Home
Language
English
Türkçe
Bahasa Indonesia
About
Privacy Policy
Terms of Service
Pricing
Sign In
Download All
Share
SuraChet TIA
@SurachetTia
Joined December 2021
700
Following
27
Followers
118
Posts
SuraChet TIA
@SurachetTia
about 2 months ago
@LegacySiu
🇧🇷
SuraChet TIA
@SurachetTia
3 months ago
@kapookdotcom
ปลาในบ่อน่าจะหมดแล้ว.
SurachetTia
retweeted
Purich | FOREXMONDAY
@kun_purich
4 months ago
**🚨 สรุปแบบจัดเต็ม เจาะลึกทุกประเด็น! การแถลงข่าวและช่วงถาม-ตอบ ของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) 🇺🇸📉** แอดมินจัดทำสรุปแบบละเอียดพิเศษมาให้ตามคำเรียกร้องครับ เจาะลึกทุกตัวเลขและทุกคำตอบจากช่วง Q&A ที่นักลงทุนต้องรู้ โพสต์นี้ยาวหน่อย แต่อ่านจบแล้วเห็นภาพรวมเศรษฐกิจชัดเจนแน่นอนครับ! --- **📌 ส่วนที่ 1: สรุปถ้อยแถลงหลักของคณะกรรมการเฟด (Press Conference Statement)** * **มติอัตราดอกเบี้ย:** คณะกรรมการมีมติ **คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่กรอบเป้าหมาย 3.5% - 3.75%** หลังจากที่มีการลดดอกเบี้ยลงมาแล้ว 0.75% ในช่วงเดือนกันยายนถึงธันวาคมปีก่อน เพื่อให้อยู่ในระดับที่เป็นกลาง * **ภาพรวมเศรษฐกิจ (GDP):** เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงขยายตัวได้ในเกณฑ์ดี การใช้จ่ายของผู้บริโภคมีความยืดหยุ่น และการลงทุนของภาคธุรกิจยังขยายตัวต่อเนื่อง แม้ภาคอสังหาริมทรัพย์จะยังอ่อนแอก็ตาม โดยเฟดคาดการณ์ว่า **GDP จริงจะเติบโต 2.4% ในปีนี้ และ 2.3% ในปีหน้า** ซึ่งเป็นการปรับตัวเลขคาดการณ์สูงขึ้นกว่าช่วงเดือนธันวาคม * **ตลาดแรงงาน:** อัตราการว่างงานในเดือนกุมภาพันธ์อยู่ที่ 4.4% ซึ่งแทบไม่เปลี่ยนแปลงเลยตั้งแต่ช่วงปลายฤดูร้อนปีที่แล้ว การเพิ่มขึ้นของการจ้างงานอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของกำลังแรงงานที่ลดลง (จากการอพยพและการมีส่วนร่วมที่ลดลง) เฟดคาดว่าอัตราว่างงานจะอยู่ที่ 4.4% ในช่วงปลายปีนี้และจะค่อยๆ ลดลงหลังจากนั้น * **ตัวเลขเงินเฟ้อ (Inflation):** อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (Headline PCE) รวมอยู่ที่ 2.8% และเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core PCE) ที่ไม่รวมอาหารและพลังงาน อยู่ที่ 3.0% ตัวเลขที่ยังสูงอยู่นี้ **สะท้อนถึงเงินเฟ้อในหมวดสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นภาษีศุลกากร (Tariffs)** * **วิกฤตตะวันออกกลาง:** ความตึงเครียดส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น และทำให้การคาดการณ์เงินเฟ้อระยะสั้นปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม เฟดมองว่าผลกระทบที่แท้จริงต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง