดินทางเข้าออกชุมชน และการสนับสนุนสิ่งของจำเป็น โดยจะติดตามการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องไปถึงการสำรวจความเสียหาย การฟื้นฟูบ้านเรือนและสาธารณูปโภค ตลอดจนการช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง . ในส่วนของกรมประชาสัมพันธ์ นางสาวศุภมาสได้กำชับให้เชื่อมข้อมูลกับจังหวัด กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมชลประทาน และกรมอุตุนิยมวิทยา เพื่อสื่อสารสถานการณ์ฝนและน้ำ พื้นที่เสี่ยง เส้นทางสัญจร จุดพักพิง และช่องทางขอความช่วยเหลือให้ถูกต้องและทันการณ์ โดยระบุวันและเวลาของข้อมูลให้ชัดเจน พร้อมใช้สถานีวิทยุ หอกระจายข่าว และเครือข่ายชุมชนให้เข้าถึงผู้สูงอายุและประชาชนที่ไม่ได้ใช้สื่อออนไลน์ รวมถึงเผยแพร่ข้อมูลการฟื้นฟูและเยียวยาหลังน้ำลด . นอกจากนี้ กรมประชาสัมพันธ์จัดรายการพิเศษทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT เพื่อรายงานสถานการณ์และเป็นช่องทางรับแจ้งเหตุน้ำท่วม ประชาชนสามารถแจ้งข้อมูลและขอความช่วยเหลือได้ทางหมายเลข 02 275 4016, 02 275 4035, 092 246 8705, 092 246 8735 และ 092 246 8739 หรือส่งข้อความผ่าน Facebook กรมประชาสัมพันธ์, NBT - เอ็นบีที, NBT Connext และข่าวจริงประเทศไทย รวมถึง LINE @Traffyfondue เพื่อประสานส่งต่อข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง . นางสาวศุภมาสฝากให้ประชาชนติดตามประกาศจากจังหวัดและหน่วยงานที่รับผิดชอบ ควบคู่กับข่าวสารผ่าน NBT 2HD, NBT Connext สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย และสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด รวมถึงข้อมูลฝนและสถานการณ์น้ำผ่าน ThaiWater และข้อมูลสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา หากได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย สามารถแจ้งขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ LINE “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” ที่ @1784DDPM โดยแจ้งพิกัด จำนวนคน และความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อให้เจ้าหน้าที่จัดทีมและอุปกรณ์เข้าช่วยเหลือได้ตรงกับสถานการณ์ . . Thai Press | ไทยเพรส —————— #ThaiPress #ไทยเพรส #ข่าวคั่วเข้ม
See More
THAI PRESS
@ThaiPressCO
about 2 hours ago
รัฐบาลขยายฟรีทางด่วน 8 สาย–มอเตอร์เวย์ M6–M7–M9–ดอนเมืองโทลล์เวย์ ถึงเที่ยงคืน 29 ก.ย. “สิริพงศ์” เร่งอำนวยความสะดวก ลดภาระการเดินทางช่วงน้ำท่วม . . (27 ก.ย. 69) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงคมนาคมขยายมาตรการยกเว้นค่าผ่านทาง เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและอำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ โดยครอบคลุมทางด่วน 8 สายทาง ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 (M6) หมายเลข 7 (M7) และหมายเลข 9 (M9) รวมถึงดอนเมืองโทลล์เวย์ . นางสาวลลิดา กล่าวว่า นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ติดตามและเร่งรัดมาตรการด้านการคมนาคมเพื่อช่วยเหลือประชาชนในช่วงสถานการณ์อุทกภัย โดยมุ่งเพิ่มทางเลือกในการเดินทาง กระจายปริมาณการจราจร และลดผลกระทบจากเส้นทางที่มีน้ำท่วมขัง . สำหรับการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้ขยายระยะเวลาไม่เก็บค่าผ่านทางพิเศษ จากเดิมที่กำหนดถึงเวลา 24.00 น. วันที่ 27 กันยายน 2569 ออกไปจนถึงเวลา 24.00 น. วันที่ 29 กันยายน 2569 ครอบคลุมทางพิเศษ 8 สายทาง ได้แก่ ทางพิเศษเฉลิมมหานคร ทางพิเศษศรีรัช ทางพิเศษฉลองรัช ทางพิเศษบูรพาวิถี ทางพิเศษอุดรรัถยา ทางพิเศษสายบางนา–อาจณรงค์ (S1) ทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี–สุขสวัสดิ์) และทางพิเศษประจิมรัถยา (สายศรีรัช–วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร) . ขณะเดียวกัน กรมทางหลวงได้ขยายเวลาเปิดให้บริการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 (M6) ช่วงบางปะอิน–ปากช่อง โดยไม่เก็บค่าผ่านทาง ต่อเนื่องถึงเที่ยงคืนวันอังคารที่ 29 กันยายน 2569 เพื่อเพิ่มทางเลือกในการเดินทางและหลีกเลี่ยงเส้นทางที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ทั้งนี้ เส้นทางดังกล่าวเปิดให้เฉพาะรถ 4 ล้อ จำกัดความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง . สำหรับการเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปนครราชสีมา สามารถเปิดเข้า–ออกได้ตลอดเส้นทาง ยกเว้นด่านวังน้อยและด่านสระบุรีที่ไม่เปิดให้บริการ ส่วนการเดินทางจากนครราชสีมาเข้ากรุงเทพฯ สามารถเข้าที่ด่านขามทะเลสอหรือด่านสีคิ้ว และออกที่ด่านปากช่อง จากนั้นใช้ถนนระดับดินเชื่อมต่อถนนมิตรภาพ และกลับเข้า M6 ที่ด่านมวกเหล็กเพื่อมุ่งหน้ากรุงเทพฯ เนื่องจากมีการปิดการจราจรบริเวณหน้าศูนย์พักพิงสัตว์เลี้ยงไร้บ้านในพื้นที่ตำบลปากช่อง . นอกจากนี้ กรมทางหลวงยังขยายเวลายกเว้นค่าธรรมเนียมผ่านทางบนทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 (M7) และทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9 (M9) จนถึงเวลา 24.00 น. วันที่ 29 กันยายน 2569 รวมถึงดอนเมืองโทลล์เวย์ที่ขยายเวลายกเว้นค่าผ่านทางถึงเวลา 24.00 น. ของวันเดียวกัน เพื่อเพิ่มทางเลือกและช่วยกระจายการเดินทางของประชาชนจากเส้นทางที่ได้รับผลกระทบ . นางสาวลลิดา กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมอำนวยความสะดวกด้านการจราจรอย่างต่อเนื่อง ขอให้ประชาชนตรวจสอบสภาพเส้นทางก่อนออกเดินทาง เพิ่มความระมัดระวัง และปฏิบัติตามป้ายจราจรและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ โดยสามารถสอบถามข้อมูลเส้นทางของกรมทางหลวงได้ที่สายด่วน 1586 ตลอด 24 ชั่วโมง . . Thai Press | ไทยเพรส —————— #ThaiPress #ไทยเพรส #ข่าวคั่วเข้ม
