Home
Language
English
Türkçe
Bahasa Indonesia
About
Privacy Policy
Terms of Service
Pricing
Sign In
Download All
Share
บัส เทวฤทธิ์
@Bus_Te
เทวฤทธิ์ มณีฉาย ENFJ เล่นกีฬาเป็นเป็ดทุกชนิด ฯลฯ บล็อกรวมงาน
Joined September 2009
583
Following
6.3K
Followers
20.9K
Posts
บัส เทวฤทธิ์
@Bus_Te
about 8 hours ago
นั่นล่ะครับที่ว่า ไม่ใช่แค่พอรัฐประหารแล้วถูกเรียกไปใช้งานในฐานะอธิการบดี แต่มีความพยายามรดน้ำพรวนดินกันมาด้วย . ‘สุรพล นิติไกรพจน์’ เคยทำจดหมายเปิดผนึก ในฐานะอธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์ ลงวันที่ 3 มี.ค.2549 เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี (ทักษิณ) ขอพึ่งพระบารมีพระเจ้าอยู่หัว กราบบังคมทูลขอยุติการปฏิบัติหน้าที่นายกฯ รักษาการ และ ‘ขอพระราชทานนายกรัฐมนตรี’ ที่มีความเป็นกลางทางการเมือง ให้เป็นผู้รักษาการนายกฯ บริหารราชการแผ่นดินชั่วคราว จนกว่าการเลือกตั้งจะแล้วเสร็จ พร้อมเรียกร้องพรรคฝ่ายค้าน ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง [รายละเอียดจดหมาย https://t.co/l6JVBtOdVT ]
See More
บัส เทวฤทธิ์
@Bus_Te
about 12 hours ago
คำแถมในคำวินิจฉัยที่ 18/2568 ที่ว่า คำแถม “รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง” คืออะไร? . จากข่าวล่าสุดที่ มติ ‘พรรคภูมิใจไทย’ ให้ สส.พรรค ‘ถอนชื่อ’ จากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ‘เพื่อไทย’ หวั่นขัดคําวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ นั้น อยากชวนทำความเข้าใจ "คำแถม" นี้ ที่นอกจากไม่ได้เป็นประเด็นคำถามหลักที่สภาส่งไปถามแล้ว ยังมีประเด็นดังนี้ . 1. หากไปดูคำวินิจฉัยที่ 18/2568 ข้อความดังกล่าวปรากฎ 3 ครั้ง โดย 2 ครั้งหลักเป็นการสรุปประเด็น แต่ครั้งแรกที่โผล่ขึ้นมาในย่อหน้านั้น [ดูภาพย่อนั้นประกอบที่แนบมา] เป็นส่วนขยายจากประเด็นหลักที่ศาลวินิจฉัยเกี่ยวกับอำนาจของ “รัฐสภา” ว่ามีอำนาจ “แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่” หรือไม่ โดยศาลวินิจฉัยว่า รัฐธรรมนูญมิได้กำหนดอำนาจดังกล่าวไว้โดยชัดแจ้ง อย่างไรก็ตาม . - รัฐสภามีอำนาจ “ริเริ่มหรือแสดงความต้องการ” ในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ . - แต่ต้องให้ประชาชนในฐานะผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ ออกเสียงประชามติให้ความเห็นชอบเสียก่อน . จะเห็นได้ว่า ข้อสรุปที่ว่า “รัฐสภา” ไม่มีอำนาจทั้งในการ “จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่” และในการ “ให้ประชาชนเลือกผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญโดยตรง” ปรากฏอยู่ในบริบทเดียวกันที่กล่าวถึงขอบเขตอำนาจของรัฐสภา ด้วยเหตุนี้ ผมจึงเห็นว่าหากตีความขยายความข้อความที่ว่า “รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง” ก็มีลักษณะในทำนองเดียวกับข้อจำกัดที่ว่ารัฐสภาไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยลำพัง* . อย่างไรก็ดี รัฐสภายังคงสามารถ “ริเริ่มหรือแสดงความต้องการ” เพื่อให้เกิดกระบวนการที่ “ประชาชนสามารถเลือกผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง” ได้ โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากประชาชนผ่านการออกเสียงประชามติในฐานะผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญเสียก่อน . ดังนั้นผมจึงเห็นว่าการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 และหมวด 15 "รัฐสภา" สามารถดำเนินการในลักษณะ “ริเริ่มหรือแสดงความต้องการ” ให้สภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนได้ และเมื่อมีการยกร่างแล้วเสร็จ ก็ต้องนำกลับไปให้ประชาชนลงประชามติรับรองในฐานะผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ . 2. จะเห็นได้ว่า แนวทางดังกล่าวมีความสอดคล้องกันในเชิงเหตุผลและไม่เกิดความขัดแย้งในการตีความเมื่อพิจารณาคำวินิจฉัยรายบุคคลของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในกรณีนี้ พบว่ามีเพียง 3 ท่านเท่านั้นที่ระบุว่า “รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง” ขณะที่อีก 3 ท่านมิได้แสดงความเห็นในประเด็นดังกล่าว ส่วน อุดม สิทธิวิรัชธรรม เห็นว่า สสร. ไม่อาจยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้โดยตรง ซึ่งในประเด็นนี้ iLaw วิเคราะห์ว่า ในมุมมองดังกล่าวอาจตีความได้ว่า ประชาชนสามารถเลือกตั้ง สสร. ได้ แต่ สสร. อาจไม่มีอำนาจแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยตรง . สำหรับตุลาการ 3 ท่านที่เห็นว่า “รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง” นั้น