Home
Language
English
Türkçe
Bahasa Indonesia
About
Privacy Policy
Terms of Service
Pricing
Sign In
Download All
Share
Stocker Day
@stocker_day
เปลี่ยนโลกการลงทุนที่แสนยาก ให้เข้าใจง่ายขึ้น Crypto | ทองคำ ติดต่องาน : inbox Facebook :
Joined July 2021
200
Following
10K
Followers
4K
Posts
Pinned Tweet
Stocker Day
@stocker_day
23 days ago
CK
@ckfastwork
แนะนำหุ้นชิป 3 ตัว หลังผ่านไป 6 เดือน ดั๊นขึ้นยับทุกตัว แม่นยิ่งกว่าหมอดู55555 . ไม่นานมานี้มีคลิปน้องคนนึงมาถาม CK เรื่องหุ้นชิป ประมาณว่าช่วงนี้ตัวไหนน่าสนใจ ตัวไหนน่าซื้อบ้าง . CK ก็ไล่แนะนำไปทีละตัว ทั้ง Micron, Intel และ AMD . ไป ๆ มา ๆ หุ้นทั้ง 3 ตัว ราคาวิ่งแรงทุกตัวแบบเรียงคิวกันมาเลย . เท่านั้นไม่พอ มีตัวนึงที่ CK แนะนำให้วันนี้ พรุ่งนี้หุ้นพุ่งเกือบ 20% โคตรแม่น55555 (แต่ CK บอกเองว่า อันนี้ฟลุ้คนะ 🤣) . -เริ่มจาก Intel บริษัทชิปเก่าแก่ของสหรัฐฯ เด่นเรื่อง CPU และโรงงานผลิตชิปของตัวเอง . ก่อนหน้านี้ CK เคยแนะนำไว้ แล้วล่าสุดผลประกอบการออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด บวกกับมุมที่ CK มองว่า สหรัฐฯ ยังไงก็ต้องหนุนบริษัทชิปของตัวเอง . เพราะ Intel ไม่ได้เป็นแค่หุ้นเทค แต่มันเป็นหนึ่งในบริษัทชิปสำคัญที่สหรัฐฯ อยากดันให้ผลิตในประเทศ . ราคาหุ้นก็เลยเด้งขึ้นมาอีกรอบ . -ต่อมาคือ AMD บริษัทออกแบบชิป ที่หลายคนรู้จักจาก CPU, GPU และชิปสำหรับ Data Center . ตัวนี้ CK ก็เคยพูดถึงเหมือนกัน แล้วตอนนี้ราคาบวกขึ้นมาแล้วประมาณ 45% เหตุผลหลัก ๆ คือมันอยู่ในธีม AI และชิปประมวลผล ที่ตลาดยังให้ความสนใจอยู่ . ตัวนี้น้องในคลิปเอง ยอมรับว่า CK บอกแล้ว แต่ไม่ได้ซื้อไว้ กลายเป็นหุ้นที่รู้ว่าดี แต่ไม่ได้ขึ้นรถไปด้วยซะงั้น . -ตัวที่พีคสุดคือ Micron บริษัทผลิต Memory Chip พวกชิปหน่วยความจำที่ใช้ในคอมพิวเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ และ Data Center . ตอน CK เคยพูดถึง ราคายังอยู่แถว 40 กว่าเหรียญ แต่ตอนนี้ขึ้นมาแถว 120 เหรียญแล้ว เท่ากับ 3 เด้งนิ่ม ๆ . เหตุผลสั้น ๆ คือ Micron ได้แรงหนุนจากความต้องการ Memory ที่โตตามกระแส AI และ Data Center เหมือนกัน . ฟังคลิปนี้แล้วเหมือนโดนเตือนเบา ๆ ว่า บางทีคนที่พลาด ไม่ใช่คนที่ไม่รู้ข่าว . แต่คือคนที่รู้แล้วไม่กล้าซื้อ หรือซื้อแล้วรีบขาย ลงจากรถเร็วเกินไป . เพราะหุ้นบางตัว ถ้าอยู่ในธีมใหญ่จริง ๆ มันอาจไม่ได้วิ่งแค่รอบสั้น ๆ แต่มันค่อย ๆ พาเราไปไกลกว่าที่คิด . เอาเป็นว่า รอบหน้า CK พูดถึงหุ้นชิปตัวไหน ตั้งใจฟังกันให้ดีนะ จะไม่ดื้อแล้ว55555 . แต่ไม่ได้แปลว่าต้องซื้อตาม ck ทุกอย่าง แค่ที่ผ่านมา แกชี้มาแต่ละตัว ไม่ธรรมดานาา😂
See More
Stocker Day
@stocker_day
about 16 hours ago
เคยได้ยิน Quantum Computing มั้ยครับ แล้วรู้มั้ยว่าทำไมนักลงทุนถึงแห่เข้าซื้อตอนนี้ . สัปดาห์นี้ Rigetti หุ้น Quantum Computing บวกไป 60% ในสัปดาห์เดียว เหตุผลคือรัฐบาล US เพิ่งประกาศทุ่มเงิน $2 พันล้าน ผ่าน CHIPS and Science Act ให้กับ 9 บริษัท Quantum Computing โดยตรง . IBM รับไป $1B มากที่สุด Rigetti, D-Wave, Infleqtion รับไปบริษัทละ $100M รัฐบาลได้หุ้นส่วนเล็กน้อยในแต่ละบริษัทเป็นการแลกเปลี่ยนในทุกบริษัทแลกกับเงินที่ให้ . แต่คำถามคือ ถ้ายังไม่มีใครใช้งานจริง แล้วทำไมถึงทุ่มขนาดนี้? . เพราะ Quantum Computing ไม่ใช่ computing ธรรมดาครับ มันไม่ได้มาแทน laptop หรือ server แต่มันทำบางอย่างที่ supercomputer ทั่วไปทำไม่ได้เลย . เมื่อปลายปี 2024 Google พิสูจน์แล้วว่า Google Willow คือชิป Quantum ล่าสุดที่ประมวลผลได้เร็วกว่าซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ทั่วไป 13,000 เท่า . สำหรับงานเฉพาะทาง ใช้ได้จริงในการค้นพบยาใหม่, การบริหารพอร์ตการเงิน, การเข้ารหัสข้อมูล, งานด้านความมั่นคง . ปัญหาคือยังอยู่ในช่วงทดลองในห้องแล็บครับ ยังไม่ถึงมือบริษัทส่วนใหญ่ แต่ IBM, Google, AWS, Microsoft เริ่มเปิดให้ใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ตแล้ว . นี่คือรูปแบบเดิมที่เคยเห็นมาแล้วครับ AI ปี 2019 ก็ยังไม่มีใคร "ใช้งานจริง" แต่บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่และรัฐบาลทุ่มเงินล่วงหน้าไปแล้ว ตลาดวิ่งก่อนเสมอ . Quantum Computing อาจอยู่ในจังหวะเดียวกันนั้นพอดีตอนนี้ครับ . น่าคิดว่า ถ้า Quantum เป็นแบบ AI จริง ใครจะเป็น Nvidia ของ Quantum wave ถัดไป?
