Home
Language
English
Türkçe
Bahasa Indonesia
About
Privacy Policy
Terms of Service
Pricing
Sign In
Download All
Share
Leave
@iLEAFx1
Amphoe Mueang Phetchabun
Joined September 2020
39
Following
63
Followers
156
Posts
iLEAFx1
retweeted
คิ้วต่ำ
@kiwtum
3 days ago
มาได้ไกลขาดนี้ ไม่มีอะไรต้องกลัวแล้ว มั่นใจและเชื่อมั่นในตัวเองนะ ✌🏻
iLEAFx1
retweeted
ถึงเวลาดัดนิสัย ฉบับคนไม่เกลียดตัวเอง | คิดมาก
@kidmakk
about 1 month ago
ทฤษฎี Evil Eye “สุขไม่ต้องเล่า เศร้าไม่ต้องบอก”
iLEAFx1
retweeted
ร้านกลิ่นหนังสือ
@klinnangsue
about 1 month ago
iLEAFx1
retweeted
ถึงเวลาดัดนิสัย ฉบับคนไม่เกลียดตัวเอง | คิดมาก
@kidmakk
about 1 month ago
ประโยคฮีลใจ
Who to follow
36488v.
@dft6g
ทักมาครับ
Fone_2547
@Saripop2004
เงี่ยนจังนัดได้.
ใอ้ต้าวลุง
@DadyOfficial5
แอบเล่น แอบกิน แอบแซบ
iLEAFx1
retweeted
คิ้วต่ำ
@kiwtum
about 1 month ago
วันนี้ยิ้มนะ แล้วจะมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นกับเรานะ ✨
iLEAFx1
retweeted
ถึงเวลาดัดนิสัย ฉบับคนไม่เกลียดตัวเอง | คิดมาก
@kidmakk
about 1 month ago
มีทฤษฎีนึงบอกว่า
iLEAFx1
retweeted
ร้านกลิ่นหนังสือ
@klinnangsue
about 1 month ago
ชีวิตคุณเป็นดั่งแสงหิ่งห้อย มีช่วงที่มืดดับ มีช่วงที่สว่างไสว แต่ในทุกวันที่คุณใช้ มันมีค่าเสมอ
iLEAFx1
retweeted
คิ้วต่ำ
@kiwtum
about 1 month ago
กับทุกๆเรื่อง ถ้าเหนื่อยเกินไป ถ้าหนักเกินไป ให้ลองพักสักหน่อยไหม เพราะถ้าไม่ไหว ก็ไม่ฝืนนะ 🤍
iLEAFx1
retweeted
แบดแด๊ดดี้
@volleyppk
about 2 months ago
จริง.
iLEAFx1
retweeted
คิ้วต่ำ
@kiwtum
about 2 months ago
ลองหลับตา หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ คิดถึงของอร่อยที่ได้กิน คิดถึงคนดีๆที่ค่อยอยู่ข้างๆ คิดถึงสถานที่ที่ไปแล้วสบายใจ คิดถึงวันที่เราจะผ่านทุกอย่างไป แล้วกลับมายิ้มได้ อย่างสุขใจดี 🤍
iLEAFx1
retweeted
คิ้วต่ำ
@kiwtum
about 2 months ago
แม้เหนื่อยล้า แม้ยากเย็น แต่พอมีเธอเป็นดวงดาว ส่องแสงมาโอบกอดหัวใจ พรุ่งนี้ก็พร้อมสู้ใหม่ ให้สุดใจกว่าเดิม 😊
iLEAFx1
retweeted
ถึงเวลาดัดนิสัย ฉบับคนไม่เกลียดตัวเอง | คิดมาก
@kidmakk
about 2 months ago
