Home
Language
English
Türkçe
Bahasa Indonesia
About
Privacy Policy
Terms of Service
Pricing
Sign In
Download All
Share
ไทปุ๋ง
@t0pfl
🧣🐠🎧🧼🍋🟩🍄 🀄️—𝒟𝓊mpy 🅴🅸🅴🅸
2009 / 曼谷 –★
Joined August 2020
245
Following
96
Followers
19.8K
Posts
t0pfl
retweeted
imปังเย็ล 🍋
@ts2003_
16 days ago
Mood
t0pfl
retweeted
dream_mimi
@medream_mimi
about 1 month ago
ผู้รักษาประตูสเปน
#บอลโลก
t0pfl
retweeted
SorSor
@seenat29apr
3 months ago
อะไรที่เจน z ตอนต้นทำไว้เมื่อ6-7ปีที่แล้ว ต่อต้านอนุรักษ์นิยมต่างๆนาๆ = หายหมด เริ่ด
t0pfl
retweeted
The Momentum
@themomentumco
3 months ago
14 พฤษภาคม 2567 บุ้ง เนติพร เสียชีวิตหลังอดอาหารประท้วง 110 วัน บุ้ง เนติพร เสน่ห์สังคม นักกิจกรรมและผู้ต้องขังคดีทางการเมือง เสียชีวิตในวัย 28 ปี จากภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ระหว่างถูกควบคุมตัวภายใต้การดูแลของกรมราชทัณฑ์ หลังอดอาหารประท้วงเป็นเวลา 110 วัน ตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม 2567 เพื่อเรียกร้องการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมและสิทธิการประกันตัวผู้ต้องหาคดีการเมือง เนติพรเริ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองร่วมกับกลุ่มนักเรียนเลว ก่อนเข้าร่วมกลุ่มทะลุวัง ซึ่งเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยถูกดำเนินคดีมาตรา 112 จากกิจกรรมทำโพลสำรวจความคิดเห็นในพื้นที่สาธารณะเมื่อปี 2565 จำนวน 2 คดี การอดอาหารประท้วงครั้งนี้ นับเป็นการอดอาหารประท้วงครั้งที่ 2 ของเนติพร หลังศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำสั่งถอนประกันตัวเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2567 จากกรณีร่วมกิจกรรมเรียกร้องให้ถอด เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ออกจากการเป็นศิลปินแห่งชาติ พร้อมมีคำสั่งจำคุก 1 เดือน ในคดีละเมิดอำนาจศาล ก่อนหน้านี้ เนติพรเคยอดอาหารประท้วงมาแล้วครั้งหนึ่งในปี 2565 เป็นเวลา 64 วัน หลังถูกถอนประกันในคดีทางการเมือง โดยรวมถูกคุมขัง 94 วัน ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ทั้งนี้ หลังการชุมนุมของคณะราษฎรปี 2563 มีนักกิจกรรมทางการเมืองหลายรายใช้วิธีอดอาหารประท้วงในเรือนจำ เพื่อเรียกร้องสิทธิการประกันตัวและคัดค้านการคุมขังผู้เห็นต่างทางการเมือง โดยเนติพรเคยระบุถึงเหตุผลของการอดอาหารว่า ต้องการสะท้อนความไม่ยุติธรรมในกระบวนการยุติธรรมไทย และเรียกร้องไม่ให้มีผู้เห็นต่างทางการเมืองถูกคุมขังอีกต่อไป ภาพ: นนท์ มีวัฒนานนท์ #TheMomentum #TheMomentumOnThisDay #OnThisDay #บุ้งทะลุวัง