See More
Stocker Day
@stocker_day
1 day ago
🔴หลายคนถามมาว่า หุ้น SpaceX ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ IPO เลย ไปซื้อกันได้ยังไง หา way นี้จากไหน ??? . ใจเย็น ๆ นะ ตอนแรกแอดก็งงเหมือนกันครับ ว่า way นี้มันมีได้ยังไง . ลองนึกภาพดูนะครับ ในโลก traditional finance ถ้าบริษัทยังไม่ IPO คุณซื้อหุ้นไม่ได้เลย ไม่มีทางลัด ไม่มีช่องโหว่ ระบบออกแบบมาให้ retail รอข้างหลังตลอด . คนที่ได้ก่อนคือ VC กองทุน นักลงทุนสถาบัน ที่มีเงินหลายร้อยล้านและ connection ถูกต้อง retail ธรรมดา? รอ IPO แล้วซื้อราคาตลาดครับ มักจะแพงกว่าแล้วด้วย . แต่โลก crypto มันทำสิ่งที่ traditional finance ทำไม่ได้ครับ 💪 . นั่นก็คือการที่ MEXC เปิด SPACEX(PRE) Launchpad token ที่อ้างอิงราคาหุ้น SpaceX ให้ retail เข้าถึงได้ก่อนเลย โดยไม่ต้องรอ IPO และไม่ต้องเป็น VC . -ราคา subscribe รอบนี้อยู่ที่ 130 USDT -ขณะที่ราคา market ปัจจุบันอยู่แถว 168 USDT -ส่วนต่าง 22–23% นั้น คือสิ่งที่ทำให้หลายคนหันมาสนใจถถถถ . แต่แอดต้องบอกตรงๆ ก่อนนะครับ เพราะเรื่องนี้สำคัญมาก!! SPACEX(PRE) ไม่ใช่หุ้น SpaceX จริงๆ ไม่ได้ให้สิทธิผู้ถือหุ้น และไม่การันตีกำไร 23% . มันคือ token บน MEXC ที่อ้างอิงราคา SpaceX ความเสี่ยงเรื่องราคาและสภาพคล่องยังมีอยู่ครับ ต้องอ่านเงื่อนไขให้ครบก่อนตัดสินใจเน่อออ . ถ้าสนใจและอยากรู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง วาร์ป: https://t.co/jP9provOsz
See More
Stocker Day
@stocker_day
1 day ago
ก่อนหน้านี้ ถ้าพูดถึง Pre-IPO SpaceX ภาพที่หลายคนนึกถึงคือคนรวย นักลงทุน VC หรือคนในวง Silicon Valley เท่านั้นที่ซื้อได้ . แต่แน่นอนชาวคริปโต มีทางออกเสมอครับ ไม่มีเงินก็ซื้อได้5555555 . รอบนี้มีบางเจ้าเปิด SPACEX(PRE) Launchpad ให้ retail เข้าไปศึกษาได้ราคา subscribe 130 USDT เทียบกับราคา market แถว 168 USDT . ส่วนต่างก็ประมาณ 22-23% เลยทำให้หลาย ๆ คนเริ่มสนใจกัน555555 . แต่ต้องพูดให้เข้าใจตรงก่อนนะ ว่า -นี่ไม่ใช่หุ้น SpaceX จริง ๆ -ไม่ได้ให้สิทธิผู้ถือหุ้น . มันคือ tokenized exposure ถ้าจะเข้า ต้องเข้าใจความเสี่ยง และเช็กเงื่อนไขให้ครบก่อนฝากเงิน .  เงื่อนไขหลักคือ: 1. สมัครผ่านลิงก์กิจกรรม 2. ทำ Advanced KYC 3. ฝากอย่างน้อย $100 4. ทำ task หน้า Launchpad ให้ครบ . ใครอยากได้ checklist ทำตามได้เลย คอมเมนต์ว่า ”SPACEX“ เดี๋ยวแอดส่งรายละเอียดให้ครับ
See More
Who to follow
Mintttch🐣
@Mintttch2
🐣 https://t.co/eNaHbzbsS9
Enter to Start
@EntertoStart
พื้นที่แห่งการแบ่งปันข้อมูลข่าวสาร การลงทุน บิตคอย และคริปโต Youtube - https://t.co/HxZWWfjyqy ช่องทางอื่นๆ - https://t.co/3lbVGWFwdE
Cryptomind Group
@cryptomindgroup
Thailand’s leading pioneer in digital asset advisory and investment product development 🌐 Advisory | Merkle Capital | Elkrem Capital
Stocker Day
@stocker_day
1 day ago
ขายไตมันช้า ขายบิทคอยน์เร็วกว่าแถมไม่เจ็บตัว 😂
Stocker Day
@stocker_day
2 days ago
ถ้าคุณถือ SMH อยู่ คุณรู้จัก VanEck แน่นอนครับ บริษัทนี้เพิ่งทำอะไรบางอย่างเมื่อวานที่น่าสนใจมาก ๆ . VanEck เปิดตัว VBNB spot BNB ETF ตัวแรกในโลก บน Nasdaq เลยครับ ค่า fee แค่ 0.39% BNB เก็บในระบบออฟไลน์ผ่าน Anchorage Digital Bank อยากถือ BNB แต่ไม่อยาก manage wallet เอง . ซื้อผ่าน brokerage ได้เลย BNB กลายเป็น exchange token ตัวแรกในโลกที่ได้ ETF บน Nasdaq ครับ . แต่ที่น่าสนใจกว่านั้น... . วันที่ VBNB เปิดตัว ราคา BNB ดิ่งลง 3% แทน 555 ลงมา 3 วันติดกัน ทั้ง ๆ ที่ข่าวดีเพิ่งออก . นี่แหละที่เรียกว่า "buy the rumor, sell the news" ครับ รอข่าว ETF มาตั้งนาน พอข่าวออกจริง ขายทำกำไรออกก่อนเลย มันเกิดซ้ำทุก cycle ไม่ว่าจะ Bitcoin ETF หรือ BNB ETF . VanEck เองก็ไม่ใช่หน้าใหม่ครับ ยื่นขอ Bitcoin ETF ตั้งแต่ปี 2017 โดน SEC ปฏิเสธซ้ำ ๆ รอมา 7 ปี กว่าจะได้ spot BTC ETF ชื่อ HODL เมื่อปี 2024 แล้วปีนี้ก็มาออก BNB exchange token ตัวแรกที่ขึ้น Nasdaq ได้ . น่าคิดว่า ถ้า Binance ได้แล้ว exchange อื่นจะตามมาไหม?
See More
Stocker Day
@stocker_day
3 days ago
7 หุ้น “อมตะ” สไตล์วอร์เรน บัฟเฟตต์ ที่ผ่านทุกยุคเศรษฐกิจ . ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา มีหุ้นหลายพันตัวผ่านสายตา วอร์เรน บัฟเฟตต์ บางตัวถูกซื้อแล้วขายเร็ว . บางตัวถือแค่ช่วงสั้น ๆ ตามจังหวะเศรษฐกิจ . แต่มีหุ้นบางประเภท ที่บัฟเฟตต์ดูเหมือน “ไม่อยากปล่อย” . สิ่งที่น่าสนใจคือ หุ้นเหล่านี้ไม่ได้เป็นบริษัทล้ำอนาคตที่สุดในโลกเสมอไป ไม่ได้เป็น AI ไม่ได้เป็นเมตาเวิร์ส และบางบริษัท คนทั่วไปแทบไม่รู้จักด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่หุ้นเหล่านี้มีเหมือนกันคือ… . “ยิ่งโลกหมุน ธุรกิจก็ยิ่งหาเงิน” พร้อมเหตุผลว่า…ทำไมธุรกิจเหล่านี้ ถึงกลายเป็นของโปรดของนักลงทุนระดับตำนาน . 1. Visa (V) “ทุกครั้งที่คนรูดบัตร…Visa มีรายได้” Visa คือหนึ่งในธุรกิจที่ได้ประโยชน์จากพฤติกรรมคนทั้งโลก ไม่ว่าคนจะซื้อกาแฟ จองโรงแรม ซื้อของออนไลน์ หรือจ่ายค่าโฆษณา ถ้ามีการจ่ายผ่านระบบของ Visa บริษัทก็มีรายได้ จุดน่าสนใจคือ Visa แทบไม่ต้องปล่อยกู้เองเหมือนธนาคาร แต่ทำหน้าที่เป็น “โครงสร้างพื้นฐาน” ของระบบการเงินโลก ยิ่งคนใช้จ่ายมาก Visa ก็ยิ่งได้ประโยชน์ . สิ่งที่น่าสนใจ โมเดลธุรกิจแข็งแรงมาก คนทั้งโลกใช้ทุกวัน ไม่ต้องแบกรับหนี้เสียแบบธนาคาร ยิ่งโลกเข้าสู่ Cashless Society ยิ่งได้ประโยชน์ . 2. Mastercard (MA) “ธุรกิจที่แทบเหมือน Visa…แต่แข็งแกร่งระดับโลกเหมือนกัน” หลายคนมองว่า Mastercard กับ Visa คือคู่แข่ง แต่ในความเป็นจริง ทั้งคู่เติบโตไปพร้อมกันตามการใช้จ่ายของโลก Mastercard มีจุดแข็งเรื่องเครือข่ายระดับโลก และการขยายเข้าสู่ระบบการเงินดิจิทัล ยิ่ง E-commerce โต ยิ่งคนเดินทางมากขึ้น ยิ่งมีการใช้จ่ายออนไลน์มากขึ้น Mastercard ก็ยิ่งได้ประโยชน์ . สิ่งที่น่าสนใจ นี่คือธุรกิจที่แทบไม่ต้องผลิตสินค้า แต่มี Margin สูงมาก เพราะสิ่งที่บริษัทถืออยู่คือ “เครือข่าย” . 