เราไม่ได้สำคัญ กับโลกใบนี้ ขนาดนั้น แต่เรา “สำคัญ” กับคนที่ “รักเรา” มากกว่าที่เราคิด เรามักเผลอคิดว่า เราเป็น “คนสำคัญของโลก” โลกใบนี้ขาดเราไม่ได้ สิ่งที่เราทำ จำเป็นกับโลกใบนี้เหลือเกิน เรามักเผลอเชื่อว่า เราสำคัญมากกับ “องค์กร” ที่ทำงานต้องมีเรา ทุกอย่างถึงจะผ่านไปได้ด้วยดี หากเราไม่อยู่ตรงนั้น ในวันที่ที่ทำงานต้องการ เราจะต้องรู้สึกผิดกับตัวเอง เรามักเผลอเข้าใจว่า เราสำคัญกับ “คนอื่นๆ” และความคาดหวัง กับความคิดเห็นของคนอื่น ก็สำคัญกับเรามากมายเหลือเกิน เราคิดแบบนั้น เชื่อแบบนั้น จนทุกอย่างที่เราแบกไว้บนบ่า ให้ความรู้สึกหนักหนามากเหลือเกิน แต่ความจริง โลกอยู่ได้ ก่อนมีเรา และวันที่เราไม่อยู่ โลกก็ยังขับเคลื่อนไปได้ เช่นกัน งานที่เรารัก หน้าที่ที่เราศรัทธา พอวันหนึ่งเราหายไป ก็มีคนมาแทนที่ คนอาจคิดถึงเราบ้างนานๆ ที แต่สุดท้าย เขาก็จะค่อยๆ ลืม แล้วรู้ไหมว่า ใครที่เราสำคัญกับเขาจริงๆ คำตอบ คือ คนที่เรา “ละเลย” มาตลอด “ครอบครัว” และ “ตัวเราเอง” สำหรับครอบรัว เราคือ “คนที่มีค่า” มากที่สุด เขาเป็นห่วงเรา เขาปรารถนาให้เราประสบความสำเร็จ และเขาอยากให้เรามีชีวิตที่ดี ในวันที่เรา “ไม่มีอะไร” ครอบครัวยังอยู่ตรงนั้น และวันที่เรารู้สึก “พังทลาย” ครอบครัวจะยังอยู่เคียงข้างเราเสมอ ส่วนตัวเราเอง “เรามีเรา” เสมอ แต่เรากลับสนใจข้างนอก จนลืมมองย้อนกลับมาที่ตัวเราเอง เลิกแบก ทุกอย่างบนโลกใบนี้ไว้ เลิกคิดว่า ทุกคนต้องการเรา กลับมาให้เวลากลับครอบครัว กลับมาดูแลตัวเอง เมื่อเราเอาความสำคัญของเรา ไปอยู่กับคนที่เราสำคัญกับเขาจริงๆ เราจะพบว่า ชีวิตที่ “มีความหมาย” “เบาสบาย” มากกว่าที่เราคิด
See More
iLEAFx1
retweeted
ถึงเวลาดัดนิสัย ฉบับคนไม่เกลียดตัวเอง | คิดมาก
@kidmakk
about 2 months ago
"กฎของ Morning Routine จังหวะแรกของวัน คือจังหวะที่กำหนดทั้งวัน" โตขึ้นจึงรู้ว่า ชีวิตไม่ได้พังเพราะเหตุการณ์ยิ่งใหญ่ แต่มักพังเพราะ ความไม่ตั้งใจเล็กๆ ที่สะสมทีละวัน ทีละวัน โดยที่เราไม่รู้ตัว และในทางกลับกัน ชีวิตที่ดี ก็ไม่ได้เกิดจากโชคดีครั้งใหญ่ แต่มักเริ่มจาก สิ่งเล็กๆ ที่เราทำซ้ำ ทุกเช้า เช้า คือช่วงเวลาที่ใจยังนิ่ง สมองยังว่าง โลกยังไม่ส่งเสียงมาหาเรา มันเหมือนกระดาษแผ่นใหม่ ที่เรามีสิทธิ์เขียนอะไรลงไปก่อนใคร Morning Routine จึงไม่ใช่แค่เรื่องของวินัย แต่มันคือ การตั้งค่าใจ ก่อนที่วันทั้งวันจะเริ่มต้น และนี่คือ 5 กิจวัตรเล็กๆ ที่ไม่ยิ่งใหญ่ แต่ทรงพลังพอ จะเปลี่ยนทั้งวันของคุณได้ 1. เก็บที่นอนทันทีที่ตื่น ชัยชนะเล็กๆ ที่เปลี่ยนความคิด บางทีนะ ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในวันหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอย่างที่คิด