Home
Language
English
Türkçe
Bahasa Indonesia
About
Privacy Policy
Terms of Service
Pricing
Sign In
Download All
Share
Alice in Cryptoland 🧭
@CryptoAliceTH
Information is the new rich, arm yourself with it.
#ไม่รับเทรด
#ไม่ชวนลงทุน
อลิซรวมข้อมูลเกี่ยวกับ Investment,Crypto, AI,GameFi &Tech มาให้อ่านกันง่ายๆค่ะ
Bangkok,Thailand
Joined March 2021
57
Following
63.5K
Followers
4.8K
Posts
Pinned Tweet
Alice in Cryptoland 🧭
@CryptoAliceTH
almost 4 years ago
1.ธนาคารออมสิน 2.ธนาคารการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 3.ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 4.ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย 5.ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งปทท. 6. ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม 6 ธนาคารนี้เป็นของรัฐบาลทึ่ไม่อยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองเงินฝากแค่ 1 ล้านบาทเหมือนอีก 35 สถาบัน
Alice in Cryptoland 🧭
@CryptoAliceTH
about 8 hours ago
🚨 เว็บทั่วโลกไม่ได้ล่มเพราะโดนแฮกแระค่ะ แต่ยอมปิดตัวเองเพราะเจอช่องโหว่ที่ร้ายแรงพอจะทำให้เว็บต้องรีบแพตช์ก่อนโดนเจาะ และ AI เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยขุดมันเจอค่ะ ต้นเหตุคือ “php2shell” ช่องโหว่ร้ายแรง 2 ตัวใน PHP (CVE-2026-109618 และ CVE-2026-109619) ภาษาที่อยู่เบื้องหลังเว็บไซต์เกือบ 70% ของโลก บั๊กพวกนี้เนี่ยซ่อนอยู่ในโค้ดมานานกว่าทศวรรษ ก่อนนักวิจัยจาก Calif ใช้ GPT-5.6 Sol ของ OpenAI ช่วยค้นพบ ส่วน Wiz ก็เจอช่องโหว่ชุดนี้อย่างอิสระเช่นกันค่ะ กลไกแบบบ้าน ๆ คือ เมื่อ PHP จัดการหน่วยความจำผิดพลาดระหว่างประมวลผลคำขอ ระบบอาจเหลือข้อมูลภายในที่ไม่สมบูรณ์หรืออ้างถึงหน่วยความจำที่ถูกปล่อยไปแล้ว หากคนร้ายสร้างคำขอที่ออกแบบมาเฉพาะ ก็อาจใช้ช่องโหว่นี้รันคำสั่งบนเซิร์ฟเวอร์ได้โดยไม่ต้องล็อกอิน 😳 ไล่ไทม์ไลน์กันค่ะ 👇 -ส.ค. Calif ใช้ GPT-5.6 Sol ของ OpenAI ขุดเจอบั๊ก ส่วน Wiz ก็เจอเองแบบไม่ได้นัดกัน - 17 ต.ค. AWS เจอคนลองยิงใส่เซิร์ฟเวอร์ล่อเหยื่อ ก่อนประกาศถึง 4 วัน - 20 ต.ค. เลข CVE กับคลิปสาธิตหลุดออกมาก่อนกำหนด - 21 ต.ค. แพตช์ออก Cloudflare รายงานว่ามีคนพยายามโจมตีหลักหมื่นครั้งใน 45 นาที และขึ้นเป็นหลักล้านครั้งในวันถัดมา ฝั่ง Crypto ก็ต้องจับตาค่ะ 1. Coinbase และ BitGo ระบุว่าไม่ได้รับผลกระทบ ส่วน Binance แจ้งว่าแก้ไขปัญหาฝั่งตนแล้ว โดยยังไม่มีรายงานสาธารณะที่ยืนยันว่าแพลตฟอร์มเหล่านี้สูญเสียเงินจากช่องโหว่นี้ 2. เว็บไซต์ร้านค้าเล็ก ๆ ที่รับคริปโตอาจเป็นจุดเสี่ยง หากเซิร์ฟเวอร์ถูกยึด คนร้ายอาจเปลี่ยนที่อยู่รับเงินบนเว็บได้ Hardware wallet ไม่ได้ช่วยยืนยันว่าที่อยู่ที่เราเห็นบนหน้าเว็บนั้นถูกต้อง ต้องตรวจสอบที่อยู่บนหน้าจออุปกรณ์ก่อนเซ็นธุรกรรมด้วยค่ะ ฝั่งหุ้น Cybersecurity ก็ได้รับความสนใจเช่นกัน แต่ราคาที่ขึ้นของ PANW, CRWD และ NET ไม่ควรถูกโยงกับข่าวนี้ทั้งหมด เพราะยังมีปัจจัยอื่นที่ขับเคลื่อนราคาอยู่ด้วย คหสต. อลิซมองว่าบทเรียนใหญ่คือ “เวลา” ค่ะ AI ช่วยให้นักวิจัยค้นหาบั๊กที่ซับซ้อนได้เร็วขึ้น แต่เมื่อรายละเอียดช่องโหว่หรือแพตช์ถูกเปิดเผย ผู้โจมตีก็อาจใช้ AI ช่วยทำความเข้าใจและพัฒนาวิธีโจมตีได้เร็วขึ้นเช่นกัน นี่คือการแข่งขันที่ช่องว่างระหว่างการค้นพบ การแพตช์ และการโจมตีอาจแคบลงเรื่อย ๆ ใครดูแลเว็บไซต์ อย่าลืมอัปเดต PHP ที่เซิร์ฟเวอร์ใช้งานจริงนะคะ อัปเดต WordPress หรือปลั๊กอินอย่างเดียวไม่พอ หากโฮสต์เป็นคนดูแล PHP ให้สอบถามว่าแพตช์แล้วรึยัง และอย่ากดลิงก์จากอีเมลที่อ้างว่าชวนให้อัปเดต PHP2Shell เพราะอาจเป็นการหลอกติดตั้งมัลแวร์ได้ค่ะ 👿 #CyberSecurity #AI #Crypto Note : เพื่อนๆที่ไม่ใช่สายเทคและอยากรู้ให้เคลียร์ว่า PHP คืออะไร อลิซอธิบายแบบง่ายๆนะคะ PHP คือภาษาที่ใช้สร้างเว็บไซต์ค่ะ 💻 ลองนึกภาพว่าเว็บไซต์เป็นร้านอาหาร PHP ก็คือพ่อครัวหลังร้านที่คอยประมวลผลคำสั่ง เช่น ตรวจสอบการล็อกอิน จัดการข้อมูล และเชื่อมต่อฐานข้อมูล ก่อนส่งผลลัพธ์กลับมาให้เราเห็นบนหน้าเว็บ เว็บไซต์จำนวนมากใช้ PHP อยู่เบื้องหลัง รวมถึงเว็บไซต์ที่สร้างด้วย WordPress ด้วยค่ะ ถ้า PHP มีช่องโหว่ ก็อาจเปิดทางให้แฮกเกอร์เข้าควบคุมเซิร์ฟเวอร์ที่รันเว็บไซต์ได้ค่ะ 😊
See More
CryptoAliceTH's tweet video.
