บทสัมภาษณ์นี้ถ้าฟังเผินๆ อาจดูเหมือนการคุยเรื่องรับสมัครงานธรรมดาๆ แต่พอตั้งใจฟังภาษาที่ Tim Cook เลือกใช้ จะเริ่มเห็นวิธีคิดของผู้นำระดับโลกชัดขึ้นทีละนิดค่ะ
ตอนเปิดประเด็น เขาใช้สำนวน all walks of life ซึ่งหมายถึงคนจากทุกสาขาอาชีพและทุกภูมิหลังชีวิต เขาพูดตรงๆ ว่าที่ Apple มีทั้งคนจบมหาวิทยาลัยและคนที่ไม่มีปริญญา มีทั้งคนเขียน���ค้ดเก่งกับคนที่ไม่เคยแตะโค้ดเลย แม้เขาจะมองว่าการเขียนโค้ดเป็นภาษาสากลที่อยากให้ทุกคนเรียนรู้ แต่ในความเป็นจริง Apple ก็จ้างคนที่ไม่ต้องเขียนโค้ดเข้ามาทำงานในบทบาทอื่นจำนวนมาก
คำถามคือ ถ้าไม่ยึดโค้ดและปริญญาเป็นหลัก เขาใช้มุมมองแบบไหนในการมองคน?
อย่างแรกที่เขาเน้นคือการทำงาน���่วมกัน โดยใช้ประโยคที่ฟังแล้วสะดุดหูว่า one plus one equals three เขาไม่ได้ต้องการคนที่ทำงานคนเดียวแล้วได้ผลงาน 1+1 แต่ต้องการคนที่เชื่อจริงๆ ว่าเมื่อนำไอเดียสองชิ้นมาคุยและท้าทายกัน มันจะเกิดไอเดียชิ้นที่สามขึ้นมา ซึ่งไม่มีใครคิดได้ด้วยตัวคนเดียว และยังเป็นการคัดคนที่ไม่หวงไอเดียไว้คนเดียวด้วย
อย่างที่สองคือความอยากรู้อยากเห็น เขาพูดถึง all of the whys and hows questions คนแบบที่ Apple ช���บคือคนที่ไม่หยุดตั้งคำถามว่า “ทำไมคนถึงคิดแบบนี้” และ “สิ่งนี้ทำงานยังไง” ไม่ใช่แค่ทำตามสั่งไปวันๆ
และอย่างที่สามคือความคิดสร้างสรรค์ เขาใช้คำว่า see around the corner ซึ่งแปลตรงๆ คือการมองเห็นทะลุหัวมุมถนน งานวิจัยอาจบอกได้แค่ว่าวันนี้ลูกค้าอยากได้อะไร แต่คนที่มองทะลุหัวมุมได้จะพอจับค��ามรู้สึกได้ว่าอนาคตผู้คนจะต้องการอะไร นี่เองที่เป็นที่มาของประโยคที่ Apple ชอบพูดว่า เป้าหมายคือการสร้างสิ่งที่ผู้คนขาดไม่ได้ แม้ก่อนหน้านั้นพวกเขาจะยังไม่รู้ตัวเลยว่าต้องการมัน
ฟังบทสนทนานี้แล้วเลยไม่ได้แค่ได้ภาษาอังกฤษเพิ่ม แต่เริ่มเห็นว่าภาษาที่ผู้นำระดับโลกเลือกใช้ สะท้อนวิธีคิดและวัฒนธรรมองค์กรของเขาออกมาได้ชัดเจนจริงๆอีกด้วยค่ะ