Home
Language
English
Türkçe
Bahasa Indonesia
About
Privacy Policy
Terms of Service
Pricing
Sign In
Download All
Share
KAIDAOU
@kaidaou
รับทรัพย์ส่งมาที่ตัวฉันเอง
Thailand
Joined September 2011
2.9K
Following
1.5K
Followers
137.6K
Posts
kaidaou
retweeted
joe black
@joe_black317
2 days ago
🚨 คนไทยมีลูกน้อยลงมาก อัตราการเกิดเหลือปีละไม่ถีง 4 แสนราย แต่ "ลูกแมว" กำลังเพิ่มขึ้น ปีเดียว 4 ล้านตัว!! ประเทศไทยกำลังเห็นภาพที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เมื่อจำนวนเด็กเกิดใหม่ลดลงต่อเนื่อง โดยปี 2568 มีเด็กเกิดเพียงราว 4 แสนคน ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดในรอบหลายสิบปี สะท้อนสังคมสูงวัย และคนรุ่นใหม่จำนวนมากเลือกมีลูกน้อยลง หรือไม่มีลูกเลย ในทางกลับกัน จำนวนแมวเลี้ยงกลับเติบโตอย่างก้าวกระโดด คาดว่าปี 2569 จะมีแมวเลี้ยงมากกว่า 4 ล้านตัว และยังขยายตัว 20-25% ต่อปี ซึ่งเติบโตเร็วกว่าสุนัข ปัจจัยสำคัญคือ คนเมือง คนโสด และคู่รักที่ไม่มีลูก หันมาเลี้ยงแมวในฐานะ "Pet Parent" ดูแลเหมือนสมาชิกในครอบครัว ยอมจ่ายทั้งอาหารพรีเมียม ของเล่น ค่ารักษา และประกันสุขภาพสัตว์เลี้ยง เพราะเลี้ยงง่าย เหมาะกับคอนโดและพื้นที่จำกัด อีกทั้งค่าใช้จ่ายยังบริหารได้ง่ายกว่าการเลี้ยงลูก เทรนด์นี้กำลังผลักดัน Cat Economy หรือเศรษฐกิจแมวให้เติบโตต่อเนื่อง จนตลาดสัตว์เลี้ยงไทยมีมูลค่าทะลุ 1 แสนล้านบาท สะท้อนว่า วันนี้คนไทยอาจมี "ลูกคน" น้อยลง แต่มี "ลูกแมว" เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ที่มา: ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (Kasikorn Research Center), ข้อมูลการเกิดจากกระทรวงมหาดไทย และรายงานสื่อญี่ปุ่น ปี 2569
See More
kaidaou
retweeted
Thai PBS
@ThaiPBS
3 days ago
เส้นทางรถไฟสายเชียงใหม่-ลำพูน กำลังกลายเป็นจุดเช็กอินยอดฮิตของนักท่องเที่ยวชาวจีน หลังกลายเป็นกระแสในสื่อสังคมออนไลน์ของจีนอย่าง Xiaohongshu จนมีผู้คนแห่มาตามรอย ล่าสุดบริษัททัวร์ถึงขั้นนำโปรแกรมนี้ ใส่เข้าไปในแพ็กเก็จทัวร์ด้วย
#ThaiPBS
#วันใหม่ไทยพีบีเอส
#สถานีรถไฟเชียงใหม่
See More
ThaiPBS's tweet video.
kaidaou
retweeted
R here
@UvgtdERt4PWmcjF
2 days ago
เรื่องลี้ลับหรือวิทยาศาสตร์? 🧬💀 ปรากฏการณ์สุดทึ่งที่เรียกว่า "ปฏิกิริยาลาซารัส" (Lazarus Sign) หรือที่ถูกขนานนามว่า "การสะท้อนครั้งสุดท้ายของร่างกายหลังความตาย" ปรากฏการณ์นี้มักเกิดขึ้นกับผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะสมองตาย โดยร่างกายจะแสดงปฏิกิริยารีเฟล็กซ์ (Reflex) ขยับเขยื้อนได้เองอย่างน่าอัศจรรย์ เช่น การยกแขนขึ้นมาไขว้กันไว้ที่หน้าอก หรือขยับมือคล้ายกับการพนมมือไหว้ ซึ่งมักจะทำให้ผู้ที่พบเห็นหรือญาติๆ รู้สึกตกใจและคิดว่าผู้ตายฟื้นคืนชีพขึ้นมา แต่ในทางการแพทย์อธิบายว่า สิ่งนี้ไม่ใช่ปาฏิหาริย์หรือวิญญาณสั่งการ แต่เป็นเพียงการทำงานของกระแสประสาทส่วนกลางในไขสันหลังที่ยังคงหลงเหลืออยู่ และส่งสัญญาณออกมาขยับกล้ามเนื้อชั่วคราวโดยไม่ต้องผ่านการสั่งการจากสมอง เป็นความลึกลับของร่างกายที่ชวนขนลุกและน่าทึ่งในเวลาเดียวกัน! 🧠⚰️ #สาระน่ารู้ #วิทยาศาสตร์ #เรื่องลึกลับ #การแพทย์ #เรื่องเด็ดรอบโลก 📹 Evreni Merak Ediyoruz
See More
UvgtdERt4PWmcjF's tweet video.
