Lead ทีมในยุค AI ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีตัวแปรในการทำงานเพิ่มขึ้นมาอีกตัว เรียกได้ว่าทีม Lead จะต้องวางระบบและโครงสร้างองค์กรขึ้นมาใหม่ทั้งหมดให้สอดรับกับการมี AI เข้ามาช่วยงาน
โดยจะต้องให้ทีมงานทุกคนมีส่วนร่วมในการใช้ AI ขับเคลื่อนองค์กรไปพร้อม ๆ กัน เพราะการใช้งานแยกกันเป็นรายบุคคล ไม่สามารถขับเคลื่อนองค์กรให้กลายเป็น AI Organization ได้ แต่จะต้องปรับจากโครงสร้างโดยรวมทั้งองค์กร
ในงาน AI2: What Leaders Must Do Next เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 69 ณ SCBX NEXT STAGE @ SCBX NEXT TECH ชั้น 4 สยามพารากอน ที่ผ่านมา ได้มีประเด็นที่บรรยายโดย คุณธัญญพัฒน์ นิรุตติศาสน์ Chief of Staff, Rise ซึ่งกล่าวถึง “Shift” ที่ผู้บริหาร หรือ ทีม Lead ควรทำเพื่อเปลี่ยนผ่านจากองค์กรดั้งเดิม ไปสู่ องค์กรที่ขับเคลื่อนด้วย AI (AI Organization) โดยแบ่งออกเป็น 4 Shift ดังนี้
1. Mindset
From “Will AI Replace Me” To “How do I amplify myself with AI”
ต้องปรับ Mindset ของตัวเองและทีมงาน จากความคิดที่ว่า AI จะมาแทนที่ เปลี่ยนเป็น Mindset ที่ว่าจะนำ AI มาปรับใช้กับการทำงานของเราได้อย่างไร? AI ช่วยเพิ่มสกิลอะไรให้เราได้บ้าง?
เพราะ Mindset เหล่านี้จะช่วยเพิ่ม Productivity และดึง Potential ของเราออกมาได้ดียิ่งขึ้น
2. Leadership Skills
From “Vertical Organization Structure” to “AI Strategic Judgement”
คือการตัดสินใจในภาพใหญ่ขององค์กร โดยคำนึงถึง AI เป็นองค์ประกอบหลัก โดยผู้นำทีมจะต้องมีทักษะและความรู้ต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
• AI Literacy ต้องมีความรู้เรื่อง AI
• Business Acumen ทักษะทางด้านธุรกิจ
• Design Skills ทักษะในการออกแบบโครงสร้างองค์กร
3. Organization Structure
From “Large Team” to “Smaller Teams + AI Agents Per Manager”
จากเดิมที่การทำงานอาจจะต้องใช้ทีม Junior 4-5 คนต่อ Manager 1 คน แต่เมื่อมี AI Agents เข้ามาช่วย อาจปรับโครงสร้างทีมให้กลายเป็น 1 Manager + 2 Junior + 3 AI Agents เลยก็ได้
เท่ากับว่าสามารถลดจำนวนคนในทีมไปได้ประมาณ 3 คน โดยทีมงานที่ถูกตัดออกไปนี้ก็ยังสามารถ Shift ตัวเองเพื่อไป Reskill เพิ่มเติมในด้าน AI และเพิ่ม Value ให้กับตัวเองในองค์กรได้
4. Culture
From “Punishing Mistakes” to “Open Experiment Sandbox and System Recheck”
เปลี่ยนจากการมีบทลงโทษเมื่อคนในทีมทำงานผิดพลาดจากการใช้ AI เป็น Tools หลัก ก็ควรเลือกปรับองค์กรของตนให้กลายมาเป็น AI Sandbox เพื่อให้คนในทีมมีพื้นที่ Safe Zone สำหรับฝึกฝนและพัฒนาตัวเองไปพร้อม ๆ กับการใช้ AI
ตลอดจนเปิดพื้นที่ให้มีการแชร์ไอเดียการใช้ AI ระหว่างกัน เพื่อให้เกิดการพัฒนาและเปิดมุมมองใหม่ ๆ ร่วมกัน ซึ่งเมื่อมี Safe Space ร่วมกันในทีม จะทำให้การเรียนรู้เรื่อง AI กลายเป็นการเรียนรู้ที่ยั่งยืนและสนุกมากขึ้น ช่วยเปลี่ยน Mindset ของคนในทีมให้กลายเป็นคิดบวกกับการมี AI เข้ามาช่วยงาน
นอกจากประเด็นต่าง ๆ ที่กล่าวมาแล้ว ยังมีอีกประเด็นที่ผู้บริหาร หรือ ทีม Lead ต้องให้ความสำคัญ และตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้ เพื่อปรับองค์กรให้กลายเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างเต็มระบบ
1. ใครเป็นคนตัดสินใจว่าจะนำ AI เข้ามาใช้กับการทำงานในส่วนไหนบ้าง?
แบ่งงานจาก SOP (Standard Operating Procedure) ในองค์กร ว่างานไหนมีความเสี่ยง สูง กลาง ต่ำ และให้ AI เข้ามาช่วยในส่วนไหนได้บ้าง
2. เมื่อใช้ AI เข้ามาช่วยงานเรียบร้อยแล้ว ใครเป็นคนตรวจสอบผลงานที่ได้จาก AI?
เมื่อแบ่งงานที่จะให้ AI เข้ามาช่วยได้แล้ว ให้ Assign Owner ของงานนั้น ๆ เพื่อกำหนดบทบาทของผู้รับผิดชอบชิ้นงานจาก AI เพื่อให้มีคน Monitor งานนั้น ๆ อยู่ตลอด ซึ่งจะช่วยลดข้อผิดพลาดได้
3. หาก AI ทำงานออกมาไม่ตรงตามที่คาดหวัง มีวิธีจัดการกับมันยังไง ใครเป็นผู้ดูแล?
เมื่อมีผู้รับผิดชอบชิ้นงานต่าง ๆ แล้ว ก็จะสามารถปรับปรุงแก้ไขผลงานที่ได้จากการใช้ AI เข้ามาช่วย ให้ดีขึ้นได้
ทั้งหมดนี้ก็เป็น Shift ที่ผู้บริหาร หรือ ทีม Lead เริ่มทำได้ตั้งแต่วันนี้เพื่อปรับโครงสร้างองค์กรให้ Align ไปกับ AI ได้ทั้งระบบ
ขอบคุณข้อมูลจากงาน AI2: What Leaders Must Do Next by RISE and Harvard Business Impact หัวข้อ “Shift ที่ ทีม Lead ควร เพื่อปรับองค์กรในยุค AI“ โดย คุณธัญญพัฒน์ นิรุตติศาสน์ Chief of Staff, Rise
#SmarterBetterRicher #SCBXNextTech #FutureScape #SiamParagonSCBXNextTech #AI2WhatLeadersMustDoNext #RISE
WHAT’S NEXT?
It starts here.
ปลายเดือนพฤษภาคมนี้ SCBX NEXT TECH ปิดท้ายธีม PROUD TO BE, READY TO BECOME ด้วยกิจกรรมที่เปิดพื้นที่ให้ผู้คนได้แสดงตัวตน แลกเปลี่ยนมุมมอง พร้อมต่อยอดความคิดสู่อนาคตที่หลากหลายทั้งในโลกของ AI, Creativity, Community, Diversity และ Innovation ที่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและสังคมยุคใหม่
🔹 26 May - พิธีมอบรางวัล“เด็กไทยต้นแบบ”ในโครงการเด็กอวด(ทำ)ดี รุ่นที่ 3 (10.30 เป็นต้นไป)
พิธีเชิดชูเยาวชนต้นแบบที่สร้างแรงบันดาลใจผ่านความคิดสร้างสรรค์ การลงมือทำ และการมีส่วนร่วมเพื่อสังคม
🔹 27 May - AI Creator Night: Prompt to Premier (18.00 - 21.00)
AI Meetup ตรั้งที่ 2 สำหรับสายครีเอทีฟ คอนเทนต์ และการตลาด เรียนรู้การใช้ AI เพื่อยกระดับการสร้างผลงานจริง
🔹 28 May - SCBX AI Outlook 2026: The Age of Abundant Intelligence (13.00 เป็นต้นไป)
เวทีอัปเดตแนวโน้ม AI และผลกระทบต่อธุรกิจ อุตสาหกรรม และอนาคตการทำงาน ผ่านมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญด้าน AI, Data และ Innovation
🔹 29 May - งานแถลงข่าว NEXT Station: อนาคตกรุงเทพฯ (13.00 เป็นต้นไป)
พื้นที่ชวนตั้งคำถามถึงอนาคตเมือง ผ่านมุมมองของ policy, creative space และ public participation เพื่อขับเคลื่อน Active City ของทุกคน
🔹 30 May - 1 Jun - Bangkok Pride Forum 2026 (10.30 เป็นต้นไป)
เวทีเสวนาและกิจกรรมที่เปิดพื้นที่พูดคุยเรื่องความหลากหลาย ความเท่าเทียม สิทธิมนุษยชน และ community forum
🔹 3 Jun - “Lost In Your Eyes” Photo Book (13.00 เป็นต้นไป)
งานเปิดตัวหนังสือและวงพูดคุยโดย IMAN พร้อม special guest และบทสนทนาเกี่ยวกับวัฒนธรรมร่วมสมัย ศิลปะ และตัวตนในโลกปัจจุบัน
📍 จากการเข้าใจตัวตน สู่ความกล้าเพื่อก้าวไปข้างหน้า
ที่ SCBX NEXT TECH ชั้น 4 สยามพารากอน
ติดตามรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมผ่านทางเพจ SCBX Next Tech
#SCBXNEXTTECH #SiamParagon
WHAT’S NEXT?
