At @AISecurityInst, we tested the cybersecurity safeguards on GPT-5.6 Sol. In all rounds of testing, we found universal jailbreaks that allowed for long-form agentic task completion in domains like vulnerability discovery and exploit development. 🧵
Introducing side chats, a new way to ask questions and explore ideas without interrupting your main conversation.
Each side chat is a durable agent conversation you can @-mention to bring context back into the main thread.
Claude Code on desktop now has an in-app browser.
Claude can pull up docs, designs, or any other site. It can read, click through, and interact the same way it does with your local dev servers.
It's sandboxed and configurable: you choose whether sessions persist.
Today we share the worldview behind our mission.
Human values don't average out. Local knowledge can't be centralized. The good future has many AIs, raised in different places, shaped by the people they serve, disagreeing with each other the way we do.
https://t.co/A14SurOM2K
Big drop today with 5.6, ChatGPT work, brand new desktop app, and more!
The browser team's been working hard on 3 big updates for today:
1) A more fully functional in-app browser inside the new Desktop App
2) A cloud browser that the agent can use on the go inside the new work mode on https://t.co/S3LUR05YfY & app
3) Side chat that brings the full power of ChatGPT & Codex to your browser
Anthropic เปิดตัว Reflection ฟีเจอร์ใหม่ช่วยวิเคราะห์การใช้ Claude เพื่อพัฒนาทักษะการทำงานร่วมกับ AI
Anthropic เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ Reflection ในสถานะ Beta สำหรับ Claude ซึ่งเป็นแดชบอร์ดที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถย้อนดูและวิเคราะห์รูปแบบการใช้งาน AI ของตนเอง ทั้งหัวข้อที่พูดคุยบ่อย ลักษณะงานที่ใช้ Claude ช่วย ระยะเวลาการใช้งาน และพฤติกรรมการทำงานร่วมกับ AI เป้าหมายของฟีเจอร์นี้ไม่ใช่เพียงการแสดงสถิติ แต่ต้องการให้ผู้ใช้เข้าใจว่า AI เข้ามามีบทบาทในชีวิตและการทำงานอย่างไร และจะใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้อย่างไร
Anthropic ระบุว่าจากการสัมภาษณ์ผู้ใช้งาน พบว่าหลายคนยังมีคำถามสำคัญเกี่ยวกับ AI เช่น ควรใช้ AI บ่อยเพียงใด งานประเภทไหนควรมอบหมายให้ AI และงานใดควรเป็นหน้าที่ของมนุษย์ Reflection จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยตอบคำถามเหล่านี้ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ย้อนกลับมาสำรวจพฤติกรรมของตัวเอง พร้อมปรับวิธีการใช้งาน AI ให้สอดคล้องกับเป้าหมายส่วนบุคคลมากขึ้น
ผู้ใช้สามารถดูประวัติการใช้งาน Claude ย้อนหลังได้ 1, 3, 6 หรือ 12 เดือน ผ่านแดชบอร์ดที่สรุปหัวข้อที่สนทนาบ่อย รูปแบบการใช้งาน ช่วงเวลาที่ใช้ Claude มากที่สุด และประเภทของงานที่ทำร่วมกับ AI นอกจากนี้ Anthropic ยังเตรียมเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับระยะเวลาที่ใช้กับ Claude เพื่อให้ผู้ใช้เห็นภาพรวมการใช้งานได้ละเอียดขึ้นในอนาคต
สิ่งที่ทำให้ Reflection แตกต่างจากแดชบอร์ดสถิติทั่วไป คือการชวนให้ผู้ใช้ทบทวนความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับ AI ผ่านคำถามเชิงสะท้อนความคิด เช่น "มีเรื่องอะไรที่คุณยังอยากทำด้วยตัวเอง แม้ Claude จะทำได้เร็วกว่าก็ตาม" เพื่อช่วยให้ผู้ใช้รักษาสมดุลระหว่างการใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานกับการคงไว้ซึ่งทักษะและความคิดสร้างสรรค์ของตนเอง นอกจากนี้ยังสามารถตั้งค่า Quiet Hours เพื่อกำหนดช่วงเวลาที่ไม่ต้องการใช้งาน Claude หรือกำหนดการแจ้งเตือนให้พักหลังใช้งานต่อเนื่องตามเวลาที่กำหนด โดยผู้ใช้สามารถเลือกปิดการแจ้งเตือนได้ทุกเมื่อ