เมื่อพิจารณาเหตุผลประกอบแล้ว ยังมีข้อถกเถียงในแง่น้ำหนักของเหตุผลและความสอดคล้องกับหลักการที่ว่าประชาชนเป็นผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ ตัวอย่างเช่น . คนแรก วิรุฬห์ แสงเทียน ให้เหตุผลว่า แม้ประเทศไทยจะเคยมี สสร. มาแล้ว 4 ครั้ง แต่ไม่เคยเปิดโอกาสให้ประชาชนเลือกตั้ง สสร. โดยตรง อีกทั้งยังอ้างบทบัญญัติมาตรา 255 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ว่าการแก้ไขต้องไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน จึงเห็นว่ารัฐสภาไม่อาจดำเนินการดังกล่าวได้ . คนที่สอง นภดล เทพพิทักษ์ เห็นว่า แม้ประชาชนจะเห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก็ไม่ได้หมายความว่ารัฐสภาจะสามารถมอบอำนาจให้แก่องค์กรใดองค์กรหนึ่งในการยกร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับได้ . คนที่สาม จิรนิติ หะวานนท์ ระบุเพียงสั้น ๆ ว่าไม่สามารถจัดให้มีการเลือกตั้ง สสร. ได้ โดยมิได้ให้เหตุผลประกอบอย่างชัดเจน . ขณะที่ นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ สุเมธ รอยกุลเจริญ และบรรจงศักดิ์ วงปราชญ์ไม่ได้เขียนคำวินิจฉัยในประเด็นนี้ ส่วนอุดม สิทธิวิรัชธรม ก็ไม่ปรากฏแต่ระบุเพียงว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้นเป็นอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายของรัฐสภา . ผมคิดว่าประเด็นนี้ทั้งส่วนที่ยังตีความได้อยู่ ทั้งอาจเลี่ยงได้ว่า "โดยตรง" ไม่ได้ "โดยอ้อม" ก็ยังมีทางเป็นไปได้อยู่ ดังนั้น "คูหา" ของการได้มาซึ่ง สสร. จึงมีส่วนที่เป็นไปได้มากกว่าเป็นไปไม่ได้ . เมื่อเทียบความเกรงใจที่มีต่อศาลรัฐธรรมนูญ และ สว. อันหลังผ่านการเพิ่มอำนาจพิเศษใน สว.ก่อนประชามติสุดท้าย ในขณะที่เราไม่เกรงใจ "ประชาชน" เลย ต้องไม่ลืมว่า อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญก็เป็นของประชาชน คนที่กดสวิตช์ให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ก็ประชาชน คนที่จะให้ผ่านวิธีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ก็ประชาชน คนที่จะรับรองเนื้อหารัฐธรรมนูญใหม่ก็ประชาชน แล้วเราไม่เกรงใจเขาหน่อยหรอ พยายามเกรงใจเขาหน่อยครับ
See More
บัส เทวฤทธิ์
@Bus_Te
about 17 hours ago
สื่อขุดสุรพลเป็นเรื่องดีและสนับสนุน แต่อย่าลืมบรรดา สก. ทีมนั้นนี้ที่กระโดดข้ามพรรค/กลุ่มกันไป บางคนเป็นฐานและแกนนำของ กปปส.+พันธมิตร ในกรุงเทพด้วย🤔
บัส เทวฤทธิ์
@Bus_Te
about 20 hours ago
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมรอบนี้ สาย 'ปฎิรูป' หลบไป สาย 'ปฏิวัติ' ชิดซ้าย สาย 'ปฏิบัติ' ชิดชิดขวา นาทีนี้ต้อง สาย 'ปฏิทิน' เท่านั้นครับ โกรธไม่หายใครมาตัดงบฯปฏิทิน😤
Who to follow
Pongkwan Sawasdipakdi
@pongkwans
Lecturer in IR at @thammasat_uni | PhD from @uscpoir | Tweets are my own opinions.
The Isaan Record
@isaanrecord
Telling the Stories of Northeast Thailand. Tweets in Thai and English.
Sustarum Thammaboosadee
@sustarumT
Socialist lecturer
บัส เทวฤทธิ์
@Bus_Te
1 day ago
[ หารือ “กรมทรัพยากรทางทะเลฯ - ควบคุมมลพิษ” หลังครบสัญญา 7 วัน ‘สุชาติ’ ตอบกระทู้ ‘ปลาหมอคางดำ’ ] . สืบเนื่องจากกรณีที่สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้เข้าชี้แจงตอบกระทู้ถามของผมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา (25 พฤษภาคม 2569) เกี่ยวกับความคืบหน้าการตรวจสอบและดำเนินคดีผู้รับผิดชอบต่อความเสียหายจากการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ โดยครั้งนั้น รมว. ทส. ได้ประกาศต่อที่ประชุมวุฒิสภาเพื่อขอเวลา 1 สัปดาห์ (7 วัน) ในการรวบรวมข้อมูลเพื่อกลับมาให้ข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำต่อสภาฯ อีกครั้งนั้น . ล่าสุดวันนี้ (2 มิถุนายน 2569) ณ ห้องรับรองชั้น 5 อาคารรัฐสภา ผมมีโอกาสได้ร่วมหารือกับปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) และจิระพงษ์ คูหากาญจน์ รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เพื่อระดมข้อมูลข้อเท็จจริงและเตรียมความพร้อมด้านหลักฐานทางวิชาการและการประเมินความเสียหายเชิงระบบนิเวศ . ในการหารือผมได้ไล่เรียงความเป็นมาของปัญหาโดยระบุว่าประชาชนในจังหวัดสมุทรสงครามมีความมั่นใจอย่างมากเกี่ยวกับต้นตอของการระบาด ซึ่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เคยมีความเห็นไว้ชัดเจนว่าเป็นประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ต้องได้รับการแก้ไข โดยภาครัฐเคยจัดซื้อจัดจ้างโครงการเกี่ยวกับปลาชนิดนี้เป็นรายชิ้นมาตั้งแต่ปี 2561 แต่ไม่มีความต่อเนื่อง จนกระทั่งปี 2567 