Home
Language
English
Türkçe
Bahasa Indonesia
About
Privacy Policy
Terms of Service
Pricing
Sign In
Download All
Share
imM+ช่วยลูกด้วยคร้าา 🙏🥺
@in_mmk
Here’s my space and Don’t dare to ruin it. 👩🏻🦰25+ ↑
Joined January 2015
296
Following
49
Followers
39.7K
Posts
in_mmk
retweeted
Tree Sentinel
@ELEMER_EOCHAID
4 days ago
Fuck you.
in_mmk
retweeted
Me D happy
@yppahdem
5 days ago
10 คือเจ็บที่สุดในชีวิต เจ็บเหมือนกระดูกหัก โดนรถชน คลอดลูก เจ็บแบบขยับตัวไม่ได้ 8-9 เจ็บแบบตัวงอ ทนไม่ไหว อยากฉีดยาแก้ปวด 6-7 ปวดแบบอยากกินอยากแก้ปวด 5 ปวด/เจ็บแบบทนไหวอยู่แต่ก็ปวด 3-4 ปวดพอรำคาญ ไม่สบายตัว 1-2 ปวดแค่พอรู้สึก 0คือไม่เจ็บเลลย
in_mmk
retweeted
·˚ ༘ HN_ੈ✩
@nightwinkxx
6 days ago
สิ่งที่กุอ่านบน ao3 เป็นความลับระหว่างกุกับพระเจ้าเท่านั้น
in_mmk
retweeted
Cottontail🇬🇧🇺🇸🇹🇭
@kookaburra555
5 days ago
ทำไมบริษัทใหญ่ ๆ โดยเฉพาะบริษัทตะวันตกหลายแห่ง ถึงมีกฎเข้มเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างพนักงาน บางแห่งถึงขั้นถ้าคบกันจริงจังหรือแต่งงานกันแล้ว ต้องมีฝ่ายหนึ่งย้ายตำแหน่งหรือออกจากบริษัท? มันไม่ใช่เพราะ HR กลัวคนมีความรักค่ะ 😂 แต่เพราะในมุมขององค์กร “ความสัมพันธ์” สามารถกลายเป็น conflict of interest ได้ ~ สร้างเครือข่ายและอิทธิพลภายในองค์กร ถ้าคนสองคนอยู่ในองค์กรเดียวกัน โดยเฉพาะถ้าอยู่คนละระดับหรือคนละฝ่าย ความสัมพันธ์ส่วนตัวอาจพัฒนาเป็นเครือข่ายอำนาจได้ ทั้งการเข้าถึงคน การตัดสินใจ การช่วยเหลือกัน หรือการมีอิทธิพลต่อการเลื่อนตำแหน่งและการจัดสรรทรัพยากร ~ ความลับและข้อมูลภายใน อันนี้เป็นเรื่องใหญ่กว่าที่คิด คนในองค์กรไม่ได้รู้ข้อมูลเท่ากันทุกคน บางตำแหน่งถือข้อมูลทางการเงิน แผนธุรกิจ กลยุทธ์ การควบรวมกิจการ รายชื่อลูกค้า หรือข้อมูลที่ยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ ดังนั้นองค์กรจึงไม่ได้มองแค่ว่า “สองคนนี้เป็นแฟนกัน” แต่มองว่า “ถ้าคนหนึ่งเข้าถึงข้อมูลระดับนี้ อีกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลนั้นผ่านความสัมพันธ์ส่วนตัวได้หรือไม่?” และนี่เป็นเหตุผลว่าทำไมบางตำแหน่งจึงต้องมี NDA หรือข้อกำหนดเรื่อง confidentiality ที่เข้มมาก บางครั้งหลักการไม่ได้หยุดอยู่แค่ “ห้ามบอกเพื่อนร่วมงาน” แต่คือ ห้ามนำข้อมูลภายในไปเล่าให้บุคคลภายนอกฟังด้วย ต่อให้คนนั้นจะเป็นแฟน สามี หรือภรรยาก็ตาม เพราะในทางกฎหมายและการกำกับดูแล “คนที่เรารักและไว้ใจ” ≠ “คนที่ได้รับอนุญาตให้รู้ข้อมูล” ~ เสียการปกครองและความเป็นกลางขององค์กร ถ้าคู่รักอยู่ในสายบังคับบัญชาเดียวกัน ปัญหาจะยิ่งชัดขึ้น วันนี้อาจไม่มีอะไร แต่ถ้าวันหนึ่งคนหนึ่งต้องประเมินผลงาน ลงโทษ อนุมัติเงินเดือน หรือเป็นคนตัดสินว่าอีกฝ่ายจะได้รับ promotion หรือไม่ องค์กรจะต้องตอบคำถามว่า การตัดสินใจนั้นเป็น professional judgment จริง ๆ หรือมีความสัมพันธ์ส่วนตัวเข้ามาปะปน? เพราะฉะนั้นบริษัทใหญ่จึงมักไม่ได้พยายามควบคุมว่า “คุณจะรักใคร” แต่พยายามควบคุมว่า ความสัมพันธ์ส่วนตัวจะไม่กลายเป็นช่องทางในการเข้าถึงอำนาจ ข้อมูล หรือสิทธิพิเศษภายในองค์กร และนี่เป็นเหตุผลว่าทำไมบางองค์กรถึงเลือกวิธีที่เด็ดขาดที่สุด เช่น ให้คนใดคนหนึ่งย้ายทีม เปลี่ยนสายบังคับบัญชา หรือในบางกรณีต้องลาออกเมื่อความสัมพันธ์เข้าสู่ระดับที่มี conflict of interest จริง ๆ
See More
Who to follow
เหมียวง้าว!!!
@WarasiriM
Jack
@ffboar
Rarely found kayaking. Used to fire X-rays at stuff for a living.
ว ท ม ล⚡️(ติดเงา)
@wtml0907
“AUTHENTIC” (fan account) | Line: @crc1987z | พรี ดีล กดเว็บ 🇰🇷🇯🇵🇨🇳🇺🇸🇬🇧 | ยกเลิกไม่คืนเงิน | ดูของ #วทมลขายของ | อัพเดต #วทมลอัพเดต | รีวิว #วทมลรีวิว
in_mmk
retweeted
Ssivaคุณศิวา
@SSivawoot
9 days ago
รีวิวสั้นๆ รร เซี่ยงไฮ้ Shanghai Puyi Hotel ติด Laoximen Metro Station จองผ่าน Booking คืนละ 7xxบาทรวมอาหารเช้า เติมโปรตีนไก่ย่างไข่ต้มนม โยเกิร์ตแบบไม่ยั้ง ห้องแบบครอบครัว/เล็กแต่สะอาด ไม่มีกลิ่นบุหรี่ ไม่มีสายชำระ พนักงานบริการดีใกล้Yu yuan Garden/Nanjing Road เดินทางง่าย เหมาะกับสายประหยัด ไม่วุ่นวายมาก ใกล้ร้านอาหาร /family mart
See More
in_mmk
retweeted
The Kimhun🍁
@the_kimhun
9 days ago
นายก Lawrence Wong สิงคโปร์ประกาศนโยบายใหม่กระตุ้นให้คนหนุ่มสาวมีลูก 1. Child Leave พ่อแม่ที่มีลูก 1 คนจะได้ Child leave 8 วัน พ่อแม่ที่มีลูก 2 คนจะได้ Child leave 10 วัน พ่อแม่ที่มีลูก 3+ คนจะได้ Child leave 12 วัน 2. เงินขวัญถุงแรกเกิดตั้งแต่ 0-17 ปี รวมเงิน support อื่นๆ ทั้งหมด $70,000(1.8ลบ) โดนแรกเกิดจะได้ $10,000(257Kบ.) และจะได้เงินไปเรื่อยๆจนถึงอายุ 17 ปี 3. สำหรับครอบครัวที่มีลูก จะได้โอกาสในการเข้าไปลุ้น ballot บ้านจากรัฐบาล โดยลูก 1 คนจะได้เพิ่มมา 1 ใดๆคือชอบการประกาศนโยบายอะไรแบบนี้มาก เข้าใจง่าย เคลียร์ ชัดเจน ตามระบบ ส่วนประเทศข้างๆ ขนาดให้แม่ลาคลอด 180 วันหาเหตุผลล้านแปดมาคัดค้าน เกิดถูกมดลูก ถูกประเทศ ได้แต้มต่อจริงๆ
See More
the_kimhun's tweet video.