Alice in Cryptoland 🧭
@CryptoAliceTH
about 24 hours ago
ศึก Stablecoin ไม่ได้แข่งกันแค่ในตลาดแระค่ะ ตอนนี้ลามขึ้นศาลไปเรียบร้อย วันที่ 22 ต.ค. J. Benjamin Greenberg
#USDC
ยื่นฟ้องคุณปู่ Donald Trump, World Liberty Financial (WLFI) และ Steve Witkoff ทูตพิเศษสหรัฐฯประจำตะวันออกกลาง ต่อศาลรัฐบาลกลางที่วอชิงตัน ดี.ซี. ค่ะ ข้อกล่าวหาหลักคือการละเมิด Foreign Emoluments Clause ในรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ซึ่งห้ามเจ้าหน้าที่รัฐรับเงินหรือผลประโยชน์จากรัฐบาลต่างชาติ ถ้าไม่ได้รับความยินยอมจากสภาคองเกรส ไล่ไทม์ไลน์ตามคำฟ้องกันค่ะ 👇 - มี.ค. 2025 กองทุน MGX ของอาบูดาบี ประกาศลงทุนใน Binance $2B ตอนนั้นยังไม่บอกว่าจะจ่ายด้วย Stablecoin ตัวไหน - 13 วันต่อมา WLFI เพิ่งเปิดตัว #USD1 - พ.ค. 2025 มีประกาศว่าดีลนี้จะปิดด้วย USD1 ซึ่งช่วงปลายเดือนเม.ย. มีการเสก USD1 เพิ่มขึ้นจากราว 127 ล้าน เป็นกว่า 2.1 พันล้านโทเคนภายใน 8 วัน 😳 นอกจากนี้ยังมีอีกดีลที่บริษัทซึ่งได้รับการหนุนจาก Sheikh Tahnoon ที่ปรึกษาความมั่นคงของ UAE และประธาน MGX เข้าซื้อหุ้น 49% ของ WLFI ในราคา $500M ไม่กี่วันก่อนพิธีสาบานตนรับตำแหน่ง ฝั่งโจทก์มองว่า USD1 ได้แต้มต่อจากเงินรัฐบาลต่างชาติ จนทำให้ $USDC แข่งขันอย่างเป็นธรรมไม่ได้ จึงขอให้ศาลสั่งตรวจสอบบัญชี คืนผลประโยชน์และจ่ายค่าเสียหายค่ะ แต่อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะคะ Circle ออกมาชี้แจงว่าบริษัทไม่ได้เป็นคนริเริ่มหรือมีส่วนกับการฟ้องครั้งนี้ ส่วนทำเนียบขาวบอกว่าคดีนี้ “ไร้สาระ” และยืนยันว่าไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนค่ะ คหสต อลิซว่าประเด็นนี้ใหญ่กว่าดราม่าการเมืองค่ะ 🤔 เมื่อ Stablecoin กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของโลก คำถามว่า “ใครเป็นเจ้าของเหรียญ” อาจสำคัญพอๆกับ “เหรียญมีทุนสำรองหนุนจริงมั้ย” คดีนี้จะไปได้ไกลแค่ไหนต้องรอดูกันค่ะ เพราะคดีเรื่อง Emoluments ในอดีตมักติดเรื่องสิทธิ์ในการฟ้องของโจทก์ แต่ที่แน่ๆคือ ศึก USDC vs USD1 ร้อนขึ้นอีกระดับแล้วค่ะ 🔥 #Crypto #Stablecoin #Trump
See More
Alice in Cryptoland 🧭
@CryptoAliceTH
2 days ago
แดงแปร๊ดบาดใจบาดตามากค่ะ 😢 หุ้นญี่ปุ่นร่วง 2.2% มูลค่าตลาดหายกว่า ¥25 ล้านล้าน เงินเฟ้อกำลังบีบให้ BOJ ต้องเลือกทางที่ยากขึ้น ตลาดหุ้นญี่ปุ่นกำลังเจอแรงกดดันสองด้านพร้อมกันค่ะ ดัชนี Nikkei 225 ปิดที่ 61,518.38 จุด ลดลง 2.2% ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานเดือนกันยายนกลับขึ้นมาอยู่ที่ 2.1% สูงกว่าเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีรายงานประเมินว่ามูลค่าตลาดหุ้นญี่ปุ่นหายไปราว ¥25.85 ล้านล้าน หรือประมาณ $165,000 ล้าน แต่ต้องเข้าใจว่านี่คือมูลค่าหลักทรัพย์ที่ลดลง ไม่ใช่เงินสดที่ไหลออกจากตลาดทั้งหมดนะคะ 1. เงินเฟ้อกลับมา แต่เศรษฐกิจยังมีความเสี่ยง เงินเฟ้อญี่ปุ่นไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดียว ราคาพลังงานที่สูงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ต้นทุนนำเข้าที่ได้รับผลกระทบจากเงินเยนอ่อนค่า และความต้องการสินค้าเกี่ยวกับ AI ที่แข็งแกร่ง ล้วนมีส่วนเพิ่มแรงกดดันด้านราคา ปัญหาคือ หากเงินเฟ้ออยู่สูงต่อเนื่อง BOJ จะมีเหตุผลมากขึ้นในการขึ้นดอกเบี้ย แต่ถ้าขึ้นเร็วเกินไป ก็อาจเพิ่มต้นทุนทางการเงินและกดดันการเติบโตทางเศรษฐกิจ 2. ตลาดกำลังประเมินทิศทางดอกเบี้ยใหม่ เดือนกันยายน BOJ ขึ้นดอกเบี้ยสู่ 1.25% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 31 ปีแล้ว การประชุมวันที่ 30 ตุลาคมจึงเป็นอีกจุดที่ต้องจับตา แม้ตลาดคาดว่า BOJ อาจคงดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ แต่ถ้อยแถลงเกี่ยวกับเงินเฟ้อและแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยครั้งถัดไปอาจส่งผลต่อตลาดได้ 3. ทำไมเรื่องนี้กระทบหุ้นโลกด้วย? เมื่อดอกเบี้ยญี่ปุ่นขยับสูงขึ้น ต้นทุนการถือครองสินทรัพย์และการกู้ยืมเงินเยนอาจเปลี่ยนไป นักลงทุนที่เคยใช้เงินเยนต้นทุนต่ำเพื่อลงทุนในสินทรัพย์ทั่วโลกจึงต้องประเมินความเสี่ยงใหม่ ขณะเดียวกัน ราคาพลังงานที่สูงยังเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อและต้นทุนธุรกิจทั่วโลกค่ะ สิ่งที่ต้องติดตามจึงไม่ใช่แค่ Nikkei จะลงต่อหรือไม่ แต่คือเงินเฟ้อจะบังคับให้ BOJ เข้มงวดทางการเงินเร็วแค่ไหน เพราะเมื่อพลังงานแพงขึ้น ดอกเบี้ยมีโอกาสสูงขึ้น และต้นทุนเงินทุนเปลี่ยนไปพร้อมกัน ผลกระทบอาจไม่ได้หยุดอยู่แค่ตลาดหุ้นญี่ปุ่นค่ะ 🤔 #investing #worldeconomy
See More
Who to follow
if you need me, i’d always be here.
@ifyouneedmeida1
เทรดเล่นรอบทั้งปี คริปทองเน้นเด้งs วีค3 กย ลมม&fed ลงแรง 🧘🏻♂️รอๆ btc 48k 38k /xau 3800/2800 ทองแท่ง58k/48k แอคหลุม @V2_ifyouneedme
Siam Blockchain
@siamblockchain
เว็บ Siam Cryptocurrency ถูกก่อตั้งขึ้นมาเพื่อนำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับ Currency ในรูปแบบภาษาไทยเพื่อให้คนไทยเข้าถึงได้ง่าย Telegram: https://t.co/GrOGX34PGw
ToppJirayut™
@toppjirayut
Building The Next Humans with future skills in digital, fintech & longevity | Founder of Bitkub Group
Alice in Cryptoland 🧭
@CryptoAliceTH
3 days ago
Nasdaq Futures ร่วงเกือบ 2% น้ำมันทะลุ $110 ขณะที่อเมริกาเหลือคลังน้ำมันสำรองต่ำสุดในรอบกว่า 40 ปี ตลาดกำลังเผชิญความเสี่ยงที่ใหญ่กว่าเรื่องสงครามค่ะ วันที่ 22 ต.ค. 2026 คุณปู่
#Trump
