Home
Language
English
Türkçe
Bahasa Indonesia
About
Privacy Policy
Terms of Service
Pricing
Sign In
Download All
Share
NKate✌️PEOPLE_TH 🌅
@NKate365
l am MarvelK/วิทยาศาสตร์นวัตกรรม🌏สังคมEconศาสนาการเมือง⚖️ประวัติศาสตร์ตำนาน🧐สัตว์โลก😻อนิเมะ🍀🪻เสี่ยวหมิง💓🍦/อยากเห็นคนไทยชีวิตดีมีความสุข✌/รีเอคกับสรรพสิ่ง
สหพันธ์จูร่าเทมเพสต์
Joined December 2009
438
Following
126
Followers
33K
Posts
NKate365
retweeted
กรุงเทพธุรกิจ
@ktnewsonline
about 4 hours ago
จีนทุ่มเงินกว่า 2 ล้านล้านหยวน หรือ 10 ล้านล้านบาท หรืออาจจะมากกว่านั้น เพื่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วประเทศ ซึ่งจีนมีแต้มต่อ ที่สหรัฐไม่มี
#จีน
#ดาต้าเซ็นเตอร์
#กรุงเทพธุรกิจNEWS
#กรุงเทพธุรกิจ
#กรุงเทพธุรกิจEconomic
ktnewsonline's tweet video.
NKate365
retweeted
กรุงเทพธุรกิจ
@ktnewsonline
about 9 hours ago
ส่องรายได้ต่อ
#GDP
ไทยลดต่อเนื่อง เหตุฐานภาษีลด - ผู้สูงอายุเพิ่ม นักวิชาการห่วงวิกฤติหนี้สาธารณะ ความท้าทายเศรษฐกิจไทย ในปัจจุบันไม่ใช่เพียงการฟื้นตัวจากวิกฤติในระยะสั้น แต่ยังมีการเข้าสู่ สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ที่เป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่คุกคามเสถียรภาพทางการคลังของไทยในระยะยาว เมื่อฐานแรงงานและผู้เสียภาษีหดแคบลงพร้อมกับรายจ่ายด้านสวัสดิการและสาธารณสุขที่พุ่งสูงขึ้น ความสามารถในการจัดเก็บรายได้ของรัฐจึงกลายเป็นตัวแปรชี้ขาด หากรัฐบาลไม่เร่งยกระดับประสิทธิภาพการหารายได้ให้ทันต่อภาระรายจ่ายที่กำลังจะมาถึง ความเสี่ยงต่อวิกฤตหนี้สาธารณะที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รายงาน การพยากรณ์รายได้ภาครัฐ 5 ปี (2569-2673) ฉบับเดือนพฤษภาคม 2569 ของสำนักงบประมาณของรัฐสภา (Thai PBO) พบว่าแม้การจัดเก็บรายได้จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ในเชิงโครงสร้างกลับพบสัญญาณเตือนถึงความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เมื่อสัดส่วนรายได้จัดเก็บต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) กลับมีทิศทางดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง รายงานฉบับดังกล่าวคาดการณ์ว่า การจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตลอดช่วง 5 ปี โดยรายได้จัดเก็บรวมในปีงบประมาณ 2569 คาดว่าจะอยู่ที่ 3,507,479 ล้านบาท และจะขยายตัวไปแตะระดับ 3,844,934 ล้านบาท ในปีงบประมาณ 2573 ซึ่งคิดเป็นอัตราการเติบโต 2.32% ต่อปี ทั้งนี้ ความเสี่ยงที่รายงานฉบับนี้ชี้ให้เห็นคือสัดส่วนรายได้ต่อ GDP ที่แสดงทิศทางลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยจะหดตัวจาก 18.11% ในปี 2569 เหลือเพียง 16.97% ในปี 2573 เช่นเดียวกับสัดส่วนรายได้สุทธิหลังหักจัดสรรต่อ GDP ที่ลดลงจาก 15.02% สู่ระดับ 14.16% ปรากฏการณ์นี้ตอกย้ำว่าขนาดของเศรษฐกิจขยายตัวเร็วกว่าความสามารถในการเก็บภาษี นอกจากนี้ ผลการวิเคราะห์ช่วงความเชื่อมั่นชี้ให้เห็นว่า ความไม่แน่นอนของรายได้สุทธิมีแนวโน้มขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญตามกาลเวลา โดยในปี 2573 ช่วงความเชื่อมั่น 95% ของรายได้สุทธิกว้างกว่ารายได้จัดเก็บเกือบ 1.9 เท่า ปัจจัยสำคัญที่อยู่เบื้องหลังคือความผันผวนของรายการหักภาษี โดยเฉพาะการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งมีสัดส่วนเฉลี่ยสูงถึง 64.82% ของรายการหักทั้งหมดในช่วงปี 2560–2568 นอกจากนี้ รัฐบาลยังเผชิญความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก ทั้งการชะลอตัวทางเศรษฐกิจที่อาจรุนแรงกว่าคาด ความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ และการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายภาษีที่อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างรายได้ อ่านต่อ: https://t.co/XoxRgvO5QI #กรุงเทพธุรกิจ #InsightforOpportunities #กรุงเทพธุรกิจEconomic
See More
NKate365
retweeted
