Home
Language
English
Türkçe
Bahasa Indonesia
About
Privacy Policy
Terms of Service
Pricing
Sign In
Download All
Share
Starry Sky
@dawnrsk
รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์
Thailand
Joined June 2012
102
Following
92
Followers
9.1K
Posts
dawnrsk
retweeted
THE STANDARD
@thestandardth
21 days ago
ศาลอาญายกฟ้อง ‘สามารถ-แม่-บอสพอล’ คดีสมคบฟอกเงินดิไอคอน 2.5 ล้านบาท ชี้หลักฐานอ่อน-ตรวจสอบเส้นเงินได้ วันนี้ (25 กันยายน) ศาลอาญามีคำพิพากษายกฟ้อง สามารถ เจนชัยจิตรวนิช (จำเลยที่ 1), วิลาวัลย์ พุทธสัมฤทธิ์ (มารดาของสามารถ - จำเลยที่ 2), วรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือ บอสพอล (จำเลยที่ 3) และบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด (จำเลยที่ 4) ในคดีร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ดิไอคอน กรุ๊ป วงเงิน 2.5 ล้านบาท ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การนำสืบของโจทก์รับฟังได้เพียงว่า ภายหลังเกิดคดีดิไอคอนซึ่งมีมูลค่าความเสียหายหลายร้อยล้านบาท พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้ตรวจพบความเชื่อมโยงระหว่างจำเลยที่ 1-3 และคนรักของจำเลยที่ 1 อย่างไรก็ตาม ปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลยทั้งหมดทำธุรกรรมรับโอนและโอนเงินผ่านบัญชีของตนเองทั้งสิ้น ไม่มีการใช้บัญชีของบุคคลอื่น (บัญชีม้า) นอกจากนี้ การนำสืบของโจทก์ไม่ปรากฏหลักฐานที่แน่ชัดว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิด และไม่มีพฤติการณ์ปกปิดแหล่งที่มา ซุกซ่อน หรือช่วยเหลือผู้อื่น จึงไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าจำเลยได้เงินมาจากการกระทำความผิดใด หรือรู้อยู่แล้วว่าเงินนั้นได้มาจากการกระทำความผิด พยานหลักฐานของโจทก์จึงไม่เพียงพอต่อการรับฟัง ศาลจึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยในประเด็นอื่น และมีคำพิพากษายกฟ้อง ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศภายในห้องพิจารณาคดีว่า ก่อนเริ่มการอ่านคำพิพากษา สามารถ มารดา และบอสพอล ไม่มีท่าทีเคร่งเครียดหรือกังวลแต่อย่างใด โดยมีการยิ้มแย้ม พูดคุย และหัวเราะกันตามปกติ กระทั่งเมื่อศาลอ่านคำพิพากษาว่ายกฟ้อง มารดาของสามารถได้ลุกขึ้นยืนยกมือไหว้ศาลพร้อมกล่าวคำว่า “ขอบคุณค่ะ” ภายหลังรับฟังคำพิพากษา สุภัทรพร โตรักษา หรือ ทนายต้น ทีมทนายความของบอสพอล ซึ่งรับผิดชอบดูแลด้านการทำคดีภายใต้การดูแลของ ดร.สุขศักดิ์ เปิดเผยว่า ศาลได้พิจารณาแล้วเห็นว่าจำเลยไม่ได้มีลักษณะการกระทำความผิดตามคำฟ้อง ซึ่งทีมทนายความเห็นพ้องกับคำพิพากษาและขอบคุณสำหรับความยุติธรรม โดยเบื้องต้นได้พูดคุยกับคุณพ่อของบอสพอล ซึ่งท่านได้กล่าวขอบคุณทีมทนายความเช่นกัน สุภัทรพร ระบุว่า พยานหลักฐานที่นำสืบในคดีฟอกเงินนี้ จะถูกนำไปใช้ประกอบในคดีหลักของบริษัท ดิไอคอน กรุ๊ป ด้วย เนื่องจากมีพยานบุคคลและเอกสารยืนยันชัดเจนว่าบริษัทประกอบธุรกิจและจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีการว่าจ้างโรงงานผลิตสินค้า และมีการส่งออกสินค้าให้กับผู้บริโภคจริงหลายล้านชิ้น ซึ่งศาลมีความเห็นพ้องกับแนวทางการนำสืบของฝ่ายจำเลยในประเด็นการทำธุรกิจนี้ สำหรับความคืบหน้าคดีหลัก (คดีฉ้อโกงประชาชน) ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการสืบพยานของศาล โดยประเมินจากกรอบระยะเวลา คาดว่าคดีจะเสร็จสิ้นประมาณปลายปี 2570 ส่วนแนวทางการยื่นขอประกันตัวบอสพอลและจำเลยในคดีหลักนั้น สุภัทรพร กล่าวว่า ขณะนี้จำเลยถูกควบคุมตัวในเรือนจำมาเป็นเวลาประมาณ 2 ปีแล้ว โดยยังไม่มีใครได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว และทรัพย์สินทั้งหมดถูกยึดอายัดไว้ หลังจากนี้ทีมทนายความจะหารือกันอีกครั้งเพื่อดำเนินการยื่นขอประกันตัว เนื่องจากที่ผ่านมาเคยยื่นขอไปหลายครั้งแต่ยังติดข้อจำกัดในคดีหลัก ซึ่งกระบวนการทั้งหมดขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล ทั้งนี้ เมื่อสอบถามถึงสภาพจิตใจของบอสพอล ทนายความเปิดเผยว่า จากการพูดคุย บอสพอลและจำเลยคนอื่น ๆ ยังคงอยู่ในภาวะเครียด เนื่องจากต้องอยู่ในเรือนจำเข้าสู่ปีที่ 2 และไม่ได้รับการประกันตัว อย่างไรก็ตาม ในส่วนของทีมทนายความไม่ได้มีความกังวลใจ โดยยืนยันจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความจริงในกระบวนการยุติธรรมต่อไป #TheStandardNews
See More
Starry Sky
@dawnrsk
4 months ago
https://t.co/XPZmunAuCH
dawnrsk
retweeted
THE STANDARD
@thestandardth
4 months ago
ศาลให้ประกัน 'ทนายตั้ม' ตีราคา 1 ล้านบาท สั่งห้ามออกนอกประเทศ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล
dawnrsk
retweeted
THE STANDARD
@thestandardth
4 months ago