ยืนยันว่า สหรัฐฯไม่ได้เจรจากับอิหร่าน พร้อมระบุว่าจะมีบางอย่างเกิดขึ้น “fairly soon” และกล่าวถึงความเป็นไปได้หลังการเลือกตั้งกลางเทอม 3 พ.ย. #Nasdaq 100 Futures ร่วงเกือบ 2% ขณะที่ Brent ขึ้นไปเหนือ $111 ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความกังวลเรื่องอุปทานพลังงานและความตึงเครียดในตะวันออกกลาง แต่สิ่งที่น่าจับตาจริง ๆ คือสถานะคลังน้ำมันสหรัฐฯค่ะ 👀 1. Hormuz คือจุดเสี่ยงของพลังงานโลก ช่องแคบ #Hormuz เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันทางทะเลที่สำคัญมาก โดยปกติมีน้ำมันผ่านประมาณ 20% ของอุปทานน้ำมันที่ใช้ทั่วโลก เมื่อการเดินเรือถูกรบกวน ตลาดต้องบวกราคาความเสี่ยงเข้าไปในน้ำมัน แม้บางช่วงปริมาณการขนส่งจะฟื้นตัวก็ตาม 2. คลังน้ำมันสำรองสหรัฐฯ เหลือพื้นที่กันชนจำกัด ข้อมูล EIA สำหรับสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 16 ต.ค. ระบุว่า Strategic Petroleum Reserve (SPR) เหลือเพียง 282.7 ล้านบาร์เรล ต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 1982 ลดลงประมาณ 132.7 ล้านบาร์เรล หรือเกือบ 32% จากระดับ 415.4 ล้านบาร์เรลเมื่อวันที่ 20 มี.ค. ส่วนน้ำมันดิบเชิงพาณิชย์ลดลง 3.1 ล้านบาร์เรล เหลือ 412.5 ล้านบาร์เรล ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีในช่วงเดียวกันประมาณ 3% อันเนี้ยสำคัญนะคะ เพราะสหรัฐฯ กำลังเผชิญแรงกดดันทั้งจากคลังสำรองฉุกเฉินและคลังน้ำมันเชิงพาณิชย์พร้อมกันค่ะ 3. ทำไมน้ำมันแพงจึงกดดัน Nasdaq? น้ำมันแพงเพิ่มต้นทุนการผลิต การขนส่ง และความเสี่ยงเงินเฟ้อ หากแรงกดดันยืดเยื้อ Fed อาจลดดอกเบี้ยได้ยากขึ้น ขณะที่กำไรบริษัทถูกบีบจากต้นทุนที่สูงขึ้น หุ้นเทคโนโลยีที่มีมูลค่าอิงกับกำไรในอนาคตก็เลยอ่อนไหวปวกเปียกต่อทั้งต้นทุนทางการเงินและการปรับลดความคาดหวังของนักลงทุน ตลาดกำลังประเมินค่ะว่า ถ้าความขัดแย้งคลี่คลายและการขนส่งผ่าน Hormuz ฟื้นตัว ราคาน้ำมันอาจลดแรงกดดันต่อเงินเฟ้อและตลาดหุ้น แต่ถ้าสถานการณ์รุนแรงขึ้น ขณะที่คลังสำรองมีจำกัด ความเสี่ยงจะลามจากราคาพลังงานไปสู่เงินเฟ้อ การเติบโตทางเศรษฐกิจ และภาวะการเงินที่ตึงตัวขึ้น ที่เราคอยต้องคอยมองจ้องตาแป๋ว ไม่ใช่แค่ราคาน้ำมันวันนี้ แต่คือระยะเวลาที่อุปทานถูกจำกัด และความสามารถของระบบเศรษฐกิจในการรับแรงกระแทก เพราะรอบนี้ น้ำมันอาจเป็นตัวกลางที่ส่งผ่านความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ไปยังสินทรัพย์ทั่วโลกค่ะ 🤔 #investment #oil #Iran
See More
Alice in Cryptoland 🧭
@CryptoAliceTH
5 days ago
อ๊าวววว ยังไงนี่ คิดว่าจะไม่เกิด Black Monday แต่หลายตลาดร่วงกาวรูด แดงแจ๋เลยนะ เอเชียร่วงหนัก แต่ Wall Street ยังบวก 🤔 วันจันทร์ที่ผ่านมาเนี่ย ตลาดหุ้นหลายประเทศเผชิญแรงขายหนัก จนภาพรวมดูคล้าย Black Monday ในหลายภูมิภาค แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ตลาดไม่ได้พังพร้อมกันทั้งหมด เพราะแรงกดดันของแต่ละประเทศแตกต่างกันค่ะ 🇮🇩 Indonesia: วิกฤตความเชื่อมั่นที่ต้องจับตา ตลาดหุ้นอินโดนีเซียร่วงรวมราว 15% ในสองวัน ถือเป็นการปรับลงรุนแรงที่สุดในรอบเกือบ 30 ปี ดัชนี JCI ติดลบประมาณ 40% ตั้งแต่ต้นปี แรงกดดันสำคัญมาจาก MSCI ที่เตือนถึงความเสี่ยงในการปรับสถานะอินโดนีเซียจาก Emerging Market เป็น Standalone Market ซึ่งอาจกระทบเงินทุนจากกองทุนที่อิงดัชนีทั่วโลก 🇹🇷 Turkey: ปัญหากองทุนซ้ำเติมตลาด ดัชนีหุ้นทั้งตลาดร่วงราว 33% ภายในหนึ่งเดือน ท่ามกลางวิกฤตกองทุนลงทุนและข้อกล่าวหาเรื่องการปั่นตลาด หลังหน่วยงานกำกับดูแลสั่งชำระบัญชีกองทุน 131 แห่ง ขณะที่ความกังวลจาก MSCI ยิ่งเพิ่มแรงกดดัน 🇨🇳 China: AI และ Semiconductor เริ่มถูกตั้งคำถาม CSI 300 ปิดลบติดต่อกัน 10 สัปดาห์ ซึ่งเป็นสถิติยาวนานที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยหุ้น AI และชิปเป็นหนึ่งในแรงกดดันสำคัญค่ะ 🇮🇳 India: เงินทุนต่างชาติไหลออกเป็นประวัติการณ์ ดัชนี Sensex และ Nifty ลดลงราว 14% ในปี 2026 ขณะที่นักลงทุนต่างชาติถอนเงินจากหุ้นอินเดียประมาณ 3 ล้านล้านรูปี สะท้อนแรงกดดันต่อ Emerging Markets จากการจัดสรรเงินทุนทั่วโลก 🇰🇷 South Korea: ตลาดเริ่มกังวลผลตอบแทนจาก AI Capex KOSPI ร่วง 14.5% ในสัปดาห์ที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่วิกฤต Lehman Brothers หุ้น Samsung และ SK Hynix ถูกเทขาย ท่ามกลางคำถามว่าเม็ดเงินลงทุนมหาศาลใน AI จะสร้างผลตอบแทนได้คุ้มค่าหรือไม่ 🇯🇵 ญี่ปุ่นก็เผชิญแรงขายระหว่างวันค่ะ โดย Nikkei เคยร่วงเกิน 2% ก่อนฟื้นตัวและปิดลบเพียง 0.62% 🇪🇺 ฝั่งยุโรปก็ติดลบ 1–1.6% ในดัชนีหลักหลายแห่ง โดยฝรั่งเศสเผชิญแรงกดดันจากการประท้วงเรื่องค่าครองชีพและปัญหาการคลัง ซึ่งกระทบความเชื่อมั่นในตลาดพันธบัตร 🇺🇸 แต่ Wall Street กลับสวนทาง S&P 500 บวก 0.41% และ Nasdaq เพิ่มขึ้น 1.11% จากแรงรีบาวด์ของหุ้นเทคโนโลยีและ AI หลังถูกขายหนักในสัปดาห์ก่อน มาส่อง Macro กันค่ะ 🧭 สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ Global Crash ที่ทุกตลาดร่วงพร้อมกัน แต่เป็นการบรรจบกันของหลายความเสี่ยง ทั้งเงินทุนไหลออกจาก Emerging Markets ความกังวลเรื่องมูลค่าหุ้น AI และปัญหาการเมือง-การคลังในยุโรป ตอนเนี้ยไม่ต้องถามว่า “ตลาดไหนกำลังลง” แต่ให้ถามว่า เงินทุนกำลังไหลไปที่ไหน และนักลงทุนเริ่มไม่เชื่อใน Narrative ละเหรอ? เพราะเมื่อความคาดหวังสูงเกินไป แม้แต่ธีมที่แข็งแกร่งอย่าง AI ก็อาจถูกตั้งคำถามได้ หากตลาดเริ่มสงสัยว่าเงินลงทุนมหาศาลจะสร้างผลตอบแทนได้จริงมั้ย ต้องจับตาผลประกอบการ ทิศทางดอกเบี้ย เงินทุนต่างชาติ และการประเมินมูลค่าหุ้น AI ค่ะว่าแรงขายครั้งนี้เป็นเพียงการหมุนเวียนเงินทุน หรือกำลังส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่กว่านั้น 🔥 #AI #Techstocks #investing
See More
Alice in Cryptoland 🧭
@CryptoAliceTH
6 days ago
