Home
Language
English
Türkçe
Bahasa Indonesia
About
Privacy Policy
Terms of Service
Pricing
Sign In
Download All
Share
miles
@ymoobinz
Joined July 2010
163
Following
24
Followers
2.2K
Posts
ymoobinz
retweeted
Pooh
@saintcattivo
24 days ago
แพลตฟอร์ม AI ของรัฐไทย AiPASS เพิ่งออกประกาศความเป็นส่วนตัว อ่านจบมี 5 เรื่องที่เขาบอกอ้อมๆ แต่คุณควรรู้ก่อนสมัคร 1. แชทของคุณถูกเก็บจริง 1 ปี พร้อมผูกกับเลขบัตร 13 หลักผ่าน ThaID และท้ายทุกข้อมีคำว่า "เว้นแต่จำเป็นเพื่อประโยชน์สาธารณะ" แปลว่ารัฐนิยามเอง เก็บเกินกี่ปีก็ได้ คำว่า "ลบใน 1 ปี" เลยแทบไม่มีความหมาย 2. ข้อ 13 เก็บแชท + พฤติกรรม + ตัวตน เพื่อตรวจ "ความมั่นคงราชอาณาจักร / ความผิดคอมพิวเตอร์" โดยไม่ต้องรอคำสั่งศาล นี่คือการเฝ้าระวังแชทล่วงหน้า ทุกคำที่พิมพ์ รัฐอ่านได้ตลอด 3. มีโหมดชื่อ "Temporary Chat" แต่เก็บข้อมูล 1 ปีเหมือนแชทปกติทุกประการ ถ้าชั่วคราวจริงควรลบในนาที ไม่ใช่รอปี ชื่อมันหลอก 4. แชทของคุณเอาไป "พัฒนา National LLM" ได้ โดยอ้างว่า "ลบชื่อก่อน" แต่เอกสารใช้ทั้ง anonymization และ pseudonymization ปนกัน ซึ่งแบบหลังย้อนกลับเป็นตัวตนได้ และถ้าถูกฝึกเข้าโมเดลแล้ว ลบไม่ได้อีกตลอดไป 5. สิทธิ์คัดค้าน ลบ โอนย้าย มีครบตาม PDPA แต่ทุกรายการถูกหักล้างด้วย "ประโยชน์สาธารณะที่สำคัญกว่า" ซึ่งรัฐนิยามเองได้ตลอด กฎเหล็กถ้าจะใช้ AiPASS: เรียน งาน เรื่องทั่วไปได้ แต่ห้ามพิมพ์เรื่องการเมือง สุขภาพ ศาสนา หรือความเห็นอ่อนไหวเด็ดขาด เพราะมันคือข้อมูลที่เก็บไว้รอวันรั่ว และประวัติศาสตร์หน่วยงานรัฐไทยบอกชัดว่าข้อมูลหลุดบ่อยแค่ไหน ไม่ใช่คำถามว่า "จะรั่วไหม" แต่เป็น "เมื่อไหร่" ของฟรีมันก็ดีแต่แลกมาด้วยอะไรบ้างก็ต้องอย่าลืมคอยถามตัวเองบ่อยๆ โมเดลมันหอมน่าใช้จริงแต่ว่า… #THAIpassport
See More
ymoobinz
retweeted
PP. 🐈⬛
@Porpor_1124
4 months ago
ส่วนตัวใช้ท้ัง Dime และ Webull ถ้าสายเทคนิคอล แอบเชียร์ webull อีกเสียงค่ะ (รองรับหุ้นทั่วโลก ไทย เมกา จีน อื่นๆได้หมด) ภาพแรก - สัญญาณเทคนิคอล (Technical Analysis) - มีบอกราคาสูงสุด ต่ำสุด ชัดเจน - มีเส้น MA5 MA10 MA200 (เราสามารถตั้งค่าเพิ่มได้) (เส้นMA200 เป็นเครื่องมือทางเทคนิคที่สำคัญ ที่นักลงทุนทั่วโลกใช้ในการ "แบ่งเส้นตายระหว่าง แนวโน้มขาขึ้น และ แนวโน้มขาลง ในภาพรวมระยะยาว") ใช้เป็นแนวรับ-แนวต้านที่แข็งแกร่งที่สุด ภาพสอง - กระแสเงินไหลเข้า-ออก (Capital Flow) ภาพนี้สะท้อน "พฤติกรรม" ของผู้เล่นในตลาด *** ฟังก์ชั่นที่ชอบคือ สามารถ Day tread ได้ (ในDimeมีกฎห้ามDay tread)
See More
ymoobinz
retweeted
พีพี - PP Smart wealth
@PP_smartwealth
4 months ago
มนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ แค่ทำงานแต่ละวันก็หมดพลังแล้ว จะเอาเวลาที่ไหนมานั่งเฝ้าจอเทรดหุ้น? หลายคนรู้ว่าการทำ DCA คือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับคนไม่มีเวลา แต่ปัญหาคือบางทีพีพีก็แอบนอยด์เวลาถึงรอบตัดเงิน DCA แล้วดันเป็นจังหวะที่หุ้นกำลังแพงพอดี 😅 วันนี้เลยอยากมาแชร์วิธีลงทุนฉบับคนเวลาน้อย แต่ได้ประสิทธิภาพแบบมือโปร ด้วยแอป Webull เพราะฟีเจอร์ DCA ของเขามันล้ำกว่าการแค่ตัดบัญชีซื้อทุกเดือน 1. Dynamic DCA ระบบของ Webull สามารถตั้งค่าให้ซื้อหุ้นสัดส่วนต่างกันตามสภาวะตลาดได้ โดยเทียบกับเส้นอ้างอิง (เช่น EMA 250) -หุ้นแพงกว่าเส้นอ้างอิง = ซื้อน้อยลง -หุ้นถูกกว่าเส้นอ้างอิง = ซื้อเพิ่มขึ้น (เหมาะมากกับตลาดผันผวนแบบนี้ ได้ของถูกเพิ่มขึ้นแบบอัตโนมัติ!) 2.ทบต้นอัตโนมัติด้วยฟีเจอร์ DRIP สายปันผลต้องรักสิ่งนี้ เมื่อบริษัทจ่ายปันผลปุ๊บ ระบบจะนำเงินปันผลไปซื้อหุ้นตัวนั้นเพิ่มให้ทันที (Dividend Reinvestment) ทำให้พอร์ตเราเกิดพลังดอกเบี้ยทบต้นแบบไม่ต้องกดเข้ามากดซื้อเอง 3. Commission Webull ไม่คิดค่าคอมมิชชั่นในการซื้อผ่านฟังก์ชั่น DCA และ DRIP จะตั้ง DCA ถี่แค่ไหนก็ไม่ต้องกลัวค่าธรรมเนียมกินทุนซื้อได้ทุกวัน ไม่จำกัดไม้ ไม่มีค่าคอมฯ กวนใจ 4.ยืดหยุ่นขั้นสุด เลือกความถี่ได้เองเลยว่าอยากตัดเงินซื้อ ทุกวัน, ทุกอาทิตย์, ทุก 2 อาทิตย์ หรือ ทุกเดือน (จันทร์-ศุกร์) ตามรอบเงินเดือนเราได้เป๊ะๆ สรุปเลยคือ ถ้าคุณอยากลงทุนระยะยาวแบบจริงจัง แต่ไม่มีเวลาดูจอ Webull คือผู้ช่วยที่ตอบโจทย์มาก โหลดแอป แล้วไปตั้งค่า DCA ทิ้งไว้ ให้เงินทำงานแทนเราแบบสมาร์ทๆ กันค่ะ 😊 **การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ** โพสต์นี้ ได้รับการสนับสนุนโดย บริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด #WebullTH #DynamicDCA #ลงทุนอย่างมือโปรที่Webull