ศาลอาญาจำคุก 'ทนายตั้ม' 5 ปี 12 เดือน สั่งชดใช้ 72.5 ล้าน คดีฉ้อโกงมาดามอ้อย เจ้าตัวตัดพ้อไม่ได้รับความเป็นธรรม วันนี้ (11 มิถุนายน) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลได้นัดฟังคำพิพากษาคดีฉ้อโกง หมายเลขดำ อทย. 109/2568 ซึ่งมีพนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 และจตุพร อุบลเลิศ หรือเจ๊อ้อย เป็นโจทก์ร่วมกันยื่นฟ้อง ษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม พร้อมด้วยจำเลยอื่นรวม 7 คน ในความผิดฐานฉ้อโกงอันเป็นปกติธุระ ฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และสมคบฟอกเงิน จากกรณีการหลอกลวงให้โอนเงินจำนวนหลายรายการ อาทิ เงินลงทุนแพลตฟอร์มหวยออนไลน์ 71 ล้านบาท เงินซื้อรถเบนซ์ 13 ล้านบาท และเงินค่าจ้างศิลปินชาวจีน 39 ล้านบาท โดยศาลได้เบิกตัวษิทราและภรรยามาจากเรือนจำเพื่อรับฟังคำพิพากษา ศาลได้พิเคราะห์พยานหลักฐานอย่างละเอียดและมีคำวินิจฉัยในหลายประเด็น โดยประเด็นสำคัญคือกรณีเงินจำนวน 71 ล้านบาท ศาลวินิจฉัยว่าเงินดังกล่าวถูกโอนเข้าบัญชีส่วนตัวของจำเลย ไม่ได้ถูกนำไปดำเนินการทำลอตเตอรี่ออนไลน์จริง และหลักฐานแชทไลน์ไม่ได้บ่งชี้ว่าเป็นการให้โดยเสน่หาตามที่จำเลยกล่าวอ้าง จึงมีความผิดฐานฉ้อโกง ให้จำคุก 4 ปี 6 เดือน ส่วนประเด็นการซื้อรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ รุ่น G Class มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ศาลมองว่ามีการนำเอกสารใบเสร็จที่มีการระบุราคาเท็จบวกค่าส่วนต่างส่งให้โจทก์ผ่านทางไลน์ จึงเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (1) ให้จำคุก 1 ปี 6 เดือน สรุปรวมโทษจำคุกษิทรา เป็นเวลา 5 ปี 12 เดือน พร้อมสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 72,567,764 บาทพร้อมดอกเบี้ย ในขณะที่ประเด็นเงิน 39 ล้านบาท ศาลระบุว่าผู้กระทำผิดคือนุวัฒน์และสาริณี ซึ่งศาลได้แยกคดีและพิพากษาไปแล้ว ส่วนษิทราไม่มีส่วนร่วมในขบวนการ เช่นเดียวกับประเด็นค่าออกแบบก่อสร้างโรงแรมมูลค่า 9 ล้านบาท ที่ศาลมองว่าไม่ใช่การฉ้อโกง นอกจากนี้ ศาลยังระบุว่าพฤติการณ์ของษิทราเป็นการกระทำต่อโจทก์เพียงรายเดียว จึงไม่เข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงเป็นปกติธุระและฟอกเงิน ส่วนจำเลยคนอื่นๆ (รวมถึงภรรยาและพี่สาวภรรยา) ศาลได้มีคำพิพากษายกฟ้องทั้งหมด เนื่องจากไม่มีพยานหลักฐานเชื่อมโยงว่าร่วมกระทำความผิด ภายหลังศาลอ่านคำพิพากษา ษิทราได้แถลงต่อศาลโดยขอให้นำคดีนี้ไปเป็นกรณีศึกษาเพื่อสอนผู้พิพากษารุ่นใหม่ ว่าในบางครั้งหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ก็ไม่อาจสู้หลักฐานพยานบุคคลได้ ในเวลาต่อมา ระหว่างที่ษิทราเดินออกจากห้องพิจารณาคดี ได้มีสีหน้าเคร่งเครียดและน้ำตาคลอ โดยกล่าวกับญาติและผู้สื่อข่าวว่าตนรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยเฉพาะในคดีเงิน 71 ล้านบาทที่ตนมั่นใจว่าไม่ได้กระทำผิด เนื่องจากมีหลักฐานแชทพูดคุยอย่างละเอียดแต่กลับไม่ถูกนำมาพิจารณา ด้าน ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน เปิดเผยว่า รู้สึกพอใจในระดับหนึ่งและน้อมรับคำตัดสิน ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าการทำงานของทีมงานบ้านพระอาทิตย์และตำรวจไม่สูญเปล่า อย่างไรก็ตาม ทางทีมทนายความของโจทก์เตรียมที่จะยื่นอุทธรณ์ในประเด็นข้อหาฉ้อโกงเป็นปกติธุระต่อไป ด้าน เดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความ ได้ให้ความเห็นเชิงกฎหมายว่า ข้อต่อสู้ของษิทราเรื่องการให้โดยเสน่หานั้นฟังไม่ขึ้น เนื่องจากแชทไลน์ดังกล่าวเป็นการคุยกับเลขาของโจทก์ ทั้งนี้ ความผิดตามที่ศาลได้ลงโทษเป็นความผิดอันยอมความได้ ซึ่งจากการพูดคุยกับครอบครัวของษิทรา ทราบว่าอยู่ระหว่างการเตรียมยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวภายในวันนี้ โดยคาดหวังว่าศาลจะอนุญาตให้ประกันตัว เนื่องจากโทษจำคุกไม่สูง และษิทราถูกคุมขังมาแล้วถึง 1 ปี 8 เดือน อนึ่ง คดีนี้เป็นคดีนอกราชอาณาจักร โดยอดีตอัยการสูงสุด ไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ ได้ใช้อำนาจตามกฎหมายแต่งตั้ง วัชรินทร์ ภาณุรัตน์ เป็นหัวหน้าคณะทำงานรับผิดชอบคดี และได้รวบรวมสำนวนส่งไปยังอัยการสำนักงานคดีพิเศษเพื่อยื่นฟ้องต่อศาล จนนำมาสู่บทสรุปคำพิพากษาในวันนี้ ภาพ: ฐานิส สุดโต #TheStandardNews #TheStandardPhoto #ฐานิสสุดโต
See More
Who to follow
Positive Thinking
@su_lekmas
MBA.MIS
Paisarn Kraisit
@PaisarnKr
Talk for mutual benefits and protection of our society. If today is right, not worry about tomorrow. https://t.co/zZKYFbK3iA
Digital_CoinJunkie
@Suloveboss
@playsomo | $SOMO
dawnrsk
retweeted
เด็กชายคำคม
@Dekchaikumkom
4 months ago
ล่าสุดยิวแฟนของเจนนี่ได้ออกมาโพสต์กรณีที่เจนนี่ติดเชื้อ HPV เรียบร้อยแล้ว
dawnrsk
retweeted
Coco🌴
@Uiiallwa
4 months ago
@Dekchaikumkom
ลองให้แม่นายสรุปข้อมูลของการติดเชื้อ HPV มาให้ประมาณนี้ฮะ
dawnrsk
retweeted
THE STANDARD
@thestandardth
7 months ago
'พีระพันธุ์' ประกาศลาออกจาก สส. เปิดทาง 'อรรถวิชช์' เข้าสภาฯ ทำหน้าที่แทน เหตุขอไปทุ่มเททำหน้าที่ผลักดันคนรุ่นใหม่ให้มีบทบาทในพรรครวมไทยสร้างชาติ
#พีระพันธุ์
#รวมไทยสร้างชาติ
dawnrsk
retweeted
THE STANDARD
@thestandardth
8 months ago
เปิดคำพิพากษาศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 'หมอเกศ' 10 ปี ชี้แอบอ้างตำแหน่งศาสตราจารย์ จูงใจลงคะแนน สว. โดยไม่สุจริต วันนี้ (4 มีนาคม) ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ ลต สว 11/2568 ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นผู้ร้อง ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง เกศกมล เปลี่ยนสมัย (ผู้คัดค้าน) ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 จากกรณีที่ผู้คัดค้านใช้คำนำหน้าว่า 'ศาสตราจารย์' ในการลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ทั้งที่ไม่ได้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวตามกฎหมายไทย จากการไต่สวนและตรวจสำนวน ศาลฎีกาฯ รับฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติว่า ในการสมัครรับเลือกเป็น สว. กลุ่มที่ 19 (กลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน) เกศกมล ได้ระบุในเอกสารแนะนำตัวผู้สมัคร (สว. 3) ช่องประวัติการศึกษาว่า ศาสตราจารย์การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และระบุในช่องประวัติการทำงานว่า ศาสตราจารย์ ดร.