kaidaou
retweeted
PPTV HD 36
@PPTVHD36
2 days ago
หมอสมองแนะ “กฎ 5 ข้อหลังตื่นนอน” ช่วยสุขภาพดีขึ้น รีเซ็ตสมองและอารมณ์ . ผศ.นพ.สุรัตน์ ตันประเวช แพทย์ประสาทวิทยา ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทและสมอง คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โพสต์ผ่านเพจ สาระสมองกับ อจ.หมอสุรัตน์ แนะแนวทางเริ่มต้นวันใหม่ด้วยเคล็ดลับสมองดี โดยหลายคนไม่เคยรู้สึกยินดีหรือขอบคุณตัวเองเมื่อตื่นนอน ทั้งที่การได้ลืมตาขึ้นมาและยังมีลมหายใจอยู่ ถือเป็นสิ่งที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง แต่เพราะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นกิจวัตรประจำวัน จึงทำให้เรามองข้ามความสำคัญของมันไป . พร้อมยกแนวคิดจากหนังสือเล่มหนึ่งที่ระบุว่า “กายและใจที่แข็งแรง ทำให้ชีวิตดี จงรักษาให้เหมือนบ้านของเรา” และเปรียบเทียบว่า “เรือที่แล่นไปไร้ทิศทาง สักวันมันจะหลง” เช่นเดียวกับชีวิตและร่างกายที่ต้องมีเป้าหมายและทิศทาง โดยสามารถเริ่มต้นได้จากการกำหนดเป้าหมายของเวลาในแต่ละวัน นอกจากนี้ยังยกคำกล่าวของ Robin Sharma นักเขียนชื่อดัง ที่ว่า “Own your morning. Elevate your life.”หรือ “หากคุณควบคุมช่วงเช้าได้ คุณก็สามารถยกระดับชีวิตได้” . 5 สิ่งง่าย ๆ ที่ควรทำหลังตื่นนอน เพื่อช่วยให้ชีวิตและสุขภาพดีขึ้น . 📌ดื่มน้ำทันทีหลังตื่นนอน หลังจากร่างกายไม่ได้รับน้ำเป็นเวลาหลายชั่วโมงขณะนอนหลับ การดื่มน้ำ 1-2 แก้วในตอนเช้าจะช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญ ช่วยให้สมองตื่นตัว และลดอาการอ่อนเพลีย สิ่งที่ควรทำ คือ ดื่มน้ำเปล่า 300-500 มิลลิลิตร และหากต้องการเพิ่มความสดชื่น สามารถเติมมะนาวเล็กน้อยได้ 📌ขยับร่างกาย 10-15 นาที การออกกำลังกายเบา ๆ ในช่วงเช้าช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต เพิ่มพลังงาน และช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นจากการหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน 📌หลีกเลี่ยงการเล่นโทรศัพท์ใน 30 นาทีแรก ข้อมูลข่าวสารและสิ่งเร้าจำนวนมากที่หลั่งไหลเข้ามาทันทีหลังตื่นนอน อาจทำให้สมองเข้าสู่โหมดตอบสนองต่อสิ่งภายนอก แทนที่จะโฟกัสกับเป้าหมายของตัวเอง หมอสมองระบุว่า เมื่อเริ่มต้นวันด้วยสิ่งเร้ามากเกินไป สมองอาจเหมือนถูกเร่งเครื่องเร็วเกินความจำเป็น 📌 เขียน 3 สิ่งที่รู้สึกขอบคุณ งานวิจัยด้านจิตวิทยาเชิงบวกพบว่า การฝึกความกตัญญูอย่างสม่ำเสมอ ช่วยเพิ่มความสุข ลดความเครียด และทำให้มองโลกในแง่ดีมากขึ้น 📌 กำหนดเป้าหมายสำคัญที่สุด 1 เรื่อง แทนที่จะมีรายการงานจำนวนมากจนทำให้รู้สึกกดดัน ควรถามตัวเองว่า “ถ้าวันนี้ทำสำเร็จได้เพียงเรื่องเดียว เรื่องนั้นคืออะไร?” การมีเป้าหมายหลักเพียง 1 เรื่อง จะช่วยให้โฟกัสกับสิ่งสำคัญ ลดการผัดวันประกันพรุ่ง และสร้างความก้าวหน้าได้อย่างต่อเนื่อง . อ่านต่อ : https://t.co/vxbojKIuS1 . #สมองดีเคล็ดลับ #หมอสมอง #หมอสุรัตน์ #เรื่องข่าวเรื่องใหญ่ #PPTVHD36
See More
Who to follow
applehead
@dome_head
唯我独尊のチワワ犬、なかなか骨があります。A chihuahua boy with a lot of pride and independence but a beloved one. Love animals and nature. No DM.
