Home
Language
English
Türkçe
Bahasa Indonesia
About
Privacy Policy
Terms of Service
Pricing
Sign In
Download All
Share
patiparn
@Patiphan2406
1999, 27Y
Joined April 2023
2.1K
Following
45
Followers
1.1K
Posts
Patiphan2406
retweeted
Non
@Seksan5554
3 days ago
“อายุ 30 เงินเดือน 27,000 แต่หนี้พังทุกบัตร” เรื่องนี้ไม่ได้จบที่คำว่า “เป็นหนี้” แต่มันคือบทเรียนราคาแพงของการใช้เงินโดยไม่มีแผน อ่านเคสนี้แล้ว สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่แค่ยอดหนี้ครับ แต่มันคือช่วงเวลาที่เรายังมีรายได้ และคิดว่า “เดี๋ยวเดือนหน้าค่อยจ่าย” เจ้าของเรื่องอายุ 30 ปี เงินเดือนสุทธิประมาณ 27,000 บาท เคยมีทั้งบัตรเครดิตและบัตรเงินสดหลายใบ วงเงินรวมหลักแสน และยังมีภาระผ่อนรถเดือนละ 7,892 บาท ช่วงที่ยังทำงานประจำ ทุกอย่างอาจดูเหมือนยังไหว รูดก่อน…จ่ายทีหลัง เงินไม่พอ…กดเพิ่ม ช่วยครอบครัว…ใช้วงเงินบัตร จนวันหนึ่งตัดสินใจลาออกจากงานโดย ไม่มีงานใหม่รองรับ รายได้สะดุด แต่หนี้ไม่เคยหยุดตามเรา จากที่เคยจ่ายได้ ก็เริ่มจ่ายขั้นต่ำไม่ไหว สุดท้ายบัตรกลายเป็นหนี้เสีย บางส่วนเข้าสู่การปรับโครงสร้างหรือขายหนี้ให้บริษัทบริหารหนี้ ตอนนี้เจ้าของเรื่องกำลังจ่ายประมาณ 2,710 บาท/เดือน 48 งวด อีกก้อน 3,400 บาท/เดือน 12 งวด และรถยังเหลืออีก 41 งวด สิ่งที่ผมชอบในเคสนี้คือ เจ้าของเรื่องไม่ได้หนีปัญหา แต่ยอมรับว่า “พลาดแล้ว และกำลังแก้” นี่สำคัญมากครับ เพราะหนี้ที่หนักที่สุด ไม่ใช่หนี้ที่ยอดเยอะที่สุด แต่คือ หนี้ที่เราไม่ยอมเปิดดูตัวเลขจริง ถ้าใครกำลังอยู่ในสถานการณ์คล้ายกัน ผมแนะนำให้เริ่มจาก 5 เรื่องนี้ 1. หยุดสร้างหนี้ใหม่ทันที อย่าใช้หนี้ก้อนใหม่ไปปิดหนี้เก่า ถ้ายังไม่ได้แก้ต้นเหตุเรื่องรายรับและรายจ่าย เพราะมันอาจแค่ย้ายปัญหาและทำให้หนี้ใหญ่ขึ้น 2. เขียนหนี้ทุกก้อนออกมาให้หมด ยอดคงเหลือ ดอกเบี้ย ค่างวด วันครบกำหนด และสถานะของหนี้ อย่าจำเอาในหัว เพราะตัวเลขที่ชัดเจนทำให้เราวางแผนได้ 3. รักษาค่าใช้จ่ายจำเป็นก่อน อาหาร ที่อยู่อาศัย ค่าเดินทางไปทำงาน และค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่อการหารายได้ ต้องไม่ถูกบีบจนชีวิตเดินต่อไม่ได้ 4. ถ้าจ่ายไม่ไหว ให้คุยกับเจ้าหนี้ การปรับโครงสร้างหนี้อาจช่วยให้ค่างวดสอดคล้องกับกำลังจ่ายมากขึ้น อย่ารอจนปัญหาหนักแล้วค่อยติดต่อ 5. อย่ามองแค่การลดรายจ่าย