THE STANDARD WEALTH
@Standard_Wealth
about 8 hours ago
ทองคำไทยร่วงหลุด 65,000 บาท ล้างภาพบวกของปี 69 ที่เคยพุ่งขึ้นไปถึง 81,950 บาท ตลาดเชื่อเฟดกำลังจะขึ้นดอกเบี้ยภายในปีนี้ ราคาทองคำไทยร่วงหลุด 65,000 บาทต่อบาททองคำ จ่อทำสถิติต่ำสุดใหม่ของปีนี้ ขณะที่ทองคำโลกแตะระดับต่ำสุดในรอบ 11 สัปดาห์ หลักตลาดคาดเฟดมีโอกาส 70% ที่จะขึ้นดอกเบี้ยภายในเดือนธันวาคมนี้ วันนี้ (10 มิถุนายน) ราคารับซื้อทองคำแท่งในประเทศไทยลดลง 2,350 บาท ร่วงลงต่ำสุด 64,850 บาทต่อบาททองคำ ซึ่งเป็นระดับเดียวกับราคาปิดของปี 2568 ขณะที่ราคาทองคำสปอต (Spot gold) ลดลง 1.7% สู่ระดับ 4,191.84 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โลกร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 11 สัปดาห์ ท่ามกลางราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจากการสู้รบที่ปะทุขึ้นอีกครั้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งกระตุ้นความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย Ilya Spivak หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์มหภาคระดับโลกของ Tastylive กล่าวว่า "เรากำลังเห็นการปรับเปลี่ยนในวงกว้างว่าธนาคารกลางทั่วโลกกำลังจะทำอะไร และมีการเปลี่ยนท่าทีอย่างมากไปในทางสายเหยี่ยว (เน้นนโยบายการเงินเข้มงวด)" แม้ว่าทองคำจะถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ แต่อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นมักจะกดดันทองคำซึ่งไม่มีผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ยหรือเงินสด เทรดเดอร์ในตลาดคาดการณ์ว่ามีโอกาสมากกว่า 70% ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในเดือนธันวาคม อิงจากข้อมูลของ CME FedWatch ขณะที่ข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ ประจำเดือนพฤษภาคม ที่กำลังจะรายงานออกมาในคืนนี้ และตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่จะรายงานออกมาพรุ่งนี้ (11 พฤษภาคม) จะเป็นปัจจัยที่จะส่งผลต่อจุดยืนนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ "หากราคาทองคำสามารถทะลุระดับ 4,100 ดอลลาร์ลงไปได้ แนวต้านพื้นฐานจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงสำหรับทองคำ และเราอาจเริ่มมองเห็นระดับ 3,500 ดอลลาร์เป็นระดับถัดไปในช่วงสิ้นปี" Spivak กล่าว ภาพ: Mr. thanyathep / Shutterstock #TheStandardWealth
See More
NKate365
retweeted
iLawClub #เขียนรัฐธรรมนูญใหม่
@iLawclub
about 7 hours ago
ในการเมืองร่วมสมัย “สีน้ำเงิน” เป็นที่พูดถึงจากองคาพยพทางการเมืองที่มีความเชื่อมโยงกัน จาก “สว. สีน้ำเงิน” ที่เป็นฉายาสว. กลุ่มใหญ่ ถึง "พรรคสีน้ำเงิน" ฉายาของพรรคภูมิใจไทย ที่ได้ สส. สูงสุดในเลือกตั้ง 69 และนำตั้งรัฐบาล สู่ “ระบอบสีน้ำเงิน” หนึ่งในคำอธิบายการเมืองไทยในปี 2569
See More
Who to follow
Arasn khoshnaw
@qala_11
!
Ice Cream Studio
@Xiaoming_Smile
Falling in love with each of her leading roles is the best and happiest thing in the world.
Shalaw Ali
@ShalawA68410323
NKate365
retweeted
Jones Salad
@JonesSalad
about 10 hours ago
จากข่าวร้านก๋วยเตี๋ยวเผลอเอาสารที่เก็บได้ หน้าตาเป็นเกล็ดคล้ายเกลือ มาปรุงอาหารให้ลูกค้า ลุงก็อยากช่วยเตือนอีกแรงครับ ว่าอย่าเอาสารอะไรที่เราไม่รู้จักมากินเด็ดขาดนะ วันนี้ลุงเลยนำสารหลายชนิดที่หาได้ง่ายตามท้องตลาด และหน้าตาคล้ายเกลือ หรือน้ำตาล มาให้ดูกัน
NKate365
retweeted
Thai PBS
@ThaiPBS
1 day ago
ผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากวิกฤตในตะวันออกกลาง คือบรรดาชาติผู้นำเข้าพลังงานในเอเชีย โดยเฉพาะอินโดนีเซีย ท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจ และค่าเงินรูเปียห์ที่ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ชวนดูปัจจัยที่ทำให้อดีตดาวรุ่งทางเศรษฐกิจของเอเชีย ต้องเผชิญบททดสอบสำคัญ
#ThaiPBS
#ทันโลกกับThaiPBS
See More
ThaiPBS's tweet video.
