จริงอยู่ค่ะที่ว่า การสนับสนุนประชาธิปไตยไม่เท่ากับการสนับสนุนการล่วงละเมิดทางเพศ แต่ไม่ควรจะยก statement เรื่องนี้มาลดทอนความรุนแรงกับประเด็นที่เกิดขึ้นในเรื่องของกลุ่มแกนนำนักปกป้องสิทธิว่าเป็นปัญหาส่วนบุคคลนะคะ
เพราะประชาธิปไตยเป็นส่วนหนึ่งที่อยู่ภายใต้ร่มเงาของสิทธิมนุษยชน เฉกเช่นเดียวกับสิทธิในเนื้อตัวร่างกายที่ย่อมได้รับความคุ้มครองเช่นกันค่ะ
และท้ายที่สุด ในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนข้อ 7 ซึ่งถือเป็นเอกสารทางการระหว่างประเทศฉบับแรกเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน ได้ว่าไว้ดังนี้ค่ะ
"All are equal before the law and are entitled, without any discrimination, to equal protection of the law"
ทุกคนเสมอภาคกันตามกฎหมายและมีสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองของกฎหมายเท่าเที่ยมกัน โดยปราศจากการเลือกปฏิบัติใด ทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองเท่าเทียมกันจากการเลือกปฏิบัติใด อันเป็นการล่วงละเมิดปฏิญญานี้ และจากการยุยงให้มีการเลือกปฏิบัติดังกล่าว
หลักการดังกล่าว ได้มาเป็นหลักการพื้นฐานในตราสารสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศหลัก ๆ ที่ใช้บังคับทั่วโลก โดยเฉพาะตัว ICCPR หรือกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางการเมืองและพลเมือง ซึ่งทำให้เห็นได้ว่าทุกคนต้องได้รับการยอมรับว่าเป็นมนุษย์เสมอเหมือนเท่ากัน และความคุ้มครองทางกฎหมายเท่าเทียมกัน โดยปราศจากการเลือกปฏิบัติใด ทั้งมาตรการคุ้มครองและลงโทษค่ะ
เพราะฉะนั้น เราคงไม่อาจมองเรื่องที่เกิดขึ้นว่าเป็นเรื่องธรรมดา เป็นปัญหาที่ไม่ควรซุกใต้พรมได้ เพื่อที่จะได้เป็นการแก้ไขปัญหาและคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย รวมถึงสิทธิในด้านอื่น ๆ ด้วยค่ะ
และเพื่อป้องกันการเหมารวมว่านักปกป้องสิทธิหรือวัฒนธรรมองค์กรนักปกป้องสิทธิมีลักษณะเป็นแบบนั้นต่อไปค่ะ
ทั้งนี้ เพื่อประชาชนทุกคนจะได้มีพื้นที่ในการเรียกร้องสิทธิของตน รวมถึงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนจะได้มีพื้นที่ต่อสู้ได้อย่างปลอดภัยต่อไปค่ะ