See More
ymoobinz
retweeted
カピバラボーイ, น้องคาปิบาร่า 🌿♎
@bankorado
4 months ago
เรื่องภาษีหุ้นนอกกลับมาอีกครั้ง และแน่นอนมันมีหลาย scenario มาก ลองตามไปอ่านบทความที่ผมเขียนไว้ดูเป็นตัวอย่างก็ได้ครับ - ตุยก่อนโดนอะไร? - ภาษีเก็บยังไง? - ปันผล กับ กำไรส่วนต่าง? - ตั้งบริษัทดีไหม? - บริหารภาษียังไง? - ถ้าอยากสบายใจทำไงได้บ้าง? ตามอ่านได้ที่ลิ้งรวมบทความด้านล่างครับ https://t.co/ghFruogrOU ไม่ได้บอกว่าอันไหนดีกว่าอันไหน และมันมีอีกหลายวิธีแต่ยกตัวอย่างมาอันที่คนธรรมดาอย่างเราๆ จะ relate ได้บ้างครับ เราต่างก็มีหลายปัจจัยไม่เหมือนกันในแต่ละคน ลองหาวิธีและศึกษาดูก่อนนะครับ
See More
Who to follow
tsumaranai
@tsumaranai4
ちんこまんこしましょうよー
法螺夢幻
@horamugen130
法螺夢幻です。作家志望です。オカリナ吹いています。
あゆむ
@suggeeiijan
大阪 30代 無駄に美声。甘党。優しさは男の武器。ソーシャルディスタンス0.01mmは大人のマナー。
ymoobinz
retweeted
。 Mame 。A Birb from Babylonia
@LittleBirbMame
4 months ago
สลิ่มมาเต็มเลย ดูท่าจะความจำสั้น เดี๋ยวผม Recap ให้สำหรับคนความจำเสื่อมนะครับ 1. โควิดระบาดทั่วโลกปี 2020 ขณะนั้นบริษัทยาต่างๆ ก็เริ่มพัฒนาวัคซีน 2. รัฐบาลไทย ซึ่งมีอนุทินเป็น รมว สาธารณสุขขณะนั้น เลือกทำสัญญาซื้อวัคซีนจาก บ AstraZeneca เพื่อผลิตในโรงงาน Siam Bioscience โฆษณาว่าเป็นโรงงานผลิตวัคซีนของพ่อ (ในหลวง ร.9) 3. การทำสัญญาซื้อไม่ได้ผิดอะไร แต่ซื้อแค่ 26 ล้านโดส ครอบคลุมแค่ 13 ล้านคน และกว่าจะผลิตได้คือกลางปี 2021 ซึ่งอีกนาน 4. สังคมตั้งคำถามว่าทำไมซื้อวัคซีนบริษัทเดียว และซื้อน้อย กว่าจะได้ก็นาน ทำไมไม่ซื้อหลายๆ บริษัทที่มาเสนอขาย ไม่เข้าโครงการ Covax อีอนุทินบอก วัคซีนม้าเต็ง ไม่ต้องห่วง วัคซีนพอ เต็มแขนแน่นอน 5. ต้นปี 2021 มีการระบาดในกลุ่มแรงงานต่างชาติ (ซึ่งรัฐบาลปล่อยปละละเลยไม่ควบคุมการนำเข้าแรงงานเถื่อน) คนถึงเรียกร้องให้มีการนำเข้าวัคซีน เพราะกว่าวัคซีนไทยจะผลิตได้มันนานมาก ขณะนั้นเริ่มเมกาฉีดวัคซีนแล้ว แต่ AZ ยังผลิตไม่เสร็จ ขอดูสัญญาก็ไม่ให้ 6. โดนด่ามากๆ เข้าเลยซื้อเอา SinoVac มาใช้ ปัญหาคือ ณ ตอนนั้นประสิทธิภาพต่ำสุดในท้องตลาด และ WHO ยังไม่รับรอง และซื้อมา 2 ล้านโดส เอาหมอแก่มาพยายามบอกว่า ใช้ได้ ประสิทธิภาพไม่พอไม่เป็นไร ฉีดไปก่อน ตู๊ไปก่อน กันติดไม่ได้ไม่เป็นไร กันตายไว้ก่อน 7. เอาดารามาโปรโมทฉีดวัคซีน เกณฑ์ไปฉีดและทำข่าวเหมือนรับงานมา 8. สุดท้ายกันติดไม่ได้ กันตายก็ไม่ดี ฉีดแล้วก็ยังตาย ต้องไปหาฉีดเข็ม 3 ฉีดวัคซีนไขว้ หมอย ง ออกมาแถทุกวัน แต่รัฐบาลยังดันทุรังซื้อ (สงสัยว่าเอื้อประโยชน์ให้ใครไหม) พออเมริกาบริจาค Pfizer ให้ยังมีกรณี แล้วจะแก้ตัวยากมากขึ้น หมอประสิทธิ์ยังยอมรับว่าต้องพอแล้วกับ SinoVac 9. ส่วนผลข้างเคียง วัคซีนทุกตัวมีผลข้างเคียง อี SinoVac ฉีดแล้วคล้ายอัมพฤกษ์ก็มี แถมกันตายไม่ได้ด้วย แล้วที่คุณพี่ต้องฉีดวัคซีนหลายชนิด เพิ่มความเสี่ยง เพราะ SinoVac มันห่วย แต่เกิดห่าอะไรก็โทษแต่ mRNA เพราะบริษัทมันโปร่งใสรายงานผลข้างเคียงเนี่ย อัจฉริยะ สรุปสั้นๆ จะฉีด SinoVac แล้วนอนถอยหมอนอยู่บ้านก็ไม่มีใครว่าอะไรหรอก แต่เอาหน้าตาชื่อเสียงของตัวเองมาค้ำการบริหารจัดการวัคซีนที่ห่วยของรัฐบาล คนเค้าถึงได้ด่า
See More
ymoobinz
retweeted
ราตรี จะไม่ช้อปปิ้งแล้ว
@belldelagua
4 months ago
Claude มาแรงมากจริงๆ ถ้าใครสนใจอยากลอง แต่อยากรู้เพิ่มเติมว่ามันคืออะไร ทำอะไรได้บ้าง Anthropic ที่พัฒนา Claude ทำคอร์สออนไลน์ชื่อ Claude 101 มาให้เรียนฟรีๆ จ้า เรียนจบตอบควิซ 13 ข้อ มีแถม Certificate ของแท้ Official ให้ด้วย เอาไปใส่ linkedin ได้ กดที่นี่เลย https://t.co/O5OpOkP3Zg สำหรับคนที่ไม่ถนัดภาษาอังกฤษ มีออพชั่นให้เลือกตามนี้ 1. Copy ข้อความมาทีละบทแล้วกดแปลไทย จะแปลใน Claude เองเลยก็ได้ หรือ Gemini ก็ดีเพราะไม่จำกัดโควต้า ส่วน google translate ไม่เวิร์ค คลิปในคอร์สก็ปรับเลือกซับไทยได้เพราะอยู่ใน Youtube วิธีนี้จะลำบากสุด แต่ก็ละเอียดสุด แนะนำวิธีนี้สุด 2. เราทำสรุปภาษาไทยไว้ให้ใน เปิดอ่านคู่กับคอร์สออนไลน์ได้เลย อาจจะไม่ละเอียดมากแบบทุกคำ เพราะให้ Gamma สรุปให้เลย https://t.co/Fd3OZKifaR 3. พี่
@iwhale
