Home
Language
English
Türkçe
Bahasa Indonesia
About
Privacy Policy
Terms of Service
Pricing
Sign In
Download All
Share
finnomena
@finnomena
แพลตฟอร์มสู่โอกาสสร้างความมั่งคั่งอย่างเหนือชั้น ครบครันด้านคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้คุณคว้าโอกาสการลงทุนที่ดีที่สุด
Joined September 2015
86
Following
77.5K
Followers
26.7K
Posts
finnomena
@finnomena
about 6 hours ago
เพิ่มเงินลงทุนในพอร์ต AWS ทำได้ง่าย ๆ ในไม่กี่คลิก 1️⃣ เข้าหน้าพอร์ต และเลือก ซื้อ/ขาย/สับเปลี่ยน 2️⃣ กด ลงทุนเพิ่มตามแผน (ขั้นต่ำ 25,000 บาท) 3️⃣ ระบุจำนวนเงินที่ต้องการลงทุน 4️⃣ กด เพิ่มรายการคำสั่ง 5️⃣ กด ส่งรายการคำสั่ง ง่าย สะดวก และพร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายการลงทุนระยะยาวได้ทันที ลงทุนเพิ่ม คลิก >>> https://t.co/3jgABQGp2i คำเตือน : ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลสำคัญของกองทุนโดยเฉพาะนโยบายกองทุน ความเสี่ยง และผลการดำเนินงานของกองทุน โดยสามารถขอข้อมูลจากผู้แนะนำก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
See More
finnomena's tweet video.
finnomena
@finnomena
about 7 hours ago
Talk Show ครั้งแรกของ Morning Brief !! ปลุกความมั่งคั่งครั้งใหม่ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ การเมือง และการลงทุนแห่งอนาคต ผ่านเลนส์แห่ง “ความหวัง” ที่นักลงทุนไม่ควรพลาด Morning Brief on Stage "The Dawn of Hope รุ่งอรุณแห่งความหวัง" 📅 วันที่ 8 สิงหาคม 2569 🕑 เวลา 14:00-17:00 น. 📍 ณ โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ !! รอบเดียวเท่านั้น พลาดแล้วพลาดเลย !! 📌เตรียมตัวกดบัตร 24 มิถุนายน 2569 เวลา 08:00 น. เป็นต้นไป จนกว่าที่นั่งจะหมด ราคาบัตร 1,200 | 1,800 | 2,500 บาท ซื้อบัตรได้ที่ eventpop ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเร็ว ๆ นี้ #MorningBrief #MorningBriefonStage #TheDawnofHope #รุ่งอรุณแห่งความหวัง #Assetinsight
See More
finnomena
@finnomena
about 8 hours ago
หุ้นอินโดนีเซีย 🇮🇩 เกิดอะไรขึ้น ? พายุลูกใหญ่ ถล่มตลาดหุ้น วิกฤตศรัทธาทีมเศรษฐกิจ ตลาดหุ้นอินโดนีเซียจากที่เคยเป็นตลาดที่เนื้อหอมในสายหลายนักลงทุนต่างชาติ วันนี้ดัชนี IDX Composite กำลังดิ่งลงอย่างรวดเร็ว นับตั้งแต่ต้นปี ปรับตัวลดลงกว่า -38% และช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ติดลบ -13% ค่าเงินรูเปียอินโดนีเซีย ก็อ่อนค่าลงมาเรื่อย ๆ เป็นประวัติการณ์ ทะลุ 18,000 USD/IDR Bloomberg รายงานว่า “Sell Indonesia” กลายเป็นธีมการลงทุนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในเอเชีย โดยนักลงทุนต่างชาติลดการถือครองสินทรัพย์อินโดนีเซียจากความกังวลต่อทิศทางนโยบายของประธานาธิบดี Prabowo Subianto ที่ขยายบทบาทภาครัฐ การใช้จ่ายงบขนาดใหญ่ และการเปลี่ยนแปลงทีมเศรษฐกิจ - รัฐบาลเกิดวิกฤตศรัทธา - สิ่งที่รัฐบาลทำในช่วงก่อนหน้านี้ คือ ประกาศนโยบายควบคุมการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ ได้แก่ น้ำมันปาล์ม, ถ่านหิน, โลหะผสมเหล็ก โดยต้องผ่านบริษัทการค้าของรัฐภายใต้กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (Danantara) โดยบังคับให้เอกชนรายงานธุรกรรมและแทรกแซงกลไกตลาด นโยบายนี้ขัดต่อกลไกตลาดโลก เพิ่มความเสี่ยงด้านธรรมาภิบาล (Governance