เอ๊ะ..ยังไงเนี่ย เจอ "Black Monday" ว่อนทั่วฟีด ตลาดอเมริกาใกล้เปิดแระ ทั้งวาฬและเม่าเลิ่กลั่กกันถ้วนหน้าค่ะ 😲 Black Monday 2.0? ตลาดกลัวประวัติศาสตร์ซ้ำรอย แต่สิ่งที่ต้องกลัวจริงๆอาจไม่ใช่วันที่ 19 ต.ค.ค่ะ วันนี้เป็นวันครบรอบ 39 ปีของ Black Monday ปี 1987 วันที่ Dow Jones ร่วงถึง 22.6% ภายในวันเดียว พอปฏิทินกลับมาตรงกับวันจันทร์อีกครั้ง บวกกับแรงขายหุ้น AI และชิปเมื่อวีคก่อน โซเชียลก็เริ่มเรียกหาวันตลาดพังรอบใหม่ แต่ถ้าแยกเสียงตื่นตระหนกออกจากข้อมูลจริง ภาพที่เห็นยังไม่ใช่ตลาดกำลังเข้าสู่ภาวะ Crash แบบปี 1987 นะคะ วีคก่อน Nasdaq และ S&P 500 ปรับตัวลงแรง ขณะที่ดัชนี Semiconductor ของสหรัฐฯ ร่วงถึง 11.4% หุ้น CoreWeave ถูกกดดันหนัก ท่ามกลางความกังวลเรื่องต้นทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI และความเสี่ยงด้านเครดิต นี่คือจุดที่อลิซคิดว่าน่าสนใจกว่าการนับวันครบรอบค่ะ 1. ตลาดกำลังเริ่มตั้งคำถามกับผลตอบแทนจาก AI ที่ผ่านมา นักลงทุนยอมจ่ายแพงให้บริษัทที่ลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI เพราะคาดหวังการเติบโตในอนาคต แต่เมื่อเงินลงทุนสูงขึ้น ตลาดก็ต้องการเห็นว่ารายได้และกำไรจะตามมาทันมั้ย ถ้าต้นทุนโตเร็วกว่าผลตอบแทน ความกังวลอาจลามจากหุ้นเทคโนโลยีไปสู่ตลาดสินเชื่อที่ใช้สนับสนุนการลงทุนเหล่านี้ได้ 2. ราคาน้ำมันและดอกเบี้ยยังเป็นตัวแปรสำคัญ น้ำมันที่พุ่งสูงจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ขณะที่ Bond Yield สูงทำให้การประเมินมูลค่าหุ้นเติบโตยิ่งเปราะบาง แต่วันนี้ราคาน้ำมันเริ่มอ่อนตัว และตลาดหุ้นเอเชียเคลื่อนไหวแบบผสมผสาน โดย KOSPI ฟื้น 1.76% ส่วน Nikkei ลดลงราว 0.6% สะท้อนว่ายังไม่มีแรงเทขายแบบไร้ระเบียบทั่วทั้งภูมิภาค 3. อย่าเข้าใจว่าทุกการอัดฉีดคือ QE กระแสที่บอกว่า #Fed กำลังเปิดเครื่องพิมพ์เงินครั้งใหญ่เพื่อพยุงตลาด ยังไม่มีหลักฐานรองรับตามที่กล่าวอ้าง การจัดการสภาพคล่องระยะสั้นกับการทำ QE เป็นคนละเรื่องกันค่ะ สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือผลประกอบการของ Meta, Tesla และบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ รวมถึงต้นทุนทางการเงินของธุรกิจ AI ปฏิทินอาจสร้างเรื่องเล่า แต่กำไร ,กระแสเงินสด, เครดิต และสภาพคล่องต่างหากที่กำหนดทิศทางตลาด ตลาดอาจผันผวนได้อีกมาก แต่การเรียกทุกแรงขายว่า Black Monday 2.0 อาจทำให้เรามองข้ามความเสี่ยงที่แท้จริง ซึ่งกำลังซ่อนอยู่ในสมการผลตอบแทนของ AI ค่ะ 🤔 #AI #Investing #TechStocks
See More
Alice in Cryptoland 🧭
@CryptoAliceTH
5 days ago
@SolanaAngels__
@SuperteamTH
@themoe
@CryptoSaiV2
@stocker_day
@SolanaInPajamas
@jadejoodfire
@0xMeowCrypto
@momile55555
@Yishreah
@101beere
Don't miss my famous (long island) ice tea tomorrow at Open House 😉 มางานนี้แล้วอย่าลืมชิม signature drink ของอลิซนะคะ 🍷
See More
Alice in Cryptoland 🧭
@CryptoAliceTH
5 days ago
@at_mwagner
@aephia
@staratlas
Accelerate 💪
Alice in Cryptoland 🧭
@CryptoAliceTH
6 days ago
อัพเดทคริปโตอีเว้นท์วีคนี้ (19–25 ต.ค. 2026) กันนิดค่ะ วีคนี้ Crypto ไม่ได้มีแค่เรื่องราคา
#Bitcoin
แต่ต้องจับตา 3 แรงขับเคลื่อนสำคัญที่อาจกำหนดทิศทางตลาดในระยะสั้นค่ะ 1️⃣ Macro: เศรษฐกิจดี ไม่ได้แปลว่า Crypto จะขึ้นนะคะ วันที่ 22 ต.ค. สหรัฐฯ มี Initial Jobless Claims และ Leading Economic Index ส่วนวันที่ 23 ต.ค. มี Flash PMI ซึ่งจะช่วยประเมินโมเมนตัมเศรษฐกิจเดือนตุลาคม ประเด็นสำคัญคือข้อมูลเหล่านี้จะเปลี่ยนมุมมองต่อนโยบาย Fed อย่างไร ถ้าเศรษฐกิจแข็งแกร่งแต่เงินเฟ้อยังเหนียวแน่น Bond Yields และ Dollar อาจปรับขึ้น กดดันสินทรัพย์เสี่ยง แต่ถ้าเศรษฐกิจชะลอลงพร้อมเงินเฟ้อที่ลดลง ตลาดอาจมองบวกต่อการผ่อนคลายนโยบายการเงิน ขณะที่การชะลอตัวรุนแรงจนเกิดความกังวลเรื่อง Recession ก็อาจกระตุ้น Risk-off ได้เช่นกัน 2️⃣ China: GDP โต แต่ดีมายด์ในประเทศยังเป็นโจทย์อยู่ จีนรายงาน GDP Q3 เติบโต 4.5% YoY เพิ่มจาก 4.3% ในไตรมาสก่อน ขณะที่ Industrial Production เดือนกันยายนโต 5.5% แต่ Retail Sales โตเพียง 1.1% ภาพนี้สะท้อนว่าภาคการผลิตยังช่วยพยุงเศรษฐกิจ แต่การบริโภคภายในประเทศยังอ่อนแอ ตัวเลขจีนอาจช่วย Sentiment ตลาดโลกได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีเงินทุนไหลเข้า Crypto โดยตรง ต้องดูสภาพคล่องและกระแสเงินทุนประกอบด้วย 3️⃣ Token Unlocks: Supply Shock ที่ต้องระวัง วีคนี้มีปลดล็อคเหรียญค่ะ • Oct 20 $ZRO: 23.28M โทเคน (~$43.3M), $KAITO: 17.6M (~$5M) • Oct 23 $SOON: 20.24M (~$6.3M) • Oct 24 $SOSO: 23.46M (~$6.9M) • Oct 25 $H: 266M (~$15M), $COAI: 19.55M (~$5M), $XPL: 227M (~$17.9M) *มูลค่าเป็นค่าประมาณและเปลี่ยนแปลงตามราคา Unlock ไม่ได้แปลว่าเหรียญทั้งหมดจะถูกขายทันที แรงกดดันจริงขึ้นอยู่กับผู้รับโทเคน สัดส่วนที่ขาย และสภาพคล่องของตลาด เหรียญที่ Order Book บางอาจได้รับผลกระทบมาก แม้มูลค่า Unlock จะไม่สูงมากก็ตามค่ะ 🌍 Global Macro & สิ่งที่ต้องจับตาต่อ สัปดาห์นี้ยังมี UK Labour Market, UK CPI, Japan CPI และ Canada Retail Sales ซึ่งอาจเปลี่ยนความคาดหวังเรื่องดอกเบี้ยของแต่ละประเทศ ส่วนวีคถัดไป ตลาดต้องเตรียมรับ Event Risk จากการประชุม FOMC วันที่ 27–28 ต.ค. และ US Q3 GDP กับ PCE วันที่ 29 ต.ค.ค่ะ #Crypto #Bitcoin #investing
See More
Alice in Cryptoland 🧭
@CryptoAliceTH
6 days ago
เอ๊ะ..ยังไงเนี่ย เจอ "Black Monday" ว่อนทั่วฟีด ตลาดอเมริกาใกล้เปิดแระ ทั้งวาฬและเม่าเลิ่กลั่กกันถ้วนหน้าค่ะ 😲 Black Monday 2.0? ตลาดกลัวประวัติศาสตร์ซ้ำรอย แต่สิ่งที่ต้องกลัวจริงๆอาจไม่ใช่วันที่ 19 ต.ค.ค่ะ วันนี้เป็นวันครบรอบ 39 ปีของ Black Monday ปี 1987 วันที่ Dow Jones ร่วงถึง 22.6% ภายในวันเดียว พอปฏิทินกลับมาตรงกับวันจันทร์อีกครั้ง บวกกับแรงขายหุ้น AI และชิปเมื่อวีคก่อน โซเชียลก็เริ่มเรียกหาวันตลาดพังรอบใหม่ แต่ถ้าแยกเสียงตื่นตระหนกออกจากข้อมูลจริง ภาพที่เห็นยังไม่ใช่ตลาดกำลังเข้าสู่ภาวะ Crash แบบปี 1987 นะคะ วีคก่อน Nasdaq และ S&P 500 ปรับตัวลงแรง ขณะที่ดัชนี Semiconductor ของสหรัฐฯ ร่วงถึง 11.4% หุ้น CoreWeave ถูกกดดันหนัก ท่ามกลางความกังวลเรื่องต้นทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI และความเสี่ยงด้านเครดิต นี่คือจุดที่อลิซคิดว่าน่าสนใจกว่าการนับวันครบรอบค่ะ 1. ตลาดกำลังเริ่มตั้งคำถามกับผลตอบแทนจาก AI ที่ผ่านมา นักลงทุนยอมจ่ายแพงให้บริษัทที่ลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI เพราะคาดหวังการเติบโตในอนาคต แต่เมื่อเงินลงทุนสูงขึ้น ตลาดก็ต้องการเห็นว่ารายได้และกำไรจะตามมาทันมั้ย ถ้าต้นทุนโตเร็วกว่าผลตอบแทน ความกังวลอาจลามจากหุ้นเทคโนโลยีไปสู่ตลาดสินเชื่อที่ใช้สนับสนุนการลงทุนเหล่านี้ได้ 2. ราคาน้ำมันและดอกเบี้ยยังเป็นตัวแปรสำคัญ น้ำมันที่พุ่งสูงจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ขณะที่ Bond Yield สูงทำให้การประเมินมูลค่าหุ้นเติบโตยิ่งเปราะบาง แต่วันนี้ราคาน้ำมันเริ่มอ่อนตัว และตลาดหุ้นเอเชียเคลื่อนไหวแบบผสมผสาน โดย KOSPI ฟื้น 1.76% ส่วน Nikkei ลดลงราว 0.6% สะท้อนว่ายังไม่มีแรงเทขายแบบไร้ระเบียบทั่วทั้งภูมิภาค 3. อย่าเข้าใจว่าทุกการอัดฉีดคือ QE กระแสที่บอกว่า #Fed กำลังเปิดเครื่องพิมพ์เงินครั้งใหญ่เพื่อพยุงตลาด ยังไม่มีหลักฐานรองรับตามที่กล่าวอ้าง การจัดการสภาพคล่องระยะสั้นกับการทำ QE เป็นคนละเรื่องกันค่ะ สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือผลประกอบการของ Meta, Tesla และบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ รวมถึงต้นทุนทางการเงินของธุรกิจ AI ปฏิทินอาจสร้างเรื่องเล่า แต่กำไร ,กระแสเงินสด, เครดิต และสภาพคล่องต่างหากที่กำหนดทิศทางตลาด ตลาดอาจผันผวนได้อีกมาก แต่การเรียกทุกแรงขายว่า Black Monday 2.0 อาจทำให้เรามองข้ามความเสี่ยงที่แท้จริง ซึ่งกำลังซ่อนอยู่ในสมการผลตอบแทนของ AI ค่ะ 🤔 #AI #Investing #TechStocks
See More
Alice in Cryptoland 🧭
@CryptoAliceTH
6 days ago
มีคนเตือนกันแบบร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ ย้ำแล้วย้ำอีกว่าอย่าคลิกลิงก์แปลกๆในอีเมล แต่ตอนนี้คนที่โดนหลอกอาจไม่ใช่เราแระค่ะ เป็น AI ผู้ช่วยที่อ่านอีเมลแทนเรา แง้ๆๆ Barracuda Research เพิ่งเปิดเผยแคมเปญฟิชชิ่งที่ส่งอีเมลฉบับเดียวแต่ตั้งใจหลอกสองต่อค่ะ ต่อแรกหลอกคน อีเมลดูเหมือนจดหมายภายในองค์กร ส่งมาจากโดเมนหน่วยงานรัฐ แนบไฟล์ล็อกรหัสพร้อมบอกรหัสมาในเนื้อหา ระบบกรองสแปมเลยปล่อยผ่าน ต่อที่สองหลอก AI โดยซ่อนคำสั่งไว้ในโค้ดที่ตาเรามองไม่เห็น ถ้าเราเมินอีเมลนี้ พอสั่ง AI สรุปกล่องจดหมาย มันอาจบอกเราเองว่า “ฉบับนี้ด่วนและน่าเชื่อถือ” 👿 เคสนี้เนี่ยมีสัญญาณมาก่อนแล้วนะคะ มิ.ย. 2025 Aim Security พบช่องโหว่ EchoLeak ใน Microsoft 365 Copilot แค่ส่งอีเมลมาฉบับเดียว เหยื่อไม่ต้องคลิกอะไรเลย Copilot ก็อาจดึงข้อมูลลับส่งออกไปให้แฮกเกอร์ได้ Microsoft ให้คะแนนความรุนแรงไว้ 9.3 เต็ม 10 และอุดช่องโหว่ไปแล้วค่ะ ก.ค. 2025 นักวิจัยในโครงการ 0DIN ของ Mozilla สาธิตให้เห็นว่า แค่ซ่อนตัวหนังสือสีขาวขนาด 0 ไว้ในอีเมล Gemini ใน Gmail ก็สรุปออกมาเป็นคำเตือนปลอมว่ารหัสผ่านรั่ว พร้อมเบอร์ call center ของมิจฉาชีพได้ค่ะ เทคนิคนี้เรียกว่า Indirect Prompt Injection ค่ะ OWASP จัดให้ Prompt Injection เป็นความเสี่ยงอันดับ 1 ของแอป AI เพราะโมเดลยังแยกไม่ออกว่าข้อความไหนคือ “ข้อมูลที่ต้องอ่าน” และข้อความไหนคือ “คำสั่งที่ต้องทำ” และไม่ได้มีแค่ในอีเมลนะคะ Barracuda ยังเจอเรซูเม่ที่ซ่อนคำสั่งให้ AI คัดกรองผู้สมัครให้คะแนน 10/10 และเอกสารบนเว็บที่หลอกให้ AI เขียนโค้ดแอบฝังคำสั่งขโมยรหัสผ่านด้วยค่ะ😧 อลิซแนะนำแบบนี้เพื่อป้องกันเบื้องต้นนะคะ - อย่าเชื่อสรุปของ AI ร้อยเปอร์เซ็นต์ เรื่องสำคัญให้เปิดอ่านต้นฉบับเอง - ถ้ามีคนขอเปลี่ยนเลขบัญชีหรือให้โอนเงิน ให้โทรยืนยันผ่านเบอร์ที่รู้จักอยู่แล้ว - ให้สิทธิ์ AI เท่าที่จำเป็น โดยเฉพาะสิทธิ์ส่งอีเมลหรือจัดการการเงิน - สำหรับองค์กร ควรกรองข้อความที่ซ่อนอยู่ออกก่อนส่งให้ AI อ่าน และกำหนดให้คนอนุมัติทุกธุรกรรมสำคัญ คนส่วนมากรู้แล้วว่าไม่ควรเชื่ออีเมลแปลกๆ แต่ส่วนใหญ่ยังไม่ได้ระวัง AI ผู้ช่วยของตัวเองเลยค่ะ ยุคนี้ต้องระวังทั้งคนและ AI ไปพร้อมกันนะคะ 😉 #AI #CyberSecurity #Phishing
See More
Alice in Cryptoland 🧭
@CryptoAliceTH
7 days ago
Mark Zuckerberg เคยพูดถึงการลดคนของ Elon Musk หลังเข้าซื้อ Twitter ไว้น่าสนใจมากค่ะ 😊 คลิปนี้มาจาก Lex Fridman Podcast เมื่อเดือนมิถุนายน 2023 ไม่ใช่คลิปใหม่ แต่กลับมาไวรัลอีกครั้ง ประเด็นที่คุณพี่ Marl พูดถึงเนี่ยยังสำคัญมากในยุค AI ที่ความเร็วในการตัดสินใจอาจกลายเป็นข้อได้เปรียบทางธุรกิจค่ะ Mark Zuckerberg มองว่า หลักการทำองค์กรให้ Lean ขึ้น ลดชั้นผู้บริหาร และลดระยะห่างระหว่างวิศวกรกับผู้ตัดสินใจ เป็นแนวทางที่ดี แต่เขาก็ย้ำว่า คนนอกไม่สามารถรู้ได้แน่ชัดว่า Elon ลดคนมากเกินไปหรือน้อยเกินไปค่ะ 🤔 สิ่งที่น่าสนใจคือ ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่แค่ X 1. การเปลี่ยนแปลงของคนๆหนึ่ง อาจเปลี่ยนวิธีคิดของทั้งอุตสาหกรรม Zuckerberg บอกว่าการตัดสินใจของ Elon ช่วยให้ผู้ก่อตั้งบริษัทคนอื่นกล้าทบทวนโครงสร้างองค์กรของตัวเองมากขึ้น เพราะก่อนหน้านั้นหลายคนอาจเห็นด้วยกับแนวคิดนี้ แต่ไม่กล้าลงมือทำ Meta เองก็ประกาศ Year of Efficiency ในปี 2023 ปรับโครงสร้าง ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น และให้ความสำคัญกับสัดส่วนวิศวกรและประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น 2. ในยุค AI ความเร็วมีมูลค่าเพิ่มขึ้น เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว บริษัทที่มีชั้นบริหารมากเกินไปอาจตัดสินใจช้า ขณะที่ทีมเล็กซึ่งมีความเชี่ยวชาญสูง สามารถทดลองและแก้ปัญหาได้รวดเร็วกว่าค่ะ แนวคิดนี้ยังเห็นได้จาก Meta Superintelligence Labs ที่ Zuckerberg อธิบายว่ามีโครงสร้างการบริหารค่อนข้างแบน เพื่อเปิดพื้นที่ให้นักวิจัยทำงานร่วมกัน 3. แต่ Lean ไม่ได้แปลว่าต้องลดคนให้มากที่สุดนะคะ การลดคนมากเกินไปอาจทำให้ความรู้สะสมหายไป งานบางส่วนสะดุด และความเสี่ยงในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องอาศัยความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ และการวิจัยระยะยาว สิ่งที่สำคัญจึงไม่ใช่จำนวนพนักงานที่ลดลง แต่เป็นความสามารถในการสร้างผลงานด้วยทรัพยากรที่มีอยู่ ในมุม Macro เนี่ย อลิซมองว่า เมื่อ AI ทำให้การแข่งขันด้านเทคโนโลยีเข้มข้นขึ้น บริษัทต้องตอบคำถามให้ได้ว่า เงินทุน คน และเวลาที่มีอยู่ กำลังถูกใช้สร้างมูลค่าจริงมากแค่ไหน เพราะสุดท้าย องค์กรที่มีคนน้อยที่สุดอาจไม่ใช่ผู้ชนะ แต่บริษัทที่ตัดสินใจได้เร็ว ใช้คนถูกจุด และรักษาความสามารถหลักไว้ได้ต่างหาก ที่มีโอกาสได้เปรียบในระยะยาวค่ะ 💡 #AI #investing #TechStocks
See More
CryptoAliceTH's tweet video.