ทั้งในแง่ของขอบเขตและระยะเวลา เฟดคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อ (PCE) จะอยู่ที่ 2.7% ในปีนี้ และ 2.2% ในปีหน้า * **คาดการณ์ดอกเบี้ย (Dot Plot):** ค่ากลางของการคาดการณ์ประเมินว่าอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมจะอยู่ที่ **3.4% ในปลายปีนี้ และ 3.1% ในปลายปีหน้า** ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากคาดการณ์เดิมในเดือนธันวาคม --- **🎙 ส่วนที่ 2: เจาะลึกช่วงถาม-ตอบ (Q&A Session) แบบละเอียดยิบ** **1. ทิศทางอัตราดอกเบี้ย: จะลดหรือจะขึ้น?** * แม้ Dot plot ค่ากลางจะไม่เปลี่ยน แต่เริ่มมีกรรมการเฟดบางส่วน (ประมาณ 4-5 คน) ปรับลดจำนวนครั้งที่คาดว่าจะลดดอกเบี้ยลง เช่น จาก 2 ครั้งเหลือ 1 ครั้ง * ประธานเฟดย้ำว่า **จะพิจารณาลดดอกเบี้ยก็ต่อเมื่อเห็นความคืบหน้าว่าเงินเฟ้อ (โดยเฉพาะในหมวดสินค้าที่โดนผลกระทบจากภาษี) ลดลงจริงๆ** หากเศรษฐกิจไม่เป็นไปตามคาด ก็จะไม่มีการลดอัตราดอกเบี้ย * นอกจากนี้ ยังมีการหารือกันในที่ประชุมถึง **ความเป็นไปได้ที่การปรับเปลี่ยนดอกเบี้ยครั้งต่อไปอาจเป็นการ "ขึ้นดอกเบี้ย"** แม้กรรมการส่วนใหญ่จะไม่ได้มองว่านี่เป็นกรณีหลัก (Base case) ก็ตาม **2. ผลกระทบจาก "ภาษีศุลกากร (Tariffs)" จะจบลงเมื่อไหร่?** * นักข่าวถามว่าเฟดแน่ใจได้อย่างไรว่าผลกระทบนี้จะเกิดขึ้นแค่ครั้งเดียว? ประธานเฟดตอบว่า ในทางทฤษฎี การขึ้นภาษีคือการปรับฐานราคาขึ้นเพียงครั้งเดียว (One-time price increase) ไม่ใช่เงินเฟ้อที่ราคาสินค้าต้องแพงขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี * อย่างไรก็ตาม เฟดประเมินว่า **ต้องใช้เวลาถึง 8-11 เดือนกว่าผลกระทบของการขึ้นภาษีจะส่งผ่านไปทั่วทั้งระบบเศรษฐกิจจนจบกระบวนการ** * เฟดระบุว่า อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานปัจจุบันอยู่ที่ราวๆ 3% ซึ่งสัดส่วนมากถึง 0.5% - 0.75% เป็นผลมาจากภาษีศุลกากร ดังนั้นเฟดจึงต้องรอให้ปัญหาตรงนี้คลี่คลายก่อน จึงจะมั่นใจได้ว่าเงินเฟ้อกำลังลดลง **3. ผลกระทบของ "ราคาน้ำมันและดีเซล" ต่อเศรษฐกิจ** * ราคาน้ำมันเบนซินพุ่งขึ้นเกือบ 1 ดอลลาร์ต่อแกลลอนแล้ว ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้ภาคครัวเรือนอย่างมาก * เมื่อถูกถามเรื่อง **ราคาน้ำมันดีเซลที่พุ่งสูงขึ้น** เฟดแสดงความกังวล เพราะดีเซลเป็นต้นทุนหลักในการขนส่งอาหารและสินค้าต่างๆ ซึ่งอาจรั่วไหลเข้าไปกดดันตัวเลขเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation) ได้ * ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจะส่งผลกดดันให้คนลดการใช้จ่ายและการจ้างงานลดลง แม้สหรัฐฯ จะเป็นผู้ผลิตน้ำมันและอาจได้ประโยชน์จากการขุดเจาะเพิ่ม แต่บริษัทน้ำมันก็ต้องรอให้ราคาพุ่งสูงอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานก่อนจึงจะลงทุนเพิ่ม ดังนั้นผลกระทบสุทธิในระยะนี้คือเศรษฐกิจและการใช้จ่ายจะชะลอตัวลง **4. ตัวเลขจ้างงานเดือน ก.