See More
Who to follow
Taopiphop Lim
@taopiphop
นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร Beer activist ผู้สมัคร กทม. เขต33 พรคประชาชน เบอร์11
TODAY
@todayth
สำนักข่าว TODAY #MakeTomorrowTODAY
The101world
@the101world
https://t.co/MKJWiHeAN2 | creative knowledge media for social change
THAI PRESS
@ThaiPressCO
about 2 hours ago
รัฐบาลระดมทุกกำลังช่วยน้ำท่วมลาดกระบัง “รองนายกฯ ยศชนัน–รมว.กลาโหม” ลุยศูนย์พักพิง ผนึกหลายหน่วย เร่งเสบียงถึงประชาชนกว่า 20,000 คน หลัง อว. สั่งด่วนที่สุด เปิดมหา’ลัยทั่วประเทศรับผู้ประสบภัย . . (27 ก.ย. 69) ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเร่งบูรณาการความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร โดยระดมกำลังจากหลายหน่วยงานเข้าดูแลทั้งเรื่องที่พักพิง อาหาร น้ำดื่ม การแพทย์ และการลำเลียงสิ่งของจำเป็น เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนที่ยังอยู่ในพื้นที่อย่างรวดเร็วและทั่วถึง . ล่าสุด ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และการช่วยเหลือประชาชน ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราว สจล.ลาดกระบัง ซึ่งกรุงเทพมหานครใช้เป็นศูนย์กลางบัญชาการสถานการณ์และรองรับประชาชนผู้ประสบภัย โดยขณะนี้มีประชาชนเข้าพักพิงแล้วกว่า 400 คน และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 1,500 คนในช่วงค่ำ . ศูนย์พักพิงได้จัดเตรียมอาหาร น้ำดื่ม สัญญาณอินเทอร์เน็ต และมีทีมแพทย์ดูแลผู้ป่วยติดเตียงจำนวน 11 ราย ขณะที่ความต้องการเร่งด่วนในพื้นที่ยังเป็นเรื่องอาหารปรุงสุกและน้ำดื่มสะอาด รัฐบาลจึงเร่งเชื่อมกำลังจากหลายหน่วยงานเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตและส่งต่อความช่วยเหลือให้เพียงพอ . โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) สามารถผลิตอาหารได้ประมาณ 1,000 กล่องต่อวัน และการเคหะแห่งชาติผลิตได้ประมาณ 1,200 กล่องต่อวัน พร้อมเปิดจุดบริการเพิ่มเติมอีก 6 จุดบริเวณใกล้เคียงการเคหะร่มเกล้า ขณะที่มีการประสานกระทรวงศึกษาธิการและมหาวิทยาลัยโดยรอบลาดกระบัง ร่วมจัดตั้งโรงครัวและประกอบอาหารปรุงสุกส่งเข้าสนับสนุนพื้นที่ . ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์เร่งจัดหาวัตถุดิบ เพื่อให้การผลิตอาหารเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เตรียมจัดตั้งโรงครัวเพิ่มเติม พร้อมทั้งกองทัพสนับสนุนกำลังพลช่วยประกอบอาหารและลำเลียงอาหารไปยังอาคารต่าง ๆ เพื่อกระจายความช่วยเหลือให้เข้าถึงประชาชนในจุดที่ได้รับผลกระทบ . ภายหลังตรวจเยี่ยมศูนย์พักพิง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่การเคหะร่มเกล้า ซึ่งยังมีประชาชนติดค้างตามอาคารต่าง ๆ กว่า 20,000 คน โดยมีการลงเรือสำรวจพื้นที่และเร่งประสานกำลังสนับสนุนจากส่วนกลางเพิ่มเติม ทั้งรถโรงครัวเคลื่อนที่และโรงครัวในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อเพิ่มกำลังผลิตอาหารและให้เพียงพอกับจำนวนประชาชนที่ยังอยู่ในพื้นที่ . รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การทำงานครั้งนี้มุ่งให้ความช่วยเหลือเดินทางจากส่วนกลางไปถึงประชาชนโดยเร็วที่สุด ตั้งแต่วัตถุดิบ การประกอบอาหาร การขนส่ง และการลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ โดยทุกหน่วยงานทำงานเชื่อมต่อกันเพื่อไม่ให้การช่วยเหลือหยุดอยู่เพียงจุดพักพิง แต่สามารถกระจายต่อไปยังชุมชนและอาคารที่ประชาชนยังติดค้างได้อย่างทั่วถึง . ในภาพรวม อว. ได้ออกนโยบายด่วนที่สุด สั่งการไปยังสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศให้ร่วมรับมือสถานการณ์อุทกภัย โดยเปิดพื้นที่เป็นศูนย์หลบภัยและศูนย์ช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยง พร้อมสนับสนุนการจัดศูนย์พักพิง จุดพักรถ และหน่วยบริการสุขภาพ รวมถึงเตรียมบุคลากรและองค์ความรู้สำหรับการช่วยเหลือและฟื้นฟูหลังสถานการณ์คลี่คลาย . นอกจากนี้ ยังเตรียมพื้นที่พักพิงสำหรับสัตว์เลี้ยง เพื่อช่วยลดความกังวลของประชาชนที่ต้องอพยพ และเปิด สจล.ลาดกระบังเป็นศูนย์กลางรับสิ่งของจำเป็นจากหน่วยงานและประชาชนที่ต้องการร่วมสนับสนุน เพื่อนำไปกระจายต่อให้กับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ . รัฐบาลยืนยันจะเร่งประสานทุกหน่วยงาน เพิ่มกำลังสนับสนุนตามสถานการณ์ และเร่งนำอาหาร น้ำดื่ม ที่พักพิง และสิ่งของจำเป็นเข้าไปถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะผู้ที่ยังติดค้างอยู่ในพื้นที่ เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนอย่างรวดเร็วและทั่วถึงที่สุด . . Thai Press | ไทยเพรส —————— #ThaiPress #ไทยเพรส #ข่าวคั่วเข้ม
See More
THAI PRESS
@ThaiPressCO
about 2 hours ago
รัฐบาลเผยตั้ง JICC ศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์น้ำท่วม สื่อสารข้อมูลกลางส่งตรงถึงพี่น้องประชาชน ลดความสับสนจากข้อมูลที่หลากหลาย . . (27 ก.