เคยทำสรุปภาษาไทยให้แบบละเอียดกว่าในลิงค์นี้ แถมมีเก็งข้อสอบควิซด้วย https://t.co/twUqm87msj ในเว็บยังมีอีกหลายคอร์ส แต่อันนี้พื้นฐานสุดๆ ใครอยากไปต่อคอร์สอื่นก็ตามสะดวก ฟรีทั้งหมด
See More
ymoobinz
retweeted
カピバラボーイ, น้องคาปิบาร่า 🌿♎
@bankorado
4 months ago
เมื่อคืนก่อนนู้นเห็นข่าวว่า S&P500 ทำ all-time high ใหม่อีกครั้ง ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก็เลยดึงกราฟขึ้นมาส่องย้อนหลัง 1 ปี เพื่อดูว่าตลาดมันเป็นยังไงและกำลังบอกอะไรเราบ้าง พอเห็นกราฟก็นั่งคิดอยู่นานเลยประมาณนี้ กราฟที่ผมดูมีสามส่วน - ทอง (Gold/USD) - VOO ซึ่งเป็น ETF ที่ track S&P500 - TIP ซึ่งเป็น ETF ที่เป็นสินทรัพย์ปกป้องเงินเฟ้อ ภาพรวมตลอดปี 2025 คือมันชัดมากว่า ทองกับ S&P500 วิ่ง "ไปด้วยกัน" แทบตลอด ทั้งคู่ขึ้นพร้อมกัน ลงพร้อมกัน และดีดตัวกลับพร้อมกัน ส่วน TIP ก็วิ่ง sideway ไม่ไปไหน แสดงว่า inflation expectation และทิศทางดอกเบี้ยของ Fed ยังไม่มีสัญญาณชัดว่าจะไปทางไหน (จริงๆ ก็คงดอกเบี้ยสูงมาตลอดทางแหละ) แล้วมีจุดที่น่าสนใจคือ หลังจากที่มีข่าวการหยุดยิงของทรัมป์ออกมา ทองก็ร่วงทันที ในขณะที่ S&P500 ดีดสูงขึ้น อันนี้คือจุดแรกที่ทั้งสองสินทรัพย์เริ่มเดินคนละทิศกันในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา แต่ปัญหาคือ มันขัดกับทุกอย่างที่เราถูกสอนมา ทฤษฎีพื้นฐานเรื่อง portfolio บอกว่า ทองและหุ้นควรวิ่ง "สวนทางกัน" โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดมีความไม่แน่นอน ซึ่ง Logic คือเมื่อนักลงทุนกลัว พวกเขาจะขายสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้น แล้วไปพักเงินในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทอง ราคาหุ้นจึงลง ราคาทองจึงขึ้น แต่ปี 2025 มันไม่ได้เป็นแบบนั้น ทั้งคู่วิ่งขึ้นพร้อมกัน จนทุกคนงง และมันทำให้แนวคิดเรื่อง rebalance portfolio ด้วยการถือสองสินทรัพย์นี้คู่กันมัน... ไม่รู้จะยังไงต่อ แล้วผมก็คิดต่อว่า ทำไมมันถึงเกิดขึ้น? ซึ่งผมก็ยังไม่ได้มีคำตอบนัก และผมก็ไม่อยากแกล้งทำเป็นว่ามีด้วย แต่จากที่ดูข้อมูลไวไว มีสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจมากครับคือปี 2025 นักลงทุนจำนวนมากเก็งกำไรทั้งทองและหุ้นพร้อมกัน ไม่ได้มองทองเป็น "ที่หลบภัย" อีกต่อไป แต่มองเป็นสินทรัพย์เก็งกำไรอีกประเภทหนึ่งเหมือนกัน ผลที่ได้คือ ไม่มีแรงกดดันอะไรที่บังคับให้ต้องขายอันหนึ่งเพื่อเลี้ยงอีกอัน ช่วงที่ผ่านมาทุกคนวิ่งเข้าร้านทองกันเป็นว่าเล่นถึงขนาดออกข่าว mainstream ว่าราคาทองพุ่งๆๆ ซึ่งตลาดมันก็ไม่ได้ "ผิด" มันแค่ทำงานในสภาพแวดล้อมที่ logic ของนักลงทุนเปลี่ยนไป มันก็เลยทำให้ระบบ rebalancing แบบเดิมๆ ที่เราคุ้นเคยกัน ดูงงๆ ไปโดยปริยายครับ แล้วอะไรที่ทำให้มันกลับมา "วิ่งตามหนังสือ" อีกครั้งล่ะ? แน่นอนว่าการมาของเทพสงครามการค้าอย่างทรัมป์นั้น ทำให้เกิด tariff war 2.0 ที่รุนแรงขึ้นมาอีกรอบในช่วงต้นปี 2026 ไหนจะสงครามที่ตะวันออกกลางอีก ตอนนั้นเราเห็นทองพุ่ง ส่วนหุ้นร่วงแต่ก็ไม่แรงนัก ก่อนที่ S&P500 จะค่อยๆ ฟื้นตัวกลับขึ้นมา นั่นคือตัวอย่างชัดเจนว่า "เหตุการณ์ระดับโลกที่ใหญ่พอ" มันยังสามารถบังคับให้สองสินทรัพย์นี้กลับมาวิ่งสวนทางกันได้ตามทฤษฎีเดิม คือกฎมันยังอยู่แหละ แค่ต้องมีแรงพอที่จะให้ trigger มันทำงาน กลับมาที่นักลงทุนบ้านๆ อย่างเราๆ จะเอาอะไรไปใช้ได้จริงบ้าง? ผมคิดว่ามีสองสิ่งที่เป็น takeaway จริงๆ จากสิ่งที่เห็นครับ อย่างแรก - Playbook เก่ายังใช้ได้ แต่ต้อง update context ก่อน ทองยังเป็น hedge ที่ดีเมื่อเกิดเหตุการณ์ระดับโลกที่รุนแรงพอ แต่ในสภาพแวดล้อมปกติ มันอาจวิ่งตามหุ้นมากกว่าที่เราคาด ซึ่งหมายความว่าการถือทองในพอร์ตอาจไม่ได้ให้ diversification แบบที่เราหวังไว้เสมอไป อย่างที่สอง - ตลาดมันไม่มีทางผิด มีแต่เราที่อ่านมันผิด เมื่อตลาดทำสิ่งที่ "ไม่น่าจะเกิดขึ้น" มันกำลังบอกว่า assumption ของเรามีบางอย่างที่ต้องปรับ ไม่ใช่ว่าตลาดมันเป็นบ้า การ update วิธีอ่านตลาดให้ทันเหตุการณ์ มันสำคัญกว่าการจำกฎเดิมๆ ไว้ใช้ทุกสถานการณ์ครับ อนาคตจะเป็นยังไงต่อไป ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ซึ่งถ้าผรู้ผมก็คงรวยล้นฟ้าจากการเทรดไปแล้ว และใครที่บอกว่ารู้ ผมก็ไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ แต่สิ่งที่รู้แน่ๆ คือโลกเราเข้าสู่ความไม่แน่นอนมาสักพักแล้ว และนักลงทุนที่ปรับตัวได้ไม่ใช่คนที่จำกฎได้เยอะที่สุด เก่งที่สุด มีเงินเยอะที่สุด แต่เป็นคนที่รู้ว่า "เมื่อไหร่กฎนี้จะใช้ได้ และเมื่อไหร่ที่ควรตั้งคำถามกับมัน" ครับ