Risk) และทำให้นักลงทุนต่างชาติขาดความเชื่อมั่น จนเสี่ยงที่จะโดนหั่นอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศ (Credit Rating Downgrade) อีกทั้งยังเกิดการเปลี่ยนแปลงทีมเศรษฐกิจ โดยเฉพาะหลังการปลดอดีตรัฐมนตรีคลัง Sri Mulyani Indrawati ซึ่งเคยได้รับการยอมรับในฐานะผู้รักษาวินัยการคลัง - ธนาคารกลางขึ้นดอกเบี้ย แทรกแซงค่าเงิน - ธนาคารกลางอินโดนีเซียยังได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 50 bps สู่ระดับ 5.25% ในเดือนพฤษภาคม 2026 เพื่อพยุงค่าเงินรูเปียที่อ่อนค่าแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และ J.P. Morgan คาดว่าอาจต้องขึ้นต่อเนื่องไปถึง 5.75% เพราะอินโดนีเซียเปิดให้เงินทุนเคลื่อนย้ายเสรี แต่เกิดวิกฤตศรัทธาจนเงินทุนไหลออก และเพื่อเป็นการรักษาค่าเงินให้มีเสถียรภาพ จึงจำเป็นต้องยอมแลกด้วยการขึ้นดอกเบี้ย และเสียทุนสำรองไปกับการแทรกแซงค่าเงิน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการทุบตลาดหุ้นให้พังลง MSCI เล็ง Downgrade สู่ Frontier Market ตลาดหุ้นอินโดนีเซียกำลังเผชิญความเสี่ยงครั้งใหญ่ในเดือนมิถุนายน 2026 นี้ โดย MSCI อาจปรับลดสถานะตลาดหุ้นจากตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) ลงสู่ตลาดชายขอบ (Frontier Market) เนื่องจากความกังวลเชิงโครงสร้าง 4 ด้านหลัก 1. ความโปร่งใสของข้อมูลผู้ถือหุ้น ซึ่งมีการถือหุ้นผ่านนอมินี (Nominee Structures) สูง 2. การกระจุกตัวของหุ้นใหญ่บางตัว: เช่น BREN, DSSA, AMMN, TPIA, CUAN ทำให้ Free Float ที่แท้จริงต่ำมาก 3. พฤติกรรมการซื้อขายที่น่าสงสัย (Coordinated Trading) หรือการปั่นหุ้น 4. เกณฑ์ Free Float ต่ำ หลายบริษัทมี Free Float เพียง 7.5% ต่ำกว่ามาตรฐาน EM อื่น ๆ ผลกระทบที่เกิดขึ้นแล้ว นั่นคือเม็ดเงินต่างชาติไหลออกสะสมแล้วกว่า 2,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ MSCI ได้ถอดหุ้นอินโดนีเซียออกจากการคำนวณดัชนีไปแล้ว 19 หลักทรัพย์ ทำให้ดัชนีดิ่งลงอย่างรุนแรง (JCI เคยลบถึง 7.35% ในวันเดียวตอนประกาศระงับ Rebalancing ช่วงต้นปี) ต้องจับตาดูว่าในเดือนมิถุนายนนี้ หากโดนลดสถานะจริง คาดว่าจะมีเงินทุนไหลออกเพิ่มอีก 7,800 – 13,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มุมมอง Finnomena Funds ไม่แนะนำลงทุนในหุ้นอินโดนีเซีย - ความไม่แน่นอนจากการพิจารณาสถานะดัชนี MSCI ในเดือนมิถุนายน 2026 ยังคงเป็นแรงกดดันสำคัญที่ประเมินผลลัพธ์ได้ยาก เพราะไม่มีประเทศใดในประวัติศาสตร์ MSCI เคยถูกปรับลดสถานะจาก Emerging Market สู่ Frontier Market ด้วยสาเหตุด้านความโปร่งใสของข้อมูลการถือครองหุ้นมาก่อน - Valuation ดูถูกที่ Forward P/E 9.28 เท่า แต่ประมาณการกำไรยังคงถูกปรับลดลง - ค่าเงินอ่อนค่าต่อเนื่องจนแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ธนาคารกลางจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ย 50 bps เป็น 5.25% และ J.P. Morgan คาดว่าจะขึ้นต่ออีกสู่ 5.75% ซึ่งกดดัน earnings ของภาคธนาคารและผู้บริโภค - นโยบายรวมศูนย์การส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ผ่าน Danantara (กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของอินโดนีเซีย) สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงเชิงนโยบายที่เพิ่มสูงขึ้น และบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT
See More
finnomena
