Home
Language
English
Türkçe
Bahasa Indonesia
About
Privacy Policy
Terms of Service
Pricing
Sign In
Download All
Share
darrr
@da_darrrr
people has chapter they don’t read out loud
Thailand
Joined May 2011
214
Following
179
Followers
45.8K
Posts
da_darrrr
retweeted
Sopon Supamangmee
@sopons
about 1 month ago
“ถ้าเข้าใจเรื่องนี้เร็วสักหน่อย หลายๆ อย่างในชีวิตคงเบากว่านี้” . ผมคิดในใจระหว่างนั่งอ่านตอนจบของหนังสือ “Every Time I Find the Meaning of Life, They Change It” ของ แดเนียล ไคลน์ (Daniel Klein) . (ซึ่งเป็นหนังสือที่ชอบมากที่สุดเล่มหนึ่งของปีนี้เลย หวังจริงๆ ว่าจะมี สนพ. ซื้อต้นฉบับมาแปลนะ) . สิ่งที่ทำให้รู้สึกแบบนั้นคือตอนจบของหนังสือไคลน์ได้อธิบายถึงหลักการของ “Be Here Now” หรือ การมีสติอยู่กับปัจจุบัน ซึ่งโดยคอนเซ็ปต์มันไม่ได้ใหม่หรอก . คำอธิบายของไคลน์ต่างหากที่ทำให้ผมตาสว่างว่าทำไมการทำเรื่องนี้ถึงเป็นสิ่งที่ท้าทาย ปัจจุบันอยู่ตรงหน้าเราแท้ๆ แต่ใจเรากลับไปอยู่ที่อื่น ซึ่งเขาอธิบายว่านั่นอาจเป็นเพราะส่วนลึกของเราไม่อยากอยู่ตรงนี้ตั้งแต่แรก . มาร์คัส ออเรลิอุส (Marcus Aurelius) จักรพรรดิโรมันและนักปรัชญาสายสโตอิก เคยเขียนเตือนตัวเองไว้ใน Meditations ว่า “ให้ทำทุกการกระทำในชีวิต ราวกับว่ามันคือการกระทำครั้งสุดท้ายของชีวิต” ประโยคนี้ฟังดูคุ้นหู เพราะนักปรัชญาและนักคิดทางศาสนาพูดเรื่องเดียวกันนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่ามาตั้งแต่ครั้งโบราณ จงอยู่กับปัจจุบัน จงมีสติอยู่เสมอ จงใช้ชีวิตอยู่ในขณะนี้ (ศาสนาพุทธก็ได้ยินบ่อยๆ เรื่องการมีสติ) . เฮนรี เดวิด ธอโร (Henry David Thoreau) นักเขียนและนักคิดชื่อดังเขียนไว้ในบันทึกของเขาทำนองเดียวกันว่า . “เราต้องใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบัน โถมตัวลงบนคลื่นทุกลูกที่ผ่านเข้ามา และค้นหานิรันดร์ในทุกขณะ มีแต่คนโง่เท่านั้นที่ยืนอยู่บนเกาะแห่งโอกาสของตัวเอง แล้วเหม่อมองไปยังแผ่นดินอื่น ทั้งที่ไม่มีแผ่นดินอื่น และไม่มีชีวิตอื่นนอกจากชีวิตนี้” . เพราะฉะนั้นถ้าเรื่องนี้ทำกันง่ายๆ คงไม่มีใครต้องพร่ำบอกซ้ำกันขนาดนี้ . ไคลน์เลยตั้งคำถามว่า เมื่อปัจจุบันก็อยู่ตรงหน้าเราตรงนี้และมันก็เป็นปัจจุบันในวินาทีนี้จริงๆ แล้วปัญหามันอยู่ตรงไหน ทำไมการอยู่กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าถึงกลายเป็นเรื่องยากเย็นนักสำหรับมนุษย์ . คำตอบแรกคือ ใจของเราล่องลอยออกจากปัจจุบันได้หลายทิศทาง บางคนล่องลอยออกไปเพราะอยากได้อะไรที่ดีกว่าสิ่งที่มีอยู่ตรงนี้ บางคนล่องลอยไปกับคำถามว่าแล้วต่อไปคืออะไร บางคนมองทั้งชีวิตเป็นเพียงการเตรียมตัวไปสู่อย่างอื่นอย่างไม่รู้จบ ตั้งแต่เตรียมทำอาหารมื้อเย็น เตรียมตัวสอบ ไปจนถึงเตรียมพร้อมสำหรับชีวิตหลังความตาย ส่วนคนที่อยู่อีกขั้วหนึ่งคือคนที่จมอยู่กับอดีต ไม่ว่าจะด้วยความคิดถึงวันวานหรือความเสียดายในสิ่งที่พลาดไป . รากของอาการล่องลอยนี้มาจากความสามารถสองอย่างที่ทำให้เราเป็นมนุษย์ นั่นคือจินตนาการและความทรงจำ เราจินตนาการได้เสมอว่าชีวิตน่าจะเป็นอย่างอื่นที่ต่างจากที่เป็นอยู่ และมองเห็นทางเลือกอื่นได้ตลอดเวลา ขณะเดียวกันเราก็จดจำได้ว่าเมื่อก่อนชีวิตเป็นอย่างไร แล้วเอามาครุ่นคิดวนไปวนมา . ทั้งสองอย่างนี้คือสิ่งล่อใจที่คนส่วนใหญ่ต้านทานได้ยาก . เหตุผลถัดมาที่ไคลน์พูดถึงคือเรื่องการวางแผนครับ . เขาสังเกตว่ามนุษย์มักทบทวนแผนของตัวเองซ้ำไปซ้ำมาเหมือนเพลงที่เปิดวนอยู่ในหัวไม่รู้จบ หลายคนชอบทำรายการสิ่งที่ตั้งใจจะทำให้สำเร็จในแต่ละวัน และบางคนถึงกับบอกว่าความสุขจากการได้ขีดฆ่างานออกจากรายการนั้น มากกว่าความสุขจากการได้ลงมือทำมันจริงๆ เสียอีก . (ใครที่ติดทำ to-do list น่าจะแอบรู้สึกตรงนี้อยู่บ้าง) . ลองสังเกตตัวเองดูก็ได้นะครับ บ่อยครั้งที่เราทำอะไรสักอย่างไป ใจกลับไม่ได้อยู่กับสิ่งที่ทำ แต่แอบดีใจล่วงหน้ากับการได้ทำเครื่องหมายว่าเสร็จแล้ว เราจึงเร่งทำให้จบเพื่อจะได้ขยับไปสู่ช่องถัดไป ทั้งที่ชีวิตจริงเกิดขึ้นในช่วงที่เรากำลังลงมือทำ แต่เรากลับให้ค่ากับเครื่องหมายถูกที่ขีดลงไปมากกว่าตัวงานเอง . แต่ยังไม่หมดครับ ไคลน์เชื่อว่ายังมีเหตุผลที่ลึกลงไปกว่านั้นอีก เพราะสงสัยว่าการได้อยู่กับปัจจุบันอย่างเต็มที่มีบางอย่างที่ทำให้เรากลัวอยู่ลึกๆ . เหตุผลข้อหนึ่งคือ เราใช้ชีวิตอยู่ด้วยความหวาดกลัวว่าจะต้องผิดหวังในชีวิตของตัวเอง . เรื่องนี้สำคัญมาก . เพราะนั่นหมายความว่าลึกๆ แล้วเรารู้โดยสัญชาตญาณว่าชีวิตในขณะนี้คือชีวิตที่จริงที่สุด ไม่มีอะไรจริงไปกว่าตอนนี้ได้อีกแล้ว คำถามที่น่ากลัวจึงตามมาว่า ถ้าเราหยุดแล้วโฟกัสตั้งสติอยู่กับปัจจุบันอย่างเต็มที่ แล้วพบว่ามันบกพร่องทางใดทางหนึ่งอย่างน่าใจหาย พบว่ามันน่าเบื่อ หรือแย่กว่านั้นคือมันลำบากยากเย็น ไม่ยุติธรรม และเจ็บปวด เราจะทำอย่างไรละ? . คำถามที่ว่า “It’s that all there is?” หรือ “ชีวิตมีเท่านี้เองหรือ” คือคำถามที่เราไม่อยากเผชิญ และเพื่อหลบเลี่ยงความผิดหวังนี้ เราจึงชิงลงมือก่อนด้วยการพาใจออกไปจากปัจจุบันโดยอัตโนมัติ เราเปลี่ยนความสนใจไปยังอนาคต ย้อนกลับไปยังอดีต หรือหนีเข้าไปในชีวิตที่เราจินตนาการขึ้นแบบอื่น เพื่อจะได้ไม่ต้องเจอคำตัดสินว่าชีวิตตรงหน้านี้ดีพอแล้วหรือยัง . เหตุผลข้อสุดท้ายที่ทำให้เราถอยห่างจากปัจจุบันคือ การอยู่กับมันอย่างเต็มที่ทำให้เรารับรู้ถึงความตายของตัวเอง เมื่อเราจมดิ่งอยู่กับขณะนี้จริงๆ เราจะรู้สึกได้ถึงเวลาที่เดินหน้าไปโดยไม่มีวันหยุด . ลองนึกถึงช่วงเวลาแห่งความสุขที่เกิดขึ้นแวบหนึ่ง ฝูงนกที่บินผ่านเหนือศีรษะ ท่อนเพลงที่ถูกบรรเลงออกมาอย่างงดงาม หรือรอยยิ้มของคนแปลกหน้าที่เดินสวนกันไป . ช่วงเวลาเหล่านี้สั้นและผ่านไปอย่างรวดเร็ว และความสั้นนั่นเองที่เป็นส่วนหนึ่งของความเข้มข้นของมัน แต่ในขณะเดียวกันมันก็ทิ้งความรู้สึกขมปนหวานไว้ว่าทุกอย่างมีวันจบลงในที่สุด . เมื่อเราตระหนักถึงเรื่องนั้น เราก็หนีไม่พ้นความจริงที่ว่าตัวเราเองก็มีวันสิ้นสุดเช่นกัน ผลรวมของทุกขณะที่เราเป็นอยู่จะเดินทางไปถึงจุดจบ แล้ววันหนึ่ง...เราจะไม่อยู่ตรงนี้อีกต่อไป . ไคลน์บอกว่าสิ่งที่น่าสนใจคือกลไกนี้ทำงานในทิศทางตรงกันข้ามได้ด้วย ในขณะที่เรากลัวการอยู่กับปัจจุบัน เราก็โหยหาที่จะรู้สึกมีชีวิตชีวาให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ (อย่างเช่นการเล่นกีฬาแบบ extreme ขับรถแข่งด้วยความเร็วสูง ฯลฯ) การเสี่ยงตายเหล่านี้ให้ผลตอบแทนอย่างหนึ่งคือมันตรึงเราไว้กับขณะนี้อย่างสมบูรณ์ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความตาย เรากลับรู้สึกมีชีวิตชีวาอย่างถึงที่สุด . นักคิดสายอัตถิภาวนิยมหลายคนเชื่อว่า การมองความตายของตัวเองอย่างตรงไปตรงมาคือหนทางเดียวที่แน่นอนที่จะทำให้เรากลับมาอยู่กับปัจจุบันได้อย่างเต็มที่ (แม้ไคลน์จะแซวต่อว่าคงไม่ได้หมายถึงการชวนกันไปเซิร์ฟภูเขาไฟก็ตาม) . พอเอาเหตุผลทั้งหมดมาวางเรียงกัน ผมถึงเข้าใจว่าทำไมเรื่องนี้ถึงยากนัก . การที่เราอยู่กับปัจจุบันไม่ได้นั้นมีรากมาจากเครื่องมือที่ทำให้เราเป็นมนุษย์โดยแท้ ทั้งจินตนาการ ความทรงจำ ความสามารถในการวางแผน และการรู้ว่าตัวเองจะต้องจากโลกนี้ไปในที่สุด ความสามารถที่ช่วยให้เราเอาตัวรอดและสร้างอารยธรรมขึ้นมาได้ ก็เป็นสิ่งเดียวกับที่คอยดึงเราออกจากช่วงขณะนี้อยู่ตลอดเวลา . ไคลน์เล่าถึงสุนัขของเขาตัวหนึ่งที่ใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันได้ตลอดเวลา