3. American Express (AXP) “ไม่ได้ขายแค่บัตรเครดิต…แต่ขาย ‘ลูกค้าระดับพรีเมียม’” American Express แตกต่างจาก Visa และ Mastercard ตรงที่ Amex ไม่ได้เป็นแค่เครือข่าย แต่มีความสัมพันธ์กับลูกค้าโดยตรง ลูกค้าหลายคนของ Amex เป็นกลุ่มรายได้สูง ใช้จ่ายหนัก และภักดีกับแบรนด์มาก นี่คือธุรกิจที่ยิ่งลูกค้าใช้จ่ายมาก บริษัทก็ยิ่งทำเงินได้มหาศาล . สิ่งที่น่าสนใจ Brand Loyalty สูง ลูกค้าคุณภาพ คนยอมจ่ายค่าธรรมเนียมเพื่อใช้แบรนด์นี้ มี “ภาพลักษณ์” ที่แข็งแรงมาก . 4. Moody’s (MCO) “บริษัทเงียบ ๆ ที่คอยตัดสินความน่าเชื่อถือของโลกการเงิน” คนทั่วไปอาจไม่ค่อยรู้จัก Moody’s แต่ในโลกการเงิน นี่คือบริษัทที่ทรงอิทธิพลมาก เวลาบริษัทใหญ่ หรือรัฐบาล จะออกหุ้นกู้ นักลงทุนมักดูเครดิตจากบริษัทอย่าง Moody’s จุดน่าสนใจคือ ธุรกิจนี้มีคู่แข่งน้อยมาก และระบบการเงินโลกแทบขาดไม่ได้ . สิ่งที่น่าสนใจ ต้นทุนไม่ได้สูงมาก Margin สูง มีอำนาจต่อรอง ได้ประโยชน์จากตลาดหนี้ทั่วโลก . 5. DaVita (DVA) “ธุรกิจที่เติบโตจากสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิด…แต่โลกยังต้องใช้” DaVita คือบริษัทเกี่ยวกับการฟอกไต อาจไม่ใช่ธุรกิจที่ดูหวือหวา แต่เป็นธุรกิจที่ “จำเป็น” เมื่อสังคมเข้าสู่ยุคผู้สูงอายุ และโรคเรื้อรังเพิ่มขึ้น บริการด้านสุขภาพบางประเภท แทบมีความต้องการต่อเนื่องตลอดเวลา . สิ่งที่น่าสนใจ รายได้ค่อนข้างสม่ำเสมอ คนไข้ต้องใช้บริการต่อเนื่อง เป็นธุรกิจที่ “จำเป็นต่อชีวิต” . 6. Globe Life (GL) “ธุรกิจประกันที่สร้างรายได้จากสิ่งที่คนส่วนใหญ่มองข้าม” Globe Life คือบริษัทประกันชีวิตและสุขภาพ ธุรกิจประกันเป็นหนึ่งในธุรกิจที่บัฟเฟตต์ชอบมาก เพราะมีสิ่งที่เรียกว่า “Float” ง่าย ๆ คือ บริษัทได้รับเบี้ยประกันเข้ามาก่อน แล้วค่อยจ่ายเคลมในอนาคต เงินก้อนนี้สามารถนำไปลงทุนต่อได้ นี่คือโมเดลที่ Berkshire Hathaway ใช้มาสร้างอาณาจักรระดับโลก . จุดน่าสนใจ รายได้ต่อเนื่อง ธุรกิจค่อนข้างคาดการณ์ได้ ได้ประโยชน์จากการบริหารเงินลงทุน . 7. Coca-Cola (KO) “หุ้นน้ำหวาน ที่อยู่กับบัฟเฟตต์มายาวนานระดับตำนาน” ถ้าพูดถึงหุ้นคู่บุญของบัฟเฟตต์ Coca-Cola คือชื่อที่แทบทุกคนต้องนึกถึง นี่คือธุรกิจที่คนทั้งโลกคุ้นเคย และขายสินค้าได้แทบทุกประเทศ จุดสำคัญคือ Coca-Cola ไม่ได้ขายแค่น้ำอัดลม แต่ขาย “แบรนด์” และแบรนด์ระดับโลกแบบนี้ สร้างความได้เปรียบมหาศาล . สิ่งที่น่าสนใจ คนดื่มซ้ำทุกวัน แบรนด์แข็งแรงมาก กระแสเงินสดมหาศาล จ่ายปันผลต่อเนื่องมายาวนาน . สิ่งที่หุ้นทั้ง 7 ตัวนี้มีเหมือนกัน . ถ้าสังเกตดี ๆ หุ้นสไตล์บัฟเฟตต์ มักมีจุดร่วมบางอย่าง . ธุรกิจเข้าใจง่าย คนใช้ซ้ำทุกวัน มีความได้เปรียบระยะยาว กระแสเงินสดแข็งแรง ไม่จำเป็นต้อง “ล้ำที่สุด” แต่อยู่รอดได้ยาวที่สุด . และนี่อาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ วอร์เรน บัฟเฟตต์ ไม่ได้พยายามหา “หุ้นที่ฮอตที่สุด”แต่พยายามหา “ธุรกิจที่โลกยังจำเป็นต้องใช้…แม้อีก 10-20 ปีข้างหน้า”
See More
Stocker Day
@stocker_day
4 days ago
หลายคนที่ถือหุ้นปันผลน่าจะคุ้นกับภาพนี้ -ซื้อหุ้นดี ๆ ไว้ -รอรับปันผลปีละ 1-2 ครั้ง -แล้วหวังให้ราคาหุ้นค่อย ๆ โตไปด้วย . แต่จริง ๆ มีกลยุทธ์หนึ่งที่นักลงทุนบางกลุ่มใช้ เพื่อสร้างกระแสเงินสดเพิ่มจากหุ้นที่ถืออยู่ กลยุทธ์นี้เรียกว่า Covered Call . ถ้าใครอยากได้ Income เพิ่มจากพอร์ต โดยไม่ต้องรอแค่รอบปันผลอย่างเดียว กลยุทธ์นี้อาจน่าสนใจกว่าที่คิดครับ . Covered Call แบบเเข้าใจง่าย ๆ คือ เรามีหุ้นอยู่ในมือแล้ว แล้วเราไปบอกตลาดว่า “ถ้าราคาหุ้นขึ้นไปถึงจุดนี้ เราจะยอมขายหุ้นให้ในราคานี้นะ” . การที่เรายอมเปิดโอกาสให้คนอื่นมาซื้อหุ้นเราในอนาคต เราจะได้เงินตอบแทนมาก่อนก้อนหนึ่ง เงินก้อนนี้เรียกว่า Premium . คิดง่าย ๆ เหมือน “ค่าจองสิทธิ์ซื้อหุ้น” ที่คนอื่นจ่ายให้เราไว้ก่อน ถ้าหุ้นไม่ขึ้นไปถึงราคาที่ตกลงกัน เราก็ยังถือหุ้นต่อ และเก็บ Premium ไว้ แต่ถ้าหุ้นขึ้นไปถึงราคานั้นจริง ๆ เราก็อาจต้องขายหุ้นออกตามสัญญา . หุ้นก้อนเดิมที่เราเคยถือรอปันผล หรือรอราคาขึ้น สามารถสร้าง Income เพิ่ม ระหว่างทางได้จาก Premium นั่นเอง . นี่แหละครับที่ทำให้ Covered Call น่าสนใจ . ลองนึกภาพง่าย ๆ สมมติเราถือหุ้น A อยู่ 100 หุ้น ราคาหุ้นละ 100 ดอลลาร์ รวมมูลค่า 10,000 ดอลลาร์ . ถ้าเราทำ Covered Call แล้วได้ Premium หุ้นละ 1 ดอลลาร์ เราจะได้เงินเข้ามา 1 x 100 = 100 ดอลลาร์ เงิน 100 ดอลลาร์นี้เข้ามาก่อนเลย ไม่ต้องรอรอบปันผลนั่นเอง . อ้อ ลืมบอกว่า Covered Call แค่หนึ่งในกลยุทธ์ของ Option นะ ยังมีอีกหลายท่ามาก ๆ ที่ประยุกต์ได้ด้วย (ใครที่ไม่เข้าใจเม้นท์ไว้นะ ถ้าคนอยากรู้เยอะเดี๋ยวแอดมาเจาะลึกให้) . อีกจุดที่น่าสนใจคือ Options มีอายุสัญญาให้เลือกหลายแบบ ตั้งแต่รายวัน (0DTE), รายสัปดาห์ (Weeklys), รายเดือน ไปจนถึงระยะยาวเป็นปี (LEAPS) ขึ้นอยู่กับสภาพคล่องของหุ้นนั้น ๆ . แปลว่าในทางทฤษฎี ถ้าวางแผนดี ๆ เราอาจสร้าง Premium เข้ามาเป็นรอบ ๆ ได้ ไม่ใช่ต้องรอปันผลปีละ 1-2 ครั้งอย่างเดียว . ฟีลเหมือน “ปันผลเทียม” เพราะรายได้ไม่ได้มาจากบริษัทจ่ายปันผล แต่มาจาก Premium ของ Option . แต่ๆๆๆ Covered Call ไม่ใช่เงินฟรีครับ . ข้อแลกเปลี่ยนคือ ถ้าหุ้นขึ้นแรงเกินราคาที่เราตกลงไว้ เราอาจต้องขายหุ้นออกตามสัญญา แปลว่าเราได้เงิน Premium ก็จริง แต่กำไรขาขึ้นอาจถูกจำกัด . เช่น ถ้าเราตั้งราคาขายไว้ที่ 105 ดอลลาร์ แล้วหุ้นพุ่งไป 120 ดอลลาร์ เราอาจไม่ได้กำไรเต็มทางถึง 120 เพราะหุ้นอาจถูกเรียกขายที่ 105 . หลายคนชอบเอาไปเทียบกับ Buy & Hold เฉย ๆ อาจไม่ถูกซะทีเดียว เพราะแบบนั้น เหมาะกับคนที่อยากให้พอร์ตโตระยะยาว ถือสินทรัพย์ดี ๆ แล้วให้เวลาทำงานมากกว่า . ส่วน Covered Call เหมาะกับคนที่ถือหุ้นหรือ ETF อยู่แล้ว และอยากให้สินทรัพย์ในพอร์ตสร้าง Cash Flow ระหว่างทางเพิ่มขึ้นแทน . ข้อดีคือมีรายได้เข้ามาได้บ่อยกว่าการรอปันผล แต่ข้อเสียคืออาจเสียโอกาส ถ้าหุ้นขึ้นแรงมาก . เพราะฉะนั้น Covered Call ไม่ได้ดีกว่า Buy & Hold เสมอไป มันแค่ตอบโจทย์คนละแบบ . ถ้าเป้าหมายคือพอร์ตโตเต็มทาง Buy & Hold อาจเหมาะกว่า แต่ถ้าอยากให้หุ้นที่ถืออยู่สร้างเงินสดระหว่างทาง Covered Call ก็เป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจครับ . และๆๆๆ ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ควรเข้าใจความเสี่ยงของ Options ก่อนใช้งานจริงครับ