in_mmk
retweeted
CloverP🍀
@koalawonder
15 days ago
หัวหน้าในทีมเคยดุว่า ทำงานเสร็จอย่าพึ่งรีบส่ง อย่าทำให้ทีมอื่นเข้าใจว่าเรื่องที่เค้าขอมันง่ายๆ ต่อไปเราจะได้ทำงานสบายๆไม่ต้องรีบ
in_mmk
retweeted
นอวอ ᯓ𓇼
@miichp__
18 days ago
ยิ่งโตยิ่งเรียนรู้ว่า คำว่า "ช่างแม่ง" ใช้ได้กับแทบทุกสถานการณ์จริง ๆ เรื่องที่แก้ไม่ได้ — ช่างแม่ง เรื่องที่ควบคุมไม่ได้ — ช่างแม่ง คนที่ไม่เห็นคุณค่าเรา — ช่างแม่ง เรื่องที่คิดวนจนเหนื่อย — ช่างแม่ง บางทีการโตขึ้น ก็ไม่ได้แปลว่าเราต้องเข้าใจทุกเรื่อง แค่รู้ว่าเรื่องไหนควรใส่ใจ และเรื่องไหนควรปล่อยไปก็พอ
See More
in_mmk
retweeted
m. •༝• ❄︎ ݁ ˖⋆ ˚
@aravvat
about 1 month ago
ตัวอย่างการตอบว่า "ไม่รู้เหมือนกันค่ะ" เป็นภาษาอังกฤษ 6 แบบโดย sadie sink ปล หลังตอบประโยคสุดท้ายแล้วใครมีเสียงในหัวตามมาว่า weatherboy นี่รุ้เลยนะว่า 555555555
aravvat's tweet video.
in_mmk
retweeted
Babymeltyx.(เรียกเม้ลได้น้า)
@__meltx
about 1 month ago
คือบางคนในออฟฟิศมึงรุ้ตัวหน่อยว่าเสียงคีย์บอร์ดครีมม่งครีมมี่คาราเม้ลลาเต้เป๊ปซี่ของมึงเนี่ย เสียงมันผ่อนคลายแค่มึง ละมุนแค่มีงแต่เสริมความตึงหูที่กุค่ะ บางวันพิมพ์ทีมันน่ารำคาญมากยิ่งเวลาใช้สมอง แก๊กๆๆอยู่นั่น วอนผู้ผลิตช่วยเอาแบบกดแล้วระบบเสียงคีย์บอร์ดต่อตรงเข้าหูคนพิมพ์แม่งเดียวได้มั้ย ให้มันผ่อนคลายแบบ stan alone ที
See More
in_mmk
retweeted
พระโพดิสัส (ˊAˋ)
@aaska_w
about 2 months ago
ในวัย 30+ - เลิก overshared ทุกเรื่องลง social media (แม้แต่การบ่นขิงข่า ดราม่าชีวิต ทุกๆ เรื่องลงใน close friend) เพราะทุกการบ่น จะมีคนมารอเสือก ซ้ำเติม และตั้งคำถามอยู่เสมอ ตัดปัญหาด้วยการ stop sharing random thoughts พร่ำเพื่อ - ไม่เปรียบเทียบตัวเองกับความสำเร็จของคนอื่น มีความสุขขึ้นมาก (ทุกคนใน IG / linkedIn ดูประสบความสำเร็จหมด เพราะล้วนแชร์แต่ด้านที่ตัวเองสำเร็จกันทั้งนั้น) จะบอกว่า pacing ในการใช้ชีวิตของคนไม่เท่ากัน โฟกัสแค่เรื่องของตัวเองให้จิตดีกายดีก็พอ ไม่มีประโยชน์ที่ต้องวิ่งไล่ตามใคร แก่แล้ว เหนื่อย - วางแผนการเงิน ทำบัญชีรายรับรายจ่าย หาวิธีมีรายได้เพิ่มมากกว่า 1 ทาง - สุขภาพคือต้นทุนของทุกอย่าง ความเครียดคือสาเหตุหลักของทุกโรค อย่าทำงานหนักจนตัวตาย เพราะตายจริง เข้าโรงบาลจริง
See More
in_mmk
retweeted
ch.