Monkey Banana ลิงจั๊กๆ
@eXsP73SbE66FcFc
Festunious FatimaSun
@mr_FatimaSun
✝️#FatimaLady🌞Miracle of the Sun @Pontifex💒Follow😇 #JESUS 2 #Peace☮️ #InternationalCeaseFire🕊 #LoveAll💚 #EndHunger😭 #EndExecutions☠ #NoNuclears☣️Liberty🗽
kaidaou
retweeted
ลงทุนแมน
@longtunman
2 days ago
GDP เวียดนามจะแซงไทยแล้ว นักลงทุนไทย ทำอะไรได้บ้าง ? /โดย ลงทุนแมน ตอนนี้ GDP เวียดนาม มีมูลค่า 17.2 ล้านล้านบาท ส่วน GDP ไทย อยู่ที่ 18.9 ล้านล้านบาท ไทยยังนำอยู่เล็กน้อย แต่ช่องว่างนี้ กำลังแคบลงเร็วมาก เพราะปีที่แล้ว เศรษฐกิจเวียดนามโตถึง 8% ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ เวียดนามยังมองว่า แค่นี้ยังไม่พอ ปีนี้ รัฐบาลเวียดนามเลยตั้งเป้าให้เศรษฐกิจโต 10%.. ถ้าทำได้จริง GDP เวียดนามจะขึ้นมาแตะ 18.9 ล้านล้านบาท ภายในปีนี้ เท่ากับว่า จะขึ้นมาอยู่ระดับเดียวกับไทย ถ้ายังโตต่อในอัตราเดิม ปีหน้า GDP เวียดนามอาจแตะ 20.8 ล้านล้านบาท ซึ่งหมายความว่า เวียดนามจะไม่ใช่แค่ไล่ทันไทย แต่กำลังจะแซงไทยไปแล้ว และช่องว่างระหว่างไทยกับเวียดนาม ก็น่าจะกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปี.. เรื่องนี้อาจทำให้คนไทยหลายคนรู้สึกผิดหวัง ในโลกการลงทุน บางครั้งสิ่งสำคัญ ไม่ใช่ว่าเราต้องมานั่งเสียดายว่าใครแซงใคร แต่คือการถามว่า แล้วเราจะมีส่วนร่วมกับการเติบโตนั้น ได้อย่างไร ? ถ้าพร้อมแล้ว ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง ถ้าถามว่าเวียดนามโตแรงขนาดนี้ มาจากอะไร ? คำตอบคือ เวียดนามไม่ได้โตจากเรื่องเดียว แต่กำลังโตจากหลายเครื่องยนต์ พร้อมกัน.. -คนในประเทศ มีกำลังซื้อมากขึ้น -รัฐบาล เดินหน้าอัดฉีดโครงการขนาดใหญ่ -การส่งออก ยังขยายตัวต่อเนื่อง -บริษัทยักษ์ใหญ่ต่างชาติ แห่เข้าไปตั้งโรงงานในประเทศ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสมัยใหม่ พูดง่าย ๆ คือ เวียดนามกำลังโตทั้งจากคนในบ้าน และโตจากเงินนอกบ้านที่ไหลเข้าไป ฝั่งรัฐบาลเวียดนามเอง ก็ไม่ได้แค่อยากโตแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่กำลังวางเกมให้ประเทศ กระโดดขึ้นไป ทั้งแผนสร้างทางหลวงให้ได้ 5,000 กิโลเมตร โครงการรถไฟความเร็วสูง การผลักดันอุตสาหกรรม AI รวมถึงการดันอุตสาหกรรมชิป แบบเต็มกำลัง ทั้งหมดนี้ ทำให้เวียดนามไม่ได้เป็นแค่ประเทศค่าแรงถูกอีกต่อไป แต่กำลังพยายามเปลี่ยนตัวเอง เป็นฐานการผลิตและเทคโนโลยีแห่งใหม่ของเอเชีย ถ้าสรุปแผนเศรษฐกิจเวียดนาม ตั้งแต่ปี 2026 ถึง 2030 จะเห็นว่าเป้าหมายของเขา ไม่ธรรมดาเลย -กำลังซื้อในประเทศ ต้องเติบโต 13% ถึง 15% ในปีนี้ -GDP ต้องโตระดับ 2 หลัก หรือมากกว่า 10% ต่อปี -รายได้ต่อหัวประชากร ต้องเพิ่มเป็น 23,000 บาทต่อเดือน ภายในปี 2030 นี่จึงไม่ใช่แค่ประเทศที่กำลังโต แต่เป็นประเทศที่กำลังตั้งเป้า “โตให้เร็วกว่าเดิม” แล้วถ้ามองในมุมตลาดหุ้น เศรษฐกิจจริงโตเร็วขนาดนี้ ตลาดหุ้นเวียดนาม น่าสนใจแค่ไหน ? คำตอบคือ น่าสนใจขึ้นเรื่อย ๆ เพราะกำไรของบริษัทจดทะเบียนในเวียดนาม มีแนวโน้มโตล้อไปกับเศรษฐกิจ -ปี 2026 กำไรบริษัทในตลาดหุ้นเวียดนาม คาดว่าจะโต 20.5% -ปี 2027 กำไรบริษัทในตลาดหุ้นเวียดนาม คาดว่าจะโต 17.1% ถ้าดูเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ 30 อันดับแรก หรือดัชนี VN30 ซึ่งคล้ายกับ SET50 ของไทย -ปี 2026 กำไรของบริษัทใน VN30 คาดว่าจะโต 23.3% -ปี 2027 กำไรของบริษัทใน VN30 คาดว่าจะโต 19.8% แปลว่า บริษัทใหญ่สุดของเวียดนาม ไม่ได้แค่ใหญ่แต่ยังมีโอกาสโตเร็วกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดด้วย.. อีกประเด็นที่ต้องดู คือ Valuation หรือราคาหุ้น เมื่อเทียบกับกำไรในอนาคต ตอนนี้ บริษัทใหญ่สุด 30 บริษัทแรกของเวียดนาม มี Forward P/E หรือราคาต่อกำไรคาดการณ์ 12 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ 10.8 เท่า ระดับนี้ถือว่าอยู่ใกล้ค่าเฉลี่ย 10 ปี แปลแบบง่าย ๆ คือตลาดหุ้นเวียดนามตอนนี้ ไม่ได้มีราคาแพง แต่ไฮไลต์ที่นักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตา