ตัวอย่าง Startup ที่ผมเห็นว่าประสบความสำเร็จในไทยก็คือ "วัด" มีหลวงพ่อเป็น CEO มีพระลูกวัดเป็น Employee มีเณรเป็น Trainee มีมัคทายกเป็น CRM มีของขลังเป็น product มีงานศพและพื้นที่ให้เช่าคือ service พระลูกวัดออกงานข้างนอกเรียก on site service มีพระที่มีความสามารถทางจิตวิทยาสูงรับจ้างดูดวงหาฤกษ์ เรียกว่า consulting service มีพระที่มีความสามารถทางศิลปะรับจ้างสักเรียกว่า Art service มีออกบิณฑบาตเพื่อหา users persona(เห็นบ้านเห็นรถเห็นอาหารเพื่อประเมินเส้นทางวันต่อๆไป re-routing)มีงานปิดทองเป็น Demo day ส่วนงานกฐินคือ Raise-fund มีงานบวชเพื่อรับพนักงานชั่วคราว สิ่งปลูกสร้างและพื้นที่วัดคือ Asset ยิ่งสร้างมากยิ่งดึงดูด
มีบริการลูกค้าได้มีการเลี้ยงสัตว์เพื่อหา audience กลุ่ม���หม่(เด็ก) มีไถ่ชีวิตสัตว์ด้วยเพื่อให้เกิด retention visitor มีงานฉลองพัดยศเมื่อผู้บริหารได้เลื่อน serie
บอกเลยครบวงจรลงทุนแบบความเสี่ยงต่ำเพราะใช้งบการเงินแบบ OPM (และไม่ต้องคืน)
ตัวอย่างวัดที่เป็น unicorn อยู่แถวปทุม
ปล. ก่อนเกษียณว่าจะไปบวชและ take over สำนักสงฆ์(incubator) สักที่ เพื่อพัฒนาให้เกิด model ข้างต้น มีเงินกินไปตอนวัยเกษียณ
"ฉันรักคุณ แล้วก็ไม่รักคุณด้วย"
The Worst Person in the World ไม่เชิงเป็นหนังของคนย่างเข้าวัย 30 ซะทีเดียว แต่เป็นหนังเล่าถึงคนที่ 'ชีวิตยังเกิดเรื่องราวไม่มากพอ' เลยยังค้นหา ยังทดลองใช้ชีวิตไปเรื่อย ไม่ว่าใคร อาย��เท่าไหร่ ก็ไร้หลักเหมือนตัวเดินเรื่องได้ทั้งนั้นแหละ
#movietwit