Home
Language
English
Türkçe
Bahasa Indonesia
About
Privacy Policy
Terms of Service
Pricing
Sign In
Download All
Share
•ᴗ• 🧸 🍑K͒ᑌᘉᘉᑌYටටKᑌ︎🥨˙ᴥ˙
@byHisui
✨❄️ของดีมันต้องมี จารีวิวสิ่งที่รักสิ่งที่ชอบไปเรื่อยๆ💋IG: kunnuyooku 👑•ᴗ•ᙏ̤̫
Joined October 2011
511
Following
44
Followers
6K
Posts
Pinned Tweet
•ᴗ• 🧸 🍑K͒ᑌᘉᘉᑌYටටKᑌ︎🥨˙ᴥ˙
@byHisui
over 5 years ago
🌼Wiggle Wiggle 🌼
@CrocsThailand
#wigglewiggle
#crocsthailand
#สายแฟ
#สายฟริ๊ง
#ชะนีฟรุ้งฟริ้ง
#รักสวยรักงามตามวิถีชะนี
#ไว้ขายของห้ามรีวิวโว้ยย
#ของมันต้องมีie
byHisui
retweeted
naxker🟢I สติกเกอร์ไลน์พร้อมส่ง🫧✨
@naxker_
23 days ago
🪄 Special Promotion 💗🌸 จนถึงวันที่ 7 July 26 💭🌷 50Ⓒ︎ — 18฿ 70Ⓒ︎ — 30฿ 85Ⓒ︎ — 34฿ 100Ⓒ︎ — 36฿ 120Ⓒ︎ — 44฿ 150Ⓒ︎ — 54฿ เมโลดี้ 85© — 34฿ 🎧✨ 📍 รี + แคปส่งก่อนสั่งซื้อ = ราคาโปร - ไม่รับเติมเหรียญ ❌
#สติกเกอร์ไลน์
#สติกเกอร์ไลน์ราคาถูก #สติ๊กเกอร์ไลน์ #ธีมไลน์ราคาถูก #เมโลดี้ไลน์ #อิโมจิไลน์ #ปาทู #แอพพรีเมี่ยม
See More
byHisui
retweeted
มะอ้าค รับหิ้ว
@onyournnsm
29 days ago
ขออนุญาตแจ้งปรับค่าส่งในไทยค่ะ🙇🏻♀️ เนื่องด้วยขนส่งมีการปรับขึ้นค่าส่ง +3 บาท/ชิ้น ตั้งแต่วันที่ 16/4 และทางร้านได้ตรึงราคาไว้ให้ที่ 35 บาทมาอย่างต่อเนื่อง แต่เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนค่าส่งรวมถึงค่ากล่องและค่าบับเบิ้ลที่สูงขึ้น ทางร้านต้องขอปรับเพิ่มค่าส่งเป็นเริ่มต้นที่ 40 บาท สำหรับออเดอร์ตั้งแต่วันที่ 1/7 ค่ะ ขออภัยในความไม่สะดวกและขอบคุณที่เข้าใจนะคะ #nnsmupdate
See More
byHisui
retweeted
Vorachat
@vorachatMD
26 days ago
อาการเป็นตะคริวบ่อย ตากระตุก เวียนหัว ความจำแย่ลง สับสน ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ค่าไตเพิ่ม ท้องผูกเรื้อรัง หรือแม้แต่เป็น stroke ซ้ำๆในบางเคส อาการพวกนี้อาจจะดีขึ้นได้ด้วยการดื่มน้ำ (25-30ml/kg/day) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้สูงอายุ ดื่มน้ำเปล่านะคะ ไม่ใช่น้ำหวาน 😅
See More
vorachatMD's tweet video.
Who to follow
ลดน้ำหนักด้วยจ้า🪸🌷
@wxrpx
★𓈒onmerlee
@onmerleee
◜◡◝ mark&jaehyun&jungkookk&jeno&sehun 🌱 If i sent you an ugllyyyyy pic of myself would it still make you smile🐯 upperroom #reviewxbebutter #drawingxbebutter
J
@happyeverydayjj
🎀
byHisui
retweeted
environman
@environmanth
26 days ago
◉ NATUREHUG: ออกเดินทางเรียนรู้ตัวเอง เรียนรู้ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมสามารถสร้างแรงบันดาลใจ ความรู้สึกมหัศจรรย์ และหล่อหลอมสมองให้กับทุกคน . หยุดยาวใกล้เข้ามาแล้ว หลายคนวางแผนเที่ยวสถานที่ใหม่ ๆ แต่การออกไปเที่ยวที่เราไม่เคยไปไม่ได้เป็นแค่การหลีกหนีจากชีวิตประจำวัน แต่งานวิจัยทางจิตวิทยาเผยให้เห็นว่าสามารถส่งผลกระทบทางจิตใจได้อย่างลึกซึ้งและยั่งยืน โดยเฉพาะสมองที่กำลังพัฒนาของวัยรุ่นผ่านประสบการณ์หนึ่ง… . [ จิตวิทยาแห่งความประหลาดใจของธรรมชาติ ] ในทางจิตวิทยามีคำหนึ่งที่เรียกกันว่า ‘AWE’ มันคืออารมณ์ที่ซับซ้อนและอัศจรรย์จนสามารถเปลี่ยนแปลงวิธีคิด ความรู้สึก และการรับรู้โลกของเราได้ โดยเฉพาะเมื่อพบกับบางสิ่งที่กว้างใหญ่ สวยงาม หรือน่าทึ่ง . ไม่ว่าจะเป็นความยิ่งใหญ่ของเทือกเขา ความเขียวขจีของต้นไม้ หรือความซับซ้อนของเมือง งานวิจัยชี้ให้เห็นว่าความรู้สึก AWE นี้เชื่อมโยงกับความคิดที่ยืดหยุ่นขึ้นและสุขภาพจิตดีขึ้น . “สิ่งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับวัยรุ่น ซึ่งสมองของพวกเขายังคงสร้างการเชื่อมต่อทางประสาทที่จะหล่อหลอมบุคลิกภาพและพฤติกรรมในวัยผู้ใหญ่ของพวกเขา” ดร. Jessica Koehler นักจิตวิทยาการศึกษากล่าวผ่าน Psychology Today . ประสบการณ์ใหม่ ๆ จากธรรมชาติเป็นพื้นฐานที่ยอดเยี่ยมสำหรับการพัฒนาทางความคิดของวัยรุ่น ทั้งในด้านการปรับตัวระหว่างการเดินทาง การแก้ปัญหา ความอดทน และความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งที่ลดความเห็นแก่ตัวพร้อมกับเพิ่มความเห็นอกเห็นใจ . ประสบการณ์ในการเดินทาง ‘บังคับ’ ให้คนคนนั้นต้องคิดนอกกรอบ งานวิจัยชี้ให้เห็นว่าวัยรุ่นที่เดินทางมักจะพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และเปิดกว้างต่อแนวคิดใหม่ ๆ เนื่องจากการเดินทางไปเจอสิ่งใหม่ ๆ จะช่วยขยายกรอบความคิดของพวกเขา . [ ทริคเล็ก ๆ ในการเริ่มต้นเดินทาง] (จำไว้ ไม่จำเป็นต้องใช้เงินเยอะ) . เริ่มต้นด้วยทริปเล็ก ๆ - การเดินทางท่องเที่ยวไม่จำเป็นต้องหมายถึงจองตั๋วไปต่างประเทศ 2 อาทิตย์ที่อีกฝากโลกหนึ่ง แต่สามารถเดินป่าในวันเดียว ออกต่างจังหวัดสุดสัปดาห์ หรือสำรวจเมืองใกล้เคียงก็ให้ผลดีคล้ายกัน . สอดแทรกการเรียนรู้ - วางแผนเน้นไปที่ความสนใจของเราเองโดยเน้นประสบการณ์ที่จะได้รับอาจจะจากกิจกรรมหรือวัฒนธรรมที่จะได้เรียนรู้ . “ดังที่ Danny Kaye ได้กล่าวไว้อย่างชาญฉลาดว่า “การเดินทางคือการเดินทางสู่ภายในตนเอง” คำคมนี้สะท้อนให้เห็นถึงจุดประสงค์ที่ลึกซึ้งกว่าของการเดินทางได้อย่างงดงาม ทุกการเดินทาง ไม่ว่าจะใกล้หรือไกล ล้วนเป็นการสำรวจจิตใจและศักยภาพของเราเอง” ดร. Koehler บอก . ที่มา Keltner, D., & Haidt, J. (2003). Approaching awe, a moral, spiritual, and aesthetic emotion. Cognition and Emotion, 17(2), 297–314. https://t.co/GMj7TNGA49 The Transcendent Power of Travel, Psychology Today
See More
byHisui
retweeted
maym00d🎈DM ไม่ขึ้น
@maym00d
26 days ago
เจริญกรุง
byHisui
retweeted
คิดมาก
@kidmakk
27 days ago
ชอบประโยคนี้ July = (JU) Just (L) Love (Y) Yourself. กรกฎาคม คือ เดือนแห่งการรักตัวเอง เดือนก่อน ๆ เราอาจเคยใส่ใจว่าคนอื่นคิดยังไง กังวลว่าจะทำไม่ถูกใจใคร กลัวว่า ใครจะไม่ชอบเรา กรกฎาคม คือ เวลาแห่งการวางความรู้สึกแบบนั้นลง แล้วเลือกที่จะปล่อยวางความรู้สึกของคนอื่น และรักตัวเองให้มากขึ้น
See More
byHisui
retweeted
กรุงเทพธุรกิจ
@ktnewsonline
26 days ago
ขั้นกว่าของหมดไฟคือหมดใจกับงาน ภาวะ Career Futility ระบาด คนทำงานเริ่มรู้สึกว่าทุ่มเทไปก็ไม่ได้ดี จาก Burnout สู่ Career Futility เมื่อความเหนื่อยไม่ใช่ปัญหาเดียวของวัยทำงานอีกต่อไป แต่สิ่งที่น่ากังวลกว่า คือ การที่พนักงานเริ่มไม่เชื่อแล้วว่า ความพยายามของตัวเองจะพาไปสู่อนาคตที่ดีขึ้น ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของ AI โครงสร้างองค์กรที่แบนลง และเส้นทางเติบโตในอาชีพที่ยิ่งนับวันยิ่งเลือนราง