See More
Stocker Day
@stocker_day
5 days ago
ช่อง 9arm เพิ่งทำคลิปย้อนดูว่า เทคโนโลยีที่ถูกปั่นกระแสหนักที่สุดช่วงปี 2020-2021 ตอนนี้สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง . และถ้าใครอยู่ในโลกคริปโตนานหน่อย น่าจะจำวลีเหล่านี้ได้5555555 . -การเงินไม่ต้องมีธนาคาร -NFT จะเปลี่ยนวงการศิลปะ -เกมจะเป็น Play-to-Earn -Supply Chain จะโปร่งใส -เลือกตั้งจะโกงไม่ได้ . ฟังตอนนั้นคือเหมือนโลกใหม่กำลังมาแล้ว แต่พอย้อนกลับมาดูจากปี 2026 ภาพจริงมันน่าสนใจกว่านั้น . อย่างแรกคือ DeFi ยังอยู่ แต่ไม่ได้มาแทนธนาคารแบบที่หลายคนเคยคิด . เหตุผลง่ายมากคือ คนส่วนใหญ่ไม่ได้อยากเป็นธนาคารของตัวเองขนาดนั้น คนยอมให้ธนาคารรู้ข้อมูลการเงิน . -แลกกับความสะดวก -ความปลอดภัย -และการมีคนกลางรับผิดชอบ โดนหลอกยังอายัดบัญชีได้ มีปัญหายังมี call center . แต่ถ้าเป็น Blockchain แบบกระจายศูนย์จริง ๆ กดผิดคือผิด โดนหลอกคือจบ ไม่มีใครดึงเงินกลับให้ ซวยไปอี๊กก . ฝั่งธนาคารเองก็เคยมีช่วงที่หลายเจ้าอยากย้ายระบบไป Blockchain แต่สุดท้ายหลายโปรเจกต์ก็พับไป เพราะ Database ปกติเร็วกว่า ถูกกว่า และดูแลง่ายกว่า . ถ้าสุดท้ายยังมีบริษัทเดียวเป็นคนคุม คำถามคือ แล้วจะใช้ Blockchain ไปทำไม? . แต่ไม่ได้แปลว่า Blockchain ไม่มีอะไรเวิร์กเลยนะ . สิ่งที่ยังมี use case ชัดคือ Stablecoin อย่าง USDC ที่ช่วยให้โอนเงินข้ามประเทศง่ายขึ้น อีกอันคือ Bitcoin ที่วันนี้คนจำนวนมากมองเป็น Store of Value มากกว่าเงินใช้จ่ายประจำวัน . พูดง่าย ๆ คือ Blockchain ไม่ได้ชนะทุกอย่าง แต่มันชนะในบางโจทย์ที่ระบบเดิมช้า แพง หรือปิดเกินไป . ส่วน NFT นี่หนักจริง แบบเข้า ICU ไปเลย5555555 . จากยุคที่ JPEG ขายกันเป็นล้านดอลลาร์ พอย้อนกลับมาดู หลายงานวิจัยบอกว่าปริมาณซื้อขายจำนวนมากอาจเป็น wash trading คือซื้อขายกันเองเพื่อปั่นราคาและสร้างกระแส FOMO . แถมหลายคนเข้าใจผิดว่า ซื้อ NFT = ได้เป็นเจ้าของภาพ ทั้งที่หลายเคสไม่ได้ลิขสิทธิ์จริง เอาไปทำสินค้าไม่ได้ และสุดท้ายถ้ามีปัญหาก็ยังต้องพึ่งกฎหมายกับศาลอยู่ดี . GameFi ก็คล้าย ๆ กัน ไอเดียเรื่องไอเทมในเกมเป็น NFT ฟังดูเวิร์กที่สุดแล้ว แต่ปัญหาคือบริษัทเกมทำระบบนี้ด้วย Database ปกติก็ได้ ถ้าสุดท้ายบริษัทเกมยังคุมทุกอย่างอยู่ Blockchain ก็อาจแค่เพิ่มความซับซ้อนเข้าไปอีกชั้น . ส่วน Use case อย่างเลือกตั้งหรือ Supply Chain ก็เจอปัญหาใกล้กัน คือ Blockchain แก้ไม่ได้ ถ้าข้อมูลก่อนเข้าระบบไม่จริงตั้งแต่แรก . สุดท้ายหลายบริษัทเลยเลือกใช้ Database ธรรมดา เพราะถูกกว่า ง่ายกว่า และพอสำหรับงานจริง . แต่จุดที่น่าจับตาคือ Digital ID เช่น Digital Wallet ฝั่งยุโรป ที่ใช้ยืนยันตัวตนหรืออายุบนโลกออนไลน์ อันนี้เริ่มดูมีเหตุผลกว่า เพราะเป็นโจทย์ที่ต้องการทั้งความน่าเชื่อถือ ความเป็นเจ้าของข้อมูล และการยืนยันตัวตนระหว่างหลายฝ่าย . สรุปเลยคือ Blockchain ไม่ได้ตาย แต่มันก็ไม่ได้เป็นเวทมนตร์เปลี่ยนโลกแบบที่เคยถูกปั่นไว้ มันเป็นเทคโนโลยีเฉพาะทาง เหมาะกับบางโจทย์ ไม่เหมาะกับทุกโจทย์ . -ช่วงพีคเราอาจเคยถามว่า “อะไรบ้างที่เอา Blockchain ไปใส่ได้?” -แต่คำถามที่ถูกกว่าอาจเป็น “โจทย์นี้จำเป็นต้องใช้ Blockchain จริงมั้ย?” . ถ้า Database ธรรมดาทำได้ดีกว่า ถูกกว่า และคนใช้ง่ายกว่า ก็ไม่ต้องฝืนเอาเชนไปแปะล่ะ ก็แค่นั้น . ใครอยากดูเต็ม ๆ ไปย้อนดูคลิป Blockchain จากปี 2026 ของช่อง 9arm ได้เลยครับ
See More
Stocker Day
@stocker_day
6 days ago
อยากตามข่าว Dell หรือ AI infrastructure play พร้อมเทรดได้ในที่เดียว WeBull ทำได้ครับ ช่วงนี้ทดลองฟีเจอร์แยกพอร์ต จะได้โค้ดดู Monomax ฟรี 1 เดือนด้วยนะ 👉 https://t.co/nbBWwMkJIr *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด
Stocker Day
@stocker_day
6 days ago
แอดสังเกตว่าคืนนี้หลายคนพูดถึง Dell กันเยอะมากครับ เพราะหุ้นพุ่ง 39% ใน after-hours เลย ก็เลยลองไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น . ปรากฏว่า Q1 ที่เพิ่งประกาศเมื่อวาน เห็นปุ้บหายสงสัยเลย555555 . ข้อมูลจาก Dell Q1 FY2027 Earnings Report -รายได้รวม $43.8B โต 88% จากปีที่แล้ว -AI server อย่างเดียว $16.1B โต 757% -กำไรต่อหุ้น $4.86 ตลาดคาดไว้แค่ $2.99 . ตัวเลขที่ทำให้แปลกใจที่สุดคือ backlog ของ AI server ตอนนี้อยู่ที่ $51.3B ครับ แปลว่ามี order ที่ลูกค้าจองไว้แล้วแต่ยังรอ Dell ผลิตและส่งอีกเยอะมาก ไม่ใช่แค่ขายดีในไตรมาสนี้ แต่ demand มันล้นมือไปอีกหลายไตรมาส . Dell เลยปรับ guidance ทั้งปีขึ้นจาก $140B เป็น $167B เพิ่มขึ้น $27B ในครั้งเดียวครับ . แต่ที่น่าคิดกว่าคือ Dell ไม่ได้สร้าง AI ไม่ได้เขียน model ไม่ได้ทำอะไรที่ดูเซ็กซี่เลย แต่ทุกบริษัทที่กำลังแข่งกันสร้าง AI ไม่ว่าจะ hyperscaler อย่าง Microsoft, Google หรือ startup เล็กๆ ล้วนต้องซื้อ server จาก Dell ครับ . เหมือนยุคตื่นทองในอเมริกา ปี 1800 คนที่รวยที่สุดไม่ใช่คนขุดทอง แต่คือคนขายพลั่ว กางเกงยีน และเสบียงให้นักขุดทอง . Dell ขายคอมมาตั้งแต่ปี 1984 หลายคนมองว่าเป็นแค่ hardware company ที่โตช้า แต่ปี 2026 กลับเป็นปีที่ growth แรงสุดในประวัติศาสตร์ของบริษัทเลยตอนนี้ . น่าคิดว่า ถ้า AI boom ยังไปต่อ ใครจะเป็นคนขายพลั่วรายต่อไปที่ตลาดยังไม่ได้ราคา? คอมเมนต์คุยกันได้เลยครับ
See More
Stocker Day
@stocker_day
6 days ago