@chyoumayknow
about 2 months ago
กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง 🗓️ ตุลาคม 2569 เริ่มหัก 0.25% ของเงินเดือน 🗓️ ตุลาคม 2573 ปรับเพิ่มเป็น 0.50% (บริษัทสมทบเท่ากัน) ตัวอย่างคำนวณ เงินเดือน 20,000 หัก 50 + สมทบ 50 = เข้ากองทุนเดือนละ 100 บาท ลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินคืนเป็นเงินก้อนครั้งเดียว โดยโอนเข้าบัญชีธนาคารของลูกจ้าง เมื่อความเป็นลูกจ้างสิ้นสุดลงทุกกรณี (ลาออก, เกษียณอายุ, ถูกเลิกจ้าง, สิ้นสุดสัญญา หรือเสียชีวิต) แผนกองทุน เน้นรักษาเงินต้นและความมั่นคงสูงเป็นหลัก โดยสินทรัพย์ที่กองทุนจะนำเงินไปลงทุน มักจะประกอบด้วย - เงินฝากธนาคาร - ตราสารทางการเงินที่มีอายุไม่เกิน 1 ปี - พันธบัตรรัฐบาล หรือหุ้นกู้รัฐวิสาหกิจ - ตราสารหนี้ภาคเอกชนระดับลงทุน กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างไม่สามารถนำมาใช้ลดหย่อนภาษีได้
See More
in_mmk
retweeted
MAININA
@1234512121hey
3 months ago
กดออกเหมือนกัน พระเอกอวยนายเอกเอวคอดยิ่งกว่าผู้หญิง ผิวนุ่มกว่าผู้หญิง ตัวหอมกว่าผู้หญิง ไม่หลวมเหมือนพวกผู้หญิง อะไรมันจะเกลียดผู้หญิงขนาดนั้น ละส่วนใหญ่นักเขียนก็เป็นผู้หญิงด้วยนะ
in_mmk
retweeted
คุณทวดชเวซิส ⋆。🌿
@cynsister
3 months ago
รีวิวเอเจนท์วงการทัวร์ที่เคยไปมา - ยูนิไทย/นิดหน่อย เบอร์ใหญ่วงการเอเจนท์ ลูกค้าเยอะ โปรโมชั่นเยอะ แต่แอบตอบช้า - QUALITY EXPRESS เครดิตดี เชื่อถือได้ (บอแม่เป็นคนจัดทัวร์เอง) เครือลูก go365 - Travelzeed เครดิตตามๆกันมากับเจ้นข้างบน โปรไฟไหม้มีทุกวัน(ในเพจ) ตอบเร็วสุด ไปเถอะคุ้ม
in_mmk
retweeted
Joyboy
@indeeddopamine
3 months ago
พุดแบบไม่อคติ ชีไม่รู้หรอกว่ามัทฉะที่ดีจิงๆเกรดดีจิงๆเป็นยังไง ชีกินแบบลาเต้ตลอด กลิ่นโน้ทอะไรเผลอๆชีอาจจะแยกไม่ออกเลย แต่ชีเป็นคนรวยคนหนึ่งที่ต้องใช้แต่ของดีๆ แม้จะไม่รู้ว่ามันดียังไง แต่ชีต้องรู้ในจิตของชีเองว่าชีได้ของดี กินของดี ซึ่งต่อให้โดนหลอกมาว่าดี ชีก้คงมะรู้หรอก
in_mmk
retweeted
💚🌼 สองรอยูคยอม Interlunar🌕 MTBB❤️💜💚🌼유겸진영🐜🍑
@lianhua190996
3 months ago
ขอถูกหวยได้ยากมากกกกกกกก แต่ขออันนี้ได้ยอดมาเยอะมากในฐานเซลล์คนนึง "ขอให้มีทางทำมาหากินไม่มีที่สิ้นสุด ไปไหนมาไหนก็เป็นที่รักของผู้พบเห็น ได้รับการช่วยเหลืออยู่เสอ ขอให้ลูกค้ารักเมตตา และมีเงินทองใช้ไม่ขาดมือ"