See More
ymoobinz
retweeted
Sopon Supamangmee
@sopons
7 months ago
ตอนไปญี่ปุ่นเมื่อสองปีก่อน ผมตามหารองเท้ายี่ห้อหนึ่งที่กำลังฮิตมากในไทย . ตามหาอยู่นานเลย เพราะมันขายดี หายาก เข้าร้านแล้วร้านเล่า จนสุดท้ายก็เจอ . หยิบมาลองใส่แป๊บเดียว “สวยดีแฮะ” ผมคิดในใจ แล้วจ่ายเงินเลย . แต่เวลาผ่านไป 2 ปี รองเท้าคู่นั้นแทบไม่ได้ใส่ มีน้องคนหนึ่งถามเมื่อไม่นานมานี้ว่ามันใส่ดีไหม ผมตอบไปว่า "ใส่สวย แต่ใส่ไม่สบาย" หลังจากพยายามฝืนใส่อยู่ช่วงแรก ๆ ก็เลิก . ไม่ได้บอกว่าปัญหาอยู่ที่รองเท้า เพียงแต่เท้าผมกับรองเท้าคู่นั้นมันเข้ากันไม่ได้ . ผมคิดว่าชีวิตคนเราก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน . เราถูกสอนมาตลอดว่า "วินัย" คือคำตอบของทุกอย่าง อยากประสบความสำเร็จ ต้องมีวินัย อยากเปลี่ยนชีวิต ต้องมีวินัย ตื่นเช้ากว่าคนอื่น ทำงานหนักกว่าคนอื่น อดทนมากกว่าคนอื่น . แต่ถ้าวินัยคือคำตอบจริง ทำไมคนที่ "พยายาม" มากที่สุดหลายคนถึงเป็นคนที่เหนื่อยที่สุดด้วย? . Kelly McGonigal นักจิตวิทยาจาก Stanford University ศึกษาเรื่องการควบคุมตัวเอง (self-control) มาหลายปี และค้นพบสิ่งที่ทำให้ผมต้องหยุดคิด . เธอพบว่าคนที่ดูเหมือนมีพลังความมุ่งมั่นตั้งใจ (willpower) สูง ไม่ได้ "อดทนเก่ง" กว่าคนอื่นเลย พวกเขาแค่จัดชีวิตให้ไม่ต้องสู้กับสิ่งล่อใจตั้งแต่แรก และที่สำคัญกว่านั้น พวกเขาเข้าใจตัวเองดีพอที่จะรู้ว่ากำลังทำอะไร และทำไปทำไม . McGonigal เขียนไว้ในหนังสือ The Willpower Instinct ว่าศัตรูตัวจริงของ willpower ไม่ใช่ความขี้เกียจ แต่คือ สิ่งล่อใจ การตำหนิตัวเอง และความเครียด — และรากฐานของการควบคุมตัวเองที่แท้จริงคือ "การรู้จักตัวเอง การดูแลตัวเอง และรู้ว่าอะไรสำคัญที่สุด" . “รู้ว่าอะไรสำคัญที่สุด” อันนี้คือกุญแจสำคัญเลยละครับ . กลับมาที่เรื่องรองเท้าอีกหน่อย . ตอนที่ฝืนใส่รองเท้าคู่นั้นทุกวัน ไม่เคยหยุดถามตัวเองเลยว่า "ทำไมมันถึงไม่สบาย?" ผมแค่คิดว่าตัวเองต้องใส่ให้ชิน ทนๆ ไปสิ แต่มันใช่เหรอ (วะ 555)? . ชีวิตคนเราก็เหมือนกัน . ทุกเช้าที่ต้องลากตัวเองไปทำงาน ต้องบังคับตัวเองให้โฟกัส ต้องสู้กับแรงต้านในหัวตลอดทั้งวัน เราไม่เคยหยุดถามว่า "ทำไมมันถึงต้องยากขนาดนี้?" เราแค่โทษตัวเองว่าวินัยไม่พอ . แต่อย่างที่ McGonigal บอกไว้แหละครับว่าการตำหนิตัวเองไม่ได้ช่วยให้มีวินัยมากขึ้นมันทำให้แย่ลงด้วยซ้ำ งานวิจัยของเธอพบว่านักศึกษาที่โบยตีโทษตัวเองมากที่สุดเมื่อผัดวันประกันพรุ่ง กลับเป็นกลุ่มที่ผัดวันประกันพรุ่งหนักกว่าเดิมในครั้งถัดไป ในขณะที่คนที่ให้อภัยตัวเองได้ กลับกลับมาลงมือทำได้เร็วกว่า . ยิ่งตี ยิ่งแย่ ยิ่งฝืน ยิ่งเจ็บ . รองเท้าผิดทรงที่ยิ่งรัดเชือกให้แน่น ยิ่งใส่ไม่สบายยิ่งกว่าเดิม . ทางออกไม่ใช่การพยายามให้หนักขึ้น แต่คือการ “หยุดเพื่อตรวจสอบดูว่ารองเท้าที่ใส่อยู่ มันเข้ากับเท้าเราจริงหรือเปล่า” . ถ้าคุณต้องใช้พลังใจมหาศาลเพื่อ "ทน" กับสิ่งที่ทำอยู่ทุกวัน มันอาจไม่ใช่เรื่องของวินัยแล้ว แต่เป็นเรื่องของ ความไม่สอดคล้อง ระหว่างสิ่งที่ทำ กับสิ่งที่คุณให้ค่าจริง ๆ ข้างใน . แต่อย่าเข้าใจผิดนะครับ ชีวิตที่ "ตรงทาง" หรือสอดคล้องกับตัวเราหรือสิ่งที่เราให้ความสำคัญ ไม่ได้แปลว่าจะเป็นเส้นทางที่สบาย งานที่ตรงกับตัวเราก็ยากได้ ก็เหนื่อยได้ ก็ท้าทายได้ แต่มันเป็น "ยากแบบมีความหมาย" ไม่ใช่ "ยากแบบทนไม่ไหว" . เหมือนรองเท้าที่เข้ากับเท้า ใส่แล้วยังต้องเดิน ต้องเหนื่อย แต่ทุกก้าวไม่ทำให้เจ็บ . แล้วจะเริ่มยังไง? . ไม่ต้องเปลี่ยนชีวิตทั้งหมดพรุ่งนี้ แค่เริ่มจาก “สังเกต” . สังเกตแรงต้าน : ครั้งหน้าที่รู้สึกไม่อยากทำอะไรสักอย่าง อย่ารีบโทษตัวเอง ลองถามแทนว่า "ทำไมฉันถึงต่อต้านสิ่งนี้?" คำตอบอาจเป็นเพราะกลัว เพราะเบื่อ หรือเพราะมันไม่ใช่ทางของเรา แต่ละคำตอบนำไปสู่ทางออกที่ต่างกัน . สังเกตพลังงาน : มีงานอะไรบ้างที่ทำแล้วเหนื่อย แต่ไม่รู้สึกว่าต้องฝืน? มีช่วงเวลาไหนบ้างที่จมอยู่กับสิ่งที่ทำจนลืมเวลา? ตรงนั้นแหละคือเบาะแสว่า "รองเท้าคู่ไหน" เข้ากับเท้าคุณ . สังเกตวงจร : ถ้าทุก ๆ สัปดาห์คุณตั้งเป้าเหมือนเดิม ล้มเหลวเหมือนเดิม แล้วโทษตัวเองเหมือนเดิม นั่นไม่ใช่ปัญหาเรื่องวินัย นั่นคือสัญญาณว่ามีบางอย่างต้องเปลี่ยน และสิ่งที่ต้องเปลี่ยนอาจไม่ใช่ตัวคุณก็ได้ . กลับมาที่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง . ถ้าต้องฝืนให้ใส่รองเท้าที่เดินแล้วเจ็บ ใช้ชีวิตแบบบังคับตัวเองทุกวัน อาจไม่ใช่เพราะวินัยไม่พอ แต่เพราะยังไม่ได้ถามตัวเองจริง ๆ ว่า สิ่งที่ทำอยู่ ตรงกับสิ่งที่สำคัญหรือเปล่า . จำไว้เสมอสิ่งสำคัญคือ “การรู้จักตัวเอง การดูแลตัวเอง และรู้ว่าอะไรสำคัญที่สุด" . การหยุดฝืนไม่ใช่การยอมแพ้ แต่คือจุดเริ่มต้นของการออกแบบชีวิตที่ไม่ต้องสู้กับตัวเองอีกต่อไป . บางทีคุณไม่ได้ต้องการวินัยมากขึ้น . คุณแค่ต้องเปลี่ยนรองเท้า . - โสภณ ศุภมั่งมี