Alice in Cryptoland 🧭
@CryptoAliceTH
8 days ago
Sam Altman ยอมรับว่าเค้าประเมินความเร็วในการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจจาก AI สูงเกินไปค่ะ แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ เทคโนโลยีอาจไม่ได้เป็นคอขวดของการปฏิวัติครั้งนี้ ในบทสัมภาษณ์กับ David Senra เมื่อ 23 ส.ค. 2026 คุณพี่แซม ณ
#OpenAI
เล่าว่า หลัง GPT-4 เปิดตัวในปี 2023 เขาคาดว่าธุรกิจซอฟต์แวร์จะถูก Disrupt อย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกลับช้ากว่าที่คิด เหตุผลสำคัญคือ เศรษฐกิจมีแรงเฉื่อยสูงมาก ผู้คนยังซื้อสินค้าจากบริษัทเดิม ใช้เครื่องมือเดิม และทำงานด้วยวิธีที่คุ้นเคย แม้จะมีเทคโนโลยีที่ดีกว่าอยู่ตรงหน้าค่ะ Sam Altman มองว่าการเปลี่ยนแปลงที่ช้าลงอาจเป็นเรื่องดี เพราะช่วยให้สังคมปรับตัวได้ราบรื่นขึ้น คหสต อลิซคิดว่าประเด็นนี้มีนัยสำคัญต่อการลงทุนใน AI อย่างน้อย 3 มุมค่ะ 1. เทคโนโลยีเก่งขึ้น ไม่ได้แปลว่ารายได้จะโตทันที การสร้างโมเดล AI ที่มีความสามารถสูงเป็นเรื่องหนึ่ง แต่การนำไปใช้จริงในองค์กรต้องผ่านทั้งระบบจัดซื้อ ความปลอดภัย ข้อมูลภายใน การฝึกพนักงาน และการปรับกระบวนการทำงาน บริษัทอาจทดลองใช้ AI ได้ภายในไม่กี่วัน แต่การเปลี่ยนระบบหลักที่ใช้มาหลายสิบปีอาจต้องใช้เวลาหลายปี 2. ตลาดอาจประเมินทั้งโอกาสและความเสี่ยงเร็วเกินไป ถ้า AI เปลี่ยนโลกได้จริง แต่การสร้างรายได้และผลตอบแทนต้องใช้เวลานานกว่าคาด บริษัทที่ลงทุนมหาศาลอาจเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนและความคาดหวังของนักลงทุน ในทางกลับกันเนี่ย บริษัทเดิมที่มีฐานลูกค้า ข้อมูล และช่องทางจัดจำหน่ายแข็งแกร่ง ก็อาจมีเวลาปรับตัวและนำ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพได้ดหมือนกัน คนที่ชนะจึงอาจไม่ใช่คนสร้างโมเดลที่เก่งที่สุด แต่รวมถึงคนที่เปลี่ยนความสามารถของ AI ให้กลายเป็นกำไรได้จริงด้วยค่ะ 3. อย่าสับสนระหว่างการเปลี่ยนแปลงที่ช้า กับการเปลี่ยนแปลงที่ไม่เกิดขึ้น 🤔 นี่คือจุดที่ต้องระวังมากที่สุดค่ะ การที่เศรษฐกิจยังไม่เห็นผลิตภาพเพิ่มขึ้นอย่างเต็มที่ ไม่ได้พิสูจน์ว่า AI ไม่มีผล แต่ก็ไม่ได้รับประกันว่าผลตอบแทนมหาศาลจะเกิดขึ้นแน่นอน สิ่งที่ต้องจับตาคือ AI ช่วยลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และเปลี่ยนวิธีทำงานได้จริงแค่ไหน ไม่ใช่ดูเพียงความสามารถของโมเดลหรือเม็ดเงินลงทุนใน Data Center อลิซคิดว่านี่คือช่องว่างสำคัญระหว่างความก้าวหน้าของเทคโนโลยีกับการดูดซับเทคโนโลยีของเศรษฐกิจ AI อาจพัฒนาเร็วกว่าที่มนุษย์เคยจินตนาการ แต่การเปลี่ยนความสามารถนั้นให้เป็นผลิตภาพ กำไร และการเติบโตทางเศรษฐกิจ เป็นอีกเกมหนึ่งเลยค่ะ และสำหรับนักลงทุน คนที่เข้าใจจังหวะเวลาของทั้งสองเกม อาจได้เปรียบคนที่มองเห็นแต่ศักยภาพของเทคโนโลยีเพียงด้านเดียว 😉 #AI #investing #techstocks
See More
CryptoAliceTH's tweet video.
Alice in Cryptoland 🧭
@CryptoAliceTH
9 days ago
อลิซอยากโพสต์คลิปนี้ให้เพื่อนๆดูค่ะ ในที่สุดวันที่เราเห็นด้วยตาว่า รถบินได้ ก็มาถึง คุณป๋า Elon Musk เปิดตัว Tesla Roadster ตกตะลึงตึงกันทั้งโลกนอกจากจะ flip และบินได้ยังเร็วสุดๆอีก 0-60 mph ใน 1 วินาที!!! คาดว่าราคาจะอยู่แถวๆ $200-250K ถ้าอยากได้ฟีเจอร์แบบบินได้ flip ได้ น่าจะเหยียบ $400K ตอนนี้ยังไม่มีการยืนยันราคาอย่างเป็นทางการนะคะ แค่คาดเดากัน โลกยุค AI เนี่ยหมุนเร็วม้ากกค่ะ🚀 #AI #TeslaRoaster #investing ขอบคุณ #เด็กแว้นGenZ แอดมินเพจ
@AliceArcade
ที่ตัดคลิปให้ค่ะ 🙏
See More
CryptoAliceTH's tweet video.
Alice in Cryptoland 🧭
@CryptoAliceTH
10 days ago
Nikkei แดงแปร๊ด ทั้งเม่าและวาฬเลิ่กลั่กค่ะ ร่วง 3,318 จุดในวันเดียว ขณะที่ตลาดเริ่มตั้งคำถามว่า AI Boom กำลังเจอปัญหาเรื่องต้นทุนเงินทุนรึป่าวเนี่ย? ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดร่วง 4.90% เมื่อวันที่ 15 ต.ค. ที่ 64,425.95 จุด ทำสถิติการลดลงในเชิงจำนวนจุดมากที่สุดเป็นอันดับ 3 ในประวัติศาสตร์ รองจาก Reiwa Black Monday ในปี 2024 และ Black Monday ปี 1987 ดัชนีลดลงต่อเนื่อง 6 วัน และสูญเสียมากกว่า 6,200 จุดจากระดับก่อนหน้า ขณะที่ TOPIX ลดลง 2.38% สะท้อนว่าแรงขายกระจุกตัวในหุ้น AI และ Semiconductor ที่มีน้ำหนักสูงใน Nikkei ค่ะ แต่ที่น่าสนใจกว่าตัวเลขที่ร่วงแรง คือกูรูวิเคราะห์เหตุผลเบื้องหลังการเทขายครั้งนี้ไว้ยังเงี้ยค่ะ 1. เงินเฟ้อสหรัฐฯ กลับมากดดันตลาด #CPI เดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 3.7% YoY สูงกว่าคาดการณ์ 3.6% โดยราคาพลังงานเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผลักดันเงินเฟ้อ ตลาดจึงเริ่มเพิ่มน้ำหนักความเป็นไปได้ที่ #Fed จะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในการประชุมวันที่ 27-28 ตุลาคม แม้ทิศทางนโยบายยังไม่แน่นอน เมื่ออัตราดอกเบี้ยมีโอกาสสูงขึ้น ต้นทุนเงินทุนก็เพิ่มตาม และมูลค่าของธุรกิจที่คาดหวังกำไรจำนวนมากในอนาคตจะถูกกดดันมากเป็นพิเศษ 2. สัญญาณเตือนจากตลาดตราสารหนี้ AI จุดที่น่าจับตาคือ CoreWeave บริษัทให้บริการ Cloud Computing สำหรับ AI ซึ่งราคาหุ้นร่วงประมาณ 15% ในวันที่ 14 ตุลาคม ขณะที่ Yield ของหุ้นกู้บางรุ่นพุ่งเข้าใกล้ 15% สะท้อนว่านักลงทุนต้องการผลตอบแทนสูงขึ้นเพื่อชดเชยความเสี่ยงด้านเครดิต ประเด็นนี้สำคัญมาก เพราะการสร้าง Data Center ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล ทั้ง GPU ระบบไฟฟ้า โครงสร้างพื้นฐาน และสัญญาเช่าระยะยาว AI อาจมีความต้องการจริง แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกบริษัทที่ลงทุนใน AI จะสร้างผลตอบแทนได้เพียงพอกับต้นทุนเงินทุนเสมอไปค่ะ 3. ทำไมหุ้นญี่ปุ่นจึงได้รับผลกระทบหนัก? ญี่ปุ่นมีบริษัทสำคัญในห่วงโซ่อุปทาน Semiconductor และ AI หลายแห่ง เมื่อความกังวลเริ่มต้นจากหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ แรงขายจึงส่งผ่านมายังหุ้นที่เกี่ยวข้องในเอเชีย Advantest, Tokyo Electron และ SoftBank Group เป็นหนึ่งในหุ้นที่ถูกกดดันหนัก ขณะที่เกาหลีใต้เผชิญแรงขายรุนแรงกว่า โดย KOSPI ลดลงประมาณ 7.6% ในวันเดียว สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่แค่การขายหุ้นเพราะกลัวดอกเบี้ยขึ้น แต่เป็นการประเมินความเสี่ยงใหม่ทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นทุนการกู้ยืม ความสามารถในการรีไฟแนนซ์ ไปจนถึงผลตอบแทนจากการลงทุน AI 4. แล้วเนี่ยใช่คือจุดจบของ AI Boom มั้ย? ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปแบบนั้นนะค๊า ต้องแยกให้ออกระหว่างบริษัทที่มีรายได้และกระแสเงินสดแข็งแกร่ง กับบริษัทที่ต้องพึ่งพาเงินกู้และตลาดทุนเพื่อขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง ถ้าความต้องการ AI เติบโตต่อและรายได้เปลี่ยนเป็นกระแสเงินสดได้จริง การปรับฐานครั้งนี้อาจเป็นเพียงการลดความร้อนแรงของมูลค่าหุ้น แต่ถ้าต้นทุนเงินทุนสูงขึ้นพร้อมกับผลตอบแทนจาก Data Center ที่ต่ำกว่าคาด ปัญหาอาจขยายจากราคาหุ้นไปสู่ตลาดเครดิตและการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน อีกจุดหนึ่งที่ต้องระวังคือ ตัวเลขที่ว่าเงินทุนในตลาดหุ้นญี่ปุ่นหายไปประมาณ ¥35 ล้านล้าน หรือราว $230,000 ล้าน ยังควรมองเป็นเพียงการประมาณการ ไม่ใช่ตัวเลขความเสียหายที่ยืนยันแล้ว มุมมอง Crypto ก็เหมือนกันค่ะ หาก Treasury Yield และความเสี่ยงด้านเครดิตยังเพิ่มขึ้น สินทรัพย์เสี่ยงอย่าง #BTC และ Altcoins อาจเผชิญแรงกดดันจากการลดความเสี่ยงของนักลงทุน แต่ไม่ได้หมายความว่าราคาจะต้องลงตามหุ้นญี่ปุ่นทุกครั้ง สิ่งที่ควรติดตามต่อจากนี้คือ Yield ของหุ้นกู้ AI บริษัทที่มีภาระหนี้สูง ทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ และผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ เพราะบททดสอบของ AI ในระยะต่อไปอาจไม่ใช่แค่ว่า AI ทำอะไรได้บ้าง แต่คือ AI สามารถสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่ากับเงินทุนมหาศาลที่กำลังไหลเข้าสู่ระบบมั้ยค่ะ 🤔 #AI #Investing
See More
Alice in Cryptoland 🧭
@CryptoAliceTH
11 days ago
มีข่าวชวนให้ปวดหัวตึ้บอีกแระค่ะ เก็บคริปโตไว้ใน
@Ledger
ยังงานเข้า Hardware Wallet อาจไม่ปลอดภัยอย่างที่คิด เมื่อปัญหาไม่ได้อยู่ที่ Blockchain แต่อยู่ใน Supply Chain ก่อนที่อุปกรณ์จะถึงมือเราอะค่ะ น่าจับตามองข่าวนี้สุดๆ เพราะในเดือนต.ค. 2026 เนี่ย มีการยืนยันพบ Hardware Implant ใน Ledger บางเครื่องที่จำหน่ายผ่านตัวแทนจำหน่าย CryptoBilis และความเสียหายที่ประเมินจากการติดตามธุรกรรมบน Blockchain สูงกว่า $86 ล้านแล้ว บางรายงานประเมินสูงกว่านั้นอีกนะคะ แต่ยอดความเสียหายทั้งหมดและจำนวนผู้เสียหายยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการค่ะ สิ่งที่น่าห่วงคือ การโจมตีครั้งนี้ไม่ได้อาศัยช่องโหว่ของ Smart Contract หรือการแฮ็ก Blockchain โดยตรง แต่เป็นการดัดแปลงตัว Hardware Wallet ในโลกกายภาพค่ะ แล้วกลไกทำงานยังไงเนี่ย? มีการติดตั้งวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ได้รับอนุญาตไว้ภายในตัวเครื่อง พร้อมระบบสื่อสารผ่านเครือข่ายมือถือและ eSIM เมื่อผู้ใช้ตั้งค่าอุปกรณ์และแสดง Recovery Phrase หรือ Seed Phrase ทั้ง 24 คำบนหน้าจอ วงจรดังกล่าวสามารถอ่านข้อมูลและส่งต่อไปยังผู้โจมตีได้ เมื่อคนร้ายได้ Seed Phrase ก็สามารถกู้คืน Wallet บนอุปกรณ์อื่นและโอนสินทรัพย์ออกไปได้ โดยไม่จำเป็นต้องครอบครอง Hardware Wallet เครื่องเดิมอีก ที่สำคัญ Ledger ระบุว่า Implant นี้ไม่ได้แก้ไข Secure Element หรือระบบปฏิบัติการของอุปกรณ์ และไม่ได้เปลี่ยนแปลงกระบวนการเซ็นธุรกรรม นี่คือเหตุผลว่าทำไมการโจมตีระดับฮาร์ดแวร์จึงอาจหลบเลี่ยงกลไกป้องกันบางอย่างที่ออกแบบมาสำหรับตรวจสอบความถูกต้องของตัวอุปกรณ์ได้ อีกจุดที่ต้องแยกให้ออกคือ ตอนเนี้ยมีรายงานเกี่ยวกับอุปกรณ์ Ledger ที่ถูกดัดแปลงหลายกรณี รวมถึงรายงานจากยุโรป แต่ยังไม่ควรสรุปว่า Ledger Stax หรือ Hardware Wallet ของทุกแบรนด์ได้รับผลกระทบทั้งหมดนะคะ คนถือ Crypto เนี่ย ต้องโน้ตไว้เลยค่ะว่า 1. Self-custody ไม่ได้หมายถึงความเสี่ยงเป็นศูนย์ การถือ Private Key เองช่วยลดความเสี่ยงจากการฝากสินทรัพย์ไว้กับตัวกลาง แต่ก็ทำให้เราต้องรับผิดชอบความปลอดภัยของอุปกรณ์และ Recovery Phrase ด้วยตัวเอง 2. ความปลอดภัยไม่ได้จบที่ตัวผลิตภัณฑ์ ผู้ผลิตอาจออกแบบระบบได้ดี แต่หากอุปกรณ์ถูกดัดแปลงระหว่างการจัดจำหน่าย ความปลอดภัยตั้งแต่โรงงานจนถึงมือผู้ใช้ก็กลายเป็นจุดอ่อนสำคัญได้ 3. Hardware Wallet ไม่ใช่เกราะป้องกันทุกสถานการณ์ การตรวจสอบธุรกรรมบนหน้าจอช่วยป้องกันความเสี่ยงบางประเภท แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ หาก Recovery Phrase ถูกเปิดเผยไปแล้ว ถ้ามีใครซื้อ Ledger ผ่าน CryptoBilis ในช่วง 90 วันที่ผ่านมา ควรติดตามคำแนะนำจาก Ledger โดยตรง ถ้ายังไม่ได้ตั้งค่า อย่าเพิ่งเริ่มใช้งาน ส่วนเครื่องที่ตั้งค่าไปแล้วควรติดต่อฝ่ายสนับสนุนผ่านช่องทางทางการ และพิจารณาย้ายสินทรัพย์ไปยัง Wallet ใหม่ที่สร้างด้วย Recovery Phrase ชุดใหม่บนอุปกรณ์ที่เชื่อถือได้ ห้ามนำ Seed Phrase เดิมไปกรอกในเว็บไซต์หรือส่งให้ใครเด็ดขาดค่ะ ในโลก Crypto เนี่ย เรามักพูดว่า Not your keys, not your coins แต่เหตุการณ์นี้เตือนให้เห็นอีกด้านว่า ต่อให้ถือ Keys เอง หากอุปกรณ์ที่ใช้ปกป้องกุญแจถูกเจาะตั้งแต่ต้นทาง ความเป็นเจ้าของสินทรัพย์ก็อาจไม่ได้ปลอดภัยอย่างที่เราคิดค่ะ 😢 #Ledger #cryptowallet Sources : https://t.co/L4X0Cyh4rt https://t.co/CRhsWX92Lg
See More
Alice in Cryptoland 🧭
@CryptoAliceTH
12 days ago
ตลาดเอเชียแดงแจ๋ค่ะ กูรูออกมาวิเคราะห์กันว่า ตลาดกำลังเปลี่ยนจากการให้มูลค่า AI ตามความคาดหวัง ไปสู่การตรวจสอบว่าเงินลงทุนมหาศาลจะสร้างกำไรได้จริงแค่ไหน 💰 วันนี้ (13 ต.ค.) KOSPI เกาหลีใต้ปิดร่วง 5.46% มาอยู่ที่ 6,035.35 จุด ระหว่างวันหลุด 6,000 จุด ก่อนฟื้นกลับมาได้บางส่วน Samsung ลดลง 7.39% ส่วน SK Hynix ร่วง 10.09% แรงขายยังลามไปยังหุ้นชิปและหน่วยความจำในเอเชีย รวมถึงกดดัน Nasdaq futures และหุ้นชิปสหรัฐฯ ก่อนเปิดตลาดค่ะ แรงกดดันเนี่ย มี 2 ชั้นที่ต้องแยกให้ออก ชั้นแรกคือการแข่งขันด้านหน่วยความจำจากจีน CXMT ผู้ผลิต DRAM รายใหญ่ของจีนประกาศความคืบหน้าสถาปัตยกรรม 4F² ซึ่งอาจเพิ่มความหนาแน่นของหน่วยความจำได้เมื่อเทียบกับโครงสร้าง 6F² ที่ใช้กันแพร่หลาย พร้อมตั้งเป้าเปิดตัว DDR5 RDIMM สำหรับเซิร์ฟเวอร์ภายในสิ้นปีนี้ นี่เป็นความเสี่ยงต่ออำนาจกำหนดราคาและส่วนแบ่งตลาดของผู้ผลิตเดิม แต่ยังไม่ใช่หลักฐานว่า CXMT ผลิตได้ในปริมาณมากด้วย yield คุณภาพ และความน่าเชื่อถือที่ลูกค้าระดับเซิร์ฟเวอร์ต้องการ ชั้นที่สองคือคำถามเรื่องผลตอบแทนจากการลงทุน AI Hock Tan ซีอีโอ Broadcom เตือนถึงความคาดหวังที่เกินจริงของนักลงทุนบางกลุ่ม และบอกว่าข้อจำกัดสำคัญของอุตสาหกรรมอาจกลายเป็นเงินทุน ไม่ใช่แค่ชิปหรือไฟฟ้า ประเด็นนี้สำคัญมากค่ะ เพราะต่อให้ความต้องการ AI ยังโตจริง ก็ไม่ได้แปลว่าทุกบริษัทในห่วงโซ่จะทำกำไรได้ตามที่ตลาดคาด การสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ต้องใช้เงินมหาศาล และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นยิ่งทำให้ผลตอบแทนต้องถูกพิสูจน์มากกว่าเดิม สำหรับนักลงทุนเนี่ย คหสต อลิซมองว่าต้องแยก 3 เรื่องออกจากกันให้ชัด คือ ความต้องการ AI การแข่งขันที่กระทบ margin และความสามารถในการเปลี่ยน capex ให้กลายเป็นกระแสเงินสด หุ้นลงไม่ได้แปลว่า AI จบนะคะ แต่การเติบโตของ AI ก็ไม่ได้รับประกันว่าหุ้นทุกตัวที่เกี่ยวข้องจะเป็นผู้ชนะ รอบต่อไป ตลาดอาจไม่ได้ถามแค่ว่าใครขายชิปได้มากที่สุด แต่จะถามว่าใครมีอำนาจกำหนดราคา ใครแบกรับต้นทุน และใครเปลี่ยนการลงทุนวันนี้ให้เป็นกำไรที่ยั่งยืนได้จริงค่ะ 🤔 #AI #Investing #TechStocks