ย. 69) นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารไหลหลั่งอย่างรวดเร็ว และมีข้อมูลจำนวนมากที่อาจทำให้ประชาชนเกิดความสับสน รัฐบาลตระหนักดีว่า ในสถานการณ์นี้ ข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ และรวดเร็ว เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการดำเนินชีวิตของพี่น้องประชาชน . รัฐบาลจึงได้ตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์น้ำท่วม หรือ JICC - Joint Information and Communication Center เพื่อให้การสื่อสารมีความเป็นเอกภาพ ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมข้อมูลข่าวสารทั้งหมด จัดทำเป็นข้อมูลกลาง เพื่อส่งตรงถึงพี่น้องประชาชน ลดความสับสนจากข้อมูลที่หลากหลาย โดยกำหนดแถลงอย่างเป็นทางการเป็นประจำทุกวัน ในเวลา 10:00 น. ผ่านทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย หรือ NBT และผ่านเพจ ไทยคู่ฟ้า . โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สิ่งที่พี่น้องประชาชนกังวลใจมากที่สุดตอนนี้ จะมีคำถามที่ว่า เรากำลังเผชิญกับน้ำท่วมใหญ่ ซ้ำรอยวิกฤตน้ำท่วมในปี 2554 แล้วหรือไม่? เพื่อให้ได้เข้าใจไทยสถานการณ์สิ่งที่แตกต่างกันระหว่างสถานการณ์ปี 2554 และสถานการณ์ปัจจุบัน . น้ำท่วม 2554 ขณะนั้นประเทศไทยเผชิญกับสถานการณ์พายุซ้ำซ้อนถึง 5 ลูกติด เกิดมวลน้ำเหนือไหลบ่า แผ่ขยายเป็นวงกว้าง ทำให้พื้นที่รับน้ำของเขื่อนหลัก อย่างเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนป่าสัก และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน เต็มความจุที่ 100% และต้องเร่งระบายน้ำลงสู่ภาคกลาง ต่างจากสถานการณ์ปัจจุบัน ที่แม้จะยังอยู่ช่วงฤดูฝน แต่ศักยภาพในการรองรับน้ำของ 4 เขื่อนหลัก ยังมีศักยภาพรองรับน้ำได้ถึง 7,260 ล้านลูกบาศก์เมตร . ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้น กับกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ในปัจจุบันเป็นการกำลังเผชิญกับ “สภาพอากาศสุดขั้ว” จากฝนที่ตกลงมาเป็นลักษณะฝนหมุนวน ครอบคลุมพื้นที่ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้ง กรุงเทพ และปริมณฑล โดยตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน จนถึงปัจจุบัน วัดปริมาณฝนสะสมสูงสุดอยู่ที่ 340 มิลลิเมตร หรือคิดเป็นมวลน้ำที่มากถึง 248 ล้านลูกบาศก์เมตร . ปริมาณฝนที่เผชิญขณะนี้ถือเป็นปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมามากที่สุดนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2526 หรือ ในรอบ 43 ปี ส่วนการระบายน้ำในปัจจุบัน รัฐบาลได้ประสานกับกรุงเทพมหานคร สั่งการให้ระบบระบายน้ำเดินเครื่องสูบเต็มกำลัง ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านสถานีสูบน้ำและอุโมงค์ระบายน้ำ เพื่อสูบน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา . โดยหากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่ม คาดว่าสถานการณ์น้ำที่ยังท่วมขังในพื้นที่ส่วนใหญ่ จะเริ่มคลี่คลายภายใน 2-3 วัน ศักยภาพการระบายน้ำที่ทำได้เฉลี่ยอยู่ที่ 50 ล้านลูกบาศก์ต่อวัน . ข้อมูลล่าสุดจากกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า หย่อมความกดอากาศต่ำ ขณะนี้ได้เคลื่อนตัวไปทางด้านตะวันตกของประเทศไทย ส่งผลให้ประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนักได้บางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณภาคตะวันตก ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งพื้นที่กรุงเทพ ปริมณฑล . และเนื่องจากหลายพื้นที่ยังมีน้ำท่วมขังสะสม แนะนำพี่น้องประชาชนหลีกเลี่ยงการสัญจรเข้าไปในจุดที่ยังมีน้ำท่วมสูง แต่ทั้งนี้หากประชาชนยังมีความกังวลในสถานการณ์ รัฐบาลประสานความร่วมมือจากทุกหน่วยงานในการดูแลและอำนวยความสะดวกกับพี่น้องประชาชน ด้วยการจัดเตรียมพื้นที่รองรับสำหรับจอดยานพาหนะ และ ศูนย์พักพิงชั่วคราว ซึ่งสามารถติดตามข้อมูลได้จากศูนย์ JICC ผ่านเพจไทยคู่ฟ้า . “รัฐบาลเข้าใจดีถึงความยากลำบากและความกังวลของพี่น้องประชาชน จะไม่ปล่อยให้ทุกท่านต้องเผชิญกับสถานการณ์นี้เพียงลำพัง ทุกหน่วยงานกำลังทำงานแข่งกับเวลา เพื่อนำความปลอดภัยและความเป็นอยู่ที่ปกติกลับมาให้ทุกท่านโดยเร็วที่สุด” โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้มีการฟื้นฟู เยียวยา โดยไม่ต้องรอน้ำลดทั้งหมด . นายกรัฐมนตรียังได้ให้คำมั่นกับพี่น้องประชาชนว่า ข้อมูลต้องถูกต้อง แม่นยำ การช่วยเหลือต้องรวดเร็ว และ ประชาชนต้องไม่ประสบภัยเพียงลำพัง . . Thai Press | ไทยเพรส —————— #ThaiPress #ไทยเพรส #ข่าวคั่วเข้ม
See More
THAI PRESS
@ThaiPressCO
about 2 hours ago
"อนุทิน" ลงเรือแจกอาหาร แฟลตคลองจั่น ชาวบ้านตะโกนอวยพร รวย รวย . . (27 ก.ย. 69) เวลา 18.00 น. ที่แฟลตการเคหะคลองจั่น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. นายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์ รมว.กระทรวงพลังงาน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เจ้าหน้าที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันลงพื้นที่ โดยนำเรืออาสาสมัครกู้ภัย จำนวน 3 ลำ พร้อมนำอาหารและน้ำดื่ม เครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อไปแจกจ่ายให้กับประชาชน ผู้ประสบภัยที่ได้รับผลกระทบ และติดค้างอยู่บริเวณ แฟลตการเคหะคลองจั่น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน . ทั้งนี้การลงพื้นที่ครั้งนี้นอกจาก พล.ต.อ.สำราญ รอง ผบ.ตร. มี พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร., พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น., พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 พล.ต.ต.วรวิทย์ ญาณจินดา ผบก.สปพ. พล.ต.ต.กัมปนาท อรุณคีรีโรจน์ ผบก.น.4 พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 และเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกหลายนาย . บรรยากาศ สถานการณ์น้ำท่วม บริเวณแฟลตการเคหะคลองจั่น ยังพบว่าระดับน้ำยังคงสูง กว่า 1 เมตร และ ยังมีรถยนต์ ของประชาชน ที่จอดอยู่บริเวณภายใต้อาคาร ได้รับความเสียหายจมอยู่ในน้ำมิดหลังคาจำนวนหลายคันด้วย หลังจากชาวบ้านรับทราบว่านายกฯ มาตรวจเยี่ยม ได้ตะโกนออกมาให้กำลังใจนายก จับใจความได้ว่า รวย รวย และรวยไม่ไหวแล้วโว้ย . . Thai Press | ไทยเพรส —————— #ThaiPress #ไทยเพรส #ข่าวคั่วเข้ม
See More
ThaiPressCO's tweet video.