ต้องเพิ่มรายได้ด้วย เงินเดือนสุทธิ 27,000 บาท แต่มีทั้งภาระรถและหนี้หลายก้อน ต่อให้ประหยัดมากแค่ไหนก็มีขีดจำกัด การหารายได้เพิ่มจึงเป็นอีกด้านที่สำคัญของแผนปลดหนี้ และมีอีกบทเรียนหนึ่งที่คนยังไม่เป็นหนี้ควรจำไว้… อย่าลาออกจากงานเพราะทนไม่ไหว โดยไม่มองภาระทางการเงินของตัวเองก่อน สุขภาพใจก็สำคัญ แต่ก่อนออกจากงานควรรู้ว่า “ถ้าพรุ่งนี้ไม่มีเงินเดือน เราอยู่ได้อีกกี่เดือน?” เงินสำรองฉุกเฉินจึงไม่ใช่เงินของคนรวย แต่มันคือ เกราะป้องกันไม่ให้เหตุการณ์หนึ่งในชีวิต กลายเป็นวิกฤตทางการเงินทั้งชีวิต วันนี้เครดิตอาจเสีย วันนี้อาจไม่มีบัตรเหลือสักใบ วันนี้อาจต้องเริ่มต้นใหม่จากศูนย์ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าชีวิตพัง ถ้ายังมีรายได้ ยังยอมรับความจริง และยังจ่ายหนี้อย่างมีแผน ทุกงวดที่จ่ายออกไป คือระยะทางที่เราเดินออกจากอดีต จำไว้นะครับ… “เป็นหนี้ไม่ใช่เรื่องน่าอาย รู้ว่าตัวเองพลาด แล้วลงมือแก้โดยไม่สร้างหนี้เพิ่ม นั่นต่างหากคือจุดเริ่มต้นของชีวิตการเงินครั้งใหม่” บทความนี้เป็นเพียงแนวทางจากข้อมูลในเคส แต่ละคนมีเจ้าหนี้ ดอกเบี้ย รายได้ และค่าใช้จ่ายไม่เหมือนกัน สุดท้ายไม่มีใครใช้หนี้แทนเราได้ทั้งหมด คนที่จะพาตัวเองออกจากหนี้ได้จริง คือเราเองครับ ✌️💪
See More
Patiphan2406
retweeted
MONOMAX
@monomax_me
4 days ago
🏎️💨 พร้อมลุยยาว 10 ชั่วโมง! ศึกรถยนต์ทางเรียบมาราธอนที่วัดทั้งสปีด ความอึด และกลยุทธ์ ใครจะยืนหยัดจนคว้าชัย? มาร่วมลุ้นสดไปพร้อมกัน! 🔥 🏁 RAAT Thailand Endurance Championship 2026 | Round 3 อาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2026 เวลา 07:30 - 18:30 น. 📍 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ 📌 สตรีมสดพร้อมกันที่ Monomax 🔗 https://t.co/tguvEfearn #Monomax #RAAT #Endurance2026 #RAATThailandEnduranceChampionship2026
See More
Patiphan2406
retweeted
Non
@Seksan5554
4 days ago
“เงินเดือน 28,000 แต่ภาระรออยู่เกือบหมด…ก่อนเงินจะเข้าบัญชี” นี่ไม่ใช่เรื่องของคนใช้เงินไม่เป็นเสมอไป แต่มันคือสัญญาณว่า โครงสร้างหนี้กำลังหนักเกินรายได้ อ่านเคสนี้แล้วเข้าใจคำว่า “หมุนจนเหนื่อย” เลยครับ เงินเดือน 28,000 บาท มีทั้งค่าบ้าน ค่าน้ำไฟ รถ มือถือ ประกัน แอร์ Pay Later หลายเจ้า บัตรเครดิต และหนี้ที่ค้างเกิน 300 วัน ที่หนักกว่านั้นคือ มีลูก 2 คน