ไม่ใช่แค่เรื่องเศรษฐกิจโต ไม่ใช่แค่เรื่องกำไรบริษัทโต แต่คือจุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์ ของตลาดหุ้นเวียดนาม วันที่ 21 กันยายน 2026 ตลาดหุ้นเวียดนาม กำลังจะถูกเลื่อนชั้นอย่างเป็นทางการโดย FTSE จากตลาดชายขอบ ขึ้นมาเป็นตลาดเกิดใหม่ เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะเมื่อเวียดนามเป็นตลาดเกิดใหม่ กองทุนระดับโลกจำนวนมาก ที่เคยมีข้อจำกัดในการลงทุน ก็จะสามารถเข้ามาลงทุนในหุ้นเวียดนามได้มากขึ้น พูดง่าย ๆ คือ ประตูที่เคยแง้มอยู่ กำลังจะเปิดกว้างขึ้น และมีการคาดการณ์ว่าเม็ดเงินต่างชาติที่ไหลเข้าตลาดหุ้นเวียดนาม อาจสูงถึง 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทย ก็ราวระดับแสนล้านบาท เศรษฐกิจโตแรง กำไรบริษัทโตสูง Valuation ยังอยู่ระดับกลาง ๆ และกำลังมีเงินทุนต่างชาติ รอไหลเข้า นี่คือเหตุผลที่เวียดนาม กลายเป็นหนึ่งในตลาดที่น่าจับตามากที่สุดในภูมิภาค คำถามคือในฐานะนักลงทุนไทย เราควรทำอะไรกับเรื่องนี้ ? แม้เศรษฐกิจจริงของไทยกับเวียดนาม จะแข่งขันกันอย่างดุเดือด แต่พอร์ตการลงทุนของเรา ไม่จำเป็นต้องเลือกข้างแบบประเทศ เพราะถ้าเวียดนามโต เราก็สามารถมีส่วนร่วมกับการเติบโตนั้นได้ ผ่านการลงทุน ล่าสุดมีกองทุนเวียดนามชื่อ PRINCIPAL VNEI-EX เปิดตัวออกมาตอบโจทย์นี้ ด้วยจุดเด่น คือ.. การเน้นลงทุนแบบ Passive ด้วยค่าจัดการที่ต่ำมาก กองทุนนี้เป็นรูปแบบ Series X ที่ซื้อได้ใน WealthX และบลจ. พรินซิเพิล เท่านั้น มีค่าจัดการต่ำมากในกลุ่มกองทุนเวียดนาม เพียง 0.32% ต่อปี และมี TER หรือค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด เพียง 0.52% ต่อปี กองทุนนี้ IPO ตั้งแต่วันที่ 23 ถึง 26 มิถุนายน 2569 กองทุนนี้จะเป็นกองทุนแรกในไทย ที่จะพานักลงทุนไทยลงทุนล้อตามดัชนี VN30 ในกองทุนหลักชื่อ DCVFMVN30 ETF ดัชนี VN30 คือหุ้น 30 บริษัทใหญ่สุด และซื้อขายคล่องที่สุดของเวียดนาม พูดง่าย ๆ คือ ซื้อกองนี้กองเดียว ก็เหมือนได้ลงทุนในหุ้นแถวหน้าของเวียดนาม 30 บริษัท และหุ้นกลุ่มนี้ ครอบคลุมมูลค่าตลาดหุ้นเวียดนามไปแล้วกว่า 70% ถึง 75% ตัวอย่างบริษัทที่เราจะได้เป็นเจ้าของ เช่น -Vingroup อาณาจักรธุรกิจขนาดใหญ่ของเวียดนาม ทำตั้งแต่อสังหาริมทรัพย์ ห้างสรรพสินค้า ไปจนถึงรถยนต์ไฟฟ้า -FPT บริษัทเทคโนโลยีแถวหน้าของเวียดนาม ที่ก้าวไปไกลถึงขั้นจับมือกับบริษัทระดับโลกอย่าง NVIDIA เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI -Mobile World ผู้นำค้าปลีกทั้งสินค้าอุปโภคบริโภคและเทคโนโลยี ถ้าคนเวียดนามจะซื้อของใช้ในชีวิตประจำวัน หรือ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ ชื่อของบริษัทนี้ คือหนึ่งในชื่อแรก ๆ ที่คนจำนวนมากนึกถึง -Masan Group เป็นผู้นำด้านสินค้า FMCG ที่คนเวียดนามแทบทุกบ้านต้องใช้ เช่น น้ำปลา ซอสถั่วเหลือง และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป -Vinamilk ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับนมแบบครบวงจร อันดับ 1 ในประเทศ มีผลิตภัณฑ์ตั้งแต่นมสด นมผงเด็ก โยเกิร์ต นมข้นหวาน และไอศกรีม -Vietjet สายการบินต้นทุนต่ำสัญชาติเวียดนามที่เติบโตอย่างรวดเร็วระดับโลก ผ่านการขยายฝูงบินและเครือข่ายเส้นทางบินที่ครอบคลุม -Saigon Beer ผู้ผลิตเบียร์ระดับตำนานที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและครองส่วนแบ่งตลาดอันดับหนึ่งในเวียดนาม -Vincom Retail ผู้พัฒนาและบริหารศูนย์การค้าสมัยใหม่ที่ใหญ่และทรงอิทธิพลที่สุดในเวียดนาม -Hoa Phat ผู้นำอุตสาหกรรมเหล็กของประเทศ ซึ่งเติบโตล้อไปกับโครงการโครงสร้างพื้นฐานของเวียดนาม -กลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ของเวียดนาม ซึ่งได้ประโยชน์จากสินเชื่อ การบริโภค และการลงทุนในประเทศ เมื่อเศรษฐกิจขยายตัว ธนาคารก็มักเป็นหนึ่งในธุรกิจที่โตตามไปด้วย จะเห็นว่า VN30 ไม่ได้เป็นแค่ดัชนีหุ้นใหญ่ แต่เป็นเหมือนภาพย่อของเศรษฐกิจเวียดนามทั้งประเทศ มีทั้งอสังหาริมทรัพย์ ค้าปลีก เทคโนโลยี สินค้าอุปโภคบริโภค ศูนย์การค้า ธนาคาร สายการบิน วัสดุก่อสร้าง และธุรกิจที่โตไปพร้อมกับการยกระดับประเทศ ถ้าดูผลงานย้อนหลัง กองทุนหลักตัวนี้ทำผลงานได้โดดเด่น ย้อนหลัง 1 ปี ให้ผลตอบแทน 44.2% ชนะดัชนีตลาดหุ้นเวียดนามได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ผลตอบแทนในอดีต ไม่ได้การันตีผลตอบแทนในอนาคตและการลงทุนในเวียดนาม ก็ยังมีความเสี่ยงทั้งความผันผวนของตลาดหุ้น ค่าเงิน กฎระเบียบ และความเสี่ยงเฉพาะประเทศ แต่ถ้าถามว่า เวียดนามวันนี้ น่ามองข้ามไหม ? คงตอบได้ว่ายากมาก ที่จะมองข้าม.. เพราะนี่คือประเทศที่ GDP กำลังจะใหญ่กว่าไทย บริษัทใหญ่กำลังโตตามเศรษฐกิจ ตลาดหุ้นกำลังถูกยกระดับ และเงินทุนระดับโลก กำลังเตรียมเข้ามา ในอดีต คนไทยอาจมองเวียดนามเป็นคู่แข่ง แต่ในมุมของนักลงทุน เวียดนามอาจเป็นโอกาสที่อยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด เพราะสุดท้ายแล้ว เราอาจหยุดไม่ได้ ที่เวียดนามจะแซงไทย แต่เราสามารถเลือกได้ว่าจะยืนดูเขาแซงผ่านไป หรือจะให้พอร์ตลงทุนของเรา โตไปพร้อมกับการแซงครั้งนี้ นี่อาจเป็นช่วงเวลาที่นักลงทุนไทยต้องถามตัวเองว่า ถ้าเวียดนามกำลังจะกลายเป็นผู้ชนะคนใหม่ของอาเซียน เราจะเป็นแค่ผู้ชม หรือจะร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตนี้ไปด้วยกัน.. ผ่าน PRINCIPAL VNEI-EX ที่ WealthX ดาวน์โหลดแอปได้ที่ https://t.co/YB6RLDjBSn ✅ ค่าจัดการต่ำในกลุ่มกองทุนเวียดนาม ✅ ประเทศที่เศรษฐกิจ จะเติบโตระดับ 10% ต่อปี ✅ ร่วมเติบโตไปกับ 30 บริษัทใหญ่สุดในเวียดนาม ✅ กำไรบริษัทในตลาดหุ้นเติบโตสูง Valuation ไม่แพง ✅ ยกเว้นภาษีหุ้นนอก Capital Gain สูงสุด 35% ✅ ค่าธรรมเนียมซื้อลด 20% เฉพาะช่วง IPO กองทุนนี้เป็นรูปแบบ Series X ที่ซื้อได้ใน WealthX มีค่าจัดการต่ำมากในกลุ่มกองทุนเวียดนาม เพียง 0.32% ต่อปี และมี TER หรือค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด เพียง 0.52% ต่อปี ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บล.เวลท์เอกซ์ LINE ID:
@wealthx
และบลจ. พรินซิเพิล สนับสนุนโดย บล.เวลท์เอกซ์ กองทุนมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหลักทรัพย์และอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุนในตราสารต่างประเทศ กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในประเทศเวียดนาม ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย กองทุนรวมนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน ความเสี่ยง ที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุน ผู้ลงทุนควรพิจารณาความเหมาะสมและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ตัวเลขดังกล่าวเป็นการจำลองผลตอบแทนเพื่อประกอบการอธิบายแนวคิดการลงทุนเท่านั้น มิใช่การการันตีผลตอบแทนในอนาคต จัดทำขึ้น ณ วันที่ 19 มิ.ย. 2569 References -Bloomberg -CNBC -IMF
See More
kaidaou
retweeted
กรุงเทพธุรกิจ
@ktnewsonline
3 days ago
จับตา ‘ซูเปอร์เอลนีโญ’ กระทบตลาดหุ้นโลก กลุ่มธุรกิจอะไรจะได้หรือเสียประโยชน์บ้าง? ท่ามกลางแนวโน้มสงครามอิหร่านที่เริ่มคลี่คลาย นักลงทุนทั่วโลกกำลังเผชิญกับภัยคุกคามครั้งใหม่จากความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะ ‘ซูเปอร์เอลนีโญ’ (Super El Niño) ที่ลากยาวไปจนถึงปี 2027 ซึ่งอาจผลักดันให้อุณหภูมิโลกพุ่งสูงขึ้น กระทบผลผลิตทางการเกษตร ดันความต้องการใช้ไฟฟ้า และจุดชนวนเงินเฟ้อให้กลับมาปะทุอีกครั้ง สถานการณ์นี้ส่อเค้าสร้างความซับซ้อนต่อนโยบายของธนาคารกลาง และถือเป็นความเสี่ยงครั้งใหญ่ต่อตลาดหุ้นทั่วโลกที่กำลังซื้อขายใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า โอเล ฮานเซน หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์สินค้าจาก Saxo Bank ชี้ว่า เอลนีโญเกิดขึ้นในจังหวะที่เปราะบางอย่างยิ่ง เนื่องจากเศรษฐกิจโลกยังคงต้องปรับตัวกับผลพวงด้านเงินเฟ้อจากความขัดแย้งในอิหร่าน ในขณะที่ห่วงโซ่อุปทานก็ยังคงชะงักงันมานานหลายเดือน