THAI PRESS
@ThaiPressCO
about 7 hours ago
ประกาศวันหยุดพิเศษ 28–29 ก.ย. 69 เซฟพื้นที่ กทม.-ปริมณฑล รับมือน้ำท่วมหนัก . . (27 ก.ย. 69) ที่ประชุม ครม. ประกาศให้วันจันทร์ที่ 28 และ วันอังคารที่ 29 กันยายน 2569 เป็นวันหยุดราชการกรณีพิเศษ ครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ หลังสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังขยายวงกว้าง สร้างความเดือดร้อนต่อการจราจรและการเดินทางของประชาชน การตัดสินใจครั้งนี้มุ่งบรรเทาความหนาแน่นบนท้องถนนและลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ โดยหน่วยงานภาครัฐยังคงเปิดให้บริการผ่านช่องทางออนไลน์ตามปกติ . นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า หัวหน้าหน่วยงานที่มีภารกิจจำเป็น นัดหมายล่วงหน้า หรือการให้บริการสำคัญที่หากเลื่อนออกไปจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะ สามารถพิจารณาเปิดทำการตามความเหมาะสม ส่วนภารกิจเร่งด่วนด้านงบประมาณ การเงิน และการจัดซื้อจัดจ้างที่ต้องเสร็จภายในสิ้นปีงบประมาณวันที่ 30 กันยายน 2569 กรมบัญชีกลางยืนยันความพร้อมให้เข้าใช้งานระบบ e-GP และ GFMIS ออนไลน์ได้จากทุกพื้นที่อย่างราบรื่น . ด้านภาคส่วนอื่น ๆ รัฐบาลขอความร่วมมือให้รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน สถาบันการเงิน และสถานพยาบาล พิจารณาประกาศวันหยุดตามความเหมาะสมโดยสอดคล้องกับข้อกฎหมาย โดยธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงแรงงาน และบริษัทประกันภัยจะร่วมประสานแนวทางปฏิบัติอย่างใกล้ชิด ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ยังคงเปิดทำการซื้อขายตามปกติ เพื่อไม่ให้กระทบต่อระบบเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศ ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ติดตามข่าวสารสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด . . Thai Press | ไทยเพรส —————— #ThaiPress #ไทยเพรส #ข่าวคั่วเข้ม
See More
THAI PRESS
@ThaiPressCO
about 7 hours ago
น้ำยังเพิ่มหลายพื้นที่! รัฐบาลเร่งรับมือน้ำท่วม “รมช.วัชระพล” ระดม จนท.กรมประมง 120 นาย รถ 30 คัน เรือ 30 ลำ ตั้ง 3 ศูนย์ เฝ้าระวัง–ช่วยเหลือ 24 ชม. . . (27 ก.ย. 69) ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องและอุทกภัยในหลายพื้นที่ รัฐบาลได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมกำลังและเครื่องมือให้พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชน โดยล่าสุดกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 25 จังหวัด รวม 128 อำเภอ 587 ตำบล 2,500 หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับผลกระทบ 174,803 ครัวเรือน หรือ 545,022 คน รวมถึงกรุงเทพมหานคร 50 เขต ข้อมูล ณ เวลา 06.00 น. วันที่ 27 กันยายน 2569 . ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กำชับกองตรวจการประมง กรมประมง เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำในช่วงวันที่ 25–27 กันยายน 2569 พร้อมระดมชุดเฉพาะกิจ เจ้าหน้าที่ 120 นาย รถยนต์ 30 คัน และเรือตรวจประมง 30 ลำ เพื่อเฝ้าระวัง ป้องกัน และเข้าช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง โดยแบ่งกำลังเป็น 3 ศูนย์หลัก เพื่อให้สามารถเข้าถึงพื้นที่และเข้าช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว . สำหรับพื้นที่ที่ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด จากข้อมูลการเตรียมกำลัง พบพื้นที่ที่ระดับน้ำเพิ่มขึ้น ได้แก่ สุพรรณบุรี ฉะเชิงเทรา และสระแก้ว ขณะที่พื้นที่ที่ระดับน้ำทรงตัว ได้แก่ นครสวรรค์ พิษณุโลก ลพบุรี สิงห์บุรี นครปฐม พระนครศรีอยุธยา ปราจีนบุรี และตราด ทั้งนี้ สถานการณ์สามารถเปลี่ยนแปลงได้ จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศและการแจ้งเตือนของทางราชการในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง . กรมประมงแบ่งกำลังเป็น 3 ศูนย์หลัก ดังนี้ . 1. ศูนย์ที่ 1 สมุทรปราการ ดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เตรียมเจ้าหน้าที่ 40 นาย รถ 10 คัน และเรือตรวจประมง 10 ลำ ติดต่อ 080-065-9633 . 2. ศูนย์ที่ 2 พระนครศรีอยุธยา–พิษณุโลก ดูแลพื้นที่ภาคกลางและภาคกลางตอนบน เตรียมเจ้าหน้าที่ 40 นาย รถ 10 คัน และเรือตรวจประมง 10 ลำ ติดต่อพระนครศรีอยุธยา 063-217-2701 / พิษณุโลก 065-895-4595 . 3. ศูนย์ที่ 3 ระยอง ดูแลพื้นที่ภาคตะวันออก เตรียมเจ้าหน้าที่ 40 นาย รถ 10 คัน และเรือตรวจประมง 10 ลำ ติดต่อ 063-217-3174 . สำหรับประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สามารถติดต่อ สำนักงานประมงพื้นที่กรุงเทพมหานคร โทร. 02-558-0197 ถึง 0198 ซึ่งเป็นช่องทางที่กรมประมงเผยแพร่ไว้ ขณะที่ประชาชนในพื้นที่อื่น หากเกิดเหตุฉุกเฉิน สามารถติดต่อสำนักงานประมงจังหวัดหรือหน่วยงานประมงในพื้นที่ได้โดยเร็ว . ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า “สิ่งที่อยากย้ำกับประชาชนคือ อย่ารอให้สถานการณ์รุนแรงแล้วจึงเริ่มหาช่องทางขอความช่วยเหลือ โดยเฉพาะบ้านที่อยู่ริมน้ำ พื้นที่ลุ่มต่ำ และเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ขอให้บันทึกหมายเลขติดต่อของหน่วยงานในพื้นที่ไว้ล่วงหน้า เตรียมของจำเป็น และติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด เพราะการเตรียมตัวเร็วขึ้นหนึ่งก้าว ช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายได้มากขึ้น” . . Thai Press | ไทยเพรส —————— #ThaiPress #ไทยเพรส #ข่าวคั่วเข้ม
See More
THAI PRESS
@ThaiPressCO
about 7 hours ago