See More
ymoobinz
retweeted
คือผมต้องทราบไหม 🐈⬛
@pizad_sura
7 months ago
ใครมี ttb รวยไม่ไหว
ymoobinz
retweeted
JRT Synth Desk
@JRTDesk
7 months ago
ถ้าทำจริง มันมีข้อเสียเยอะนะครับ.. - จำเบอร์พรรคใบเดียวก็กาได้ทั้งสองบัตร.. เขต + บัญชีรายชื่อ.. ไม่ต้องท่องสองชุด ไม่สับสนข้ามบัตร - ลดบัตรเสียจากความสับสน - ลดบัตรเสียอย่างชัดเจน ลดโอกาสกาผิดคน/ผิดพรรค… โดยเฉพาะในเขตที่มีผู้สมัครเยอะ - เพิ่มความโปร่งใสและเข้าใจง่าย.. voters รู้ทันทีว่ากำลังเลือกใครจริงๆ ไม่ใช่แค่เบอร์.. - ป้องกันการสลับบัตรหรือส่งผิดเขตได้ดีขึ้น.. - เพิ่ม traceability และตรวจสอบได้ง่าย - ช่วยลดข้อผิดพลาดในระบบเลือกตั้งล่วงหน้า ข้อเสียเยอะขนาดนี้ รัฐสภา.. กกต. ไม่สนใจที่จะแก้ พรป. กันหรอกครับ
See More
ymoobinz
retweeted
Ck Cheong
@ckfastwork
8 months ago
เคยสงสัยไหมครับ ว่าปัญหาเรื่องคอลเซนเตอร์ สแกมเมอร์ ทุนเทา ทุนดำ ถึงเป็นปัญหาสำหรับประเทศไทยมานานแสนนาน แล้วไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีก็แก้ไม่ได้ ไม่ต้องมองไหนไกลเลยครับ คำตอบมันอยู่ที่ 7,500บาท หรือ 3,000บาท หรือ 1,500บาท ที่เขามาขอซื้อเสียงคุณ ลองคิดดูนะ เงินมันมาจากไหน เงินเหล่านี้ครับมันมาจากนายทุน นายทุนที่อยู่เบื้องหลังพรรคการเมืองนั้นแหละ และลองถามอีก แล้วทำไมนายทุนคนนั้นถึงยอมใช้เงินขนาดนี้เพื่อมาครอบงำรัฐบาล เพราะสิ่งที่เขาทำมันผิดกฎหมายไง เพราะเขาจะทำในสิ่งที่เขาทำไม่ได้ หากรัฐบาลตัดสินใจที่จะแก้กฎหมาย ตัดสินใจที่แก้วิธีดำเนินคดี ตัดสินใจที่จะทำให้คนที่ตรวจสอบการทุจริตคอรัปชั่น เป็นคนที่ตรวจสอบจริงๆ และที่สำคัญเงินที่เขาจะได้จากธุรกิจสีเทาแบลสีดำเหล่านี้มันมหาศาลจนการซื้อเสียง7,500 เป็นแค่เศษเงินสำหรับเขาเลย ดังนั้นจำเอาไว้นะครับ จำพรรคที่พยายามจะซื้อเสียงคุณเอาไว้ จำมันไว้แล้วอย่าลืมเลยนะ ว่าพรรคนี้แหละจะไม่มีวันเป็นพรรคที่เอาคนผิดเข้าคุกเด็ดขาด เพราะเขาจะไม่มีวันทรยศนายทุนของเขา
See More
ymoobinz
retweeted
Norman
@Johny_Smily
8 months ago
พูดในฐานะต้นตระกูลทำอาหารมาตั้งแต่สมัย ปลาย ร. 6 อยู่และตายมาแล้ว 4รุ่น เพราะอาหารไทย มันคือ ศิลปะเชิงสถานการณ์ (situational art) ไม่ใช่สูตรตายตัว จึงต้องมีมนุษย์อยู่ตรงนั้น พ่อครัว-แม่ครัว ต้องมีทักษะพิเศษ ที่ไม่เหมือนเชฟตะวันตก เช่น — น้ำปลาแต่ละขวด เค็มไม่เท่ากัน — พริกฤดูร้อน vs ฤดูฝน เผ็ด–หอม–ฉุนต่างกัน — มะนาวหน้าฝนเปรี้ยวแหลม หน้าร้อนเปรี้ยวบาง — กะทิแต่ละวัน มัน–แตก–หอมต่างกัน ดังนั้น แม่-พ่อครัวไทยต้อง “ชิม → ตีความ → ปรับ” แบบเรียลไทม์ นี่คือ ทักษะเชิงประสาทสัมผัส + ประสบการณ์สะสม ไม่ใช่แค่ทำตาม recipe มันถึงอร่อยคงที่ตลอดเวลา เชฟตะวันตกถูกฝึกให้: เชื่อสูตร/เชื่ออุณหภูมิ/เชื่อเวลา/เชื่อมาตรฐานวัตถุดิบ (industrialized) ในขณะที่เชฟครัวไทย: เชื่อ “ลิ้นตัวเอง”/เชื่อ “กลิ่นในหม้อ”/เชื่อ “อากาศวันนี้”/เชื่อ “วัตถุดิบล็อตนี้” เชื่อใน “ความร้อน”ของไฟ พูดตรง ๆ คือ อาหารไทยที่อร่อย มันพึ่งความรู้สึกของ “มนุษย์” มากกว่า “ระบบ” มันมีหัวใจ ความรู้สึก ของคนทำอาหารอยู่ในอาหารทุกจาน ขนมทุกถ้วย แล้ว แฟรนไชส์ทำไม่ได้เหรอ ? อาหารไทย ถ้าพลาดความรู้สึก = อ่านสถานการณ์ไม่ขาด = เละ ซึ่งทักษะแบบนี้ ต้องใช้เวลา ฝึกซ้ำ และการ “ใส่ใจ” ถ่ายทอดผ่าน DNA และนั่นคือเหตุผลที่ อาหารไทยยังต้องมีมนุษย์ยืนอยู่หน้าเตา ไม่ใช่แค่หม้ออัจฉริยะหรือสูตรในกระดาษ ไม่งั้น แด๊กได้แต่ไม่อร่อย
See More
ymoobinz
retweeted
Rukchanok Srinork
@nanaicez
8 months ago