นักจิตวิทยาองค์กร อธิบายว่า ภาวะดังกล่าวถูกเรียกว่า Career Futility หรือความรู้สึกว่า "เส้นทางอาชีพกำลังไร้ความหมาย" เป็นแนวโน้มใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นในหลายองค์กรทั่วโลก ซึ่งกำลังถูกมองว่าเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของโลกการทำงานในปี 2026 Career Futility ไม่ได้หมายถึงการไม่ชอบงาน ขาดความทะเยอทะยาน หรือขี้เกียจทำงาน และก็ไม่ใช่ Burnout ตามความหมายเดิม แต่ภาวะนี้หมายถึง ความรู้สึกที่พนักงานเริ่มเชื่อว่า ต่อให้ทำงานหนักแค่ไหน ผลลัพธ์ที่ได้รับก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างที่เคยคาดหวัง ความพยายามของพวกเขาดูเหมือนไม่ได้แปรเปลี่ยนเป็นความก้าวหน้า โอกาส หรือผลตอบแทนที่เหมาะสมอีกต่อไป และความรู้สึกเชิงลบนี้มันก็ค่อย ๆ ก่อตัวทับถมในใจ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ปัญหานี้ผู้นำอาจแก้ไขได้ด้วย การทำให้พนักงานรู้สึกว่าตนเองมีอำนาจในการกำหนดอนาคตของตัวเอง และควรอธิบายบทบาทของ AI อย่างตรงไปตรงมาว่า องค์กรนำสิ่งนี้เข้ามาเพื่อเสริมการตัดสินใจของมนุษย์มากกว่าจะทดแทนทั้งหมด การเปิดโอกาสให้พนักงานเรียนรู้ทักษะใหม่ การยอมรับผลงานที่มีคุณค่า และการสื่อสารถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างโปร่งใส ก็จะล้วนช่วยลดความรู้สึกหมดหวังหรือสิ้นหวังในงานได้ อ่านต่อ: https://t.co/H6wPHpwj3x #กรุงเทพธุรกิจ #InsightForOpportunities #กรุงเทพธุรกิจWorklife
See More
byHisui
retweeted
ออฟฟิศ 0.4
@Office04TH
26 days ago
รายงาน Future of Jobs Report โดย World Economic Forum ระบุว่า ภายในปี 2030 ทักษะหลักในการทำงานจะเปลี่ยนไปถึง 39% โดยทักษะที่ตลาดต้องการมากที่สุดคือ Creativit Adaptability และ Resilience หลายองค์กรพูดเสมอว่าอยากได้พนักงานที่มีทักษะเหล่านี้ และอยากให้ทีมกล้าทดลองสิ่งใหม่ ๆ แต่สัญญาณที่ผู้บริหารส่งออกมากลับตรงกันข้าม เช่น ต้องทำแผนธุรกิจอย่างละเอียด ทั้งที่ยังไม่ได้เริ่มทดลองไอเดียเลยด้วยซ้ำ ต้องมีแผนการประจำปีแบบทีละสเต็ปอย่างชัดเจน ต้องผ่านการอนุมัติหลายขั้นตอนกว่าจะขยับปรับเปลี่ยนอะไรได้สักอย่าง ผลลัพธ์คือ พนักงานเริ่มคิดเยอะ ลังเล และต้องคอยขออนุญาตตลอดเวลา เพราะในมุมของพนักงาน การระมัดระวังตัวและไม่ทำอะไรเสี่ยง ๆ กลายเป็นทางเลือกที่ฉลาดที่สุด เพราะหากทำพลาดแล้วมีบทบาทลงโทษหรือผลกระทบตามมา พวกเขาจะเรียนรู้ทันทีว่าอย่าพลาดดีกว่า และเลือกที่จะทำตามวิธีเดิม ๆ เพื่อให้ผ่าน KPI ไปวัน ๆ เราเลยเอา 4 แนวทางสำหรับผู้นำ เพื่อเปลี่ยนให้ทีมกล้าเสี่ยงและโตไปข้างหน้ามากขึ้นมาฝากกัน 1. โฟกัสที่กระบวนการเรียนรู้ ไม่ใช่แค่แผนที่สมบูรณ์แบบ ในสถานการณ์ที่ทางข้างหน้ายังไม่ชัดเจน การเค้นให้ทีมทำแผนที่สมบูรณ์แบบ จะบีบให้สร้างความมั่นใจแบบปลอม ๆ ขึ้นมา เราควรเปลี่ยนมาถามว่า เราต้องเรียนรู้อะไรเป็นสิ่งแรก และวิธีไหนที่จะเรียนรู้ได้เร็วที่สุด ? จากนั้นเริ่มทดลองจากจุดเล็ก ๆ) เพราะการทดลองเล็ก ๆ ที่ล้มเหลวยังช่วยให้เราได้ข้อมูลเพื่อเดินหน้าต่อ แต่แผนใหญ่โตที่ตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ผิดพลาด อาจทำให้บริษัทเสียเงินมหาศาล 2. เปลี่ยนเกณฑ์ในการให้รางวัลหรือคำชม