มันอาจเป็นแค่ การลุกขึ้น แล้วทำให้พื้นที่ตรงหน้าดูเรียบร้อย เพราะเมื่อเราจัดที่นอน ใจจะรับรู้ว่า "วันนี้ฉันเริ่มต้นด้วยการควบคุมบางอย่างได้" ความรู้สึกเล็กๆ นี้ ค่อยๆ สะสม กลายเป็นความภูมิใจในตัวเอง พื้นที่ที่เป็นระเบียบ มักทำให้ความคิดเป็นระเบียบตาม ความว้าวุ่นในใจ มักเบาลง เมื่อสายตาเห็นความเรียบร้อย บางทีนะ ก่อนจะเปิดโลกของคนอื่น ลองจัดโลกเล็กๆ ของตัวเองก่อน แค่ปูผ้าที่นอนให้เรียบ ก็เหมือนบอกตัวเองว่า วันนี้ ฉันเริ่มต้นด้วยความตั้งใจแล้ว 2. ขยับร่างกาย ปลุกพลังงานให้ไหลเวียน พลังงาน ไม่ใช่แค่คำสวยๆ มันคือเชื้อเพลิงของชีวิตจริงๆ วันที่เรารู้สึกหมดแรง ไม่อยากลุก ไม่อยากคิด ไม่อยากทำอะไรเลย โอกาสดีๆ มักผ่านเราไป ง่ายกว่าวันอื่นมาก การขยับร่างกายในตอนเช้า ไม่จำเป็นต้องหนัก ไม่จำเป็นต้องนาน แค่ยืดเหยียด เดิน หรือขยับเบาๆ สักสิบยี่สิบนาที ก็เพียงพอแล้ว เพราะการขยับร่างกาย เหมือนการเปิดประตูให้ชีวิต เปิดทางให้พลังใหม่ ไหลเข้ามา แทนที่ความเฉื่อยชา 3. ฝึกหายใจ เปลี่ยนจากโหมดเอาตัวรอด เป็นโหมดสงบ คนส่วนใหญ่ เริ่มเช้าด้วยความเร่งรีบ เปิดโทรศัพท์ อ่านข้อความ รับความเครียด ตั้งแต่วินาทีแรกของวัน ร่างกายจึงเข้าสู่โหมดเอาชีวิตรอด ก่อนที่จะได้ใช้ชีวิตจริงๆ ด้วยซ้ำ แต่ถ้าเช้าของคุณ เริ่มต้นด้วยการหายใจช้าๆ หายใจเข้า ช้าๆ กลั้นไว้เล็กน้อย แล้วค่อยๆ ปล่อยออก เพียงไม่กี่รอบ ใจจะค่อยๆ เปลี่ยน จากความตึงเครียด ไปสู่ความนิ่ง บางทีนะ การหายใจ ก็เหมือนการพรวนดินในใจ ก่อนที่เราจะปลูกอะไรลงไปในวันนั้น 4. กำหนดสิ่งที่สำคัญ 3 อย่างของวัน เพื่อไม่ให้ชีวิตถูกคนอื่นกำหนด ความจริงข้อนึงคือ ถ้าเราไม่กำหนดทิศทางของวัน วันนั้นจะถูกกำหนดโดยคนอื่นเสมอ ทันทีที่เปิดโซเชียล เปิดอีเมล อ่านข้อความ ชีวิตของเรา เริ่มตอบสนองต่อคนอื่นทันที แทนที่จะสร้างชีวิตของตัวเอง การเขียนสิ่งสำคัญ 3 อย่าง ในแต่ละเช้า ไม่ใช่แค่การวางแผน มันคือการประกาศกับตัวเองว่า วันนี้ ฉันจะเป็นคนสร้างชีวิต ไม่ใช่คนที่วิ่งตามชีวิต แค่ 3 อย่าง ที่สำคัญจริงๆ ที่ทำให้คุณเข้าใกล้ สิ่งที่ใจต้องการมากขึ้น 5. ขอบคุณชีวิต เปลี่ยนใจจากความขาดแคลน เป็นความอุดมสมบูรณ์ ก่อนจะเริ่มวัน ลองขอบคุณ ไม่ต้องยิ่งใหญ่ ไม่ต้องหรูหรา แค่ขอบคุณ ที่ยังหายใจอยู่ ขอบคุณ ที่ยังมีวันใหม่ให้เริ่มต้น ขอบคุณ ที่ยังมีโอกาสเปลี่ยนแปลงบางอย่าง เพราะใจที่ขอบคุณ จะเริ่มมองหาสิ่งดี แทนที่จะมองแต่สิ่งที่ขาด หัวใจจะเปิด สายตาจะกว้าง และโอกาส ที่เคยมองไม่เห็น จะค่อยๆ ชัดขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายแล้ว Morning Routine ไม่ใช่เรื่องของความสมบูรณ์แบบ ไม่ใช่สูตรของคนที่ประสบความสำเร็จ แต่มันคือ การเริ่มต้นวัน ด้วยความตั้งใจเล็กๆ ตั้งใจจะดูแลชีวิต ตั้งใจจะดูแลความคิด ตั้งใจจะดูแลหัวใจของตัวเอง ใช่ไหมว่า ชีวิตของคนเรา ไม่ได้ถูกเปลี่ยนในวันที่ยิ่งใหญ่ แต่มักถูกเปลี่ยน ในเช้าธรรมดาๆ ที่เราตัดสินใจ เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง อย่างเงียบๆ แต่สม่ำเสมอ จาก… พี่ศร คิดมาก
See More
iLEAFx1
retweeted
ถึงเวลาดัดนิสัย ฉบับคนไม่เกลียดตัวเอง | คิดมาก
@kidmakk
about 2 months ago
กฎของคนที่ “เริ่มไม่เล่าเรื่องตัวเองให้ทุกคนฟัง” โตขึ้น เราจะเลือกเงียบกับบางคน และเปิดใจกับบางคน ยิ่งอายุมากขึ้น เราจะเริ่มเล่าเรื่องตัวเองน้อยลง ไม่ใช่เพราะชีวิตไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เพราะเราเริ่มเข้าใจว่า ไม่ใช่ทุกคนที่ควรรู้เรื่องของเรา ตอนเด็ก เราเล่าแทบทุกอย่าง ใครถามอะไรก็ตอบ ใครชวนคุยก็เล่า เล่าทั้งความสุข เล่าทั้งความทุกข์ เล่าทั้งเรื่องที่ยังไม่ทันจะเข้าใจตัวเองดีด้วยซ้ำ แต่พอโตขึ้น เราจะเริ่มรู้ว่า บางคนฟัง เพราะอยากเข้าใจเรา แต่บางคนฟัง เพราะอยากมีเรื่องไปเล่าต่อ บางคนฟัง เพราะเป็นห่วง แต่บางคนฟัง เพราะอยากรู้ โดยไม่เคยคิดจะรักษาความรู้สึกของเราเลย กฎข้อหนึ่งของการเติบโต คือการรู้ว่า ไม่ใช่ทุกพื้นที่ปลอดภัยสำหรับหัวใจของเรา เราเริ่มเงียบ ไม่ใช่เพราะเราไม่มีอะไรจะพูด แต่เพราะเราเริ่มรู้ว่า คำพูดของเรา มีค่ามากเกินกว่าจะโยนให้ทุกคน กับบางคน เราเลือกเงียบ เพราะรู้ว่า พูดไปก็ไม่ได้ถูกเข้าใจ กับบางคน เราเลือกเงียบ เพราะรู้ว่า เขาอยากรู้เรื่องของเรา มากกว่าที่อยากรู้จักเรา แต่กับบางคน เราเล่าได้หมด เล่าเรื่องที่เราภูมิใจ เล่าเรื่องที่เราพลาด เล่าแม้กระทั่งเรื่องที่เรายังไม่กล้าบอกใคร เพราะเราเชื่อว่า เขาจะไม่ใช้เรื่องของเรา มาเป็นอาวุธทำร้ายเราในวันหนึ่ง โตขึ้นจึงรู้ว่า การเปิดใจไม่ใช่ความกล้าทั้งหมด การ “เลือกเงียบ” ก็เป็นความกล้าอีกแบบหนึ่ง กล้าที่จะรักษาพื้นที่ของตัวเอง กล้าที่จะไม่อธิบายชีวิตให้คนที่ไม่ได้แคร์ กล้าที่จะเก็บบางเรื่องไว้ เพื่อปกป้องหัวใจของตัวเอง ที่สุดแล้ว การโตขึ้น ไม่ใช่การมีคนรู้จักมากขึ้น แต่คือการมี “คนที่รู้จักเราจริง ๆ” เหลืออยู่ไม่กี่คน และกฎของคนที่เริ่มโตจริง ๆ คือ เราไม่ได้เล่าเรื่องตัวเองให้ทุกคนฟังอีกต่อไป เราเล่าเฉพาะกับคนที่ จะไม่ทำให้เราเสียใจ ที่เคยเล่าให้เขาฟัง