รูปนี้อาจจะเป็นคำตอบได้ว่า ทำไมถึงต้องพยายามล้มเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ทำไมถึงปล่อยให้ทีมประกันสังคมก้าวหน้าอยู่ในสำนักงานประกันสังคมต่อไปไม่ได้ ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา นี่คือโครงการแบบคร่าวๆ ที่ทีมประกันสังคมก้าวหน้าสามารถขวางได้สำเร็จ จากการช่วยเป็นทรโข่งขยายเสียงของพวกเราพรรคประชาชน และ การตั้งข้อสังเกตของ กมธ.ติดตามงบประมาณฯ - ปฏิทินประกันสังคม 70 ล้าน - Mainframe 247 ล้าน - Water mist 79 ล้าน - Financial gateway 210 ล้าน - ติด CCTV 110ล้าน - AI-audit 96ล้าน - เสื้อหมวกแจก 5ล้าน++ - บินดูงาน 106ล้าน ++ - แอพลงทุน 706 ล้าน และยังมีที่ชงมาแล้ว แต่ไม่สำเร็จ เช่น telemedicine 700ล้าน อื่นๆอีกบานตะเกียง ** แถมยังมีระเบียบลงทุนนอกตลาด ที่จะทำให้เกิด SKYY9 อีก 10ตึก 130,000 ล้านบาท 😤 ทุกคนคิดว่าทุกๆโครงการ มีเจ้าของไหม ? คิดว่าเค้าชงเข้ามาเพราะประโยชน์ของผู้ประกันตนจริงๆไหม ? มีการเอื้อประโยชน์ ชงโครงการให้ใคร รออยู่ข้างหน้าหรือป่าว ? เงินทอน ? เราต้องช่วยกันส่งเสียง เพื่อให้อำนาจเก่า ทำไม่สำเร็จ อยากคุณเห็นด้วยที่จะเอาประกันสังคมออกจากระบบราชการ กาพรรคประชาชน 2 ใบ ทั้งประเทศ แล้วเราไปเอามืออาชีพมาบริหารกองทุนกัน
See More
ymoobinz
retweeted
Crypto Onizuka
@slamboto_v2
8 months ago
พรุ่งนี้จะเข้าโหมดทำงานกันแล้ว วันนี้มีอีกเรื่องในหัว ที่อยากแชร์ คือ เป้าหมายและวินัยทางการเงินปี 2026 ที่อยากให้แทรกเข้าไปในเป้าหมายประจำปีของทุกๆ คนด้วย 1. วางแผนรายได้ & รายจ่าย ประจำปี ด้วย excel หรือ google sheet รายละเอียดและแนวทางตัวอย่างโปรดเลื่อนดูข้างล่าง 👇 2. ฝากเรื่องหนี้บัตรเครดิต หากไม่จำเป็นจริงๆ อย่าไปรูดอะไรล่วงหน้าเลย ยกเว้นมันจำเป็นสุดๆ และผ่อน 0% ได้ - เลิกพฤติกรรมจ่ายขั้นต่ำ ดอกเบี้ยโดนรายวันแบบทบซ้ำซ้อน สาหัสมาก - เลิกพฤติกรรมนำเงินเดือนที่ออก ไปจ่ายหนี้บัตรเครดิตก่อนหน้า ทั้งๆ ที่เงินเดือนออกแล้ว ต้องจัดสรรตามตารางในข้อ 1 ก่อน และคชจ. ระหว่างเดือน ต้องโยกเงินจากบัญชีหลัก ไปเก็บบัญชีสำหรับจ่ายบัตรเครดิต โดยเฉพาะ นี่คือทริคในการใช้จ่าย และเป็นวิธีของคนใช้บัตรเครดิตเป็น ไม่เป็นหนี้ แถมได้ส่วนลด สะสมแต้มอีกต่างหาก ----------------------- แนวทางการวางแผนรายได้ & รายจ่าย ประจำปี ด้วย excel หรือ google sheet หรือโปรแกรมอื่นๆ รายการและลำดับที่ควรมีที่แนะนำคือ (1) รายรับ - เงินเดือนแต่ละเดือน - สวัสดิการอื่นๆ - โบนัส incentives รายครึ่งปี รายไตรมาส (ถ้ามี) - รายได้ไหนเป็นแบบ fixed ก็ใส่ได้เลย แต่ถ้ามัน vary ก็ตั้ง budget ประมาณการเอา (2) ส่วนหักรายรับ และภาษี ก็คือรายการหักที่โชว์ในสลิปเงินเดือนแต่ละเดือน ทั่วๆ ไปก็มี - ประกันสังคม - กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ - ภงด. หัก ณ ที่จ่าย - ค่าจอดรถ (ถ้ามี) - รายการหักอื่นๆ นำ (1) มาลบ (2) ก็จะได้ net income แต่ละเดือน (3) รายจ่าย ส่วนตัวจะแตกออกมาเป็น 3 กลุ่มย่อย [3.1] กลุ่มหนี้สินและรายจ่ายสำคัญๆ ที่รู้ล่วงหน้า: กลุ่มนี้สำคัญ มีหนี้สินต้องจ่าย รายการในกลุ่มนี้เช่น - หนี้ผ่อนบ้าน, ผ่อนรถ เดือนละเท่าไหร่ใส่ไปเลย - หนี้ผ่อนบัตรเครดิต มีกี่รายการใส่ไปให้หมด - เงินให้ทางบ้าน (พ่อแม่) อันนี้แล้วแต่คนจะไปใส่ในกลุ่มไหน แต่ผมใส่กลุ่มนี้ เพราะถือเป็น first priority - ค่าเทอม - ค่าเรียนพิเศษ - เงินเดือนคงเหลือ [3.2] กลุ่มลงทุน: ได้เงินเดือนมา จ่ายหนี้ก่อน แล้วก็ถ้ามีรายการลงทุน ก็หักออกมาก่อน การลงทุนต้องตั้งเป้าไว้แต่ต้นปี จะลดหย่อนอะไรบ้าง จำนวนเงินเท่าไหร่ โดยเฉพาะพวก Thai ESG, RMF ที่สินทรัพย์ที่ซื้อเป็นหุ้น เราควรจะ DCA เพื่อลดความผันผวนจากราคาตลาดไหม หรือจะทุ่มซื้อทีเดียวปลายปี ตอนโบนัสออก แบบไหนเราโอเคกว่ากัน วางแผนให้สอดคล้องตามกำลังที่มี รายการในกลุ่มนี้เช่น - เงินออม - RMF - ประกันบำนาญ - ประกันสุขภาพ - ประกันชีวิต - Thai ESG และอื่นๆ - การลงทุนประเภทอื่นๆ - เงินเดือนคงเหลือ [3.3] กลุ่มรายจ่ายประจำ: กลุ่มนี้ตัวเลขมีทั้งแบบแน่นอน และไม่แน่นอน ถ้าไม่แน่นอนก็ให้ตั้งเป็น budget แทน - อาหาร - ค่าเดินทาง - ค่า entertain พักผ่อน ท่องเที่ยว เปิดประสบการณ์ - ค่าบริการ services ต่างๆ เช่น YouTube premium, Netflix, Ai tools ฯลฯ - ค่าสาธารณูปโภค: น้ำ ไฟ เน็ตบ้าน ค่าโทรศัพท์ ฯลฯ การจัดหมวดหมู่ข้างต้น เป็นแค่การยกตัวอย่าง แต่ละคนก็ลองปรับให้เข้ากับแนวทางของตนเองได้ ไม่มีอะไรผิดนะ ทีนี้เมื่อ หย่อนตัวเลขครบแล้ว เราก็พอจะเห็นรายรับ รายจ่ายประจำปีละ advance เพิ่มอีกหน่อย ก็บันทึกงบดุลเพิ่ม คือทรัพย์สินที่มีทั้งหมด หักลบด้วยหนีสิ้นที่มีทั้งหมด ก็จะได้เห็นสถานะการเงินของตัวเองละ
See More
ymoobinz
retweeted
Hyper Shark!