รัฐบาลย้ำสิทธิ “ม.33” เจอภัยธรรมชาติจนทำงานไม่ได้ รับเงินว่างงานเหตุสุดวิสัย 50% ไม่เกิน 90 วัน . . (27 ก.ย. 69) ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ย้ำสิทธิผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะกรณีน้ำท่วม จนไม่สามารถเดินทางไปทำงานได้ หรือนายจ้างได้รับผลกระทบจนไม่สามารถประกอบกิจการได้ชั่วคราว และผู้ประกันตนไม่ได้รับค่าจ้าง สามารถขอรับ ประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานเนื่องจากเหตุสุดวิสัย ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดได้ โดย สปส. มีแนวทางจ่ายเงินทดแทนกรณีดังกล่าวในอัตรา 50% ของค่าจ้างรายวัน ครั้งละไม่เกิน 90 วัน . สำหรับผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบ ควรเตรียมเอกสารให้พร้อม ประกอบด้วย . 1. แบบขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน (สปส.2-01/7) 2. หนังสือรับรองการว่างงานจากนายจ้าง 3. หากยังไม่ได้ผูกพร้อมเพย์กับเลขประจำตัวประชาชน ให้แนบสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์หน้าแรกด้วย . ส่วนของนายจ้าง ต้องออกหนังสือรับรองการขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานเนื่องจากเหตุสุดวิสัย โดยนายจ้างยื่นเรื่องผ่านระบบ e service เพื่อขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน ของผู้ประกันตนหรือยื่นต่อ สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ สำนักงานประกันสังคมจังหวัด หรือสาขา . “ขอให้ผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติตรวจสอบสิทธิของตนเองและเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน เพื่อไม่ให้พลาดความช่วยเหลือที่พึงได้รับตามสิทธิประกันสังคม” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว . ผู้ประกันตนสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนประกันสังคม 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือติดตามข้อมูลผ่านเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม https://t.co/7aBqiqVKht และช่องทางประชาสัมพันธ์ของสำนักงานประกันสังคม . . Thai Press | ไทยเพรส —————— #ThaiPress #ไทยเพรส #ข่าวคั่วเข้ม
See More
THAI PRESS
@ThaiPressCO
about 7 hours ago
นายกฯ “อนุทิน” ประชุม ครม. นัดพิเศษ หารือมาตรการรับมือฝนตกหนัก–น้ำท่วม เตรียมพิจารณาวันหยุดราชการพิเศษ บางพื้นที่ . . (27 ก.ย. 69) เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุม 501 ชั้น 5 ตึกบัญชาการ 1 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (นัดพิเศษ) ทำเนียบรัฐบาล และผ่านระบบการประชุมทางไกล (Video Conference) . นายกรัฐมนตรีขอบคุณคณะรัฐมนตรีที่มาร่วมประชุม ครม. ซึ่งเชิญประชุมอย่างเร่งด่วน เนื่องจากในช่วง 2–3 วันที่ผ่านมา หลายพื้นที่มีฝนตกต่อเนื่องส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ระบุว่า วันนี้ในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกฝนยังคงหนาแน่น ส่วนกรุงเทพมหานคร มีฝนระดับปานกลาง-เบา ซึ่งต้องเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์อย่างใกล้ชิด . นายกรัฐมนตรีกำชับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ให้เร่งเข้าช่วยเหลือประชาชน โดยให้ถือความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินเป็นความสำคัญสูงสุด และเตรียมความพร้อมศูนย์พักพิง อาหาร ถุงยังชีพ และการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อดูแลประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง โดยขอขอบคุณรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งได้ลงพื้นที่และสนับสนุนการปฏิบัติงานเพื่อแก้ไขสถานการณ์ . สำหรับกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเขตบริหารราชการในรูปแบบพิเศษ ซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ประกาศให้ทุกเขตเป็นพื้นที่ประสบภัย รัฐบาลจะเข้าไปสนับสนุนและทำงานร่วมกับกรุงเทพมหานครอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและสอดคล้องกับเงื่อนไขตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยเฉพาะการเยียวยาและการจ่ายค่าชดเชยให้แก่ผู้ประสบภัย จะใช้หลักเกณฑ์เช่นเดียวกับพื้นที่จังหวัดอื่นที่ประสบภัย . นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า การประชุม ครม. นัดพิเศษในวันนี้ มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อหารือแนวทางการกำหนดวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษในบางจังหวัดหรือบางพื้นที่ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน โดยได้หารือกับนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีแล้ว เห็นว่าควรพิจารณาอย่างรอบคอบถึงผลกระทบต่อประชาชน . นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงความจำเป็นในการประกาศวันหยุดราชการพิเศษว่า หากในวันจันทร์หรือวันอังคาร อาจมีประชาชนบางส่วนที่มีกำหนดไปศาล ไปให้ปากคำ หรือไปแสดงตนต่อหน่วยงานราชการ หากไม่สามารถเดินทางไปตามกำหนด อาจส่งผลกระทบต่อกระบวนการทางกฎหมายและก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมได้ ขณะเดียวกัน ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของนักเรียนและผู้ปกครอง เนื่องจากบางพื้นที่ยังมีน้ำท่วมขัง การเดินทางไปสถานศึกษาอาจไม่สะดวกและมีความเสี่ยง พิจารณามาตรการให้เหมาะสมกับสถานการณ์และสภาพพื้นที่ จึงต้องมีแนวทางที่ชัดเจน ไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม . “วันนี้จึงได้เชิญรัฐมนตรีมาประชุม ครม. นัดพิเศษ เพื่อหารือและพิจารณาว่าจะกำหนดวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษหรือไม่ รวมถึงจะกำหนดกี่วันและในวันใดบ้าง เพื่อให้การบริหารจัดการสถานการณ์เป็นไปอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการดูแลความปลอดภัยและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชน” นายกรัฐมนตรีกล่าว . . Thai Press | ไทยเพรส —————— #ThaiPress #ไทยเพรส #ข่าวคั่วเข้ม
See More
THAI PRESS
@ThaiPressCO
about 9 hours ago
(27 ก.ย. 69) คอนโดแห่งหนึ่ง ปั๊มน้ำดีเซลเกิดโอเวอร์รัน หลังทำงานหนักมาหลายวัน เจ้าหน้าที่พยายามดับเครื่อง . . Thai Press | ไทยเพรส ——————
#ThaiPress
#ไทยเพรส
#ข่าวคั่วเข้ม
#อุทกภัย
ThaiPressCO's tweet video.
THAI PRESS
@ThaiPressCO
about 10 hours ago
(27 ก.ย. 69) หลักสี่-แจ้งวัฒนะ ยังไม่แผ่ว . . Thai Press | ไทยเพรส ——————
#ThaiPress
#ไทยเพรส
#ข่าวคั่วเข้ม
THAI PRESS
@ThaiPressCO
about 10 hours ago
(27 ก.ย. 69) หลักสี่-แจ้งวัฒนะ ยังไม่แผ่ว . . Thai Press | ไทยเพรส ——————
#ThaiPress
#ไทยเพรส
#ข่าวคั่วเข้ม
ThaiPressCO's tweet video.