แพทย์หญิง เกศกมล เปลี่ยนสมัย ศาลพิเคราะห์แล้วพบว่า สถาบัน California University FCE ซึ่งผู้คัดค้านอ้างถึง เป็นเพียงสถาบันให้บริการประเมินและเทียบคุณวุฒิทางการศึกษาในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น และที่ผ่านมาไม่เคยมีบุคคลใดนำคุณวุฒิจากสถาบันดังกล่าวมายื่นเทียบกับสำนักงาน ก.พ. เพื่อเข้ารับราชการในไทย นอกจากนี้ การแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ ศาสตราจารย์ ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นสถาบันอุดมศึกษาของรัฐหรือเอกชน ล้วนมีขั้นตอนและระเบียบรองรับอย่างชัดเจนตามกฎหมาย ซึ่งจากการตรวจสอบ ไม่พบชื่อเกศกมลในฐานข้อมูลผู้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) หรือคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) และไม่ปรากฏหลักฐานการขอโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งแต่อย่างใด ประเด็นสำคัญที่ศาลต้องวินิจฉัยคือ การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายทุจริต ทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตหรือเที่ยงธรรม ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 226 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. มาตรา 62 หรือไม่ ศาลฎีกาฯ เห็นว่า การกรอกประวัติการทำงานต้องระบุถึงงานที่กำลังทำหรือเคยทำมาแล้ว เมื่อผู้คัดค้านระบุว่าเป็น ศาสตราจารย์ จึงต้องมีประวัติการสอนหนังสือมาก่อน หากไม่เคยสอนก็ไม่อาจระบุตำแหน่งดังกล่าวได้ แม้กฎหมายจะไม่ได้ห้ามการระบุคุณวุฒิจากต่างประเทศ แต่ผู้สมัครมีหน้าที่ต้องระบุข้อมูลตามความเป็นจริง ไม่แอบอ้างเพื่อให้ผู้สมัครรายอื่นเข้าใจผิดในสาระสำคัญ ศาลจึงวินิจฉัยว่า การที่เกศกมลให้ข้อมูลประวัติการทำงานไม่ตรงต่อความจริง เพื่อจูงใจให้ผู้สมัครอื่นลงคะแนนให้ตน ถือเป็นการกระทำอันเป็นการทุจริต ทำให้กระบวนการเลือก สว. ที่ต้องการบุคคลซึ่งมีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรู้ความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ตรงตามความเป็นจริง ต้องเสียไป การกระทำดังกล่าวจึงไม่เป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม และเสมอภาค ศาลฎีกาฯ จึงมีคำพิพากษาให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของเกศกมล เปลี่ยนสมัย ผู้คัดค้าน เป็นเวลา 10 ปี นับตั้งแต่วันที่มีคำพิพากษา ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร #หมอเกศ
See More
dawnrsk
retweeted
THE STANDARD
@thestandardth
8 months ago
อิหร่านออกแถลงการณ์ ลั่นจะไม่ยอมจำนนต่อการรุกรานของต่างชาติ ชี้สหรัฐฯ ทรยศการทูต วันนี้ (2 มีนาคม) อิหร่านออกแถลงการณ์ ถึงการกระทำอันก้าวร้าวของสหรัฐฯ และระบอบอิสราเอลต่ออิหร่าน จากกรณีเปิดปฏิบัติการทหารโจมตีหลายพื้นที่ของอิหร่านโดยระบุว่าอีกครั้งหนึ่ง ในช่วงก่อนเทศกาลนอรูซ (ปีใหม่ปฏิพัทธ์) และวันที่ 10 ของเดือนรอมฎอน ระบอบการปกครองของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลได้ 'ละเมิด'มาตรา 2 วรรค 4 ของกฎบัตรสหประชาชาติและกฎหมายระหว่างประเทศ โดยได้ 'ก่ออาชญากรรมต่อชาติอิหร่าน' และกระทำการป่าเถื่อนอย่างชัดเจน ละเมิดบูรณภาพแห่งดินแดนและอธิปไตยของประเทศอิหร่าน การกระทำของสหรัฐฯ และระบอบไซโอนิสต์นี้ไม่มีฐานทางกฎหมายหรือเหตุผลรองรับใดๆ และถือเป็น 'การก่ออาชญากรรมแห่งการรุกราน' ในช่วงชั่วโมงแรกของการปฏิบัติการที่ก้าวร้าวนี้ โรงเรียนประถมหญิงล้วนในเมืองมินาบ (Minab) ถูกตกเป็นเป้าหมายและถูกทำลาย ส่งผลให้เด็กหญิงผู้บริสุทธิ์เกือบ 200 คนเสียชีวิต (Martyrdom) การรุกรานครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่อิหร่านและสหรัฐฯ กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาทางการทูต ซึ่งเป็นที่ประจักษ์แล้วว่า การเจรจาเหล่านั้นเป็นเพียง 'การหลอกลวง' และการตัดสินใจโจมตีอิหร่านได้ถูกเตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้ว ตั้งแต่ช่วงที่เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลเดินทางไปเยือนสหรัฐฯ 📌 การลอบสังหารผู้นำสูงสุด ทางการอิหร่านระบุว่า แม้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะกล่าวอ้างนโยบาย 'อเมริกาต้องมาก่อน' (America First) แต่การกระทำนี้แสดงให้เห็นว่า อิสราเอลคือสิ่งที่เขาส่งเสริมเป็นอันดับแรก และเขายอมสละเลือดเนื้อของทหารอเมริกัน เพื่อเป้าหมายที่ชั่วร้ายของระบอบไซโอนิสต์ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ทั้งที่อิหร่านได้เข้าสู่กระบวนการเจรจาด้วยความจริงใจ เพื่อทำหน้าที่ต่อระบบระหว่างประเทศและพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจว่า ไม่ได้แสวงหาอาวุธนิวเคลียร์ เพื่อขจัดข้ออ้างในการรุกรานของสหรัฐฯ และระบอบไซโอนิสต์ ทางการอิหร่านเน้นย้ำว่า 'สิ่งที่น่ารังเกียจที่สุด' ในการรุกรานครั้งนี้คือ ปฏิบัติการลอบสังหารผู้นำสูงสุดของสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน โดยเฉพาะการลอบสังหาร อยาตอลเลาะห์ ซัยยิด อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดผู้ยิ่งใหญ่ของอิหร่าน