เพราะมันวางแผนไม่เป็นและเสียดายอะไรไม่เป็น ทุกขณะของมันจึงดูน่าพอใจไปหมด สังเกตได้จากแววตาที่เป็นประกายและหางที่กระดิกไปมา เราคงเป็นแบบนั้นไม่ได้ เพราะเราเกิดมาพร้อมความสามารถที่ทำให้หลุดออกจากปัจจุบันได้เสมอ . แต่การได้เข้าใจว่าทำไมใจเราถึงไม่ยอมอยู่ตรงนี้ ก็เป็นก้าวแรกที่ทำให้เรากลับมาอยู่กับมันได้บ่อยขึ้น . ที่ผมเปิดเรื่องนี้ด้วยประโยคว่าถ้าเข้าใจเรื่องนี้เร็วสักหน่อย หลายๆ อย่างในชีวิตคงเบากว่านี้ ก็เพราะตัวผมเองเป็นคนหนึ่งที่ยังต้องฝึกให้ใจกลับมาอยู่กับปัจจุบันให้มากขึ้น . ส่วนใหญ่ผมมักกังวลกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง คิดล่วงหน้าไปถึงเรื่องที่ยังไม่เกิด เรื่องงานที่ยังไม่เกิด ปัญหาชีวิตที่ต้องเข้าไปแก้ไข และอะไรต่อมิอะไรอีกมากมาย (ซึ่งหลายเรื่องในนั้นก็ไม่เคยเกิดขึ้นจริงด้วยซ้ำ) บางครั้งใจก็แอบย้อนกลับไปหาอดีต ไปนึกถึงช่วงเวลาดีๆ ที่ผ่านมาแล้ว และอดคิดไม่ได้ว่าถ้าได้กลับไปอยู่ตรงนั้นอีกสักครั้งคงดี หรือคิดว่ามีความผิดพลาดตรงไหนบ้างที่น่าจะทำได้ดีกว่านี้ เสียดายจังตอนนั้นไม่ได้ทำอีกแบบหนึ่ง ฯลฯ . พอได้อ่านคำอธิบายของไคลน์ ผมถึงเห็นว่าทั้งสองอย่างที่ผมทำอยู่เป็นประจำ คือการล่องลอยไปข้างหน้าและการถอยกลับไปข้างหลัง มันก็คือวิธีเดียวกับที่เขาบอกว่าเราใช้หนีออกจากปัจจุบันนั่นเอง และระหว่างที่ผมมัวกังวลกับสิ่งที่ยังไม่มาและเสียดายสิ่งที่ผ่านไปแล้ว ชีวิตจริงที่อยู่ตรงหน้ากลับเคลื่อนผ่านไปโดยที่ผมไม่ทันได้อยู่กับมันเลย . ถ้าเข้าใจเรื่องนี้เร็วกว่านี้ ผมคงไม่ถึงกับเลิกวางแผนเพื่ออนาคตหรือเลิกคิดถึงวันวานได้ เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของการเป็นมนุษย์ แต่ผมน่าจะรู้ทันตัวเองได้ไวขึ้นในวินาทีที่กำลังเผลอออกไปไกลจากตรงนี้ แล้วค่อยๆ พาใจกลับมาอยู่กับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจริง . และทุกครั้งที่ทำได้ ชีวิตก็คงเบาลงจริงๆ . แม้จะเป็นเจ้าพ่อสายเทคมากกว่าปรัชญา เจนเซ่น หวง (Jensen Huang) เคยกล่าวในการสัมภาษณ์ครั้งหนึ่งถึงเหตุผลที่เขาไม่เคยใส่นาฬิกาว่า “หลายคนอาจจะไม่รู้เรื่องนี้ แต่ผมไม่ใส่นาฬิกา เหตุผลก็เพราะว่าเวลาที่สำคัญที่สุดคือตอนนี้” . ผมว่าโคตรเท่เลย . - โสภณ ศุภมั่งมี
See More
darrr
@da_darrrr
5 months ago
เมื่อวานประทับใจในความใจเย็นของตัวเองมาก รู้สึกว่า เออ เราเก่งว่ะ ใจเย็นได้ขนาดนี้
darrr
@da_darrrr