@finnomena
about 10 hours ago
หนีตายหุ้นเทคโนโลยี ตลาดลงต่อ เกาหลี -5% Morning Brief 08/06/2026 https://t.co/RgCY1dD09W
Who to follow
THE STANDARD WEALTH
@Standard_Wealth
สำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ การเงิน และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD
ฟอร์ม หุ้น
@FromStockth
สาระ เพื่อนักลงทุน หุ้น ทุกท่าน https://t.co/ax35kE1RiG โปรดกดติดตาม
ม้าเฉียว ดูหุ้น The Future
@machao_stock
วิศวกร นักลงทุน ตัวแทนเปิดพอร์ทการลงทุนที่ได้รับใบอนุญาตถูกต้องจากสมาคมหลักทรัพย์ไทย A0475 ที่ปรึกษาการลงทุนที่ได้รับใบอนุญาต IC 090389
finnomena
@finnomena
2 days ago
Taiwan Sickness 🇹🇼 เงามืดของไต้หวัน เมื่อเศรษฐกิจโตเร็วที่สุดในโลก แต่คนจำนวนมากรู้สึกว่าตัวเองแพ้ให้กับชีวิต ! บทความจากสำนักข่าว DongA Ilbo ของเกาหลีใต้ ได้วิเคราะห์เกี่ยวกับปรากฏการณ์ความร่ำรวยของประเทศไต้หวัน จากการเติบโตของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ แต่คนไต้หวันส่วนใหญ่กลับรู้สึกว่าชีวิตยากลำบากขึ้น ซึ่งเกาหลีใต้เองก็กำลังเดินรอยเดียวกันในเวลานี้ หลังจากที่ Samsung Electronics และ SK Hynix ได้สร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากการส่งออกชิปหน่วยความจำ The Economist เรียกปรากฏการณ์ที่ประเทศรวยขึ้นแต่ประชาชนจนลงนี้ว่า Taiwan Sickness ในไตรมาสแรกของปี 2026 เศรษฐกิจไต้หวันเติบโตสูงถึง 13.69% เมื่อเทียบกับปีก่อน โตสูงสุดในรอบ 39 ปี โดยมี TSMC และการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก และคาดว่า GDP ต่อหัวของไต้หวันจะทะลุ 40,000 ดอลลาร์สหรัฐ ถึงแม้ตัวเลขเศรษฐกิจจะดีมาก แต่ผลสำรวจกลับพบว่าประชาชนไต้หวันกว่า 55.1% รู้สึกว่าเศรษฐกิจแย่ กลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ที่อายุต่ำกว่า 39 ปี ประมาณ 40% กำลังเผชิญภาวะเงินไม่พอใช้ และ 23% ไม่มีเงินเก็บเลย ที่น่าหดหู่คือ 54.9% มองว่าตัวเองเป็นผู้แพ้ในชีวิต อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และ AI สร้างมูลค่า GDP ให้ไต้หวันมากกว่า 20% แต่กลับจ้างงานคนเพียงแค่ประมาณ 300,000 คน หรือไม่ถึง 3% ของแรงงานทั้งหมด 11 ล้านคน คนอีกกว่า 90% ที่ทำงานในภาคบริการหรืออุตสาหกรรมดั้งเดิม ไม่ได้รับอานิสงส์จาก AI เลย วิกฤตราคาบ้านกำลังเดขึ้นในไต้หวัน อัตราส่วนราคาบ้านต่อรายได้ในกรุงไทเปพุ่งสูงถึง 15.41 เท่า ซึ่งแซงหน้าฮ่องกง (14.4 เท่า) และโซล (13.9 เท่า) หมายความว่าคนธรรมดาต้องเก็บเงินทั้งหมด โดยไม่ใช้เลยเป็นเวลา 15.41 ปีถึงจะซื้อบ้านได้ ทำให้คนรุ่นใหม่ต้องย้ายออกไปซื้อบ้านแถบชานเมืองที่ห่างไกล อัตราการเกิดต่ำทุบสถิติ เพราะความกดดันในการใช้ชีวิต ส่งผลให้อัตราการเกิดของไต้หวันลดลงเหลือเพียง 0.695 ซึ่งต่ำเป็นประวัติการณ์ นอกจากนี้ การที่ธนาคารกลางไต้หวันใช้นโยบายกดค่าเงินดอลลาร์ไต้หวันให้ต่ำกว่าความเป็นจริง และคงอัตราดอกเบี้ยให้ต่ำเป็นพิเศษมาอย่างยาวนาน เพื่อสนับสนุนให้บริษัทส่งออกรายใหญ่ เช่น TSMC มีความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก เปรียบเสมือนการโยกย้ายความมั่งคั่งจากกระเป๋าประชาชนไปให้บริษัทใหญ่ ... Source: https://t.co/N1acI9dU5J
See More
finnomena
@finnomena
2 days ago