ซึ่งถือเป็นการละเมิดหลักการทางศีลธรรมของสังคมมนุษย์และกฎบัตรสหประชาชาติอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน 📌 สิทธิในการป้องกันตนเองและการตอบโต้ สหรัฐฯ และระบอบไซโอนิสต์ต้องตระหนักว่า แม้พวกเขาจะเป็น 'ฝ่ายเริ่มสงคราม' และการรุกราน แต่พวกเขาจะ 'ไม่ใช่ฝ่ายที่ยุติมันได้' การลอบสังหารผู้นำสูงสุดได้สร้างบาดแผลลึกในหัวใจของชนชาติอิหร่าน กองทัพอิหร่านได้ลุกขึ้นด้วยอำนาจเต็มพิกัด เพื่อปกป้องบูรณภาพแห่งดินแดน การตอบโต้การรุกรานนี้เป็นสิทธิโดยชอบธรรมของอิหร่านตามมาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ กองทัพอิหร่านได้เตรียมพร้อมด้วยสรรพกำลังเพื่อเผชิญหน้ากับการรุกรานที่ชั่วร้ายนี้ และจะตอบโต้อย่างแน่นอน อิหร่านได้ร้องขอให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) จัดประชุมฉุกเฉินเพื่อดำเนินการต่อการละเมิดสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม 'นโยบายสองมาตรฐาน' ทำให้การประชุมนั้น 'ไม่เกิดผล' อิหร่านคาดหวังให้รัฐสมาชิก UN โดยเฉพาะประเทศในภูมิภาคและกลุ่มประเทศไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ร่วมกันประณามการกระทำที่ก้าวร้าวของสหรัฐฯ และอิสราเอลโดยทันที 📌 คำเตือนถึงประเทศเพื่อนบ้าน ชนชาติอิหร่าน 'จะไม่ยอมจำนน' ต่อการรุกรานของต่างชาติ และจะยืนหยัดปกป้องอธิปไตยของตนอย่างเด็ดขาด เพื่อให้ผู้รุกรานต้องเสียใจกับการกระทำของตน ประชาชาติที่รักเสรีภาพต้องเข้าใจว่า การรุกรานอิหร่านโดยสหรัฐฯ และระบอบไซโอนิสต์ 'ไม่ใช่แค่การโจมตีอิหร่าน' เท่านั้น แต่เป็นการ 'ทรยศต่อการทูต' และเป็นการทำร้ายทั้งภูมิภาค ซึ่งจะส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ขณะที่อิหร่านยังคงยึดถือ 'นโยบายเพื่อนบ้านที่ดี' แต่ก็คาดหวังว่าเพื่อนบ้านจะไม่อนุญาตให้ผู้รุกรานใช้พื้นที่หรือสิ่งอำนวยความสะดวกในการโจมตีอิหร่าน ตามกฎหมายระหว่างประเทศ การกระทำดังกล่าวถือเป็นการมีส่วนร่วมในการรุกราน และอิหร่านมีสิทธิ์ในการดำเนินมาตรการตอบโต้ต่อแหล่งที่มาของการรุกรานนั้นๆ ประเทศในภูมิภาคต้องตระหนักว่าสหรัฐฯ ได้ใช้พื้นที่ของพวกเขาเพื่อแผ่ขยายไฟสงคราม ดังนั้น การป้องกันตัวใดๆ ของอิหร่านต่อฐานทัพเหล่านั้น จะไม่ถือว่าเป็นการโจมตีประเทศในภูมิภาคเหล่านั้นแต่อย่างใด ในมุมมองของอิหร่าน สมาชิกสหประชาชาติทุกคนมีหน้าที่ต้องประณามการรุกรานนี้ การเพิกเฉยจะยิ่งทำให้ผู้รุกรานได้ใจ และเป็นการทำลายหลักนิติธรรมรวมถึงกฎบัตรสหประชาชาติ #อิหร่าน #สงคราม #สหรัฐ #อิสราเอล #ตะวันออกกลาง
See More
dawnrsk
retweeted
THE STANDARD
@thestandardth
8 months ago
KEY MESSAGES : ประมวลเหตุการณ์อิสราเอล-สหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ ก่อนเกิดการตอบโต้ทั่วภูมิภาค เรารู้อะไรบ้าง? สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ทวีความตึงเครียดอย่างหนัก หลังอิสราเอลและสหรัฐฯ เปิดฉากปฏิบัติการร่วมในการโจมตีครั้งใหญ่ต่ออิหร่าน การโจมตีเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วช่วงเช้าวันนี้ ท่ามกลางความตกตะลึงของทั่วโลก โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศแถลงการณ์เริ่มต้นปฏิบัติการสู้รบครั้งใหญ่ เพื่อ ‘ขจัดภัยคุกคาม’ จากอิหร่านและกองกำลังติดอาวุธที่อิหร่านสนับสนุน และใช้ข้ออ้างหลักคือการป้องกันไม่ให้รัฐบาลเผด็จการอิหร่านได้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ขณะที่การโจมตีเกิดขึ้นท่ามกลางการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธ หลังจากที่ทรัมป์มีท่าทีขู่ใช้กำลังทหารโจมตีในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งล่าสุด หลังจากที่สหรัฐฯ และอิสราเอล ทำสงครามกับอิหร่านเป็นเวลา 12 วัน เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ล่าสุดสถานการณ์ส่อแววลุกลามขยายวงกว้างไปทั่วภูมิภาค หลังอิหร่านเดินหน้าการโจมตีตอบโต้ ไม่เพียงอิสราเอลแต่ยังยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในหลายประเทศตะวันออกกลาง ซึ่งคาดว่าการสู้รบครั้งใหญ่อาจไม่จบลงง่ายๆ และนี่คือสิ่งที่เรารู้เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนถึงตอนนี้ 🔴 เกิดอะไรขึ้น? ช่วงเวลาประมาณ 09.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นของอิหร่าน (ประมาณ 13.00 น. เวลาไทย) เกิดระเบิดเสียงดังสนั่นหลายระลอกขึ้นภายในกรุงเตหะราน และอีกหลายเมืองทั่วประเทศ รวมถึงอิสฟาฮาน (Isfahan) กอม (Qom) คาราจ (Karaj) และเคอร์มานชาห์ (Kermanshah) โดยสำนักข่าว Fars ของอิหร่าน รายงานว่า ขีปนาวุธหลายลูกได้ตกใส่ถนนในมหาวิทยาลัยและย่านจอมฮูรี (Jomhouri) ในเตหะราน ใกล้กับสำนักงานใหญ่ของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน ขณะที่สื่อหลายสำนักรายงานว่าจุดที่อิสราเอลโจมตี รวมถึงบริเวณใกล้กับใกล้กับสำนักงานของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านด้วย หลังจากนั้นไม่นาน รัฐบาลอิสราเอลได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่าได้ทำการยิงขีปนาวุธโจมตีเป้าหมายภายในอิหร่าน โดยอิสราเอล คาทซ์ (Israel Katz) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอิสราเอล ประกาศว่า “อิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีแบบชิงลงมือก่อน (Pre-emptive Attack) ต่ออิหร่าน เพื่อขจัดภัยคุกคามต่อรัฐอิสราเอล” พร้อมทั้งประกาศ ‘สถานการณ์ฉุกเฉินพิเศษและถาวร’ ทั่วประเทศอิสราเอลเพื่อเตรียมพร้อมรับมือการตอบโต้ จากนั้นจึงเริ่มปรากฎกระแสข่าวว่าการโจมตีอิหร่านครั้งนี้ เป็นปฏิบัติการร่วมระหว่างอิสราเอลและสหรัฐฯ ก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะโพสต์คลิปวิดีโอทางโซเชียลมีเดีย ประกาศว่า “ได้เริ่มต้นปฏิบัติการสู้รบครั้งใหญ่ในอิหร่าน โดยมีเป้าหมายเพื่อขจัดภัยคุกคามและปกป้องประชาชนอเมริกัน” และอธิบายว่าการสู้รบครั้งนี้ ถือเป็น “ปฏิบัติการขนาดใหญ่และต่อเนื่อง” ซึ่งสอดคล้องกับรายงานของ Reuters ที่อ้างคำพูดของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ว่าฝ่ายบริหารของทรัมป์กำลังวางแผนที่จะ “ปฏิบัติการสู้รบนานหลายวัน” ทรัมป์ยืนยันนโยบายของสหรัฐฯ ภายใต้การนำของเขาว่า “ระบอบก่อการร้ายของอิหร่าน จะต้องไม่มีวันครอบครองอาวุธนิวเคลียร์” เขาอ้างว่า การที่อิหร่านปฏิเสธโอกาสละทิ้งความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์ ด้วยการไม่ตอบรับเงื่อนไขเจรจาที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ทำให้สหรัฐฯ ต้องเปิดฉากปฏิบัติการสู้รบครั้งนี้ โดยทรัมป์ ยังประกาศจะทำลายอุตสาหกรรมขีปนาวุธและกองทัพเรือของอิหร่าน และทำให้แน่ใจว่ากลุ่มก่อการร้ายที่เป็นตัวแทนของอิหร่าน จะไม่สามารถทำให้ภูมิภาคหรือโลกไร้เสถียรภาพ หรือโจมตีกองทัพและประชาชนอเมริกันได้อีกต่อไป ด้านกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ประกาศในแถลงการณ์ครั้งแรกหลังการโจมตี ว่าปฏิบัติการครั้งนี้ มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “ปฏิบัติการมหาพิโรธ (Operation Epic Fury)” สำหรับผลกระทบจากการโจมตีอิหร่านจนถึงตอนนี้ยังไม่มีความชัดเจน โดยสำนักข่าว IRNA รายงานว่าขีปนาวุธของอิสราเอลได้โจมตีใส่โรงเรียนประถมหญิงล้วนแห่งหนึ่ง ในเมืองมินาบ (Minab) จังหวัดฮอร์โมซกัน (Hormozgan)ทางตอนใต้ของอิหร่าน ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 40 คน ขณะที่เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลกล่าวว่า “การโจมตีร่วมกันระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่านมีเป้าหมายเพื่อกำจัด ภัยคุกคามร้ายแรง” พร้อมทั้งเรียกร้องประชาชนทุกภาคส่วนในอิหร่าน ให้ปลดแอกตนเองจากระบอบเผด็จการ และนำมาซึ่งอิหร่านที่เสรีและรักสันติ “ปฏิบัติการร่วมของเราจะสร้างเงื่อนไขให้ประชาชนชาวอิหร่านผู้กล้าหาญได้กำหนดชะตาชีวิตของตนเอง” เขากล่าว 🔴 ผู้นำของอิหร่านอยู่ที่ไหน? อีกประเด็นที่หลายฝ่ายให้ความสนใจคือชะตากรรมของคาเมเนอี ผู้นำสูงสุดวัย 86 ปี ซึ่งจนถึงตอนนี้ยังไม่แน่ชัดว่าเขาหลบซ่อนตัวอยู่ที่ไหน โดยเขาไม่ได้ปรากฏตัวต่อสาธารณะมาหลายวันแล้ว เนื่องจากความตึงเครียดกับสหรัฐฯ ที่เพิ่มสูงขึ้นภายหลังการเจรจานิวเคลียร์ที่ยังไม่บรรลุผลสำเร็จ ทางการท้องถิ่นได้ปิดถนนไปยังที่พักของคาเมเนอี ในใจกลางกรุงเตหะราน ขณะที่เกิดระเบิดขึ้นหลายจุดทั่วเมืองหลวง ขณะเดียวกันสำนักข่าว IRNA อ้างแหล่งข่าวภายในทำเนียบประธานาธิบดีว่า ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเกียน ปลอดภัยดี 🔴 อิหร่านตอบโต้อย่างไร? กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน ประกาศว่าได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีตอบโต้ด้วยขีปนาวุธและโดรนครั้งใหญ่ โดยในอิสราเอล มีเสียงระเบิดและไซเรนเตือนภัยดังขึ้นอย่างต่อเนื่องในกรุงเทลอาวิฟ เมืองไฮฟาและอีกหลายเมืองในอิสราเอล แต่ยังไม่ชัดเจนว่าเป็นการโจมตีหรือการสกัดกั้นขีปนาวุธของอิหร่าน ขณะที่สำนักข่าว Tasnim รายงานว่า กองทัพอิหร่านได้ส่งโดรนโจมตีหลายลำ มุ่งหน้าไปยังอิสราเอลแล้ว ด้านสำนักข่าว Fars ของอิหร่าน รายงานว่า การโจมตีของอิหร่านพุ่งเป้าไปยังหลายสถานที่ในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย รวมถึง ฐานทัพอากาศอัล อูเดด (Al-Udeid) ในกาตาร์ ฐานทัพอากาศอัล ซาเลม (Al-Salem) ในคูเวต ฐานทัพอากาศอัล ดัฟรา (Al-Dhafra) ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ฐานทัพเรือที่ 5 ของสหรัฐฯ ในบาห์เรน ซึ่งที่บาห์เรน พบว่ามีการโจมตีด้วยขีปนาวุธใส่บริเวณกองบัญชาการกองเรือที่ 5 ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ในเขตจัฟแฟร์ ทางใต้ของกรุงมานามา ส่งผลให้เกิดระเบิดขนาดใหญ่ โดยรัฐบาลบาห์เรน ประณามว่า “เป็นการละเมิดอธิปไตยและความมั่นคงของราชอาณาจักรอย่างโจ่งแจ้ง” ส่วนที่กาตาร์ กระทรวงกลาโหมกาตาร์ยืนยันว่า สามารถสกัดขีปนาวุธหลายลูกที่ถูกยิงมาจากอิหร่าน ซึ่งพุ่งเป้าโจมตีดินแดนของกาตาร์ไว้ได้ โดยทางการกาตาร์ได้สั่งปิดน่านฟ้า และมีการยกเลิกเที่ยวบินแล้ว เช่นเดียวกับที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีเสียงระเบิดจากการยิงสกัดขีปนาวุธดังขึ้นหลายครั้งที่เมืองดูไบ และเมืองอาบูดาบีของ ซึ่งมีรายงานผู้เสียชีวิตจากสะเก็ดระเบิดจากการยิงสกัดขีปนาวุธดังกล่าวอย่างน้อย 1 ราย โดยทางการสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ประกาศปิดน่านฟ้าแล้วเช่นกัน พร้อมทั้งประณามการกระทำของอิหร่านและประกาศสงวนสิทธิ์อย่างเต็มที่ ในการตอบโต้การโจมตีของอิหร่าน ซึ่งคุกคามความมั่นคงและความปลอดภัยของพลเรือน และบ่อนทำลายเสถียรภาพ นอกจากนี้ ยังมีรายงานการระเบิดหลายระลอกเกิดขึ้นที่กรุงริยาดห์ ของซาอุดีอาระเบีย ส่วนที่จอร์แดน มีรายงานว่ากองทัพจอร์แดนสามารถยิงสกัดขีปนาวุธ 2 ลูก แต่ยังไม่แน่ชัดว่ามาจากอิหร่านหรือไม่ 🔴 การเดินทางในภูมิภาคหยุดชะงัก การโจมตีตอบโต้ของอิหร่านทำให้หลายประเทศตะวันออกกลางประกาศปิดน่านฟ้า และส่งผลกระทบต่อการเดินทางทั่วภูมิภาค โดยหลายสายการบินระหว่างประเทศ อาทิ สายการบิน Turkish Airlines