และกำลังจะมีค่าเทอมเข้ามาอีก เดือนก่อนตกงาน เงินที่เคยพอหมุนจึงสะดุดทันที สิ่งที่น่ากลัวของหนี้ไม่ใช่แค่ “ยอดหนี้เยอะ” แต่คือวันที่ รายได้หนึ่งก้อน ต้องถูกแบ่งให้เจ้าหนี้หลายทางพร้อมกัน ยิ่งพยายามจ่ายทุกเจ้าจนหมดตัว สุดท้ายอาจไม่มีเงินเหลือแม้แต่ค่าอาหาร ค่าเดินทางไปทำงาน หรือค่าใช้จ่ายของลูก ถ้าเป็นผม จะเริ่มแก้แบบนี้ครับ 1. หยุดสร้างหนี้ใหม่ทันที ช่วงนี้งดรูด งด Pay Later งดซื้อของผ่อนเพิ่มทุกอย่าง แม้ยอดต่อเดือนจะดูเล็ก เพราะหลายยอดเล็กรวมกันกำลังบีบกระแสเงินสด 2. เงินสำหรับการดำรงชีวิตต้องมาก่อน กันค่าอาหาร ค่าเดินทางไปทำงาน ค่าน้ำไฟ และค่าใช้จ่ายจำเป็นของลูกไว้ก่อน อย่าเอาเงินเดือนทั้งหมดไปโปะหนี้จนไม่มีเงินใช้ แล้วสุดท้ายต้องกลับไปกู้อีก 3. แยกหนี้ออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือภาระที่ยังจ่ายอยู่ เช่น บ้าน รถ และสัญญาต่าง ๆ ที่ยังไม่ผิดนัด กลุ่มที่สองคือหนี้ค้างหนัก เช่น บัตรเครดิต/สินเชื่อที่เกิน 300 วัน อย่าใช้วิธี “จ่ายทุกเจ้าคนละนิด” โดยไม่มีแผน หนี้ที่ค้างเกิน 300 วันควรติดต่อเจ้าหนี้โดยตรง ขอรายละเอียด ปรับโครงสร้างหนี้ ยอดปิด และเงื่อนไขผ่อนใหม่เป็นลายลักษณ์อักษร แล้วเปรียบเทียบก่อนตกลง โดยเฉพาะกรณีที่มีข้อเสนอปิดยอดอยู่แล้ว 4. ภาระที่กำลังจะหมด ให้กัดฟันปิดตามแผนถ้าไหว จากข้อมูลมีบางรายการเหลือเพียง 1–4 งวด เมื่อรายการเหล่านี้หมด ห้ามเอาเงินที่ว่างไปสร้างหนี้ใหม่ ให้โยกเงินก้อนเดิมไปจัดการหนี้ตัวถัดไปทันที นี่คือจุดที่สถานการณ์จะเริ่มหายใจได้ทีละนิด 5. บ้านต้องพิจารณาอย่างระมัดระวังที่สุด จาก 8,300 เหลือ 4,200 บาทช่วยกระแสเงินสดได้มาก แต่ต้องดูว่าเป็นมาตรการชั่วคราวหรือทำให้ระยะเวลาผ่อน/ดอกเบี้ยรวมเพิ่มขึ้นแค่ไหน อย่ามองเพียงว่า “เดือนนี้จ่ายน้อยลง” ต้องถามด้วยว่า “สุดท้ายเราต้องจ่ายทั้งหมดเท่าไร” 6. ค่าใช้จ่าย 3,000 บาทที่ระบุว่าเป็นค่าน้ำค่าไฟ ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับรายได้ ลองไล่ดูรายละเอียดจริงอีกครั้งว่าลดตรงไหนได้บ้าง แม้ลดได้เดือนละ 500–1,000 บาท ตอนนี้ก็มีความหมายมาก และสิ่งสำคัญที่สุด… อย่าเพิ่งพยายาม “ปิดหนี้ให้เร็วที่สุด” แต่ให้พยายาม “ทำให้ชีวิตอยู่รอดโดยไม่สร้างหนี้เพิ่ม” ก่อน เพราะคนที่กำลังจมน้ำ สิ่งแรกที่ต้องทำไม่ใช่ว่ายให้ถึงฝั่งเร็วที่สุด แต่คือ ทำอย่างไรก็ได้ให้ศีรษะพ้นน้ำและกลับมาหายใจได้ เคสนี้ไม่ได้หมดทางครับ เพราะหลายภาระกำลังจะหมด และเจ้าหนี้บางรายก็เริ่มเสนอทางเลือกให้แล้ว แต่จากวันนี้ต้องหยุดวงจรเดิมให้เด็ดขาด หนี้ก้อนใหญ่ไม่ได้หายไปในคืนเดียว แต่มันเริ่มลดลงได้ ตั้งแต่วันที่เราเลิกสร้างหนี้ก้อนใหม่ ผมขอเป็นกำลังใจให้เจ้าของเคสครับ ❤️ คำแนะนำนี้เป็นเพียงแนวทางในการจัดระเบียบปัญหา เพราะสุดท้ายแล้ว ไม่มีใครสามารถใช้หนี้แทนเราได้ทั้งหมด คนที่จะพาตัวเองออกจากหนี้ได้จริง ๆ ก็คือตัวเราเองครับ และถ้าผ่านวันที่หนักที่สุดนี้ไปได้ วันหนึ่งเมื่อหันกลับมา คุณอาจไม่ได้ภูมิใจแค่ว่า “ฉันใช้หนี้หมดแล้ว” แต่จะภูมิใจยิ่งกว่าว่า “วันนั้นฉันแทบไม่ไหว…แต่ฉันไม่ยอมแพ้” ❤️
See More
patiparn
@Patiphan2406
4 days ago
@Bouy2003fay
สวัสดีครับ
Patiphan2406
retweeted
Stocker Day
@stocker_day
5 days ago
"แค่ DCA ไปเรื่อย ๆ ยังไงก็รวย ยังไงก็ไม่ขาดทุน" . นี่คือความเชื่อที่คนลงทุนส่วนใหญ่มีเกี่ยวกับ DCA (การทยอยลงทุนถัวเฉลี่ย) จนหลายคนมองว่ามันคือสูตรสำเร็จที่ไม่มีทางพลาด 😅 . 🟥แต่ความจริงมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นครับ เพราะ DCA ก็มีจุดที่คนเข้าใจผิดอยู่หลายอย่าง และถ้าทำผิดวิธี ก็เจ็บตัวได้เหมือนกัน วันนี้แอดเลยอยากชวนมาเข้าใจ DCA ให้ถูกต้องกัน . 1) DCA ผิดสินทรัพย์ ก็เจ็บได้ DCA คือการเฉลี่ยต้นทุน ไม่ใช่เวทมนตร์เปลี่ยนของแย่ให้เป็นของดี ถ้าทยอยซื้อของที่ร่วงยาวไม่กลับ ก็ขาดทุนได้อยู่ดี ❌ . ยกตัวอย่างตลาดหุ้นญี่ปุ่น (Nikkei) ที่ใช้เวลากว่า 34 ปี กว่าราคาจะกลับไปแตะจุดสูงสุดเดิมของปี 1989 พลังของ DCA จึงเกิดเมื่อลงในสินทรัพย์ที่โตได้ในระยะยาวเท่านั้น . 2) DCA ไม่ได้แปลว่า "ไม่ขาดทุน" ในตลาดขาลงยาว ๆ พอร์ตเราติดลบได้เป็นปี ๆ อย่าง S&P 500 เคยเจอ "ทศวรรษที่หายไป" ช่วงปี 2000-2009 ที่แทบไม่ให้ผลตอบแทนเลยตลอด 10 ปี 😱 . หรือ Bitcoin ที่เคยร่วงหนักถึง 77% ในปี 2022 DCA แค่ช่วยไม่ให้ต้นทุนไปกระจุกบนยอดดอย แต่ไม่ได้การันตีว่าจะกำไรตลอดเวลา . 3) DCA ไม่ได้ให้ผลตอบแทน "สูงสุด" เสมอ งานวิจัยของ Vanguard (ใช้ข้อมูลตั้งแต่ปี 1926) พบว่าในตลาดขาขึ้น การลงเงินก้อนเดียว (Lump Sum) ชนะ DCA ราว 2 ใน 3 ของช่วงเวลา และให้ผลตอบแทนดีกว่าเฉลี่ย 1.5-2.4% เพราะเงินได้เข้าตลาดเร็วกว่า . 