Home
Language
English
Türkçe
Bahasa Indonesia
About
Privacy Policy
Terms of Service
Pricing
Sign In
Download All
Share
Chai
@unclechai
Pursuit the happiness
Bangkok
Joined October 2009
89
Following
66
Followers
6K
Posts
unclechai
retweeted
Rukchanok Srinork
@nanaicez
about 23 hours ago
เปิดหลักฐานใหม่ โครงการ TH-AI Passport เริ่มประมูล มกราคมปี 69 แต่หลักฐานชี้ชัดว่าบริษัทเริ่มทำโครงการนี้ตั้งแต่ ตุลาคมปี 68 ถ้าไชยชนกบอกว่าโครงการนี้คือนโยบายของตัวเอง แปลว่า ผู้ร้ายตัวจริงในเรื่องนี้คือ ? เมื่อวาน ปาล์ม นิธิกร เปิดข้อมูลว่า "ตลาดแอป Android” (third-party APK store) มีข้อมูลบันทึกว่าบริษัท Plan B เคยทำโครงการชื่อ "Plan B AI Passport” ชื่อเหมือนโครงการ TH AI Passport เป๊ะ พอออกข่าววันเดียวก็ลบทิ้ง ถ้าไม่ได้ทำอะไรผิดแล้วจะลบทำไม ? วันนี้ไอซ์จะเปิดหลักฐานใหม่เพื่อยืนยันว่า โครงการนี้ต้องยกเลิกสัญญาเท่านั้น ไม่ใช่แค่ล็อคสเปคจอประชาสัมพันธ์ใน TOR หลังจากเราเปิดโปงเรื่องนี้ไป ก็ได้รู้ว่ายังพอมีคนที่รู้ผิดชอบชั่วดีปะปนอยู่ในเครือข่ายสีน้ำเงิน วันนี้ไอซ์มีหลักฐานที่คนในบริษัทที่รับทำโครงการนี้ส่งมาให้ซึ่งตรงกับสิ่งที่คนในกระทรวงดีอีให้ข้อมูลไว้ ว่าบริษัทเริ่มทำโครงการ TH-AI Passport นี้ เริ่มโปรเจคตั้งแต่ ตุลาคม 68 ก่อนที่ TOR จะเสร็จซะอีก! มันจะไม่เรียกว่าส่อทุจริตได้ยังไง ในเมื่อบริษัท เริ่ม Kick off ทำโครงการตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มประมูลเลย ความบังเอิญไม่มีในโลก นี่คือหลักฐานว่า มันคือการกระทำอย่างเป็นระบบจริงๆ รูปบนสุด หมายเลข 1 : เป็นชุดสไลด์ที่ใช้ภายในบริษัท Human Intelligence (Hi) เอกสารประกอบสไลด์นำเสนอนี้ถูกสร้างวันที่ 1 ตุลาคม 68 มีข้อมูลงานในไปป์ไลน์ที่เป็นโปรเจคของบริษัท Hi โดยมีโครงการ TH AI Passport รวมด้วย คนในทีมยืนยันว่าทุกคนที่ทำงานรู้ตั้งแต่แรกว่าจะได้รับโครงการนี้ ตั้งแต่ยังไม่เริ่มประมูล แปลว่าเจ้าของบริษัทมีตาทิพย์ ? หรือ ไม่ก็มีเพื่อนสนิทเป็นคนที่อนุมัติงบประมาณได้หรือป่าวนะ ? หมายเลข 2 : เป็นสไลด์ที่ใช้ภายใน ของบริษัท อักษรย่อ BB คนในวงการรู้จักกันดี ซึ่งเป็นรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการ AI Passport ซึ่งไฟล์นี้ถูกสร้างมาตั้งแต่ เดือนตุลาคม ซึ่งได้รับการซัพต่อมาอีกที หมายเลข 3 : คือใบเสนอราคา ที่บริษัท S ส่งให้ Hi เพื่อทำราคา รูปกลาง หมายเลข 4 : วันที่ 27 ตุลาคม 68 คือวันที่ไฟล์ของโปรเจคถูกสร้าง ไล่เรียงไทมไลน์อีกรอบ ให้ทุกคนได้ตั้งสติ 8 พฤศจิกายน 68 : ไชยชนก ชิดชอบ เสนอโครงการเข้า ครม. เศรษฐกิจ 10 พฤศจิกายน 68 : นายกฯอนุทิน อนุมัติโครงการ 15 ธันวาคม 68 : ประกาศราคากลาง 24-26 ธันวาคม 68 : ประกาศเชิญชวนให้บริษัทเข้าร่วมเสนอราคาประมูล 26 มกราคม 69 : ปิดรับ 30 มกราคม 69 : ประกาศผล 7 เมษายน 68 : ลงนามสัญญา ซึ่งถ้าโครงการนี้มันเกิดขึ้นในรูปแบบบปกติ ผู้ชนะประมูลควรเริ่มทำโครงการ ในช่วงเดือนมกราคม ตั้งแต่วันที่ประกาศผล ว่าตนเป็นผู้ชนะการประมูล ซึ่งพรรคประชาชนเราตั้งข้อสังเกตไปนานแล้วไง ว่ามันไม่มีทางทำทันใน 30กว่าวัน นี่ก็คือเฉลยว่าทำไมถึงทำทันเพราะทำไว้เป็นเดือนแล้ววว !! โครงการนี้เริ่มทำตั้งแต่ตุลาคม เริ่มตั้งแต่ยังไม่มีราคากลาง เริ่มตั้งแต่ยังไม่มี TOR เริ่มตั้งแต่ยังไม่มีการประกาศผู้ชนะ แปลว่า บริษัท รัฐมนตรี ปลัด และคนอื่นๆที่มีส่วนเกี่ยวข้อง รู้ตั้งแต่แรกแล้วจะใครจะได้โครงการ แบบนี้มันเรื่องว่าอะไร ไหนพูดดิ๊ ? หมายเลข 5 : คือชื่อผู้รับผิดชอบ เราได้เอาชื่อไปเช็คแล้ว ปัจจุบันยังทำงานอยู่ในบริษัท อักษรย่อ BB แต่เราต้องขอขอบคุณ คนที่ยังเห็นแก่ประโยชน์ สาธารณะ เห็นแก่บ้านเห็นแก่บ้านเมือง ที่ส่งทั้งหมดนี้มาให้ นี่คือหลักฐานว่า โครงการประกาศผู้ชนะปีนี้ แต่งานเริ่มตั้งแต่ปีที่แล้ว ตามแนวนโยบายของนายกที่บอกว่าสั่งวันนี้เสร็จเมื่อวาน แต่เคสนี้เสร็จแล้ว ฟ้าเปลี่ยนจากสีน้ำเงินเมื่อไรห่ น่าจะมีคนได้นอนตาราง – – – – – ทุกคนฟังนะ มันไม่ใช่แค่โครงการนี้ มันยังมีโครงการ IT , AI , คลาว , upskill/reskil e-learning ที่อยู่ในวงโคจรสีน้ำเงินทั้งหมดรวมหมื่นกว่าล้าน ไม่ว่า TH-AI Passport 1600 ล้านบาท National Credit Bank 380 ล้านบาท NDLP 1300+450 ล้านบาท คลาวด์ NDLP 2,800 ล้านบาท ทั้งหมดนี้ มันวนๆ ซึ่ง ’ผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง‘ มีแค่หยิบมือ และที่ยังรอในไปป์ไลน์อีก Skill-Credit Portfolio อว. 5,400 ล้านบาท Skill-Credit Portfolio ศธ. 1,600 ล้านบาท อว รัฐมนตรีเติมเชน สั่งทบทวน TOR แล้ว แต่รัฐมนตรีติ๊กต๊อก ยังนิ่ง! (1/2)