ถ้าองค์กรชื่นชมเฉพาะงานที่ประสบความสำเร็จ พนักงานจะไม่ยอมทดลองอะไรเลยจนกว่าจะแน่ใจว่ามันจะชนะ ผู้นำต้องหันมาชื่นชมและให้คุณค่ากับทีมที่มีความสามารถในการปรับตัว กล้าทดลอง และนำสิ่งที่ค้นพบมาปรับปรุงการทำงานจริงด้วย 3. ผู้นำต้องเลิกแสดงออกว่า "รู้ไปหมดทุกเรื่อง" ถ้าผู้นำแสดงออกแต่ความมั่นใจ 100% ตลอดเวลา ลูกน้องจะเรียนรู้ว่า ความไม่แน่นอนหรือความผิดพลาดเป็นสิ่งต้องห้ามและต้องปกปิด ผู้นำที่เก่งควรเปิดเผยให้ทีมเห็นว่า ตัวเองก็กำลังทดลอง กำลังปรับเปลี่ยน หรือยอมรับตรง ๆ เมื่อทำพลาด เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัย ให้ทีมเห็นว่าการลองผิดลองถูกก็เป็นเรื่องปกติเหมือนกัน 4. เปลี่ยนปฏิกิริยาเมื่อมีสิ่งผิดพลาด เมื่อมีอะไรพัง ทุกคนในทีมจะจับตาดูว่า ผู้นำจะตอบสนองด้วยความอยากรู้ หรือการลงโทษ ผู้นำควรชวนคุยด้วยความใส่ใจว่า เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงเกิด เราได้เรียนรู้อะไร และจะปรับปรุงอย่างไร โดยทำให้การทบทวนนี้เป็นกิจวัตรประจำสัปดาห์ ไม่ใช่ทำเฉพาะตอนที่งานพังเท่านั้น ดังนั้น หากทีมของคุณกำลังลังเล ปัญหาอาจไม่ใช่เรื่องของความสามารถหรือการไม่อยากเปลี่ยน แต่เป็นเพราะระบบขององค์กร กำลังสอนให้พวกเขาเห็นว่า การอยู่เฉย ๆ คือการเซฟตัวเองทางหนึ่ง ที่ควรทำมากกว่าที่จะทดลอง เรียนรู้ เพื่อที่จะเปลี่ยนแปลง.. อ้างอิง : Why your smartest people stop taking risks at work (and how to reverse it)
See More
byHisui
retweeted
naxker🟢I สติกเกอร์ไลน์พร้อมส่ง🫧✨
@naxker_
about 2 months ago
Promotion 6.6 🤲🏻💕 ตั้งแต่ 6-13 มิถุนายน 69 50© — 18฿ 70© — 30฿ 100© — 36฿ 150© — 54฿ เมโลดี้ 85© — 34฿ 🎧✨ 🍅 รี + แคปส่งก่อนสั่งซื้อ = ราคาโปร - ไม่รับเติมเหรียญ ❌
#สติกเกอร์ไลน์
#สติกเกอร์ไลน์ราคาถูก
#สติ๊กเกอร์ไลน์
#ธีมไลน์ราคาถูก
#เมโลดี้ไลน์
#อิโมจิไลน์
See More
byHisui
retweeted
ออฟฟิศ 0.4
@Office04TH
2 months ago
THE LIFE LECTURE หนังสือที่ถูกเขียนจากประสบการณ์ชีวิตของ อ.นภดล ร่มโพธิ ซึ่งเป็นอาจารย์ประจำที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และยังเป็น Podcastor ที่ผลิตผลงานออกมาอย่างต่อเนื่องทางช่อง Nopadol’s Story และยังมีงานเขียนมากมาย ออฟฟิศ 0.4 ได้มีโอกาสอ่านหนังสือเล่มนี้จบแล้ว ซึ่งพบว่ามีประโยชน์กับคนทำงานที่กำลังตั้งคำถามต่อการจัดการชีวิตในหลาย ๆ มิติ ทั้งเรื่อง งาน เงิน และความสัมพันธ์ ซึ่งนับเป็นพาร์ทสำคัญของหนังสือเล่มนี้ที่ถูกแบ่งเอาไว้ให้เราได้เลือกอ่านกันตามใจชอบแบบไม่ต้องเรียงบทก็ได้ โจทย์ของ THE LIFE LECTURE ที่มีชื่อภาษาไทยว่า ถ้าชีวิตนี้เลือกเรียนได้แค่วิชาเดียว..เราจะเลือกวิชาอะไร ดูเป็นคำถามที่ตอบยาก แต่ออฟฟิศ 0.4 ขอตอบเป็นบทที่คิดว่าน่ารัก เรียบง่าย และได้ผล เหมาะกับคนทำงานในยุคนี้ นั่นคือบท “ปลูกต้น PAMLS ในวันหยุด” ซึ่งวิชาปลูกต้นปาล์ม ในวันหยุด คือ การแนะนำให้คนทำงานประจำแบบพวกเราลองใช้วันหยุดเป็นผู้ประกอบการทำธุรกิจเล็ก ๆ เพื่อให้สามารถเลี้ยงดูเราได้ในอนาคต ซึ่งการปลูกต้นปาล์มที่ว่านี้ไม่ใช่ต้นปาล์มจริง ๆ นะ แต่เป็นหลักคิดที่ อ.