Home
Language
English
Türkçe
Bahasa Indonesia
About
Privacy Policy
Terms of Service
Pricing
Sign In
Download All
Share
Kasapop
@Kasapop
I used Twitter as my learning log, welcome your tweets to be part of my learning process. Some ppl learn to know more, but I working on my way to delearn.
Saimai Bangkok Thailand
Joined November 2008
192
Following
98
Followers
5.1K
Posts
Kasapop
@Kasapop
12 months ago
His Majesty King Rama X answers a question from the BBC.
#cambodia
#shorts
https://t.co/aoUUHMGMP4 via
@YouTube
Kasapop
retweeted
The Longevist
@Dr_coachbear
12 months ago
ทำไมการเขียนด้วยมือ ถึงดีกับสมองกว่าการพิมพ์ในมือถือ การเขียนด้วยมือไม่ใช่แค่การบันทึกความคิด แต่คือการกระตุ้นสมองแบบเต็มระบบ งานวิจัยหลายฉบับพบว่า การเขียนด้วยมือช่วยกระตุ้นสมองมา���กว่าการพิมพ์ถึง 3 เท่า โดยเฉพาะสมองส่วนที่เกี่ยวกับความจำ การวางแผน และความคิดเชิงซ้อน เวลาที่เราจดด้วยมือ สมองต้องคิดก่อนเขียน คัดเลือกคำ และใช้กล้ามเนื้อมือประสานกับสายตา กระบวนการนี้ต่างจากการพิมพ์ที่แค่ “ก๊อบวาง��� หรือจดเร็ว ๆ โดยไม่ผ่านการประมวลผล จึงไม่น่าแปลกใจที่การเขียนด้วยมือจะช่วยให้เราจำได้ลึก เข้าใจได้จริง และฝึกสมาธิไปในตัว นอกจากนี้ การเขียนยังช่วยกระตุ้นการสร้างเครือข่ายประสาทใหม่ (neuroplasticity) เป็นเครื่องมือง่าย ๆ ที่ช่วยชะลอความเสื่อมของสมองได้ในระยะยาว สุขภาพสมอง เริ่มต้นได้ด้วยการเขียนวันละหน้า #TheLongevist #หมออั๋น #Longevity #BrainHealth #Neuroplasticity #Mindfulness #เขียนเพื่อสมอง
See More
Dr_coachbear's tweet video.
Kasapop
@Kasapop
about 1 year ago
@MrVop
รอ ios เลยครับ^^
Kasapop
retweeted
ѴѺҎ
@MrVop
about 1 year ago
เวลาเจอคนตกน้ำ ต่อให้คุณว่ายน้ำเป็น ก็อย่ากระโดดลงไปช่วย ยกเว้นว่าได้ฝึกมาแล้ว สามารถอ้อมเข้าหาด้านหลัง สามารถว่ายท่ากึ่งกบหงาย (Elementary back stroke) และท่าว่ายตะแคง (Side stroke) ได้คล่อง และเวลานั้นคุณไม่เหนื่อยมีกำลังเหลือเฟือ ลำดับการก��คือให้ ตะโกน โยน ยื่น คือเรียกให้คนช่วยก่อน ถ้าไม่มีคนช่วยก็มองหาของที่ลอยน้ำได้โยนลงไปให้เค้าเกาะ หรือถ้ามีไม้ไผ่ลำยาวจะดีมาก ยื่นให้เกาะเลย ถ้าเป็นเชือกจะยากหน่อย แต่อย่าโดดลงไปเด็ดขาดไม่งั้นจะตายคู่