imM+ช่วยลูกด้วยคร้าา 🙏🥺
@in_mmk
4 months ago
โมโหหิวว ฮือ สั่งหมึกมันไก่แต่ไม่ได้กิน คนขับส่งอาหารผิดอีก lineman เนี่ย แล้วหงุดหงิดมากติดต่อกลับก็ไม่ได้อีก 🥲 นี่ให้ตายคือไม่กินของที่ไม่สั่งหรือได้ผิดมาอ่ะ
in_mmk
retweeted
M.🌻✨️
@minha_hasa
4 months ago
นักเขียนคนไหนมีความคิดแบบนี้ รบกวนเขียนไว้หน้าแรกได้เลย สัญญาว่าจะไม่เสียเวลาเข้าไปอ่านแม้แต่บทนำ
in_mmk
retweeted
lolifroyd 💗
@_lolifroyd
4 months ago
เพื่อนขี้เม้าท์นี่ปกติมาก แต่เหนือสิ่งอื่นไหนเอมิลี่ไม่เคยกันซีนแอนดี้เลย มีอะไรชีช่วยตลอด แม้ตอนที่มิแรนด้าจำชื่อแอนดี้ได้ (มิแรนด้าสนใจแอนดี้) ก็ยังไม่เคยคิดร้ายกับแอนดี้ทั้งที่มีโอกาสหลายครั้ง ตัวเองพยายามแทบตายอยากจะไปปารีส พอรู้ว่าคนที่ได้ไปไม่ใช่ตัวเองชีก็ไม่เคยปี๊ดใส่แอนดี้ มีแต่วีนไปเรื่อยตามประสาคนที่ผิดหวัง เอาจริงนะ นี่คือตัวละครที่ดีที่สุดและเป็นตัวอย่างของผู้หญิงเก่งที่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร มีจุดมุ่งหมายในชีวิตที่ชัดเจน รักในสิ่งที่ทำ เคารพในการตัดสินใจของคนอื่น ไม่แปลกใจที่ภาค2 เขาจะประสบความสำเร็จ นี่แหล่ะ ผลตอบแทนของคนที่ love my job
See More
in_mmk
retweeted
JRT Synth Desk
@JRTDesk
5 months ago
เกียรตินิยมอันดับ 1 จากมหาวิทยาลัยมีชื่อเสียง ไม่ได้แปลว่าจะเป็นคนเก่งในชีวิตการทำงานจริงๆ นะครับ น้องๆ เด็กรุ่นใหม่ที่เพิ่งเรียนจบเข้าสู่สังคมการทำงานอย่าหลงตัวติดกับดัก Prestige Trap ระบบการศึกษาออกแบบมาเพื่อวัด academic performance ในสภาพแวดล้อมที่ controlled มากๆ... - จำและสอบผ่าน.. - ทำตามเกณฑ์การให้คะแนนที่กำหนด - compete แบบ individual ส่งงานตรงเวลา deadline ชัดเจน.. - ตอบถูก.. - etc., เวลาทำงานจริงๆ.. - แก้ปัญหาที่ไม่มีคำตอบสำเร็จรูปตายตัว.. - สร้าง framework ขึ้นมาเอง.. - บริหารจัดการความไม่แน่นอนโดยไม่มีกรอบเวลาชัดเจน - collaborate และ navigate politics ภายในองค์กร.. - ถามคำถามที่ถูก.. . . ที่เคยเจอมาหลายๆ กรณีด้วยตัวเอง (ซึ่งก็สอดคล้องกับที่ได้ยินคนอื่นๆ จากบริษัทอื่นๆ เล่าให้ฟังเช่นกัน).. ้เด็ก 4.0 ที่เข้าสู่สังคมการทำงาน (not all) บางทียังคงติดกับดัก optimization trap อยู่.. คือเล่นเกมที่เก่งในระบบที่มีกติกาตายตัว.. รู้ว่าอาจารย์ชอบอะไร.. exam pattern เป็นยังไง.. ต้องเขียน essay แบบไหนถึงได้ A.. แต่ในองค์กร... ถึงจะมี