5 months ago
ปวดท้องจังเลยแหะ 😞
da_darrrr
retweeted
chapterly.co
@chapterlyco
5 months ago
มีงานวิจัยหนึ่งในวารสาร *Social Science & Medicine* ติดตามผู้สูงอายุหลายพันคนเป็นเวลาหลายปี แล้วพบสิ่งที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังมาก คนที่อ่านหนังสือมีความเสี่ยงเสียชีวิตลดลงประมาณ 20% เมื่อเทียบกับคนที่ไม่อ่าน และที่น่าสนใจคือ “หนังสือ”
Who to follow
⚯͛ waoe ✧・゚: *✧・゚:*
@ployywa
HRK | Noona Neungthida | Wan Thanakrit | Tom Isara | Jeff Satur | AK LiuZhang | Conan | Jung Perses | Mang Bamm
REEMTHUM
@anaht_meet
dog inside the mouth.
Tarnkolip CB•NR
@NR_numtan
da_darrrr
retweeted
My Gam ͜ᩘ𑁍 💖🐰
@gpjtlk
6 months ago
เข้าใจแล้วเวลาที่เพื่อนนักกีฬาบอกว่ามิ้นท์เป็นนักกีฬาผู้หญิงที่แข็งแรงสุดในรุ่น โคตรแข็งแรงง
gpjtlk's tweet video.
da_darrrr
retweeted
maypear 🦊
@monomaypear
6 months ago
ความเป็นผู้ใหญ่สำหรับเราคือการเข้าใจว่าชีวิตไม่ใช่การทำตามใจตัวเอง และหลายครั้งเพื่อความอยู่รอดเราก็ต้องยอมทำในสิ่งที่เราอาจจะไม่ได้ชอบ
darrr
@da_darrrr
6 months ago
ชอบ list เพลงของ youtube music อะ
darrr
@da_darrrr
7 months ago
Bgm.mp3 ทำเพลงดีทุกเพลงเลยแหะ
darrr
@da_darrrr
7 months ago
เห้อ ไม่เป็นไปตามที่ต้องการเลย
da_darrrr
retweeted
วัวทุกภาคส่วน
@ppppcuddle
7 months ago
วันก่อนพยาบาลโทรมาแจ้งว่าผลตรวจมะเร็งปากมดลูกปกตินะคะ” เป็นวันที่ยุ่งมากและยุ่งยาก รับสายแล้วก็ตอบขอบคุณค่ะไปเหมือนเคยทุกปี วันนึงก็นึกได้ว่า ถ้าเค้าบอกคุณหมอเชิญกลับมาพบ ปัญหาอื่นทั้งหมดที่เจอในวันนั้นจะเป็นฝุ่นผง ชีวิตเปลี่ยนเลยนะ จริงๆเราควรappriciateมากๆที่ผลตรวจปกติน่ะ
darrr
@da_darrrr
9 months ago
กำลังตัดสินใจซื้อนิยายแบบe-book หรือแบบเล่มดี คือชอบอ่านแบบเล่มแต่ที่บ้านไม่มีที่จะเก็บละอ่ะ
darrr
@da_darrrr
11 months ago
ลืมนิยายที่ซื้อไว้ใน meb เฉย งงมาก นึกว่าอ่านจบแล้ว
darrr
@da_darrrr
11 months ago
แล้วก็คิดได้ว่ายิ่งผูกใจเจ็บเรายิ่งเจ็บเอง ปล่อยๆบ้างเนอะ สุดท้ายก็ไม่มีอะไรอยู่ตลอดไป
darrr
@da_darrrr
12 months ago
ชอบหุ่น tatum อะ
darrr
@da_darrrr
12 months ago
รอมาพาทร้านยาแล้วสั่งสลัดโจนส์
darrr
@da_darrrr
12 months ago
ขอให้วันนี้ตั้งใจให้ดีในทุกๆเรื่องนะ
darrr
@da_darrrr
12 months ago
เริ่มต้นเดือนใหม่แล้ว มาตั้งใจใช้ชีวิตกันเถอะ