See More
unclechai
retweeted
べんごし ทแนะทนัย ⚖️
@scopi_no
1 day ago
ทำแบบเปิดเผย ไม่อายกันแล้ว เริ่ดเนอะ เงินประชาชนมันหอมหวาน
unclechai
retweeted
Parit Wacharasindhu (Itim)
@paritw92
about 21 hours ago
[ เจาะลึกคลิปฮั้ว สว. (ภาค 2): ในเมื่อ กกต. ยังไม่ตอบ มาลองดูว่าประธานวุฒิสภา (มงคล สุระสัจจะ) จะตอบหรือไม่? ] . เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ผมได้เผยแพร่คลิปหลักฐานที่ปรากฎภาพของ 1 ใน 7 กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เดินเก็บโพยและตักเตือนผู้สมัครเกี่ยวกับการดำเนินการที่ไม่สุจริต ในวันเลือก สว. ระดับประเทศ . ผมทราบดี (ตามที่ได้พิมพ์ไปตั้งแต่วันนั้น) ว่า กกต. เคยชี้แจงว่าการที่ผู้สมัครคนหนึ่ง จะศึกษาคุณสมบัติของผู้สมัครคนอื่นและบันทึกหมายเลขผู้สมัครที่ตนอยากเลือกลงในกระดาษเพื่อกันลืม ไม่ใช่เรื่องที่ผิดในตัวมันเอง แต่คำชี้แจงดังกล่าว ยังไม่สามารถอธิบายคำถามที่ผมได้ตั้งไว้ว่า: . 1. จากเหตุการณ์ในคลิป: กกต. เห็นอะไรในโพย หรือเห็นพฤติกรรมประกอบอะไรที่เสี่ยงจะไม่สุจริต? หากเอกสารและพฤติกรรมทั้งหมดไม่มีปัญหา กกต. จะเก็บเอกสารทำไม และจะตักเตือนผู้สมัครทำไม? . 2. ณ วันเลือก: กกต. ดำเนินการอย่างไรต่อหลังจากเหตุการณ์ในคลิป? กกต. ได้มีการเรียกประชุมทันทีระหว่างคณะกรรมการ 7 คนเพื่อตรวจหลักฐานหรือไม่? หากไม่ประชุม ทำไมถึงไม่ประชุม? หากประชุมแล้ว เหตุใดถึงไม่ใช้อำนาจยับยั้ง แก้ไข หรือเลื่อนการเลือก? . 3. หลังวันเลือก: กกต. ได้ตรวจสอบหลักฐานต่อหรือไม่ เพื่อวิเคราะห์ร่วมกับหลักฐานอื่น (เช่น เส้นทางการเงิน)? หลักฐานและผลตรวจสอบทั้งหมด อยู่ในสำนวนที่ 7 กกต. กำลังพิจารณา ใช่หรือไม่? . หลังจากผ่านมา 2-3 วัน ผมยังไม่ได้ยินคำชี้แจงใดๆจาก กกต. โดยเฉพาะจากคุณฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ กรรมการ กกต. ที่ปรากฏอยู่ในคลิป . ในระหว่างที่เรารอคุณฐิติเชฏฐ์ชี้แจง ผมเลยอยากชวนตั้งคำถามถึงบุคคลอีก 1 คน ที่คาดว่าปรากฏอยู่ในคลิปเดียวกัน และเป็นบุคคลที่พี่น้องสื่อมวลชนน่าจะเข้าถึงง่ายกว่า นั่นคือ สว. มงคล สุระสัจจะ หรือท่านประธานวุฒิสภาคนปัจจุบัน . . จากการสังเกตข้อความบนกระดาษที่แปะหลังเก้าอี้ รวมถึงการเทียบสรีระของผู้สมัครหมายเลขต่างๆในคลิป กับภาพของผู้สมัครแต่ละคนในใบสมัคร สว. ผมเข้าใจว่าผู้สมัคร สว. ทั้งหมดที่เราเห็นในคลิป คือผู้สมัครจากกลุ่ม 1 เฉพาะที่ผ่านการเลือกกันเองภายในกลุ่มจากช่วงเช้า . หากดูรายชื่อผู้สมัครดังกล่าวเรียงตามตัวเลข ผู้สมัครที่นั่งอยู่ด้านขวาของผู้สมัครหมายเลข 82 คงเป็นผู้สมัครที่มีหมายเลขถัดไปจาก 82 คือ หมายเลข 84 ซึ่งมีชื่อว่า “มงคล สุระสัจจะ” (น่าเสียดายที่กระดาษที่แสดงหมายเลข 84 ชัดๆ ถูกบังโดยผู้สมัครที่นั่งในแถวถัดไปพอดี) . โดยหากย้อนไปดูในคลิป เราจะเห็นว่า ณ เวลา 19:02:28 (ตามเวลาในมุมบนขวาของคลิป) ผู้สมัครหมายเลข 84 ได้มีการยื่นเอกสารฉบับหนึ่งให้กับ กกต. ฐิติเชฏฐ์ ที่มาเดินเรียกเก็บโพย . จากการเปรียบเทียบสรีระของผู้สมัครหมายเลข 84 กับสรีะระของประธานวุฒิสภา (ลองดูภาพใน comment) และจากทำการเปรียบเทียบในลักษณะเดียวกันกับผู้สมัครหมายเลขอื่นๆในคลิป (ยกเว้น 2 คนที่ดูเหมือนจะนั่งสลับที่กัน) ผมเชื่อว่าบุคคลในภาพ คือ สว. มงคล สุระสัจจะ หรือประธานวุฒิสภาคนปัจจุบัน . ผมจึงมีคำถามเบื้องต้นดังต่อไปนี้ถึงท่านประธานวุฒิสภา . 1. ท่านจะปฏิเสธหรือไม่ ว่าท่านไม่ใช่บุคคลในคลิป? . 2. เอกสารที่ท่านยื่นให้ กกต. ฐิติเชฏฐ์ คือโพยหมายเลขผู้สมัครใช่หรือไม่? . 3. หากใช่ ใครเป็นคนจัดโพยดังกล่าว? ท่านเป็นคนเขียนตัวเลขทั้งหมดด้วยตนเองจากการพิจารณาความเหมาะสมของผู้สมัครแต่ละคน หรือมีคนจัดทำหรือสั่งการให้ท่านเขียนโพยดังกล่าว ก่อนวันเลือก? . 4. ท่านทราบหรือไม่ ว่ามีผู้สมัครคนอื่น ที่มีโพยที่มีตัวเลขชุดเดียวกันกับโพยในมือของท่านหรือไม่? . 5. ท่านยืนยันได้หรือไม่ ว่าท่านไม่เคยเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มผู้สมัครที่มีการจัดทำโพยและจัดตั้งการลงคะแนนร่วมกัน โดยมีการตกลงแลกเปลี่ยนกันเรื่องเงิน ตำแหน่ง หรือผลประโยชน์อื่นใด? . . ในฐานะเพื่อนสมาชิกรัฐสภา ผมหวังว่าท่านจะให้คำตอบชัดๆต่อคำถามดังกล่าว เพื่อให้เกิดความกระจ่างกับสังคมครับ
See More
paritw92's tweet video.