พ. ติดลบ น่าเป็นห่วงแค่ไหน?** * มีนักข่าวถามถึงตัวเลขจ้างงานที่ติดลบถึง 92,000 ตำแหน่งในเดือนกุมภาพันธ์ ประธานเฟดอธิบายว่า หากดูให้ดี ตัวเลขที่หายไปประมาณ 80,000 ตำแหน่งเกิดจากปัจจัยชั่วคราว คือ **สภาพอากาศที่ย่ำแย่และการประท้วงหยุดงาน (Strike)** * อย่างไรก็ตาม เฟดชี้ว่าภาพรวมการสร้างงานสุทธิในภาคเอกชนตอนนี้ "แทบจะเป็นศูนย์" ซึ่งมันสอดคล้องกับสภาวะที่กำลังแรงงานของสหรัฐฯ แทบไม่มีการเติบโตเลย เฟดมองว่าตลาดแรงงานปัจจุบันมีความเสี่ยงที่จะชะลอตัวลง (Downside risk) **5. เฟดปฏิเสธคำว่า Stagflation (เศรษฐกิจชะลอตัวแต่เงินเฟ้อสูง)** * มีนักข่าวถามถึงความกังวลเรื่อง Stagflation เฟดตอบกลับอย่างหนักแน่นว่า **สถานการณ์ตอนนี้ไม่เรียกว่า Stagflation** * ประธานเฟดให้เหตุผลว่า คำนี้ควรสงวนไว้ใช้กับวิกฤตแบบยุค 1970s ที่อัตราว่างงานพุ่งเป็นเลขสองหลักควบคู่กับเงินเฟ้อที่สูงปรี๊ดจนดัชนีความยากจนพุ่งสูง แต่ในปัจจุบัน อัตราว่างงานของสหรัฐฯ ยังอยู่ใกล้เคียงระดับปกติ และเงินเฟ้อก็สูงกว่าเป้าหมาย 2% ไปเพียงแค่ 1% เท่านั้น สิ่งที่เฟดเผชิญอยู่เป็นเพียง "ความตึงเครียด" ในการรักษาสมดุลระหว่างเป้าหมายเงินเฟ้อและการจ้างงาน **6. เทคโนโลยี AI และ Data Center จะช่วยลดหรือเพิ่มเงินเฟ้อ?** * มีการพูดถึงการเพิ่มผลผลิต (Productivity) ที่อาจช่วยให้เศรษฐกิจเติบโต เฟดระบุว่าผลผลิตที่สูงขึ้นในช่วง 4-5 ปีมานี้ เกิดจากการที่ประชาชนปรับตัวในช่วงโควิด ไม่ใช่เกิดจาก Generative AI * ในประเด็นเรื่อง AI เฟดเตือนว่า **ในระยะสั้น การเร่งสร้าง Data Center ในทุกพื้นที่กลับส่งผลให้เงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น** เพราะมีความต้องการใช้ทรัพยากร สินค้า และบริการอย่างหนักเพื่อก่อสร้าง ซึ่งอาจทำให้ทิศทางดอกเบี้ยที่เป็นกลาง (Neutral rate) ขยับสูงขึ้นด้วย ส่วนในระยะยาว AI จะช่วยลดเงินเฟ้อได้หรือไม่ ยังเป็นเรื่องที่ต้องรอดูระหว่างฝั่งอุปสงค์และอุปทาน **7. สถานะวาระการดำรงตำแหน่งของประธานเฟด** * ประธานเฟดยืนยันว่า หากผู้สืบทอดตำแหน่งยังไม่ได้รับการยืนยันจากสภาภายในวันที่ 15 พฤษภาคม **เขาจะทำหน้าที่รักษาการประธานเฟด (Chair Pro Tem) ต่อไปตามที่กฎหมายระบุ** * นอกจากนี้ เขายืนยันว่าจะไม่ลาออกจากการเป็นคณะกรรมการในขณะที่การสอบสวนยังดำเนินอยู่ โดยจะรอจนกว่ากระบวนการจะเสร็จสิ้นด้วยความโปร่งใส --- **บทสรุป:** เฟดกำลังเผชิญกับความท้าทายที่ยากลำบากในการรักษาสมดุล เพราะฝั่ง "เงินเฟ้อ" มีความเสี่ยงที่จะพุ่งขึ้นจากภาษีและราคาน้ำมัน ในขณะที่ฝั่ง "ตลาดแรงงาน" ก็มีความเสี่ยงที่จะชะลอตัวลง นโยบายหลังจากนี้จึงไม่ได้ถูกกำหนดไว้ตายตัว แต่จะพิจารณาจากข้อมูลเศรษฐกิจในการประชุมครั้งต่อๆ ไปเป็นหลัก นักลงทุนอ่านแบบละเอียดแล้ว มีความเห็นอย่างไรกับสถานการณ์เศรษฐกิจและดอกเบี้ยแบบนี้บ้างครับ? คอมเมนต์แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้เลย! 