ปัญหาได้ปะทุรุนแรงขึ้นจนไปปรากฏที่บึงมักกะสันและถูกยกเป็นวาระแห่งชาติก่อนจะเงียบหายไป ปัจจุบันภาคประชาชนได้ร่วมกันติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดผ่านแอปพลิเคชัน Alien Hunter และแพลตฟอร์ม C-Site ของนักข่าวพลเมือง Thai PBS และในวันที่ 4 มิถุนายนนี้ ทราบว่าทางคณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย ฝั่ง สส. จะมีการพิจารณาเรื่องนี้ และอาจมีการพูดคุยกันถึงประเด็นการพิจารณาประกาศช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน โดยมีกรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่มีการประกาศไปในเขตบางขุนเทียนและเขตทุ่งครุเป็นต้นแบบการพิจารณาแก้ปัญหาและเยียวยา เป็นต้น . ด้านสถานการณ์การกระจายพันธุ์ในปัจจุบัน อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งชี้แจงว่าจากการประสานข้อมูลร่วมกับสำนักทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง 10 แห่งทั่วประเทศและเครือข่าย พบการระบาดแล้วรวมทั้งสิ้น 23 จังหวัด ครอบคลุมจังหวัดชายฝั่ง 19 จังหวัดรวมถึงจังหวัดที่ไม่ติดชายฝั่งด้วย โดยล่าสุดจากการส่งเจ้าหน้าที่ลงสำรวจเชิงปริมาณด้วยการทอดแหและวางอวน พบพื้นที่ระบาดเพิ่มขึ้นที่จังหวัดตราด ส่วนพื้นที่ฝั่งอันดามันในขณะนี้ยังไม่มีรายงานการแพร่ระบาด . ทั้งนี้ข้อมูลทางวิชาการยืนยันว่าปลาหมอคางดำเป็นปลา 3 น้ำ แต่ชอบอาศัยอยู่ในน้ำกร่อยตามปากคลองมากกว่าน้ำทะเลเค็มจัด และจะว่ายออกมาตามปากแม่น้ำเฉพาะช่วงน้ำลงแต่ไม่สม่ำเสมอ ส่วนบริเวณแนวปะการังที่น้ำเค็มจัดจะไม่พบปลาชนิดนี้ ขณะที่พื้นที่พัทยาจะพบเป็นระยะตามปริมาณน้ำจืดที่ไหลลงทะเล เนื่องจากปลาตัวเต็มวัยทนความเค็มได้ดีแต่ลูกปลาทนไม่ได้และมักถูกสัตว์อื่นล่า นอกจากนี้ปลาหมอคางดำยังมีพฤติกรรมการกินอาหารที่เปลี่ยนไปตามช่วงอายุ โดยช่วงวัยอ่อนจะกินลูกสัตว์ทะเลทำให้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศโดยตรง ส่วนเมื่อเติบโตเต็มวัยจะเปลี่ยนไปกินพืชน้ำแทน . สำหรับการประเมินความเสียหายในระบบนิเวศทางทะเล ทช. ยอมรับว่าการพิสูจน์ความเสียหายชัดเจนในทะเลเปิดทำได้ยากเนื่องจากปลามีการเคลื่อนย้ายเข้าออกตลอดเวลา จากการตรวจสอบแหล่งหญ้าทะเลที่อ่าวคุ้งกระเบนพบว่าหญ้าทะเลไม่ได้เสื่อมโทรมมาก และจำนวนรวมถึงชนิดพันธุ์ของสัตว์น้ำยังมีแนวโน้มลดลงอย่างไม่มีนัยสำคัญ จึงยังไม่สามารถคำนวณมูลค่าความเสียหายออกมาเป็นตัวเลขที่ชัดเจนได้ แตกต่างจากในบ่อกุ้งหรือบ่อปลาของเกษตรกรที่คำนวณความเสียหายได้ง่ายกว่า . ส่วนประเด็นการสำรวจในเขตทะเลน้อย ทะเลสาบสงขลา และอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดนั้น พื้นที่ดังกล่าวอยู่ภายใต้การดูแลของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แต่ ทช. มีอำนาจดูแลโดยตรงเฉพาะในเขตป่าชายเลน เช่น บริเวณอ่าวคุ้งกระเบนซึ่งยอมรับว่าพบปลาชนิดนี้เป็นจำนวนมากเนื่องจากมีบ่อกุ้งและน้ำไม่เค็มจัด . [อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://t.co/B1AmPl45Ic ]
See More
บัส เทวฤทธิ์
@Bus_Te
2 days ago
@feliscatusr7
สะดุ้งตรงคำว่า "น้ำ" กลัวว่าจะได้รับเครื่องดื่ม - -
บัส เทวฤทธิ์
@Bus_Te
4 days ago
คุณสนธินี่แกสู้สุดจริงๆ ถึงว่าทำไมสื่อหัวอื่นตอนนั้นเลือกลบข่าวแถมแถลงขอโทษทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิด นี่แกสู้ถึงฎีกาเลย แน่นอนการที่เราโดนฟ้องแม้จะยืนยันว่าไม่ได้ผิดมันก็เสียทั้งเงินทั้งเวลา . คดีนี้เมื่อปลายปีที่แล้วศาลอุทธรณ์ยืนยกฟ้องคดี ‘สนธิ’ ฟ้องผมในฐานะ บ.ก.ขณะนั้นและประชาไทหมิ่นประมาท โดยศาลชี้เป็นเพียงรายงานข้อเท็จจริง . ข้อมูลเพิ่มเติม . - คดีนี้เกิดจากประชาไทรายงานสิ่งที่ สนธิพูดในรายการ ‘คุยทุกเรื่องกับสนธิ’ เมื่อ ก.ค.66 ที่เขาวิเคราะห์ 13 ข้อการเมืองของพรรคก้าวไกลในเวลานั้น หลังจากที่ สว.ไม่ยอมโหวตให้ พิธ ซึ่งข้อสุดท้ายเขาระบุว่า “ทางรอดของเกมคือรัฐประหารล้มกระดานที่ไร้ความชอบธรรม” . - การรายงานข่าาวโดยประชาไทนำไปพาดหัวข่าวว่า ['สนธิ' ไล่เลียง 13 กลเกมแก้ยากของ 'ก้าวไกล' ก่อนตบท้ายด้วยทางรอดคือ 'รัฐประหาร' ล้มกระดาน] ซึ่งเจ้าตัวอ้างว่าการตัดคำว่า “ที่ไร้ความชอบธรรม” ออกทำให้เขาเสียหาย จึงฟ้องหมิ่นประมาทฯ ต่อผม ในฐานะ บ.ก.บห.