See More
Who to follow
ahmet karateke
@akarat
BERKAY
@BerkayNazl
Halı Kilim Travel
AOJ🔶
@joshtuyo
Photographer Front End Developer. Web3 Enthusiast Degen Chaser
Kasapop
retweeted
ดังตฤณ
@Dungtrin
about 2 years ago
เมื่อพูดให้จำง่ายว่า วันวิสาขบูชา คือ วันเกิดของพระพุทธเจ้า จึงค่อยแจกแจงต่อไปว่า นอกจากวันวิสาขบูชาจะเป็น ‘วันประสูติ’ ของพระพุทธเจ้า ยังเป็นวันเดียวกับที่พระองค์หมดกิเลส เรียกว่า ‘ตรัสรู้’ แล้วก็เป็นวันเดียวกับที่พระองค์เสด็จลาจากโลกนี้ไป เรียกว่า ‘ดับขันธปรินิพพาน’
Kasapop
retweeted
ดังตฤณ
@Dungtrin
about 2 years ago
จัดการกับความคิดร้ายๆ ง่ายดายนิดเดียว เมื่อเห็นว่ามันเป็นความแปลกปลอมแย่ๆในชีวิต ความคิดอย่างนี้ผ่านมาแล้วจะผ่านไปจากหัวฉันเอง จะรักตัวเอง ต้องเริ่มจากพอใจในความคิดของตัวเอง แต่เมื่อไม่พอใจความคิดตัวเอง แล้วยังอุตส่าห์กล้ำกลืนฝืนใจทน ก็คือต้องทนเกลียดตัวเองก���นต่อไปเท่านั้น
Kasapop
retweeted
ดังตฤณ
@Dungtrin
over 2 years ago
ชีวิตหนึ่ง ถ้าผูกความคาดหวังไว้ กับการได้ทำเรื่องดีๆที่น่าสนุก เพื่อจะได้ประเมินความก้าวหน้าของตนเอง โดยไม่เข้าข้างตนเอง ก็ย่อมเป็นหนึ่งในผู้เสวยสุข สมน้ำสมเนื้อกับงานที่ทำด้วยมือตน รู้เห็นอยู่กับตาตน ไม่ใช่ทุกข์อยู่กับผล ที่ถูกพิพากษาด้วยสายตาคนอื่น
Kasapop
retweeted
ดังตฤณ
@Dungtrin
over 2 years ago
แม้การเจริญสติเป็นบุญขั้นสูงสุด ไม่ต้องตระเตรียม ไม่ต้องมีพิธีรีตองที่สุด แต่ก็เหมือนขั้นบันได ถ้าใครทำทานไม่สำเร็จ รักษาศีลไม่สำเร็จ ก็ ‘ไม่มีบุญพอ’ จ���เจริญสติสำเร็จได้เลยเช่นกัน
Kasapop
retweeted
Sopon Supamangmee
@sopons
almost 3 years ago
เมื่อเขาอายุ 6 ขวบ เจีย เจียง (Jia Jiang) เด็กชายสัญชาติจีนที่ปักกิ่งได้รับประส���การณ์ที่ทำให้เขาลืมไม่ลงไปตลอดชีวิต . คุณครูประจำชั้นมีไอเดียในการมอบของขวัญให้เด็ก ๆ ที่น่าสนใจ ในชั้น��ระถมมีเด็กทั้งหมด 40 คน คุณครูจะให้เด็กออกมาหน้าชั้นทีละคนแล้วเรียกชื่อเพื่อนในห้องที่ทำความดี เพื่อนคนที่ถูกเรียกชื่อก็เดินของมาเอาของขวัญได้ . 