unclechai
retweeted
กัณวีร์ สืบแสง Kannavee Suebsang
@nolkannavee
1 day ago
ระเบียบโลกใหม่อยู่ที่ปลายจมูกของไทย…แต่ไทยกลับมองไม่เห็น !! โลกกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านของการจัดระเบียบอำนาจครั้งใหม่ มหาอำนาจต่างเร่งขยายอิทธิพลทางเศรษฐกิจ ความมั่นคง และการทูต เพื่อสร้างพื้นที่ยุทธศาสตร์ของตนเอง ขณะที่ประเทศขนาดกลางและขนาดเล็กจำเป็นต้องกำหนดจุดยืนอย่างรอบคอบ คำถามคือ ไทยกำลังวางหมากอยู่หรือไม่ ?? สิ่งที่น่ากังวลคือ จุดเปลี่ยนสำคัญของภูมิรัฐศาสตร์กลับเกิดขึ้นตรงชายแดนของเราเอง !! พม่ากำลังกลายเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่มหาอำนาจให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ การที่ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย เข้าพบผู้นำสูงสุดของจีน ไม่ว่าจะเป็น สี จิ้นผิง หลี่ เฉียง หรือ จ้าว เล่อจี้ ไม่ใช่เพียงกิจกรรมทางการทูตตามปกติ แต่เป็นสัญญาณชัดเจนว่าปักกิ่งกำลังยกระดับความสัมพันธ์และมอบความชอบธรรมให้กับรัฐบาลทหารพม่า !! ขณะเดียวกัน จีนกำลังเร่งผลักดันระเบียงเศรษฐกิจจีน-เมียนมา (CMEC) ทั้งท่าเรือน้ำลึกคิวก์พยู ท่อส่งน้ำมันและก๊าซ ระบบราง และโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมยูนนานสู่มหาสมุทรอินเดีย เป้าหมายไม่ใช่แค่การค้า !! แต่คือการสร้างทางออกสู่มหาสมุทรอินเดีย ลดการพึ่งพาช่องแคบมะละกา และขยายอิทธิพลเชิงยุทธศาสตร์ของจีนในภูมิภาค ด้านรัสเซียก็เร่งปักหมุดอิทธิพลผ่านโครงการพลังงานและเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย รวมถึงการพัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กที่สะท้อนความร่วมมือระยะยาวกับรัฐบาลทหารพม่า เมื่อมองภาพรวม จะเห็นว่าจีนกำลังสร้างคิวก์พยู รัสเซียกำลังสร้างฐานที่ทวาย และมหาอำนาจต่างกำลังลงทุนกับพม่าในฐานะพื้นที่ยุทธศาสตร์แห่งอนาคต !! คำถามคือ ไทยกำลังมองเกมนี้อยู่หรือไม่ ?? หากโครงการเหล่านี้เดินหน้าได้สำเร็จ พม่าจะกลายเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและความมั่นคงแห่งใหม่ของภูมิภาค ดึงดูดเม็ดเงินลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน และความสนใจจากมหาอำนาจมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วไทยหล่ะครับ ?? หากเรายังคงปิดหูปิดตาต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตรงหน้า และมัวแต่เชื่อว่าโครงการแลนด์บริดจ์คือคำตอบของอนาคต เราอาจกำลังนำประเทศไปสู่การลงทุนที่ไม่สอดคล้องกับทิศทางของภูมิรัฐศาสตร์โลก เพราะในวันที่จีนมีคิวก์พยู พม่ามี CMEC และทวายได้รับการผลักดันจากรัสเซีย แลนด์บริดจ์จะตอบโจทย์อะไร ?? จะสร้างความได้เปรียบอะไร ?? และจะสามารถแข่งขันกับเส้นทางที่มหาอำนาจกำลังทุ่มทรัพยากรสนับสนุนอยู่ได้จริงหรือ ?? หากคำตอบยังไม่ชัดเจน การเดินหน้าโครงการขนาดมหาศาลเช่นนี้ อาจไม่ต่างจากการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ใช้งบประมาณมหาศาล สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตประชาชน แต่กลับไม่สามารถสร้างความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ให้ประเทศได้อย่างแท้จริง !! ประเทศไทยยังมีแต้มต่อที่มหาอำนาจอื่นไม่มี นั่นคือความสามารถในการสร้างสันติภาพและเชื่อมโยงกับทุกฝ่ายในพม่า ทั้งในระดับรัฐต่อรัฐและระดับประชาชนต่อประชาชน ซึ่งเป็นทุนทางการเมืองที่สั่งสมมาจากประวัติศาสตร์และความสัมพันธ์อันยาวนาน นี่คือสิ่งที่จีน รัสเซีย หรือแม้แต่มหาอำนาจใดๆ ก็ทดแทนไทยไม่ได้ !! ระเบียบโลกใหม่ไม่ได้อยู่ไกลจากประเทศไทยเลย หากแต่อยู่ตรงปลายจมูกของเราเอง คำถามสุดท้ายจึงไม่ใช่ว่า จีนกำลังทำอะไรในพม่า หรือรัสเซียกำลังลงทุนอะไรในทวาย แต่คือ ไทยจะกำหนดจุดยืนของตนเองอย่างไรในโลกใบใหม่ที่กำลังก่อตัวขึ้นตรงหน้าของเรา ?? เพราะหากเราไม่อ่านเกม ไม่วางหมาก และไม่ปรับตัวให้ทัน วันหนึ่งเราอาจพบว่า ประเทศที่เคยถูกมองว่าเป็นปัญหาของภูมิภาค กลับกลายเป็นประเทศที่มหาอำนาจให้ความสำคัญมากกว่าไทยเสียอีก และวันนั้นแหละครับ ไทยจะถูกลบออกจากจอเรดาร์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ !! Cr.ภาพ PPTV HD 36 และ สำนักข่าวชายขอบ
See More
Who to follow
Invisible_gardener
@Invisiblegarde2
mame
@mmkibomm
ที่ดูตึง แค่คิดไม่ทัน ทำตัวไม่ถูก 2/10 อ่อมแก่ ฝากเลี้ยงด้วย เกร็ง 🥶😭☺️🫣
Uan On Tour
@wann_moo
Love. Love
unclechai
retweeted
Pawoot.com
@pawoot
2 days ago
·
Bang Phrom
"ความไร้ประสิทธิภาพของ ”กรรมาธิการ” ในรัฐสภา" ฝากถึงประธานสภา . ผมเคยเป็นคนนอก ที่ได้เข้าไปนั่งในห้องประชุมกรรมาธิการรัฐสภา แล้วสิ่งที่เห็น… มันทำให้ผมอึ้งมาก..! . ขออธิบายก่อนว่า "กรรมาธิการ" คืออะไร? . ถ้ารัฐบาลคือฝ่ายบริหารประเทศ "กรรมาธิการ" ก็คือ กลุ่ม สส. และผู้เชี่ยวชาญ ที่มีหน้าที่จับตาดูและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ใช้งบภาษีประชาชน และมีอำนาจเรียกข้าราชการทุกกระทรวงมาให้ข้อมูลได้ . ก่อนที่ผมจะมาเป็น สส. ผมเคยเข้าไปร่วมงานกับหลายคณะกรรมาธิการในฐานะคนเอกชน ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและอีคอมเมิร์ซ และนั่นแหละครับ คือครั้งแรกที่ผมได้เห็นว่า "ภาษีของเราถูกใช้อย่างไร" ในรัฐสภา . ผมขอสะท้อนการทำงานของ "กรรมาธิการ" ในฐานะคนเอกชน และวันนี้เป็น สส. ที่ทำงานในกรรมาธิการมา และอยากเห็น รัฐสภาของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้น.! เพื่อคุ้มกับเงินภาษีพวกเราที่รัฐสภาได้ปีนึง 8 พันล้านบาท/ปีเลยทีเดียว . โดยเรามีคณะกรรมาธิการรวมทั้ง สว. และ สส. รวม 50 กว่าคณะ และมีอนุกรรมาธิการอีกร้อยกว่าคณะ ถ้ารวมทั้งหมด น่าจะเกือบ 200 คณะ โดยทั้งหมดจะเกี่ยวข้องกับคนหลายพันคน...เยอะมั้ยครับ . #เรื่องแรก: ปัญหาด้านตัวสมาชิกกรรมาธิการ - สมาชิก กมธ. ถูกส่งมาแบบไม่ตรงกับความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ - มาลงชื่อรับเบี้ยแล้วกลับ โดยไม่นั่งประชุมจริง ระบบปัจจุบันนับองค์ประชุมด้วยการ "เซ็นชื่อ" ทำให้ สส. เน้นวิ่งรอกไปเซ็นชื่อหลายห้องแทนที่จะนั่งพิจารณาเนื้อหาจริง - ซื้อ-ขายตำแหน่ง เลขา/ผู้ช่วยในกรรมาธิการ เพื่อให้คนนอกใช้โลโก้รัฐสภาและตำแหน่งหากิน วิ่งเต้น หรือข่มขู่หน่วยงานต่างๆ - มาประชุมแต่ไม่มีส่วนร่วม เพราะถูกพรรคส่งมาตามโควตาโดยไม่มีความรู้ในเรื่องนั้น (นั่งแช่แป้งไปอย่างนั้น) . #เรื่องที่สอง: ปัญหาการบริหารกรรมาธิการ - ไร้เป้าหมาย ประธาน กรรมาธิการ ที่ได้ตำแหน่งมาตามโควตาการเมือง ไม่มีเจตจำนงแก้ปัญหา ตั้งวาระแบบ "ใครมีอะไรเสนอมาไปเป็นครั้งๆ" ทำให้ทำงานไร้ทิศทาง กมธ. ไม่มีประสิทธิภาพเอาซะเลย - เชิญหน่วยงานโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน ทำให้เจ้าหน้าที่รัฐเสียเวลาครึ่งวันโดยไม่เกิดผล และบางเรื่องถูกเชิญซ้ำจากหลายกรรมาธิการ - ลองนึกภาพดูนะครับ ข้าราชการระดับอธิบดี ต้องทิ้งงานมาตั้งแต่เช้า นั่งรอจนเกือบเที่ยง เพื่อตอบคำถามเดิมซ้ำๆ ให้กับคนที่ไม่ยอมนั่งฟัง - งบดูงานต่างประเทศ ถูกใช้ไปกับการท่องเที่ยวมากกว่าการศึกษาดูงานจริง . #เรื่องที่สาม: ผลประโยชน์ทับซ้อน เรื่องใหญ่มากที่ไม่ค่อยมีคนพูดถึง - บางคณะกรรมาธิการถูกใช้เป็นเครื่องมือ "หาข้อมูลเชิงลึก" เพื่อเอื้อประโยชน์ธุรกิจของตัวเองหรือพวกพ้อง - ข้าราชการถูกกดดันให้เปิดข้อมูลที่ไม่ควรเปิด บางครั้งเป็นข้อมูลที่กำลังอยู่ในกระบวนการคดีความด้วยซ้ำ - แบบนี้มันคือการใช้อำนาจรัฐสภาเพื่อประโยชน์ส่วนตัว ไม่ใช่เพื่อประชาชนครับ . #เรื่องที่สี่: ถามเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับตัวเองเลย - กรรมาธิการแต่ละคณะมีขอบเขตหน้าที่ชัดเจน แต่บางครั้ง เรื่องที่ถูกเรียกข้าราชการมาชี้แจง ไม่เกี่ยวกับคณะนั้นแม้แต่น้อย - ที่แย่กว่านั้น ข้าราชการหน่วยงานเดียวอาจถูก 3-4 กรรมาธิการเรียกไปชี้แจงเรื่องเดียวกัน เพราะแต่ละคณะไม่ได้คุยกัน ไม่มีระบบตรวจสอบว่าใครทำเรื่องอะไรอยู่แล้ว (อันนี้เห็นบ่อยมากก...) - ราชการแทบอัมพาตครับ เพราะต้องวิ่งรอกไปชี้แจงในสภาตลอด . . #แล้วยังมีเรื่องทำซ้ำอีก กรรมาธิการหลายคณะ "ตั้งเรื่องศึกษาซ้ำกับเรื่องที่คนอื่นทำไปแล้ว" กับกรรมาธิการชุดก่อนๆ หรือจากวุฒิสภา เพราะไม่มีใครไปเช็คว่ามีรายงานเก่าอยู่แล้วหรือเปล่า ผลคือ เรียกข้าราชการมาพูดเรื่องเดิม ตอบคำถามเดิม ในห้องใหม่ กับคนใหม่ ที่ไม่เคยอ่านรายงานเก่าเลย เรื่องนี้ผมว่าถือเป็นปัญหาที่ใหญ่มากๆ เพราะมันทำให้ไม่เกิดประสิทธิภาพ และเสียเวลา ค่าใช้จ่ายของประเทศมหาศาล ** อันนี้ต้องปรับด่วนๆ . . #ผมไม่ได้บอกว่าทุกคณะเป็นแบบนี้นะครับ มีกรรมาธิการหลายคณะที่ทำงานหนักมาก ประธานมีความรู้ มีเป้าหมายชัด และขับเคลื่อนเรื่องสำคัญได้จริง . แต่ระบบที่ดีไม่ควรฝากความหวังไว้กับ "คนดี" เพียงอย่างเดียว ต้องมี "ระบบ" และกลไกที่บังคับให้ทุกคนทำงานอย่างมีประสิทธิภาพด้วย . #ทำไมเราถึงมีกรรมาธิการที่ไม่มีประสิทธิภาพ? - เพราะ สส. บางส่วน(ใหญ่) มาจาการซื้อเสียง ไม่ได้มีความรู้ความสามารถจริงๆ ไม่มีเจตจำนงค์ทางการเมือง ในการแก้ปัญหาให้กับประเทศนี้จริง หวังเข้ามาเพราะอำนาจ การคอรัปชั่นเงินภาษีพี่น้องประชาชน - พอคนเหล่านี้เข้ามา ก็มาเป็นแบบที่ผมสรุปมาข้างบนล่ะครับ เข้ามาก็ไม่ได้อยากมาทำงาน มาอยู่สภาไปวันๆ เซ้นชื่อ ได้เงินเบี้ยประชุมแล้วก็หนีกลับ... เส้าเนอะ... . . อ่านต่อ....