6.6 นี้ ดีลพิเศษต้อนรับเดือนมิถุนายน ลงทุนให้คุ้มกว่าเดิม! แจกคูปองเงินคืน (Cashback Coupon*) สำหรับซื้อกองทุนที่ร่วมรายการ 3 ขั้นตอนง่ายๆ : 1️⃣ กดเก็บคูปองในแอปฯ 2️⃣ ช้อปกองทุนที่เล็งไว้ (ตามเงื่อนไขกองทุนที่ร่วมรายการ) 3️⃣ รอรับเงินคืนได้เลย กดคูปองได้ที่ : https://t.co/tIerL8YNHx เช็คกองทุนที่เข้าร่วมได้ที่ : https://t.co/7qNaqxQujw *E-coupon สามารถใช้ได้ผ่าน Application Finnomena เท่านั้น โดยจะใช้ได้หลังจากทำรายการลงทุนสำเร็จ ที่หน้า Order result จะมีปุ่มให้ใช้งานคูปองแสดงขึ้นมา ระยะเวลาโปรโมชั่นเริ่มตั้งแต่วันที่ 5 พ.ค. - 30 มิ.ย. 2569 ข้อกำหนดและเงื่อนไข : - การใช้คูปองจะถือว่าเสร็จสมบูรณ์ ก็ต่อเมื่อลูกค้าได้ยืนยันการใช้งานเรียบร้อยแล้ว - คูปอง 1 ใบ สามารถใช้ได้กับการทำรายการซื้อเพียง 1 ครั้งเท่านั้น - ยอดเงินลงทุนจะคำนวณจากมูลค่าการซื้อและสับเปลี่ยนเข้าสู่กองทุนที่ร่วมรายการเท่านั้น - บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการไม่นำรายการลงทุนในกองทุนที่ได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมการซื้อหน่วยลงทุนหรือค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนมาคำนวณเพื่อรับ Cashback - คูปองไม่สามารถจำหน่าย โอนสิทธิ์ แลกเปลี่ยน หรือแลกเป็นเงินสดได้ - คูปองไม่สามารถใช้กับการปรับพอร์ตการลงทุน (PRA) และการลงทุนแบบทยอยสะสมมูลค่า (DCA) - ลูกค้าจะได้รับ cashback ภายใน 21 วัน นับจากวันที่หน่วยลงทุนถูกจัดสรรเข้าสู่พอร์ตของลูกค้าเรียบร้อยแล้ว - ลูกค้าสามารถยกเลิกการใช้งานคูปองได้ภายในวันที่ใช้ โดยต้องดำเนินการก่อนเวลา 23:59 น. และจะได้รับคูปองคืนภายใน 3 วันทำการ - ในกรณีที่คำสั่งซื้อหน่วยลงทุนถูกยกเลิก คูปองจะถูกคืนกลับให้กับลูกค้าภายใน 3 วันทำการ - มูลค่า Cashback ที่ลูกค้าได้รับ จะไม่เกิน 0.2% ของมูลค่าการลงทุนขั้นต่ำตามที่บริษัทกำหนด ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน สิทธิพิเศษนี้เป็นกิจกรรมส่งเสริมการขาย ไม่ถือเป็นการเสนอขายหรือชักชวนให้ลงทุนในหน่วยลงทุนใด ๆ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด โทร. 02-026-5100 หรือ LINE @FinnomenaPort ในวันทำการ 09:00-17:00 น.
See More
finnomena
@finnomena
3 days ago
โลกการลงทุนวันนี้กำลังถูกขับเคลื่อนด้วย “เมกะเทรนด์” ที่เข้ามาเปลี่ยนทั้งพฤติกรรมผู้บริโภค เทคโนโลยี และโครงสร้างเศรษฐกิจโลกในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็น “พลังงานสะอาด” ที่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ อุตสาหกรรม “เกม” ที่เติบโตจากความบันเทิงเฉพาะกลุ่มสู่ Mainstream Entertainment “เทคโนโลยีด้านความมั่นคง” ที่ได้รับแรงหนุนจากภูมิรัฐศาสตร์โลก หรือเทรนด์ “Longevity” ที่กำลังเปลี่ยนอนาคตของระบบสุขภาพและการแพทย์โลก 🌎 กระแสเหล่านี้กำลังกลายเป็นธีมการลงทุนระยะยาวที่ได้รับแรงสนับสนุนทั้งจากเม็ดเงินลงทุนภาครัฐ การพัฒนาเทคโนโลยี และการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของโลก ทำให้ Thematic Investment กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ทำให้นักลงทุนเข้าถึงโอกาสเติบโตจากอุตสาหกรรมแห่งอนาคตได้โดยตรง บทความนี้จะพาไปรู้จัก 4 ธีมการลงทุนระดับโลกที่น่าจับตา ทั้ง Clean Energy, Games & Esports, Defense และ Longevity พร้อมเจาะลึกว่าทำไมอุตสาหกรรมเหล่านี้จึงกำลังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ และถ้าอยากคว้าโอกาสลงทุนในธีมเหล่านี้ จะมีกองทุนไหนให้ลงทุนบ้าง 📈 อ่านเพิ่มเติม 👉 https://t.co/8bUCGj90oB ... คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299