40 คน เหลือ 20 คน เจียงคิดว่าเพื่อนคงจะเรียกชื่อเขาเป็นคนต่อไป แต่ก็ไม่ใช่ จนเหลือ 10 คน ก็ยังไม่มีใครเรียกชื่อเขา ความกังวลเริ่มเข้ามาจับที่หัวใจน้อย ๆ ของเด็กชายคนนั้น จนสุดท้ายเหลืออยู่ 3 คน และเจียงก็เป็นหนึ่งในนั���น และคำชมเชยก็หยุดลง . เจียงร้องไห้เสียใจ คุณครูบอกเพื่อน ๆ “ใครสักคนก็ได้ พูดอะไรดีๆเกี่ยวกับนักเรียนพวกนี้หน่อยซิ” . แต่ทั้งห้องก็เงียบ ด้วยความสงสารครูเลยบอกว่า “งั้นพวกเธอก็ไปหยิบของขวัญมาเลยละกัน แล้วปีนี้ก็ทำตัวดี ๆ หล่ะ ปีหน้าอาจจะมีคนพูดอะไรดี ๆ เกี่ยวกับพวกเธอบ้าง” . โอ้วโหว...มันเป็นประสบการณ์ที่โหดร้ายที่ฝังอยู่ในตัวของเจียงมาตั้งแต่ตอนนั้น เขาเรียนรู้ว่าการไม่ถูกเลือกและถูกปฏิเสธมันเจ็บปวดใจมากขนาดไหน มันเหมือนถูกล้อเลียนและคุณค่าในตัวเขาถูกทุบจนแตกสลายไปจนหมด ต่อจากนั้นมาเขาพยายามหลีกเลี่ยงและวิ่งหนีการถูกปฏิเสธมาโดยตลอด . 8 ปีต่อมาเมื่ออายุได้ 14 ปี เขามีโอกาสไปฟัง บิล เกตส์ (Bill Gates) กล่าวสุนทรพจน์ที่เมืองปักกิ่งและรู้สึกว่าเกตส์เป็นคนที่น่าทึ่งมาก กลับบ้านมาคืนนั้นเขาตั้งเป้าหมาย���นชีวิตว่า ‘ภายในอายุ 25 ปี เขาจะสร้างบริษัทและซื้อ Microsoft ให้ได้’ . มันเป็นความฝันที่ยิ่งใหญ่ และสองปีต่อมาเขามีโอกาสมาเรียนต่อที่อเมริกาและก็ตั้งใจว่านี่แหละคือสิ่งที่จะทำให้เขาตามความฝันจนเป็นจริงได้ . แต่ 14 ต่อมาเขาอายุ 30 ปี ความฝันที่จะซื้อ Microsoft ไม่ได้เกิดขึ้น แม้แต่ความฝันในการเป็นผู้ประกอบการเจ้าของธุรกิจก็ไม่เกิดขึ้นด้วยซ้ำ เขาเรียนจบและทำงานเป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาดที่บริษัทแห่งหนึ่ง แล้วก็รู้สึกว่าตัวเอง ‘ติด’ อยู่กับที่ ไปไหนไม่ได้และไม่พอใจกับชีวิตเลย . เขาก็ถามตัวเองว่าทำไม? ไม่ใช่เพราะไม่อยากทำ เพราะเด็กชายวัย 14 ปีที่อยากสร้างอะไรบางอย่าง อยากประสบความสำเร็จในชีวิตยังมีอยู่ แต่เขากลับกลัวทุกครั้งที่จะเริ่มอะไรใหม่ ๆ อยากนำเสนอแผนงาน หรือพูดต่อหน้าคนอื่น ๆ ความกลัวของเด็กชาย 6 ขวบที่ถูกปฏิเสธก็จะผุดขึ้นมาและกดเขาให้ติดอยู่กับที่ตลอด . แต่เขาก็ตัดสินใจครับว่าจะลองเปิดบริษัทของตัวเองและไปขอทุนเหมือนสตาร์ตอัปอื่น ๆ นั่นแหละ และแน่นอนเขาก็ถูกปฏิเสธ มันทำให้เขาเสียใจมาก มากจนอยากจะล้มเลิกทุกอย่าง แล้วก็เขาก็นึกถึงวันที่ได้ฟังเกตส์พูดที่ปักกิ่งวันนั้นแล้วก็ตั้งคำถามว่า ‘ถ้าเป็นเกตส์จะยอมแพ้เหรอ? จะมีผู้ประกอบการที��ประสบความสำเร็จ คนไหนยอมแพ้อย่างนี้บ้าง?’ . เขาลุกขึ้นมาใหม่อีกครั้ง จะไม่ยอมปล่อยให้เด็ก��กขวบคนนั้น มากำหนดชีวิตผมอีกต่อไป และก็ไปเจอเว็บไซต์ที่เรียกว่า https://t.co/TwRZUd7mIL เข้า ซึ่งเป็นเกม สร้างขึ้นมาโดยผู้ประกอบการชาวแคนาดา ชื่อว่า เจสัน คัมลี่ ซึ่งใน 30 วันให้คุณออกไป แล้วไปหาการปฏิเสธทุกๆวัน จนสุดท้ายคุณจะชินชากับการถูกปฏิเสธและจะเลิกกลัวมันไปเลย . เจียงชอบไอเดียนี้มาก แต่เขาบอกว่า 30 วันมันน้อยไป เขาทำ 100 วันเลยละกัน และก็ทำบล็อกเขียนเกี่ยวกับมันด้วย และนี่คือสิ่งที่เขาได้เรียนรู้จาก ‘การถูกปฏิเสธ 100 ครั้ง’ จนมันเป็นประสบการณ์เปลี่ยนชีวิตของเขาให้กลายเป็นนักเขียนที่มีชื่อเสียง นักพูดให้แรงบันดาลใจให้กับคนหลายล้านคนผ่านเวที Ted Talk และผู้ประกอบการอย่างที่ตัวเองตั้งใจไว้สำเร็จแล้ว . 1. อย่าเพิ่งวิ่งหนี . ภารกิจ ‘การถูกปฏิเสธ 100 ครั้ง’ แรกคือ ขอยืมเงินคนแปลกหน้า $100 (ประมาณ 3,800 บาท)’ ซึ่งวันนั้นเขาก็ประหม่ามาก ขนลุก ���ัวใจเต้นแรงเหมือนจะหลุดออกมาจากหน้าอก เขาสูดหายใจล��ก ๆ แล้วเดินดุ่ม ๆ ไปหาชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์บริษัท . เจียง : “คุณครับ ผมขอยืม 100 ดอลลาร์ได้ไหม?” ชายคนนั้น : “ไม่ได้...เอาไปทำไม?” เจียงงึมงำ “อ๋อ ไม่ได้เหรอครับ? ขอโทษนะครับ” แล้วก็เดินหนีไปเลย . เขารู้สึกอาย ขายหน้า แต่ระหว่างนั้นเขาก็อัดวิดีโอของตัวเองไปด้วยเพื่อจะได้เห็นปฏิกิริยาของตัวเอง คืนนั้นเขานั่งวิดีโอนั้นซ้ำ ๆ แล้วเห็นตัวเองที่กลัวมาก แล้วเขาก็คิดว่าชายคนนั้นก็ไม่ได้ดูน่ากลัวอะไร แถมยังถามเขาด้วยว่า ‘เอาไปทำไม?’ ซึ่งเจียงสามารถใช้โอกาสนี้ในการอธิบายเหตุผลให้เขาฟังก็ได้ แต่เขากลับวิ่งหนี . เขาเห็นเลยว่าที่ผ่านมาเขาทำแบบนี้ตลอด เจอปฏิเสธปุ๊บวิ่งหนีทันที . นั่นคือจุดที่เขาตั้งปณิธานว่าวันรุ่งขึ้นไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น จะไม่วิ่งหนีอีกต่อไป จะประจันหน้าสู้กับมัน 2. จงอธิบาย . วันที่สองครับ เขาจะ ‘ขอเติมแฮมเบอร์เกอร์’ ที่ร้านเบอร์เกอร์แห่งหนึ่ง ถ้าใครเคยไปกินเบอร์เกอร์ที่ร้านอย่าง Burger King หรือ KFC มันจะมีออพชั่น ‘Drink Refill’ หรือเติมเครื่องดื่มไม่อั้น