เพิ่งไปดูคลิปจาก THE MONEY COACH มา ตอนแรกนึกว่าจะเจอสูตรหาเงินล้านแบบซับซ้อน แต่ดั๊นเจอสมการง่าย ๆ แบบนี้ซะงั้น ใครอยากจับเงินล้านเอาไปใช้โลดด . สูตรคือ [ราคา x จำนวนลูกค้า = 1,000,000 บาท] . ง่ายมั้ย555555 แต่ ๆๆๆ ยังไม่พอ ให้เราลองแตกตัวเลขในสมการนี้ออกมาดูด้วย -ถ้าขายของราคา 1 บาท ต้องขายให้คน 1,000,000 คน -ถ้าขายของราคา 10 บาท ต้องหาลูกค้า 100,000 คน -ถ้าขายของราคา 100 บาท ต้องหาลูกค้า 10,000 คน . แต่ถ้าขายของราคา 1,000 บาท ต้องหาลูกค้าแค่ 1,000 คน พอหาร 12 เดือน ก็เหลือประมาณ 80-90 คนต่อเดือนเองนะ . ความพีคคือ เงินล้านไม่ได้ไกลเท่ากันสำหรับทุกธุรกิจ บางคนเหนื่อยมาก เพราะกำลังขายของราคาต่ำมาก จนต้องใช้ลูกค้าโคตรเยอะ . แต่บางคนอาจไม่ได้ต้องหาลูกค้าเป็นแสนคน แค่ต้องเปลี่ยนความรู้ ทักษะ หรือประสบการณ์ที่มี ให้กลายเป็นสินค้าหรือบริการที่คนยอมจ่ายแพงขึ้น . ดังนั้นก่อนจะเครียดว่า “จะหาเงินล้านยังไงดี” อาจต้องถามตัวเองใหม่ว่า -เราขายอะไรอยู่ -ตั้งราคาเท่าไหร่ -ต้องหาลูกค้ากี่คน -แล้วลูกค้ากลุ่มนั้นอยู่ที่ไหน . เงินล้านอาจไม่ได้เริ่มจากการขายให้คนทั้งประเทศ แต่อาจเริ่มจากการตั้งราคากับกลุ่มลูกค้าให้ถูกก่อนนี่แหละครับ . EP นี้ฟังโค้ชหนุ่มเพลินมากก ไปฟังเต็ม ๆ ได้ที่ / อย่าตั้งเป้าหมายชีวิตแค่ “อยากรวย” | The Money Coach Podcast EP.062
See More
Stocker Day
@stocker_day
7 days ago
ถ้า AI Payment กำลังกลายเป็นธีมใหม่ของโลกคริปโต TRON เริ่มขยับเข้าสู่ narrative นี้ยังไง? . ช่วงนี้อะไร ๆ ก็ AI -AI ช่วยตอบคำถาม -AI ช่วยเขียนงาน -AI ช่วยเทรด -AI ช่วยทำรูป . แต่มีอีกมุมหนึ่งที่เริ่มน่าสนใจขึ้นเรื่อย ๆ คือ ถ้าวันหนึ่ง AI ไม่ได้แค่ช่วยคิด แต่มันต้อง “จ่ายเงิน” หรือ “ทำธุรกรรม” เองด้วยล่ะ? . ลองนึกภาพ AI Agent ที่ไม่ได้รอให้เรากดทุกอย่างเอง แต่อาจต้องจ่ายค่า API ซื้อข้อมูล จ่ายค่าเครื่องมือ เช่าพื้นที่ประมวลผล หรือจ่ายเงินให้ Agent ตัวอื่นเพื่อทำงานบางอย่างต่อ . คำถามคือ ระบบการเงินแบบเดิมรองรับเรื่องนี้ดีแค่ไหน? . เพราะระบบการเงินส่วนใหญ่ยังถูกออกแบบมาให้ “มนุษย์” เป็นคนใช้งานหลัก มีบัญชี มีขั้นตอนยืนยันตัวตน มีคนกดอนุมัติ มีเวลาทำการ และบางครั้งค่าธรรมเนียมก็ไม่เหมาะกับธุรกรรมเล็ก ๆ จำนวนมาก . นี่คือเหตุผลที่ Stablecoin และ Blockchain เริ่มถูกพูดถึงในมุม AI Payment เพราะมันมีคุณสมบัติบางอย่างที่เข้ากับโจทย์นี้ . เช่น ทำงานได้ 24 ชั่วโมง โอนได้ข้ามประเทศ เชื่อมกับระบบอัตโนมัติได้ และต้นทุนของธุรกรรมคาดเดาได้ง่ายกว่าในบางกรณี . แล้ว TRON เข้ามาอยู่ตรงไหน? . จุดที่น่าสนใจคือ TRON ไม่ได้เริ่มจาก 0 ครับ เดิมที TRON เป็นหนึ่งในเครือข่ายที่ถูกใช้โอน Stablecoin เยอะอยู่แล้ว โดยเฉพาะ USDT . พูดง่าย ๆ คือ TRON มีภาพของการเป็น “รางโอนเงินดิจิทัล” มาก่อน . พอโลกเริ่มพูดถึง AI Agent ที่อาจต้องทำธุรกรรมเอง TRON เลยพยายามต่อยอดจากจุดแข็งเดิมนี้ จากเชนที่คนใช้โอน Stablecoin ไปสู่ภาพใหม่ว่าอาจเป็น infrastructure สำหรับ AI Payment ได้ด้วย . ช่วงหลังเราน่าจะเห็น TRON เริ่มสื่อสารเรื่อง Agentic AI Payment มากขึ้น รวมถึงการพูดถึงโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI Agent และโปรเจกต์อย่าง https://t.co/GN1zZ14LVE ที่โยงเรื่อง identity กับ payment บน TRON ด้วยเช่นกัน . แต่สิ่งนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นมาก ๆ และยังมีคำถามใหญ่ที่ต้องตอบอีกเยอะ . เช่น ถ้า AI -จ่ายเงินผิด ใครรับผิดชอบ? -ใครกำหนดวงเงินให้ AI? -จะยืนยันตัวตนของ AI Agent ยังไง? -ถ้าโดน hack แล้วเกิดธุรกรรมอัตโนมัติ จะหยุดทันไหม? . เพราะฉะนั้น AI Payment ยังไม่ใช่คำตอบสำเร็จรูป แต่เป็นโจทย์ใหม่ที่น่าดู เพราะมันทำให้ Blockchain ไม่ได้ถูกมองแค่เรื่องเทรดเหรียญ หรือโอนเงินระหว่างคนกับคน . แต่เริ่มถูกโยงกับโลกที่ “ผู้ใช้งานระบบการเงิน” อาจไม่ได้มีแค่มนุษย์อีกต่อไป และ TRON กำลังพยายามเข้าไปอยู่ในเกมนั้น ด้วยจุดแข็งเดิมของตัวเองเรื่อง Stablecoin และ Payment Rail ครับ . อาจจะยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่า TRON จะชนะเกม AI Payment . แต่ถ้าอนาคต AI ไม่ได้แค่คิดแทนเรา แต่ต้องจ่ายเงินแทนเราด้วย นี่อาจเป็นหนึ่งใน narrative ที่ทำให้ Stablecoin และ Blockchain ถูกใช้งานในรูปแบบใหม่มากขึ้นนะ
@justinsuntron
@trondao
@TronDao_THA
. #TRONGlobalFriends #TRON
See More
Stocker Day
@stocker_day
7 days ago
Google เป็นหนึ่งในบริษัทที่เงินสดหนามาก แต่รู้มั้ยช่วงต้นปี 2026 บริษัทแม่อย่าง Alphabet ดั๊นออกหุ้นกู้ที่ยาวถึง 100 ปี . ใช่ครับ 100 ปี กู้วันนี้ คืนเงินต้นอีกทีปี 2126 เลยทีเดียว555555 . มันฟังดูแปลกใช่ไหมครับ บริษัทระดับนี้ไม่ได้ขาดเงิน แล้วทำไมยังต้องกู้? . ก่อนอื่น ใครที่ยังไม่เก็ทคำว่า “หุ้นกู้” มันคือการที่บริษัทไปขอยืมเงินจากนักลงทุน คนซื้อหุ้นกู้ไม่ได้เป็นเจ้าของบริษัทเหมือนคนซื้อหุ้น แต่เป็นเหมือนเจ้าหนี้ บริษัทจะจ่ายดอกเบี้ยให้ตามรอบ และคืนเงินต้นเมื่อครบกำหนด . ง่าย ๆ คือเราไม่ได้ซื้อ Google แต่เราให้ Google ยืมเงินแทน . ซึ่งดีลรอบนี้ Alphabet ระดมทุนรวมเกือบ 32,000 ล้านดอลลาร์เลย คืนอีกทีก็อีก 100 ปีด้วย . แล้วทำไม Google ต้องกู้? เหตุผลหลักไม่ใช่เพราะ Google ไม่มีเงิน แต่เพราะเกม AI ใช้เงินหนักมาก การทำ AI ไม่ใช่แค่มีโมเดลเก่ง ๆ แล้วจบไป มันต้องมี -Data Center -ชิป -Cloud -ไฟฟ้า -ระบบระบายความร้อน -และโครงสร้างพื้นฐานอีกมหาศาล . พูดง่าย ๆ คือ AI ไม่ได้แข่งกันแค่ว่า “ใครมีโมเดลฉลาดกว่า” แต่แข่งกันว่าใครมีเงิน และ infrastructure พอจะรันมันได้จริง . การออกหุ้นกู้เลยเป็นเครื่องมือที่สมเหตุสมผลสำหรับบริษัทใหญ่ เพราะถ้าบริษัทเครดิตดี ตลาดก็พร้อมให้กู้ในต้นทุนที่รับได้ Alphabet ไม่จำเป็นต้องขายหุ้นเพิ่ม ไม่ต้องใช้เงินสดในมือทั้งหมด และยังล็อกเงินทุนระยะยาวไว้ใช้ลงทุนต่อได้ . ส่วนคนที่ซื้อหุ้นกู้ 100 ปี ก็ไม่ใช่รายย่อยทั่วไปเป็นหลัก ส่วนใหญ่คือกองทุนบำเหน็จบำนาญ บริษัทประกัน หรือสถาบันที่ต้องการกระแสเงินสดยาว ๆ . เพราะเขามีภาระต้องจ่ายเงินให้ลูกค้าหรือสมาชิกในอนาคตไกลมาก หุ้นกู้แบบนี้เลยเข้ากับโจทย์ของเขา . แต่จุดที่นักลงทุนหุ้นควรมองคือ ดีลนี้สะท้อนว่า Big Tech กำลังใช้เงินกับ AI หนักแค่ไหน และคำถามใหญ่คือ เงินลงทุนมหาศาลนี้ จะสร้างรายได้จริงกลับมาได้มากพอหรือเปล่า . ถ้า AI กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของโลก บริษัทที่ลงทุนก่อนและมีทรัพยากรมาก อาจได้เปรียบมาก . แต่ถ้ารายได้ไม่โตตามเงินที่ทุ่มลงไป ตลาดก็อาจเริ่มตั้งคำถามเหมือนยุคดอทคอมว่า บริษัทเทคกำลังลงทุนล่วงหน้าไกลเกินไปไหม? . สำหรับคนที่ลงทุนในธีม AI เคสนี้เลยไม่ใช่แค่ข่าวเรื่องหุ้นกู้ แต่มันคือสัญญาณว่า AI กำลังกลายเป็นเกมของเงินทุน โครงสร้างพื้นฐาน และความอดทนระยะยาว ไม่ใช่แค่เกมของแอปใหม่ หรือโมเดลใหม่ที่เปิดตัวแล้วคนว้าวเท่านั้น . ดังนั้นเวลามองหุ้น AI อย่าดูแค่ว่าใครเปิดตัวโมเดลใหม่ แต่ต้องดูด้วยว่า ใครมีเงินพอจะลงทุนต่อ ใครมีโครงสร้างพื้นฐานจริง และสุดท้าย ใครเปลี่ยนเงินลงทุนมหาศาลนี้ให้กลายเป็นรายได้จริงได้ . เพราะในเกม AI รอบนี้ คนที่ชนะอาจไม่ใช่แค่คนที่มีไอเดียดีที่สุด แต่อาจเป็นคนที่มีเงินพอจะอยู่ในเกมนี้ได้นานที่สุดต่างหาก
