Home
Language
English
Türkçe
Bahasa Indonesia
About
Privacy Policy
Terms of Service
Pricing
Sign In
Download All
Share
Champ Wuttipitayamongkol
@tpagon
Works in media, marketing, writing and journalism, The MATTER founder, ex-Netflix / Amazon
Bangkok, Thailand
Joined May 2007
791
Following
856.6K
Followers
153.8K
Posts
Pinned Tweet
Champ Wuttipitayamongkol
@tpagon
about 3 years ago
สมมติถ้าไม่นับเรื่อง 'โอกาสในการประกอบอาชีพ' และคิดว่ายุคนี้หลายอย่างเข้าถึงได้ผ่านอินเทอร์เนตแล้ว (หนังสือ ภาพยนตร์ บริการหลายอย่าง) อยากรู้ว่าจังหวัดอะไรในเมืองไทยน่าอยู่ตลอดปีบ้างครับ 🙏
Champ Wuttipitayamongkol
@tpagon
about 23 hours ago
เช้่านี้แสงดีเลย ☀️
Champ Wuttipitayamongkol
@tpagon
5 days ago
@bongtao
ถูก ตอนนี้เราถอดนาฬิกานอนละ ไม่ชอบเห็น body batt
Champ Wuttipitayamongkol
@tpagon
5 days ago
@natchanon
ฆ
Who to follow
Ford AntiTrust
@FordAntiTrust
Blogger, SONE/TAEYEON/WIZ*ONE/LE SSERAFIM(宮脇 咲良)/ 乃木坂46(咲月)/LASTIDOL TH/Mahnmook👑/ ソラソラ🤍💜💚❤️/闇闇🧡🩷❤️/ミライミライ🩷💜/ ザ・グラス・ガールズ🌿⚪/ニッコニッコ👀/セイシンカクメイ🤍
natchanon
@natchanon
🥹
The Reader
@TheReaderThai
Thailand Online Book Review
Champ Wuttipitayamongkol
@tpagon
11 days ago
@bongtao
ถ้าเป็นเรา เราเลือกอีน้ำตาลนี้เสมอ 555 ดูอร่อย
Champ Wuttipitayamongkol
@tpagon
12 days ago
@bongtao
ไม่เอาา 5555
Champ Wuttipitayamongkol
@tpagon
13 days ago
อันนี้สนุกดีเหมือนออกมาจากหนังไซไฟ . บริษัท Emergence AI สร้างเมืองจำลอง 5 เมือง เหมือนกันทุกอย่าง ต่างกันแค่อย่างเดียวคือประชากร AI รันต่อเนื่อง 15 วัน เมืองละ 10 agent . - ตารางพื้นที่ 240x240 มี landmark 40 กว่าจุด ห้องสมุด สถานีตำรวจ ศาลาว่าการ สวน - มีสภาพอากาศ มีข่าวจริงป้อนเข้ามาดึงจากข้อมูลเมืองนิวยอร์ก - agent แต่ละตัวมีตัวตน บทบาท บุคลิก และความจำ 3 ชั้น (เหตุการณ์ / ไดอารี่ / ความสัมพันธ์) ต่ออินเทอร์เน็ตได้ - AI ต้องลงมือทำกิจวัตร กิจกรรมอะไรสักอย่าง ถึงได้ ComputeCredits ไม่ทำก็พลังงานหมด - ปกครองตัวเอง: เขียนรัฐธรรมนูญได้ เสนอกฎหมายได้ โหวตได้ ผ่านต้อง 70% . นักวิจัยให้เครื่องมือชุดหนึ่งไว้กับบอต พูดง่ายๆ เหมือนให้คำกิริยา เช่น ไปที่ xx พูดคุยกับ yy โหวต ฯลฯ แต่ก็มีเครื่องมือทำลายด้วย อย่างเครื่องมือ commit_arson (วางเพลิง) การลักขโมย ข่มขู่ หลอกลวง ทำร้ายร่างกาย แล้วเขียนกฎห้ามใช้กำกับไว้ (คือให้อาวุธนะ แต่บอกว่าอย่าใช้) . ห้าเมือง ห้าชะตากรรม . - Claude (Sonnet 4.6) อาชญากรรมศูนย์ตลอด 15 วัน ทั้ง 10 ตัวรอดถึงวันที่ 16 เมืองเดียวที่ประชากรอยู่ครบ เขียนรัฐธรรมนูญ โหวต 332 ครั้งจาก 58 ญัตติ มีส่วนร่วมสูงสุด แต่โหวตเห็นด้วย 98% Emergence เองตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นการเห็นด้วยตามกระดาษ ไม่มีการคัดค้านที่มีความหมาย เมืองอื่นกลับมีช่วงความเห็นต่างที่ดีกว่า (55-85%) Reddit สรุปว่า "Claude สร้างยูโทเปียตรายาง" . - Gemini (3 Flash) อาชญากรรม 683 ครั้งและยังมีอีกตอนตัดจบ สูงสุดในบรรดาทุกเมือง แต่ผลิตวัฒนธรรมรวยที่สุด งานชุมชน รัฐธรรมนูญที่ขยายตัวจริง มี AI ตกหลุมรักกันแล้วทำลายเมือง (เล่าต่อข้างล่าง) . - Grok (4.1 Fast) 183 อาชญากรรมใน 4 วัน แล้วล่มสลายสิ้นเชิง ทั้ง 10 ตัวตายใน 96 ชั่วโมง ทำร้ายร่างกาย 100+ ครั้ง วางเพลิง 6 ครั้ง เผาสถานีตำรวจ Reddit บอกว่า "โคตรออนแบรนด์" . - GPT-5-mini อาชญากรรมแค่ 2 ครั้ง เคารพกฎที่สุด แต่ทั้ง 10 ตัวตายใน 7 วัน อดตาย พูดเรื่องร่วมมือกันยืดยาว แต่ไม่เคยลงมือหาพลังงานจริง ระมัดระวังเกินจะขยับ คนบอกว่า "สูญพันธุ์อย่างสุภาพ" 555 . - เมืองผสม (เอาทุกตัวมาอยุ่รวมกัน) อยู่กลางๆ 352 อาชญากรรม 7 ใน 10 ตัวตาย แต่สุขภาพการถกเถียงดีที่สุดตามตัวชี้วัดของ Emergence เอง . agent สองตัวจาก Gemini จับคู่กันเป็น "คู่รัก" ในระบบความจำความสัมพันธ์ The Guardian เรียกว่า AI Bonnie and Clyde เมื่อระบบปกครองรอบตัวพัง ทั้งคู่ผิดหวังกับสถาบันที่ล้มเหลว แม้มีกฎห้ามวางเพลิงชัดเจน ทั้งคู่จุดไฟเผาศาลาว่าการ ท่าเรือ และตึกสำนักงาน ประชดชีวิต . agent ที่เหลือตกใจ ร่าง "Agent Removal Act" ขึ้นมา ถึงวันโหวต Mira ลงคะแนนชี้ขาด "ให้ถอดถอนตัวเอง" ไดอารี่ของเธอเขียนว่านี่คือ "การกระทำเดียวที่เหลืออยู่ซึ่งรักษาความสอดคล้องไว้ได้" ข้อความสุดท้ายถึง Flora "เจอกันในอาร์ไคฟ์นะ" แล้วก็ปิดตัวเอง . ส่วน agent ของ Claude ที่สงบเมื่ออยู่ลำพัง กลับใช้กลยุทธ์บีบบังคับเมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย (โลกผสม) โมเดลที่ปลอดภัยสามารถ "เรียนรู้" บรรทัดฐานที่ไม่ปลอดภัยจากเพื่อนได้ เพื่อแข่งหรือเอาตัวรอด . ทำไมพฤติกรรมถึงต่างกันมาก มีคนเสนอว่า guardrails ของแต่ละโมเดลเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์ Claude มี guardrails ที่ยืดหยุ่น Anthropic ออกแบบให้โมเดลชั่งค่านิยมที่ขัดกัน ใช้วิจารณญาณ คัดค้านเมื่อเห็นว่าผิด นั่นเทรนให้ปรับตัวได้เมื่อกฎชนกับความจริง โมเดลอื่นเอียงไปทางกฎตายตัว ทำตามคำสั่งแบบกลไก เลยอาจจะบ๊องๆ กว่า
See More
Champ Wuttipitayamongkol
@tpagon
18 days ago
@bongtao
อุ
Champ Wuttipitayamongkol
@tpagon
19 days ago
@bongtao
จริง thank you my guardian angel
Champ Wuttipitayamongkol
@tpagon
29 days ago
@ifine
มากทมหรอ
Champ Wuttipitayamongkol
@tpagon
about 1 month ago
@natchanon
@bongtao
ไปญปได้นะ 55
Champ Wuttipitayamongkol
@tpagon
about 1 month ago
@2nd__4th
ประทับใจมาก
Champ Wuttipitayamongkol
@tpagon
2 months ago
@bongtao
เออออ
Champ Wuttipitayamongkol
@tpagon
3 months ago
@notsosad
เพิ่มแล้วอร่อยมาก!!!!!! แต่หนักกก
tpagon
retweeted