See More
unclechai
retweeted
Dr.Nantana
@Dr_Nantana
2 days ago
คดีฮั้วสว.มองจากดาวอังคารก็ยังเห็น เช่นนี้แล้วกกต.ก็ควรส่งสำนวนของคณะอนุฯ 26 ไปยังศาลฎีกา เพื่อให้ประชาชนคลายข้อกังขา เพราะหลักฐานทั้งนิติวิทยาศาสตร์ พยานบุคคล อาคารสถานที่ เส้นเงิน โทรศัพท์ โพยฮั้ว คลิปวิดีโอ ฯลฯ ชัดยิ่งกว่าชัด ถ้าปัดตก โดย "ยกคำร้อง"ตามมติของ อนุฯ36 จะเข้าข่าย #ช่วยน้ำเงินด้วย หรือไม่ !? #สวนันทนา #ฮั้วสว
See More
Dr_Nantana's tweet video.
unclechai
retweeted
Austin Rose lll🍊🧡
@natlamborghini1
3 days ago
คอมเม้นคุณจอร์น ฮาไปนะ🤣😅
unclechai
retweeted
นักเรียนดีย์ - good student
@Good_studentt
3 days ago
พรี่ๆ
#สว
ทุกท่านคร่ะ มาดูคลิปหลุดของพวกท่านผู้ทรงเกียรติเร็ว
unclechai
retweeted
พรรคประชาชน - People's Party
@PPLEThai
2 days ago
[ กาง 4 เหตุผล กกต. ควรส่งคดีฮั้ว สว. ไปที่ศาล ถ้ายกคำร้องทั้งที่หลักฐานชัด เท่ากับรู้เห็นเป็นใจกับการโกง? ] . เวลานี้ กกต. ทั้ง 7 คนจะเป็นผู้ชี้ขาดว่าคดีฮั้ว สว. จะไปถึงศาลหรือไม่ . ก่อนหน้านี้มีการตั้งคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ซึ่งเป็นการทำหน้าที่ร่วมกันระหว่าง กกต. และดีเอสไอ หลังจากพิจารณาข้อเท็จจริงทั้งหมด คณะกรรมการไต่สวนก็มีมติเห็นว่ามีบุคคลที่มีมูลว่ากระทำความผิดอย่างน้อย 229 คน ซึ่งแบ่งออกเป็นอย่างน้อย 138 คนที่เป็น สว. และอีกอย่างน้อย 91 คนที่เป็นเครือข่ายของพรรคการเมืองหนึ่ง โดยมีหลายคนเป็น สส. รวมถึงบุคคลใน ครม. ด้วย . โดยคณะไต่สวนชุดที่ 26 มีมติเห็นควรให้ กกต. มีมติดำเนินคดีและฟ้องทั้ง 229 คนไปที่ศาล เมื่อมีการสรุปเช่นนี้ออกมาเมื่อกลางปี 2568 กกต. จึงมีการตั้งคณะอนุวินิจฉัยฯ ชุดที่ 36 ขึ้นมาเพื่อกลั่นกรอง ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้วเสร็จ คณะอนุวินิจฉัยฯ กลับมีมติสวนทางกัน ว่าทั้ง 229 คนไม่มีมูลความผิด และเสนอให้ กกต. 7 คนยกคำร้อง . วันนี้ (14 มิ.ย.) ที่พรรคประชาชน พริษฐ์ วัชรสินธุ
@paritw92
สส.บัญชีรายชื่อ กล่าวย้ำในการแถลงข่าวว่ากรณีนี้อยู่ที่ กกต. ทั้ง 7 คนว่าจะเห็นอย่างไร ในเมื่อมีมติสวนทางกันระหว่างคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 กับคณะอนุวินิจฉัยฯ ชุดที่ 36 ทางเลือกของ กกต. มี 3 ความเป็นไปได้ . 1) เห็นชอบตามข้อเสนอของคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ส่งเรื่องของทั้ง 229 คนไปที่ศาล 2) เห็นตามคณะอนุวินิจฉัยฯ ชุดที่ 36 ยกคำร้องทั้ง 229 คน 3) ฟ้องหรือส่งคำร้องเฉพาะบางคนและยกคำร้องหลายคน ซึ่งอาจถูกมองว่าเป็นการสละบางคนเพื่อปกป้องบุคคลสำคัญที่ถูกกล่าวหาหรือไม่ . ซึ่งน่าจะได้ข้อสรุปในเดือนกันยายน 2569 ตามกรอบเวลา 90 วัน หลังจากที่ กกต. 7 คน เริ่มพิจารณาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา . มี 4 เหตุผลที่ กกต. ควรส่งเรื่องและคำร้องของทั้ง 229 คนไปที่ศาล ตามมติหรือข้อเสนอของคณะไต่สวนชุดที่ 26 . 🟠[ เหตุผลที่ 1 หลักฐานในคดีนี้ ชัดเจนและหนักแน่นกว่าหลักฐานในคดีก่อนหน้าที่ กกต. เคยมีมติส่งเรื่องไปที่ศาล ] . จากการสำรวจรวบรวมข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ หรือที่มีการยื่นมาจากผู้ร้องหรือผู้ให้การกับคณะไต่สวน เป็นที่คาดการณ์ได้อย่างชัดเจนในระดับหนึ่งว่าหลักฐานที่อยู่ในสำนวนมีประเภทใดบ้าง ไม่ว่าจะเป็น . - สถิติในการลงคะแนนในวันเลือก สว. ที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเกิดขึ้นโดยธรรมชาติหากไม่มีการจัดตั้งให้มีการเลือกตามโพย - ตัวเลขการลงคะแนนในบัตรที่สอดคล้องกับหลักฐานโพยที่มีการเก็บและเผยแพร่ให้สาธารณะได้เห็น - หลักฐานเรื่องการนัดหมายของกลุ่มบุคคลดังกล่าวที่โรงแรมต่างๆ ก่อนวันเลือก มีพยานที่ระบุได้ว่ามีการพูดคุยกันอย่างไรในที่ประชุมดังกล่าว - หลักฐานเรื่องการเดินทางที่มีการซื้อตั๋วเครื่องบินให้กับกลุ่มคนในเครือข่ายดังกล่าวเพื่อเดินทางมาประชุมก่อนวันเลือก - อุปกรณ์หรือเสื้อสีเดียวกันที่มีการแจก - คลิปเสียงที่ระบุถึงการนัดหมาย หรือการเสนอทั้งเรื่องเงิน ตำแหน่ง หรือผลประโยชน์อื่น เพื่อให้มีการลงคะแนนให้กันและกัน - และที่ชัดเจนที่สุดก็คือเส้นทางการเงิน . ดังนั้น หลักฐานที่อยู่ในสำนวนของคณะไต่สวนชุดที่ 26 มีความหนักแน่นและชัดเจนเพียงพอที่ กกต. ควรมีมติส่งเรื่องไปที่ศาลได้ ก่อนหน้านี้ กกต. เคยมีการพิจารณาคดีการเลือก สว. หลายคดีที่มีมติส่งเรื่องไปที่ศาล โดยที่หลักฐานยังเบากว่าหลักฐานที่อยู่ในคณะไต่สวนชุดที่ 26 ด้วยซ้ำ (เช่น คดี ลต. สว. 53/2568 (นครราชสีมา) และ คดี ลต. สว. 47/2568 (ชลบุรี) ที่มีเพียงหลักฐานที่เป็นข้อความสนทนาทาง LINE เพื่อขอคะแนนให้แก่กัน โดยไม่มีหลักฐานเรื่องการเสนอเงิน ตำแหน่ง หรือผลประโยชน์อื่น) . แล้วจะมีเหตุผลอะไรที่คดีที่มีหลักฐานทั้งเรื่องของโพย การนัดหมาย การเดินทาง คลิปเสียง เส้นทางการเงิน ฯลฯ จะไม่หนักแน่นเพียงเพียงพอที่ กกต. จะส่งเรื่องไปที่ศาลได้ หาก กกต. ไม่ส่งเรื่องไปที่ศาลก็จะถูกตั้งคำถามว่าใช้มาตรฐานที่แตกต่างกันหรือไม่ระหว่างคดีก่อนหน้าและคดีที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน
See More
Chai
@unclechai
1 day ago
@Batmantallk
81
unclechai
retweeted
น้องดุจดาว แบกหีย์หนีเพกาซัสรอบที่4
@kanyanhe
2 days ago
เนี่ย 😡😡😡 ให้กำลังใจไอติมกันเยอะๆ ช่วยกันยืนยัน ว่าสิ่งที่สว ทำ คือ ผิด
unclechai
retweeted
อีกหนึ่ง ทัศนคติ
@paichewee65779
2 days ago
คนดีย์ลักชาติทั้งนั้นถ้าเป็นพรรคอื่นโดนยุบพรรคไปแล้ว
unclechai
retweeted
นักเรียนดีย์ - good student
@Good_studentt
2 days ago
สิ้นแล้ว ตอนที่ไอซ์ มาเล่นการเมืองใหม่ๆ คือนางรวยกว่านี้มาก เพราะว่าทำธุรกิจขายของ รายได้เป็นร้อยล้านอ่ะ แต่ตอนนี้ นางเหลือ ทรัพย์สินรวม แค่ 7.1 ล้านเอง เงินสดในบัญชีมี ล้านกว่าๆ กับหนังสืออีก 900กว่าเล่ม255555 โอ้ยเอ็นดู
#พรรคประชาชน
#รักชนก
unclechai
retweeted
べんごし ทแนะทนัย ⚖️
@scopi_no
2 days ago
หลักฐานชัดเจนขนาดนี้ยังจะเงียบอยู่รึ
unclechai
retweeted
Austin Rose lll🍊🧡
@natlamborghini1
2 days ago
ตอบสั้นๆ แ...กล้วนๆ
unclechai
retweeted
Jen4cute 🪅
@Js_live2
2 days ago
พริษฐ์เปิดแล้ว ดูว่ากกต.จะออกมาโต้แย้งยังไง
Js_live2's tweet video.