See More
Stocker Day
@stocker_day
8 days ago
สงสัยกันมั้ยว่า คนเทา ๆ เนี่ยเค้าฟอกเงินกันยัง โพสนี้จะพาไปไขคำตอบกัน อันนี้มาจาก CK นะ แกอธิบายเรื่องฟอกเงินแบบเห็นภาพมากกกก . สมมติง่าย ๆ ว่า มีเงินเทาก้อนใหญ่มาก ระดับ 1,000-3,000 ล้านในมือ . คำถามคือจะย้ายเงินก้อนนี้ยังไง การจะขนเป็นเงินสดก้อนนี้ เข้าประเทศแทบเป็นไปไม่ได้เลย เพราะถ้าหอบเงินสดจำนวนมหาศาลผ่านด่าน ยังไงก็โดนตรวจสอบแน่นอน . ทีนี้ทำยังไงดี วิธีที่คนพวกนี้ใช้คือ เอาเงินไปแปลงเป็นคริปโตก่อนนั่นเอง ยอมเสียค่าธรรมเนียมสักหน่อย แต่แลกกับการโอนมูลค่าข้ามประเทศได้ง่ายกว่าเงินสดมาก . แต่ ๆๆๆ ปัญหายังไม่จบครับ พอแปลงคริปโตกลับเป็นเงินบาท จะเอาเงินเข้าธนาคารเลยก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้นอยู่แล้ว เพราะธนาคารมีระบบตรวจสอบที่มาของเงิน . -ต้องรู้ว่าเงินมาจากไหน -ทำธุรกิจอะไร -รายได้จริงไหม นี่คือจุดที่เงินสีเทายังติดอยู่ . ขั้นต่อไปเลยสำคัญ นั่นก็คือต้องมี “ธุรกิจบังหน้า” เช่น -เปิดร้านอาหาร -ร้านหรู -ธุรกิจที่ดูเหมือนมีรายได้จริง . บางร้านอาจตกแต่งอลังการมาก แต่ไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าจะมีลูกค้าเข้าเยอะไหม เพราะเป้าหมายหลักไม่ใช่กำไรจากลูกค้า แต่คือการทำให้เงินเทากลายเป็นยอดขายของธุรกิจ . วิธีคือเอาเงินสดที่ได้จากการแปลงคริปโต ค่อย ๆ ใส่เข้าไปในบัญชีของร้าน แล้วอ้างว่านี่คือรายได้จากการขายของ รายได้จากลูกค้า รายได้จากกิจการ พอเงินถูกบันทึกเป็นรายได้ธุรกิจ มันก็เริ่มดูเหมือนเงินถูกกฎหมายมากขึ้นแล้ว . ง่าย ๆ คือ คริปโตไม่ได้เป็นปลายทางของการฟอกเงิน แต่มันมักถูกใช้เป็น “ทางผ่าน” มากกว่า . คือหน้าที่หลักของมันในหลายเคส ไม่ใช่การทำให้เงินสะอาดทันที แต่คือการช่วย “ย้ายมูลค่า” จากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งได้เร็วขึ้นเท่านั้น . ส่วนขั้นตอนที่ทำให้เงินดูสะอาดจริง ๆ มักเกิดตอนเอาเงินเข้าไปผสมกับธุรกิจบังหน้า . นี่แหละครับ ทำไมหลายประเทศถึงเข้มงวดกับ KYC, AML และการตรวจเส้นทางเงินในคริปโตมากขึ้น เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีอย่างเดียว แต่อยู่ที่คนใช้เทคโนโลยีเพื่อซ่อนที่มาของเงินด้วย . และใช่ครับ ต่อให้ไม่มีคริปโต การฟอกเงินก็มีมานานก่อน Bitcoin จะเกิดอีก . เมื่อก่อนก็ใช้เงินสด ทองคำ คาสิโน บริษัทนอมินี ธุรกิจบังหน้า หรืออสังหาฯ กันอยู่แล้ว . คริปโตเลยไม่ใช่ “ต้นเหตุ” ของการฟอกเงินอย่างที่หลายคนเข้าใจกัน แต่เป็นอีกเครื่องมือที่ถูกบางคนเอาไปใช้ เพราะมันเคลื่อนย้ายมูลค่าได้สะดวกขึ้นนั่นเอง
See More
Stocker Day
@stocker_day
9 days ago
@Hitsyaiyokiiit
@ckfastwork
จริงๆก็เก็บได้น้า เก็บไปเรื่อยๆ ยังดีกว่าไม่มีเก็บเลย
Stocker Day
@stocker_day
16 days ago
บางทีคนอยากรวยไว อาจไม่ได้เริ่มผิดที่ลงทุนไม่เป็น แต่เริ่มผิดที่ “เงินต้นยังน้อยเกินไป” นี่แหละ 55555 . ใครที่มี Mindset แบบอยากรวยไวๆๆ แต่ตอนล้วงกระเป๋าไปแทบไม่มี เรื่องนี้อาจน่าสนใจ . จากคลิปนึง CK
@ckfastwork
พูดเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ชัดมากว่า ใครที่อยากรวยไว ถ้ายังไม่มีเงินเก็บ สิ่งแรกที่ควรโฟกัส อาจไม่ใช่การรีบเอาเงินไปลงทุน แต่คือการหาเงินให้ได้ก่อนต่างหาก . ฟังแวบแรกอาจขัดใจสายลงทุนหน่อย ๆ เพราะเราชินกับคำว่า ต้องลงทุนสิ เงินถึงจะงอก ต้องเข้าตลาดสิ ถึงจะรวย . แต่จุดที่ CK อยากให้เห็นคือ ถ้าเงินต้นเรายังเล็กมาก ต่อให้ผลตอบแทนดีแค่ไหน ผลลัพธ์มันก็ยังไม่ได้เปลี่ยนชีวิตขนาดนั้น . ยกตัวอย่างเช่น ถ้ามีเงินต้น 1 ล้านบาท แล้วลงทุนได้ผลตอบแทน 20% ต่อปี กำไรที่ได้คือ 200,000 บาทต่อปี . ฟังดูเยอะนะ แต่ต้องรอ 1 ปีเต็ม แถมหารออกมาแล้วก็ตกเดือนละประมาณ 16,000 กว่าบาทเอง น้อยโคตร . บางคนพยายามบีบผลตอบแทนจากเงินต้นเล็ก ๆ ทั้งที่จริง ๆ แล้ว สิ่งที่ควรบีบก่อน อาจไม่ใช่พอร์ตลงทุน แต่คือความสามารถในการหาเงินของตัวเองต่างหาก . แล้วยิ่งเป็น “ทักษะที่ตลาดยอมจ่ายเงิน” ให้นะ อันนี้ยิ่งติดจรวดความรวยเลย . ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเรามีทักษะบางอย่าง เช่น ตัดต่อวิดีโอเก่ง ๆ แล้วคิดค่าจ้างงานละ 5,000 บาท . -ทำ 10 งาน = 50,000 บาท -ทำ 20 งาน = 100,000 บาท -ทำ 40 งาน = 200,000 บาท . เห็นมั้ยว่าเงิน 200,000 บาทที่ต้องรอจากการลงทุนทั้งปี ดั๊นอาจหาได้เร็วกว่าอีก . แอดว่า CK ไม่ได้บอกว่า “การลงทุนไม่สำคัญ” แต่แกกำลังบอกว่า อย่าเพิ่งกระโดดไปขั้นลงทุน ถ้าฐานรายได้เรายังไม่แข็งพอ เพราะถ้าเงินต้นเล็ก กำไรก็เล็กตาม ต่อให้เลือกสินทรัพย์เก่งแค่ไหน มันก็ยังขยับชีวิตได้ไม่เยอะ . ลำดับที่ควรเป็น อาจไม่ใช่หาหุ้น 10 เด้งก่อน แต่คือหาเงินให้เก่งขึ้น เก็บเงินให้ได้มากขึ้น แล้วค่อยเอาเงินก้อนที่ใหญ่ขึ้นไปลงทุนง่ายกว่า . เอาเป็นว่า ใครยังไม่มีเงินเก็บ ไม่ได้แปลว่าห้ามเรียนรู้เรื่องลงทุน เรียนได้ ดูได้ ศึกษาได้ แต่เงินก้อนแรกที่ควรปั้นให้โต อาจไม่ใช่พอร์ต แต่อาจเป็นความสามารถในการหาเงินของเราก่อนครับ55555 . ใครอยากดู CK พูดเต็ม ๆ ไปดูกันได้ที่ “ไม่มีเงินเก็บ ไม่ต้องลงทุน” ของ Thairath Money Campus Tour 2026 ได้เลยย
See More
Stocker Day
@stocker_day
9 days ago