👇💬 ช่วยแชร์เป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ 🙏
See More
SuraChet TIA
@SurachetTia
5 months ago
ONDO Learn to Earn https://t.co/y6lTmyv2Hm
Who to follow
Bomb Bananas
@BananasBomb
Akilesh Vaga
@akileshvaga
21Rates
@21RatesHQ
Helping you make better decisions with your Bitcoin | Tune into the @DailyStackHQ M-F at 12:30 ET
SuraChet TIA
@SurachetTia
6 months ago
@CAOZAR
เรื่องจริงจ้า. ได้กันทั้งบ้าน. ภจท.สต.
SuraChet TIA
@SurachetTia
6 months ago
@Thairath_News
ตอนใกล้จะตาย. สงบเสงี่ยมเจียมตาย. 👣🖕🍌🤬
Last Seen Users on Sotwe
Freaky KEKE 🤑💰🫡
Seen from
United States
🎀₊‧°🔞darling✧˚₊‧🎀
Seen from
United States
Rahatlahadi
Seen from
Turkey
Roshni sri
Seen from
India
白白
IhTakutSerem
Seen from
Indonesia
holedestroyer
Seen from
Indonesia
hot Sana Islamabad
Seen from
Pakistan
Murat
Seen from
Turkey
Putra Colmek
Seen from
Indonesia
Trends for you
1
LeBron
Under 10K tweets
2
Knicks
Under 10K tweets
3
Tony Romo
Under 10K tweets
4
Cleveland
Under 10K tweets
5
Opus 5
Under 10K tweets
6
East
Under 10K tweets
7
Kobe
Under 10K tweets
8
Warriors
Under 10K tweets
9
Reacher
Under 10K tweets
10
Dean Wade
Under 10K tweets
Most Popular Users
1
Elon Musk
@elonmusk
241M followers
2
Barack Obama
@barackobama
119.2M followers
3
Cristiano Ronaldo
@cristiano
112M followers
4
Donald J. Trump
@realdonaldtrump
111.8M followers
5
Narendra Modi
@narendramodi
107.1M followers
6
Rihanna
@rihanna
98M followers
7
NASA
@nasa
92.2M followers
8
Justin Bieber
@justinbieber
91.2M followers
9
KATY PERRY
@katyperry
88.5M followers
10
Taylor Swift
@taylorswift13
82.3M followers
11
Lady Gaga
@ladygaga
73.8M followers
12
Virat Kohli
@imvkohli
71.1M followers
13
Kim Kardashian
@kimkardashian
70.2M followers
14
YouTube
@youtube
68.7M followers
15
Bill Gates
@billgates
64.3M followers
16
Neymar Jr
@neymarjr
64M followers
17
The Ellen Show
@theellenshow
62.4M followers
18
CNN
@cnn
61.8M followers
19
Selena Gomez
@selenagomez
61.5M followers
20
X
@x
60.8M followers
Olivia
Online
✨
⭐
💫