See More
Who to follow
ًً
@zooshilnwza
𝓚𝓲𝓶𝔂𝓪𝓱𝓮𝓮🍋🍋(LEMONADE)
@SpWhichone
✶★ 🎀 𝒫𝓇𝒾𝓃𝒸𝑒𝓈𝓈 𝒦𝒾𝓂𝓎𝒶𝒽𝑒𝑒:🎧🌷ตัวแม่เล้าอย่ามาเก่งกับกูอีปลาทอง 🎀 ★
ikuykuklapmalaeo ichangyet🪄
@m1dse
☆⋆。𖦹°‧🐰🥕★
t0pfl
retweeted
No control
@SunnyInWinter
4 months ago
ลูกค้า: เนื้อเค้กสาก กับน้ำเชื่อมเยอะนะคะ เจ้าของร้าน: แม่ผมป่วยครับ
t0pfl
retweeted
The Momentum
@themomentumco
4 months ago
3 ปีหลังการจากไปของ ‘จีจี้’ ตัวเลขความรุนแรงในความสัมพันธ์เพิ่มขึ้น แต่สังคมยังตั้งคำถามกับ ‘เหยื่อ’ มากกว่าผู้กระทำ เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2566 จีจี้-สุพิชชา ปรีดาเจริญ หญิงสาววัย 20 ปี ได้เสียชีวิตจากเหตุความรุนแรงโดยอดีตคนรัก และชื่อของ ‘จีจี้’ กลายเป็นอีกหนึ่งความสูญเสียที่สร้างความสะเทือนใจแก่สังคม 3 ปีผ่านไป เรื่องราวของเธอถูกหยิบขึ้นมาพูดถึงอีกครั้งโดยมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ไม่ใช่เพียงเพื่อรำลึกถึงผู้จากไป แต่เพื่อชวนให้สังคมหันกลับมาตั้งคำถามอย่างจริงจังว่า เหตุใดความสัมพันธ์ ซึ่งควรเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุด จึงกลายเป็นพื้นที่อันตรายสำหรับใครบางคน คำถามนี้ยิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อพิจารณาจากข้อมูลการติดตามข่าวของมูลนิธิหญิงชายก้าวไกลในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ความรุนแรงในครอบครัวไม่ได้ลดลง ทว่าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ภายในระยะเวลาเพียง 1 ปี พบว่า ความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 40% เหตุรุนแรงถึงชีวิตเพิ่มขึ้นเกือบ 45% และในกลุ่มคู่รักเอง ตัวเลขก็พุ่งสูงถึง 50-70% อย่างไรก็ตาม แม้โพสต์ดังกล่าวจะพยายามชวนให้สังคมตระหนักถึงความรุนแรงในความสัมพันธ์ผ่านข้อมูล ข้อเท็จจริง และบทเรียนจากกรณีของจีจี้ ทว่าสิ่งที่ผู้เขียนสังเกตเห็นกลับไม่ใช่เพียงเนื้อหาของโพสต์ แต่เป็นปฏิกิริยาคอมเมนต์ในโพสต์ดังกล่าวจำนวนไม่น้อย ที่ไม่ได้ทำความเข้าใจความรุนแรง แต่ตั้งคำถามต่อผู้เสียชีวิตแทน เช่น “ทำไมไม่เลิก” “ทำไมไม่หนี” หรือแม้กระทั่งโยงไปถึงเรื่องเงินและสถานะ ความคิดเห็นเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่เรียกว่า ‘การโทษเหยื่อ’ (Victim Blaming) อย่างชัดเจน และนี่คืออีกหนึ่งปัญหาที่ทำให้ความรุนแรงยังคงดำรงอยู่ เพราะตราบใดที่สังคมยังตั้งคำถามกับเหยื่อมากกว่าผู้กระทำ ความรุนแรงก็ยังมีพื้นที่ให้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า • ความรุนแรงในครอบครัวที่ทวีเพิ่มขึ้น จากข้อมูลการติดตามข่าวของมูลนิธิหญิงชายก้าวไกลตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่า