ข้อมูลจากศูนย์พยากรณ์สภาพภูมิอากาศของสหรัฐ ระบุว่า มีโอกาสถึง 63% ที่ปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งเกิดจากอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกอุ่นขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะทวีความรุนแรงจนกลายเป็นเหตุการณ์ระดับ ‘ซูเปอร์เอลนีโญ’ ลากยาวไปจนถึงปี 2027 สภาพอากาศนี้จะทำให้เกิดฝนตกหนักในบางพื้นที่และภัยแล้งรุนแรงในภูมิภาคอื่นๆ ผลกระทบดังกล่าวเริ่มปรากฏให้เห็นแล้ว ทั้งฤดูมรสุมของอินเดียที่ล่าช้า และการระงับการทำประมงชั่วคราวในเปรู โดยงานวิจัยจากวิทยาลัยดาร์ตมัธ เผยว่า ครั้งล่าสุดที่โลกเผชิญกับเอลนีโญรุนแรงระดับนี้ในช่วงปี 2015-2016 ได้สร้างความเสียหายต่อผลิตภาพ (Productivity) ทั่วโลกคิดเป็นมูลค่ากว่า 7.8 ล้านล้านดอลลาร์ 📌 นักลงทุนกำลังจับตาการปรับพอร์ตการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อรับมือกับสถานการณ์นี้ ดังนี้ ▪️ กลุ่มเกษตรกรรมและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (Agriculture and aquaculture) ภาคการเกษตรมีแนวโน้มรับผลกระทบหนักที่สุด แม้จะแตกต่างกันไปตามภูมิภาค อินโดนีเซียซึ่งเป็นผู้ผลิตปาล์มน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก อาจเผชิญสภาพอากาศที่ร้อนและแล้งขึ้น ฉุดรั้งผลผลิตและกดดันหุ้นกลุ่มเพาะปลูก ขณะที่ผลผลิตข้าวโพด ข้าวสาลีของโลก รวมถึงน้ำตาลในเอเชียก็อาจได้รับผลกระทบเชิงลบ ด้านอินเดียผู้ผลิตน้ำตาลเบอร์สองของโลก ได้สั่งระงับการส่งออกจนถึงสิ้นเดือนกันยายน ส่งผลให้หุ้นโรงงานน้ำตาลร่วงลงอย่างหนัก ▪️ กลุ่มปุ๋ยและเคมีภัณฑ์ (Fertilisers) ภาวะอุปทานพืชผลที่ตึงตัวจะหนุนความต้องการสารอาหารหลักในการเพาะปลูก ทำให้หุ้นกลุ่มปุ๋ยไนโตรเจนอย่าง CF Industries และ Nutrien มีแนวโน้มได้รับประโยชน์ รวมถึงกลุ่มบริษัทผลิตภัณฑ์ปกป้องพืชผลอย่าง Corteva Inc. ในสหรัฐ เนื่องจากเกษตรกรจำเป็นต้องลงทุนในเทคโนโลยีและเคมีภัณฑ์เพื่อรักษาผลผลิต ▪️กลุ่มพลังงาน (Energy) ผลกระทบต่อภาคพลังงานแตกออกเป็นสองทิศทาง ในภูมิภาคเอเชีย อุณหภูมิที่พุ่งสูงจะดันความต้องการใช้เครื่องปรับอากาศและสร้างภาระหนักต่อโครงข่ายไฟฟ้า หนุนหุ้นกลุ่มผลิตไฟฟ้าในจีนและอินเดียให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง อ่านต่อ: https://t.co/4iHsPzn2Ib . #กรุงเทพธุรกิจ #InsightForOpportunities #กรุงเทพธุรกิจEconomic
See More
kaidaou
retweeted
🇹🇭Ton Patiwat🇹🇭
@tonpatiwat
2 days ago
หากวันนี้คุณยืนอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณท่าช้าง มองไปยังพระบรมมหาราชวังที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า คุณอาจคิดว่าสถานที่แห่งนี้เป็นเพียงท่าเรือเก่าแก่แห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร แต่เมื่อกว่า 200 ปีก่อน ที่นี่เคยเป็นฉากของเหตุการณ์สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์กรุงรัตนโกสินทร์ จนทำให้ “ท่าช้าง” ได้รับอีกชื่อหนึ่งว่า “ท่าพระ” เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2351 เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพระพุทธรูปสำคัญจากเมืองสุโขทัยลงมายังพระนคร พระพุทธรูปองค์นั้นคือ พระศรีศากยมุนี พระพุทธรูปสำริดขนาดมหึมาที่ประดิษฐานอยู่ ณ วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร ในปัจจุบัน การเดินทางของพระศรีศากยมุนีในครั้งนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะองค์พระมีขนาดใหญ่จนต้องใช้แพขนาดมหึมาล่องมาตามแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อมาถึงพระนคร จึงมีการอัญเชิญพระขึ้นจากแพบริเวณท่าน้ำด้านข้างพระบรมมหาราชวัง ว่ากันว่า ขนาดขององค์พระใหญ่จนต้องรื้อส่วนหนึ่งของประตูเมืองเพื่อให้สามารถเคลื่อนผ่านเข้าไปได้ นับจากวันนั้น ผู้คนจึงเริ่มเรียกท่าน้ำแห่งนี้ว่า “ท่าพระ” เพื่อรำลึกถึงสถานที่ที่พระศรีศากยมุนีขึ้นจากแพเป็นครั้งแรกในพระนคร แต่เรื่องราวของท่าน้ำแห่งนี้ยังมีประวัติ ยาวนานกว่านั้น ก่อนจะมีชื่อว่าท่าพระ ที่นี่เป็น “ท่าช้าง” มาตั้งแต่โบราณ เพราะเป็นจุดที่ช้างหลวงของพระราชวังถูกนำลงอาบน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ธรรมเนียมนี้มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และสืบทอดต่อมาจนถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ จึงไม่น่าแปลกใจที่ชาวบ้านจะคุ้นเคยกับชื่อ “ท่าช้าง” มากกว่า “ท่าพระ” แม้แต่ในสมัยรัชกาลที่ 4 ยังมีพระบรมราชาธิบายกล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ผู้คนยังคงเรียกท่าช้างตามเดิม เพราะเห็นช้างลงอาบน้ำอยู่เป็นประจำ แต่ไม่เคยเห็นพระพุทธรูปลงมาที่ท่าน้ำ จึงไม่คุ้นกับชื่อ “ท่าพระ” เมื่อเวลาผ่านไป ชื่อ “ท่าพระ” จึงค่อย ๆ เลือนหาย เหลือเพียงชื่อ “ท่าช้าง” ที่ใช้สืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน ทุกวันนี้ นักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางผ่านท่าช้างเพื่อไปเยือนพระบรมมหาราชวังหรือวัดพระแก้ว แต่มีไม่กี่คนที่รู้ว่า พื้นที่เล็ก ๆ ริมแม่น้ำแห่งนี้ เคยเป็นจุดเริ่มต้นของการอัญเชิญพระศรีศากยมุนีเข้าสู่พระนคร และเคยมีชื่ออีกชื่อหนึ่งที่เกือบสูญหายไปจากความทรงจำของชาวกรุงเทพฯ จาก “ท่าช้าง” ของช้างหลวง สู่ “ท่าพระ” ของพระศรีศากยมุนี เรื่องราวของสถานที่แห่งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์เล็ก ๆ ที่สะท้อนให้เห็นว่า ชื่อสถานที่ในกรุงเทพมหานครหลายแห่ง ล้วนซ่อนเรื่องราวสำคัญของสยามเอาไว้อย่างน่าค้นหา อ้างอิง ● พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 1 ● จดหมายเหตุความทรงจำของกรมหลวงนรินทรเทวี ● ธนโชติ เกียรติณภัทร, “ท่าช้างหว่างค่ายล้อม แหล่งสถาน”, ศิลปวัฒนธรรม ฉบับตุลาคม 2566 ● กรมศิลปากร ● วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร ที่มา : เรื่องเล่าเเห่งสยาม
See More
kaidaou
retweeted
sutiฯ
@sfkkfs_
3 days ago
เรียกต่างกันจริงด้วย ทุกคนเจนไหน 🤣
kaidaou
retweeted
sutiฯ
@sfkkfs_
3 days ago
ความรู้สึกของทุกวัน =
kaidaou
retweeted
sutiฯ
@sfkkfs_
2 days ago
ความจริง 5000%
kaidaou
retweeted
มัมซารัน~เป็นแม่เจ้ารัน🐰👨👩👦🍀💰
@saranrat
2 days ago
แน่นอนจินนี่จ๋ายังตราตึง เจ็บนิดๆ ก็เต้นได้😂
kaidaou
retweeted
AIM ...
@iamaimaimami
3 days ago
จีนล้างกระดานการศึกษาแบบโหดมาก สั่งโละทิ้งหลักสูตรมหาวิทยาลัยที่มองว่าล้าสมัย ไปรวดเดียว 12,200 หลักสูตร เพื่อหนีตายวิกฤตเด็กจบใหม่ตกงานและสู้กับยุค AI แย่งงาน กลุ่มคณะที่โดนสั่งควบรวมหรือโดนตัดทิ้งหนักที่สุดคือ สายศิลป์, มนุษยศาสตร์, ภาษาต่างประเทศ และการจัดการบางสาขา เพราะเขามองว่าทักษะแบบเดิมตลาดแรงงานเริ่มอิ่มตัว แถมโดน AI ปัญญาประดิษฐ์เข้ามาทำแทนได้เกือบหมดแล้ว แต่ตัดแล้วไม่ได้ตัดเลยนะ พี่จีนเปิดสวนทันที 10,200 หลักสูตรใหม่ บังคับมุ่งหน้าไปทางอุตสาหกรรมอนาคตอย่าง AI, หุ่นยนต์อัจฉริยะ (Embodied Intelligence), ชิปเซมิคอนดักเตอร์ และ Data Science แทนทั้งหมด โลกยุคนี้ใบปริญญาเฉพาะทางใบเดียวทำงานได้ชั่วชีวิตไม่มีอยู่จริงแล้ว จีนพิสูจน์ให้เห็นเลยว่าถ้าโครงสร้างการศึกษาปรับตัวไม่ทันเทคโนโลยี บัณฑิตจบใหม่ก็คือเตรียมเตะฝุ่นยาว ๆ ยอมใจความเด็ดขาดระบบรัฐสั่งได้ของเขาเลย 🇨🇳 สปีดน่ากลัวมาก
See More
kaidaou
retweeted
เมอไลอ้อน
@PhotoTardies
3 days ago
เราเชื่อในเสรีภาพ ทุกคนจะเอาน้ำอะไรขึ้นมาก็ได้ จะปิดไว้หรือจะกินก็ได้ แต่ถ้าทำหก ต้องโดนปรับยับๆคนละหมื่นงี้ เชื่อมั้ยไม่มีหก
kaidaou
retweeted
Jen4cute 🪅
@Js_live2
3 days ago
เป็นไงล่ะ รสชาติของการมีคู่แข่ง
kaidaou
retweeted
malawin_T🍀💫💕
@asmn1304
2 days ago
พ่อสั่งซื้อครีมบัวหิมะ ให้มาเก็บปลายทาง แล้วมันส่งครีมตะไคร้มาให้ พ่อเลยติดต่อกลับไปมันบอกให้ใช้ไปก่อน แล้วให้สั่งใหม่จะลดราคาให้ 30% พ่อกับแม่เลยไปติดต่อสคบ. ที่จังหวัด แล้วก็ไปที่ส่งพัสดุ ทำเองหมดเลย จบเรื่องรอเงินคืนภายใน 5 วัน นี่ฟังแล้วแบบเก่งอ่ะ อายุ 82 แล้วทำได้ขนาดนี้.