See More
finnomena
@finnomena
3 days ago
NVIDIA Laptop จะมาแทนที่ Macbook !? ใครจะซื้อ Macbook ต้องฟังคลิปนี้ก่อน - Tech Sync https://t.co/Lf3I0Cd0KL
finnomena
@finnomena
3 days ago
อันตราย! หุ้นเกาหลี -6% Goldman Sachs เพิ่มเป้า 12,000 จุด Morning Brief 05/06/2026 https://t.co/PWrfmAWD68
finnomena
@finnomena
4 days ago
เคยฝันไหมว่าอยากมีชีวิตแบบไหน มีเงินเก็บ บ้านในฝัน หรือเที่ยวรอบโลก ความฝันเหล่านี้เริ่มได้จาก “การวางแผนการเงิน” แม้วันนี้จะยังไม่รู้จะเริ่มตรงไหน แค่เริ่มจัดระเบียบการเงินทีละนิด ก็พาเข้าใกล้เป้าหมายมากกว่าที่คิด 🎯 อ่านเพิ่มเติม 👉 https://t.co/gJ9J4OUTYJ
#GoalsNavigator
See More
finnomena
@finnomena
4 days ago
☀️ สรุปกองทุน LHSOLAR โอกาสลงทุนในธีมพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar) ขุมพลังที่อยู่เบื้องหลังการเติบโตของ AI ✅ โลกก้าวเข้าสู่ Age of Electricity ที่เปลี่ยนผ่านจากเชื้อเพลิงฟอสซิลสู่พลังงานสะอาด โดยแสงอาทิตย์เป็นกลุ่มที่ได้รับเม็ดเงินลงทุนมากที่สุด เพราะมีต้นทุนที่คุ้มค่ามากสุด ✅ ความต้องการไฟฟ้าเติบโตมหาศาล ตาม AI & Data Center ที่คาดโต 4 เท่าในช่วงปี 2024-2030 หนุนความต้องการไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 15% ต่อปี ✅ สอดคล้องกับนโยบายโลก ซึ่งภาครัฐเร่งผลักดัน Solar Energy โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่ออกมาตรการ Inflation Reduction Act (IRA) สนับสนุนการลงทุนพลังงานสะอาดผ่านเครดิตภาษีและเงินอุดหนุน รวมถึงยังได้รับประโยชน์โดยตรงจากนโยบาย Net Zero สนใจ LHSOLAR ดูรายละเอียดเพิ่มเติม -> https://t.co/vVT3jhLbxW .. คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT
See More
finnomena
@finnomena
4 days ago
แสงอาทิตย์ (Solar) ขุมพลังของ AI แซงถ่านหินและนิวเคลียร์ สู่การเป็นแกนหลักในโครงข่ายไฟฟ้าอเมริกา ภูมิทัศน์พลังงานของสหรัฐอเมริกากำลังเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครั้งใหญ่ที่สุดในรอบศตวรรษ เมื่อพลังงานสะอาด โดยเฉพาะ "พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar)" และ "พลังงานลม" (Wind) ได้เปลี่ยนบทบาทจากพลังงานทางเลือก ขึ้นมาเป็นฟันเฟืองสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนอนาคตทางเทคโนโลยี .. 1. จุดตัดประวัติศาสตร์ แซงถ่านหินและนิวเคลียร์ ข้อมูลล่าสุดของ U.S. EIA ระบุว่า ระบบไฟฟ้าของสหรัฐฯ ก้าวผ่านหมุดหมายสำคัญที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาถึงเร็วขนาดนี้ 2024 เป็นปีแรกในประวัติศาสตร์ที่พลังงานหมุนเวียนอย่างลมและโซลาร์ มีสัดส่วนการผลิตรวมกัน 17.2% สามารถเอาชนะถ่านหินที่ 14.8% และช่องว่างนี้ยังคงขยายกว้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปี 2025 พลังงานลมและโซลาร์ยังคงเติบโตอย่างร้อนแรง จนมีสัดส่วนรวมกันพุ่งขึ้นไปถึง 18.9% แซงหน้าพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งอยู่ที่ 17.4% เป็นที่เรียบร้อย 2. แสงอาทิตย์ คือ ตัวเร่งสำคัญ หากเจาะลึกดูในกลุ่มพลังงานหมุนเวียน พลังงานลมเริ่มเข้าสู่ช่วงเติบโตอย่างคงที่ แต่พลังงานแสงอาทิตย์ คือผู้เล่นที่เติบโตแบบก้าวกระโดดและเป็นเบื้องหลังความสำเร็จนี้ สัดส่วนของโซลาร์ พุ่งจาก 5.6% ในปี 2023 ขึ้นเป็น 