unclechai
retweeted
Matichon Online
@MatichonOnline
3 days ago
พิชาย ชี้ปชน.แฉคลิปเก็บโพย ทำคดีฮั้วสว.มีน้ำหนัก เย้ยกกต. ผู้คุมกม. ทำได้แค่อ้อนวอน
#มติชนออนไลน์
unclechai
retweeted
Pawoot.com
@pawoot
2 days ago
·
Bang Phrom
#สิ่งที่ควรเปลี่ยนแบบตรงๆ
เลย ต้องฝากประธานรัฐสภาด้วย - คัดเลือกประธานกรรมาธิการจาก Expertise ไม่ใช่โควตา ตั้ง KPI และ Milestone ของแต่ละคณะอย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้นสมัย (อันนี้ต้องฝากแต่ละวิปไปคัดเลือกคนที่จะมาเป็นประธานให้ดี ไม่ใช้เลือกมาเพราะโควต้า หรือ เป็นการตอบแทน) - ระบบบันทึกเวลาเข้า-ออกห้องประชุม (สแกนใบหน้าหรือทาบบัตร) หากอยู่ไม่ถึง 70% ของเวลาประชุม ให้ตัดเบี้ยประชุมและห้ามลงมติในครั้งนั้น - Data Analytics & Research ของรัฐสภา ทีมเลขาธิการต้องสืบค้นฐานข้อมูลก่อนเสมอว่า "เรื่องที่จะศึกษา" เคยมีใครทำไว้แล้วหรือไม่ เพื่อ "ต่อยอด" ไม่ใช่ "ทำซ้ำ" - ก่อนเชิญหน่วยงานรัฐ ต้องส่งคำถามล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษร ถ้าตอบครบแล้ว บางครั้งอาจจะไม่จำเป็นต้องเรียกตัวมานั่งในสภา - กรรมาธิการที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับเรื่องที่พิจารณา ต้องถอนตัวออกจากห้องทันที การคัดเลือกสมาชิกกรรมาธิการ และอนุฯ รวมไปถึงเลขา และที่ปรึกาา ต้องเข้มข้น ตรวจสอบประวัติจริงๆ จังๆ ไม่ใช่ ไม่ตรง ก็ห้ามเข้ามา ไม่ใช่ใครเสนออะไรมาก็รับมั่วซั่ว. - ปรับงบดูงาน หากไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน ควรนำงบไปจ้างนักวิจัยเพื่อทำรายงานนโยบายที่มีคุณภาพแทน . . เพราะ กรรมาธิการ คือหน่วยงานที่จะตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล หากมีความเข้มแข็ง มีประสิทธิภาพ เราก็จะทำให้การทำงานของรัฐบาลมีประสิทธิภาพมากขึ้น ประเทศเราก็ดีมากขึ้น . ระบบกรรมาธิการมีประโยชน์มากครับ ถ้าใช้ให้ถูกทาง แต่วันนี้ มันไร้ประสิทธิภาพ สร้างภาระให้ระบบราชการ สร้างช่องทางให้คนหาผลประโยชน์ และสูญเสียงบประชาชนโดยเปล่าประโยชน์ . "ถึงเวลาที่ต้องพูดตรงๆ เพื่อทำให้ระบบรัฐสภาไทยเรามีประสิทธิภาพมากขึ้นแล้วครับ" เสียดาย ภาษีประชาชนครับ.! ต้องฝากทางประธานสภา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยครับ
See More
Chai
@unclechai
1 day ago
มุมมอง ที่ต้องคิดคาม
Pawoot.com
@pawoot
2 days ago
·
Bang Phrom
"ความไร้ประสิทธิภาพของ ”กรรมาธิการ” ในรัฐสภา" ฝากถึงประธานสภา . ผมเคยเป็นคนนอก ที่ได้เข้าไปนั่งในห้องประชุมกรรมาธิการรัฐสภา แล้วสิ่งที่เห็น… มันทำให้ผมอึ้งมาก..! . ขออธิบายก่อนว่า "กรรมาธิการ" คืออะไร? . ถ้ารัฐบาลคือฝ่ายบริหารประเทศ "กรรมาธิการ" ก็คือ กลุ่ม สส. และผู้เชี่ยวชาญ ที่มีหน้าที่จับตาดูและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ใช้งบภาษีประชาชน และมีอำนาจเรียกข้าราชการทุกกระทรวงมาให้ข้อมูลได้ . ก่อนที่ผมจะมาเป็น สส. ผมเคยเข้าไปร่วมงานกับหลายคณะกรรมาธิการในฐานะคนเอกชน ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและอีคอมเมิร์ซ และนั่นแหละครับ คือครั้งแรกที่ผมได้เห็นว่า "ภาษีของเราถูกใช้อย่างไร" ในรัฐสภา . ผมขอสะท้อนการทำงานของ "กรรมาธิการ" ในฐานะคนเอกชน และวันนี้เป็น สส. ที่ทำงานในกรรมาธิการมา และอยากเห็น รัฐสภาของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้น.! เพื่อคุ้มกับเงินภาษีพวกเราที่รัฐสภาได้ปีนึง 8 พันล้านบาท/ปีเลยทีเดียว . โดยเรามีคณะกรรมาธิการรวมทั้ง สว. และ สส. รวม 50 กว่าคณะ และมีอนุกรรมาธิการอีกร้อยกว่าคณะ ถ้ารวมทั้งหมด น่าจะเกือบ 200 คณะ โดยทั้งหมดจะเกี่ยวข้องกับคนหลายพันคน...