It starts here.
พฤษภาคมนี้ SCBX NEXT TECH เดินหน้าต่อภายใต้ธีม PROUD TO BE, READY TO BECOME ชวนทุกคนภูมิใจในตัวตน ความคิด และสิ่งที่เชื่อ พร้อมเปิดพื้นที่ให้เรียนรู้ เติบโต และเชื่อมต่อกับอนาคตในรูปแบบของตัวเอง
ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งด้าน AI, Education, Diversity, Creativity และ Social Impact ที่สะท้อนโลกยุคใหม่ซึ่งเปิดกว้างมากขึ้นสำหรับทุกคน
🔹 11 May - AI[I] in Transform Solutions (12.00 - 17.00)
งานเสวนาครอบรอบ 20 ปั N2N พ้รอม workshop ด้าน AI สำหรับสายงานต่างๆในองค์กร
🔹 15–18 May - IDAHOBIT 2026: At the Heart of Democracy (11.00 เป็นต้นไป)
เสวนาและกิจกรรมเพื่อขับเคลื่อนความหลากหลาย ความเท่าเทียม และสิทธิของ LGBTQ+
🔹 20 May - AI2: What Leaders Must Do Next (13.30 - 17.00)
อัปเดตมุมมอง AI และการ Transform องค์กร ผ่านแนวคิดจาก Harvard Executive Education และผู้นำด้านนวัตกรรม
🔹 21 May - AI Future Ready by AiLearning x SCBX NEXTTECH (13.00 - 18.00)
Interactive Workshop สำหรับทดลองใช้ AI จริง ทั้งด้าน productivity, content creation และ AI website tools
🔹 22 May - NEXT TECH SOUNDSCAPE: Pride Month (10.00 เป็นต้นไป)
พื้นที่สำหรับ Young Voices ได้แสดงออกผ่านเสียงดนตรีและการแสดง ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความหลากหลายและการยอมรับ
🔹 23 May - Road Traffic Injury Pitching Challenge 2026 (10.00 เป็นต้นไป)
รอบ Final Pitching ของโครงการนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาอุบัติเหตุทางถนน เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ต่อยอดไอเดียสู่การใช้งานจริง
📍 จากการเข้าใจตัวตน สู่ความกล้าเพื่อก้าวไปข้างหน้า
ที่ SCBX NEXT TECH ชั้น 4 สยามพารากอน
ติดตามรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมผ่านทางเพจ SCBX Next Tech
#SCBXNEXTTECH #SiamParagon
การทำการตลาดเพื่อเอาชนะใจ Gen Z เป็นสิ่งที่แบรนด์ต้องให้ความสำคัญ เพราะ Gen Z กำลังก้าวเข้ามาเป็นผู้มีอิทธิพลในการตัดสินใจซื้อสินค้าของคนทุก Gen ไม่ใช่แค่การ “เลือกซื้อ” เพื่อตัวเอง แต่ Gen Z ยังเปรียบเสมือน Influenced Gen ที่ส่งผลต่อการ “เลือกของทุกคนในบ้าน” แบรนด์ที่ทำให้ Gen Z เชื่อใจและยอมเป็นลูกค้าได้ในระยะยาว จึงเป็นแบรนด์ที่ “ชนะ” ได้อย่างแท้จริง
ข้อมูลจากงาน “GEN Z TOP BRAND 2026: สุดยอดแบรนด์ครองใจ GEN Z” เมื่อวันที่ 8 เมษายน 69 ณ SCBX NEXT STAGE @SCBX NEXT TECH ชั้น 4 สยามพารากอน เผยให้เห็นว่า Gen Z ไม่เลือกแบรนด์ที่ราคา แต่เลือกแบรนด์ที่ Trust
จากการเก็บข้อมูลด้วย Social Listening และ Survey กว่า 3,000 ตัวอย่าง พบว่า Gen Z ไม่ได้อยู่ในโลกที่ข้อมูลขาด หรือตัวเลือกน้อย แต่อยู่ในโลกที่ “ข้อมูลล้น” และ “ตัวเลือกมากเกินไป” คีย์หลักที่แบรนด์ต้อง Crack เพื่อเอาชนะใจ Gen Z คือทำอย่างไรให้กลายเป็น “ผู้ถูกเลือก” ท่ามกลางคู่แข่งที่พร้อมจะขยับขึ้นแซงเราในทุกหน้า Feed
Gen Z ใช้เวลาอยู่กับหน้าจอมากกว่า 7 ชั่วโมง/วัน และใช้หลายแพลตฟอร์มพร้อมกัน ทั้งยังมีตัวเลือกใหม่อยู่ตลอด ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อในทุกวัน
#SmarterBetterRicher #SCBXNextTech #FutureScape #SiamParagonSCBXNextTech #GenZ #GENZTOPBRAND2026 #สุดยอดแบรนด์ครองใจGENZ