ประชาไท และต่อประชาไท . - ก่อนสนธิจะฟ้อง มีการออกมาขู่ผ่านสื่อที่นำเสนอข่าวนี้ของสนธิทุกเจ้า ไม่ใช่เพียงประชาไท แต่เจ้าอื่นมีการลบข่าวดังกล่าวออก พร้อมทั้งแถลงขอโทษสนธิ บางหัวแถลงตำหนินักข่าวตัวเองด้วยซ้ำ . - ตอนนั้นที่ตัดสินใจสู้กัน เรา (ประชาไท) ยืนยันว่าสิ่งนี้ไม่ใช่ความผิด เรารายงานข้อเท็จจริง การยอมลบหรือขอโทษตามที่สนธิขู่จะยิ่งทำลายทั้งหลักการการทำงานของสื่อมวลชนจนถึงยิ่งทำให้เกิดความได้ใจของผู้ข่มขู่ เลยตัดสินใจสู้ และแน่นอนถูกฟ้องร้องจริง . - เมื่อปลายปีที่แล้วศาลอุทธรณ์ชี้ว่า การพาดหัวข่าวดังกล่าวแม้ตัดคำท้ายว่า “ที่ไร้ความชอบธรรม” ออก ก็ยังไม่ทำให้โจทก์เสียหาย นอกจากนี้มีการเขียนคำดังกล่าวไปในโปรยข่าว และในเว็บไซต์อย่างชัดแจ้ง การนำเสนอข่าวของจำเลยจึงไม่ได้เป็นการนำเสนอความคิดเห็นหรือยืนยันข้อเท็จจริงที่เป็นผลร้ายแก่โจทก์ หากแต่เป็นเพียงการถ่ายทอดหรือส่งต่อข้อมูลข่าวสาร . - ต้องขอขอบคุณประชาไทที่ยืนหยัดต่อสู้ไปด้วยกันตั้งแต่วันนั้น ขอบคุณทนายความที่เข้าใจหลักการที่เรายืนยันและให้ข้อมูลกับเหตุผลประกอบในการต่อสู้จนชนะยกที่ 2 และหวังว่ายกที่ 3 จะเป็นเช่นนั้น . - เราเข้าใจดีเรื่องการยอมลบและขอโทษของพี่น้องสื่ออื่น เพราะการข่มขู่และฟ้องร้องแบบนี้มันมีรายจ่ายทั้งค่าทนายความ ค่าเสียเวลา ต่างๆ แต่เมื่อชัยชนะเริ่มมีให้เห็น หวังว่าในอนาคตจะช่วยกันยืนยันไปด้วยกัน
See More
บัส เทวฤทธิ์
@Bus_Te
2 days ago
กระทู้ชุดใหม่ ประเด็นแรงงานโดยเฉพาะ หวังว่าจะทันในสมัยประชุมนี้ บางอันให้ตอบในราชกิจจาฯ จะได้ไม่ต้องเข้าคิวตอบในที่ประชุม แต่เหนือสิ่งอื่นใด ก็หวังว่าทุกประเด็นจะมีความคืบหน้าหรือได้รับการแก้ปัญหาในเร็ววัน . 1. กระทู้ถามเป็นหนังสือที่ขอให้ตอบในที่ประชุมวุฒิสภา ความคืบหน้าและรายละเอียดของกระบวนการการให้สัตยาบันอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 87 และ 98 และขอทราบข้อท้วงติงของคณะกรรมการกฤษฎีกา . 2. กระทู้ถามเป็นหนังสือที่ขอให้ตอบในที่ประชุมวุฒิสภา การแก้ไขปรับปรุงกฎหมายเพื่อคุ้มครองและรับรองสิทธิของแรงงานแพลตฟอร์ม และมาตรการแก้ไขเยียวยาปัญหาระยะสั้นระหว่างที่กระบวนการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายยังไม่แล้วเสร็จ . 3. กระทู้ถามเป็นหนังสือที่ขอให้ตอบในที่ประชุมวุฒิสภา ความคืบหน้าและความชัดเจนในการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศเป็น 600 บาทต่อวัน ตามนโยบายการหาเสียงของพรรคเพื่อไทย และมาตรการเยียวยาค่าครองชีพผู้ใช้แรงงานทั้งระยะสั้นและระยะยาว . 4. กระทู้ถามเป็นหนังสือที่ขอให้ตอบในราชกิจจานุเบกษา ปัญหาการขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติออนไลน์ (e-WorkPermit) และแนวทางแก้ไขปัญหา และกรอบระยะเวลาในการดำเนินการ . ประเด็นอื่นๆ กำลังทยอยยื่น โดยเฉพาะเพื่อได้คำตอบอย่างเดียวในราชกิจจาฯ ภาคประชาชนท่านใดสนใจอยากได้คำตอบในประเด็นต่างๆ เสนอมาได้ จะได้มาพิจารณาตั้งคำถามกันครับ
See More
บัส เทวฤทธิ์
@Bus_Te
3 days ago
บัส เทวฤทธิ์
@Bus_Te
3 days ago
[ ปลุกพลังผู้ประกันตน! วันแรกลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของเราทุกคน ] . เงินที่เราถูกหักเข้ากองทุนประกันสังคมในทุกๆ เดือน คือเงินออมแะสวัสดิการที่หล่อเลี้ยงชีวิตของเรา ทั้งในยามเจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ ว่างงาน หรือแม้กระทั่งยามเกษียณอายุ กองทุนนี้จึงเป็นของเราทุกคน และถึงเวลาแล้วที่เราต้องลุกขึ้นมาทำหน้าที่ในฐานะ "เจ้าของกองทุน" อย่างแท้จริง ผ่านการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมฝ่ายผู้ประกันตน . [ทำไมเราต้องไปลงทะเบียนและใช้สิทธิเลือกตั้งคณะกรรมการ (บอร์ด) ประกันสังคม?] . - กำหนดอนาคตตัวเอง: เลือกตัวแทนฝั่งลูกจ้างและผู้ประกันตนที่มีวิสัยทัศน์ เข้าไปผลักดันนโยบาย ยกระดับสิทธิประโยชน์ สวัสดิการ และคุณภาพการรักษาพยาบาลให้ตอบโจทย์ชีวิตคนทำงานอย่างแท้จริง . - กำหนดอนาคตกองทุนที่คุณเป็นเจ้าของ: เม็ดเงินมหาศาลในกองทุนจำเป็นต้องมีผู้บริหารที่ซื่อสัตย์และมีความสามารถ เข้าไปกำดูแลการลงทุนให้งอกเงยอย่างมั่นคง เพื่อความยั่งยืนของกองทุนในระยะยาว ไม่ให้เสี่ยงต่อการล้มละลายในอนาคต . - ยืนยันสิทธิที่จะตรวจสอบ: นี่คือโอกาสสำคัญในการส่งตัวแทนของเราเข้าไปเป็นหูเป็นตา ตรวจสอบความโปร่งใสในการบริหารงาน และสะท้อนเสียงความเดือดร้อนของคนทำงานสู่โครงสร้างระดับนโยบาย . [ขั้นตอนสำคัญห้ามพลาด! ต้องลงทะเบียนก่อนจึงจะเลือกตั้งได้] . การเลือกตั้งครั้งนี้จะสำเร็จไม่ได้เลยหากขาดขั้นตอนแรก นั่นคือ "การลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้ง" . ช่วงเวลาลงทะเบียน: ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 15 กรกฎาคม 2569 ช่องทางการลงทะเบียน: . ออนไลน์: ผ่านเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม (https://t.co/kqvNR6vjNs) หรือ แอปพลิเคชัน SSO Plus ได้ตลอด 24 ชั่วโมง . ออนไซต์: ณ สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขา ตามวันและเวลาที่กำหนด . วันลงคะแนนเลือกตั้ง: วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2569 โดยจะใช้การเข้าคูหาและใช้บัตรเลือกตั้ง . มาร่วมส่งเสียงเพื่อกำหนดอนาคตการบริหารเงินของคุณบริหารเงินของคุณ มาร่วมกันแสดงพลัง ลงทะเบียนรักษาสิทธิ์ และเตรียมตัวไปเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เพื่อสร้างระบบสวัสดิการที่มั่นคงและโปร่งใสไปด้วยกัน . #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม #ประกันสังคม #บอร์ดประกันสังคม #สูตรแคร์