ในปี 2566 มีข่าวความรุนแรงในครอบครัว 1,086 ข่าว ก่อนจะเพิ่มเป็น 1,529 ข่าวในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้นกว่า 40% ภายในเวลาเพียง 1 ปี แต่สิ่งที่น่าห่วงยิ่งกว่าจำนวน คือระดับความรุนแรงของเหตุการณ์ที่ขยับสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ข่าวการทำร้ายร่างกายเพิ่มจาก 433 เป็น 638 ข่าว ขณะที่เหตุฆ่ากันเพิ่มจาก 388 เป็น 562 ข่าว และเหตุฆ่ายกครัว เพิ่มจาก 3 เป็น 11 ข่าว ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า ความรุนแรงไม่ได้เกิดบ่อยขึ้นเท่านั้น แต่กำลังนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ร้ายแรงถึงชีวิตมากขึ้น ในความสัมพันธ์แบบคู่รัก แนวโน้มยิ่งชัดเจน การทำร้ายกันเพิ่มจาก 102 เป็น 153 ข่าว หรือเพิ่มขึ้น 50% ส่วนการฆ่ากันเพิ่มจาก 64 เป็น 109 ข่าว หรือสูงขึ้นกว่า 70% แสดงให้เห็นว่าความสัมพันธ์ที่ควรเป็นพื้นที่ปลอดภัย กลับกลายเป็นจุดเสี่ยงของความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ปัจจัยกระตุ้นอย่างแอลกอฮอล์และยาเสพติดยังคงมีบทบาทสำคัญ แม้สัดส่วนจะใกล้เคียงเดิม แต่จำนวนเหตุที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นตามภาพรวมของความรุนแรงที่สูงขึ้น โดยมีปัจจัยกระตุ้นอย่างแอลกอฮอล์เกี่ยวข้องกับเหตุความรุนแรง จาก 316 เป็น 448 ข่าว หรือเพิ่มขึ้น 41.8% ยาเสพติดเกี่ยวข้องกับเหตุความรุนแรง จาก 283 เป็น 412 ข่าว หรือเพิ่มขึ้น 45.6% สะท้อนว่าปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ยังไม่ได้รับการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ และยังคงเป็นเชื้อไฟที่ทำให้ความรุนแรงในคู่รักปะทุขึ้น นอกจากนี้ ข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (Centers for Disease Control and Prevention: CDC) ระบุว่า ความรุนแรงในความสัมพันธ์ (IPV) เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยและกระทบผู้คนจำนวนมากในสหรัฐฯ ทุกปี ผู้หญิงมากกว่า 1 ใน 3 คน หรือเกือบ 43.5 ล้านคน และผู้ชายมากกว่า 1 ใน 6 คน หรือ 20.7 ล้านคน เคยเผชิญความรุนแรงจากคนรัก ไม่ว่าจะเป็นการล่วงละเมิดทางเพศ การทำร้ายร่างกาย หรือการคุกคามติดตาม (Stalking) อย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต เมื่อดูเฉพาะผู้หญิง พบว่า ประมาณ 1 ใน 5 เคยถูกล่วงละเมิดทางเพศ เกือบ 1 ใน 4 เคยถูกทำร้ายร่างกาย และราว 1 ใน 8 เคยถูกสะกดรอยตาม นอกจากนี้ ผู้หญิงเกือบ 1 ใน 3 ไม่เพียงเผชิญความรุนแรง แต่ยังได้รับผลกระทบตามมา เช่น บาดเจ็บทางร่างกาย ต้องหยุดงานหรือเรียน