THAI PRESS
@ThaiPressCO
about 11 hours ago
รัฐบาลระดมสรรพกำลังช่วยน้ำท่วมชลบุรี “สุชาติ” ตั้งศูนย์บัญชาการส่วนหน้า ส่งกำลังพล–เรือยาง–เครื่องสูบน้ำ พร้อมเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำรับสถานการณ์ฉุกเฉิน . . (27 ก.ย. 69) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมระดมกำลังและเครื่องมือเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดชลบุรีอย่างเร่งด่วน โดยเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างใกล้ชิด พร้อมกำชับทุกหน่วยงานระดมกำลังเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มความสามารถ เน้นการทำงานเชิงรุกและเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยโดยเร็ว . นางสาวลลิดา กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้จัดตั้ง “ศูนย์บัญชาการส่วนหน้า” เพื่อเป็นศูนย์กลางในการประสานและบัญชาการความช่วยเหลือ พร้อมบูรณาการกำลังพล เครื่องจักร และอุปกรณ์จากหน่วยงานในสังกัด เข้าสนับสนุนการปฏิบัติงานของจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างเร่งด่วน . ด้านกำลังพลภาคสนาม ได้ระดมเจ้าหน้าที่จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมป่าไม้ เข้าร่วมภารกิจช่วยเหลือประชาชน ขณะที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งสนับสนุนเรือยางจำนวน 2 ลำ สำหรับใช้ในการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยง . พร้อมกันนี้ กรมทรัพยากรน้ำได้สนับสนุนเครื่องสูบน้ำขนาด 12 นิ้ว เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน รวมถึงเตรียมความพร้อมด้านการสนับสนุนทางอากาศ โดยมีเฮลิคอปเตอร์จำนวน 2 ลำ ประจำการ ณ ศูนย์การต่อสู้อากาศยานที่ 12 เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินและพร้อมสนับสนุนภารกิจเมื่อมีความจำเป็น . “ขณะนี้ทุกหน่วยงานกำลังเร่งทำงานแข่งกับเวลา โดยเน้นการทำงานเชิงรุก ระดมทั้งกำลังพล เครื่องจักร ยานพาหนะ และอุปกรณ์ที่มีอยู่ เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึงที่สุด พร้อมปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย” นางสาวลลิดา กล่าว . . Thai Press | ไทยเพรส —————— #ThaiPress #ไทยเพรส #ข่าวคั่วเข้ม
See More
THAI PRESS
@ThaiPressCO
about 11 hours ago
(27 ก.ย. 69) น้ำท่วมถนนงามวงศ์วาน ช่วงแยกพงษ์เพชร . . Thai Press | ไทยเพรส ——————
#ThaiPress
#ไทยเพรส
#ข่าวคั่วเข้ม
ThaiPressCO's tweet video.
THAI PRESS
@ThaiPressCO
about 12 hours ago
รัฐบาลชวนโหลด “เช็คน้ำ” แอปเดียวรู้ทันน้ำท่วม เช็กพิกัด-พื้นที่เสี่ยง-ระดับน้ำ พร้อมแจ้งเตือนล่วงหน้า . . (27 ก.ย. 69) ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลขอเชิญชวนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและประชาชนทั่วไปดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “เช็คน้ำ” ซึ่งพัฒนาโดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อใช้ติดตามสถานการณ์น้ำและประเมินความเสี่ยงในพื้นที่ได้ด้วยตนเอง โดยเฉพาะในช่วงที่หลายพื้นที่กำลังเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมในขณะนี้ . แอปพลิเคชัน “เช็คน้ำ” นำ ข้อมูลดาวเทียม ข้อมูลสถานีตรวจวัดระดับน้ำ ข้อมูลสภาพอากาศ ระบบตรวจจับน้ำท่วมบนถนน และกล้อง CCTV มาบูรณาการร่วมกัน พร้อมวิเคราะห์ด้วยเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศและ AI/ML เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลสถานการณ์น้ำในพื้นที่ได้สะดวกและรวดเร็ว โดยระบบข้อมูลพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมมีการคาดการณ์เป็นรายชั่วโมง . จุดเด่นสำคัญคือระบบ Location-based ที่สามารถระบุตำแหน่งของผู้ใช้งานและแสดงสถานการณ์น้ำรอบพื้นที่นั้น ทำให้ประชาชนตรวจสอบได้ว่า “ตอนนี้เราอยู่ตรงไหน และพื้นที่เสี่ยงอยู่ใกล้แค่ไหน” พร้อมติดตามข้อมูลพื้นที่น้ำท่วมปัจจุบัน พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม และสถานการณ์น้ำตามแนวลำน้ำได้ . นอกจากนี้ แอปฯ ยังมีข้อมูลที่ช่วยในการตัดสินใจหลายด้าน ทั้ง พยากรณ์ฝนและสภาพอากาศล่วงหน้า ข้อมูลกลุ่มฝนและปริมาณฝน การคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ระบบแจ้งเตือนน้ำล้นตลิ่ง รวมถึงข้อมูลจากกล้อง CCTV ที่สามารถแสดงจุดตรวจพบน้ำท่วมขังบนถนนและระดับน้ำ ขณะที่ข้อมูลน้ำท่วมย้อนหลังสามารถใช้ประกอบการวางแผนรับมือและเตรียมความพร้อมในพื้นที่ได้ . สำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน GISTDA ยังเปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียม Radarsat-2 เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 พบพื้นที่น้ำท่วมขังประมาณ 822,464 ไร่ ในหลายจังหวัดของภาคกลาง พร้อมส่งต่อข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้สนับสนุนการบริหารจัดการสถานการณ์ โดยประชาชนสามารถติดตามการเคลื่อนตัวของมวลน้ำ จุดแจ้งเตือนอันตราย และสถานการณ์ในพื้นที่ของตนเองผ่านแอปพลิเคชัน “เช็คน้ำ” ได้ตลอด 24 ชั่วโมง . รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การรู้สถานการณ์น้ำล่วงหน้า คืออีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญในการลดความเสี่ยงและความเสียหาย โดยประชาชนสามารถใช้ข้อมูลจากแอปฯ ประกอบการตัดสินใจ เช่น หลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีน้ำท่วมขัง เตรียมย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง เตรียมการเดินทาง หรือวางแผนอพยพหากอยู่ในพื้นที่เสี่ยง . “เช็คน้ำ” ดาวน์โหลดใช้งานได้ฟรีทั้งระบบ iOS และ Android เพียงค้นหาคำว่า “เช็คน้ำ” เพื่อให้ประชาชนมีข้อมูลไว้ติดตามสถานการณ์น้ำใกล้ตัวและเตรียมรับมือได้อย่างทันท่วงที . . Thai Press | ไทยเพรส —————— #ThaiPress #ไทยเพรส #ข่าวคั่วเข้ม
See More
THAI PRESS
@ThaiPressCO
about 12 hours ago