See More
บัส เทวฤทธิ์
@Bus_Te
4 days ago
เคยเห็นแต่การเมืองแบบ "ปฏิบัตินิยม" เลือกบอร์ดประกันสังคมรอบนี้อาจได้เห็น "ปฏิทินนิยม" แน่ครับ หยุดเหยียดย่ำ นำปฏิทินคืนมา
บัส เทวฤทธิ์
@Bus_Te
4 days ago
[ ครบรอบ 2 ปีมรณกรรม “บุ้ง เนติพร” กับวิกฤตเรื้อรังของสุขภาวะผู้ต้องขังการเมือง ] . เมื่อวานนี้ (30 พฤษภาคม 2569) ที่ห้อง 102 คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ได้มีการจัดกิจกรรม “Her Movement, We Move(ing)” เนื่องในวาระครบรอบ 2 ปีของการจากไปของเนติพร เสน่ห์สังคม หรือ “บุ้ง” นักกิจกรรมทางการเมือง ภายในงานมีการจัดเสวนาในหัวข้อ “การรักษาสุขภาพของผู้ต้องขังทางการเมือง” โดยมีตัวแทนจากองค์กรสิทธิมนุษยชนและอดีตผู้ต้องขังร่วมสะท้อนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่และการเข้าถึงสิทธิการรักษาพยาบาลในเรือนจำที่ยังคงเป็นปัญหาฉกรรจ์ . ปฐมพร แก้วหนู จากกลุ่ม Freedom Bridge ซึ่งช่วยเหลือผู้ต้องขังทางการเมืองเปิดเผยถึงสถานการณ์ปัจจุบันว่า ขณะนี้มีผู้ต้องขังทางการเมืองได้รับการคุมขังอยู่ 61 คนจากเดิมที่มี 63 คน เนื่องจากมี 2 คนที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ประกันตัวแต่รับโทษจนครบกำหนดและถูกปล่อยตัวไปแล้ว ทั้งนี้นับตั้งแต่ก่อตั้งกลุ่ม Freedom Bridge มีผู้ต้องขังเข้าออกโรงพยาบาลเป็นจำนวนนับสิบคน แต่หากนับย้อนไปตั้งแต่ปี 2563 ซึ่งเป็นช่วงโควิด-19 มีจำนวนมากกว่า 20 คน สำหรับอาการเจ็บป่วยทางกาย มีทั้งโรคไม่รุนแรง เช่น โรคผิวหนัง ที่ได้รับยามากินและทา ส่วนโรคที่รุนแรง ได้แก่ วัณโรค โรคหลอดเลือดสมอง รวมถึงโรคเรื้อรังที่เพิ่งตรวจพบในเรือนจำอย่างกรณีของเอกชัย หงส์กังวาน นอกเหนือจากนี้ยังมีปัญหาสุขภาพจิตที่ซ้ำเติมผู้ต้องขัง โดยรายที่มีอาการอยู่แล้วจะมีอาการรุนแรงยิ่งขึ้นเมื่อเข้าสู่เรือนจำ . ปฐมพรระบุต่อไปว่าเมื่อทางกลุ่มทราบว่ามีผู้ต้องขังรายใดต้องการการรักษาจะรีบทำการแจ้งข่าวทันที เนื่องจากเมื่อกระแสข่าวเผยแพร่ออกไป จะส่งผลให้กระบวนการตอบรับของเจ้าหน้าที่รวดเร็วขึ้นและได้ส่งตัวไปโรงพยาบาลเร็วขึ้น เพราะหากผู้ต้องขังไม่ได้แสดงอาการป่วยอย่างชัดเจนจนถึงขั้นชักดิ้นชักงอ ก็มักจะไม่ถูกส่งตัวไปโรงพยาบาล การมีบุคคลภายนอกช่วยติดตามจึงมีความสำคัญยิ่ง นอกจากนี้ ระบบระเบียบการสั่งซื้ออาหารให้เพื่อนผ่านแอปพลิเคชันไลน์ก็มีกฎเกณฑ์ว่า 1 บัญชีไลน์ สามารถใช้สั่งซื้ออาหารให้ผู้ต้องหาได้เพียง 1 คนเท่านั้น หากจะซื้อให้บุคคลอื่นต้องใช้ไลน์อื่น และกำหนดให้ซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรวมถึงน้ำอัดลมให้ผู้ป่วยได้ไม่เกินคนละ 1 ชิ้นเท่านั้น . ในส่วนของสภาพความเป็นอยู่ ตัวแทนจาก Freedom Bridge กล่าวว่าผู้ป่วยบางรายไม่มีญาติมาเยี่ยม บางรายป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมองจนเป็นอัมพาตครึ่งซีกต้องนั่งรถเข็นไปโรงพยาบาลและมีความวิตกกังวลว่าจะต้องเสียชีวิตในเรือนจำ ขณะที่ในช่วงเดือนเมษายนที่มีสภาพอากาศร้อนจัด ส่งผลให้ผู้ต้องขังเจ็บป่วยเพิ่มขึ้น บางรายเพิ่งทราบว่าตนเองมีปัญหาสายตาสั้นรุนแรงเมื่อเข้าเรือนจำ ทางกลุ่มจึงต้องประสานตัดแว่นส่งเข้าไปให้หรือใช้บริการตัดแว่นของเรือนจำ ส่วนปัญหาทางทันตกรรมมีความรุนแรงมาก เนื่องจากผู้ป่วยได้รับเพียงยาแก้ปวดซึ่งไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ บางรายปวดฟันอย่างรุนแรงจนถึงขั้นต้องเอาศีรษะโขกผนัง และมีบางรายตัดสินใจถอนฟันด้วยตนเองซึ่งมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้ออย่างรุนแรง . สิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ อดีตผู้ต้องขังทางการเมือง กล่าวว่าในเรือนจำจะมีอาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจำ (อสรจ.) และเจ้าหน้าที่เป็นผู้แจ้งว่าใครจะได้รับการรักษา ทว่ามีบรรยากาศความกลัวครอบงำอยู่ เนื่องจากกระบวนการส่งตัวต้องใช้เวลา 2–3 วัน หากระหว่างนั้นผู้ต้องขังหายป่วยและพยาบาลตรวจพบว่าไม่ได้ป่วย อสรจ. และเจ้าหน้าที่ที่ทำเรื่องส่งตัวจะถูกตำหนิ ส่งผลให้ผู้ที่จะได้ส่งตัวออกไปมักจะเป็นผู้ที่ป่วยหนักใกล้เสียชีวิตเท่านั้น อีกทั้งการรักษาในโรงพยาบาลราชทัณฑ์เป็นเพียงระดับปฐมภูมิ เครื่องมือแพทย์หลายอย่างไม่มีคุณภาพ ส่วนเครื่องมือที่ทันสมัยมีอยู่แต่ไม่ค่อยได้นำมาใช้ และการส่งตัวออกไปภายนอกต้องรอให้ผู้บัญชาการเรือนจำลงนามอนุมัติ หากรายใดป่วยหนักจึงจะให้อยู่รักษาตัวที่โรงพยาบาลระยะยาวเพื่อลดขั้นตอนการทำเรื่องส่งตัวซ้ำ ส่วนปัญหาการรักษาฟัน มีผู้ต้องขังคดีการเมืองรายหนึ่งได้รับแต่งตั้งเป็น อสรจ. เมื่อมีอาการปวดฟันได้ลงชื่อขอรับการรักษา แต่ต้องรอคิวนานถึง 1 ปี จนกระทั่งได้รับการปล่อยตัวออกจากคุกพอดี อัตราส่วนผู้ป่วยในโรงพยาบาลราชทัณฑ์ยังพบความไม่สอดคล้องกับเพศของนักโทษ และมีอคติในการจัดสรรงบประมาณ โดยผู้ต้องขังชายจะได้รับงบประมาณมากกว่าผู้ต้องขังหญิง . อ่านรายงานทั้งหมดที่นี่ https://t.co/djCQbhDhDm
See More
บัส เทวฤทธิ์
@Bus_Te
5 days ago
(ต่อ) สุดท้ายนี้วาระของการคืนสิทธิเลือก สข. ให้คนกรุงเทพ และการปฏิรูปที่มาของผู้บริหารเขตยิ่งเป็นเครื่องย้ำเตือนว่าการจัดการเมืองหลวงแยกไม่ออกจากการเมืองระดับชาติ ตราบใดที่กฎหมายแม่บทยังไม่ถูกแก้ไขโดยฝ่ายนิติบัญญัติ วาระการจัดการเมืองระดับเส้นเลือดฝอยของคนกรุงเทพฯ ก็จะยังคงติดเพดานเชิงโครงสร้าง การส่งเสียงและร่วมกันขับเคลื่อนวาระนี้ในทุกพื้นที่ทางการเมืองจึงนับเป็นการคืนสิทธิ์และคืนอำนาจในการออกแบบชีวิตประจำวันให้แก่คนกรุงเทพฯ อย่างแท้จริง
See More
บัส เทวฤทธิ์
@Bus_Te
5 days ago
[ ทวงคืน ‘สข.’ - ดัน ‘เลือกตั้งผู้บริหารเขต’ : คืน ‘เส้นเลือดฝอย’ ทางการเมืองให้คนกรุงเทพฯ ] . ท่ามกลางบรรยากาศการนับถอยหลังเข้าสู่การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานครในวันที่ 28 มิถุนายนที่จะถึงนี้ เราได้เห็นบรรดาผู้สมัครทยอยเดินสายปิดป้ายหาเสียงกันทั่วเมือง ทุกคนต่างลุ้นผลว่าใครจะได้นั่งเก้าอี้ผู้ว่าฯ และพรรคหรือกลุ่มการเมืองใดจะได้ครองพื้นที่ในสภาฯ กทม.มากกว่ากัน . อย่างไรก็ดีท่ามกลางบรรยากาศคึกคักเช่นนี้ยังมีความจริงอยู่ข้อหนึ่งที่เราอาจลืมเลือนไป นั่นคือครั้งหนึ่งเราเคยมี “สมาชิกสภาเขต” (สข.) มีหน้าที่หลักในการเป็นที่ปรึกษาผู้อำนวยการเขต และเป็นเหมือนตัวแทนชุมชนเพื่อสะท้อนความต้องการของประชาชน ในเขตพื้นที่นั้น ๆ แต่ สข. ถูกริบอำนาจไปโดยคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 86/2557 และถูกตอกฝาโลงซ้ำด้วยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร ฉบับที่ 6 พ.ศ. 2562 โครงสร้างการเมืองระดับท้องถิ่นที่ใกล้ชิดประชาชนที่สุดกลับถูกแช่แข็งจนทำให้กรุงเทพฯ กลายเป็นเมืองที่คนตัวเล็กตัวน้อยในชุมชนแทบจะไร้ปากเสียงในการกำหนดอนาคตและการใช้งบประมาณในบ้านของตัวเอง . หากพิจารณาถึงความเดือดร้อนในชีวิตประจำวัน โครงสร้างปัจจุบันที่กำหนดให้มี สก. เพียงเขตละ 1 คนถือเป็นภาระที่หนักหน่วงเกินไปสำหรับความจริงในพื้นที่ เพราะเขตขนาดใหญ่หลายเขตมีประชากรหนาแน่นหลักแสนคน ลำพัง สก. เพียงคนเดียวต่อให้ทำงานหนักตลอด 24 ชั่วโมงก็ยากที่จะตรวจตราฝาท่อระบายน้ำ ไฟส่องสว่าง หรือปัญหาความเดือดร้อนในตรอกซอกซอยได้อย่างทั่วถึง ต่างจากการมี สข. ซึ่งในอดีตมีเขตละอย่างน้อย 7 คนตามสัดส่วนประชากร . สข. คือคนในพื้นที่ที่เดินอยู่ในซอยเดียวกับเรา รับรู้ปัญหาน้ำท่วมขังทันทีที่ฝนตก แม้ในปัจจุบัน กทม. จะพยายามอุดช่องว่างด้วยการใช้ระบบเทคโนโลยีอย่าง Traffy Fondue หรือพึ่งพากลไกคณะกรรมการชุมชนในการแจ้งเหตุแต่ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่าช่องทางการผลักดันปัญหาเชิงนโยบายอย่างเป็นระบบโดยตัวแทนที่ยึดโยงกับประชาชนในระดับเส้นเลือดฝอยนั้นขาดหายไปอย่างน่าเสียดาย . นอกจากนี้การหายไปของ สข. ยังส่งผลต่อมิติการมีส่วนร่วมในงบประมาณระดับพื้นที่ แม้ในท้ายที่สุดอำนาจการอนุมัติและตัดลดงบประมาณประจำปีของสำนักงานเขตจะเป็นหน้าที่เด็ดขาดของ สก. ในสภา กทม. แต่ในอดีต สข. คือผู้มีบทบาทสำคัญในการร่วมเสนอแนะและสะท้อนความต้องการขั้นต้นว่าเงินภาษีของคนในพื้นที่ควรถูกนำไปใช้ปะผุตรงไหน ซอยไหนต้องการลานกีฬา หรือชุมชนใดต้องการกล้องวงจรปิด แต่เมื่อไม่มี สข. คอยประเมินร่วมกับชุมชน การจัดทำคำของบประมาณจึงมักริเริ่มจากมุมมองของฝั่งข้าราชการประจำในสำนักงานเขตเป็นหลัก แผนพัฒนาเขตหลายอย่างจึงกลายเป็นโครงการสูตรสำเร็จรูปที่เป็น “เสื้อโหล” เหมือนกันไปหมดทุกเขตแต่กลับไม่ตอบโจทย์บริบทที่แตกต่างกันของคนในพื้นที่จริง การทวงคืน สข. จึงเป็นวาระสำคัญในการกระจายอำนาจเพื่อให้ประชาชนได้ร่วมกำหนดทิศทางงบประมาณตั้งแต่ต้นน้ำ . ยิ่งไปกว่านั้นวาระสำคัญทางการเมืองที่ต้องขับเคลื่อนควบคู่ไปกับการทวงคืน สข. คือการผลักดันเชิงนโยบายให้ “ผู้อำนวยการเขต” มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนเพื่อปลดล็อกระบบราชการรวมศูนย์ เนื่องจากปัจจุบันผู้อำนวยการเขตทั้ง 50 เขตมีสถานะเป็นข้าราชการประจำสายงานอำนวยการระดับสูงที่ไต่เต้าและแต่งตั้งมาจากส่วนกลาง โครงสร้างนี้ทำให้ ผอ.