Home
Language
English
Türkçe
Bahasa Indonesia
About
Privacy Policy
Terms of Service
Pricing
Sign In
Download All
Share
tb.than
@thn_t74985
Joined August 2025
412
Following
31
Followers
4
Posts
tb.than
@thn_t74985
about 1 month ago
@vermicelli_8643
ทักไม่ได้ครับ
thn_t74985
retweeted
Chayanon Rakkanjanan
@MrMessenger
12 months ago
ฟองสบู่ลูกใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ชื่อ AI Bubble – จะระเบิดเมื่อไหร่!? บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง OpenAI และ NVIDIA ทุ่มเงินลงทุนกันเป็นล้านล้านเหรียญ จนตลาดโลกสั่นสะเทือน คำถามคือ... ฟองสบู่นี้จะระเบิดเมื่อไหร่? นักวิเคราะห์ เริ่มมองว่า เงินลงทุนที่หมุนกันอยู่ในอุตสาหกรรม AI ณ ตอนนี้ มันหมุนวนเป็นวงกลม อธิบายเพิ่มเติมก็คือ มันเป็นความสัมพันธ์ที่เริ่มแยกไม่ออกว่าใครมีบทบาทอะไร เกี่ยวพันกันแบบไหน เพราะ เมื่อไม่นานมานี้ NVIDIA ตกลงลงทุนใน OpenAI สูงถึง 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่ใช้พลังงานเทียบเท่าเมืองใหญ่ และเพื่อเป็นการตอบแทนNVidia ทางฝั่ง OpenAI ก็สั่งซื้อชิป NVIDIA เป็นล้านตัว หรืออย่างพันธมิตรใหม่ที่ชื่อ AMD: ล่าสุด OpenAI ยังผนึกกำลังกับ AMD ด้วยดีลชิปมูลค่าแสนล้านดอลลาร์ และอาจมีการให้ Stock Option จนทำให้ OpenAI กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ AMD ได้ OpenAI ลงทุนใน CoreWeave (ผู้ให้บริการคลาวด์) และ CoreWeave ก็ไปได้ดีลใหญ่กับ NVIDIA ขณะที่ OpenAI ก็ไปทำดีลกับ Oracle มูลค่า 300,000 ล้านดอลลาร์ แต่ Oracle ก็ต้องซื้อชิป NVIDIA กลับไปใช้อยู่ดี! แถม Elon Musk ก็มา โดย NVIDIA ประกาศลงทุนใน xAI ของ Elon Musk อีก 2,000 ล้านดอลลาร์ ในรอบระดมทุนที่มีมูลค่ารวมกว่า 20,000 ล้านดอลลาร์ เมื่อสองวันที่ผ่านมา เหตุการณ์ทั้งหมด มันทำให้นักวิเคราะห์เริ่มกังวลว่า AI Boom ที่มีมูลค่าลงทุนเกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ ณ ตอนนี้ สุดท้ายแล้วอาจเป็นฟองสบู่ที่พึ่งพา "เงินลงทุนที่หมุนเวียนกันเอง" มากกว่ากำไรจริงจากธุรกิจ ทำไมการลงทุนใน AI ถึงมีความเสี่ยงที่จะกลายเป็นฟองสบู่ลูกใหญ่? Bloomberg วิเคราะห์ว่ามี 4 เหตุผลด้วยกัน: 1. Circular Financing : การที่บริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านี้ เช่น NVIDIA และ AMD ทุ่มเทขายชิปให้กับ OpenAI และ xAI นั้น เพื่อเป็นการ รักษาตลาด AI ที่ตัวเองครองส่วนแบ่งถึง 90% และ 10% ตามลำดับ แม้ Lisa Su ซีอีโอของ AMD จะเรียกมันว่า "วงจรบวก" แต่ Paulo Carvao จาก Harvard เปรียบเทียบสิ่งนี้กับวิกฤต Dot-Com Bubble ที่บริษัทต่างๆ ซื้อบริการกันเองจนล้มละลาย เพราะมันคือการสร้าง การเติบโตปลอมๆ ขึ้นมา 2. Overleverage & Debt Funding : ดีลใหม่ๆ เช่น xAI ของ Elon Musk ที่ใช้บริษัทจัดการลงทุนพิเศษ (SPV) ระดมทุนกว่า 20,000 ล้านดอลลาร์ (ทั้งหนี้และหุ้น) เพื่อนำไปซื้อ GPU ของ NVIDIA แล้วปล่อยเช่าต่อ... หากความต้องการ AI ชะลอตัว หนี้จำนวนมหาศาลนี้อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้ทันที 3. Profitability Gap : แม้จะมีดีลรวมกันเกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ แต่บริษัท AI เหล่านี้ยังทำกำไรได้ต่ำมาก บริษัทอย่าง OpenAI ยัง ไม่มีกำไร และคาดว่า "กระแสเงินสดจะไม่เป็นบวกอย่างน้อยอีก 5 ปี" นอกจากนี้ Margin ของบริษัทคลาวด์บางแห่ง เช่น Oracle Cloud ก็มีเพียง 14% เท่านั้น ทำให้การเติบโตที่เห็นดูเปราะบางอย่างยิ่ง 4. Regulatory Blind Spot : รัฐบาลสหรัฐฯ และทำเนียบขาวยังคงมีแนวคิด "ปล่อยให้ตลาดดำเนินไปเอง" เพื่อเร่งแข่งขันกับจีน ซึ่งการขาดการควบคุมเช่นนี้ ทำให้ฟองสบู่มีโอกาสขยายตัวโดยไม่มีเบรก จากเงื่อนไขทั้งหมดนี้ หากมีบริษัทใดบริษัทหนึ่งในดีลประวัติศาสตร์เหล่านี้เกิดสะดุดหรือหกล้ม สิ่งที่ตามมาอาจเกิด "AI Chain Reaction" กระทบกันทั้งระบบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และตอนนี้การลงทุนใน AI ไม่ได้จำกัดอยู่แค่บริษัท AI เท่านั้น แต่อสังหาริมทรัพย์ พลังงาน และธุรกิจอื่น ๆ อีกมากมาย ต่างก็ฝากความหวังและผูกติดกับกระแส AI Hype ครั้งนี้แล้ว บทสรุปและสิ่งที่ต้องติดตาม จนถึงตอนนี้ สถานการณ์ในปัจจุบันมีความเป็นไปได้หลายทาง: 📌 ถ้ากระแส "AI Capex Supercycle" เดินหน้าต่อโดยไม่มีการปรับตัว: อาจกลายเป็น "AI Bubble 2.0" ที่มีขนาดใหญ่กว่าวิกฤต Dot-Com Era อย่างแน่นอน 📌 ถ้าผลตอบแทนจากการใช้ AI ยังไม่เกิดขึ้นจริง: (เช่น ChatGPT, Copilot, Claude ยังไม่มีกำไรชัดเจน) นักลงทุนจะเริ่มหันมาถามหา "กระแสเงินสด" (Cash Flow) 📌 แต่ถ้า AI เริ่มสร้างรายได้ได้จริง: เช่น เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ (Productivity Tools) หรือ ระบบ Agent-based ถูกใช้งานทั่วโลกอย่างแพร่หลาย "AI Revolution" ก็อาจไปถึงจุดที่ยั่งยืน ล่าสุด Michael Intrator, CEO ของ CoreWeave ออกมา “โต้กลับ” กระแสวิจารณ์ว่า ความสัมพันธ์ทางการเงินระหว่าง CoreWeave, Nvidia, OpenAI และ Meta เป็น “Circular Financing” หรือการหมุนเงินสร้างภาพการเติบโตเทียม เขายืนยันว่า “มันไม่ใช่เรื่องหมุนเงิน แต่คือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานจริง” และยังกล่าวว่าบริษัทเทคยักษ์อย่าง Meta, Microsoft, Amazon, Google ต่างซื้อโครงสร้างพื้นฐาน AI เพื่อรองรับความต้องการจริงของลูกค้า คือ เขาจะบอกว่า มันไม่ใช่ฟองสบู่นั่นแหละ Mr.Messenger รายงาน
See More
tb.than
@thn_t74985
about 1 year ago
@Ng74482405
ทักไม่ได้เลยครับ🥺
thn_t74985
retweeted
🍤Dr Taurus 🍹🦬
@Talungs205
about 1 year ago
🤣🤣
Talungs205's tweet video.
Last Seen Users on Sotwe
Nana Nania
Seen from
Malaysia
지연♀️💕
Seen from
Korea
ClaytonFox
Seen from
United Kingdom
nào thành hot x đổi tên
Seen from
Vietnam
pecintaibu2434
Seen from
Indonesia
💀
Seen from
United States
Lea Vilan
Seen from
India
big gay booty
Seen from
Vietnam
🇮🇶
Jebriela ndzi
Trends for you
1
Packers
Under 10K tweets
2
Cleveland
Under 10K tweets
3
Jordan Love
Under 10K tweets
4
Taylor
Under 10K tweets
5
#TSTLOASTheEncore
Under 10K tweets
6
#SHUFFLE
Under 10K tweets
7
tinashe
Under 10K tweets
8
Bijan
Under 10K tweets
9
Babylon
Under 10K tweets
10
Matt LaFleur
Under 10K tweets
Most Popular Users
1
Elon Musk
@elonmusk
241.7M followers
2
Barack Obama
@barackobama
119M followers
3
Cristiano Ronaldo
@cristiano
114.4M followers
4
Donald J. Trump
@realdonaldtrump
111.9M followers
5
Narendra Modi
@narendramodi
107.2M followers
6
Rihanna
@rihanna
98.7M followers
7
NASA
@nasa
92.4M followers
8
Justin Bieber
@justinbieber
91.8M followers
9
KATY PERRY
@katyperry
90M followers
10
Taylor Swift
@taylorswift13
83.9M followers
11
Lady Gaga
@ladygaga
75.4M followers
12
Virat Kohli
@imvkohli
73.3M followers
13
Kim Kardashian
@kimkardashian
70.9M followers
14
YouTube
@youtube
68.8M followers
15
Neymar Jr
@neymarjr
66.4M followers
16
Bill Gates
@billgates
65.2M followers
17
Selena Gomez
@selenagomez
63M followers
18
The Ellen Show
@theellenshow
62.3M followers
19
CNN
@cnn
61.8M followers
20
X
@x
60.7M followers
Olivia
Online
✨
⭐
💫