@HyperSharkk
9 months ago
สิ่งที่รูปนี้บอก ไม่ใช่ "ใครทำ AI เก่งสุด" แต่คือ ใครคุมของจริงในยุคโลก AI และคนนั้นแหละ รัฐบาลเมกาจะดันให้สุด ตอนนี้... - AI ไม่ได้แข่งกันที่โมเดล - แต่มันตอนนี้มันแข่งกันที่ “เงินลงทุน” ใครคุมได้ก่อน → ได้เปรียบ - Chip / Server / Cloud - Network / Memory - ไฟฟ้า / Data Center - Material / Supply chain ทั้งหมดนี้คือ "คอขวด" ของ AI Insight: AI รอบนี้ = เอาไฟฟ้าไปเผา → กลายเป็นความฉลาด ไม่มีไฟ ไม่มีฮาร์ดแวร์ = ไม่มี AI สุดท้าย คนที่รวยจาก Gold Rush มักไม่ใช่คนขุดทอง แต่คือคนขาย “พลั่ว” ให้ทุกเหมืองไปขุดทอง รูปนี้รูปเดียว…จะทำให้เห็นการไหลของเงินอีกหลายปีข้างหน้าแล้วครับ 👀🔥 ผมเขียนบทความเต็มๆ ไว้แล้ว เข้าไปอ่านกันได้เลยครับ ในนั้นจะเล่าให้ฟังทีละกลุ่มๆ แบบละเอียดเลย ว่าปัจจุบัน อนาคต หน้าตาเป็นยังไง? พร้อมบอกวิธีที่เราจะใช้มองลึกๆ เวลาเห็น Value Chain แบบนี้ด้วย ไปอ่านกันได้ครับ: https://t.co/4FlA9SJpON
See More
ymoobinz
retweeted
Petæ Lynch
@Petae_Lynch
9 months ago
เป็นจำเลยสู้กับธนาคารจนถึงฎีกา นี่ก็ต้องคนพอมีเงินสู้คดี เราถึงได้มีคำตัดสินศาลฎีกาออกมาเป็นบรรทัดฐานแบบนี้ เรียกว่าธนาคารฟ้องผิดคน เลยงานเข้าทั้งระบบธนาคารเลย ถ้าเป็นคนทั่วไปโดนธนาคารฟ้องก็คงยอมจ่ายไปแล้ว สู้คดีเสียทั้งเงินเสียทั้งเวลา ดีไม่ดีสู้ถึงที่สุดแล้วก็แพ้อีก บางทีจะได้ความยุติธรรมก็ขึ้นกับคุณมีเงินพอจะจ่ายเพื่อความยุติธรรมรึป่าวด้วย
See More
ymoobinz
retweeted
JRT Synth Desk
@JRTDesk
10 months ago
อีกมุมนึงผมที่เป็นผู้ชาย.. ในมุมมองผม ผมไม่เลือกคู่ชีวิตโดยดูจากระดับรายได้หรือฐานะเด็ดขาด แต่เลือกเพราะ ✅ Energy.. พลังงานชีวิตที่ส่งผลต่อบรรยากาศรอบตัว เป็น vibe ที่ทำให้ผมรู้สึกว่าคนนี้เค้าเติม.. ไม่ใช่มาดูดไป.. 😅 ✅ Intellect.. ไม่ใช่แค่เก่งหนังสือ.. แต่คือความสามารถในการเข้าใจโลก.. ✅ Discipline.. วินัยที่จะรักษาคุณภาพของตัวเองโดยไม่ต้องมีใครคอยบอก.. ✅ Empathy.. มีความเข้าใจผู้อื่น.. ผมว่านี่คือคุณสมบัติที่ทำให้ชีวิตคู่กลายเป็น safe zone ไม่ใช่ minefield.. ✅ Long-term Alignment.. สามารถเติบโตไปในทิศทางเดียวกัน ผมว่าสำคัญมาก.. มองชีวิตใน horizon เดียวกัน ทั้งการเงิน ครอบครัว lifestyle.. มีเป้าหมายชีวิตใกล้เคียง.. ไม่ใช่คนที่อยาก slow life ในขณะที่เรากำลัง build empire.. เข้าใจว่าส่วนหนึ่งของความรักคือให้พื้นที่กันเติบโตไม่ใช่ผูกมัด.. คือ.. Alignment ในที่นี้ไม่ได้แปลว่าคล้ายกัน.. แต่หมายถึงไม่ดึงไปคนละทาง.. 😅 ซึ่งภาพรวมพวกนี้ผมมองว่ามันคือ indicators ว่าเค้าจะเป็นคนที่… 📖「คูณ」ไม่ใช่「หาร」 😅 📖 คนที่ทำให้ focus ชัดขึ้น ไม่ใช่แตกกระจาย.. 📖 คนที่เพิ่มพลัง ไม่ใช่สร้าง noise.. 📖 คนที่มาเสริมจังหวะชีวิต.. ไม่ใช่ทำให้ระบบรวน ผมมองว่าฐานะน้อยกว่าหรือแค่เท่ากัน ไม่ใช่ปัญหา.. เรื่องทรัพยากรไม่ใช่ปัญหา.. แต่กลัวคบกับคนที่ mindset คนละแบบกัน.. เพราะ mindset เป็นสิ่งที่ฉุดพลังและจังหวะชีวิตได้จริง.. ผมว่าเหนื่อยนะถ้าจะต้องไปหาคนที่ระดับสูงกว่าเรา หรือเท่าเราก็ตาม.. แค่อยู่ในจังหวะเดียวกันก็พอ.. เข้าใจการเติบโตของเรา.. รับแรงกดดันได้.. ไม่เป็น noise ในชีวิต ก็โคตรดีมากแล้ว..