da_darrrr
retweeted
• win 🏳️🌈
@i_winnn
about 1 year ago
da_darrrr
retweeted
🐔White chicken🐔on pink background
@whitechickpink
about 1 year ago
“ความเป็นปกติสุข” คำนี้เลย พอเริ่มเข้าใจ มันก็ทำให้เรามองโลกเปลี่ยนไป มีความสุขได้ง่ายขึ้น อีก ตย. ที่เคยได้ยิน “เมื่อปวดฟัน จึงรู้ว่าการไม่ปวดฟันมันมีความสุขเพียงใด” ถ้าได้ลองอ่านหนังสือ พีระมิดสามสุข เล่มนี้ดีเลย ทำให้เราเข้าใจกลไกของความสุขของเรามากขึ้น😊
See More
da_darrrr
retweeted
•บาร์จเฉยๆ•
@Basniixz
about 1 year ago
ทฏษฏี Let Them คือจริงที่สุด…
Last Seen Users on Sotwe
Juan Lucho
Seen from
Brazil
HORNYHORSE
Seen from
United States
Aunty Lover
Seen from
Germany
iPLEDGE
Seen from
Germany
Mehmet Metiner
Seen from
Turkey
村雲@C108日曜日 東地区 東1 シ06a
Seen from
Germany
Sushi
Seen from
Malaysia
ชอบแอบถ่าย ชอบสาวใหญ่ ป้า ชอบป้าใส่ผ้าถุง
Seen from
Thailand
sayasiapah siapah
Seen from
Germany
Leyla Sönmez
Seen from
Switzerland
Trends for you
1
#AEWRedemption
Under 10K tweets
2
Good Monday
Under 10K tweets
3
Fauci
Under 10K tweets
4
Kamu
Under 10K tweets
5
#MondayMotivation
Under 10K tweets
6
#HOTD
Under 10K tweets
7
Ghost Rider
Under 10K tweets
8
Black Panther
Under 10K tweets
9
#LaCasaDeLosFamososMx
Under 10K tweets
10
Seattle Center
Under 10K tweets
Most Popular Users
1
Elon Musk
@elonmusk
241M followers
2
Barack Obama
@barackobama
119.2M followers
3
Cristiano Ronaldo
@cristiano
112.2M followers
4
Donald J. Trump
@realdonaldtrump
111.8M followers
5
Narendra Modi
@narendramodi
107.1M followers
6
Rihanna
@rihanna
98.1M followers
7
NASA
@nasa
92.2M followers
8
Justin Bieber
@justinbieber
91.3M followers
9
KATY PERRY
@katyperry
88.6M followers
10
Taylor Swift
@taylorswift13
82.4M followers
11
Lady Gaga
@ladygaga
73.9M followers
12
Virat Kohli
@imvkohli
71.3M followers
13
Kim Kardashian
@kimkardashian
70.2M followers
14
YouTube
@youtube
68.7M followers
15
Bill Gates
@billgates
64.4M followers
16
Neymar Jr
@neymarjr
64.2M followers
17
The Ellen Show
@theellenshow
62.4M followers
18
CNN
@cnn
61.8M followers
19
Selena Gomez
@selenagomez
61.6M followers
20
X
@x
60.8M followers
Olivia
Online
✨
⭐
💫