6.9% ในปี 2024 ล่าสุดพุ่งทะยานสู่ 8.6% ในปี 2025 ซึ่งชดเชยสัดส่วนของเชื้อเพลิงฟอสซิลดั้งเดิม สาเหตุเพราะ Solar เป็นแหล่งพลังงานที่ Deploy ได้เร็วและคุ้มค่าที่สุดจากความต้องการไฟฟ้าของ AI Infrastructure ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง 3. ขุมพลังเบื้องหลังความต้องการอันบ้าคลั่งของ AI และ Data Center การปฏิวัติอุตสาหกรรมเทคโนโลยีไปสู่ยุค AI และการหลั่งไหลของเม็ดเงินลงทุนใน Data Center ทั่วสหรัฐฯ หนุนความต้องการใช้ไฟฟ้าพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ โมเดล AI ขั้นสูงต้องการพลังงานในการประมวลผลและการหล่อเย็นมหาศาล และบริษัท Big Tech ต่างมีข้อผูกมัดด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดว่าจะต้องใช้พลังงานสะอาด 100% (Net Zero) ดังนั้น โซลาร์ฟาร์มกลายเป็นคำตอบเดียวที่สามารถสร้างและขยายกำลังการผลิตได้อย่างรวดเร็วพอที่จะตอบสนองความต้องการเหล่านี้ .. สรุปภาพรวมสัดส่วนไฟฟ้าสหรัฐฯ ณ ปัจจุบัน - ก๊าซธรรมชาติ 40.2% - ลม + แสงอาทิตย์ 18.9% - นิวเคลียร์ 17.4% - ถ่านหิน 16.3% จากอดีตยุค 1990 ที่สหรัฐฯ พึ่งพาถ่านหินเพียงอย่างเดียวเกินครึ่งประเทศ (52.5%) วันนี้ได้ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่มีพลังงานแสงอาทิตย์เป็นหัวใจสำคัญในการป้อนพลังงานให้แก่โลกดิจิทัลและ AI
See More
finnomena
@finnomena
4 days ago
ฟองสบู่ดอทคอม vs AI รอบนี้ต่างกันตรงไหน ? ทำไม "แพงแต่ไปต่อได้" - The Investo 04/06/69 https://t.co/K9kRUtV304
finnomena
@finnomena
4 days ago
Michael Saylor เริ่มขายแล้ว 32 BTC
finnomena
@finnomena
4 days ago
Bitcoin ร่วงทดสอบ 62,000 เหรียญ ! Michael Saylor น่าจะยังไม่ขายไต แต่ขาย Bitcoin ครั้งแรกในรอบ 4 ปีแล้ว หลังตลาดพากันหนีเข้าหุ้น AI ความเคลื่อนไหวของราคา Bitcoin ร่วงลงอย่างรุนแรงในกรอบ $61,000 - $62,500 จากหลายปัจจัยลบทั้งในความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ดอลลาร์ที่แข็งค่า แรงเทขายครั้งใหญ่จากกองทุน Spot ETF และ Sentiment เชิงลบจากการที่ MicroStrategy เริ่มมีการขาย Bitcoin ออกไปบางส่วนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2022 นับตั้งแต่ Michael Saylor เริ่มดำเนินกลยุทธ์เข้าซื้อและสะสม Bitcoin เป็นสินทรัพย์สำรองของบริษัทตั้งแต่ปี 2020 จะเห็นว่าราคาหุ้น MicroStrategy เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับวัฏจักรราคาของ Bitcoin อย่างใกล้ชิด โดยปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงตลาดกระทิงปี 2021 ก่อนจะปรับฐานลงในปี 2022-2023 และพุ่งทะยานขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วงปี 2024-2025 ตามขาขึ้นครั้งใหญ่ของ Bitcoin แต่ล่าสุด MicroStrategy ได้ขาย Bitcoin ออกมาจากเป็นจำนวน 32 BTC คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2.5 ล้านเหรียญสหรัฐ สวนทางกับคำพูดที่เคยบอกว่าเขาจะไม่มีวันขายเป็นอันขาด เม็ดเงินไหลเข้า Bitcoin ETF เริ่มชะลอตัว เช่นเดียวกับข้อมูล Net Fund Flow ของกองทุน Spot Bitcoin ETF รายใหญ่ที่สุด 3 อันดับแรก เผยให้เห็นว่าในสัปดาห์ที่ผ่านมา ปริมาณการซื้อสุทธิเริ่มสลับมาเป็นสีแดงในบางวัน ส่งผลให้เส้นกราฟการสะสมสินทรัพย์รวม (Cumulative Flow) ที่เคยพุ่งทะยานอย่างต่อเนื่อง เริ่มมีลักษณะทรงตัว สะท้อนว่าแรงซื้อจากฝั่งสถาบันเริ่มมีการพักฐานแล้ว Bitcoin