Reflection ยังอ้างอิงแนวคิด 4D AI Fluency Framework ซึ่ง Anthropic ใช้เป็นกรอบในการประเมินการทำงานร่วมกับ AI ประกอบด้วยการวางแผนและตัดสินใจว่าจะใช้ AI กับงานใด การอธิบายเป้าหมายให้ AI เข้าใจอย่างชัดเจน การประเมินคุณภาพของผลลัพธ์ที่ AI สร้างขึ้น และการรับผิดชอบต่อการนำผลลัพธ์เหล่านั้นไปใช้งานจริง รายงานจะสรุปว่าผู้ใช้มีรูปแบบการทำงานร่วมกับ Claude อย่างไร พร้อมยกตัวอย่างพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจริง เช่น การนำร่างอีเมลของ Claude มาเรียบเรียงใหม่ด้วยสำนวนของตนเอง หรือการให้ AI ลงมือทำงานหลังจากวางกลยุทธ์เรียบร้อยแล้ว รวมถึงเสนอคำแนะนำเพื่อให้ใช้งาน Claude ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เช่น การสร้าง Project สำหรับงานระยะยาวเพื่อลดการอธิบายบริบทซ้ำในทุกบทสนทนา
ด้านความเป็นส่วนตัว Anthropic ยืนยันว่าฟีเจอร์นี้ไม่ดึงข้อมูลจาก Incognito Chats ไม่เข้าถึงไฟล์ต้นฉบับจากบริการที่เชื่อมต่อ และไม่นำบทสนทนาที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือด้านสุขภาพมาสร้างรายงาน แม้ว่าหัวข้อที่ละเอียดอ่อนอาจปรากฏใน Reflection แต่จะแสดงเฉพาะในลักษณะสรุประดับสูงเท่านั้น อีกทั้งข้อมูลทั้งหมดจะถูกใช้เพื่อแสดงผลใน Reflection เพียงอย่างเดียว และไม่นำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น
Anthropic ยังเปิดเผยว่าได้ร่วมพัฒนาฟีเจอร์นี้กับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาวะดิจิทัลจาก MIT Media Lab's Advancing Humans with AI (AHA), Digital Wellness Lab ของ Boston Children's Hospital และ Family Online Safety Institute เพื่อให้แน่ใจว่าการออกแบบฟีเจอร์จะช่วยส่งเสริมการใช้ AI อย่างเหมาะสมและไม่กระทบต่อสุขภาวะของผู้ใช้งาน
ปัจจุบัน Reflection เปิดให้ใช้งานในสถานะ Beta สำหรับผู้ใช้ Claude แผน Free, Pro และ Max ที่เปิดใช้งาน Memory แล้ว โดยสามารถเข้าไปสร้างรายงานได้จากเมนู Settings บน Claude เวอร์ชันเว็บและเดสก์ท็อป ส่วนการวิเคราะห์การใช้งานจาก Claude Cowork จะถูกเพิ่มเข้ามาในอนาคต
การเปิดตัว Reflection สะท้อนให้เห็นว่าการแข่งขันของผู้ช่วย AI กำลังเปลี่ยนจากการพัฒนาโมเดลให้ฉลาดขึ้นเพียงอย่างเดียว ไปสู่การสร้างเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจและพัฒนาวิธีทำงานร่วมกับ AI ได้ดียิ่งขึ้น เพราะในโลกที่ AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานในชีวิตประจำวัน ความสามารถในการใช้งาน AI อย่างมีวิจารณญาณและยังคงรักษาแนวคิดของมนุษย์ไว้ อาจเป็นทักษะที่มีคุณค่ามากกว่าการใช้งาน AI ให้มากที่สุดเพียงอย่างเดียว
แหล่งที่มา: https://t.co/RSdraokNLK
ข้อมูลเพิ่มเติม: https://t.co/hbtyq8BCxl
ดูได้ที่: https://t.co/gJjkgSceKd
Introducing a new way to reflect on how you use Claude.
Your monthly recap shows when you use Claude most and what you spent that time working on, with options to set quiet hours and nudges to take breaks. Find your dashboard in Settings under Reflect: https://t.co/8QAn47W5rI
Introducing ChatGPT Work, a new agent in ChatGPT powered by Codex and GPT-5.6.
It can take action across your apps and files, stay with a project for hours if needed, and turn a goal into finished work.
It’s a whole new way to get work done.
Introducing NEO’s 25 Degrees of Freedom, tendon-driven hands — nearing or surpassing human-level dexterity, strength, speed, and reliability.
For seventy years, robotics worked around the hand problem. The humanoid bet is the reverse: it lives or dies at the fingertips.
Muse Spark is now in public preview on Meta Model API.
It's built for agentic workflows with strong code generation, multi-step agents and native multimodal perception.
Here's what it can do 🧵
We audited SWE-Bench Pro, one of the most widely used AI coding benchmarks, and found it no longer reliably measures frontier coding capability.
We find 30% of SWE-Bench Pro tasks to be broken, and are retracting our previous recommendation that the research community use it as a leading coding eval.
https://t.co/wDdSEjBe4F
Announcing Grok 4.5, our first model trained specifically for coding and agents. It was trained with Cursor and offers frontier intelligence at leading speeds and cost efficiency.
https://t.co/i8HpU7w64k
Introducing GPT-Live, a new generation of voice models for natural human-AI interaction.
Rolling out in ChatGPT starting today.
You’ll want to turn the sound on for this one.