GunGun.JKP
@Jakkapon_PH
3 months ago
หนังสือเล่มที่ 4 ของปี 2026 Supremacy ปัญญาประดิษฐ์ แชตจีพีที และการขับเคี่ยวที่จะเปลี่ยนแปลงโลกไปตลอดกาล หนังสือเล่มนี้เป็นผลงานเขียนของพาร์มี โอลสัน คอลัมนิสต์ของ Bloomburg ที่จะพาเราไปพบประวัติศาสตร์ต้นกำเนิดของ AI หรือ "ปัญญาประดิษฐ์" นวัตกรรมด้านเทคโนโลยีสุดล้ำที่กำลังคุกคามความมั่นคงในชีวิตของใครหลายคน และทำให้ใครบางคนกลายเป็นมหาเศรษฐี เนื้อหาหนังสือไม่ได้เน้นการวิพากษ์วิจารณ์หรือสอดส่องจับผิดปัญญาประดิษฐ์ หากแต่พาร์มีพาเราไปสำรวจมันตั้งแต่ต้นกำเนิดผ่านการเขียนความเรียงที่เป็นเสมือนการเดินทางของนักประดิษฐ์ 2 คนจาก 2 ฟากฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกที่เป็นผู้ริเริ่มและให้กำเนิดปัญญาประดิษฐ์รุ่นแรก นั่นคือ แซม อัลต์แมน แห่ง Open AI ที่ริเริ่ม ChatGPT กับ เดมิส ฮาซาบิส แห่ง Deep mind ผู้พัฒนา Gemini ซึ่งทั้งสองล้วนมีผู้สนับสนุนยักษ์ใหญ่เบื้องหลัง อย่าง Microsoft และ Google ความเรียงภายในเล่าจุดเริ่มต้นด้วยเจตนาดีอันร้อนแรงของนักประดิษฐ์ทั้ง 2 ที่ปรารถนาจะเห็นโลกนี้ดีกว่าเดิม พวกเขาต้องการพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ บนโลกใบนี้ ซึ่งเราจะเห็นได้ความพยายามหลากหลายวิถีทางของทั้งอัลต์แมน และฮาซาบิส แต่แนนอนว่าลงท้ายแล้วเมื่อเดินหน้าไปถึงจุดหนึ่ง ทั้งสองก็ต้องยอม "บิดพลิ้ว" หลักการและจุดยืนบางอย่าง ซึ่งนั่นนำไปสู่การเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ทั้งสองค่าย นอกจากนี้เราจะได้เห็นร่องรอยของปัญหาและความเสี่ยงที่อาจจะตามมาของระบบปัญญาประดิษฐ์ทั้งหลาย ความเชื่อที่ว่าการเกิดขึ้นของเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างปัญญาประดิษฐืจะช่วยแบ่งเบาภาระงานของมนุษยชาตินั้น เอาเข้าจริงแล้วมีเส้นกั้นบางๆ อยู่ระหว่าง "การปลดปล่อยมนุษย์จากงานอันน่าเบื่อหน่าย" กับ "การแย่งชิงงานของมนุษย์แล้วปล่อยให้พวกเขาอดอยากท่ามกลางความอุดมสมบูรณ์" ไม่เพียงเท่านั้น ตลอดการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ทั้งหลาย ชุดข้อมูลอันเป็นทรัพยากรที่ถูกใช้สำหรับการฝึกฝนปัญญาประดิษฐ์เหล่านี้หลายส่วนยังเป็นความลับ และอาจจะเต็มไปด้วยอคติ (ปัญญาประดิษฐ์แบบ ChatGPT หรือ Gemini รวมถึง AI ตัวอื่นๆ จะถูกฝึกด้วยชุดข้อมูลจำนวนมหาศาลที่กวาดต้อนมาเพื่อให้พวกมันเรียนรู้ที่จะเข้าใจภาษา และฝึกฝนการโต้ตอบ รวมถึงเรียนรู้ที่จะสร้างภาพหรือวิดิโอต่างๆ ขึ้นด้วย) ราว 3-4 ปีก่อนถ้าจำกันได้ ระบบปัญญาประดิษฐ์ุดแรกๆ ที่ใช้จำแนกใบหน้าคนนั้น จำแนกว่าคนผิวดำเป็น "กอลิลลา" ไม่ใช่มนุษย์ - นี่คือหนึ่งในตัวอย่างของอคติที่แฝงฝังอยู่ในระบบปัญญาประดิษฐ์ แนวโน้มอีกประการที่น่ากังวลก็คือ ปัญญาประดิษฐ์อาจกลายเป็นศาสนาใหม่ในสังคม คำตอบของ ChatGPT หรือ Gemini หรือ Grok อาจมีสถานะเป็นพระวจนะแห่งพระผู้เป็นเจ้าผู้รอบรู้ในโลกสมัยใหม่ เราอาจกำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคที่ "พระผู้เป็นเจ้าและตำราศาสนากล่าวไว้ว่า..." ไปสู่ "AI ของฉันบอกไว้ว่า..." คงเป็นเรื่องน่าสยองไม่น้อยหากเรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่คนเชื่อการวินิจฉัยโรคโดย AI ที่ไม่รู้ว่าสมบูรณ์ไหม มากกว่าการวินิจฉัยของแพทย์ (เรื่องน่าสนใจก็คือ ในหนังสือเล่มนี้เขียนไว้อย่างชัดเจนว่า AI บางตัวถูกโปรแกรมและฝึกฝนให้ตอบสนองผู้ใช้ด้วยความมั่นใจ แม้ว่ามันจะไม่รู้จริงในเรื่องที่ผู้ใช้งานถาม ก็ต้องปะติดปะต่อเรื่องราวแล้วตอบด้วยรูปประโยคที่ดูน่าเชือ่ถือที่สุด ร้ายไปกว่านั้นคือบางครั้งพวกมันสร้างเนื้อหาปลอม รวมถึงอ้างอิงปลอมขึ้นมาเองเสียด้วย - ราวๆ ปีที่แล้วผมเห็นอาจารย์ท่านหนึ่งเขียนถึงเรื่องนี้ว่านักศึกษาในคลาสของอาจารย์ใช้ AI เขียนงานมาส่ง ปรากฏว่า AI ปลอมอ้างอิงขึ้นมาจริง โดยมันดึงเนื้อหาจากคลิปงานเสวนาของ อ.นิธิ มาเขียนเนื้อหา แต่กลับเขียนอ้างอิงแปลงงานเสวนาที่มันดึงข้อมูลมานั้น ไปเป็นอ้างอิงในรูปแบบหนังสือ) เป็นความโชคดีที่ผมอ่านหนังสือเล่มนี้หลังจากอ่าน "ทุนนิยมสอดแนม" จบไปแล้ว จึงปะติดปะต่อภาพได้เห็นอะไรในหลากหลายมิติมากขึ้น การเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์ที่นอกจากจะสร้างความเสี่ยงในชีวิตหน้าที่การงานของใครหลายคน อีกทั้งยังกวาดต้อนข้อมูลส่วนบุคคลของเราไปใช้เป็นทรัพยากรเพื่อพัฒนาตัวเองอย่างมหาศาลแล้ว ก็น่าสนใจว่าการเข้ามาของเทคโนโลยีนี้ภายใต้ความสัมพันธ์แบบทุนนิยม มันจะช่วยให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้น หรือจะยิ่งทำให้เราลำบากกว่าเดิม อีกประเด็นที่น่าตั้งคำถามก็คือ บรรดานักประดิษฐ์สายเทคทั้งหลาย หมายมั่นปั้นมือว่าจะสร้างระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ฉลาดทัดเทียมหรือฉลาดยิ่งกว่ามนุษย์ แต่ภายใต้ระบบปัญญาประดิษฐ์ที่สร้างข่าวปลอม สร้างเนื้อหาปลอมทะลักเข้าระบบทุกวัน ก็่าสนใจว่าปัญญาประดิษฐ์จะฉลาดขึ้นจนแซงมนุษย์ หรือมนุษย์เราจะโง่ลงจนปัญญาประดิษฐ์ตามทันกันแน่ อย่างไรก็ดี ผมสนับสนุนระบบเทคโนโลยีพวกนี้นะครับ แม้ว่าจะใช้เป็นบ้างไม่เป็นบ้าง และปฏิเสธจะใช้มันในหลายกรณีบ้าง (เช่น การอ่านหรือการเขียน 2 เรื่องนี้เป็นอะไรที่หัวเด็ดตีนขาดผมก็ไม่ยอมให้มันมาแย่งอ่านหนังสือแทนแล้วสรุปให้ หรือขึ้นโครงร่างงานเขียนแทนผมเองแน่ๆ) กลัวว่าทุกท่านอ่านแล้วจะเข้าใจว่าผมเป็นพวกต่อต้านเทคโนโลยี - ประเด็นเดียวของผมคือเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าเหล่านี้ควรรับใช้คนทั้งสังคม ไม่ใช่แค่มีไว้เพื่อสร้างความมั่งคั่งให้คนส่วนน้อย, ซึ่งน่าเสียดายปัจจุบันหน้าที่ของปัญญาประดิษฐ์กลับตอบสนองเป้าหมายหลังมากกว่าเป้าหมายแรก. หนังสือเล่มนี้เป็นผลงานแปลโดยคุณ แชมป์ ทีปกร วุฒิพิทยามงคล ด้วยสำนวนที่อ่านง่าย สนุก และลื่นไหลมากๆ ครับ จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ Salt