นภดล อยากมาแชร์ให้เราลองไปหาดู แล้วหลักคิดแบบต้นปาล์มมีอะไรบ้างไปดูกัน P : Passion (ทำสิ่งที่เราหลงใหลกับมัน) A: Ability (ทำสิ่งที่เราถนัดและมีความสามารถกับสิ่งนั้น) L: Low Investment (เริ่มจากต้นทุนที่น้อยก่อนได้) M: Money (สิ่งนั้นต้องสร้างรายได้) S: Scalability (สิ่งนั้นสามารถขยายออกไปได้) ลองนำหลักคิดการปลูกต้นปาล์มต้นนี้ ไปสำรวจในชีวิตกันดูว่าเราพอจะมีสิ่งไหนที่เริ่มทำได้บ้าง เพื่อให้ต้นปาล์มเหล่านี้ สามารถที่จะเติบโตและช่วยเลี้ยงดูเราได้มากยิ่งขึ้นในยุคที่เศรษฐกิจและการทำงานไม่ได้มั่นคงเหมือนในอดีตอีกต่อไปแล้ว ยังมีบทเรียนที่น่าสนใจจากหนังสือ THE LIFE LECTURE ถ้าใครชื่นชอบเนื้อหาแนวนี้ก็อย่าลืมไปหาซื้อกันได้นะ #THELIFELECTURE #WELEARN
See More
byHisui
retweeted
TOOTSYREVIEW
@tootsyreview
2 months ago
วันลา คือ “สิทธิ์” ไม่ใช่ “ความเมตตา”: เปลี่ยนมุมมองการบริหาร เมื่อพนักงานลาบ่อยแต่ไม่เกินโควตา มุมมองผ่าน
#หมอริท
ในโลกการทำงานยุคเก่า เรามักคุ้นชินกับภาพจำของ “พนักงานดีเด่น” ที่ต้องมาทำงานทุกวัน ไม่เคยขาด ลา มาสาย และมองว่าคนที่ใช้สิทธิ์ลาพักร้อนจนหมด หรือลากิจบ่อยๆ เป็นคนขี้เกียจ ไม่ทุ่มเทให้กับองค์กร ทว่าในโลกยุคปัจจุบันที่ขับเคลื่อนด้วยคนรุ่นใหม่ มุมมองนี้กำลังถูกท้าทายอย่างรุนแรง ดังเช่นประเด็นที่ หมอริท เดอะสตาร์ ได้สะท้อนมุมมองในฐานะผู้บริหารไว้อย่างน่าสนใจว่า: "ถ้าพนักงานลาบ่อยแต่อยู่ในสิทธิ์? ก็เป็นสิทธิ์ของเขา เรื่องเวลาวันลา ต้องเคารพกติกาและสวัสดิการของเขา เพราะคือสิ่งที่เราเซตมาให้เขา สิ่งที่เขาจะได้รับจากการทำงาน วันลาก็ควรได้ลา วันหยุดก็ควรได้หยุด เขามีสิบวันต้องใช้ เขาควรได้ใช้สิบวันที่จะต้องใช้" ข้อความสั้นๆ นี้ซ่อนปรัชญาการบริหารงานที่เฉียบคมและเท่าทันยุคสมัยอยู่ 3 ประเด็นหลักๆ ที่องค์กรยุคใหม่ควรนำไปขบคิด: 1. วันลาคือ "ส่วนหนึ่งของค่าจ้าง" ไม่ใช่ของรางวัลที่ต้องอ้อนวอน หลายองค์กรมักมองว่าการอนุมัติวันลาคือความเมตตาของหัวหน้างาน แต่ในความเป็นจริง “วันลาพักร้อนและสวัสดิการต่างๆ คือสิ่งที่มีมูลค่าในสัญญาจ้างตั้งแต่ต้น” พนักงานแลกแรงงาน สมอง และเวลา เพื่อให้ได้มาซึ่งเงินเดือนและสิทธิ์ในการหยุดพักผ่อน ดังนั้น การที่พนักงานใช้สิทธิ์ลาตามที่ตกลงกันไว้ จึงไม่ใช่เรื่องของการไร้ความรับผิดชอบ แต่เป็นการใช้สิทธิ์อันชอบธรรมที่พวกเขาควรได้รับ 2. เคารพกติกา สร้างความเชื่อใจ (Trust) ในองค์กร ระบบการทำงานที่ดีต้องขับเคลื่อนด้วย “กติกาที่เป็นสากล” ไม่ใช่ “ความพึงพอใจส่วนตัว” ของผู้บริหาร หากองค์กรเซตระบบไว้ว่าพนักงานมีวันลา 10 วันต่อปี เมื่อพนักงานปฏิบัติตามกติกานั้น อนุมัติการลาล่วงหน้า และจัดการงานในส่วนของตนเองเรียบร้อย องค์กรก็ต้องเคารพกติกานั้นเช่นกัน การไปจับตาดูว่า “ทำไมคนนี้ลาบ่อยจัง” ทั้งที่ยังอยู่ในโควตา มีแต่จะทำลายความเชื่องใจ (Trust) และสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวง 3. ประสิทธิภาพวัดที่ "ผลงาน" ไม่ใช่ "เวลาที่นั่งอยู่บนเก้าอี้" ผู้นำยุคใหม่ต้องก้าวข้ามการวัดผลแบบ Presenteeism หรือการมองว่าพนักงานที่นั่งติดเก้าอี้ตลอดเวลาคือคนเก่ง สิ่งสำคัญคือ "ผลลัพธ์ของงาน (Output)" หากพนักงานคนหนึ่งสามารถส่งมอบงานได้ตามเป้าหมาย มีคุณภาพยอดเยี่ยม แต่อาศัยสิทธิ์ลาพักร้อนไปชาร์จแบตเตอรี่ให้ตัวเองบ่อยๆ นั่นแปลว่าเขามีทักษะการบริหารเวลาที่ดีเยี่ยม ในทางกลับกัน