4) จุดแข็งจริง ๆ คือ "บริหารอารมณ์" ไม่ใช่กำไรสูงสุด มีข้อมูลจาก Morningstar พบว่านักลงทุนทั่วไปมักได้ผลตอบแทนต่ำกว่ากองทุนที่ตัวเองถือราว 1-1.5% ต่อปี เพราะเข้า-ออกผิดจังหวะตามอารมณ์ . จุดแข็งของ DCA จึงอยู่ตรงที่ทำให้เราไม่ต้องเดาจังหวะ ไม่แพนิกตอนตลาดผันผวน มันคือเครื่องมือสร้างวินัย ไม่ใช่เครื่องมือทำกำไรเยอะ . 5) ต้องกระจายความเสี่ยงด้วย อย่าทุ่ม DCA ทุกบาทไว้ในสินทรัพย์เดียว เพราะต่อให้เฉลี่ยต้นทุนดีแค่ไหน ถ้าของนั้นพังหนัก พอร์ตก็กระทบเต็ม ๆ . ⚠️ จุดที่คนพลาดบ่อยที่สุด คือการ "เลิก DCA ตอนตลาดแดง" ทั้งที่ช่วงนั้นคือช่วงได้ของถูก พลังของ DCA อยู่ที่ความสม่ำเสมอ ถ้าถอดใจกลางทาง = เสียประโยชน์ที่สุด . ทางเลือกสำหรับคนอยาก DCA ให้ปลอดภัยขึ้น - แบ่ง DCA หลายสินทรัพย์ (เช่น กองดัชนี + ทอง + เงินสดสำรอง) แทนที่จะทุ่มตัวเดียว - ตั้งระบบตัดเงินอัตโนมัติ เพื่อให้วินัยทำงานแทนอารมณ์ และไม่ลืมซื้อตอนตลาดแดง . สุดท้ายแอดขอย้ำว่า DCA เป็นเครื่องมือที่ดีมากสำหรับคนทั่วไป แต่ไม่ใช่ยาวิเศษที่การันตีกำไร สิ่งที่ทำให้มันเวิร์คจริงคือ เลือกสินทรัพย์ให้ถูก มีวินัยทำต่อเนื่อง และกระจายความเสี่ยงด้วยนั่นเอง
See More
patiparn
@Patiphan2406
4 days ago
@novemrealp15253
หุ่นดีมากครับ
Patiphan2406
retweeted
กรุงเทพธุรกิจ
@ktnewsonline
5 days ago
ตามรอยเงินทุน ‘Morgan Stanley’ สถาบันการเงินระดับโลก เจาะพอร์ต 1.2 หมื่นล้าน ถือหุ้นใหญ่ SET100 ตัวไหนบ้าง เปิดพอร์ต “Morgan Stanley” สถาบันการเงินระดับโลก พบถือหุ้นใหญ่ในบริษัทจดทะเบียนไทย 26 หลักทรัพย์ มูลค่ารวมกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท คัด 10 หุ้น SET100 ที่เข้าพอร์ต ทั้ง BBL, BCP, CENTEL, GUNKUL, HANA, SAWAD, GLOBAL, MEGA, AEONTS และ SPALI Morgan Stanley & Co. International PLC (MSIP) เป็นบริษัทในเครือของ Morgan Stanley สถาบันการเงินและบริษัทด้านการลงทุนระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีเครือข่ายธุรกิจครอบคลุมตลาดการเงินทั่วโลก โดย MSIP มีบทบาทหลักในธุรกิจซื้อขายหลักทรัพย์ วาณิชธนกิจ และบริการด้านตลาดทุน รวมถึงการให้บริการและทำธุรกรรมร่วมกับลูกค้าสถาบันในตลาดทุนไทย ทั้งนี้ MSIP ปรากฏชื่อเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทจดทะเบียนไทย 26 หลักทรัพย์ คิดเป็นมูลค่าพอร์ตรวมกว่า 12,000 ล้านบาท สะท้อนความเคลื่อนไหวของเงินทุนต่างชาติในตลาดหุ้นไทย โดยกระจายการถือครองในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม "กรุงเทพธุรกิจ" จึงอาสาพาไปสำรวจพอร์ตการถือครองของ MSIP และคัดเลือกเฉพาะหุ้นที่อยู่ในดัชนี SET100 มีอยู่ด้วยกัน 10 หลักทรัพย์ อ่านต่อ: https://t.co/bFBkWuqZaF กราฟิก: ภควีร์ ดำรงสุกิจ . #กรุงเทพธุรกิจ #InsightForOpportunities #กรุงเทพธุรกิจWealth #กรุงเทพธุรกิจInvestment