NKate365
retweeted
กรุงเทพธุรกิจ
@ktnewsonline
about 13 hours ago
‘ซินเคอหยวน’ ปมร้อนกรมโรงงาน ผู้ผลิตไทยร้องสกัดไร้มาตรฐาน กรณีการอนุญาตให้ บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ได้รับอนุญาตให้เดินเครื่องผลิตเหล็กอีกครั้งหลังถูกสั่งระงับมา 1 ปี 5 เดือน จากเหตุเพลิงไหม้และข้อบกพร่องด้านสิ่งแวดล้อม ยังเป็นประเด็นร้อนที่ถูกจับตาใกล้ชิดท่ามกลางเสียงคัดค้านผู้ประกอบการเหล็กบางส่วนที่ตั้งข้อสังเกตถึงความโปร่งใสกระบวนการอนุญาตและความเหมาะสมของเทคโนโลยีการผลิต กรมโรงงานอุตสาหกรรม ได้ออกมาแถลงเมื่อวันที่ 9 มิ.ย.2569 ถึงเหตุผลและการตรวจสอบที่ยืนยันว่าดำเนินการตามกฎหมายที่กำหนดหลังจากที่ได้อนุญาตไปตั้งแต่วันที่ 5 มิ.ย.2569 ในขณะที่ 10 สมาคมเหล็ก ออกมาคัดค้านการอนุญาตดังกล่าว ประกอบด้วย สมาคมเหล็กแผ่นรีดร้อนไทย, สมาคมเหล็กแผ่นรีดเย็นไทย, สมาคมการค้าผู้ผลิตเหล็กแผ่นเคลือบสังกะสี สมาคมโลหะไทย, สมาคมผู้ผลิตท่อโลหะและแปรรูปเหล็กแผ่น, สมาคมพัฒนาสเตนเลสไทย, สมาคมเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน, สมาคมชุบสังกะสีไทย, สมาคมผู้ผลิตเหล็กทรงยาวด้วยเตาอาร์คไฟฟ้า และสมาคมหลังคาเหล็กไทย นายนาวา จันทนสุรคน แกนนำกลุ่ม 10 สมาคมเหล็ก และประธานกิตติมศักดิ์กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ประเด็นสำคัญที่สังคมตั้งคำถาม คือ เหตุใดกระทรวงอุตสาหกรรมไม่เปิดเผยเหตุผลและรายละเอียดของการอนุญาตให้โรงงานดังกล่าวกลับมาดำเนินกิจการต่อสาธารณชนตั้งแต่ต้น สำหรับคำชี้แจงของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนหน้านี้ ยังไม่เพียงพอที่จะคลี่คลายข้อสงสัย ซึ่งทำให้กลุ่ม 10 สมาคมเหล็กจึงเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐเปิดเผยข้อมูลในประเด็นสำคัญ ดังนี้ 1.การปฏิบัติตามเงื่อนไขและมาตรการที่กำหนดไว้ในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ครบถ้วน โดยเฉพาะเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับการขยายกำลังการผลิต การติดตั้งเครื่องจักร ระบบควบคุมมลพิษ และมาตรการป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม 2.การปฏิบัติตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) และข้อกำหนดทางเทคนิคที่เกี่ยวข้อง โดยเรียกร้องให้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการอนุญาต การกำกับดูแล การตรวจประเมิน และการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของโรงงานดังกล่าวอย่างละเอียด นายนาวา กล่าวว่า ประเด็นเทคโนโลยีการผลิตเหล็กมีความพยายามอ้างอิงว่าหลายประเทศ โดยเฉพาะจีนยังใช้เตาหลอมชนิดเหนี่ยวนำ หรือ Induction Furnace (IF) เป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง เพราะเตา IF มีข้อจำกัดการกำจัดสิ่งเจือปนออกจากน้ำเหล็ก การควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์ที่ไม่สม่ำเสมอ ประสิทธิภาพพลังงานและผลกระทบสิ่งแวดล้อม ทำให้รัฐบาลจีนสั่งยกเลิกมาตั้งแต่ปี 2560 อ่านต่อ: https://t.co/1gTyZzvOS0 . #กรุงเทพธุรกิจ #InsightForOpportunities #กรุงเทพธุรกิจEconomic
See More
NKate365
retweeted
pradhōm
@pradhom
1 day ago
ปีก่อนได้มีโอกาสเข้าไปใน 'สถานทูตเนเธอแลนด์' บนที่ดินสีเขียว 20 ไร่ ริมถนนวิทยุ ที่เพิ่งมีประเด็น ที่สุดยอดมากคือ 'บ้านเก่า' อายุร่วมร้อยปี แวดล้อมไปด้วย 'ต้นไม้' ขนาดใหญ่จำนวนมากที่ถูกดูแลอย่างดี และได้รับการเอาใจใส่จากรุกขกรที่มีความรู้เฉพาะทาง
#เม้าตึก
(1)
See More
NKate365
retweeted
กรุงเทพธุรกิจ
@ktnewsonline
about 14 hours ago
เอไอลดต้นทุนแต่กำลังซื้อหายไป ถอดบทเรียน ‘กับดักเลิกจ้าง’ กระทบเศรษฐกิจทั้งระบบ นับตั้งแต่การเปิดตัว ChatGPT ปลายปี 2568 บริษัทเทคโนโลยีทั่วโลกต่างทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อพัฒนาโมเดลปัญญาประดิษฐ์ ขณะที่องค์กรในภาคธุรกิจเริ่มทดลองนำเอไอมาใช้ในงานหลากหลายประเภท ตั้งแต่งานบริการลูกค้า งานการตลาด การวิเคราะห์ข้อมูล การเขียนโปรแกรม ไปจนถึงงานเอกสารและงานธุรการ ช่วงแรกของการพูดคุยเกี่ยวกับเอไอมักเน้นไปที่ประเด็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน หลายองค์กรนำเสนอภาพของเอไอในฐานะ “ผู้ช่วย” ที่จะช่วยให้พนักงานทำงานได้เร็วขึ้นและสร้างผลงานได้มากขึ้น แต่เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาอย่างต่อเนื่อง คำถามก็เริ่มเปลี่ยนจาก “เอไอช่วยคนทำงานอย่างไร” ไปสู่ “เอไอจะเข้ามาแทนคนได้มากแค่ไหน” บริษัทเทคโนโลยีจำนวนมากเริ่มประกาศปรับโครงสร้างองค์กรควบคู่กับการลงทุนด้านเอไอ ผู้บริหารบางรายระบุอย่างเปิดเผยว่า ตำแหน่งงานบางประเภทอาจไม่จำเป็นต้องเพิ่มคนอีกต่อไป ขณะที่บางองค์กรเริ่มทดลองใช้ระบบอัตโนมัติทำงานที่เคยต้องใช้พนักงานจำนวนมาก สถานการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความกังวลในตลาดแรงงานทั่วโลกว่า การปฏิวัติด้านเอไออาจกำลังเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างเทคโนโลยีกับแรงงานไปจากเดิม 📌 ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่เอไอ แต่อยู่ที่แรงจูงใจทางธุรกิจ งานวิจัยเรื่อง The AI Layoff Trap หรือ “กับดักการเลิกจ้างด้วยเอไอ” ซึ่งจัดทำโดย เบรตต์ เฮเมนเวย์ ฟอล์ก (Brett Hemenway Falk) จากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย และ เจอร์รี ซูคาลาส (Gerry Tsoukalas) จากมหาวิทยาลัยบอสตัน ชี้ให้เห็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ซ่อนอยู่ในระบบเศรษฐกิจยุคเอไอ นั่นคือ การแข่งขันระหว่างบริษัทต่างๆ อาจสร้างแรงจูงใจให้เกิดการเลิกจ้างมากเกินกว่าที่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวม จนท้ายที่สุดกระทบทั้งแรงงานและตัวบริษัทเอง นักวิจัยตั้งคำถามว่า หากทุกบริษัทต่างรู้ว่าการเลิกจ้างในวงกว้างอาจทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลงและกระทบเศรษฐกิจในระยะยาว เหตุใดจึงยังไม่มีใครยอมชะลอการใช้เอไอ คำถามนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสที่หลายองค์กรเริ่มนำเอไอมาใช้แทนแรงงานมากขึ้น โดยงานวิจัยยกตัวอย่างบริษัท Block ของ แจ็ก ดอร์ซีย์ (Jack Dorsey) ที่ประกาศลดพนักงานจำนวนมาก พร้อมระบุว่าเอไอทำให้งานบางตำแหน่งไม่จำเป็นอีกต่อไป ขณะที่ข้อมูลในสหรัฐพบว่า ในปี 2568 มีการเลิกจ้างมากกว่าหนึ่งล้านตำแหน่ง และราว 55,000 ตำแหน่งเชื่อมโยงกับการนำเอไอมาใช้งานโดยตรง อ่านต่อ: https://t.co/oBTzHCSIg6 #กรุงเทพธุรกิจ #InsightforOpportunities #กรุงเทพธุรกิจTech #กรุงเทพธุรกิจAI
See More
NKate365
retweeted
σωℓ νιєω🧊🍦
@Owl3View
about 13 hours ago
[2026 . 06 . 10] 𝗬𝘂𝗮𝗻 𝗕𝗶𝗻𝗴𝘆𝗮𝗻 Souhu update : สำหรับวันนี้ แสงแดดกำลังดีเลย ☀️ 📍 https://t.co/NSyOJm3n0h
#หยวนปิงเหยียน
#YuanBingyan
#袁冰妍
#CrystalYuan
Owl3View's tweet video.
NKate✌️PEOPLE_TH 🌅
@NKate365
about 13 hours ago
@nattyninny
จะหักมุมนิดหน่อย ถ้านางเอกเลี้ยงผีรับใช้
NKate365
retweeted
joe black
@joe_black317
about 17 hours ago
·
People's Republic of China
🚨 ด่วน! สหรัฐเปิดฉากถล่มเป้าหมายอิหร่าน 3 ระลอก ตอบโต้เหตุ ฮ. Apache ถูกยิงตกใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) แถลงเมื่อช่วงเช้าวันที่ 10 มิ.ย. ตามเวลาไทย ว่า กองทัพสหรัฐได้เสร็จสิ้นปฏิบัติการโจมตีเพื่อป้องกันตนเองต่ออิหร่านรวม 3 ระลอก ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง หลังเกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64 Apache ของกองทัพสหรัฐถูกยิงตกใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ รายงานระบุว่า เป้าหมายการโจมตีมุ่งไปที่ระบบป้องกันภัยทางอากาศ เรดาร์ตรวจการณ์ และศูนย์ควบคุมโดรนของอิหร่านในพื้นที่ยุทธศาสตร์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงพื้นที่ใกล้เกาะ Qeshm และจังหวัดฮอร์โมซกัน ทางตอนใต้ของประเทศ CENTCOM ระบุว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็น “การตอบโต้ตามความเหมาะสม” ต่อสิ่งที่สหรัฐเรียกว่า “การรุกรานที่ไม่มีเหตุอันสมควร” หลังอิหร่านถูกกล่าวหาว่ายิง Apache ของสหรัฐตก ระหว่างปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนในพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ โดยนักบินทั้ง 2 นายได้รับการช่วยเหลือและปลอดภัย ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันก่อนหน้านี้ว่า สหรัฐจำเป็นต้องตอบโต้ ต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะที่สื่อหลายสำนักรายงานว่า มีเสียงระเบิดเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทางตอนใต้ของอิหร่านหลังเริ่มปฏิบัติการโจมตีของสหรัฐ ทั้งนี้ ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บของฝ่ายสหรัฐจากปฏิบัติการดังกล่าว ขณะที่อิหร่านส่งสัญญาณพร้อมตอบโต้หากถูกโจมตีเพิ่มเติม ท่ามกลางความกังวลว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางอาจยกระดับรุนแรงขึ้นอีกครั้ง ที่มา: CENTCOM, Reuters, Wall Street Journal, Axios, CBS News.
See More
NKate365
retweeted
กรุงเทพธุรกิจ
@ktnewsonline
about 17 hours ago
สหรัฐฯ ขึ้นบัญชีดำ BYD-Alibaba-Baidu เอี่ยวกองทัพจีน | Highlights
#กรุงเทพธุรกิจINSIGHT
เพนตากอนสั่งอัปเดตบัญชีดำ 1260H ขึ้นบัญชีบริษัทยักษ์ใหญ่จีนกว่า 200 แห่ง ข้อหาหนุนหลังกองทัพปลดแอกประชาชนจีน รวมบิ๊กเทคฯ ยักษ์ใหญ่อย่าง BYD, Alibaba, Baidu และ Tencent
ktnewsonline's tweet video.
NKate365
retweeted
THE STANDARD
@thestandardth
about 15 hours ago
เกิดอะไรขึ้นที่เบลฟาสต์ ทำไมถึงเกิดเหตุจลาจลครั้งใหญ่ เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบครั้งใหญ่ในเมืองเบลฟาสต์และพื้นที่อื่นๆ ของไอร์แลนด์เหนือ โดย กลุ่มผู้ประท้วงสวมหน้ากากได้ทำการปิดกั้นถนนหลายสาย มีการจี้รถบัส และจุดไฟเผารถยนต์บนถนน อีกทั้งยังขว้างปาดอกไม้ไฟรวมถึงจุดไฟเผาบ้านเรือนของประชาชน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน บ้านเรือน และธุรกิจห้างร้านในบริเวณนั้นอย่างหนัก 🔴 เกิดอะไรขึ้นที่เบลฟาสต์ ชนวนเหตุคืออะไร? เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา (8 มิถุนายน) ชายผู้ขอลี้ภัยชาวซูดานวัย 30 ปี ก่อเหตุใช้มีดทำครัวแทงชายวัย 40 กว่าปีจนได้รับบาดเจ็บสาหัสบริเวณใบหน้าและแผ่นหลัง ที่หน้าแฟลตแห่งหนึ่งในเบลฟาสต์เหนือ โดยผู้เห็นเหตุการณ์ได้เข้าช่วยเหลือและบันทึกภาพเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุเอาไว้ได้ ต่อมาผู้ก่อเหตุถูกจับกุมและถูกตั้งข้อหาพยายามฆ่า โดยผู้บัญชาการตำรวจยืนยันว่า ไม่มีข้อมูลใดที่บ่งชี้ว่าเหตุการณ์นี้เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย 🔴 ทำไมถึงเกิดเหตุจลาจลครั้งใหญ่? เหตุจลาจลไม่ได้เกิดจากความขัดแย้งในพื้นที่โดยตรง แต่เป็นผลมาจากการปลุกระดมทางออนไลน์ โดย The Guardian รายงานว่า วิดีโอเหตุการณ์แพร่กระจายอย่างรวดเร็วและกลายเป็นการ ‘จุดชนวน’ (Trigger Event) ที่กลุ่มขวาจัดและผู้ไม่หวังดี นำไปเชื่อมโยงกับวาทกรรมต่อต้านผู้อพยพที่มีอยู่เดิม อีกทั้งยังมีการปลุกระดมผ่านโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะนักเคลื่อนไหวฝ่ายขวาจัดอย่าง ทอมมี โรบินสัน ได้แชร์วิดีโอและโพสต์นัดแนะการประท้วงบนแพลตฟอร์ม X นอกจากนี้ อีลอน มัสก์ ยังได้แชร์ข้อมูลสถานที่ประท้วงให้ผู้ติดตามกว่า 240 ล้านคน และโพสต์ให้ผู้คนออกมาประท้วงซ้ำๆ รวมถึงมีนักการเมืองฝ่ายขวาที่ร่วมผสมโรงโจมตีนโยบายผู้อพยพ หลังจากเกิดกระแสต่อต้านทางออนไลน์เพียงไม่กี่ชั่วโมง ในคืนวันอังคาร กลุ่มคนสวมหน้ากากปิดบังใบหน้าได้ออกมาก่อความวุ่นวาย มีการปล้นสะดมร้านค้า วางเพลิงร้านของชาวแอฟริกัน เผารถบัสและรถยนต์ รวมถึงบุกโจมตีบ้านเรือนที่ครอบครัวชนกลุ่มน้อยอาศัยอยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกมาประณามความรุนแรงอย่างหนักว่าเป็นการกระทำที่ป่าเถื่อน และเตือนประชาชน อย่าตกเป็นเครื่องมือหรือถูกปั่นหัวจากคนแปลกหน้าบนโลกออนไลน์ พร้อมขอความร่วมมือให้ผู้มีอิทธิพลทางความคิดทั้งหลายในพื้นที่ ช่วยกันส่งเสริมการประท้วงอย่างสันติและออกมาห้ามปรามไม่ให้เกิดการใช้ความรุนแรงหรือเกิดความวุ่นวายเพิ่มเติมอีก 🔴 ท่าทีรัฐบาล และฝ่ายขวาจัดเป็นอย่างไร? เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร กล่าวว่าเหตุโจมตีเมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมาเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้อย่างยิ่ง และเน้นย้ำว่า จะไม่ยอมให้มีฉากความรุนแรงเช่นนี้เกิดขึ้นบนท้องถนนของเราอย่างเด็ดขาด พร้อมทั้งแสดงความขอบคุณประชาชนและเจ้าหน้าที่ที่เข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ทางด้าน มิเชล โอนีล ผู้นำไอร์แลนด์เหนือออกมาประณามความรุนแรงและเตือนถึงความพยายามที่อันตรายในการฉวยโอกาสจากเหตุการณ์นี้ โดยระบุว่า การที่กลุ่มชายสวมหน้ากากไปจุดไฟเผาบ้านเรือนขับไล่ครอบครัวต่างๆ เป็นความขี้ขลาดและป่าเถื่อนอย่างแท้จริง ซึ่งไม่ได้เป็นตัวแทนของคนในชุมชนแต่อย่างใด ขณะที่นักการเมืองฝ่ายขวาอย่าง เซีย ยูซุฟ โฆษกพรรค Reform UK ระบุว่า ความโหดร้ายที่ทุกคนได้เห็นในเมืองเบลฟาสต์ เป็นผลลัพธ์โดยตรงจากความล้มเหลวของนโยบายตรวจคนเข้าเมือง โดยขณะนี้พรรค Reform UK ประกาศแนวทางเสนอให้มีนโยบายห้ามออกวีซ่าให้กับผู้ที่มาจากประเทศซูดานโดยเด็ดขาด