See More
iLEAFx1
retweeted
คิ้วต่ำ
@kiwtum
about 2 months ago
หนึ่งวันพันคำพูด เก็บไว้เท่าที่จำเป็นกับชีวิต อะไรเป็นพิษก็เขี่ยทิ้ง 😊
iLEAFx1
retweeted
ถึงเวลาดัดนิสัย ฉบับคนไม่เกลียดตัวเอง | คิดมาก
@kidmakk
about 2 months ago
“คนบางคนที่ผ่านเข้ามา อาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือความผูกพันที่เดินทางมาหาเรา” บางครั้งนะ บางทีเราก็เคยสงสัยว่า ทำไมเราถึงได้เจอคนบางคน ทั้งที่โลกมันกว้างขนาดนี้ ผู้คนมีเป็นล้านเป็นพัน แต่กลับมีบางคน ที่เดินเข้ามาในชีวิตเรา ในเวลาที่ “พอดี” อย่างน่าประหลาด ในวัฒนธรรมเกาหลี มีคำคำหนึ่งที่อธิบายความรู้สึกนี้ได้อย่างงดงาม เขาเรียกมันว่า In-yun (อินยอน / 인연) คำคำนี้ ไม่ได้แปลตรงๆ ว่า “พรหมลิขิต” เพียงอย่างเดียว แต่มันหมายถึง เหตุและปัจจัยบางอย่าง ที่ทำให้คนสองคนได้มาเกี่ยวข้องกัน แนวคิดนี้ มีรากมาจากความเชื่อในพุทธศาสนา ที่บอกว่า ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต ล้วนมี “เหตุ” มาก่อน และมี “ปัจจัย” ที่ทำให้มันเกิดขึ้น รวมถึง การที่คนสองคนได้มาเจอกันด้วย ไม่ใช่แค่คนรัก แต่รวมถึงเพื่อน ครอบครัว คนรู้จัก หรือแม้แต่คนแปลกหน้า ที่เราเจอเพียงครั้งเดียวในชีวิต คนเกาหลีมีคำอธิบายที่ฟังแล้วน่ารักมาก เขาบอกว่า ถ้าคนสองคน เดินผ่านกันบนถนน แปลว่า มี In-yun เล็กน้อย ถ้าได้คุยกันสักครั้ง แปลว่า มี In-yun มากขึ้น และถ้าได้รักกัน หรือใช้ชีวิตร่วมกัน แปลว่า มี In-yun จำนวนมาก สะสมมาอย่างยาวนาน มันคือการมองว่า การพบกันแต่ละครั้ง ไม่ใช่เรื่องบังเอิญล้วนๆ แต่เป็นเหมือน เส้นบางๆ ที่ผูกโยงกันไว้ ตั้งแต่ก่อนที่เราจะรู้จักกันเสียอีก ช่วงหลังมานี้ คำว่า In-yun เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น หลังจากภาพยนตร์เรื่อง Past Lives นำแนวคิดนี้มาเล่าเป็นหัวใจของเรื่อง ในหนังมีประโยคหนึ่ง ที่หลายคนจำได้ดี เขาบอกว่า คนสองคนต้องมี In-yun ถึง 8,000 ชั้น ถึงจะได้แต่งงานกันในชาตินี้ แม้มันจะเป็นคำพูดเชิงสัญลักษณ์ แต่ก็ทำให้หลายคนเริ่มตั้งคำถามกับชีวิตว่า บางที ความสัมพันธ์บางอย่าง อาจมีความหมายลึกกว่าที่เราคิด แต่สิ่งที่งดงามที่สุดของแนวคิด In-yun อาจไม่ใช่เรื่องพรหมลิขิต แต่อยู่ที่ วิธีที่มันทำให้เรามองความสัมพันธ์อย่างอ่อนโยนขึ้น มันทำให้เราเริ่มเห็นว่า คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ไม่ได้มีค่า เพราะเขาอยู่กับเราตลอดไป แต่มีค่า เพราะเขา “เคยอยู่” ในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิตเรา บางคน เดินเข้ามา เพื่อสอนให้เรารู้จักความรัก บางคน เดินเข้ามา เพื่อสอนให้เรารู้จักการปล่อยวาง บางคน เดินเข้ามา เพื่อทำให้เราเติบโต และบางคน เดินเข้ามา เพียงเพื่อให้เรารู้ว่า เราควรเดินต่อไปทางไหน โตขึ้นจึงรู้ว่า ไม่ใช่ทุกคน จะอยู่กับเราจนถึงตอนจบของเรื่อง แต่ใช่ไหมว่า แม้เขาจะไม่ได้อยู่จนถึงตอนจบ เขาก็ยังเป็น “บทหนึ่ง” ที่ทำให้เรื่องราวชีวิตของเราสมบูรณ์ขึ้น ในมุมหนึ่ง แนวคิด In-yun ก็คล้ายกับสิ่งที่เราเคยเชื่อกันมาเสมอว่า ทุกการพบเจอ มีเหตุผลในตัวของมันเอง เหมือนที่เคยเขียนไว้ว่า โลกนี้ไม่ได้มีแค่การพบ แต่มีการจากด้วย และการจาก ก็ไม่ได้แปลว่า ความสัมพันธ์นั้นไร้ความหมาย ตรงกันข้าม บางครั้ง การที่คนคนหนึ่ง เดินผ่านเข้ามา แม้เพียงช่วงสั้นๆ ก็อาจเปลี่ยนชีวิตเราไปตลอดกาล ในที่สุดแล้ว บางที In-yun อาจไม่ได้สอนให้เรายึดติดกับใคร แต่มันสอนให้เรา เห็นคุณค่าของทุกการพบ และยอมรับทุกการจาก เพราะถ้าเราเชื่อว่า การเจอกันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เราก็จะเรียนรู้ที่จะขอบคุณ คนที่ผ่านเข้ามา และถ้าเราเข้าใจว่า บางความสัมพันธ์ มีเวลาของมัน เราก็จะเรียนรู้ที่จะปล่อยมือ โดยไม่โกรธ โดยไม่เกลียด และโดยไม่รู้สึกว่า ชีวิตเล่นตลกกับเรา สุดท้ายแล้ว บางคนที่เราเจอ อาจไม่ใช่คนที่จะอยู่กับเราตลอดไป แต่เขาอาจเป็นคนที่ ทำให้เราเป็นตัวเอง ในแบบที่ดีขึ้นกว่าเดิม และนั่นแหละ อาจเป็นความหมายที่แท้จริงของ In-yun ไม่ใช่แค่การได้เจอกัน แต่คือการได้เรียนรู้จากกัน ก่อนที่แต่ละคน จะเดินไปตามเส้นทางของตัวเอง
See More
iLEAFx1
retweeted
ถึงเวลาดัดนิสัย ฉบับคนไม่เกลียดตัวเอง | คิดมาก
@kidmakk
about 2 months ago
“บางคนไม่ได้หายไปจากชีวิตเรา เขาแค่เปลี่ยนขบวนรถไฟของตัวเอง“ มีทฤษฎีหนึ่ง ที่ฉันชอบมาก เขาเรียกมันว่า The Train Station Theory ทฤษฎีสถานีรถไฟของชีวิต ทฤษฎีนี้บอกว่า ชีวิตของเรา ก็เหมือนการเดินทางด้วยรถไฟ เราแต่ละคน คือผู้โดยสารคนหนึ่ง ที่ขึ้นรถไฟมาตั้งแต่วันที่เกิด ระหว่างทาง รถไฟขบวนนี้ จะจอดตามสถานีต่างๆ และในทุกสถานี จะมีผู้โดยสารบางคน ก้าวขึ้นมาในชีวิตเรา บางคน ขึ้นมานั่งข้างเรา พูดคุยกับเรา หัวเราะกับเรา อยู่เป็นเพื่อนเรา ในช่วงเวลาหนึ่งของการเดินทาง แต่ใช่ไหมว่า ไม่ใช่ทุกคน ที่จะนั่งไปกับเราจนถึงสถานีสุดท้าย บางคน นั่งไปกับเราไกลมาก เหมือนจะไปถึงปลายทางเดียวกัน แต่แล้ววันหนึ่ง