คนที่มาทำงานทุกวันแต่ผลงานย่ำแย่ อาจสร้างผลเสียให้องค์กรมากกว่าด้วยซ้ำ "สุขภาพจิตของพนักงาน คือความยั่งยืนขององค์กร" การที่ผู้บริหารเปิดใจกว้างและเคารพสิทธิ์ในวันหยุดของพนักงาน ไม่เพียงแต่จะช่วยลดอัตราการลาออก (Turnover Rate) เท่านั้น แต่ยังช่วยป้องกันภาวะหมดไฟ (Burnout Syndrome) ซึ่งเป็นศัตรูตัวร้ายของความคิดสร้างสรรค์ในยุคนี้ สุดท้ายแล้ว "วันลาก็ควรได้ลา วันหยุดก็ควรได้หยุด" เพราะพนักงานที่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ มีชีวิตส่วนตัวที่สมดุล (Work-Life Balance) จะกลับมาทำงานด้วยพลังงานที่เต็มเปี่ยม และพร้อมที่จะขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้าอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมอย่างแน่นอน #ตุ๊ดส์review ====== FACEBOOK POST : https://t.co/VVW1AUAQv7 ====== ฝากช่องทางต่างๆของบอย ตุ๊ดส์review : https://t.co/04tJb8zcas https://t.co/C7HFAS0Gby https://t.co/qfcSflewGd https://t.co/VTDOnL69tr https://t.co/ic0gyGSKnI https://t.co/Nj7VfQMcT4 https://t.co/vJ6PcERUHa
See More
byHisui
retweeted
Ktaya l BBKK
@InterviewHer
3 months ago
กทม.ปีงบประมาณ 2568 ยุคผู้ว่าฯ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” รายรับสูงกว่าประมาณ ส่วนรายจ่ายต่ำกว่าประมาณการ ดุลการใช้จ่ายมีรายรับสูงกว่ารายจ่าย 5,395.56 ล้านบาท
#ชัชชาติ
byHisui
retweeted
ออฟฟิศ 0.4
@Office04TH
5 months ago
ปัญหาคลาสสิคของการประชุมคือ วาระที่แท้จริงคืออะไร จะจบกี่โมง และผลสรุปอันว่างเปล่า จนคนทำงานต้องหอบเอางานที่ต้องทำในเวลางานไปทำที่บ้านต่อ Rebecca Hinds จึงได้เขียนเทคนิคการประชุมออกมาเป็นหนังสือที่ชื่อว่า “Your Best Meeting Ever: Seven Principles for Designing Meetings That Get Things Done" ซะเลย ซึ่งออฟฟิศ 0.4 ขอนำบางหลักการของเนื้อหามาแชร์ให้คนทำงานได้เอาไปปรับใช้กัน 1. เทคนิค Pause & Purpose - ก่อนจะจองห้องหรือสร้าง Link รบกวนทุกคนหยุดคิดสักนิด อย่าปล่อยให้ความชินนำพาเราไปสู่การประชุมที่จริง ๆ แล้วส่งอีเมลเอาก็ได้ - ถ้าประเด็นยังไม่ชัวร์ ก็ให้ยกเลิกนัดนั้นไปก่อน คนอื่นจะได้เอาเวลาไปทำงานต่อ 2. ใช้ Framework Pause-Consider-Act - ควรพิจารณาว่าใครบ้างที่เป็น Key Person จริงๆ คือ..ไม่ต้องลากมาทั้งแผนกแบบเอาอุ่นใจ เน้นเอาคนที่มาแล้วตัดสินใจได้เลย - ต่อมาคือการทำด้วยการวางโครงสร้างการคุยให้ชัดเจน มี Agenda ที่ผ่านการคิดมาแล้ว ไม่ใช่มาด้นสดหน้างาน เพราะนั่นคือการขโมยเวลาของเพื่อนร่วมงาน (อ่ะฮือ..โดนใจ) 3. ออกจากห้องต้องมี Output - การประชุมที่ดีไม่ใช่การมาบ่นปัญหา แต่คือการมาหา Next Step ด้วยกัน - ทุกครั้งที่จบการประชุม เราต้องได้คำตอบว่า ใคร-ทำอะไร-เสร็จเมื่อไหร่ แต่ถ้ายังตอบไม่ได้ แปลว่าเรายังไม่ได้ Move Forward กับการประชุมเลย 4. อย่าลืมใส่ใจเรื่อง "Mindset" ในการคุย - แยกให้ชัดว่านัดนี้มาเพื่อระดมสมอง หรือเคาะเลือก อย่าเอามาปนกัน เพราะมันจะทำให้การสนทนามันสะเปะสะปะจนหลุดโฟกัสได้ ดังนั้น สิ่งที่ Rebecca Hinds อยากจะฝากไว้นอกจากหนังสือที่เธอเขียนแล้ว ก็คือการประชุมที่ดีคือการออกแบบไม่ใช่แค่การนัดหมาย เธอหวังว่าหวังว่าเราจะร่วมกันสร้าง Culture การทำงานที่ทรงประสิทธิภาพแบบที่ดีไปด้วยกันได้ โดยเริ่มจากการบริหารเวลาร่วมกันในการประชุม.. อ้างอิง : - Your Best Meeting Ever: Seven Principles for Designing Meetings That Get Things Done - How to design meetings that move things forward (not waste your time) #ออฟฟิศศูนย์จุดสี่ #ประชุม