See More
Patiphan2406
retweeted
OAT PHONGSAKORN
@diaryidekchai
5 days ago
แจก 4 สูตรเก็บเงินทุกเดือน — เลือกได้ตามสไตล์ชอบ - สูตรปันผล: ซื้อหุ้นที่จ่ายเงินปันผล 12 ตัว ได้เงินเข้าทุกเดือน - สูตรเงินสด: เก็บเงินในกองทุนดอกสูง ถึงสงครามก็ไม่เจ็บมาก - สูตรปลอดภาษี: ซื้อพันธบัตร รัฐบาลหา ดอกได้ 5.5% - สูตรจัดหนัก: ลงทุนกองทุนดอกสูง 10 ตัว ดอกเบี้ย 8-10% ต่อปี ถึงตลาดจะวุ่น แต่ 4 สูตรนี้ยังเดินหน้าเก็บเงินให้เราได้ : Kiplinger
See More
patiparn
@Patiphan2406
5 days ago
@xd25nx
🤟
patiparn
@Patiphan2406
5 days ago
@mildzk
สวัสดีครับ
patiparn
@Patiphan2406
5 days ago
@14408002512phn
สวัสดีครับ
Patiphan2406
retweeted
callmelistar
@cloudynita
5 days ago
📍ยังไม่ 30 แต่รู้ตอนนี้ไว้ในวัย 30 จะไม่ลำบาก - อย่าใช้เงินเกินตัว เงินเดือนเพิ่มได้ แต่อย่าให้ lifestyle โตเร็วกว่ารายได้ - อย่าสร้างหนี้เพื่อซื้อภาพลักษณ์ ของบางอย่างไม่ได้ทำให้ชีวิตเราดีขึ้น แค่ทำให้คนอื่นคิดว่าเรามีเงิน - เรียนรู้เรื่องภาษี ประกัน และสวัสดิการที่ตัวเองมี - ออกกำลังการ อย่ารอให้ปวดหลัง - กินอาหารดี ๆ เลี่ยงการกินแล้วนอนเลย จะทำให้กรดไหลย้อย - ชีวิตเราคือการรับผิดชอบของเรา อย่าพึ่งพาคนอื่นจนช่วยเหลือตัวเองไม่เป็น
See More
patiparn
@Patiphan2406
5 days ago
@Lilyzo0o
สวัสดีครับ
patiparn
@Patiphan2406
5 days ago
@jessrpgnlg
Dm
patiparn
@Patiphan2406
5 days ago
@tongg2003m
Dm
patiparn
@Patiphan2406
5 days ago
@zxcmnutr
Dm
patiparn
@Patiphan2406
5 days ago
@novemrealp15253
Dm
patiparn
@Patiphan2406
5 days ago
สวัสดีครับบุรีรัมย์
#บุรีรัมย์
Patiphan2406
retweeted
Revieweverythingกิ่งก่องแก้ว ⭐️
@shopevtyw
9 days ago
พี่แอ๊ะพูดกับนักข่าว “ผมว่าทนายอาร์มเก่งนะ เค้าแย่งพูดเรื่องไร้สาระ ปัญญาอ่อนหมดเลย จนไม่ได้พูดเรื่องที่พี่ยัตต้องโดนติดคุก ไม่ได้เข้าเรื่องต่าง ๆ นาๆ ที่ประชาชนหลายๆคนคิด”
#ยัต
#เฟ็ดเฟ่
#ต้าเฟ็ตเฟ่
shopevtyw's tweet video.