อันนี้เจียงจะขอเติมเบอร์เกอร์ครับ หลังจากทานเสร็จเดินกลับไปที่เคาน์เตอ . เจียง : “ผมขอเติมเบอร์เกอร์ได้ไหมครับ?” พนักงาน : “เติมเบอร์เกอร์? คุณหมายความว่าไงเติมเบอร์เกอร์?” . หลังจากนั้นเขาก็อธิบายให้ฟังว่าก็เหมือนเติมเครื่องดื่ม แต่เป็นเบอร์เกอร์แท�� แน่นอนพนักงานที่ร้านตอบปฏิเสธ . แต่ครั้งนี้แทนที่เจียงจะวิ่งหนี เขารวบรวมความกล้าแล้วเริ่มอธิบายและต่อรองครับ . “ผมชอบเบอร์เกอร์ร้านคุณมากเลยนะ ถ้ามีแบบเติมเบอร์เกอร์ด้วยนี้จะเยี่ยมมาก ๆ เลย ผมจะยิ่งชอบพวกคุณเข้าไปอีก” . พนักงานของร้านก็หัวเราะแล้วก็บอกว่าจะไปบอกหัวหน้าให้เผื่อว่าจะมีบริการนี้ในอนาคต . เจียงเดินออกจากร้านแล้วรู้สึกว่า ‘เออ...มันก็ไม��ได้ตายนี่” ความกลัวที่จะวิ่งหนีในวันแรกเริ่มจางหายไป เขาได้เรียนรู้บางอย่างแล้วว่าการถูกปฏิเสธไม่ถึงกับตายและถ้าไม่วิ่งหนีก็จะมีโอกาสอธิบายมุมมองของตัวเองด้วย . 3. บาง��รั้งเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น . วันที่สามเขาไปที่ร้านโดนัทคริสปี้ครีมครับ ครั้งนี้เขาขอให้ทางร้านทำโดนัทเชื่อมกันเป็นสัญลักษณ์โอลิมปิกครับ (แต่ละอย่าง!) เจียงก็คิดในใจว่าเขาก็คงถูกปฏิเสธอีกนั่นแหละ แต่ก็ไม่เป็นไรเขาเตรียมรับมือแล้ว . แต่สิ่งที่น่าแปลกใจคือพนักงานขายมารวมตัวกันแล้วนั่งวางแผนกันว่าจะเอาแป้งมาเชื่อมกันยังไงแล้วทอดยังไงดี จริงจังเลย . 15 นาทีต่อมา พนักงานก็เอากล่องคริสปี้ครีมออกมาให้ ข้างในมีโดนัทห้าวงเป็นสัญลักษณ์โอลิมปิกให้เขาได้สำเร็จ มันเป็นเรื่องน่าตกใจ เขาก็ตกใจ พนักงานก็ตกใจว่าทำได้จริง ๆ . เขาเอาวิดีโอนั้นลงยูทูบและมีคนเข้ามาดูถึง 5 ล้านคน โลกก็ตกใจเหมือนกัน และหลังจากนั้นคนก็เริ่มมาติดตามภารกิจถูกปฏิเสธ 100 วันของเขามากขึ้นเรื่อย ๆ ได้ลงหนังสือพิมพ์ รายการทอล์กโชว์ กลายเป็นคนดั���ไปเลย หลายๆคนส่งอีเมลหาเขา บอกว่า “สิ่งที่คุณทำ มันสุดยอด���ปเลย” . แต่เป้าหมายของเขาไม่ใช่ชื่อเสียง แต่เป็นการเอาชนะเด็กหกขวบคนนั้นให้ได้ ยังเหลืออีกหลายวันกว่าภารกิจจะสำเร็จ แต่หลังจากนั้นเขาก็เริ่มสนุกกับมันแล้ว . 4. เวทมนตร์ของคำว่า ‘ทำไม’ . ระหว่างทำภารกิจวันหนึ่งที่ต้อง ‘ขอเข้าไปปลูกต้นไม้ที่สวนหลังบ้านคนแปลกหน้า’ เขาไปเคาะประตูบ้านของชายคนหนึ่ง ชายคนนั้นปฏิเสธเขาอย่างสุภาพ ซึ่งแน่นอนตอนนี้เจียงเริ่มทำ��่า ‘ผมขอรู้เหตุผลได้ไหมว่าทำไมครับ?’ . สำหรับคนที่ถูกปฏิเสธคงรู้ว่าดีความรู้สึกที่เลวร้ายที่สุดไม่ใช่แค่การถูกปฏิเสธเท่านั้น แต่มันคือ ‘การไม่รู้เหตุผลว่าทำไมตัวเองถึงถูกปฏิเสธ’ . ชายคนนั้นก็อธิบายว่าเขามีหมาตัวหนึ่งที่ชอบขุดดิน ถ้าเจียงเอาต้นไม้ไปปลูกก็ตายอยู่ดี เสียดายด้วย ลองไปคุยกับบ้านตรงกันข้ามฝั่งถนนไหม บ้านนั้นชอบต้นไม้มากเลย . เขาไปเคาะประตูบ้านตรงข้ามแล้วเจ้าของบ้านก็ยินดีมากที่เจียงจะเอาต้นไม้มาปลูกที่สวนด้วย เจียงเข้าใจแล้วว่าคนอื่นมีเหตุผลในการปฏิเสธ การคิดไปเองว่าตัวเองถูกปฏิเสธเพราะไม่ดีพอ อีก��่ายไม่เชื่อใจ แปลก แตกต่าง หรืออะไรก็ตามบางทีไม่ใช่เรื่องจริงเลย แต่เป็นเพราะสิ่งที่เจียงเสนอ ไม่ตรงกับสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการมากกว่า และอีกฝ่ายก็เชื่อใจมากพอที่จะบอกต่อว่าควรไปที่ไหนด้วย . 5. สร้างความเชื่อใจ . วันหนึ่งเขาเดินไปที่สตาร์บัคส์เพื่อไป ‘ขอเป็นคนยืนต้อนรับหน้าร้าน’ พนักงานสตาร์บัคส์หน้าเหวอไปเลยครับ อะไรคือคนยืนต้อนรับหน้าร้าน เจียงก็อธิบา���ให้ฟังว่าก็คนยืนต้อนรับลูกค้าเวลาเดินเข้าร้าน ทักทายนู้นนั่นนี้ . พนักงานคนนั้นก็ทำหน้าคิดหนักเลย เจียงเลยพูดว่า ‘มันแปลกใช่ไหม?’ พนักงานก็ตอบ ‘แปลกมากเลยหล่ะ’ แล้วเจียงก็หัวเราะ แต่หลังจากนั้นท่าทีของพนักงานก็เปลี่ยนไปแล้วบอกเจียงว่า ‘ลองทำก็ได้นะ แต่อย่าแปลกเกินไปละกัน’ . เจียงอธิบายว่าพูดออกไปว่า ‘มันแปลกใช่ไหม?’ เป็นเหมือนการทำลายกำแพงของความแตกต่างระหว่างเขากับพนักงานคนนั้น คือเจียงรู้ว่ามันแปลกและก็ทราบดีว่าอีกฝ่ายก็คิดว่ามันแปลกเหมือนกัน งันก็แสดงว่าทั้งคู่ก็คิดเหมือนกันนั่นแหละ เป็นการสร้างความเชื่อใจว่าเจ้านี้มันก็ไม่ได้แปลกมากอะไร . 6. เราแค่ต้องถาม (��าจจะไม่ใช่ครั้งเดียว) . ครอบครัวของเจียงทำอาชีพอาจารย์มาสี่รุ่น คุณยายของเขาก็อยากให้เขาเป็นครู แต่ส่วนตัวเขาอยากเป็นผู้ประกอบการมากกว่า แต่ก็มีความฝันว่าอยากสอนสักครั้งเหมือนกัน . เขาเลยคิดว่างั้น ‘ลองไปขอสอนเด็กมหาวิทยาลัยได้ไหม?’ ก็ไปเคาะห้องอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย University of Texas, Austin (เพราะอยู่ที่เมืองนั้น) แล้วก็ขอสอนคลาสหนึ่ง อาจารย์ก็บอกไม่ได้ เขาก็พยายามอธิบาย แต่ก็ยังไม่ได้สุดท้ายก็กลับไป แล้วก็กลับมาอีกครั้ง ครั้งนี้ก็ยังถูกปฏิเสธเหมือนเดิม แต่เขาก็กลับมาอีกครั้งเป็นครั้งที่สาม ตอนนี้เขาก็กลับมาพร้อมกับเพาเวอร์พ้อยท์และสิ่งที่จะสอน อาจารย์ก็รู้สึกว่า ‘เออ..น่าจะใช้ได้ งั้นอีกสองเดือนกลับมาใหม่ เดี๋ยวจะจัดคลาสให้สอน” . สองเดือนต่อมาเขาก็กลับมาสอนอย่างเต็มที่เกี่ยวกับเรื่องประสบการณ์ที่ถูกปฏิเสธม��เป็นร้อยครั้งนี่แหละ หลังจากสอนเสร็จเขาร้องไห้เลยและบอกกับต้วเองว่าเขาทำตามความฝันได้แล้ว เขาเอาชนะเด็กชายวัยหกขวบคนนั้นได้แล้วจริง ๆ . คนที่สร้างความเปลี่ยนแปล��ในโลกไม่ว่าจะเป็น มาร์ติน ลูเทอร์ คิง จูเนียร์, มหาตมา คานธี, เนลสัน แมนเดลา, บิล เกตส์, สตีฟ จ๊อบส์, ไอน์สไตน์, โรซา ปาร์คส์ ฯลฯ ต่างเคยถูกปฏิเสธมาทั้งหมด แต่ไม่เคยให้การถูกปฏิเสธมาเป็นตัวกำหนดเส้นทางเดินของชีวิตพวกเขาเลย . บทเรียนของเจียงทำให้เห็นว่าการถูกปฎิเสธสามารถเปลี่ยนมาเป็นโอกาสได้ เป็นเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจช่วยคนอื่นๆ ให้เอาชนะกับความกลัวกับการ��ูกปฎิเสธได้ . ถ้าตอนนี้คุณกำลังกลัวการถูกปฏิเสธ กำลังเผชิญหน้าอุปสรรค กลัวจะล้มเหลว ขอให้ย้อนกลับมาดูเรื่องราวของเจียง มองดูว่ามันเป็นโอกาส อย่าเพิ่งวิ่งหนี โอบกอดมันไว้ มันอาจจะเป็นของขวัญและเปลี่ยนชีวิตคุณเหมือนอย่างที่เกิดขึ้นกับเจียงก็ได้ . ชีวิตที่คุณต้องการอาจจะห่างออกไปแค่การตัดสินใจเพียงครั้งเดียว . https://t.co/kOga8YkI38
See More
Kasapop
retweeted
FIBO99
@Coach_Signal
over 3 years ago
#Bitcoin
#btc
สวัสดีครับเช้านี้ ดูแถบวอลุ้มแล้วก็นั่งจิบกาแฟต่อ เป้าเข้าออกโพสต์ใน วงในทวิตเตอร์ ใครอยากเป็นวงใน กดหัวใจรีทวิต ผมจะปรับสถานะให้คับ
Kasapop
retweeted
ดังตฤณ
@Dungtrin
over 3 years ago
เวลาเริ่มมีค่าตอนที่คุณรู้ว่าจะเอาไปทำอะไร ไม่ใช่ตอนที่มันเหลืออยู่
Kasapop
retweeted
WOODY
@Woodytalk
over 3 years ago
อยากรณรงค์ให้คนเลิกพูดว่า ‘อย่าคิดมาก’ มันไม่ได้ช่วยอะไร เพราะมันโชว์ว่าไม่มีความเข้าใจ แล้วทำให้เราอยากตะโกนพูดว่า มรึงมาเป็นกูก่อน!! .. 🙏 ขอให้เป็นผู้ฟังที่มีความ Empathy พอ 🙏
Kasapop
retweeted
MOON LOVER
@M1ONLOVER
over 3 years ago
Moon and sea.