เหตุการณ์ความรุนแรงในเบลฟาสต์ครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงผลลัพธ์จากการปลุกปั่นบนโลกออนไลน์เท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดแผลลึกเกี่ยวกับ นโยบายผู้อพยพและผู้ลี้ภัย ที่ฝังรากอยู่ในสังคมมาอย่างยาวนาน ซึ่งยังคงเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและเต็มไปด้วยข้อถกเถียง โดยเฉพาะในแถบยุโรป ท่ามกลางความหวาดระแวงของคนในพื้นที่และหน้าที่ปกป้องสิทธิมนุษยชนของผู้ลี้ภัย สังคมยุโรปจะสามารถค้นหาจุดสมดุลของนโยบายผู้อพยพอย่างไร เพื่อให้เป็นนโยบายที่รัดกุม ปลอดภัยสำหรับพลเมืองทุกคน และที่สำคัญที่สุดคือ จะทำอย่างไรไม่ให้ความเปราะบางของเรื่องนี้ ถูกผู้ไม่หวังดีนำมาใช้เป็น ‘เชื้อเพลิง’ จุดไฟแห่งความเกลียดชังให้ลุกลามทำลายสังคมได้อีกในอนาคต? ภาพ: PA Images via Getty Images #TheStandardNews
See More
NKate365
retweeted
กรุงเทพธุรกิจ
@ktnewsonline
about 17 hours ago
‘ยูเอ็น’ เตือน ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’ ภัยคุกคามทรัพยากรโลก ใช้ไฟ 3% ของโลก ใช้น้ำเท่าคน 1,300 ล้านคน กินพื้นที่มากกว่ากรุงเทพฯ 10 เท่า สร้างขยะอิเล็กทรอนิกส์มหาศาล รายงานฉบับใหม่ จากสถาบันเพื่อน้ำ สิ่งแวดล้อม และสุขภาพแห่งมหาวิทยาลัยสหประชาชาติ (UNU-INWEH) เปิดเผยว่า “เอไอ” ไม่ใช่แค่ซอฟต์แวร์อย่างที่หลายคนเข้าใจเท่านั้น แต่มันยังมีโครงสร้างพื้นฐานอย่าง “ดาต้าเซ็นเตอร์” ที่ใช้ทรัพยากรมหาศาล หากไม่มีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ การขยายตัวของเทคโนโลยีนี้อาจทำให้ทรัพยากรธรรมชาติของโลกตกอยู่ในสภาวะตึงตัวอย่างรุนแรงภายในปี 2030 ภายในปี 2030 ดาต้าเซ็นเตอร์ที่ใช้ขับเคลื่อนเอไอทั่วโลกจะใช้ไฟฟ้าสูงถึง 945 เทราวัตต์-ชั่วโมงต่อปี คิดเป็นสามเท่าของการใช้ไฟฟ้าต่อปีของประเทศปากีสถาน บังกลาเทศ และไนจีเรียรวมกัน ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่มีประชากรรวมกันกว่า 650 ล้านคน หากเปรียบดาต้าเซ็นเตอร์เป็นประเทศหนึ่ง อุตสาหกรรมนี้อาจก้าวขึ้นมาเป็นผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่อันดับ 6 ของโลกภายในสิ้นทศวรรษนี้ โดยจะครองส่วนแบ่งถึง 3% ของการใช้ไฟฟ้าทั่วโลก รายงานคาดการณ์ว่าเอไอจะใช้น้ำพุ่งสูงถึง 9.3 ล้านล้านลิตรภายในปี 2030 โดยน้ำเหล่านี้ถูกใช้ไปในระบบระบายความร้อนของเซิร์ฟเวอร์และกระบวนการผลิตไฟฟ้า เพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างต่อเนื่อง น้ำปริมาณมหาศาลนี้เทียบเท่ากับความต้องการใช้น้ำขั้นพื้นฐานในครัวเรือนของประชากร 1,300 ล้านคนในภูมิภาคซับซาฮาราแอฟริกาตลอดทั้งปี ขณะเดียวกัน โครงสร้างพื้นฐานของเอไอจะต้องใช้ที่ดินมากกว่า 14,500 ตร.กม. ซึ่งพื้นที่ขนาดนี้ใหญ่กว่ากรุงเทพมหานครเกือบ 10 เท่า โดยที่ดินเหล่านี้ไม่ได้ถูกใช้เพื่อสร้างตัวอาคารดาต้าเซ็นเตอร์เพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมไปถึงพื้นที่สำหรับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เช่น โรงไฟฟ้า อ่างเก็บน้ำ และพื้นที่สำหรับการสกัดเชื้อเพลิงและแร่ธาตุที่จำเป็นในห่วงโซ่อุปทานของฮาร์ดแวร์ รายงานพบว่า การใช้งานเอไอในชีวิตประจำวันใช้พลังงานมากถึง 80-90% ของความต้องการทั้งหมด ซึ่งมากกว่าขั้นตอนการฝึกฝนที่เคยเชื่อกันว่าเป็นขั้นตอนที่ใช้พลังงานมากที่สุด เนื่องจากบริการเอไอยอดนิยมมีการประมวลผลคำสั่งจากผู้ใช้นับพันล้านครั้งต่อวัน ประเภทของงานที่มอบหมายให้เอไอ ก็ส่งผลต่อการใช้ทรัพยากรอย่างมีนัยสำคัญ การให้เอไอสร้างภาพเพียงภาพเดียวอาจใช้พลังงานมากกว่าการจำแนกข้อความปรกติถึง 1,000 เท่า ในขณะที่การสร้างวิดีโอสั้น ๆ อาจต้องการพลังงานมากกว่าเดิมถึง 200,000 เท่า เมื่อเทียบกับการทำงานพื้นฐาน อ่านต่อ: https://t.co/cIRGGBOjbR #กรุงเทพธุรกิจ #InsightForOpportunities #กรุงเทพธุรกิจSustain
See More
NKate365
retweeted
Thai PBS
@ThaiPBS
1 day ago
ทีมข่าว
#TheEXIT
แกะข้อมูลการจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายของ กทม.ใน 7 โครงการที่ถูกตรวจสอบ และเส้นทางตรวจสอบในระยะ 2 ปีที่ผ่านมา หลังพบตัวเลขราคาจัดซื้อสูงเกินจริง เมื่อเทียบกับราคาท้องตลาด และยังถูกตั้งข้อสังเกตเข้าข่ายล็อกสเปก และฮั้วประมูล
#ThaiPBS
#ข่าวค่ำ
See More
ThaiPBS's tweet video.