Patiphan2406
retweeted
Haruya | 🦇
@HolAyau
9 days ago
อายุ 30 ตั้งใจ DCA เดือนละ 10,000 บาท เป้าหมายเกษียณคือ 10 ล้านบาท เป็นเรื่องเพ้อเจ้อไปไหม? โพสต์นี้น่าสนใจมาก งั้นเรามาลองคำนวณดูคร่าวๆ กัน สมมติว่า จขพ จะเกษียณตอนอายุ 60 ซึ่งตอนนี้อายุ 30 เท่ากับว่ามีเวลาลงทุนประมาณ 30 ปี และเลือกลงทุนแบบ DCA ทุกเดือน เดือนละ 10,000 บาท โดยคาดการณ์ผลตอบแทนเฉลี่ยจากการลงทุนต่อปีอยู่ที่ 6% เมื่อผ่านไป 30 ปี พอร์ตจะเติบโตจนไปแตะตัวเลข 10,095,376 บาท ตรงตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่ง.... - เงินต้นที่เราลงทุนไปจะอยู่ที่ 3,600,000 บาท (10,000 บาท x 360 เดือน) - ส่วนผลตอบแทนที่ได้จากการลงทุน คือ 6,495,376 บาท จะเห็นว่าผลตอบแทนที่เกิดจากการให้เงินทำงานนั้น โตแซงเงินต้นไปเกือบ 2 เท่า ซึ่งนี่แหล่ะครับ คือพลังของดอกเบี้ยทบต้น (Compound Interest) กลับมาที่คำถามว่า DCA เดือนละ 1 หมื่น แต่หวัง 10 ล้านตอนเกษียณ เพ้อเจ้อมั้ย? ตอบเลยว่า ไม่เพ้อเจ้อ และมีความเป็นไปได้ครับ เหตุผลนึงที่สำคัญเลยคือจำนวนเงินทุนสำหรับ DCA ต่อเดือนที่ถือว่ามากพอสมควร และถ้าหากเราลงทุนในสินทรัพย์ที่มีการกระจายความเสี่ยงในระดับนึง และเติบโตไปกับเศรษฐกิจโลก (แม้ว่าจะมีความกระจุกตัวอยู่บ้าง) ยกตัวอย่างเช่น ETF - $VT (ผมเคยเขียนโพสต์เกี่ยวกับ $VT ไว้ เดี๋ยวแปะให้ครับ) จากสถิติย้อนหลัง 10 ปี VT มักจะให้ผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ 10% ต่อปี การจะลงทุนเพื่อหาผลตอบแทนให้ได้เฉลี่ยประมาณ 6% ต่อปี จึงถือเป็นตัวเลขที่ดูเป็นไปได้มาก หรือถ้ามีเวลาเพิ่มเติม ก็ลองศึกษาพวกหุ้นรายตัว หรือ ETF ตัวอื่นๆ ที่จะสามารถเพิ่ม Growth ให้กับพอร์ตเราได้ ไม่แน่ว่าจากแค่ 6% อาจจะไปแตะที่ 8-9% ต่อปี ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้น จากเงินปลายทางที่ได้ 10 ล้าน จะกลายเป็น 15-18 ล้านแทน แต่แน่นอนว่า High Risk, High Returns ซึ่งต้องยอมรับความเสี่ยงได้ และความเสี่ยงจะยิ่งเพิ่มมากขึ้น ถ้าเราคาดหวังผลตอบแทนที่มากขึ้น คุณอาจสูญเสียเงินต้นด้วยซ้ำ ที่สำคัญคือผลตอบแทนในอดีตมันไม่ได้การันตีผลตอบแทนในอนาคต เพียงแต่เราใช้ดูเพื่อเป็น Baseline สำหรับการลงทุนในปัจจุบัน และเพื่อประเมินความเป็นไปได้ เพราะอย่าง VT ที่ฟังดูดีมากว่าผลตอบแทนเฉลี่ย 10 ปีอยู่ที่ประมาณ 10% แต่เวลามันร่วงมันเอาตายเหมือนกันนะครับ มันอาจร่วงทีนึงถึง 20-30% แล้วถ้าตอนนั้นมาถึง ต่อให้คนที่ลงทุนเก่งๆ ยังมือสั่นใจสั่นกันได้ เพราะงั้นเราต้องวางแผนเตรียมพร้อมไว้เสมอ และ Money Management สำคัญมากๆ มันไม่ใช่แค่ VT นะครับที่ร่วง