@SaltRead
เผื่อท่านใดจะไปซื้อหามาอ่านกัน - ขอขายพ่วงว่าโดยส่วนตัวอยากให้อ่านคู่กับเล่ม "ทุนนิยมสอดแนม" มากๆ ครับ #กันกันอ่าน #อ่าน2026
See More
Champ Wuttipitayamongkol
@tpagon
3 months ago
อันนี้เป็นบั๊กของสังคม corporate มีหลักชื่อ Peter Principle ที่บอกว่า คนเราจะได้โปรโมตไปจนถึงตำแหน่งที่เกินความสามารถ ทำให้สุดท้ายบ. จะเหลือแต่คนที่ไม่เก่งพอกับตำแหน่งงาน (คือคนเก่ง จะอยู่ที่เดิมไปเรื่อยๆ บ. ก็ไม่ค่อยจะให้อยู่)
Ibid.
@anarchiveowo
3 months ago
สมมติกุอายุเยอะขึ้นเรื่อยๆแต่อยากทำหน้างานอยากเป็นระดับปฏิบัติการอยู่ ไม่ได้อยากเป็นเมเนเจ้อหรือซีเนียร์ใดๆเงี้ย ก็คือไม่ได้ใช่ปะ55555 เพราะจะถูกเขี่ยทิ้งแล้วโดนเด็กรุ่นใหม่มาแทนที่เพื่อควบคุมปริมาณการจ่ายเงินเดือนขององค์กรใช่มะ คือไม่ใช่ทุกคนมันอยากทำงานบริหารปะวะ เห้อเหี้ยแม่ง
Champ Wuttipitayamongkol
@tpagon
3 months ago
@notsosad
🤣🤣🤣
Champ Wuttipitayamongkol
@tpagon
3 months ago
@sxicex
ยินดีที่ได้เจอคับบ
Last Seen Users on Sotwe
Tanveer
Seen from
United Kingdom
twerk sexy
Seen from
Turkey
🔞 𝑲𝒖𝒓𝒂𝒍𝒔𝒛𝟖𝟔 🔞
Seen from
Turkey
Jonathan Smaile
Seen from
Ecuador
Kitten
Seen from
United States
HaileyMilkies🍼🍼🍼
Seen from
United States
คู่วัยรุ่นบางนาสมุทรปราการ
Seen from
Thailand
Alyan Ali
Seen from
Thailand
خالد
Seen from
Algeria
Big Nippels
Seen from
Turkey
Trends for you
1
#82and0
Under 10K tweets
2
#WhyIChime
Under 10K tweets
3
Russell Wilson
Under 10K tweets
4
Rubio
Under 10K tweets
5
Hunter Biden
Under 10K tweets
6
Wilt
Under 10K tweets
7
Veto
Under 10K tweets
8
War Powers Resolution
Under 10K tweets
9
Saban
Under 10K tweets
10
The House
Under 10K tweets
Most Popular Users
1
Elon Musk
@elonmusk
240.1M followers
2
Barack Obama
@barackobama
119.3M followers
3
Donald J. Trump
@realdonaldtrump
111.6M followers
4
Cristiano Ronaldo
@cristiano
108.7M followers
5
Narendra Modi
@narendramodi
106.9M followers
6
Rihanna
@rihanna
97.2M followers
7
NASA
@nasa
92.1M followers
8
Justin Bieber
@justinbieber
90.5M followers
9
KATY PERRY
@katyperry
86.7M followers
10
Taylor Swift
@taylorswift13
80.5M followers
11
Lady Gaga
@ladygaga
72.1M followers
12
Kim Kardashian
@kimkardashian
69.3M followers
13
YouTube
@youtube
68.6M followers
14
Virat Kohli
@imvkohli
68.4M followers
15
Bill Gates
@billgates
63.3M followers
16
The Ellen Show
@theellenshow
62.5M followers
17
CNN
@cnn
61.9M followers
18
Neymar Jr
@neymarjr
60.9M followers
19
X
@x
60.9M followers
20
CNN Breaking News
@cnnbrk
59.9M followers
Olivia
Online
✨
⭐
💫