kaidaou
retweeted
จอยจินเป็นมนุษย์พลังลบ 30%
@JoyZGinN2
3 days ago
เห็ดฟาง คือตัวแทนอธิปไตยของอาหารไทยมาก เพราะน่าจะเป็น 1 ในไม่กี่เห็ด ที่ไม่คุ้มค่าในการนำเข้าเห็ดจีนมาขายแทน . เจ้าสัวที่ Dominate ตลาดด้วยเห็ดจากจีน ทำราคาได้ มีส่วนทำให้เห็ดฟางในตลาดหายไป เพราะร้านอาหารสู้ราคาไม่ไหว ก็ใช้เห็ดอื่นแทนที่หาง่ายกว่าเก็บง่ายกว่า . การเรียกร้องให้ร้านอาหารใช้เห็ดฟาง ส่วนนึงผมว่ามันจะช่วยให้คนปลูกเห็ดมี Demand เพิ่มขึ้น ช่วยเกษตรกรไทยด้วย
See More
kaidaou
retweeted
՚YuYuii..*。🪷☘️
@yuyuii6717
3 days ago
ขณะที่เรารู้สึกเศร้าจะมีโปรตีนจิ๋วๆในร่างกายกำลังต่อสู้เพื่อทำให้เรามีความสุขเพราะฉะนั้นอย่าเศร้านาน ☺️☺️💕💕
kaidaou
retweeted
qt pie ,
@532am_
3 days ago
คือกูง่วงมากแต่กูไม่กล้านอนเพราะกลัวว่าถ้านอนไปแล้ว หลังจากตื่นมาต้องทำงานกูจะไม่มีเวลาพักผ่อนแบบนี้ไปอีก 5 วันกว่าจะถึงคืนวันศุกร์อะ อยากดึงเชิงเล่นโทรศัพท์ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตื่นเช้าไม่ว่าแต่นอนเร็วไม่ได้จริง ๆ ว่ะ กูกลัวได้พักผ่อนน้อย
kaidaou
retweeted
ThaiPBS Sci & Tech
@ThaiPBSSciTech
2 days ago
ทำไมร้อนขนาดนี้ ? หรือเรากำลังติดอยู่ในโดมความร้อน 🏜️
#SciAndTechShorts
กลไกการเกิดคลื่นความร้อน เมื่อ "โดมความร้อน" ทำหน้าที่เป็นฝาครอบกักเก็บอากาศร้อนไม่ให้ระบายออกไป ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งและรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จากภาวะโลกร้อน ซึ่งส่งผลให้กระแสลมหลักในชั้นบรรยากาศระดับสูงเกิดการเปลี่ยนแปลง 🌏 “รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ #ThaiPBSSciAndTech #ThaiPBS🪐 #Science #โลกร้อน #ClimateChange #รวมเรื่องรอบโลก
See More
ThaiPBSSciTech's tweet video.
kaidaou
retweeted
PostToday
@PostToday
5 days ago
รัฐบาลนอร์เวย์ประกาศมาตรการเข้มงวดห้ามใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในกลุ่มนักเรียนประถมเกือบทั้งหมด มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคมนี้เป็นต้นไป โดยนายกรัฐมนตรี โยนาส การ์ สเตอเร แถลงแสดงความกังวลว่าการพึ่งพา AI มากเกินไปจะทำลายพัฒนาการทักษะพื้นฐานอย่างการอ่าน การเขียน และคณิตศาสตร์ ขณะที่กลุ่มนักเรียนมัธยมยังสามารถใช้งานได้ภายใต้การควบคุมของครูอย่างจำกัด เพื่อป้องกันผลกระทบต่อกระบวนการเรียนรู้ในระยะยาว . การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของนอร์เวย์ในการเดินหน้าจัดสรรงบประมาณเพื่อดึงหนังสือเรียนดั้งเดิมกลับสู่ห้องเรียนแทนที่แท็บเล็ต หลังเผชิญสถิติคะแนนสอบที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง และยังเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการระดับประเทศในการจำกัดอายุเด็กต่ำกว่า 16 ปีบนโลกออนไลน์ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่านอร์เวย์กำลังกลายเป็นต้นแบบในการปรับสมดุลระหว่างเทคโนโลยีกับพัฒนาการของเยาวชนที่หลายประเทศทั่วโลกกำลังจับตามอง . #นอร์เวย์ #AI #เด็กประถม #โรงเรียน #นโยบาย #โพสต์ทูเดย์ #Posttoday
See More
Last Seen Users on Sotwe
moul LOg
Seen from
Spain
Chhamz10
Seen from
India
PAVAN RAJESH
Seen from
Turkey
Sinan Yılmaz
Seen from
Indonesia
Atlas Kocaman
Seen from
Turkey
Mari🔞
Seen from
Indonesia
Sikatterus
Seen from
Indonesia
khanjan
Seen from
Pakistan
I love pix very
Seen from
Egypt
NBACentral
Seen from
United States
Trends for you
1
GTA 6
Under 10K tweets
2
SAVE Act
Under 10K tweets
3
Rockstar
Under 10K tweets
4
Reaves
Under 10K tweets
5
Larry David
Under 10K tweets
6
Ted Lieu
Under 10K tweets
7
National Emergency
Under 10K tweets
8
Mamdani
Under 10K tweets
9
Mike Johnson
Under 10K tweets
10
DELTARUNE SPOILERS
Under 10K tweets
Most Popular Users
1
Elon Musk
@elonmusk
240.4M followers
2
Barack Obama
@barackobama
119.3M followers
3
Donald J. Trump
@realdonaldtrump
111.7M followers
4
Cristiano Ronaldo
@cristiano
110.2M followers
5
Narendra Modi
@narendramodi
107M followers
6
Rihanna
@rihanna
97.6M followers
7
NASA
@nasa
92.1M followers
8
Justin Bieber
@justinbieber
90.8M followers
9
KATY PERRY
@katyperry
87.5M followers
10
Taylor Swift
@taylorswift13
81.3M followers
11
Lady Gaga
@ladygaga
72.8M followers
12
Kim Kardashian
@kimkardashian
69.7M followers
13
Virat Kohli
@imvkohli
69.6M followers
14
YouTube
@youtube
68.7M followers
15
Bill Gates
@billgates
63.8M followers
16
The Ellen Show
@theellenshow
62.5M followers
17
Neymar Jr
@neymarjr
62.3M followers
18
CNN
@cnn
61.9M followers
19
X
@x
60.8M followers
20
Selena Gomez
@selenagomez
60.5M followers
Olivia
Online
✨
⭐
💫