📌 ช่วงนี้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดูแข็งแรงมากครับ Dow Jones ทำจุดสูงสุดใหม่ S&P 500 และ Nasdaq ก็อยู่ใกล้โซนทำ All-Time High แต่ฝั่ง Bitcoin กลับไม่วิ่งไปด้วย . ล่าสุด BTC หลุดลงมาต่ำกว่า 77,000 ดอลลาร์ ตอนตลาดสหรัฐฯ เปิด ทั้งที่หุ้นกำลังวิ่งแรง . นี่คือจุดที่น่าสนใจ ปกติถ้าตลาดอยู่ในโหมด risk-on สินทรัพย์เสี่ยงหลายตัวมักจะได้แรงหนุนพร้อมกัน แต่รอบนี้หุ้นสหรัฐฯ แข็ง ในขณะที่ Bitcoin และคริปโตกลับโดนขาย . ⚠️ แปลว่า ตลาดกำลังแยกทางกันชัดเจนขึ้น . หนึ่งในสัญญาณที่นักวิเคราะห์จับตาคือ Coinbase Premium Index ตัวนี้เอาไว้ดูคร่าว ๆ ว่า แรงซื้อฝั่งสหรัฐฯ แข็งแค่ไหน เมื่อเทียบกับตลาดอื่น . ตอนนี้ Coinbase Premium ยังอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดของเดือน สะท้อนว่า demand ฝั่งสหรัฐฯ ยังไม่ค่อยตามมา อีกจุดที่น่าสนใจคือ ฝั่ง Binance กลับมีแรงซื้อเข้ามามากกว่า นักวิเคราะห์บางคนเลยมองว่า นักลงทุนสหรัฐฯ ยังตามแรงซื้อจาก Binance ไม่ทัน . พูดง่าย ๆ คือ ตอนนี้ Bitcoin ไม่ได้ขาดคนซื้อทั้งหมด แต่แรงซื้อจากฝั่งสหรัฐฯ ยังไม่พอ จะดันราคาให้กลับไปแข็งแรง . อีกมุมหนึ่งคือ ถ้า Coinbase Premium ติดลบมากขึ้น บางครั้งวาฬอาจใช้จังหวะนี้สะสม BTC ในราคาที่ถูกกว่าฝั่งตลาดอื่นเล็กน้อย . แต่ในระยะสั้น ภาพรวมยังบอกว่า Bitcoin ต้องการแรงซื้อสหรัฐฯ กลับมา ถ้าอยากไปต่อแบบชัด ๆ . ✅ สรุปคือ ไม่ได้บอกว่า Bitcoin จบขาขึ้นแล้ว แต่มันบอกว่า ตอนนี้หุ้นสหรัฐฯ กับ Bitcoin กำลังไม่เดินไปทางเดียวกัน . และถ้า BTC ยังอยากกลับไปแข็งแรง สิ่งที่ต้องดูไม่ใช่แค่ Dow Jones ทำ ATH แต่คือแรงซื้อ Spot โดยเฉพาะฝั่ง Coinbase จะกลับมาหรือไม่ครับ
See More
Stocker Day
@stocker_day
10 days ago
ไม่นานมานี้แอดไปเจอคลิปหนึ่งที่เล่ากลยุทธ์การเงินของคนเงินใหญ่มาก ๆ จากคุณดิววีรวัฒน์ . ฟังครั้งแรกเหมือนง่ายนะ แต่พอฟังดี ๆ แล้วจะรู้ว่า นี่ไม่ใช่เกมของคนทั่วไปเลยครับ . แนวคิดมันประมาณนี้ครับ สมมติคุณมีเงินก้อนใหญ่มากกก ฝากอยู่กับธนาคารระดับ Private Banking (สมมุติ 10 ล้านดอลลาร์) จนธนาคารเชื่อถือมากพอที่จะปล่อยกู้เพิ่มให้ . ทีนี้ให้คุณกู้เงินออกมา แต่แทนที่จะกู้เป็นเงินดอลลาร์ ให้คุณเลือกกู้เป็น “เงินเยนญี่ปุ่น” เพราะดอกเบี้ยต่ำมาก ฟีลเหมือนกู้เงินที่ดอกเบี้ย 1% มา . แล้วแทนที่จะเอาเงินไปใช้ ให้เราเอาเงินก้อนนั้นไปซื้อ “พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ” ที่ให้ผลตอบแทนประมาณ 5% แทน . แปลว่า ฝั่งนึงจ่ายดอกเบี้ยแค่ประมาณ 1% แต่อีกฝั่งได้เงินกลับมาประมาณ 5% ส่วนต่างประมาณ 4% ตรงกลาง ก็กลายเป็นกำไร . พูดง่าย ๆ คือ กู้เงินจากที่ “ต้นทุนถูก” แล้วเอาไปวางไว้ในที่ “ผลตอบแทนสูงกว่า” แล้วกินส่วนต่างตรงกลางนั่นเอง . ฟังดูเหมือนเงินฟรีลอยอยู่ในอากาศใช่มั้ย นี่แหละที่เขาเรียกว่า Money is in the air . แต่ความพีคคือ คนทั่วไปแทบทำไม่ได้ เพราะปัญหาไม่ใช่แค่รู้สูตร แต่คือคุณต้องมีเงินก้อนใหญ่ มีเครดิตกับธนาคาร และเข้าถึงดีลกู้แบบที่คนทั่วไปเข้าไม่ถึงด้วย นี่แหละ เหตุผลว่า ทำไมคนส่วนใหญ่กว่า 99% ทำไม่ได้ . แปลว่าโอกาสบางอย่างในโลกการเงิน ไม่ได้เปิดให้ทุกคนเล่นเท่ากัน . แต่ๆๆๆ กลยุทธ์นี้ก็ไม่ได้ปลอดภัย 100% นะ ความเสี่ยงหลักคือ ถ้าธนาคารกลางญี่ปุ่นขึ้นดอกเบี้ย ต้นทุนกู้เงินเยนก็จะสูงขึ้นทันที จากเดิมที่กินส่วนต่างสบาย ๆ อาจกลายเป็นกำไรหาย หรือแย่กว่านั้นคือขาดทุนได้ . จุดที่น่าสนใจของเรื่องนี้คือ คนเงินใหญ่ไม่ได้มองแค่ว่า “ซื้ออะไรให้ขึ้น” แต่มองว่า “เงินตรงไหนต้นทุนถูก และเอาไปวางตรงไหนให้ได้ผลตอบแทนสูงกว่า” นี่แหละโลกของ Carry Trade . ฟังดูเรียบง่าย แต่จริง ๆ คือเกมของเครดิต สภาพคล่อง ดอกเบี้ย และความเร็วในการปรับตัวล้วน ๆ ครับ . ใครอยากไปฟังกันแบบอิ่ม ๆ เกือบ 1 ชม. ไปฟังกันได้ที่รายการ คุณพลาดหรือไม่? กับสิ่งที่คนรวย 1% ทำ และคนอีก 99% ไม่เคยรู้? | The GrowthLab EP.48
See More
Stocker Day
@stocker_day
11 days ago
โลกอาจกำลังเข้าสู่ “สงครามครั้งใหม่” โดยที่คนส่วนใหญ่ยังไม่ทันรู้ตัว… และครั้งนี้ อาจไม่ได้เริ่มต้นด้วยเสียงปืน หรือรถถังเหมือนในอดีต 🌍⚠️ . นี่คือหนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงหนักมาก จากบทสัมภาษณ์ไวรัลของ “Professor Jiang” ในรายการของ The Diary Of A CEO ซึ่งกำลังถูกแชร์ไปทั่วโลก เพราะเนื้อหาไม่ได้พูดแค่เรื่องสงคราม แต่พูดถึง . เศรษฐกิจโลก AI จีน vs อเมริกา ค่าเงินดอลลาร์ น้ำมัน BRICS และการเปลี่ยน “ระเบียบโลกใหม่” ทั้งระบบ . Professor Jiang มองว่า… สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ ไม่ใช่ “วิกฤตแยกกัน” แต่เป็นเหมือนจิ๊กซอว์ของเกมใหญ่ระดับโลก ทั้งสงครามในตะวันออกกลาง ความตึงเครียดจีน-อเมริกา ปัญหาพลังงาน และการแข่งขันด้าน AI ทั้งหมดกำลังเชื่อมโยงกันมากกว่าที่คนส่วนใหญ่คิด . หนึ่งในประเด็นที่น่ากลัวที่สุดในคลิป คือเรื่อง “อำนาจของดอลลาร์” Jiang อธิบายว่า โลกปัจจุบันขับเคลื่อนด้วยระบบที่อเมริกาเป็นศูนย์กลาง ไม่ว่าจะเป็น . ค่าเงินดอลลาร์ เส้นทางการค้า น้ำมัน ระบบการเงินโลก . แต่วันนี้ หลายประเทศเริ่มพยายามสร้าง “ระบบใหม่” ขึ้นมาเอง เช่น BRICS หรือการค้าระหว่างประเทศที่ไม่ใช้ดอลลาร์ เพราะหลายชาติเริ่มไม่อยากพึ่งอเมริกาเหมือนเดิม . อีกประเด็นที่ถูกพูดถึงหนักมาก คือ “AI และการควบคุมมนุษย์” Jiang มองว่า อนาคตของโลก อาจไม่ใช่แค่สงครามด้วยอาวุธ แต่เป็นสงครามข้อมูล AI การเฝ้าระวัง และการควบคุมประชาชนผ่านเทคโนโลยี ประเทศ ที่มี AI แข็งแกร่ง อาจกลายเป็นมหาอำนาจใหม่ของโลก และนี่คือเหตุผลว่า ทำไมทุกประเทศใหญ่ กำลังแข่ง AI กันหนักแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน . สิ่งที่ทำให้คนจำนวนมากดูคลิปนี้จนจบหลายชั่วโมงคือวิธีคิดของเขา เพราะเขาไม่ได้มองโลกเป็น “ข่าวรายวัน” แต่พยายามเชื่อมทุกอย่างเข้าด้วยกัน สงคราม พลังงาน เศรษฐกิจ AI การเงิน ภูมิรัฐศาสตร์ จนกลายเป็นภาพใหญ่ของโลกในอนาคต . อย่างไรก็ตาม…หลายแนวคิดของ Professor Jiang ก็ยังเป็น “การวิเคราะห์และคาดการณ์” ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้วทั้งหมด บางคนมองว่าเขามองเกมโลกได้ลึกมาก ขณะที่บางฝ่ายก็มองว่า บางประเด็นค่อนข้างสุดโต่งและ speculative เกินไป แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ… คลิปนี้ทำให้คนจำนวนมาก เริ่มตั้งคำถามใหม่ว่า “โลกที่เราอยู่ตอนนี้ กำลังเปลี่ยนเร็วเกินกว่าที่เราคิดหรือเปล่า?” 🌍💭 . รับชมคลิปเต็มได้ที่ Professor Jiang: We Are Already in World War 3, Let Me Explain!