เขต ต้องบริหารงานภายใต้สายบังคับบัญชาที่ต้องตอบสนองแนวนโยบายของผู้ว่าฯ กทม. ปลัด กทม. หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยผู้มีอำนาจให้คุณให้โทษในตำแหน่งหน้าที่ . อีกทั้งการหมุนเวียนโยกย้ายข้าราชการประจำบ่อยครั้ง ยังอาจทำให้โครงการพัฒนาในพื้นที่ขาดความต่อเนื่อง การเปลี่ยนให้ผู้บริหารระดับเขตมาจากการเลือกตั้งจึงเป็นข้อเสนอที่จะเปลี่ยนโจทย์การทำงานของสำนักงานเขต จากเดิมที่เน้นทำตามคำสั่งและระเบียบจากศาลาว่าการ กทม. มาเป็นการแข่งขันกันออกนโยบายเพื่อแก้ปัญหาให้ตรงใจประชาชนผู้ลงคะแนนในคูหาเลือกตั้งมากที่สุด . อย่างไรก็ดีโจทย์การทวงคืน สข. และการขับเคลื่อนให้เกิดการเลือกตั้งผู้บริหารเขตไม่ใช่วาระที่จะสำเร็จลงได้เพียงแค่การออกข้อบัญญัติที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เพราะโครงสร้างทั้งหมดถูกผูกไว้กับกฎหมายแม่บทในระดับรัฐสภา การยกร่างและแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานครฉบับใหม่เท่านั้นที่จะเป็นกุญแจสำคัญในการรื้อถอนข้อจำกัดเดิมที่แช่แข็ง สข. เอาไว้ และเปิดทางให้เกิดการออกแบบโครงสร้างผู้บริหารเขตในอนาคต สำหรับความเคลื่อนไหวล่าสุดมีกระบวนการเสนอเป็นร่าง พรบ. ดังกล่าว โดยคุณศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส. กับคณะ และผ่านกระบวนการรับฟังความเห็นเสร็จไปเมื่อ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา หวังว่าจะได้เข้าสู่การพิจารณาของสภาเร็วๆ นี้ . (มีต่อ)
See More
บัส เทวฤทธิ์
@Bus_Te
6 days ago
เลือกตั้ง กทม.วาระการเมืองสำคัญมาก และไปด้วยกันกับวาระการบริหารจัดการเมือง จนป่านนี้เรายังเอา สข.คืบจากที่ คสช.ริบไปไม่ได้ ยังไม่รวมดันให้ผู้บริหารเขตมาจากการเลือกตั้ง พอเป็นโจทย์นี้หนี้ไม่พ้นต้องเชื่อมกับการเมืองระดับชาติ
บัส เทวฤทธิ์
@Bus_Te
7 days ago
เราต้องไม่ลืมเรื่องนิรโทษกรรม ก.ค.68 สส.ตีตกร่างที่รวม ม.112 แต่รับหลักการร่างภท.ที่ล็อค 112 ไว้ บางคนอ้างกลัวไม่ผ่าน สว. ทั้งที่ สว.ทำได้เพียงชะลอ ตีตกไม่ได้ ใครโหวตอะไรก็จำกันไว้
บัส เทวฤทธิ์
@Bus_Te
7 days ago
[ เผยกลยุทธ์ “ไอโอ” มุ่งทำลายความน่าเชื่อถือสื่อและนักสิทธิฯ พบหลักฐานโยงรัฐ แต่ศาลผลักภาระพิสูจน์ให้เหยื่อ] . เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำประเทศไทย (FCCT) มีการจัดเวทีเสวนาในหัวข้อ “การโจมตีและลดทอนความน่าเชื่อถือสื่อมวลชนไทย” ซึ่งได้เปิดเผยพฤติกรรมและการปรับตัวของปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) ที่มุ่งเป้าโจมตีสื่อมวลชน นักสิทธิมนุษยชน และนักกิจกรรมทางการเมืองอย่างเป็นระบบ โดยมีผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ผู้สื่อข่าว The Reporters อังคณา นีละไพจิตร นักปกป้องสิทธิมนุษยชนและสมาชิกวุฒิสภา ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) สายใจ เลี้ยงพันธุ์สกุล ผู้ก่อตั้งองค์กร Stop Online Harm มูฮัมหมัดอาลาดี เด็งนิ ประธานมูลนิธินูซันตาราเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา ดำเนินรายการโดย ภาณุ วงศ์ชะอุ่ม ประธาน FCCT และผู้สื่อข่าวอาวุโสของรอยเตอร์ . [เผยขบวนการขุดปม 11 ปียัดข้อหา “นักข่าวสายโจร BRN” หลังตั้งคำถามแม่ทัพภาค 4] . ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ผู้สื่อข่าว The Reporters เปิดเผยว่าตนถูก IO โจมตีครั้งล่าสุดอย่างหนักมานานกว่า 1 เดือน โดยถูกขุดคำเหยียดหยามอย่าง “โรฮิงแยม” ที่เคยใช้โจมตีตนตั้งแต่ปี 2558 กลับมาใช้ใหม่ใน 11 ปีให้หลัง ทั้งที่เรื่องโรฮิงญาจบไปแล้วและตนได้สร้างความเข้าใจในเรื่องนี้มาตลอด . ฐปณีย์พบความเชื่อมโยงว่าการใส่ร้ายบนเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์เกิดขึ้นทันทีหลังจากที่ตนไปตั้งคำถามกับ พล.ท. นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2569 เกี่ยวกับเหตุลอบยิง สส. กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ พรรคประชาชาติ โดยเฉพาะเพจที่ชื่อ “Truth of the Day” ซึ่งตนไม่ได้ติดตามแต่ระบบกลับฟีดขึ้นมาให้เห็นตลอดเวลา เพจนี้อ้างตัวเป็นเพจข่าวแต่คอยใส่ร้ายตน มุ่งโจมตีตั้งแต่ตอนทำข่าวเรื่องตากใบและอุยกูร์ และล่าสุดได้ยกระดับจากการวิจารณ์การทำงานไปสู่การกล่าวหาว่าตนเป็น “นักข่าวสายโจร BRN” ที่ถามคำถามชี้นำให้เจ้าหน้าที่รัฐกลายเป็นคนผิดทั้งที่ตนถามตามหน้าที่สื่อ . นอกจากนี้เพจดังกล่าวยังมีการจัดทำประวัติการทำงานของตนตั้งแต่ปี 2563 ในประเด็นภาคใต้และสิทธิมนุษยชนซึ่งสะท้อนว่ามีชุดข้อมูลเชิงลึกและติดตามตนมานาน อีกทั้งยังใช้เทคโนโลยี AI สร้างภาพโจมตีและหาว่าตนเป็นสุนัขรับใช้ของ สส. รอมฎอน ปันจอร์ ซึ่งถือเป็นการละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างรุนแรง ที่น่าสังเกตคือตอนที่ตนไปยื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมืองฯ สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้เรียก กอ.