See More
byHisui
retweeted
มันเวิร์กแมะ
@jjdoesitwork
5 months ago
โทนอัพ clearnose คือผิวสวยมากกกกก คือหน้ามันเงาใสอะ 5555555 เนื้อไม่เหมือนโทนอัพเกา โทนอัพญป. เนื้อโปร่งกว่าแบบเกลี่ยแล้วเนียนกลืนหายเข้าผิวไปเลย เหมือนหน้าเราสว่างขึ้นเฉยๆ ขาวสุขภาพดี ไม่ตะโกนมาก สาย makeup no makeup คือควรมาก หลักสิบงบนักเรียนดีมากกก
byHisui
retweeted
🐼🐻 I & Me 🐻🐼
@TeddyKung
5 months ago
ขอบคุณ CJ More ที่ให้โอกาสผู้สูงวัยได้ทำงานค่ะ ได้ฝึกสมอง ได้เคลื่อนไหว และไม่เหงาด้วย ดีมากๆเลยค่ะ เท่าที่เห็น มี Amazon ด้วย ชื่นชมทุกหน่วยงานที่ให้โอกาสค่ะ
byHisui
retweeted
ออฟฟิศ 0.4
@Office04TH
5 months ago
คุณกำลังมองหางานที่ต่ำกว่าความสามารถที่เราเคยทำมาเพื่ออยากลดทอนความเครียดและความกดดัน เพื่อเอาเวลาหลังจากนั้นไปทำงานที่เราชอบอยู่หรือเปล่า ถ้าใช่! คุณอาจกำลังอยู่ในเทรนด์หางานที่ต่ำกว่าศักยภาพของเรา หรือที่เรียกว่า Shrekking Jobs อยู่ก็ได้นะ 🫣 แล้ว Shrekking Jobs มันคืออะไรเกี่ยวกับตัวการ์ตูนหน้าเขียวตรงไหน ออฟฟิศ 0.4 จะอธิบายให้ฟัง.. - คำว่า "ชเร็คกิ้ง (Shrekking)" คือศัพท์โซเชียลที่ใช้อธิบายการเดทกับคนที่คุณไม่ได้รู้สึกดึงดูดใจจริง ๆ แต่หวังว่าเขาจะดูแลคุณดีเป็นการตอบแทน แบบที่เจ้าหญิงฟีโอน่ากับชเร็คก็ลงเอยกัน ทีนี้พอเปลี่ยนบริบทเอามาใช้กับโลกการทำงาน มันก็เหมือนกับว่าเราลดสเป็กการทำงานลง เพื่ออยากได้ส่วนต่าง เช่น เวลาที่มากขึ้น หรือความเครียดที่น้อยลงนั่นเอง - ถ้าให้เปรียบเทียบให้เห็นภาพคือ บางคนเลือกทำงานราชการ แม้เริ่มต้นเงินเดือนจะน้อย แต่พวกเขาแฮปปี้ เพราะมีระบบเวลาที่แน่นอน และงานไม่ได้ตึงเครียดเท่าเอกชนมาก แถมโอกาสเสี่ยงตกงานยังต่ำอีก ซึ่งเพื่อนๆ ของออฟฟิศ 0.4 ที่เลือกทางนี้ก็มีเยอะนะ ก็แล้วแต่เงื่อนไขและความพึงพอใจของชีวิตแต่ละคน - ข้อมูลจาก World Economic Forum ชี้ว่า เกือบครึ่งหนึ่งของคนทำงานบอกว่างานปัจจุบันของพวกเขาไม่ได้อยู่บนเส้นทางสู่อาชีพในฝันด้วยซ้ำ โดยเฉพาะ Gen Z ที่มักจะไม่สนใจตำแหน่งงานที่ดูเท่ ๆ และไม่ยอมแบกรับภาระงานเพิ่มโดยที่ไม่ได้ค่าตอบแทนเพิ่ม พวกเขาเลือกอาชีพที่ "เครียดน้อย" และเก็บแพสชั่นกับความทะเยอทะยานไว้ใช้หลังเลิกงานแทนดีกว่า - แต่ทุกสิ่งที่เราเลือกก็เหมือนเหรียญที่มีสองด้านเสมอ เพราะการที่เราเลือกงานที่สวนทางกับความสามารถที่แท้จริง นั่นเท่ากับว่าคู่แข่งก็จะเยอะขึ้น และโอกาสที่จะถูกระบบเททิ้งเมื่อเกินความจำเป็นก็มากขึ้นเหมือนกัน - แถมการทำงานที่ต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง อาจทำให้เรารู้สึกสบายในช่วงแรก แต่ระยะยาวในเชิงจิตวิทยา อาจทำให้เราเกิดความรู้สึกลดคุณค่าความสามารถที่แท้จริงอยู่ก็ได้ จนเป็นลูปที่ทำให้เกิดภาวะ Rust Out หรือการไม่ได้ใช้ความสามารถที่แท้จริงมาใช้กับงาน และยังไม่มีแรงจูงใจในการพัฒนาตัวเองต่อด้วยนั่นเอง - หากใครที่กำลังชั่งใจที่จะเลือกทางแบบ Shrekking Jobs อยู่ก็ต้องลองพิจารณาด้วยการคุยกับตัวเองไปพร้อมกับต้นทุนที่มีและโอกาสที่จะเสียไปด้วยเช่นกัน 💼 อ้างอิง : ‘Shrekking’ at work: The problem with taking jobs that are ‘beneath you’ #ออฟฟิศศูนย์จุดสี่