ได้ประกาศยกเลิกเที่ยวบินไปยังหลายจุดหมายปลายทางในตะวันออกกลาง รวมถึงกาตาร์ คูเวต บาห์เรน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โอมาน เลบานอน ซีเรีย อิรัก อิหร่าน และจอร์แดน ขณะที่สายการบิน Lufthansa ของเยอรมนีก ได้ระงับเที่ยวบินไปและกลับจากดูไบรวมถึงเมืองหลวงของอิสราเอล เลบานอน และโอมาน จนถึงวันที่ 7 มีนาคม หน่วยงานด้านการบินของคูเวตเผยว่า ได้ระงับเที่ยวบินทั้งหมดที่เดินทางไปยังอิหร่านจนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม ด้านกระทรวงการต่างประเทศของสหราชอาณาจักร ได้ออกคำแนะนำด้านการเดินทางไปยังจอร์แดน ซีเรีย เลบานอน อิรัก เยเมน ตุรกี ซาอุดีอาระเบีย และโอมาน โดยแนะนำให้ผู้เดินทาง “เฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานท้องถิ่น และหาที่หลบภัยหากได้รับคำแนะนำ” 🔴 นานาชาติมีท่าทีอย่างไร? กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียออกแถลงการณ์เรียกร้องให้สหรัฐฯ และอิสราเอลยุติการโจมตีอิหร่านโดยทันที โดยระบุว่า “สถานการณ์ต้องกลับคืนสู่เส้นทางของการแก้ไขปัญหาทางการเมืองและการทูต” และชี้ว่า “ประชาคมระหว่างประเทศควรประเมินสถานการณ์อย่างเป็นกลางโดยเร็ว ต่อสิ่งที่เรียกว่าการกระทำที่ขาดความรับผิดชอบ ซึ่งเสี่ยงต่อการทำให้ภูมิภาคไม่มั่นคงยิ่งขึ้น” ทางด้านกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย ออกแถลงการณ์ระบุว่า ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต พร้อมที่จะเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยระหว่างวอชิงตันและเตหะราน “อินโดนีเซียเสียใจอย่างยิ่งต่อความล้มเหลวของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้เกิดความตึงเครียดทางทหารในตะวันออกกลาง อินโดนีเซียเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจและให้ความสำคัญกับการเจรจาและการทูต รัฐบาลอินโดนีเซีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งประธานาธิบดีอินโดนีเซีย แสดงความพร้อมที่จะอำนวยความสะดวกในการเจรจาเพื่อฟื้นฟูสภาวะความมั่นคงที่เอื้ออำนวย และหากทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน ประธานาธิบดีอินโดนีเซียยินดีที่จะเดินทางไปยังเตหะรานเพื่อเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ย” แถลงการณ์ระบุ พร้อมทั้งเตือนว่า “ความตึงเครียดดังกล่าวมีศักยภาพที่จะทำลายภูมิภาค ตลอดจนสันติภาพและความมั่นคงของโลก” เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ออกแถลงการณ์ว่า ว่าการปะทุของสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน “มีผลกระทบร้ายแรงต่อสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ” และ “การยกระดับความขัดแย้งในปัจจุบันเป็นอันตรายต่อทุกคน ซึ่งต้องหยุดลง” “ในช่วงเวลาวิกฤตนี้ เรากำลังดำเนินมาตรการทุกอย่างเพื่อรับประกันความปลอดภัยของดินแดนของประเทศ พลเมือง และทรัพย์สินของเราในตะวันออกกลาง” มาครงกล่าว และเผยว่าฝรั่งเศสพร้อมที่จะใช้ “ทรัพยากรที่จำเป็นเพื่อปกป้องพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุด หากได้รับการร้องขอ” 🔴 หลังจากนี้สถานการณ์จะเป็นอย่างไร? สำหรับคำถามสำคัญ คือการสู้รบที่เกิดขึ้นจะไปจบที่ตรงไหน ผศ. ดร.มาโนชญ์ อารีย์ อาจารย์ภาควิชารัฐศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ผู้เชี่ยวชาญด้านสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ให้ความเห็นว่า “ขึ้นอยู่กับกระแสภายในอิหร่าน” เขามองว่า สหรัฐฯ และอิสราเอล ต่างรู้ดีว่าการใช้กำลังทหารอย่างเดียวอาจเปลี่ยนระบอบการปกครองของอิหร่านไม่ได้ จึงเร่งปลุกเร้าประชาชนอิหร่านให้ออกมายึดอำนาจทันทีหากสหรัฐฯ ส่งสัญญาณ โดยทรัมป์ กล่าวในการแถลงว่า”เป็นโอกาสสุดท้าย” ในขณะที่อิหร่านก็เข้าใจท่าทีของสหรัฐฯ และอิสราเอล และพยายามมุ่งเน้นไปที่การรวมอิหร่านเป็นหนึ่งเดียวเพื่อตอบโต้ศัตรู และเพื่อสกัดแผนการปลุกปั่นจากภายนอก โดยผศ. ดร.มาโนชญ์ คาดว่าในช่วง 2-3 สัปดาห์นี้ อาจเห็นการโจมตีกันอย่างหนัก และเป้าหมายของการโจมตีก็อาจขยายเป็นวงกว้างมากขึ้นด้วย สำหรับทางออกของวิกฤตสู้รบครั้งนี้ด้วยการเจรจานั้น ผศ. ดร.มาโนชญ์ ชี้ว่าถึงแม้การเจรจาดีลนิวเคลียร์อาจมีความคืบหน้า แต่เรื่องการจำกัดโครงการขีปนาวุธของอิหร่านนั้น เป็นไปได้ยากเนื่องจากอิหร่านไม่เห็นด้วย โดยหลังจากนี้ฉากทัศน์ที่อาจเกิดขึ้น ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด หากต่างฝ่ายต่างไม่ยอมเจรจา ฝั่งสหรัฐฯ และอิสราเอล คงต้องเดินหน้าการโจมตีแบบ ‘สุดกำลัง’ เพราะมีเดิมพันที่สูง ผศ. ดร.มาโนชญ์ ชี้ว่าสิ่งที่อาจเกิดหลังจากนี้เป็นได้ทั้งจุดเริ่มต้นที่สหรัฐฯ กับอิสราเอลจะสถาปนาอำนาจอิทธิพลแบบเบ็ดเสร็จในตะวันออกกลาง โดยโค่นล้มรัฐบาลอิหร่านได้ หรืออาจเป็นจุดเริ่มต้นของการล่มสลายของอิทธิพลของทั้งสองประเทศในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นไปได้เช่นกัน ภาพ : Majid Asgaripour/WANA (West Asia News Agency) via REUTERS #TheStandardNews
See More
dawnrsk
retweeted
FORTUNEDIETDIARY
@BeautyDiaryNews
8 months ago
วงจรปิดจับภาพคุณสนธิล้มขณะเดินลงจากรถ เพื่อขึ้นไปสวดมนต์ โดยที่คุณสนธิบอกว่า ตอนขึ้นบันได้ รู้สึกเหมือนมีคนผลัก ล้มแรงมาก หัวฟาดเสา ผู้ติดตามรีบพาส่งศิริราช แผลค่อนข้างใหญ่เย็บถึง 20 เข็ม แพทย์ทำการCTสแกน ไม่พบความผิดปกติ คุณสนธิเลยขอพักซัก2-3อาทิตย์ ให้แผลหายก่อน (เหตุเกิดที่บ้านพระอาทิตย์)
See More
BeautyDiaryNews's tweet video.