หวั่นประชาชนตื่นตระหนก กับข้อมูลบิดเบือน ยืนยันกรมอุตุฯ มีการแจ้งเตือนล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน หากมีสถานการณ์รุนแรง . . เมื่อวันที่ 26 ก.ย. 69 จากสถานการณ์ฝนตกในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนและถนนหลายสายในหลายพื้นที่ พร้อมกับการเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนที่สร้างความตื่นตระหนก วิตกกังวลให้กับประชาชน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้แสดงความห่วงใยต่อเรื่องดังกล่าว โดยได้มอบหมายให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เฝ้าระวัง ตรวจสอบ การเผยแพร่ข่าวบิดเบือนที่สร้างความตื่นตระหนก พร้อมทั้งประสานงานหน่วยงานในสังกัดในการเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้อง และเตรียมความพร้อมให้การช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที . นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้มีข้อสั่งการล่าสุดให้นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี โดยกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดศูนย์ปฏิบัติการพยากรณ์อากาศและเตือนภัยสภาพอากาศ เพื่อติดตามสถานการณ์ฝนต่อเนื่อง ซึ่งจากข้อมูลสภาพอากาศในช่วงของวันที่ 27 ก.ย.69 ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง โดยภาพรวมปริมาณฝนในหลายพื้นที่เริ่มลดลงเมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า . ขณะเดียวกันจากการเกิดฝนตกอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีการเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนจากผู้ไม่หวังดี ทั้งข้อมูลของการเกิดพายุฝน ฝนตกหนัก ทำให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนกและวิตกกังวล ส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นวงกว้าง ซึ่งหากเป็นกรณีเหตุการณ์ขนาดใหญ่ เช่น พายุโซนร้อน กรมอุตุฯ จะมีการแจ้งเตือนล่วงหน้าอย่างน้อยประมาณ 3 วัน ส่วนกรณีฝนในพื้นที่จะมีการติดตามและปรับปรุงข้อมูลอย่างต่อเนื่อง โดยมีการอัปเดตข้อมูลทุก 6 ชั่วโมง เพื่อให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถติดตามสถานการณ์และเตรียมรับมือได้อย่างเหมาะสม . อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอีได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดได้เตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที หากเกิดเหตุอุทกภัยที่มีความรุนแรงขึ้น โดยขอความร่วมมือจากประชาชนในการติดตามรับฟังข่าวสารและข้อมูลจากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น . ทั้งนี้หากประชาชนต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อได้ที่ - สายด่วน 1784 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งเหตุอุทกภัย ขอความช่วยเหลืออพยพ (หรือติดต่อทาง Line Official: @1784DDPM) - สายด่วน 1555 — สายด่วน กทม. แจ้งปัญหาน้ำท่วมขังในเขตกรุงเทพมหานคร หรือติดต่อระบบแจ้งเหตุอัจฉริยะผ่าน Line @Traffyfondue - สายด่วน 1510 สายด่วนจิตอาสาพระราชทาน สำหรับประสานงานช่วยเหลือฉุกเฉินในพื้นที่น้ำท่วมขังและประสานทีมกู้ภัยเข้าพื้นที่ - สายด่วน 1111 กด 5 ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) เพื่อแจ้งเหตุและติดตามข้อมูลการเตือนภัยน้ำท่วม - สายด่วน 1669 สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินหรือต้องการรถพยาบาลกู้ชีพ - สายด่วน 1374 กอ.รมน. รับเรื่องและประสานงานความช่วยเหลือฉุกเฉินในพื้นที่ภัยพิบัติทั่วประเทศ . . Thai Press | ไทยเพรส —————— #ThaiPress #ไทยเพรส #ข่าวคั่วเข้ม
See More
THAI PRESS
@ThaiPressCO
about 12 hours ago
รัฐบาลอำนวยความสะดวกประชาชนช่วงน้ำท่วม “สิริพงศ์” เปิดรถโดยสารเส้นทางพิเศษ “อนุสาวรีย์ชัยฯ–รังสิต” พร้อมลงพื้นที่ช่วยประชาชนตั้งแต่ช่วงค่ำ–ส่งอาหารศูนย์พักพิงจตุจักร . . (27 ก.ย. 69) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเร่งอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากสถานการณ์อุทกภัย โดยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยผู้บริหารกรมการขนส่งทางบก ได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนตั้งแต่ช่วงค่ำของวันที่ 26 กันยายน 2569 พร้อมประสานการจัดระบบขนส่งรองรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม . นางสาวลลิดา กล่าวว่า องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้เปิดเส้นทางเดินรถโดยสารประจำทางเป็นกรณีพิเศษ ระหว่าง “อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ–รังสิต” เพื่อเพิ่มทางเลือกในการเดินทางและลดผลกระทบต่อประชาชน โดยให้บริการทั้งขาออกและขาเข้า . สำหรับขาออก ให้บริการจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปยังอู่รถเมล์รังสิต มีจุดรับ–ส่ง ได้แก่ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สะพานควาย จตุจักร (BTS) วัดเสมียนนารี สถานีรถไฟดอนเมือง และสิ้นสุดที่อู่รถเมล์รังสิต . ส่วนขาเข้า ให้บริการจากอู่รถเมล์รังสิตไปยังอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มีจุดรับ–ส่ง ได้แก่ อู่รถเมล์รังสิต สถานีรถไฟดอนเมือง วัดเสมียนนารี จตุจักร (BTS) สะพานควาย และสิ้นสุดที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ . นอกจากการอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางแล้ว นายสิริพงศ์และคณะยังได้นำอาหารไปมอบให้สำนักงานเขตจตุจักร เพื่อสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือประชาชน และกระจายต่อไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวที่จัดตั้งขึ้นรองรับผู้ประสบอุทกภัยซึ่งได้รับผลกระทบและมีความจำเป็นต้องอพยพออกจากที่พักอาศัย . “ตั้งแต่ช่วงค่ำที่ผ่านมา กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานในสังกัดได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดรถโดยสารเส้นทางพิเศษเพื่อเพิ่มทางเลือกในการเดินทาง และการสนับสนุนอาหารแก่ศูนย์พักพิง รัฐบาลจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและประสานทุกหน่วยงานเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้มากที่สุด” นางสาวลลิดา กล่าว . ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานในสังกัดจะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมปรับการให้บริการด้านการเดินทางและสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัยและได้รับผลกระทบน้อยที่สุด . . Thai Press | ไทยเพรส —————— #ThaiPress #ไทยเพรส #ข่าวคั่วเข้ม
See More
THAI PRESS
@ThaiPressCO
about 12 hours ago