ที่ดิ่งลง สวนทางหุ้น AI พุ่งทะยานทำนิวไฮ นักวิเคราะห์หลายแห่งตั้งข้อสังเกตว่า ในช่วงนี้กระแสเงินใหม่ไม่ได้ไหลเข้าตลาดคริปโตเหมือนปีก่อน แต่นักลงทุนส่วนใหญ่กำลังหันไปให้ความสนใจกับหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี AI และหุ้น IPO ใหญ่ ๆ มากกว่า ทำให้สภาพคล่องในตลาดคริปโตลดน้อยลง จุดเปลี่ยนอยู่ที่ Market Crash ช่วงตุลาคม 2025 (ทรัมป์ประกาศเก็บภาษีทั่วโลก) ซึ่งก่อนหน้านี้สินทรัพย์ทั้งสองยังคงเคลื่อนไหวสอดคล้องกันอย่างใกล้ชิด แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์ตลาดปรับฐานรุนแรงในเดือนตุลาคม ทิศทางของทั้งสองสินทรัพย์กลับแยกออกจากกันอย่างสิ้นเชิง (Break Widens) ดัชนี Nasdaq (เส้นสีดำ): แสดงความแข็งแกร่งอย่างมากหลังผ่านพ้นช่วงวิกฤตสั้น ๆ สามารถฟื้นตัวและพุ่งทะยานขึ้นต่อเนื่องจนทำผลตอบแทนสะสมเป็นบวกเกือบ +50% ในช่วงเมษายน 2026 Bitcoin (เส้นสีส้ม): กลับเจอมรสุมหนักหลังจากเกิด Market Crash โดยราคาทรุดตัวลงอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงปลายปี 2025 และดิ่งลงไปลึกสุดถึงเกือบ -50% ในช่วงต้นปี 2026 ก่อนจะขยับตัวขึ้นเล็กน้อยในเดือนเมษายน นักลงทุนในตลาดเริ่มมอง Bitcoin แตกต่างจากหุ้นเทคโนโลยีในช่วงที่ผ่านมา ในขณะที่เงินทุนไหลเข้าหาหุ้นกลุ่มเทคฯ จน Nasdaq เติบโตอย่างแข็งแกร่ง แต่ฝั่ง Bitcoin กลับเผชิญกับสภาวะเงินทุนไหลออกและแรงกดดันอย่างหนัก ซึ่งต้องจับตาว่าความสัมพันธ์ที่ขาดออกจากกันนี้จะเป็นแนวโน้มระยะยาว หรือเป็นเพียงความผิดปกติชั่วคราวของวัฏจักรตลาดรอบนี้
See More
finnomena
@finnomena
4 days ago
เจนเซน หวง VS เรย์ ดาลิโอ ฟองสบู่ AI ใครจะทำนายถูก? Morning Brief 04/06/2026 https://t.co/6DDU4d2cLr
finnomena
@finnomena
5 days ago
อัปเดตเกณฑ์ใหม่บัตรคนจน พ่อ-แม่ ที่ถูกนำชื่อไปลดหย่อนภาษี 30,000 บาท จะโดนตัดสิทธิ์ทันที เพราะแปลว่า "จนไม่จริง" 🔵 บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ได้อะไรบ้าง ? 1.) วงเงิน 300 บาทต่อคนต่อเดือน สำหรับซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษาและวัตถุดิบเพื่อเกษตรกรรม จากร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น และร้านอื่น ๆ ตามที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด 2.) วงเงิน 80 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน สำหรับส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้มจากร้านค้าตามที่กระทรวงพลังงานกำหนด 3.) วงเงิน 750 บาทต่อคนต่อเดือน สำหรับค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะ 4.) อุดหนุนค่าไฟฟ้า 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน 5.) อุดหนุนค่าน้ำประปา 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน ... 🟢 ลดหย่อนภาษีบิดา มารดา การนำค่าลดหย่อนเลี้ยงดูบิดามารดาจำนวน 30,000 บาท ไปใช้ในการคำนวณภาษี ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับเงินคืนตรง ๆ 30,000 บาท แต่จะขึ้นอยู่กับ "ฐานภาษีสูงสุด" ของตัวคุณเองในปีนั้น ๆ คิดคำนวณง่าย ๆ จากสูตร เงินภาษีที่ประหยัดได้ = 30,000 x อัตราภาษีตามฐานเงินได้ของคุณ เช่น เงินได้สุทธิ 150,001 - 300,000 บาท ฐานภาษี 5% ได้เงินคืน 1,500 บาท เงินได้สุทธิ 300,001 - 500,000 บาท ฐานภาษี 10% ได้เงินคืน 3,000 บาท เงินได้สุทธิ 750,001 - 1,000,000 บาท ฐานภาษี 20% ได้เงินคืน 6,000 บาท เงินได้สุทธิ 5,000,001 บาทขึ้นไป ฐานภาษี 35% ได้เงินคืน 10,500 บาท ถ้าต้องเลือกทางเดียว อะไรคุ้มกว่า ? 