NKate365
retweeted
ทันโลกกับ Trader KP
@TraderKP_TH
1 day ago
#ข่าวใหญ่
ที่ยังไม่ถึงหูนักลงทุนไทย Tesla ได้ส่ง Cybercab หรือรถแท๊กซี่ไร้คนขับ แบบไม่มีพวงมาลัย ไม่มีแป้นเหยียบคันเร่ง กระจายตัวไปมากกว่า 100 คันใน Texas แล้ว พวกเขาจะปล่อยให้รถเหล่านี้ตากแดด ตากฝนเฉยๆ ไปเป็นเดือนๆ ? หรือแท้จริงแล้วกำลังเตรียมเซอร์ไพรส์ตลาด ด้วยการเปิดบริการเต็มรูปแบบเร้วๆนี้ ? [#ไม่อยากตกรถ เข้ากลุ่ม Tesla Investors Thailand กันได้เลย Tesla - https://t.co/4dL7WZT0C9 (Password = KPKP) ]
See More
NKate365
retweeted
THE STANDARD WEALTH
@Standard_Wealth
1 day ago
จากประชานิยมสู่ Perfect Storm เมื่อตลาดทุนไม่เคยปรานีใคร บทเรียนราคาแพงของ ‘อินโดนีเซีย’ ถึงไทย? จากดาวรุ่งตลาดเกิดใหม่ ดาวเด่นอาเซียน กำลังเผชิญภาวะ Perfect Storm เมื่อความเชื่อมั่นสั่นคลอน หุ้นร่วง 36% รูเปียห์อ่อนค่าสุดเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางความกังวลต่อนโยบายรัฐและวินัยการคลัง เกิดอะไรขึ้นกับอินโดนีเซีย? . . 📌 อ่านบทความฉบับเต็มต่อได้ที่: https://t.co/pY5jdhEFGB #TheStandardWealth
See More
NKate365
retweeted
THE STANDARD WEALTH
@Standard_Wealth
1 day ago
ไทยโตการใช้
#AI
เร็วเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากเกาหลีใต้ แต่ยังมีอีกกว่า 87.6% ที่ยังไม่เริ่มใช้ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย เปิดเผยในงาน Microsoft AI Tour Bangkok ว่า อัตราการนำ AI มาใช้อย่างจริงจังในกลุ่มวัยทำงานของไทยเพิ่มขึ้นจาก 9.1% ในครึ่งแรกของปี 2568 เป็น 12.4% ในไตรมาส 1/2569 หรือเติบโต 36.4% เทียบปีต่อปี ทำให้ไทยเป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตด้านการใช้ AI เร็วที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากเกาหลีใต้ ตัวเลขนี้มาจากรายงาน Global AI Diffusion และ Work Trend Index 2026 ของไมโครซอฟท์ ที่สำรวจการใช้ AI ใน 147 ประเทศทั่วโลก “โลกของเรากำลังนำ AI มาประยุกต์ใช้ในสเกลที่ใหญ่มาก” ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย และตลาดใหม่ ระบุพร้อมยกตัวอย่างว่า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ได้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านการรับเอา AI มาประยุกต์ใช้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เพราะ UAE ได้จัดตั้งกระทรวง AI ล่วงหน้าถึง 2 ปีก่อนหน้าที่จะเกิดกระแส Generative AI ขึ้น ทำให้พวกเขากลายเป็นผู้นำด้านการนำเทคโนโลยีมาใช้อย่างแท้จริง 🟠 โอกาสยังเปิดกว้าง 87.6% ของคนไทยยังไม่เริ่มใช้ AI แม้ภาพรวมอัตราการใช้ AI ของไทยที่ 12.4% จะยังตามหลังค่าเฉลี่ยโลกที่ 17.8% แต่เมื่อเจาะเฉพาะกลุ่ม Frontier Professional หรือผู้ใช้ AI ระดับสูง พบว่าไทยมีการใช้ AI สูงถึง 32% เทียบกับค่าเฉลี่ยโลกที่ 16% หรือมากกว่า 2 เท่า ขณะที่มิติด้านภาวะผู้นำ คนทำงานไทย 51% มองว่าผู้นำในองค์กรของตนมีวิสัยทัศน์ด้าน AI ที่ชัดเจน สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 26% ราว 2 เท่าเช่นกัน “วิสัยทัศน์ของผู้นำเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดความสำเร็จของ AI และตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าไทยอยู่ในทิศทางที่ถูกต้อง” อย่างไรก็ตาม ธนวัฒน์ระบุว่ายังมีประชากรอีกกว่า 87.6% ในไทยที่ยังไม่ได้เริ่มใช้ AI ทั้งกลุ่มคนทำงานในโรงงาน, เกษตรกร, แพทย์, พยาบาล, ครู และนักเรียน ซึ่งเป็นโอกาสที่ยังไม่ถูกใช้ เพราะระบบนิเวศไม่ได้มีแค่พนักงานในออฟฟิศ โดยตลาด AI ของไทยกำลังเปลี่ยนผ่านจากช่วง 'การทดลองใช้' ไปสู่ 'การสร้างความสำเร็จทางธุรกิจ' (Business Success) ขณะที่ความท้าทายหลักยังอยู่ที่เรื่องทักษะ และความน่าเชื่อถือกับความปลอดภัย อ่านต่อ: https://t.co/RCL3noFgKN ภาพ: ThongSam / Shutterstock