เมื่อรถไฟจอดที่สถานีหนึ่ง เขาก็ลุกขึ้น ยิ้มให้เรา แล้วเดินลงไป โดยที่เรา ไม่มีสิทธิ์ดึงเขาไว้ บางครั้ง สิ่งที่ทำให้เราเจ็บปวดที่สุด ไม่ใช่การที่ใครสักคนลงจากรถไฟ แต่คือการที่เรา พยายามรั้งคนที่ถึงเวลาต้องลงแล้ว ให้อยู่ต่อไป ทั้งที่ลึกๆ เราก็รู้ว่า นี่ไม่ใช่สถานีของเขาอีกต่อไปแล้ว The Train Station Theory ไม่ได้สอนให้เราเฉยชากับการจากลา แต่มันสอนให้เราเข้าใจว่า การพบกัน ไม่ได้แปลว่าต้องอยู่ด้วยกันตลอดไป คนบางคน เข้ามาในชีวิตเรา เพื่อสอนบางอย่าง สอนให้เรารู้จักรัก สอนให้เรารู้จักระวัง สอนให้เรารู้จักคุณค่าของตัวเอง หรือบางครั้ง สอนให้เรารู้ว่า เราไม่ควรยอมให้ใครทำร้ายหัวใจอีก แม้เขาจะอยู่แค่ไม่กี่สถานี แต่บทเรียนที่เขาทิ้งไว้ อาจอยู่กับเราตลอดชีวิต บางทีนะ บางที เราอาจเคยเสียใจ กับการที่ใครบางคนลงจากรถไฟของเรา เราถามตัวเองว่า ทำไมเขาไม่ไปต่อกับเรา ทำไมเขาไม่เลือกปลายทางเดียวกัน แต่ความจริงข้อหนึ่งคือ ไม่จำเป็นที่ผู้โดยสารทุกคน จะต้องลงเอยที่สถานีเดียวกัน เขามีเส้นทางของเขา เราก็มีเส้นทางของเรา และสิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่การทำให้ทุกคนอยู่กับเราให้นานที่สุด แต่คือ การเรียนรู้จากทุกคน ที่เคยขึ้นมานั่งข้างเรา เรียนรู้จากคนที่รักเรา ว่าเราคู่ควรกับความรักแบบไหน เรียนรู้จากคนที่ทำร้ายเรา ว่าเราควรปกป้องหัวใจตัวเองอย่างไร เรียนรู้จากคนที่จากไป ว่าไม่มีอะไรในชีวิต เป็นของเราตลอดไป โตขึ้นจึงรู้ว่า ความสัมพันธ์ที่ดี ไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่ไม่มีการจากลา แต่คือความสัมพันธ์ ที่แม้ต้องแยกจาก เราก็ยังขอบคุณได้ ที่ครั้งหนึ่ง เคยได้นั่งรถไฟขบวนเดียวกัน เพราะที่สุดแล้ว ชีวิตไม่ใช่การแข่งขัน ว่าใครจะมีคนอยู่ข้างๆ นานที่สุด แต่คือการเดินทาง ที่เรารู้จักเคารพเส้นทางของคนอื่น ในขณะที่ไม่ลืม เส้นทางของตัวเอง หากวันนี้ มีใครบางคน กำลังเดินลงจากรถไฟของชีวิตคุณ อย่ารีบโทษตัวเอง อย่ารีบคิดว่า การจากลานั้นคือความล้มเหลว บางครั้ง มันแค่หมายความว่า ถึงเวลาที่เขาต้องไปต่อ ในเส้นทางของเขา และถึงเวลาที่เรา ต้องเดินทางต่อ ในเส้นทางของเราเช่นกัน จำไว้นะ ไม่ใช่ทุกคน ที่ถูกส่งมา เพื่ออยู่กับเราตลอดทาง แต่ทุกคน ถูกส่งมา เพื่อสอนบางอย่างกับเรา และเมื่อถึงสถานีหนึ่ง ที่ใครบางคนต้องลง สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุด ไม่ใช่การร้องขอให้เขาอยู่ แต่คือ การยิ้มให้เขาเบาๆ แล้วพูดกับตัวเองในใจว่า ขอบคุณนะ ที่ครั้งหนึ่ง เราเคยนั่งรถไฟขบวนเดียวกัน #TheBlackBookofMANIFEST #คิดมาก #หนังสือขายดี
