ชอบประโยคนึงในไอจีที่บอกว่า “just because you lost me as a friend doesn't mean you gained me as an enemy; I still want to see you bloom but just not in the garden I built."
พอเข้าวัยสามสิบ ก็ค้นพบว่าความสัมพันธ์คนเรานั้นช่างเปราะบาง โดยเฉพา adult friendship เพราะวันนึงคสพ มันอาจจะจบโดยสิ่งที่เราไม่คาดคิด ความคิดเปลี่ยน ตัวตนเปลี่ยน ต่างฝ่ายไม่ได้เป็นไปตามภาพจำที่เคยเป็น จนถึงจุดๆ นึงก็ไปต่อกันไม่ได้
"Say no to others, say yes to yourself."
กล้าที่จะปฏิเสธคนอื่น เพื่อเปิดใจให้กับตัวเอง
เราอาจเคยเป็นคนที่พยายามทำให้ทุกคนพอใจ (People-pleaser) ไม่กล้าปฏิเสธใคร ไม่อยากทำให้ใครผิดหวัง พยายามรักษาความรู้สึกของทุกคนรอบข้างเอาไว้
แต่กลายเป็นว่า ยิ่งเรา Say yes กับคนอื่นมากเท่าไหร่ เรายิ่งกลายเป็นคนที่ Say no กับตัวเองมากขึ้นเท่านั้น
รู้ตัวอีกที เราก็กลายเป็นคนที่ออกห่างจากจักรวาลในตัวเอง และกลายเป็นคนที่มีชีวิตแบบคนอื่นต้องการ ไม่ใช่แบบที่เราเองต้องการ
"Your soul deserves the true version of 'you'."
จิตวิญญาณของเรา คู่ควรกับการเป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่มีความสุข
ลองปฏิเสธความต้องการคนอื่น... เพื่อมองเห็นสิ่งที่เราต้องการจริง ๆ
ลองเว้นพื้นที่ว่างกับคนอื่น... เพื่อมีพื้นที่ให้เราได้รักตัวเองมากขึ้น
ลองหยุดวิ่งไล่ตามเสียงเรียกร้องของคนอื่น... เพื่อได้ยินเสียงเบื้องลึกของหัวใจ
การเป็นคนที่มีความสุข
ไม่ได้เกิดขึ้นจากการทำให้ทุกคนมีความสุขกับการได้อยู่กับเรา
แต่เป็นการที่เราได้มองย้อนเข้ามาในชีวิตตัวเองแล้วรู้สึกพอใจ
"Don't try to make everyone happy; just be yourself. As a happy person, you will attract the right people."
แล้วคนที่ใช่สำหรับเราจริง ๆ, จะถูกดึงดูดเข้ามาในวงพลังงานของเราเอง
จะมี 2 ประโยคที่ผมเคยได้รับการสอนมา และชอบมากๆ ...และ อยากจะแบ่งให้ฟรีๆครับ
“Respect those who are kind to you, for they had a choice.” เคารพคนที่ใจดีกับคุณเถอะ เพราะเขามีทางเลือกที่จะไม่ทำก็ได้
และ “The more familiar you are, the more respect you should show.” (ยิ่งใกล้ชิด ยิ่งควรให้ความเคารพ)
มันสามารถติดตัวคุณไปได้ตลอดทุกสถานการณ์นะครับ และใช้มันให้เป็นนิสัยเถอะครับ
ㅡเพราะนี่เป็นของฟรีที่ไม่คิดเงิน.
🖤💚
ในพาร์ทนี้คือดีมากเลย "What is overthinking and how do we manage it?" สรุปมาให้อ่านง่ายๆแบบนี้คับ
Part I: What is overthinking?
• จริงๆ การคิดมาก (overthinking) ก็คือ การวิตกกังวล (worrying) นั่นเอง เราคิดถึงเรื่องเดิมซ้ำๆ วนไปวนมา ในรูปแบบที่ unproductive และ the worst case scinario way
• หาก overthinking ถึงเรื่องในอดีต ก็จะเรียกว่า การหมกมุ่นครุ่นคิด (rumination) ซึ่งการหมกมุ่นครุ่นคิดเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่หล่อเลี้ยงภาวะซึมเศร้า ยิ่งคิดถึงมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งติดแหง็กอยู่ที่เดิม
• หาก overthinking ถึงเรื่องในอนาคตมากเกินไป จนทำให้เรา worrying เกิดคำถาม what if this/that happens ขึ้นมากมายในรูปแบบที่เป็น unproductive way จนนำไปสู่ภาวะ Anxiety (ความวิตกกังวล) ในที่สุด
Link: https://t.co/XYPmDkq0d8