มีความกังวลเรื่องความปลอดภัย ต้องเข้ารับการรักษา หรือถึงขั้นแจ้งความกับตำรวจ ความรุนแรงลักษณะนี้มักเริ่มตั้งแต่อายุน้อย และอาจดำเนินต่อเนื่องไปตลอดชีวิต หากเกิดขึ้นในช่วงวัยรุ่นจะเรียกว่า ‘ความรุนแรงในการเดต’ (Teen Dating Violence) โดยมีผู้หญิงราว 16 ล้านคน และผู้ชาย 11 ล้านคน ระบุว่า เคยเจอความรุนแรงจากคนรักเป็นครั้งแรกตั้งแต่อายุต่ำกว่า 18 ปี อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงของการเผชิญความรุนแรงไม่ได้เท่ากันในทุกคน แต่ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมในการใช้ชีวิต เช่น ครอบครัว ชุมชน หรือสังคม ทำให้คนบางกลุ่ม โดยเฉพาะเยาวชนในบางบริบท มีความเสี่ยงสูงกว่าคนอื่น ในการเผชิญความรุนแรงทั้งทางเพศและทางร่างกายจากคนรัก • คืนโอกาสชีวิต ด้วยการไม่ทนต่อความรุนแรง ย้อนกลับไปในปี 2567 มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ร่วมกับ BBDO Bangkok และ สสส. เปิดตัวแคมเปญ Bring Back 2nd Chance of Life เพื่อชวนสังคมทบทวนความเชื่อเรื่องโอกาสครั้งที่สองในความสัมพันธ์ที่มีความรุนแรง พร้อมย้ำว่า การให้อภัยหรือกลับไปเริ่มต้นใหม่ อาจไม่ได้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเสมอไป และในบางกรณีอาจหมายถึงการไม่มีโอกาสครั้งต่อไปในชีวิต ซึ่งการจากไปของจีจี้สะท้อนบทเรียนสำคัญต่อสังคมใน 3 มิติ มิติแรก คือการยุติความรุนแรงในความสัมพันธ์ แนวคิดเลิกให้โอกาสที่ 2 กับความรุนแรง เตือนให้เห็นว่า เมื่อความรุนแรงเกิดขึ้นแล้ว มักมีแนวโน้มจะเกิดซ้ำ การตัดสินใจออกจากความสัมพันธ์ที่เป็นพิษจึงไม่ใช่ความล้มเหลว แต่คือการปกป้องชีวิตและอนาคตของตัวเอง มิติที่สอง คือการคืนโอกาสและความฝันให้คนรุ่นใหม่ จีจี้เป็นตัวแทนของเยาวชนที่มีศักยภาพและอนาคตที่ควรได้เติบโต การสูญเสียครั้งนี้จึงสะท้อนความสำคัญของการสร้างสังคมที่ปลอดภัย เพื่อให้เด็กและผู้หญิงได้มีโอกาสใช้ชีวิตและทำตามความฝันอย่างเต็มที่ มิติสุดท้าย คือปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะการเข้าถึงอาวุธปืนในความสัมพันธ์ใกล้ชิด ซึ่งเป็นประเด็นที่ควรถูกพูดถึงอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก และย้ำว่าความขัดแย้งไม่ควรถูกแก้ไขด้วยอำนาจหรือความรุนแรง • โทษเหยื่อ=ผลิตซ้ำความรุนแรง ปรากฏการณ์การโทษเหยื่อที่มักเห็นในพื้นที่คอมเมนต์ ไม่ใช่แค่ความเห็นส่วนบุคคล แต่เป็นการสะท้อนทัศนคติที่ฝังลึกในสังคม จนกลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการยุติความรุนแรงและเป็นการโยนความรับผิดชอบจากผู้กระทำไปยังผู้ถูกกระทำ ราวกับว่าเหยื่อสามารถควบคุมหรือหลีกเลี่ยงความรุนแรงได้ แต่ในความเป็นจริง