Stop telling ChatGPT “Edit my photo”
Stop telling ChatGPT “Remove the background”
Stop telling ChatGPT “Make this image better”
Bad request = Bad result.
Use these 10 commands instead and you’ll see the magic: 👇
I have translated your interesting analysis into Thai for the benefit of any Thai speakers who may be interested in reading it. 🥂🥂
“ผมไม่เคยเห็นนักการเมืองคนไหนที่ดูหวาดกลัวและเครียดเท่ากับเศรษฐา ทวิสิน นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของประเทศไทย เศรษฐา ทวิสิน
ในระหว่างการพบปะกับปูติน
ท่านนายกหันทั้งตัว ลำตัว เข่า ศีรษะ และเท้า ไปทางผู้นำรัสเซีย ซึ่งแสดงว่าท่านเตรียมพร้อมที่จะพูดคุยกับเขา แต่จากการหดตัวและพยายามใช้พื้นที่ให้น้อยที่สุด ท่านนายกฯ ได้แสดงท่าทางยอมจำนนต่อผู้ที่ทรงพลังและมีประสบการณ์มากกว่า
ประสบการณ์อันยาวนานในการบริหารและธุรกิจของท่านนายกฯไม่ได้ช่วยให้ท่านมีความมั่นใจในการเจรจาเรื่องต่างประเทศแต่อย่างใด
ความเครียดอย่างรุนแรงทำให้ท่านนายกฯไวต่อเสียงและการเคลื่อนไหวรอบตัวมาก ดังนั้นจึงมีการส่ายศีรษะอย่างรุนแรงไปทุกทิศทาง เพราะสมองพยายามที่จะค้นหาภัยคุกคามที่อาจต้องเผชิญ
ร่างกายของท่านนายกฯจะพยายามกำจัดพลังงานส่วนเกินที่ไม่สามารถเผาผลาญในการต่อสู้หรือหนีออกจากร่างกายโดยการยืดถุงเท้าและหมุนเอกสารบนโต๊ะและท่านนายกฯแตะกระดาษบนโต๊ะทันทีหลังจากที่ปูตินวางเอกสารของเขาลงบนโต๊ะ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงจิตใจที่อ่อนไหวง่ายต่อคำแนะนำและข้อเสนอแนะจากผู้ที่แข็งแกร่งกว่า
ความเครียดของท่านนายกฯยังแสดงให้เห็นโดยรอยยิ้มที่เสแสร้งให้กับปูติน ซึ่งปรากฏเพียงเสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้น และนอกจากนั้นยังมีสัญญาณการยอมจำนนอีกข้อหนึ่ง นั่นคือการลดศีรษะและไหล่ลง
รอยยิ้มที่จริงใจค่อยๆจางหายไปและอยู่บนใบหน้าอย่างน้อยหนึ่งนาที ในขณะที่ "หน้าตา" ของนักการเมืองไทยก็เย็นชาและแข็งทื่อลงอย่างรวดเร็ว
ส่วนตัวปูตินเองก็รู้สึกตึงเครียดทางอารมณ์เช่นกัน แต่น้อยกว่ามาก เพราะการประชุมเกิดขึ้นในพื้นที่ที่เป็นกลาง ซึ่งคนส่วนใหญ่รู้สึกปลอดภัยกว่าเมื่ออยู่ที่บ้านตัวเอง
บทเรียนสำหรับนักการเมืองจากการประชุมครั้งนี้คืออะไร?
ผู้ที่มีการจัดการอารมณ์ของตัวเองได้แย่และรู้สึกว่าตัวเองด้อยกว่า (ดูได้ง่ายๆโดยการสังเกตภาษากาย) จะมีประสิทธิภาพที่ต่ำในเวทีระหว่างประเทศ”