dawnrsk
retweeted
TOP NEWS
@toptvthailand
8 months ago
"ศุภจี" ยันเดินหน้าเจรจาการค้าสหรัฐต่อเนื่อง ชี้แม้ "ทรัมป์" โดนห้ามใช้อำนาจ IEEPA เกินกรอบกม. แต่ต้องเฝ้าติดมาตรการใหม่ ๆ รวมคำสั่งจัดเก็บภาษี10%
#TOPNEWS
#TOPNEWSONLINE
#TOPNEWSPHOTO
https://t.co/lWycmFrHc4
dawnrsk
retweeted
TOP NEWS
@toptvthailand
8 months ago
"อัษฎางค์" ย้อนรอยเส้นทางชีวิต "หมอวรงค์" มีเต็มทักษะนักบริหาร ลุยจัดการความเสี่ยงชาติ "ปราบโกงข้าว-ดาวเทียม"
#TOPNEWS
#TOPNEWSONLINE
#TOPNEWSPHOTO
https://t.co/Il02yEst1h
dawnrsk
retweeted
TOP NEWS
@toptvthailand
8 months ago
ไม่รอด!! "อัยการสูงสุด" ชี้ขาดสั่งฟ้อง "บอสแซม-บอสมิน" 5 ข้อหาหนัก คดี “ดิ ไอคอน กรุ๊ป”
#TOPNEWS
#TOPNEWSONLINE
#TOPNEWSPHOTO
https://t.co/t4W5f4lyhw
dawnrsk
retweeted
THE STANDARD
@thestandardth
8 months ago
#กรมอุตุนิยมวิทยา
ประกาศประเทศไทย เข้าสู่ฤดูร้อน อย่างเป็นทางการ วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569
#TheStandardNews
dawnrsk
retweeted
THE STANDARD
@thestandardth
8 months ago
อัยการคดีพิเศษเลื่อนสั่งฟ้อง ‘สมนึก-อมฤทธิ์-ปุณฑรีก์’ คดีปั่นหุ้น MORE ไป 18 มี.ค. นี้ ภาพรวมสั่งฟ้องแล้ว 32 ราย ความคืบหน้าคดีทุจริตสร้างราคาหุ้น บริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) หรือ MORE มูลค่าความเสียหายกว่า 4,500 ล้านบาท ล่าสุดพนักงานอัยการคดีพิเศษ 3 ได้นัดฟังคำสั่งฟ้องผู้ต้องหารายสำคัญเพิ่มเติม วันนี้ (19 กุมภาพันธ์) ที่ สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก ผู้รับมอบอำนาจจากผู้ต้องหา 3 ราย ประกอบด้วย สมนึก กยาวัฒนกิจ ประธานกรรมการบริษัทในเครือตงฮั้ว, ปุณฑรีก์ อิศรางกูร ณ อยุธยา CEO บมจ.โกลบอล เซอร์วิส เซ็นเตอร์ (GSC) และ อมฤทธิ์ กล่อมจิตเจริญ CEO MORE ได้เข้ายื่นคำร้องต่ออัยการเพื่อขอเลื่อนการฟังคำสั่งฟ้องออกไป โดยทางผู้บริหารสำนักงานอัยการคดีพิเศษพิจารณาแล้วเห็นว่ามีเหตุสมควร จึงอนุญาตให้นัดส่งตัวฟ้องศาลอีกครั้งในวันที่ 18 มีนาคม 2569 สำหรับภาพรวมการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งหมด 42 ราย ตามคำสั่งชี้ขาดของอัยการสูงสุดในข้อหาร่วมกันสร้างราคาหลักทรัพย์, ฉ้อโกง, อั้งยี่ และซ่องโจร ปัจจุบันพนักงานอัยการคดีพิเศษ 3 ได้ดำเนินการส่งตัวฟ้องต่อศาลอาญาไปแล้วรวม 32 ราย 📌 กลุ่มที่ถูกคุมขังและได้รับการประกันตัว: ก่อนหน้านี้พนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องผู้ต้องหาชุดแรก 28 ราย ซึ่งศาลมีคำสั่งไม่ให้ประกันตัวในเบื้องต้น อย่างไรก็ตาม มีจำเลย 4 รายได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวในช่วงปลายเดือนกันยายน 2568 ซึ่งกรณีดังกล่าวมีรายงานว่ามีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนผู้พิพากษาที่เกี่ยวข้องในเวลาต่อมา 📌 ความคืบหน้าตระกูลพรประภา: ในส่วนของ เอกภัทร พรประภา และ อธิภัทร พรประภา ขณะนี้ยังคงถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำเนื่องจากศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว ขณะที่ อรพินธุ์ พรประภา ซึ่งถูกนำตัวส่งฟ้องไปเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 ล่าสุดศาลอาญาได้อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวภายหลังการไต่สวนเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่ามีเหตุจำเป็นด้านสุขภาพและอายุ รวมถึงไม่มีพฤติการณ์หลบหนี โดยมีเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ 📌 สถานะผู้ต้องหาที่เหลือ: ปัจจุบันยังเหลือผู้ต้องหาอีก 10 ราย (รวมนิติบุคคล) ที่ยังไม่ได้นำตัวส่งฟ้องศาล โดยในจำนวนนี้มี 6 รายที่อัยการสั่งให้พนักงานสอบสวน DSI ดำเนินการออกหมายจับแล้ว ส่วนอีก 4 รายที่เหลือ ประกอบด้วย เทียนประเสริฐ พลอำไภ ซึ่งได้เข้าพบอัยการและถูกนำตัวส่งฟ้องไปเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และอีก 3 รายที่ได้รับอนุญาตให้เลื่อนนัดในวันนี้ ในส่วนของผู้ต้องหาที่ยังไม่เข้ารับทราบคำสั่งและมีการยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมซ้ำซ้อน หรืออ้างเหตุขอเลื่อนนัดหลายครั้ง ทางอัยการคดีพิเศษได้กำชับให้ดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยหากพบพฤติการณ์จงใจหลีกเลี่ยงจะประสาน DSI เพื่อติดตามจับกุมตัวมาส่งฟ้องทันที เพื่อเร่งรัดคดีให้เป็นไปตามคำสั่งชี้ขาดของอัยการสูงสุดต่อไป #TheStandardNews
See More
dawnrsk
retweeted
TOP NEWS
@toptvthailand
8 months ago
"อ.แก้วสรร" ซัดนี่คือการตีรวน "ก๊วนส้ม" ป่วน ปั่น นับคะแนนใหม่ ชี้คำร้องต้องชัด "เลือกตั้งไม่สุจริต" ไม่ใช่ก่อม็อบกดดัน สมควรตั้งข้อหายุบพรรค?