See More
ymoobinz
retweeted
Hyper Shark!
@HyperSharkk
11 months ago
ตอนนี้มีบริษัทใน S&P500 รายงานงบไตรมาส 3 ออกมาแล้วประมาณ 29% ของทั้งหมด และจากภาพรวมคือ ส่วนใหญ่ทำได้ดีกว่าที่ตลาดคาด แบบเห็นได้ชัด - ประมาณ 86.7% ของบริษัทที่รายงานงบออกมา ชนะตัวเลขนักวิเคราะห์ - กำไรโดยรวมของกลุ่มที่รายงาน เติบโตประมาณ +8.5% ถึง +9.2% YoY สรุปง่ายๆ คือ ตลาดยังแข็งแรงกว่าที่หลายคนคิด แม้เราจะคุยกันถึงเรื่องดอกเบี้ย เศรษฐกิจชะลอ ฟองสบู่ หรือดราม่านู้นนี่ บลาๆๆ แต่ “กำไรของบริษัทจริงๆ” ยังเดินหน้าอยู่ และสุดท้าย “กำไร” คือสิ่งที่จะขับเคลื่อนราคาหุ้นในระยะยาวครับ สั้นๆ เลยคือ ตอนนี้ตลาดยังดูดีเกินกว่าจะเกิดฟองสบู่จริงๆ (ถ้ามอง ณ ตอนนี้ อนาคตไม่แน่อะไรก็เกิดขึ้นได้ในตลาดหุ้น...)
See More
ymoobinz
retweeted
Norman
@Johny_Smily
11 months ago
Thai Time is Perception of Rhythm and Life ความวิเศษทางภาษากับเวลาของไทย นี้เพราะ รากเหง้า ของ คนไทยดั้งเดิมไม่ได้มอง “เวลา” เป็นหน่วยเชิงกล (mechanical time) แบบตะวันตก แต่ “เวลาของไทยมีลักษณะ บริบทสัมพันธ์ context-dependent — หมายความว่า เราเข้าใจเวลาโดยอิงกับบริบทสังคมกับ วงจรชีวิตประจำวัน เช่น — เช้า = ช่วงแสงอาทิตย์ ส่องสว่าง ให้ความรู้แห่งการเริ่มต้น — เที่ยง = ช่วงแสงอาทิตย์ตั้งตรง(เที่ยง) เหนือศีรษะ — บ่าย–เย็น = รู้สึกอ่อนล้า บ่ายเบี่ยง เย็นสงบไม่อยากทำอะไร — ค่ำ–ทุ่ม–ดึก–ตี → นอน พัก หรือทำพิธีกรรม ดังนั้นคำเรียกเวลาไทย เช่น “บ่ายสอง”, “ห้าโมงเย็น”, “สองทุ่ม”, “ตีสาม” ไม่ได้ตั้งอยู่บนระบบนับตัวเลข 24 ชั่วโมง แต่ตั้งอยู่บน ความรู้สึกของชีวิตและอารมณ์ในแต่ละช่วงของวัน เวลาไทย จึง “เป็นสิ่งที่รู้สึกและสัมพันธ์กับธรรมชาติ” มากกว่า “สิ่งที่วัดจากนาฬิกา” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ — “เจอกันตอนเช้า” หมายถึงช่วงพระอาทิตย์ขึ้นถึงราว 9 โมง ตามความรู้สึก เข้ม ร้อน ของแสงแดดที่สัมผัส — “เจอกันตอนเย็น” หมายถึงตั้งแต่ 4 โมงเย็นถึงพระอาทิตย์ตก — “ดึกแล้ว” หมายถึงหลัง 2 ทุ่ม ความมืดสนิทของบรรยากาศ นี่แปลว่าในวัฒนธรรมไทย เวลาไม่ต้อง “แม่นเป๊ะ” แต่ต้อง “เหมาะกับสถานการณ์ ความรู้สึกสัมผัสกับธรรมชาติ ” สังคมไทยจึงให้คุณค่ากับ ความยืดหยุ่น แต่เน้น ความสัมพันธ์ระหว่างความรู้สึกของคน และบรรยากาศของอารมณ์ “เวลาในสำนึกของไทย จึงเปรียบเสมือน ความรู้สึกที่หมุนเวียนและสัมพันธ์กับความเป็นอยู่ ไม่ใช่สิ่งที่ถูกกำหนดหรือ ควบคุมโดยเครื่องจักรหรือเส้นตรงของกลไก
See More
ymoobinz
retweeted
Will
@psvit
11 months ago
เผื่อคนไม่รู้ เพราะ dime มีค่าคอมขั้นต่ำสำหรับหุ้นราคาน้อยกว่า $6.67 ที่ $0.01 ต่อหุ้น แปลว่าซื้อหุ้น $0.12 ก็โดนขั้นต่ำไป $0.01 หรือเกือบ 10% ไม่ว่าจะซื้อมากน้อยแค่ไหน https://t.co/ZcZjBTUjiE
Last Seen Users on Sotwe
Omkep5
Seen from
Indonesia
ต้องการ___ควย
Seen from
Thailand
🪞🎨
Seen from
Japan
uygvxd
Seen from
Singapore
الوحش ليبي 🇱🇾
Seen from
Jordan
Türk Ünlü İfşa Sayfası 🇹🇷
new_livefree
Seen from
United States
HIBURAN MALAM
Seen from
Malaysia
麓(重开版)
CAP AYAM KAMPUS X MALAY
Seen from
Malaysia
Trends for you
1
Durk
Under 10K tweets
2
Bazardo
Under 10K tweets
3
Sami
Under 10K tweets
4
Mizzou
Under 10K tweets
5
gaga
Under 10K tweets
6
Ben Shelton
Under 10K tweets
7
#AAATriplemania
Under 10K tweets
8
namjoon
Under 10K tweets
9
Rutgers
Under 10K tweets
10
Dan Wilson
Under 10K tweets
Most Popular Users
1
Elon Musk
@elonmusk
241.6M followers
2
Barack Obama
@barackobama
119M followers
3
Cristiano Ronaldo
@cristiano
114.2M followers
4
Donald J. Trump
@realdonaldtrump
111.8M followers
5
Narendra Modi
@narendramodi
107.2M followers
6
Rihanna
@rihanna
98.7M followers
7
NASA
@nasa
92.4M followers
8
Justin Bieber
@justinbieber
91.8M followers
9
KATY PERRY
@katyperry
89.9M followers
10
Taylor Swift
@taylorswift13
83.8M followers
11
Lady Gaga
@ladygaga
75.3M followers
12
Virat Kohli
@imvkohli
73.2M followers
13
Kim Kardashian
@kimkardashian
70.8M followers
14
YouTube
@youtube
68.8M followers
15
Neymar Jr
@neymarjr
66.2M followers
16
Bill Gates
@billgates
65M followers
17
Selena Gomez
@selenagomez
63M followers
18
The Ellen Show
@theellenshow
62.3M followers
19
CNN
@cnn
61.8M followers
20
X
@x
60.7M followers
Olivia
Online
✨
⭐
💫