ความรุนแรงในความสัมพันธ์มีความซับซ้อนมากกว่านั้น ผู้ที่อยู่ในสถานการณ์เช่นนี้มักเผชิญทั้งการควบคุมทางจิตใจ การข่มขู่ ความกลัว และความหวังว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนแปลง ปัจจัยเหล่านี้ทำให้การเดินออกมาไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คนนอกมอง ขณะเดียวกัน การโทษเหยื่อยังเชื่อมโยงกับโครงสร้างทางสังคม โดยเฉพาะกรอบคิดปิตาธิปไตย ที่มองความสัมพันธ์เป็นเรื่องส่วนตัว และมองว่าผู้หญิงคือต้นเหตุของปัญหา เมื่อเกิดความรุนแรง ความผิดจึงถูกผลักไปที่ผู้ถูกกระทำอย่างแนบเนียน แม้จะมีข้อมูล งานวิจัย และแคมเปญจากหลายภาคส่วนที่พยายามสื่อสารเรื่องความรุนแรงและการยุติการโทษเหยื่อมาอย่างต่อเนื่อง แต่บทสนทนาในสังคมกลับวนอยู่ที่จุดเดิม พื้นที่คอมเมนต์ยังถูกใช้เป็นพื้นที่ ‘ตัดสิน’ มากกว่าพื้นที่ ‘ทำความเข้าใจ’ ผู้เขียนเองได้มีโอกาสเขียนถึงประเด็นการโทษเหยื่อในหลายกรณี และยังคงเห็นว่าปัญหานี้ไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เหยื่อหลายคนยังคงถูกตั้งคำถาม ถูกตัดสิน และถูกลดทอนความเป็นมนุษย์ สิ่งที่เกิดขึ้นในพื้นที่คอมเมนต์ของโพสต์ดังกล่าวจึงไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ย้ำให้เห็นว่า เรายังมีหนทางอีกยาวไกลในการสร้างสังคมที่มีความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจต่อกันมากกว่านี้ บางทีจุดเริ่มต้นอาจไม่จำเป็นต้องซับซ้อน แต่อาจเป็นเพียงการตั้งคำถามง่ายๆ กับตัวเองว่า เรากำลังมองเหยื่อด้วยความเข้าใจ หรือด้วยอคติ และก่อนจะพิมพ์ข้อความใดลงไปในพื้นที่สาธารณะ อาจต้องถามอีกครั้งว่า คำพูดของเราจะช่วยเยียวยาหรือซ้ำเติม เพราะการกล่าวโทษเหยื่อไม่ได้ช่วยอะไรทั้งนั้น แต่เป็นการผลิตซ้ำความรุนแรงและตอกย้ำบาดแผลของผู้ถูกกระทำ ท้ายที่สุดนี้ ผู้เขียนขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของ จีจี้-สุพิชชา ปรีดาเจริญ และเหยื่อของความรุนแรงทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ถูกจดจำในหน้าข่าวหรือไม่ก็ตาม ทุกคนล้วนสมควรได้รับความเป็นธรรมไม่ต่างกัน อ้างอิง - https://t.co/oZOpmUV2uP - https://t.co/6mCs4Yr8Aq - https://t.co/sIQWqz65qo เรื่อง: นลินี ค้ากำยาน ภาพ: ชมพูนุท สะราคำ #TheMomentum #Gender #ความรุนแรงในครอบครัว #ความรุนแรงในความสัมพันธ์ #การโทษเหยื่อ #VictimBlaming #GenderViolence #จีจี้สุพิชชา #สุพิชชาปรีดาเจริญ
See More
t0pfl
retweeted
jel
@wwrisodr
5 months ago
เกิดใหม่เป้นดูไบช้อคโกแลตหนึบ????
t0pfl
retweeted
ครูเผิง👩🏻🏫
@masterphenglan
5 months ago
มึงจะเทียลิสจัดอันดับเหี้ยไรนักหนา
t0pfl
retweeted
ฟออินอ.