Google AI Studio เปิดทางลัดใหม่ นำเข้าโปรเจกต์จาก GitHub แล้วต่อยอดเป็นแอป AI ได้ทันที
Google AI Studio Build กำลังขยับจากเครื่องมือทดลองโมเดล ไปสู่พื้นที่พัฒนาแอป AI แบบครบวงจรมากขึ้น หลังจากเริ่มเปิดฟีเจอร์ใหม่ชื่อ Import from GitHub ที่ช่วยให้นักพัฒนานำโค้ดจากรีโพซิทอรีบน GitHub เข้ามาใน AI Studio ได้โดยตรง เพียงคลิกเดียวจากหน้า https://t.co/wBfjC6bV84 แล้วเลือกปุ่ม “Import from GitHub” จากเมนูสร้างโปรเจกต์ใหม่
ความสำคัญของฟีเจอร์นี้อยู่ที่การลดช่องว่างระหว่าง “โค้ดที่มีอยู่แล้ว” กับ “สภาพแวดล้อมสำหรับพัฒนาแอปด้วย AI” เพราะระบบจะช่วยแปลงโครงสร้างของรีโพซิทอรีให้เข้ากับ runtime ของ Google AI Studio โดยอัตโนมัติ จากนั้นผู้ใช้สามารถนำโปรเจกต์เดิมมาแก้ไข ทดลอง ปรับแต่ง พัฒนาเพิ่มเติม และเตรียม deploy ต่อได้ในแพลตฟอร์มเดียว
เดิมที AI Studio Build ถูกวางบทบาทให้เป็นเครื่องมือสำหรับสร้างแอปด้วย Gemini และความสามารถต่าง ๆ ของ Google AI ผ่านแนวทางที่เรียกว่า vibe coding หรือการใช้ภาษาธรรมชาติช่วยสร้างต้นแบบแอปอย่างรวดเร็ว โดยเอกสารของ Google ระบุว่า Build mode รองรับการสร้างเว็บแอปแบบ full-stack runtime และแอป Android ผ่าน Kotlin และ Jetpack Compose จากการพิมพ์คำสั่งหรือแนวคิดของผู้ใช้ การเพิ่ม GitHub import จึงทำให้ AI Studio ไม่ได้เริ่มจาก “ศูนย์” เท่านั้น แต่เริ่มจากฐานโค้ดจริงของนักพัฒนาได้ด้วย
ในเชิงการใช้งาน ฟีเจอร์นี้น่าจะมีประโยชน์กับนักพัฒนาที่มีโปรเจกต์อยู่บน GitHub แล้วต้องการนำมาทดลองต่อกับ Gemini, ปรับเป็นแอป AI, สร้างต้นแบบใหม่จากโค้ดเดิม หรือเตรียม deploy โดยไม่ต้องย้ายไฟล์เองหลายขั้นตอน จุดนี้ช่วยลด friction ของ workflow ระหว่าง GitHub, IDE, AI coding tool และระบบ deploy ให้สั้นลงอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ประกาศยังบอกชัดว่าการซิงก์แบบสองทางระหว่าง Google AI Studio กับ GitHub ยังอยู่ระหว่างการพัฒนา หมายความว่าในระยะแรก ฟีเจอร์นี้เน้น “นำเข้า” โปรเจกต์ก่อน ส่วนการแก้ไขใน AI Studio แล้วซิงก์กลับไปยัง GitHub อย่างสมบูรณ์อาจต้องรออัปเดตต่อไป ประเด็นนี้สำคัญ เพราะนักพัฒนามืออาชีพยังต้องพึ่ง GitHub เป็นศูนย์กลางของ version control, pull request และการทำงานร่วมกันในทีม
ภาพใหญ่ของการเปิดตัวนี้สะท้อนการแข่งขันของแพลตฟอร์ม AI developer tools ที่กำลังเปลี่ยนจาก chatbot หรือ playground ไปเป็น “AI-native development environment” มากขึ้น Google เองก็ผลักดัน AI Studio ให้เป็นพื้นที่สำหรับสร้าง ทดสอบ และ deploy แอปด้วย Gemini โดย Logan Kilpatrick ซึ่งทำงานกับ Google AI Studio และ Gemini API ใน Google DeepMind ก็ถูกระบุว่าเป็นหนึ่งในผู้ที่ดูแลการผลักดันเครื่องมือนักพัฒนาเหล่านี้
สรุปแล้ว Import from GitHub เป็นฟีเจอร์เล็กในแง่ปุ่มกด แต่ใหญ่ในแง่ workflow เพราะมันทำให้ Google AI Studio เข้าใกล้การเป็นศูนย์กลางสำหรับสร้างแอป AI จากโค้ดจริงมากขึ้น ไม่ใช่แค่พื้นที่ทดลอง prompt หรือสร้าง prototype ชั่วคราว หาก Google สามารถเพิ่มการซิงก์สองทางกับ GitHub ได้อย่างราบรื่นในอนาคต AI Studio Build อาจกลายเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มสำคัญสำหรับนักพัฒนาที่ต้องการเปลี่ยน repository เดิมให้กลายเป็นแอป AI ที่พร้อมใช้งานได้เร็วกว่าเดิม
แหล่งที่มา: https://t.co/OPNXkV8iVM
ทดสอบใช้งาน: https://t.co/vQnzDITmT0
Today we are rolling out "import from GitHub" in @GoogleAIStudio Build!!
We will automagically take the repo and transform it into a format that is compatible with our runtime and then let you keep iterating on it in AI Studio, deploy it, and more.