🟢 เลือก "ลดหย่อนภาษีให้ลูก" คุ้มกว่าเมื่อ ลูกมีฐานภาษีตั้งแต่ 15% ขึ้นไป และพ่อแม่ไม่ค่อยได้ใช้บริการรถสาธารณะ เพราะลูกจะประหยัดภาษีได้ตั้งแต่ 4,500 - 10,500 บาท มากกว่ามูลค่าวงเงินที่ได้รับจากบัตรสวัสดิการ ประมาณ 3,920 บาท 🔵 เลือกให้พ่อแม่ถือ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" คุ้มกว่าเมื่อ ลูกมีฐานภาษีต่ำกว่า 15% เพราะช่วงภาษี 5% - 10% จะประหยัดภาษีได้แค่ 1,500 - 3,000 บาท การให้คุณพ่อคุณแม่รับสิทธิบัตรสวัสดิการเพื่อซื้อของกินของใช้เองประมาณ 3,920 บาท จะคุ้มค่าในเชิงเม็ดเงินรวมของครอบครัวมากกว่า 🔴 แต่หากคุณพ่อคุณแม่เดินทางด้วยรถสาธารณะเป็นประจำ วงเงินค่าเดินทาง 750 บาทต่อเดือน (ปีละ 9,000 บาท) รวมกับค่าของใช้แล้วจะสูงถึงปีละเกือบ 13,000 บาท ถือว่าคุ้มค่ากว่าสิทธิลดหย่อนภาษีของลูกในเกือบทุกฐานภาษี
See More
finnomena
@finnomena
6 days ago
ในวันที่โลกการลงทุนไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ในประเทศอีกต่อไป โอกาสในการเติบโตจึงกระจายอยู่ทั่วทุกมุมโลก 🌍 บทความนี้จะพาไปดูว่า เงิน 50,000 บาท จะจัดพอร์ตยังไงให้เติบโตไปกับหุ้นทั่วโลก 💰 อ่านเพิ่มเติม 👉 https://t.co/O0v4ilkaGC
#FinnomenaFunds
#AllStar
finnomena
@finnomena
6 days ago
Bitcoin ร่วงแรงหลุด $70,000 เรียกขาลงเต็มตัว ? - The Investo 02/06/69 https://t.co/Tu2gGilgGG
finnomena
@finnomena
6 days ago
กลยุทธ์ตราสารหนี้เดือนมิถุนายน ถึงจังหวะทยอยสะสม? - ชมรมหุ้นกู้ https://t.co/e6AJOfomV7
Last Seen Users on Sotwe
YOZGAT TEK GERÇEK JİGOLO 🔥
Seen from
Turkey
🔥 Dinámicas Sexoxas 🔥
Seen from
United States
초보부분
Seen from
Japan
bokong kobong
Seen from
Singapore
扶风
Seen from
Turkey
Sign
Seen from
Singapore
angie.azzam
Seen from
Netherlands
デブリン子
Seen from
Japan
❣Video XXX❣3Ⓜ❣
Seen from
Saudi Arabia
uşak sakso sever
Seen from
Turkey
Trends for you
1
Corbin
Under 10K tweets
2
Xbox
Under 10K tweets
3
Mormons
Under 10K tweets
4
Welker
Under 10K tweets
5
Raman
Under 10K tweets
6
Good Monday
Under 10K tweets
7
California
Under 10K tweets
8
Persona 6
Under 10K tweets
9
#TonyAwards
Under 10K tweets
10
Spyro
Under 10K tweets
Most Popular Users
1
Elon Musk
@elonmusk
240.2M followers
2
Barack Obama
@barackobama
119.3M followers
3
Donald J. Trump
@realdonaldtrump
111.6M followers
4
Cristiano Ronaldo
@cristiano
109.1M followers
5
Narendra Modi
@narendramodi
107M followers
6
Rihanna
@rihanna
97.3M followers
7
NASA
@nasa
92.1M followers
8
Justin Bieber
@justinbieber
90.6M followers
9
KATY PERRY
@katyperry
86.9M followers
10
Taylor Swift
@taylorswift13
80.7M followers
11
Lady Gaga
@ladygaga
72.2M followers
12
Kim Kardashian
@kimkardashian
69.4M followers
13
Virat Kohli
@imvkohli
68.6M followers
14
YouTube
@youtube
68.6M followers
15
Bill Gates
@billgates
63.5M followers
16
The Ellen Show
@theellenshow
62.5M followers
17
CNN
@cnn
61.9M followers
18
Neymar Jr
@neymarjr
61.2M followers
19
X
@x
60.9M followers
20
Selena Gomez
@selenagomez
60M followers
Olivia
Online
✨
⭐
💫