@chanasafin
6 months ago
t0pfl
retweeted
กาโต้ย
@imumukatui
7 months ago
องค์กรอิสระ
t0pfl
retweeted
คุณหนูห่านฟ้าติดลิมิต
@yeoneomma444
7 months ago
มึงว่าnichax เลือกพรรคไร
t0pfl
retweeted
น้องเจมส์ชาวไร่ 🇫🇷
@anmoeba
7 months ago
เขาเปิดหีกันกี่โมงนะ
t0pfl
retweeted
รีแอคชั่น วิดีโอ🏳️🌈
@Thaireactionvid
7 months ago
mood
t0pfl
retweeted
𝓈𝓌𝓎♡
@0oswya
7 months ago
เอมแรกกับเสื้อสีน้ำเงิน ยินดีต้อนรับม่อนอย่างเป็นทางการคับ🥹🫶🏻✨
#RPL2026Summer
0oswya's tweet video.
t0pfl
retweeted
งามอย่างเดียวบ่ได้เด้อ ป่าน่อยออก
@PuangSad
7 months ago
คือกลัวผีมากจนได้ยินคนพูดว่าเก่งจริงทำไมรีบตาย กุให้เลยล่ะ 55555
t0pfl
retweeted
รีแอคชั่น วิดีโอ🏳️🌈
@Thaireactionvid
7 months ago
อัลเลาะห์ลงโทษพวกนิห์ไปตามหวีดผช
t0pfl
retweeted
AA
@aa_ashirakorn
7 months ago
ใครนั่ง 1 ขอสลับนะครับอยากนั่งริมทางเดิน
t0pfl
retweeted
aelmsleep
@aelmsleep
7 months ago
กูว่าแล้ว via FB : Sina Wittayawiroj
t0pfl
retweeted
หลิงหลิง
@ling_wrsc
7 months ago
ทำไมอยู่ๆ yoguruto ช่วงนี้คิวยาวมาก ไปไวรัลอะไรจากไหนมั้ยอะ มะก่อนคนไม่ขนาดนี้เลย
t0pfl
retweeted
MEYOU
@meyou2141
7 months ago
ลูกคุณหนู is real kubb ;3
Last Seen Users on Sotwe
คลิปเด็ด เสียวๆ
Seen from
Thailand
Selim
Seen from
Turkey
Daddy japanese
Seen from
Turkey
سلمئ هاجر
Seen from
Jordan
Im Bi
Seen from
Indonesia
ดูแล้วแข็งv.2
Seen from
Thailand
Inshal Khan
Seen from
Pakistan
raden_
Seen from
Singapore
AngelChan
Seen from
Singapore
Tarkan
Seen from
Turkey
Trends for you
1
#UFCSacramento
Under 10K tweets
2
Joe Milton
Under 10K tweets
3
Canada
Under 10K tweets
4
Camden Brown
Under 10K tweets
5
Carson Steele
Under 10K tweets
6
#AEWCollision
Under 10K tweets
7
Barham
Under 10K tweets
8
Butker
Under 10K tweets
9
Get Smart
Under 10K tweets
10
Malik Davis
Under 10K tweets
Most Popular Users
1
Elon Musk
@elonmusk
241.5M followers
2
Barack Obama
@barackobama
119.1M followers
3
Cristiano Ronaldo
@cristiano
113.6M followers
4
Donald J. Trump
@realdonaldtrump
111.8M followers
5
Narendra Modi
@narendramodi
107.2M followers
6
Rihanna
@rihanna
98.5M followers
7
NASA
@nasa
92.4M followers
8
Justin Bieber
@justinbieber
91.7M followers
9
KATY PERRY
@katyperry
89.5M followers
10
Taylor Swift
@taylorswift13
83.4M followers
11
Lady Gaga
@ladygaga
74.9M followers
12
Virat Kohli
@imvkohli
72.6M followers
13
Kim Kardashian
@kimkardashian
70.7M followers
14
YouTube
@youtube
68.8M followers
15
Neymar Jr
@neymarjr
65.5M followers
16
Bill Gates
@billgates
64.8M followers
17
Selena Gomez
@selenagomez
62.6M followers
18
The Ellen Show
@theellenshow
62.3M followers
19
CNN
@cnn
61.8M followers
20
X
@x
60.8M followers
Olivia
Online
✨
⭐
💫