See More
Stocker Day
@stocker_day
12 days ago
หลายคนเวลารู้สึกว่าเงินไม่พอใช้ มักจะเริ่มจากการคิดว่า ต้องประหยัดยังไง ต้องจัดการเงินยังไงให้พอ . แต่ในคลิปของ THE MONEY COACH มีคนถามตรง ๆ เลยว่า เอ้าา ถ้าผมมีเงินแค่เงินเดือน 8,000 บาท ควรทำยังไงดี? . โค้ชตอบประมาณว่า ก่อนอื่นต้องรู้ก่อนว่า ตัวเองมีค่าใช้จ่ายจำเป็นเดือนละเท่าไหร่ ถ้ารายจ่ายจำเป็นอยู่ที่ 10,000 บาท แต่เงินเดือนมี 8,000 บาท . ต่อให้บริหารเก่งแค่ไหน ตัวเลขมันก็ไม่พออยู่ดี… . จุดที่โค้ชพยายามจะบอกคือ โจทย์ชีวิตเราไม่ใช่แค่ “เงินเดือนเท่าไหร่” แต่คือ “ค่าใช้จ่ายจำเป็นเท่าไหร่” ต่างหาก . ถ้าชีวิตต้องใช้ขั้นต่ำ 15,000 บาท แต่รายได้มี 8,000 บาท คำตอบอาจไม่ใช่การประหยัดเพิ่มอย่างเดียว แต่อาจต้องหาทางเพิ่มรายได้ เปลี่ยนงาน หรือหาช่องทางทำกินเพิ่มด้วย . แอดว่ามุมนี้จริงมาก เพราะบางทีเราชอบโทษตัวเองว่า บริหารเงินไม่เก่ง แต่ถ้าตัวเลขพื้นฐานมันติดลบตั้งแต่แรก ปัญหาอาจไม่ใช่วินัยอย่างเดียว แต่มันคือรายได้ยังไม่พอรายจ่ายจริง ๆ . แน่นอนว่าการทำบัญชีรายรับรายจ่ายยังสำคัญอยู่ เพราะมันช่วยให้เราเห็นว่า เงินหายไปไหน อะไรจำเป็น อะไรพอตัดได้ และขั้นต่ำที่ชีวิตต้องใช้จริง ๆ คือเท่าไหร่ . แต่ถ้าลองเช็กแล้ว พบว่ารายจ่ายที่จำเป็นมันสูงกว่ารายได้อยู่ดี ต่อให้ตัดของฟุ่มเฟือยออกหมดแล้ว ตัวเลขก็ยังไม่พออยู่ดี . ดังนั้นถ้าใครเป็นแบบนี้ โจทย์อาจเริ่มเปลี่ยนจาก “จะประหยัดยังไง” เป็น “จะเพิ่มรายได้ยังไง” แทนดีกว่า . อาจเป็นการหางานที่ให้รายได้มากขึ้น ขยับทักษะให้ขายได้แพงขึ้น หรือหาช่องทางทำกินเพิ่มนอกเวลางาน . เพราะถ้าช่องว่างระหว่างรายได้กับรายจ่ายมันห่างกันมากเกินไป การบีบรายจ่ายอย่างเดียวอาจทำให้เราเหนื่อย และไม่ได้พาตัวเองออกจากปัญหาจริง ๆ ครับ . ส่วนถ้าใครอยากดูประเด็นนี้เต็ม ๆ ไปดูกันได้ที่ช่อง THE MONEY COACH รายการ “มันนีโค้ชพบประชาชน 2025 : EP 17” โลดด
See More
Stocker Day
@stocker_day
12 days ago
หลักการสร้างเงินจากอากาศ” เรื่องจริงของระบบการเงิน ที่หลายคนไม่เคยรู้ . ถ้ามีคนบอกคุณว่า… “เงินจำนวนมหาศาลบนโลก อาจไม่ได้เกิดจากการพิมพ์ธนบัตรอย่างเดียว” คุณอาจคิดว่า ฟังดูเหมือนหนังการเงิน หรือทฤษฎีสมคบคิด . แต่ความจริงคือ…ระบบธนาคารสมัยใหม่ สามารถ “สร้างเงินในระบบ” ได้จริง ผ่านกระบวนการปล่อยสินเชื่อ และเครดิต . หลายคนเข้าใจว่า เวลาธนาคารปล่อยกู้ ธนาคารจะเอา “เงินฝากของคนอื่น” มาให้เราทั้งหมแต่ในโลกจริง ระบบการเงินซับซ้อนกว่านั้นมาก เมื่อมีคนกู้เงินซื้อบ้าน ซื้อรถ หรือทำธุรกิจ ธนาคารสามารถสร้าง “เงินฝากใหม่” ขึ้นในระบบได้ทันที ผ่านการบันทึกบัญชีทางการเงิน . พูดง่ายๆ คือ…เงินจำนวนหนึ่งในระบบเศรษฐกิจ เกิดขึ้นพร้อมกับ “หนี้” . นี่คือเหตุผลว่า ทำไมโลกสมัยใหม่ ถึงขยายตัวด้วยเครดิตมหาศาล เพราะทุกครั้งที่มีการปล่อยกู้เพิ่ม ปริมาณเงินในระบบ ก็มักเพิ่มขึ้นตามไปด้วย และนี่เอง คือหนึ่งในกลไกสำคัญ ที่ช่วยให้เศรษฐกิจเติบโตได้เร็วขึ้น . แต่ในอีกด้านหนึ่ง… . ถ้าปริมาณเงินเพิ่มเร็วเกินไป โดยที่สินค้าและบริการโตไม่ทัน สิ่งที่ตามมาคือ “เงินเฟ้อ” ของแพงขึ้น ค่าครองชีพสูงขึ้น และมูลค่าของเงินสดค่อยๆ ลดลง นี่จึงเป็นเหตุผลว่า หลายคนเริ่มรู้สึกว่า “ทำงานหนักขึ้นทุกปี แต่เงินกลับมีอำนาจซื้อน้อยลง” . สิ่งที่น่าสนใจคือ… คนที่เข้าใจระบบการเงิน มักไม่ปล่อยให้เงินสดนอนนิ่งไว้นานเกินไป เพราะพวกเขารู้ว่า ในโลกที่ปริมาณเงินเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ “สินทรัพย์” หลายประเภท มักเติบโตเร็วกว่าค่าเงินในระยะยาว . นี่จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมคนจำนวนมากถึงเลือกลงทุนใน . หุ้น อสังหาริมทรัพย์ ทองคำ Bitcoin หรือสินทรัพย์อื่นๆ . เพื่อรักษาและเพิ่มมูลค่าความมั่งคั่งของตัวเอง
See More
Last Seen Users on Sotwe
bonus hole boy 😇
90s Beauties
Seen from
India
desertnomad
harishjay19
Seen from
Oman
Seven
JenfoxxUwU
Seen from
Turkey
Glitchycore (COMMISSIONS OPEN!)
Seen from
United States
Lashatte
Ass and mature lover
Seen from
India
🌸لًْـۆَْلًْـۆَْيًْ✨
Trends for you
1
Brunson
Under 10K tweets
2
Knicks
Under 10K tweets
3
#AEWDynamite
Under 10K tweets
4
Champagnie
Under 10K tweets
5
#loveislandusa
Under 10K tweets
6
Shamet
Under 10K tweets
7
Alvarado
Under 10K tweets
8
Tori Kelly
Under 10K tweets
9
Henry Davis
Under 10K tweets
10
Elmo
Under 10K tweets
Most Popular Users
1
Elon Musk
@elonmusk
240.1M followers
2
Barack Obama
@barackobama
119.3M followers
3
Donald J. Trump
@realdonaldtrump
111.6M followers
4
Cristiano Ronaldo
@cristiano
108.7M followers
5
Narendra Modi
@narendramodi
106.9M followers
6
Rihanna
@rihanna
97.2M followers
7
NASA
@nasa
92.1M followers
8
Justin Bieber
@justinbieber
90.5M followers
9
KATY PERRY
@katyperry
86.7M followers
10
Taylor Swift
@taylorswift13
80.5M followers
11
Lady Gaga
@ladygaga
72.1M followers
12
Kim Kardashian
@kimkardashian
69.3M followers
13
YouTube
@youtube
68.6M followers
14
Virat Kohli
@imvkohli
68.4M followers
15
Bill Gates
@billgates
63.4M followers
16
The Ellen Show
@theellenshow
62.5M followers
17
CNN
@cnn
61.9M followers
18
Neymar Jr
@neymarjr
60.9M followers
19
X
@x
60.9M followers
20
CNN Breaking News
@cnnbrk
59.9M followers
Olivia
Online
✨
⭐
💫