เยอะมั้ยครับ . #เรื่องแรก: ปัญหาด้านตัวสมาชิกกรรมาธิการ - สมาชิก กมธ. ถูกส่งมาแบบไม่ตรงกับความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ - มาลงชื่อรับเบี้ยแล้วกลับ โดยไม่นั่งประชุมจริง ระบบปัจจุบันนับองค์ประชุมด้วยการ "เซ็นชื่อ" ทำให้ สส. เน้นวิ่งรอกไปเซ็นชื่อหลายห้องแทนที่จะนั่งพิจารณาเนื้อหาจริง - ซื้อ-ขายตำแหน่ง เลขา/ผู้ช่วยในกรรมาธิการ เพื่อให้คนนอกใช้โลโก้รัฐสภาและตำแหน่งหากิน วิ่งเต้น หรือข่มขู่หน่วยงานต่างๆ - มาประชุมแต่ไม่มีส่วนร่วม เพราะถูกพรรคส่งมาตามโควตาโดยไม่มีความรู้ในเรื่องนั้น (นั่งแช่แป้งไปอย่างนั้น) . #เรื่องที่สอง: ปัญหาการบริหารกรรมาธิการ - ไร้เป้าหมาย ประธาน กรรมาธิการ ที่ได้ตำแหน่งมาตามโควตาการเมือง ไม่มีเจตจำนงแก้ปัญหา ตั้งวาระแบบ "ใครมีอะไรเสนอมาไปเป็นครั้งๆ" ทำให้ทำงานไร้ทิศทาง กมธ. ไม่มีประสิทธิภาพเอาซะเลย - เชิญหน่วยงานโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน ทำให้เจ้าหน้าที่รัฐเสียเวลาครึ่งวันโดยไม่เกิดผล และบางเรื่องถูกเชิญซ้ำจากหลายกรรมาธิการ - ลองนึกภาพดูนะครับ ข้าราชการระดับอธิบดี ต้องทิ้งงานมาตั้งแต่เช้า นั่งรอจนเกือบเที่ยง เพื่อตอบคำถามเดิมซ้ำๆ ให้กับคนที่ไม่ยอมนั่งฟัง - งบดูงานต่างประเทศ ถูกใช้ไปกับการท่องเที่ยวมากกว่าการศึกษาดูงานจริง . #เรื่องที่สาม: ผลประโยชน์ทับซ้อน เรื่องใหญ่มากที่ไม่ค่อยมีคนพูดถึง - บางคณะกรรมาธิการถูกใช้เป็นเครื่องมือ "หาข้อมูลเชิงลึก" เพื่อเอื้อประโยชน์ธุรกิจของตัวเองหรือพวกพ้อง - ข้าราชการถูกกดดันให้เปิดข้อมูลที่ไม่ควรเปิด บางครั้งเป็นข้อมูลที่กำลังอยู่ในกระบวนการคดีความด้วยซ้ำ - แบบนี้มันคือการใช้อำนาจรัฐสภาเพื่อประโยชน์ส่วนตัว ไม่ใช่เพื่อประชาชนครับ . #เรื่องที่สี่: ถามเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับตัวเองเลย - กรรมาธิการแต่ละคณะมีขอบเขตหน้าที่ชัดเจน แต่บางครั้ง เรื่องที่ถูกเรียกข้าราชการมาชี้แจง ไม่เกี่ยวกับคณะนั้นแม้แต่น้อย - ที่แย่กว่านั้น ข้าราชการหน่วยงานเดียวอาจถูก 3-4 กรรมาธิการเรียกไปชี้แจงเรื่องเดียวกัน เพราะแต่ละคณะไม่ได้คุยกัน ไม่มีระบบตรวจสอบว่าใครทำเรื่องอะไรอยู่แล้ว (อันนี้เห็นบ่อยมากก...) - ราชการแทบอัมพาตครับ เพราะต้องวิ่งรอกไปชี้แจงในสภาตลอด . . #แล้วยังมีเรื่องทำซ้ำอีก กรรมาธิการหลายคณะ "ตั้งเรื่องศึกษาซ้ำกับเรื่องที่คนอื่นทำไปแล้ว" กับกรรมาธิการชุดก่อนๆ หรือจากวุฒิสภา เพราะไม่มีใครไปเช็คว่ามีรายงานเก่าอยู่แล้วหรือเปล่า ผลคือ เรียกข้าราชการมาพูดเรื่องเดิม ตอบคำถามเดิม ในห้องใหม่ กับคนใหม่ ที่ไม่เคยอ่านรายงานเก่าเลย เรื่องนี้ผมว่าถือเป็นปัญหาที่ใหญ่มากๆ เพราะมันทำให้ไม่เกิดประสิทธิภาพ และเสียเวลา ค่าใช้จ่ายของประเทศมหาศาล ** อันนี้ต้องปรับด่วนๆ . . #ผมไม่ได้บอกว่าทุกคณะเป็นแบบนี้นะครับ มีกรรมาธิการหลายคณะที่ทำงานหนักมาก ประธานมีความรู้ มีเป้าหมายชัด และขับเคลื่อนเรื่องสำคัญได้จริง . แต่ระบบที่ดีไม่ควรฝากความหวังไว้กับ "คนดี" เพียงอย่างเดียว ต้องมี "ระบบ" และกลไกที่บังคับให้ทุกคนทำงานอย่างมีประสิทธิภาพด้วย . #ทำไมเราถึงมีกรรมาธิการที่ไม่มีประสิทธิภาพ? - เพราะ สส. บางส่วน(ใหญ่) มาจาการซื้อเสียง ไม่ได้มีความรู้ความสามารถจริงๆ ไม่มีเจตจำนงค์ทางการเมือง ในการแก้ปัญหาให้กับประเทศนี้จริง หวังเข้ามาเพราะอำนาจ การคอรัปชั่นเงินภาษีพี่น้องประชาชน - พอคนเหล่านี้เข้ามา ก็มาเป็นแบบที่ผมสรุปมาข้างบนล่ะครับ เข้ามาก็ไม่ได้อยากมาทำงาน มาอยู่สภาไปวันๆ เซ้นชื่อ ได้เงินเบี้ยประชุมแล้วก็หนีกลับ... เส้าเนอะ... . . อ่านต่อ....