KPI อยู่ แต่ก็ไม่มีสูตรสำเร็จให้ทำตามแบบชัดเจน.. KPI บอกแค่ว่าต้องไปถึงไหน แต่ไม่มีใครมานั่งบอกว่าต้องเดินยังไง.. ต้อง prioritize อะไรก่อน หรือต้องทำอะไรกันแน่ถึงจะผ่าน งานจริงคือการหาทางไปให้ถึง goal ที่บางทียังมองไม่เห็นชัดด้วยซ้ำ ซึ่งเป็นทักษะคนละชุดกับการเดินตามแผนที่ที่มีอยู่แล้ว ต่อให้ได้ B+ แต่ถ้าชอบ experiment, ลองผิดลองถูก, รู้จักล้มเลิกสิ่งที่ไม่ work... มักจะ navigate การทำงานในองค์กรได้ดี . . และงานจริงมี human complexity สูงมาก.. เช่นการ negotiate กับเพื่อนร่วมงานที่ไม่เห็นด้วยกับเรา.. การ managing up ดูแลความสัมพันธ์กับ boss.. การ read the room ในห้องประชุม.. การรับ feedback โดยไม่ defensive.. การแจ้งข่าวร้ายให้ลูกค้าโดยไม่เสียความสัมพันธ์.. EQ พวกนี้ไม่มีในหลักสูตร และ GPA ก็ไม่มีความสัมพันธ์กับ EQ เลย.. ด็กที่ขึ้น dean's list ตลอด 4 ปีอาจไม่เคยเจอ conflict จริงๆ ในชีวิตเลยก็ได้ เพราะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับหนังสือ . . ยังมีเรื่อง Risk Tolerance กับการรับมือกับความล้มเหลวอีก.. เด็กเกียรตินิยมบางทีกลัวความล้มเหลวสุดๆ เพราะทั้งชีวิตถูก define ด้วย academic success.. พอเจองานแล้วต้อง take risks.. propose ideas ที่อาจโดน reject.. หรือล้มเหลวต่อหน้าสาธารณะ... จนเกร็งไปหมดเหมือนเป็นอัมพาตไปเลย ในขณะที่คนที่เคยล้มเหลวในมหาลัย หรือมี non-linear path จะ chill กับความไม่แน่นอนกว่า.. เพราะเคยแพ้แล้วลุกขึ้นมาได้ . . ความต่างอีกอย่างคือมหาลัยวัด comprehension เป็นหลัก.. แต่ทำงานต้องการ execution ซึ่งต่างกันมาก รู้ว่า project management framework คืออะไร ≠ ส่ง project ตรงเวลาจริงๆ ได้ เข้าใจ financial model ≠ เอา model นั้นไป pitch นักลงทุนแล้วปิด deal ได้ อ่าน case study เรื่อง leadership ≠ เป็น leader จริงๆ ที่คนอยากตาม Gap ระหว่าง knowing กับ doing คือจุดที่เด็กเกียรตินิยมหลายคนสะดุดอยู่... . . ไหนจะเรื่องเวลาอีก.. มหาลัยให้เวลาเป็น semester ในการเรียนเรื่องนึง แต่งานจริงบางทีให้เวลา 3 วันในการเข้าใจ industry ใหม่ทั้งหมดและ present ให้ C-suite ฟัง.. ความสามารถในการเรียนรู้เร็วภายใต้แรงกดดัน.. ในสถานการณ์ที่วุ่นวายไม่มีระเบียบ.. โดยไม่มีอาจารย์มาชี้นำ เป็นทักษะที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง และบางทีเด็กที่ต้องทำงาน part-time ตลอด 4 ปีเพื่อหาเงินเรียนเองจนไม่ได้ 4.0 (not all.. เพราะบางคนก็ทำงานไปด้วยและยังได้ 4.0 ก็มี) มีทักษะพวกนี้มากกว่าเด็กที่อ่านหนังสือทั้งวัน... . . และเรื่อง Prestige Trap ที่ผมเกริ่นในตอนแรก.. หลายคนที่ได้จบจากทั้งมหาลัยระดับ Top U และยังได้เกียรตินิยม บางทีมี identity ที่ผูกพันกับชื่อเสียงมหาลัยมากเกินไป.. - จนรู้สึก entitled รู้สึกว่าตัวเองสมควรได้ดีโดยอัตโนมัติทั้งที่ยังไม่ได้พิสูจน์อะไรเลย - ไม่อยากที่จะทำงานให้คนที่「ด้อยกว่า」ทางการศึกษา - อาจ dismiss ความรู้ที่มาจากประสบการณ์ของคนอื่นโดยไม่ตั้งใจ - บางคนคิดเยอะไป และ over-engineer ทุกอย่างเพราะถูก trained ให้คิดแบบ academic คนที่ไม่มี pedigree มักจะขวนขวายกว่า.. ปรับตัวยืดหยุ่นในองค์กรกว่า.. และ savvy ด้านการเมืองในองค์กรกว่า . . ⚠️แต่เกียรตินิยมจากมหาลัยดังๆ ก็มีคุณค่าเช่นกันครับ.. - Baseline discipline อย่างน้อยก็มี signal ทำให้เรารู้ว่าคนนี้ทุ่มเทในตอนเรียน.. - Ceiling ของความสามารถทางวิชาการ มีประโยชน์ใน technical roles - Network มหาลัยดังให้ alumni network ที่มีมูลค่าจริงๆ อยู่.. - ช่วยผ่าน HR screening ในบริษัทใหญ่ แต่มันก็คือ entry ticket ขั้นแรก.. ไม่ใช่ guarantee ความสำเร็จ... สรุป.. เกียรตินิยมบอกว่าคนๆ นึง เล่นเกมระบบการศึกษาได้เก่ง.. งานจริงต้องการคนที่เล่นเกมที่ไม่มีกติกาชัดเจน, เปลี่ยนได้ตลอด, และมี human stakes สูง ได้เก่ง.. สองเกมนี้มี overlap บ้าง แต่ไม่ได้ overlap กันมาก.. เพราะฉะนั้นภูมิใจกับเกียรตินิยมได้ครับ แต่ก็อย่าลืมถามตัวเองด้วยว่าเล่นเกมที่สองเป็นหรือยัง? มันไม่เหมือนกับตอนเรียนครับ อย่าสำคัญผิดไป จากที่ผ่านมา.. คนที่ทำงานได้จริงในมุมมองผมไม่ได้พิสูจน์ตัวเองด้วย GPA.. แต่พิสูจน์ด้วยสิ่งที่ทำตอนที่ไม่มีคำตอบสำเร็จรูปตายตัวให้เลือก เคยมี quant ที่ืทำ model แล้ว overfit อย่างหนักช่วง out-of-sample.. drawdown ออกมาเกิน threshold ที่คุยกันไว้.. แทนที่จะรอให้ผมเห็นตัวเลขเอง เค้าก็โทรมาก่อนเลยเพื่ออธิบาย signal ที่พัง.. walk through ให้ดูว่า regime เปลี่ยนตรงไหน.. และมาพร้อม fallback position ที่ปรับ parameter ใหม่แล้ว.. ไม่รอให้ถูกถาม ไม่โยนให้ market conditions.. ซึ่ง GPA ของเค้าผมไม่เคยรู้เลย.. และก็ไม่ได้สำคัญ.. เพราะสิ่งที่ทำมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเคยได้ 