รมน. มาชี้แจงเพจ IO นี้กลับรู้ข้อมูลและหนังสือเชิญ ทั้งๆ ที่ตนและ กมธ. ไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ . ฐปณีย์ระบุว่าสิ่งร้ายแรงที่สุดคือการถูกโจมตีว่า “แบ่งแยกดินแดน” จนทำให้คนในชีวิตจริงหลงเชื่อ มีคนมาข่มขู่ตนต่อหน้า ทำให้ตนเครียดจนแทบทำหน้าที่สื่อตามปกติไม่ได้ถึงขั้นต้องไปพบนักจิตวิทยา เมื่อไปยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีและคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ก็กลับมีโพสต์โจมตีเด้งขึ้นมาให้เห็นอีกกว่า 30 โพสต์ทั้งที่ไม่ได้ติดตามเพจ แสดงให้เห็นถึงการซื้อโฆษณาอย่างเป็นระบบ ตนจึงต้องการให้มีการตรวจสอบเรื่องนี้ เพราะก่อนหน้านี้เฟซบุ๊กเคยลบเพจ IO ชายแดนใต้ที่มีชื่อคล้ายกันไปกว่า 70 เพจ ปฏิบัติการเหล่านี้ไม่เพียงแต่ทำลายผู้ตกเป็นเหยื่อแต่ยังกระทบต่อกระบวนการสันติภาพในพื้นที่ด้วย . [แฉถูกไอโอคุกคามกว่า 20 ปี ชี้ศาลไทยไม่มีกฎหมายเยียวยาเหยื่ออาชญากรรมโดยรัฐ] . อังคณา นีละไพจิตร นักปกป้องสิทธิมนุษยชนและสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เผยว่าตนถูกโจมตีมานานกว่า 20 ปีในฐานะเหยื่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ตั้งคำถามกับรัฐ ในช่วงที่ตนดำรงตำแหน่ง กสม. ในปี 2558 - 2562 เวลาลงพื้นที่ภาคใต้ตนจะถูกถ่ายรูป ซึ่งตนรู้ดีว่าใครถ่าย รูปเหล่านั้นจะไปปรากฏบนเพจ IO เช่น เพจ “Pulony” ก่อนที่ตนจะเดินทางกลับถึงบ้านเสียอีก . ต่อมาในปี 2563 มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจและพบภาพจากเพจ Pulony ไปอยู่ในเอกสารงบประมาณของกองทัพ เมื่อตนตั้งคำถามต่อ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ในขณะนั้น พล.อ. ประยุทธ์กลับเดินหนีทันที วันรุ่งขึ้น กอ.รมน. ออกมายอมรับว่าเอกสารเป็นของจริง แต่หลังจากนั้นกลับปฏิเสธว่าเพจดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับหน่วยงาน . [อ่านทั้งหมดที่ https://t.co/QjIsLUZBFN ]
See More
บัส เทวฤทธิ์
@Bus_Te
7 days ago
ศาลยกฟ้อง คดีธนาธร
บัส เทวฤทธิ์
@Bus_Te
8 days ago
เปลี่ยนเวลาจิตอาสาไปเก็บขยะ เป็นช่วยสนับสนุนให้ พนง.กวาดขยะของ กทม. ได้รับการบรรจุ
บัส เทวฤทธิ์
@Bus_Te
8 days ago
ที่ถนน-ฟุตบาทสะอาดเพราะมี พนง.ของกทม.ดูแลอยู่ วันนี้ภาพน่าสนใจคือจิตอาสาจำนวนมากเก็บ พนง.ก็กำลังเก็บอยู่เช่นกัน 🤔หรือเราควรเปลี่ยนวิธีคิดเพิ่มสิทธิสวัสดิภาพสวัสดิการ พนง.จะดีกว่าไหม
Last Seen Users on Sotwe
Its.me
Seen from
Malaysia
lollollol123
Seen from
Pakistan
Bryan West
Seen from
United States
am ve göt hastası
Seen from
Turkey
sijuka18+
Seen from
Oman
niktounsi🇹🇳🇹🇳
Seen from
Algeria
Deklon Marsem
Seen from
Indonesia
Turkvideo
Seen from
Turkey
ملوك التحرر آحًمًدٍ وٌ مًهّآ 👩❤️👨
Gregory
Trends for you
1
#NBAFinals
Under 10K tweets
2
#AEWDynamite
Under 10K tweets
3
Tori Kelly
Under 10K tweets
4
Josh Hart
Under 10K tweets
5
Russ
Under 10K tweets
6
#82and0
Under 10K tweets
7
Veto
Under 10K tweets
8
Brad Keller
Under 10K tweets
9
Elmo
Under 10K tweets
10
Cristopher Sanchez
Under 10K tweets
Most Popular Users
1
Elon Musk
@elonmusk
240.1M followers
2
Barack Obama
@barackobama
119.3M followers
3
Donald J. Trump
@realdonaldtrump
111.6M followers
4
Cristiano Ronaldo
@cristiano
108.7M followers
5
Narendra Modi
@narendramodi
106.9M followers
6
Rihanna
@rihanna
97.2M followers
7
NASA
@nasa
92.1M followers
8
Justin Bieber
@justinbieber
90.5M followers
9
KATY PERRY
@katyperry
86.7M followers
10
Taylor Swift
@taylorswift13
80.5M followers
11
Lady Gaga
@ladygaga
72.1M followers
12
Kim Kardashian
@kimkardashian
69.3M followers
13
YouTube
@youtube
68.6M followers
14
Virat Kohli
@imvkohli
68.4M followers
15
Bill Gates
@billgates
63.4M followers
16
The Ellen Show
@theellenshow
62.5M followers
17
CNN
@cnn
61.9M followers
18
Neymar Jr
@neymarjr
60.9M followers
19
X
@x
60.9M followers
20
CNN Breaking News
@cnnbrk
59.9M followers
Olivia
Online
✨
⭐
💫