See More
byHisui
retweeted
คูมฟ้า
@fah_mmtm
6 months ago
หลักฐานซื้อเสียงเยอะขนาดนี้ ที่ชนะมาเพราะซื้อเสียง ก็ถือว่าคุ้มอยู่ พวกที่ซื้อสิทธิ์ขายเสียง ถ้าโควิดกลับมาระบาด ภาคใต้ ต่างจังหวัดน้ำท่วม กัญชาเสรีลูกหลานติดขึ้นมา ก็รับกรรมไปนะ ขอให้นึกถึงวันที่รับเงินมันมา แล้วเสนอหน้าไปเลือกตั้งมันมาเป็นนายกแล้วกัน โง่นัก
#เลือกตั้ง69
See More
byHisui
retweeted
บอล ธนวัฒน์ วงค์ไชย
@tanawatofficial
6 months ago
ช่วยกันส่งเสียงถึง กกต.
#นับใหม่ทั้งประเทศ
ไฟดับ ไม่ให้ดูนับคะแนน ห้ามถ่ายคลิป เอาถุงดำคลุมกล้องวงจรปิด นับคะแนนผิด บัตรเขย่ง ล้วนแล้วทำให้ผลเลือกตั้งมีข้อกังขา นับใหม่ทั้งประเทศ เพื่อให้ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย ดีที่สุดครับ
#เลือกตั้ง69
#เลือกตั้ง2569
See More
byHisui
retweeted
Red Skull
@RedSkullxxx
6 months ago
อ่อ!! อบรมมาแล้ว กปน. เจอของจริงหลังตีบัตรเสียมั่ว จนต้องไล่ไปเช็กคู่มือเลือกตั้ง .
#กกต
#โกงเลือกตั้ง69
#จับตาผลเลือกตั้ง
#เลือกตั้ง69
RedSkullxxx's tweet video.
byHisui
retweeted
Sirote Klampaiboon
@sirotek
6 months ago
ภูมิใจไทยชนะพิสดาร ขอนแก่นเขต 11 บัตรดีมี 74,696 ใบ แต่ผู้ชนะพรรคภูมิใจไทยได้คะแนน 97,904 มากกว่าบัตรดี 25,000 คะแนน
Last Seen Users on Sotwe
BR Return
Ali abbasipk
Seen from
Pakistan
مح
موسڪوャ¹🖤
Seen from
United Kingdom
Cyprus Nastybitch
عراقي
Seen from
Switzerland
Genç 27
Seen from
Netherlands
Boy hot 🔥🔥
Seen from
Turkey
مجنون
➡➡ Porn Sex video xxx xnxx gay lesbian india a
Trends for you
1
Fauci
Under 10K tweets
2
Grammys
Under 10K tweets
3
Good Wednesday
Under 10K tweets
4
Save America Act
Under 10K tweets
5
Grayson Waller
Under 10K tweets
6
Hannity
Under 10K tweets
7
Weights
Under 10K tweets
8
Hump Day
Under 10K tweets
9
Spider-Man
Under 10K tweets
10
#AskTOP
Under 10K tweets
Most Popular Users
1
Elon Musk
@elonmusk
241.1M followers
2
Barack Obama
@barackobama
119.1M followers
3
Cristiano Ronaldo
@cristiano
112.3M followers
4
Donald J. Trump
@realdonaldtrump
111.8M followers
5
Narendra Modi
@narendramodi
107.1M followers
6
Rihanna
@rihanna
98.1M followers
7
NASA
@nasa
92.2M followers
8
Justin Bieber
@justinbieber
91.3M followers
9
KATY PERRY
@katyperry
88.6M followers
10
Taylor Swift
@taylorswift13
82.5M followers
11
Lady Gaga
@ladygaga
74M followers
12
Virat Kohli
@imvkohli
71.4M followers
13
Kim Kardashian
@kimkardashian
70.2M followers
14
YouTube
@youtube
68.7M followers
15
Bill Gates
@billgates
64.4M followers
16
Neymar Jr
@neymarjr
64.3M followers
17
The Ellen Show
@theellenshow
62.4M followers
18
CNN
@cnn
61.8M followers
19
Selena Gomez
@selenagomez
61.7M followers
20
X
@x
60.8M followers
Olivia
Online
✨
⭐
💫