แต่หมายถึงทั้งตลาดหุ้นที่จะปรับฐานอย่างรุนแรงพร้อมกัน เราอาจได้เห็นหุ้นบางตัว -40%, -60% ก็เป็นไปได้ทั้งนั้น ณ ตอนนั้น ไม่แน่ว่า นี่อาจเป็นโอกาสทองเลยก็ได้ที่จะได้ Shopping ของลดราคา แต่เราต้องเลือกสินค้าที่มันคุณภาพนะครับ ไม่ใช่เห็นของถูกก็ซื้อแหลกเลย และอีกอย่างที่อยากจะเตือนไว้คือ เส้นทางการลงทุนไม่ได้สวยหรูแน่นอนครับ มันต้องใช้ทั้งความอดทน ความพยายาม ความใจเย็น ความรู้ ความเข้าใจ และอีกหลายอย่างมากๆ แต่สุดท้าย ตัวผมเองเชื่อเสมอนะ ว่ายังไง การเริ่มต้น ก็ยังดีกว่า การไม่เริ่มทำอะไรเลย เพราะเราจะได้เรียนรู้ประสบการณ์จริงๆ และทำให้เราเป็นคนที่เก่งขึ้น 🚨 NFA, DYOR โพสต์นี้จัดทำขึ้นเพื่อแชร์ความรู้และมุมมองส่วนตัวเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินหรือการชี้นำให้ลงทุน โปรดศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงด้วยตัวเองก่อนตัดสินใจลงทุนเสมอ
See More
Last Seen Users on Sotwe
麻花酱
Türk İfşa Platformu
Seen from
Turkey
Earl Grey Ninja
Seen from
Turkey
MÊ CẶC TO
Seen from
Vietnam
Gay Boys (100K) 🇦🇷
Seen from
Turkey
បុរស ខ្លាំង69
媚黑♠️李多肉
Seen from
France
Alexandr
Seen from
United States
Samuelito
Seen from
Panama
BINOR INDO
Seen from
Indonesia
Trends for you
1
iPhone Duo
Under 10K tweets
2
Kirby
Under 10K tweets
3
Happy Birthday Terrence
Under 10K tweets
4
Samsung
Under 10K tweets
5
Seahawks
Under 10K tweets
6
#raindelayquestions
Under 10K tweets
7
iPad mini
Under 10K tweets
8
Lamine
Under 10K tweets
9
Adeyemi
Under 10K tweets
10
$AAPL
Under 10K tweets
Most Popular Users
1
Elon Musk
@elonmusk
241.6M followers
2
Barack Obama
@barackobama
119M followers
3
Cristiano Ronaldo
@cristiano
114.2M followers
4
Donald J. Trump
@realdonaldtrump
111.8M followers
5
Narendra Modi
@narendramodi
107.2M followers
6
Rihanna
@rihanna
98.7M followers
7
NASA
@nasa
92.4M followers
8
Justin Bieber
@justinbieber
91.8M followers
9
KATY PERRY
@katyperry
89.9M followers
10
Taylor Swift
@taylorswift13
83.8M followers
11
Lady Gaga
@ladygaga
75.3M followers
12
Virat Kohli
@imvkohli
73.1M followers
13
Kim Kardashian
@kimkardashian
70.8M followers
14
YouTube
@youtube
68.8M followers
15
Neymar Jr
@neymarjr
66.1M followers
16
Bill Gates
@billgates
65M followers
17
Selena Gomez
@selenagomez
62.9M followers
18
The Ellen Show
@theellenshow
62.3M followers
19
CNN
@cnn
61.8M followers
20
X
@x
60.7M followers
Olivia
Online
✨
⭐
💫