รัฐบาลเผยกองทัพระดมกำลังช่วยผู้ประสบอุทกภัย กทม.–9 จังหวัด เร่งอพยพผู้ป่วยติดเตียง–กลุ่มเปราะบาง เสริมแนวป้องกันน้ำ ดูแลโรงพยาบาล–ชุมชน . . (27 ก.ย. 69) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลติดตามการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยอย่างต่อเนื่อง โดยจากรายงานผลการปฏิบัติภารกิจประจำวันที่ 26 กันยายน 2569 หน่วยทหารได้ระดมกำลังพล ยานพาหนะ และอุปกรณ์ เข้าสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนในกรุงเทพมหานครและอีก 9 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี นครปฐม ปทุมธานี ปราจีนบุรี สระแก้ว สุพรรณบุรี และอ่างทอง ครอบคลุมทั้งการอพยพผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบาง การเคลื่อนย้ายประชาชนและทรัพย์สิน การทำแนวป้องกันน้ำ ตลอดจนการป้องกันโรงพยาบาลและพื้นที่ชุมชน . สำหรับกรุงเทพมหานคร หน่วยทหารได้กระจายกำลังเข้าช่วยเหลือประชาชนในหลายพื้นที่ โดยอพยพผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุรวม 25 ราย จากศูนย์ดูแลผู้สูงอายุประชานิเวศน์ 2 เขตหลักสี่ ไปยังศูนย์พักพิง พร้อมเข้าช่วยเหลือผู้ป่วยในชุมชนวัดเทวสุนทร เขตจตุจักร และชุมชนชินเขต เขตหลักสี่ รวมทั้งขนย้ายเตียงสนามเพื่อจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว ณ วัดหลักสี่ . ขณะเดียวกัน ได้ร่วมกับสำนักงานเขตเร่งเสริมแนวป้องกันน้ำ โดยบรรจุกระสอบทรายกว่า 1,500 ใบ บริเวณโลตัสจรัญฯ เขตบางพลัด และเกียกกาย เขตดุสิต อีก 500 ใบ ในเขตจอมทอง พร้อมเตรียมกระสอบทรายในเขตบางนา และวางแนวป้องกันน้ำในพื้นที่เขตบางซื่อและวังทองหลาง . นอกจากนี้ ยังจัดกำลังพล รถยนต์บรรทุก และยานพาหนะที่สามารถเข้าพื้นที่น้ำท่วมขัง เพื่อช่วยเคลื่อนย้ายประชาชนและสิ่งของในเขตสวนหลวง ราชเทวี คลองสามวา ลาดกระบัง ประเวศ และบึงกุ่ม รวมทั้งลงพื้นที่ซอยลาดพร้าว 87 เขตวังทองหลาง และชุมชนวัชรปราณี เขตบางเขน เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการสัญจรและช่วยขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง . ในพื้นที่ต่างจังหวัด จังหวัดกาญจนบุรี เจ้าหน้าที่ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่อำเภอห้วยกระเจา เปิดทางน้ำ กำจัดวัชพืช และมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคแก่ผู้ประสบภัย ขณะที่จังหวัดฉะเชิงเทรา จัดกำลังพลเข้าช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียงและเคลื่อนย้ายประชาชนออกจากพื้นที่น้ำท่วมขังในบ้านกระบกเตี้ย ตำบลท่ากระดาน อำเภอสนามชัยเขต . จังหวัดชลบุรี หน่วยทหารเข้าช่วยเหลือประชาชนในอำเภอเมืองชลบุรีและอำเภอพนัสนิคม ทั้งการขนย้ายสิ่งของ กรอกและวางกระสอบทรายป้องกันน้ำเข้าบ้านเรือน อพยพผู้ป่วยติดเตียงและกลุ่มเปราะบาง พร้อมมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ . จังหวัดนครปฐม เจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติภารกิจบริเวณโรงพยาบาลนครปฐมและเทศบาลธรรมศาลา โดยอพยพผู้ป่วย ขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง และวางกระสอบทรายป้องกันน้ำท่วมโรงพยาบาล ส่วนจังหวัดปทุมธานี ได้ก่อกระสอบทรายจำนวน 800 ใบ เป็นพนังกั้นน้ำบริเวณโรงเรียนรวมราษฎร์สามัคคี ตำบลบึงคอไห อำเภอลำลูกกา . จังหวัดปราจีนบุรี กระจายกำลังเข้าช่วยเหลือประชาชนในอำเภอกบินทร์บุรี ศรีมหาโพธิ ประจันตคาม บ้านสร้าง และอำเภอเมือง โดยอพยพประชาชนและผู้ป่วยติดเตียง ยกสิ่งของและเครื่องใช้ไฟฟ้าขึ้นที่สูง ตลอดจนขนย้ายและกรอกกระสอบทรายเพื่อป้องกันน้ำล้นตลิ่งและป้องกันโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร . จังหวัดสระแก้ว หน่วยทหารเข้าช่วยเหลือในพื้นที่อำเภอเมืองสระแก้ว โดยอพยพผู้ป่วยติดเตียงและกลุ่มเปราะบางไปยังพื้นที่ปลอดภัย ช่วยยกทรัพย์สินขึ้นที่สูง รวมถึงช่วยเหลือพระภิกษุสงฆ์เข็นรถยนต์ที่จมน้ำและดับกลางถนน . จังหวัดสุพรรณบุรี เจ้าหน้าที่ร่วมกับเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี บรรจุกระสอบทรายจำนวน 3,000 ใบ เพื่อทำคันกั้นน้ำบริเวณแม่น้ำท่าจีน ติดตั้งเครื่องสูบน้ำออกจากพื้นที่อยู่อาศัย และเสริมแนวกระสอบทรายป้องกันโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช . ส่วนจังหวัดอ่างทอง เจ้าหน้าที่ร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นและชลประทาน เข้าช่วยประชาชนในพื้นที่อำเภอป่าโมก ขนย้ายทรัพย์สินออกจากพื้นที่น้ำท่วมขัง พร้อมวางเสาเข็มและบิ๊กแบ็กเพื่อป้องกันตลิ่งพังทลาย . “รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเข้าถึงและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบาง พร้อมป้องกันพื้นที่สำคัญทั้งโรงพยาบาลและชุมชน ขณะนี้หน่วยทหารยังคงสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานในพื้นที่ ทั้งการอพยพประชาชน ขนย้ายทรัพย์สิน ทำแนวป้องกันน้ำ และบรรเทาความเดือดร้อน เพื่อให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลืออย่างทั่วถึงและปลอดภัย” นางสาวลลิดา กล่าว . . Thai Press | ไทยเพรส —————— #ThaiPress #ไทยเพรส #ข่าวคั่วเข้ม
See More
Last Seen Users on Sotwe
𝐏𝙖𝙥𝙞𝙈𝙖𝙡𝙤𝙂
Seen from
United States
yaya
Seen from
Indonesia
CARDEL
Seen from
Turkey
GDZ_Interactive
Seen from
Indonesia
Video Abg Mesum Bokep Viral Indo 2021
Seen from
Indonesia
ありふれた魔法
Seen from
Japan
Malaika Arora Khan
مريومه المححبة🧕☪️💟
Seen from
Egypt
Giannis⚡
Seen from
United States
Mira nouri
Trends for you
1
Go Bills
Under 10K tweets
2
Good Sunday
Under 10K tweets
3
NFL Sunday
Under 10K tweets
4
Random Dog
Under 10K tweets
5
#AskFFT
Under 10K tweets
6
RAF Fairford
Under 10K tweets
7
Sadiq
Under 10K tweets
8
Garand
Under 10K tweets
9
Sunday Funday
Under 10K tweets
10
Brides
Under 10K tweets
Most Popular Users
1
Elon Musk
@elonmusk
241.7M followers
2
Barack Obama
@barackobama
119M followers
3
Cristiano Ronaldo
@cristiano
114.4M followers
4
Donald J. Trump
@realdonaldtrump
111.9M followers
5
Narendra Modi
@narendramodi
107.2M followers
6
Rihanna
@rihanna
98.7M followers
7
NASA
@nasa
92.4M followers
8
Justin Bieber
@justinbieber
91.8M followers
9
KATY PERRY
@katyperry
90M followers
10
Taylor Swift
@taylorswift13
83.9M followers
11
Lady Gaga
@ladygaga
75.4M followers
12
Virat Kohli
@imvkohli
73.4M followers
13
Kim Kardashian
@kimkardashian
70.9M followers
14
YouTube
@youtube
68.8M followers
15
Neymar Jr
@neymarjr
66.4M followers
16
Bill Gates
@billgates
65.2M followers
17
Selena Gomez
@selenagomez
63.1M followers
18
The Ellen Show
@theellenshow
62.3M followers
19
CNN
@cnn
61.8M followers
20
X
@x
60.7M followers
Olivia
Online
✨
⭐
💫