See More
Alice in Cryptoland 🧭
@CryptoAliceTH
12 days ago
@SolanaAngels__
@solana
@colosseum
@SuperteamTH
สู้ๆนะค๊า บิวเดอร์ชาวไทย 🇹🇭 ส่งกำลังใจให้ทุกคนค่ะ
Alice in Cryptoland 🧭
@CryptoAliceTH
13 days ago
อลิซขออภัย ไม่ได้โพสต์แบบดีเทลให้อ่านหลายวัน blue ✔️หายค่ะ(จ่ายเงิน premium ทุกเดือนหายเฉยเลย) เพิ่งกู้กลับมาได้ 😂 เจอวิดีโอนี้น่าสนใจ แปะต่อค่ะ Alexandr Wang หัวหน้าฝ่าย AI ของ Meta ที่พี่ Mark Zuckerberg ทุ่มเงินดีลระดับหมื่นล้านดอลลาร์เพื่อดึงตัวมาร่วมทีม มาแชร์บทเรียนเรื่องการสร้างทีมและการตัดสินใจในยุค AI ที่น่าคิดมากค่ะ จากคลิปเนี้ย Wang เล่าถึงหลักคิดเบื้องหลังการสร้าง Meta Superintelligence Labs ขึ้นมาใหม่ หลัง Llama 4 ทำผลงานไม่เป็นไปตามเป้า และดีลมูลค่ากว่า 14,000 ล้านดอลลาร์ที่ดึงตัวเขาและทีมจาก Scale AI เข้ามา มี 3 แนวคิดที่น่าสนใจมากค่ะ 1. รวมคนเก่ง ลดชั้นการบริหาร (บทเรียนจาก Elon Musk) 💡 Wang มองว่า Elon พิสูจน์ให้เห็นหลายครั้งแล้วว่า ทีมเล็กที่มีคนเก่งด้านเทคนิคระดับสุดยอด หรือที่เรียกว่า “cracked” พร้อมโครงสร้างองค์กรที่แบนราบ สามารถเดินหน้าได้เร็วกว่าบริษัทใหญ่ที่มีลำดับชั้นการจัดการซับซ้อน Meta นำแนวคิดนี้มาใช้กับ Muse ซึ่งพัฒนาขึ้นภายในช่วงราวๆ 7 เดือน ด้วยทีมไม่ถึง 200 คน ในสนาม AI ที่ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าความสามารถก้าวกระโดดครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นเมื่อไร ความเร็วในการทดลองและตัดสินใจอาจสำคัญกว่าการเพิ่มจำนวนคน การรวมคนเก่งไว้ด้วยกันช่วยลดต้นทุนการประสานงาน และทำให้การตัดสินใจมีคุณภาพมากขึ้น 💪 2. ยอมรับความล้มเหลว เพื่อเปิดทางให้ชัยชนะครั้งใหญ่ (บทเรียนจาก Zuckerberg) Wang มองว่า Zuckerberg เข้าใจหลักคิดสำคัญอย่างหนึ่ง คือความล้มเหลวไม่ใช่ประเด็นใหญ่เท่ากับขนาดของชัยชนะที่อาจได้รับ แนวคิดนี้ทำให้เขากล้าเสี่ยงมากขึ้น เพราะในอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนเร็ว การไม่ลงมือทำก็มีต้นทุนเหมือนกัน ประโยคที่ว่า “ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดคือการไม่เสี่ยงเลย” จึงไม่ใช่แค่คำคมสร้างแรงบันดาลใจ แต่เป็นหลักปฏิบัติจริง เมื่อตัดสินใจแล้วก็ต้องเดินหน้าเต็มที่ ไม่ใช่ทำแบบครึ่งๆกลางๆค่ะ 3. วิเคราะห์ให้รอบด้าน แล้วทุ่มเต็มตัว (บทเรียนจากนโปเลียน) Senra เชื่อมโยงแนวคิดนี้กับหนังสือ *The Mind of Napoleon* ซึ่งเน้นการศึกษาปัญหาอย่างละเอียดจากทุกมุมก่อนตัดสินใจ แต่เมื่อเลือกทางแล้ว ต้องไม่ปล่อยให้ความลังเลกลายเป็นจุดอ่อน Wang มองเห็นแนวทางเดียวกันในตัว Zuckerberg ทั้งการดึงตัวเขาเข้ามา การทุ่มเงินลงทุน และการรื้อสร้างองค์กร AI ใหม่ ล้วนเป็นการคิดอย่างรอบคอบก่อนลงมืออย่างจริงจัง มองในเชิงกลยุทธ์ หลักคิดทั้งสามข้อนี้สะท้อนโครงสร้างการแข่งขัน AI ที่กำลังเปลี่ยนไป ความสามารถของโมเดลพัฒนาพร้อมกันทั้งด้าน compute ข้อมูล และผลิตภัณฑ์ องค์กรที่รวมคนเก่ง ลดขั้นตอนการตัดสินใจ และกล้าลงทุนกับโอกาสที่ผลตอบแทนมีขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับความเสี่ยง อาจได้เปรียบด้านความเร็วอย่างมีนัยสำคัญ Muse ที่ขึ้นอันดับ 1 บน App Store ได้อย่างรวดเร็ว เป็นตัวอย่างหนึ่งของสิ่งที่แนวทางนี้สร้างขึ้นได้ แม้ความสำเร็จช่วงเปิดตัวจะยังไม่ได้ยืนยันว่า Meta จะเป็นผู้นำ AI ในระยะยาวก็ตามค่ะ โมเดลนี้ก็มีข้อจำกัดนะคะ การรวมคนเก่งจำนวนมากอาจสร้างแรงเสียดทานภายในองค์กรใหญ่ ส่วนโครงสร้างที่แบนเกินไปก็อาจเพิ่มภาระให้ผู้บริหาร และผลลัพธ์ระยะยาวยังต้องพิสูจน์ผ่านโมเดลและผลิตภัณฑ์รุ่นต่อไป แต่สิ่งที่ Wang กำลังสะท้อนคือ ในสนามที่ต้นทุนของการรออาจสูงกว่าต้นทุนของการลงมืออย่างมีหลักการ องค์กรที่รวมคนเก่งเข้าด้วยกัน คิดให้รอบก่อนตัดสินใจ และกล้าทุ่มเมื่อเห็นโอกาส อาจเป็นฝ่ายที่ทิ้งห่างคู่แข่งได้ค่ะ 🔥 #AI #investing #techstocks
See More
CryptoAliceTH's tweet video.
Alice in Cryptoland 🧭
@CryptoAliceTH
14 days ago
@vibhu
@colosseum
I think this is exactly why you hired Gui
@GuiBibeau
,so you could have time to do this 😂
Alice in Cryptoland 🧭
@CryptoAliceTH
14 days ago
เอ๊ะ คุณป๋า Elon Musk ออกมาเตือนเป็นนัยๆรึป่าวเนี่ย คุณป๋าบอกชัดๆว่าให้ทำตัวดีๆกับรรดา AI ถ้าเรากำลังสร้างสิ่งที่ฉลาดกว่าอย่าเริ่มด้วยการทำตัวโหดๆกะน้องค่ะ “ไม่ใช่ทุกคนเป็นคนดี” การทรมาณ AI เป็นไอเดียที่แย่สุดๆ 👿 ทรีตน้องให้ดีตั้งแต่วันแรกค่ะ 😊
#AI
See More
CryptoAliceTH's tweet video.
Last Seen Users on Sotwe
Randi Mom
Seen from
France
HadekBottem
Seen from
Malaysia
Pp Oo
Barbie Tia
Seen from
United Kingdom
Amateur Sex Fav
Seen from
Turkey
MertKay21846027
Seen from
Turkey
ٹوٹا لیک مارکیٹ
Seen from
United Kingdom
Md Tarak
Ana Porto
Seen from
Portugal
Nevin Demir
Seen from
Turkey
Trends for you
1
#UFC333
Under 10K tweets
2
Cheesecake Factory
Under 10K tweets
3
Good Sunday
Under 10K tweets
4
#WorldSeries
Under 10K tweets
5
Ole Miss
Under 10K tweets
6
Michigan
Under 10K tweets
7
Merab
Under 10K tweets
8
Jason Beck
Under 10K tweets
9
Ethan
Under 10K tweets
10
#20YearsOfTaylorSwift
Under 10K tweets
Most Popular Users
1
Elon Musk
@elonmusk
241.5M followers
2
Barack Obama
@barackobama
118.8M followers
3
Cristiano Ronaldo
@cristiano
114.5M followers
4
Donald J. Trump
@realdonaldtrump
111.8M followers
5
Narendra Modi
@narendramodi
107.1M followers
6
Rihanna
@rihanna
98.7M followers
7
NASA
@nasa
92.3M followers
8
Justin Bieber
@justinbieber
91.8M followers
9
KATY PERRY
@katyperry
90M followers
10
Taylor Swift
@taylorswift13
84M followers
11
Lady Gaga
@ladygaga
75.5M followers
12
Virat Kohli
@imvkohli
73.5M followers
13
Kim Kardashian
@kimkardashian
70.9M followers
14
YouTube
@youtube
68.8M followers
15
Neymar Jr
@neymarjr
66.5M followers
16
Bill Gates
@billgates
65.3M followers
17
Selena Gomez
@selenagomez
63.1M followers
18
The Ellen Show
@theellenshow
62.2M followers
19
CNN
@cnn
61.7M followers
20
X
@x
60.7M followers
Olivia
Online
✨
⭐
💫