4.0 หรือเปล่า.. แต่ขึ้นอยู่กับว่าเค้าปฎิบัติตัวในการทำงานยังไง และที่พูดมาทั้งหมดนี้ ไม่ได้แปลว่าเด็กเกียรตินิยมทำสิ่งเหล่านี้ไม่ได้นะครับ.. หลายคนทำได้ดีมาก.. แต่ถ้าทำได้ มันก็ไม่ได้มาจากเกียรตินิยม.. มันมาจากสิ่งที่สะสมมาจากนอกห้องเรียน.. จากการเคยล้มเหลว เคยรับผิดชอบอะไรบางอย่างที่ไม่มีในตำรา เคยอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่มีใครมาบอกว่าต้องทำอะไร.. ระบบการศึกษาไม่ได้ออกแบบมาเพื่อสอนสิ่งเหล่านี้.. GPA ก็ไม่ได้วัดมัน
See More
Last Seen Users on Sotwe
Bella 錢昱慈
🖖fingering Solo
Seen from
Turkey
ลุง_สมควย
Seen from
Thailand
heteros argentinos🔥🇦🇷
Seen from
Argentina
Pietra Mancini XXL 🍆
Seen from
Germany
Eksib_Media69
Seen from
Indonesia
mujeres divinas
Seen from
Mexico
#ANAL sevenler
Seen from
Turkey
Tota Holland
Seen from
Saudi Arabia
iboyybaee
Seen from
Malaysia
Trends for you
1
Zverev
Under 10K tweets
2
Palencia
Under 10K tweets
3
Lauer
Under 10K tweets
4
#WWENXT
Under 10K tweets
5
Tyler Robinson
Under 10K tweets
6
#DWCS
Under 10K tweets
7
Markey
Under 10K tweets
8
Mario Kart 8 Deluxe
Under 10K tweets
9
#BTS_WORLDTOUR_ARİRANG_LA
Under 10K tweets
10
Thomas Saggese
Under 10K tweets
Most Popular Users
1
Elon Musk
@elonmusk
241.5M followers
2
Barack Obama
@barackobama
119M followers
3
Cristiano Ronaldo
@cristiano
114M followers
4
Donald J. Trump
@realdonaldtrump
111.8M followers
5
Narendra Modi
@narendramodi
107.2M followers
6
Rihanna
@rihanna
98.7M followers
7
NASA
@nasa
92.4M followers
8
Justin Bieber
@justinbieber
91.8M followers
9
KATY PERRY
@katyperry
89.8M followers
10
Taylor Swift
@taylorswift13
83.7M followers
11
Lady Gaga
@ladygaga
75.2M followers
12
Virat Kohli
@imvkohli
73M followers
13
Kim Kardashian
@kimkardashian
70.8M followers
14
YouTube
@youtube
68.8M followers
15
Neymar Jr
@neymarjr
66M followers
16
Bill Gates
@billgates
65M followers
17
Selena Gomez
@selenagomez
62.8M followers
18
The Ellen Show
@theellenshow
62.3M followers
19
CNN
@cnn
61.8M followers
20
X
@x
60.7M followers
Olivia
Online
✨
⭐
💫