#TOPNEWS
#TOPNEWSONLINE
#TOPNEWSPHOTO
https://t.co/cPSGKJ4Mn1
dawnrsk
retweeted
TOP NEWS
@toptvthailand
8 months ago
"แก้วตา ธิษะณา" เอาคืนหนักพรรคส้ม บี้ "เท้ง ณัฐพงษ์" ลาออก ซัดไม่มีศักยภาพเป็นผู้นำ
#TOPNEWS
#TOPNEWSONLINE
#TOPNEWSPHOTO
https://t.co/HXrLSJcUVY
dawnrsk
retweeted
Thairath_News
@Thairath_News
10 months ago
แจ้งข้อหา "นาย ก." มีไซยาไนด์ในครอบครอง สารภาพเอาไปให้ "นัทปง" ที่บ้านช่วง ต.ค. https://t.co/Wq1xagJWKg
dawnrsk
retweeted
THE STANDARD
@thestandardth
10 months ago
รมว. กลาโหมออกถ้อยแถลง ชี้กัมพูชาเป็นฝ่ายทำลายสันติภาพ ไทยมีความชอบธรรมตอบโต้ตามหลักสากล . วันนี้ (8 ธันวาคม) พล.อ. ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกถ้อยแถลงในสถานการณ์การปะทะระหว่างไทย-กัมพูชา โดยเนื้อหาระบุว่า พี่น้องประชาชนชาวไทยที่เคารพ นับตั้งแต่มีการทำข้อตกลงถ้อยแถลงร่วมโดยนายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา และนายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทย ว่าด้วยผลการประชุมของทั้งสองฝ่าย ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย (Joint Declaration) . ประเทศไทยได้ยึดมั่นในการปฏิบัติตามตลอดมา โดยคำนึงถึงความสงบสุขของประชาชนทั้งสองประเทศและความสงบสุขในภูมิภาค แม้จะมีการกระทำอันเป็นการละเมิดความตกลงและยั่วยุของฝ่ายกัมพูชามาโดยตลอด . เช้าวันนี้ (8 ธันวาคม) กัมพูชาได้เริ่มการโจมตีทางทหารหลังจากการที่กระทรวงการต่างประเทศได้ชี้แจงข้อเท็จจริงด้วยหลักฐานที่ประจักษ์ชัดถึงการละเมิดของฝ่ายกัมพูชา ในการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ครั้งที่ 22 (อนุสัญญาออตตาวา) และใช้โอกาสที่ประเทศไทยยังอยู่ในภาวะวิกฤติจากเหตุอุทกภัย โดยใช้อาวุธสงครามร้ายแรงโจมตี กองทัพไทย ในลักษณะที่คุกคามต่อชีวิตกำลังพล ประชาชน และอธิปไตยของไทย โดยไม่คำนึงถึงหลักมนุษยธรรมที่ประเทศเพื่อนบ้านพึงกระทำต่อกัน ทั้งที่ฝ่ายไทยได้ยึดถือแนวทางสันติวิธีเสมอมา . การกระทำของฝ่ายกัมพูชาแสดงออกอย่างชัดแจ้ง ถึงความไม่จริงใจในการร่วมกัน สร้างสันติภาพ การที่ฝ่ายกัมพูชาใช้อาวุธร้ายแรงโจมตีต่อฝ่ายไทย เป็นเหตุให้ทหารไทยบาดเจ็บ และเสียชีวิต รวมทั้งบ้านเรือนและทรัพย์สินของประชาชนได้รับความเสียหาย แสดงให้เห็นว่า กองทัพกัมพูชาไม่ปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมที่ได้ให้ไว้ มิหนำซ้ำยังเป็นผู้ทำลายสันติภาพที่ประเทศไทยพยายามสร้างและประคับประคอง ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องใช้สิทธิในการป้องกันตนเองอย่างเต็มรูปแบบตามกฎหมายระหว่างประเทศเพื่อปกป้องแผ่นดินไทย ชีวิตของทหาร และประชาชนคนไทยทุกคน . “ผมขอยืนยันกับพี่น้องประชาชนว่า ฝ่ายไทยมีความชอบธรรมตามกฎหมายภายใน และกฎหมายระหว่างประเทศที่จะตอบโต้ผู้ทำลายสันติภาพอย่างเด็ดขาด เมื่อเราเป็นผู้ถูกกระทำก่อน ทั้งนี้ เพื่อยุติภัยคุกคามและคืนความปลอดภัยให้พี่น้องประชาชนชาวไทยบริเวณชายแดน ขอให้ทุกท่านมั่นใจว่า ที่ผ่านมากองทัพไทยได้ยึดมั่นแนวทางสันติวิธีในการปกป้องอธิปไตย และบูรณภาพแห่งดินแดนของไทย โดยพร้อมที่จะตอบโต้และควบคุมสถานการณ์ ภายใต้กรอบหลักการสากล มีเหตุผล คำนึงถึงชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นสำคัญ ซึ่งเป็นไปตามมติของสภาความมั่นคงแห่งชาติ เมื่อ 11 พฤศจิกายน 2568 และ 8 ธันวาคม 2568” พล.อ. ณัฐพลระบุ . รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศระบุอีกว่า ประเทศไทยรักสันติ รักความสงบ แต่จะไม่ยอมให้ใครละเมิดอธิปไตย เราจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายเร็วที่สุด พร้อมทั้งจะรายงานความจริงให้สังคมไทยและประชาคมโลก ได้รับทราบอย่างโปร่งใส . “ผมขอเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนทุกคนร่วมส่งกำลังใจให้กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนทุกคน และครอบครัวของพวกเขา ตลอดจนพี่น้องประชาชนตามแนวชายแดน กระทรวงกลาโหมจะร่วมกับทุกส่วนราชการในการดูแลและสนับสนุนอย่างเต็มที่ ขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นว่า กองทัพไทยมีความมุ่งมั่นที่จะปกป้องอธิปไตย และผลประโยชน์ ของชาติอย่างเต็มขีดความสามารถ เพื่อความสงบสุขของประชาชน” พล.อ. ณัฐพลระบุ . ภาพ: ฐานิส สุดโต . #TheStandardNews #TheStandardPhoto #ฐานิสสุดโต #วิกฤตชายแดนไทยกัมพูชา
See More
Last Seen Users on Sotwe
หลงรักสาวแก่ ป้าแท้ๆชอบทำให้หำแข็ง
Seen from
Thailand
@Xx-Korean
Seen from
Indonesia
roshiinii
Seen from
Pakistan
ตอกสดๆเสียบสดๆ.
Seen from
United States
Magik ✨
Seen from
Germany
furryotter
Seen from
Poland
ker & caa
Seen from
Indonesia
রঙ্গের মেলা
Seen from
United Kingdom
❤️🔥TIAFLIX❤️🔥
Seen from
Vietnam
top_25t
Seen from
Vietnam
Trends for you
1
Tanner McKee
Under 10K tweets
2
McAfee
Under 10K tweets
3
#ShareYourSpark
Under 10K tweets
4
GTA 6
Under 10K tweets
5
Prayers for Jalen
Under 10K tweets
6
Nemotron 3.5 Super VL
Under 10K tweets
7
Matt Gaetz
Under 10K tweets
8
Warhol
Under 10K tweets
9
Muse Spark Open
Under 10K tweets
10
GOTY
Under 10K tweets
Most Popular Users
1
Elon Musk
@elonmusk
241.5M followers
2
Barack Obama
@barackobama
118.9M followers
3
Cristiano Ronaldo
@cristiano
114.6M followers
4
Donald J. Trump
@realdonaldtrump
111.8M followers
5
Narendra Modi
@narendramodi
107.1M followers
6
Rihanna
@rihanna
98.7M followers
7
NASA
@nasa
92.3M followers
8
Justin Bieber
@justinbieber
91.8M followers
9
KATY PERRY
@katyperry
90.1M followers
10
Taylor Swift
@taylorswift13
84M followers
11
Lady Gaga
@ladygaga
75.5M followers
12
Virat Kohli
@imvkohli
73.5M followers
13
Kim Kardashian
@kimkardashian
70.9M followers
14
YouTube
@youtube
68.8M followers
15
Neymar Jr
@neymarjr
66.6M followers
16
Bill Gates
@billgates
65.3M followers
17
Selena Gomez
@selenagomez
63.1M followers
18
The Ellen Show
@theellenshow
62.2M followers
19
CNN
@cnn
61.7M followers
20
X
@x
60.7M followers
Olivia
Online
✨
⭐
💫