Kasapop
@Kasapop
over 3 years ago
@6www6w
@Patchaya_su
อูย decline ไปแบ้ว นึกว่า spam รบกวนแอดใหม่นะครับ เดี๋ยวทักไปที่ไลน์ ^^
Kasapop
retweeted
ดังตฤณ
@Dungtrin
almost 4 years ago
คุณไม่มีทางหาคำตอบ ถ้าใจปราศจากคำถาม คุณไม่มีทางได้คำตอบ ที่ดีที่สุดในชีวิต ถ้าไม่มีคำถาม ที่ดีที่สุดในชีวิต
Kasapop
retweeted
ดังตฤณ
@Dungtrin
almost 4 years ago
วิธีตื่นแบบคนหัวโล่งได้ทุกเช้า คือ ฝึกให้เนื้อตัวผ่อนคลาย ��่อนนอนให้ได้ทุกคืน มีวินัย ไม่หลงลืมที่จะ ถามตัวเองง่ายๆว่า ฝ่าเท้าเกร็งอยู่ไหม? ฝ่ามือเกร็งอยู่ไหม? หน้าผากยังตึงอยู่ไหม? หายใจยาวๆทั่วท้องได้สักครั้งไหม?
Kasapop
retweeted
ดังตฤณ
@Dungtrin
about 4 years ago
คำว่า ‘ร่วมทุกข์ร่วมสุข’ อาจทำให้หลายคนมองภาพรักแท้ผิดไป นึกว่าเมื่อข้าเป็นทุกข์ เอ็งก็ต้องเป็นทุกข์ด้วย แท้ที่จริงร่วมทุกข์ร่วมสุข คือ ‘การเป็นสุขเมื่อช่วยลดทุกข์ให้อีกฝ่ายได้’ ต่างหาก
Kasapop
@Kasapop
about 4 years ago
@profit8lue
As a newbie in crypto, from times to times can you share your experienced when you were like us, and what did you learn from it. Thanks
Kasapop
@Kasapop
about 4 years ago
I predict that the price of KCS on 28/5/2565 will be 9.09 USD!
#Kucointhai
84244817
Kasapop
retweeted
Kind and Caring forever.
@bkk001
about 4 years ago
😅😅😅
Last Seen Users on Sotwe
mhekthana
Seen from
Singapore
AsatuMotion
Seen from
Singapore
Karlie Simon
Seen from
United Kingdom
ម៉ានិត🔞
Incest island 🏝️
Seen from
Saudi Arabia
twisted minded sit 😈
Seen from
United States
Leotwink
Seen from
Brazil
みやけ
Seen from
Japan
Grunth ™️ ………. 🇵🇭
Seen from
United Arab Emirates
Kuli Bangunan 2
Seen from
Indonesia
Trends for you
1
Sam Neill
Under 10K tweets
2
Good Monday
Under 10K tweets
3
Event Horizon
Under 10K tweets
4
#jonita
Under 10K tweets
5
Tielemans
Under 10K tweets
6
#MondayMotivation
Under 10K tweets
7
Rihanna
Under 10K tweets
8
Biddeford
Under 10K tweets
9
Tom Cruise
Under 10K tweets
10
Bryant Park
Under 10K tweets
Most Popular Users
1
Elon Musk
@elonmusk
240.8M followers
2
Barack Obama
@barackobama
119.2M followers
3
Donald J. Trump
@realdonaldtrump
111.7M followers
4
Cristiano Ronaldo
@cristiano
111.3M followers
5
Narendra Modi
@narendramodi
107M followers
6
Rihanna
@rihanna
97.8M followers
7
NASA
@nasa
92.2M followers
8
Justin Bieber
@justinbieber
91.1M followers
9
KATY PERRY
@katyperry
88.1M followers
10
Taylor Swift
@taylorswift13
81.9M followers
11
Lady Gaga
@ladygaga
73.4M followers
12
Virat Kohli
@imvkohli
70.5M followers
13
Kim Kardashian
@kimkardashian
70M followers
14
YouTube
@youtube
68.7M followers
15
Bill Gates
@billgates
64.1M followers
16
Neymar Jr
@neymarjr
63.3M followers
17
The Ellen Show
@theellenshow
62.4M followers
18
CNN
@cnn
61.9M followers
19
Selena Gomez
@selenagomez
61.1M followers
20
X
@x
60.8M followers
Olivia
Online
✨
⭐
💫