See More
unclechai
retweeted
Ton Veerayooth
@Ton_Veerayooth
4 days ago
ใครจำได้บ้างครับ ว่าครั้งหนึ่งไทยเคยเป็นผู้ส่งออกกุ้งอันดับ 1 ของโลก? 🦐 . ช่วงเวลา 20 ปีที่ทุกรัฐบาลบอกว่า “ประเทศไทยเป็นครัวของโลก” เป็น 20 ปีที่ไทยตกบัลลังก์ จากผู้ส่งออกกุ้งอันดับ 1 ของโลกมาอยู่กลางตารางและโดนทิ้งห่างไปเรื่อยๆ ความเดือดร้อนของผู้เลี้ยงกุ้งไทยที่โดนมาเลเซียแบนห้ามนำเข้าที่กำลังเป็นข่าวในตอนนี้ จึงสะท้อนอีกครั้งถึงความละเลยของรัฐบาลและราชการไทยตลอดยี่สิบปีที่ผ่านมา 🔴 ปัญหาเฉพาะหน้า: ไทยส่งออกกุ้งไปมาเลเซียเดือนละ 300 ตัน หรือ 3,000 ตัน? เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา มาเลเซียประกาศระงับการนำเข้ากุ้งจากไทย 5 สายพันธุ์ (กุ้งลายเสือ กุ้งแชบ๊วย กุ้งขาวแวนนาไม กุ้งกุลาดำ และกุ้งน้ำเงิน) โดยเป็นข่าวว่าเพื่อตอบโต้ทางการค้าจากที่ไทยตรวจจับปลากะพงขาวจากมาเลเซีย ในวันที่ 11 มิ.ย. กมธ.พัฒนาเศรษฐกิจ จึงเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาเพื่อหารือข้อเท็จจริงและมาตรการรับมือ โดยพบว่าปัญหาใหญ่ที่สุดคือ ข้อมูลที่ไม่ตรงกันระหว่างผู้เลี้ยงกุ้งกับหน่วยราชการ ทำให้มองระดับความรุนแรงของปัญหาต่างกันราวฟ้ากับเหว เพราะกรมประมงประเมินความเสียหายแค่เดือนละ 300-400 ตัน ในขณะที่ผู้ประกอบการให้ข้อมูลว่าปริมาณความเสียหายว่าน่าจะถึงเดือนละ 3,000 ตัน หรือปีละราว 40,000 ตัน เรียกว่า "ตัวเลขทางการ" กับ "ตัวเลขจริง" อาจต่างกันระดับ 10 เท่าตัว เหมือนกับหลายเรื่องในประเทศไทย ที่พอตัวเลขทางการไม่ค่อยสอดคล้องกับสถานการณ์จริง รัฐบาลก็จะประเมินความเสียหายและออกมาตรการเพื่อรับมือเบากว่าปัญหาหน้างาน ในกรณีของกุ้ง ถ้ามาเลเซียเลือกปิดด่านนำเข้าแบบนี้ จะทำให้ตลาดกุ้งของไทยเองรวนทั้งระบบ เพราะหากปริมาณที่เคยส่งออกถึง 3,000 ตันต่อเดือนต้อง “ไหลย้อนกลับ” มาที่ตลาดภายในของไทยเองทั้งหมด ราคากุ้งจะต้องป่วนเป็นลูกโซ่ เกิดการตัดราคาภายในครั้งใหญ่ แม้ว่ากระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรฯ จะเดินหน้าแก้ปัญหาแล้ว แต่ในฐานะหน่วยราชการก็จะทำได้เพียงกระบวนการที่เป็นทางการ อย่างการส่งหนังสือไปที่มาเลเซีย การเตรียมใช้เวทีระหว่างประเทศเช่น WTO โต้แย้ง หรือเตรียมระบายผลผลิตผ่านโครงการธงฟ้าหรือไทยช่วยไทยพลัส แต่การระบายสินค้าภายในประเทศตามแนวทางของกระทรวงพาณิชย์กว่าจะเกิดขึ้นก็ปลายเดือนมิถุนายน แต่สมาคมผู้เลี้ยงกุ้งบอกว่านี่คือ "10 วันอันตราย" เพราะกุ้งที่พร้อมขาย หากผ่านไปแค่ 10-15 วัน กุ้งจะคุณภาพลดลงหรือทยอยตาย เพราะเกิดความแออัดในบ่อ เสี่ยงต่อการติดเชื้อ 🔴 ปัญหาใหญ่ : แก้ 4 โรคไม่ได้ กุ้งไทยไม่มีวันกลับมา อุตสาหกรรมกุ้งเป็นหนึ่งในไม่กี่อุตสาหกรรมของไทยที่มีห่วงโซ่การผลิตครบวงจรในประเทศ ครอบคลุมตั้งแต่การผลิตอาหารกุ้ง การเพาะพันธุ์ลูกกุ้ง การเพาะเลี้ยงในฟาร์ม ไปจนถึงการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ สมาคมผู้เลี้ยงกุ้งให้ข้อมูลว่า เรามีเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งประมาณ 2 แสนครอบครัว กระจายอยู่ทั่ว 34 จังหวัดทั่วประเทศ ช่วงปลายทศวรรษ 2540 ประเทศไทยเคยเป็นผู้ผลิตและส่งออกกุ้งอันดับ 1 ของโลก เคยผลิตถึง 640,000 ตันต่อปี แต่เจอจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อเกิดการระบาดของโรคตายด่วน หรือ Early Mortality Syndrome (EMS) เมื่อปี 2555 ผ่านไปอีกสิบปี โรค EMS ยังจัดการไม่ได้ แต่มีโรคใหม่เพิ่มอีก 3 โรค คือ ไวรัสตัวแดงดวงขาว ไวรัสหัวเหลือง และโรคติดเชื้อขี้ขาวอีเอชพี แต่องค์ความรู้ในการแก้โรคกุ้งของเรายังไม่ขยับตาม ยอดผลิตและส่งออกกุ้งของไทยจึงถดถอยต่อเนื่อง จาก 640,000 ตัน ก็เหลือแค่ 270,000 ตันต่อปี ในขณะที่ “เอกวาดอร์” ทะยานขึ้นมาเบียดกับจีนและอินเดีย เพราะเอกวาดอร์มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเลี้ยงกุ้งอย่างต่อเนื่อง เน้นการเลี้ยงแบบธรรมชาติ ด้วยอาหารคุณภาพสูง ที่เหมาะกับสายพันธุ์พื้นถิ่น จนเพิ่มผลิตภาพและคุณภาพมาเป็นอันดับหนึ่งแทนประเทศไทย ผู้กำหนดนโยบายต้องไม่ยึดติดกับมายาคติว่า “ไทยเป็นครัวของโลก” แม้แต่ในสินค้าเกษตรก็มีการแข่งขันสูงขึ้นเรื่อยๆ มีผู้เล่นหน้าใหม่เข้าสู่สนามเสมอ เราต้องรู้จักคู่แข่งของเราในตลาดโลกให้ถ่องแท้กว่านี้ ว่าเขากำลังทำอะไรกัน เดินหน้าไปทางไหน ก่อนที่เราจะไม่เหลือใครอยู่ข้างหลังครับ
See More
Last Seen Users on Sotwe
NaxOn
Seen from
United States
Willy Tolerdo
Seen from
Spain
Kyle Kickstand ⚠️ 👹 L.A. JUNE 30th - JULY 6th
Seen from
Turkey
Ahmed Sakib 🇧🇩
Eslam Gebsa
Seen from
Egypt
Hatice
Seen from
Turkey
ByBaskaN
Seen from
Turkey
Chacalito y Mas
Seen from
Mexico
🔥 🫦 AŞK ve HER DALDAN 🫦🔥
Seen from
Turkey
Bara Yaoi 🔞
Seen from
Indonesia
Trends for you
1
Michelle Obama
Under 10K tweets
2
White House
Under 10K tweets
3
Iran
Under 10K tweets
4
Cape Verde
Under 10K tweets
5
Kenzie
Under 10K tweets
6
Spain
Under 10K tweets
7
Good Tuesday
Under 10K tweets
8
Cabo Verde
Under 10K tweets
9
#WWERaw
Under 10K tweets
10
Joan Rivers
Under 10K tweets
Most Popular Users
1
Elon Musk
@elonmusk
240.3M followers
2
Barack Obama
@barackobama
119.2M followers
3
Donald J. Trump
@realdonaldtrump
111.6M followers
4
Cristiano Ronaldo
@cristiano
109.6M followers
5
Narendra Modi
@narendramodi
106.9M followers
6
Rihanna
@rihanna
97.4M followers
7
NASA
@nasa
92.1M followers
8
Justin Bieber
@justinbieber
90.7M followers
9
KATY PERRY
@katyperry
87.2M followers
10
Taylor Swift
@taylorswift13
81M followers
11
Lady Gaga
@ladygaga
72.5M followers
12
Kim Kardashian
@kimkardashian
69.5M followers
13
Virat Kohli
@imvkohli
69.1M followers
14
YouTube
@youtube
68.6M followers
15
Bill Gates
@billgates
63.6M followers
16
The Ellen Show
@theellenshow
62.5M followers
17
CNN
@cnn
61.9M followers
18
Neymar Jr
@neymarjr
61.8M followers
19
X
@x
60.9M followers
20
Selena Gomez
@selenagomez
60.3M followers
Olivia
Online
✨
⭐
💫