See More
iLEAFx1
retweeted
คิ้วต่ำ
@kiwtum
about 2 months ago
ขอให้เธอพบเจอความสุข ได้สบตาความสบายใจ ได้ทักทายความโชคดี และขอให้วันนี้ มีแต่เรื่องดีๆ เกิดขึ้นกับเธอ 😊
kiwtum's tweet video.
iLEAFx1
retweeted
ร้านกลิ่นหนังสือ
@klinnangsue
about 2 months ago
iLEAFx1
retweeted
คิ้วต่ำ
@kiwtum
about 2 months ago
อย่าใจร้ายกับตัวเอง ด้วยการคิดเรื่องแย่ๆ ให้ตัวเองรู้สึกบั่นทอน แค่ก่อนนอน ลองคิดถึงความสุขที่ผ่านมา หรือคุณค่าที่เราควรได้รับต่อไป แค่เล็กๆน้อยๆ ให้พออมยิ้มได้ ก็ทำให้ใจมีพลังขึ้นมาได้บ้างแล้วนะ 🤍
Last Seen Users on Sotwe
Mommy Fcker
Seen from
Turkey
Leak Videos
ชายแท้ชอบสาวเสียบ
Seen from
Thailand
Nguyên Trần
Seen from
Vietnam
Ömer 💑 Aslı İzmir35
Seen from
Turkey
anne Entest
Seen from
Turkey
Lord Bebo
Seen from
Mexico
Oguz Murat 0541 742 79 61 #kartalpasif #kartalgay
Seen from
Turkey
Bárb15Love
يمنيه حلوه
Seen from
Denmark
Trends for you
1
$SPCX
Under 10K tweets
2
Robinhood
Under 10K tweets
3
#facebookdown
Under 10K tweets
4
Fidelity
Under 10K tweets
5
Schwab
Under 10K tweets
6
Midland
Under 10K tweets
7
Cornyn
Under 10K tweets
8
Facebook and Instagram
Under 10K tweets
9
#BTS13thAnniversary
Under 10K tweets
10
#FursuitFriday
Under 10K tweets
Most Popular Users
1
Elon Musk
@elonmusk
240.2M followers
2
Barack Obama
@barackobama
119.3M followers
3
Donald J. Trump
@realdonaldtrump
111.6M followers
4
Cristiano Ronaldo
@cristiano
109.3M followers
5
Narendra Modi
@narendramodi
106.9M followers
6
Rihanna
@rihanna
97.4M followers
7
NASA
@nasa
92.1M followers
8
Justin Bieber
@justinbieber
90.6M followers
9
KATY PERRY
@katyperry
87M followers
10
Taylor Swift
@taylorswift13
80.8M followers
11
Lady Gaga
@ladygaga
72.4M followers
12
Kim Kardashian
@kimkardashian
69.5M followers
13
Virat Kohli
@imvkohli
68.9M followers
14
YouTube
@youtube
68.6M followers
15
Bill Gates
@billgates
63.5M followers
16
The Ellen Show
@theellenshow
62.5M followers
17
CNN
@cnn
61.9M followers
18
Neymar Jr
@neymarjr
61.5M followers
19
X
@x
60.9M followers
20
Selena Gomez
@selenagomez
60.1M followers
Olivia
Online
✨
⭐
💫