See More
NKate365
retweeted
THE STANDARD WEALTH
@Standard_Wealth
1 day ago
ไทยอาจเข้ายุคขาดดุลบัญชีเดินสะพัดในระยะยาว อาจฉุดเงินบาทอ่อนค่า KKP ย้ำนโยบายการเงิน-คลังต้องระมัดระวังมากขึ้น ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) เตือนไทยอาจขาดดุลบัญชีเดินสะพัดในระยะยาว จนอาจส่งผลต่อเสถียรภาพของประเทศ รวมไปถึงอาจทำให้เงินบาทอ่อนค่า พร้อมแนะว่า เพื่อรับมือกับโครงสร้างดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยที่กำลังเปลี่ยนไป การดำเนินนโยบายการเงิน-การคลังจะต้องระมัดระวังมากขึ้น “ในระยะต่อไป ไทยอาจจะไม่กลับไปเกินดุลบัญชีเดินสะพัดในระดับสูงๆ เช่น 3-4% ของ GDP เหมือนเดิมอีกต่อไป แต่อาจจะลงมาอยู่ในระดับทรงตัว (Flat) หรือขาดดุลเล็กน้อยแทน” ดร.พิพัฒน์กล่าวอีกว่า ในช่วงที่ไทยเกินดุลบัญชีเดินสะพัด ค่าเงินบาทมักเคลื่อนไหวในลักษณะ ‘แข็งค่าทางเดียว’ (One-way) อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ไทยขาดดุลบัญชีเดินสะพัด เช่น ในช่วงโควิด ค่าเงินบาทก็มักจะ ‘อ่อนค่า’ จากแนวโน้มเช่นนี้สะท้อนให้เห็นว่า ในภาพระยะยาว ดุลบัญชีเดินสะพัดมีผลต่อค่าเงินบาทค่อนข้างมาก แม้ดุลบัญชีเดินสะพัดอาจไม่ส่งผลกระทบต่อค่าเงินบาทแบบวันต่อวัน หรือเดือนต่อเดือน แต่กลับมีผลกระทบในระยะยาว โดยในวันที่ 9 มิถุนายนนี้ เงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 32.78 – 32.89 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐนับเป็นการอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 2 เดือน 📌อ่านบทความต่อได้ที่ลิงก์ในคอมเมนต์ #TheStandardWealth
See More
Last Seen Users on Sotwe
Najwa Salsabila
Seen from
Singapore
สาวแก่สายเหงา
Seen from
United States
la meilleure
Seen from
United States
HOKIHA HOKIHA
Seen from
Egypt
Kota
simple kto ma
Seen from
Thailand
Planeta do Futebol 🌎
Seen from
Brazil
Sevtap
Seen from
Turkey
ชอบสาวใหญ่โคราช
Seen from
Thailand
AarBear🐻✨
Trends for you
1
Doctor Who
Under 10K tweets
2
Jeremy Strong
Under 10K tweets
3
Inflation
Under 10K tweets
4
ActBlue
Under 10K tweets
5
Pokemon Center
Under 10K tweets
6
Crockett
Under 10K tweets
7
Fable
Under 10K tweets
8
Cardi B
Under 10K tweets
9
Rodon
Under 10K tweets
10
#Justice_For_SevEN
Under 10K tweets
Most Popular Users
1
Elon Musk
@elonmusk
240.2M followers
2
Barack Obama
@barackobama
119.3M followers
3
Donald J. Trump
@realdonaldtrump
111.6M followers
4
Cristiano Ronaldo
@cristiano
109.2M followers
5
Narendra Modi
@narendramodi
106.9M followers
6
Rihanna
@rihanna
97.3M followers
7
NASA
@nasa
92.1M followers
8
Justin Bieber
@justinbieber
90.6M followers
9
KATY PERRY
@katyperry
87M followers
10
Taylor Swift
@taylorswift13
80.8M followers
11
Lady Gaga
@ladygaga
72.3M followers
12
Kim Kardashian
@kimkardashian
69.4M followers
13
Virat Kohli
@imvkohli
68.7M followers
14
YouTube
@youtube
68.6M followers
15
Bill Gates
@billgates
63.5M followers
16
The Ellen Show
@theellenshow
62.5M followers
17
CNN
@cnn
61.9M followers
18
Neymar Jr
@neymarjr
61.3M followers
19
X
@x
60.9M followers
20
Selena Gomez
@selenagomez
60.1M followers
Olivia
Online
✨
⭐
💫