Home
Language
English
Türkçe
Bahasa Indonesia
About
Privacy Policy
Terms of Service
Pricing
Sign In
Download All
Share
Arti
@artificial999
170cm ไม่สูบบุหรี่ครับ
Bangkok, Thailand
Joined January 2020
649
Following
27
Followers
83
Posts
artificial999
retweeted
Hyper Shark!
@HyperSharkk
3 days ago
ใครที่กำลัง "งง" ว่าทำไมหุ้น semi มันร่วงกันหนักจัง ไปอ่านครับ! แต่ถ้าขี้เกียจ เดี๋ยวสรุปให้ คืองี้ 1. หุ้นกลุ่ม Semi มันกิน 20% ของ Global Risk Capital เลยนะ ทั้งๆ ที่ Market Cap Weight อยู่แค่ 13% -> ง่ายๆ คือ นักลงทุนยัด Position ไว้เยอะเกินน้ำหนักจริง เพราะงั้นพอความผันผวนมันเกิด หรือพวก Risk Model เริ่มลดความเสี่ยงกัน หุ้นกลุ่มนี้ก็จะโดนเทก่อน -> สำหรับใครที่กังวล ผมบอกเลยว่าตอนนี้เป็นแค่ Positioning Event มากกว่า Fundamental พังนะครับ 2. ตลาดกำลังกลัวว่า AI จะหาเงินมาจ่าย CapEx ยังไง? -> ช่วงนี้ความกลัวหลักๆ คือเรื่อง “เงิน” เลยครับ ตลาดเริ่มถามละว่า “สร้างเยอะขนาดนี้ แล้วจะหาเงินจากไหนมาจ่าย?” -> นักลงทุนเลยเอาเงินออกจาก AI ก่อน เพื่อไปหาหุ้น Defensive มากขึ้น 3. แถมอีกเรื่องคือ FCF ของ $META ก็ทำตลาดสะดุ้งเหมือนกัน -> เพราะมันย้ำอีกทีว่า AI CapEx โตจริง แต่ Cash Flow ที่เหลือ อาจจะโดน Ai กินไปเยอะกว่าที่ตลาดคาด เพราะงั้นรอบนี้ผมยังไม่มองว่า AI Fundamental พังนะ สำหรับผมมันคือ Positioning + Financing Concern มากกว่า
See More
artificial999
retweeted
Chayanon Rakkanjanan
@MrMessenger
5 days ago
หลายเมืองในจีนเริ่มทำอะไรที่ดูแปลกในสายตาคนภายนอกนะครับ ป้ายบิลบอร์ดขนาดใหญ่ จอ LED ในห้างสรรพสินค้า และสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน ที่ปกติเต็มไปด้วยโฆษณาสินค้าและภาพดารา ถูกเปลี่ยนเป็นภาพของนักวิทยาศาสตร์และผู้สร้างนวัตกรของประเทศแทน เริ่มต้นที่มณฑลซานตง เมืองเหอเจ๋อ แล้วขยายไปยังเจิ้งโจว หางโจว เหอเฝย์ ฉงชิ่ง และอีกหลายแห่ง ภาพที่ขึ้นบ่อยคือ เฉียน เสวียเซิน บิดาแห่งโครงการขีปนาวุธและอวกาศของจีน เติ้ง เจียเซียน นักฟิสิกส์นิวเคลียร์ หยวน หลงผิง ผู้พัฒนาข้าวลูกผสมที่ช่วยแก้ปัญหาความอดอยาก และถู โหย่วโหย่ว นักวิจัยที่ได้รับรางวัลโนเบลจากยาอาร์เทมิซินิน สื่ออย่าง Global Times และ People’s Daily รายงานว่าเป็นการรณรงค์ที่เกิดจากทั้งความสมัครใจของธุรกิจและทิศทางส่งเสริมวิทยาศาสตร์ของรัฐ เพื่อให้เด็ก ๆ และประชาชนเห็นนักวิทยาศาสตร์เป็นแบบอย่าง แทนดาราหรืออินฟลูเอนเซอร์ เป้าหมายชัดเจนครับว่า รัฐบาลอยากเปลี่ยนไอดอลของเยาวชน จากคนที่สร้างความบันเทิง เป็นคนที่สร้างประโยชน์ให้โลกจริงๆ และอยากให้เด็กอยากเติบโตไปเป็นนักวิจัย นักคิดค้น มากกว่านักแสดง เรื่องนี้ถูกพูดถึงกว้างขวางในต่างประเทศ หลายคนเห็นด้วยว่าสังคมปัจจุบันให้คุณค่ากับความบันเทิงมากเกินไป ขณะที่คนที่อยู่เบื้องหลังคุณภาพชีวิตอย่างนักวิทยาศาสตร์ แพทย์ และครู กลับไม่ได้รับการเชิดชูเท่าที่ควร ผมเห็นด้วยว่า บุคคลที่เราเลือกเป็นแบบอย่างให้เยาวชน จะกำหนดอนาคตของประเทศในอีกสิบหรือยี่สิบปีข้างหน้า ถ้าเด็ก ๆ เห็นแต่ภาพคนดังที่รวยจากคอนเทนต์และความบันเทิง พวกเขาจะเติบโตมาด้วยความฝันแบบนั้น แต่ถ้าพวกเขาเห็นภาพคนที่สร้างข้าวพันธุ์ใหม่ สร้างยาใหม่ หรือสร้างเทคโนโลยีใหม่ พวกเขาจะมีภาพในหัวว่า การสร้างคุณค่าให้สังคมก็เป็นทางเลือกที่น่าภาคภูมิใจครับ และตอนนี้ จีน กำลังลองเปลี่ยนพื้นที่สาธารณะให้เป็นห้องเรียนเรื่องคุณค่า แม้จะมีข้อถกเถียงเรื่องการชี้นำจากรัฐ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ การตั้งคำถามกับสังคมว่า เราจะยอมให้ไอดอลของเด็ก ๆ ถูกกำหนดโดยตลาดความบันเทิงเพียงอย่างเดียวหรือไม่ ลองคิดเล่นๆนะครับ ถ้าแนวคิดแบบนี้ถูกนำมาใช้ในไทย ป้ายตามแยกใหญ่หรือสถานี BTS/MRT ถูกเปลี่ยนเป็นภาพครู แพทย์ นักวิจัย หรือผู้ทำคุณประโยชน์ให้สังคม... ภาพแบบนี้ จะพาประเทศเราไปทางไหนในอีกยี่สิบปี? เพราะสุดท้ายแล้ว คนที่เราเชิดชูในที่สาธารณะ จะกลายเป็นกระจกที่เด็ก ๆ มองแล้วตัดสินใจว่า ชีวิตแบบไหนที่ควรค่าแก่การใฝ่ฝัน Mr.Messenger รายงาน
See More
artificial999
retweeted
Sawyer Merritt
@SawyerMerritt
11 days ago
The fact that Tesla was able to keep the development of the Roadster a secret for so long is pretty impressive.
SawyerMerritt's tweet video.
Arti
@artificial999
18 days ago
@MinttMinttxqa
🙂
Who to follow
Big Mama
@Bass89259234
ด้านมืด
ด้านมืด เมียอวบ
@JylhzuaQXBS8S28
TheOne
@paladomza
....
Arti
@artificial999
27 days ago
@lee_Kit253
@im_sernz
แสดงความคิดเห็นครับ มีเครื่องสูบน้ำ แต่จัดการไม่ได้ เครื่องไม่ทำงาน ไม่มีอะไหล่ เครื่องมีไม่เพียงพอ จะมาหาซื้อตอนนี้คงไม่ทัน แล้ว สูบจากที่นึงไหลไปอีกที่ วางแผนน้ำไม่ดี ก้อเดือดร้อนคนอื่นอีก หรือ มีการเมืองมาคอยขัด มีเครื่องสูบน้ำไปก้อเท่านั้นครับ 🤣
Arti
@artificial999
about 1 month ago
@163cmgurl
@KhehaDech84843
กำลังจะยื่นใบสมัครเลย 🤣
Arti
@artificial999
about 1 month ago
@Lifez
จริงมากๆ ตอนนี้เริ่มมีมุม ที่ไม่อยากใช้ เยอะขึ้นเรื่อยๆเลยคับ
Arti
@artificial999
about 1 month ago
@Petae_Lynch
Esg ยังเหนียว ย่อน้อย 😑
Arti
@artificial999
about 2 months ago
@HyperSharkk
ขอบคุณครับ
Arti
@artificial999
about 2 months ago
@MrMessenger
HBD ครับ สุขภาพแข็งแรง ร่ำรวย มีความสุขมากๆครับ
Arti
@artificial999
about 2 months ago
@NaughtyGirl_J
มันเกิดขึ้นระหว่างทำภาระกิจเหรอ 😂
Arti
@artificial999
about 2 months ago
@PolarKen
เยี่ยมเลยครับ อ่านเจอแต่คนโวยวาย คนด่า ทั้งๆที่ไม่เข้าใจอะไรเลย เช่น ต่างกับปั๊มน้ำมันยังงัย ตอนนี้มีแบบนี้หลายที่ไหม ขอชื่นชมความพยายามอธิบายครับ
Arti
@artificial999
about 2 months ago
@ToneyDoe49403
@EthereumThaila1
ต่างกับปั๊มน้ำมันยังงัยนะ 😔
Arti
@artificial999
about 2 months ago
@EthereumThaila1
ถ้า รู้ทุกเรื่อง เค้าคงรู้ว่าแต่ละคนกินอ่ะไร ที่บ้านเก็บอะไรอยู่ บ้านนี้มีห้องใต้หลังคา คิดหน่อย
Arti
@artificial999
about 2 months ago
@vvaasshi
@prayutnahee55
ใช่เลย xauusdc. 👍
artificial999
retweeted
Hyper Shark!
@HyperSharkk
2 months ago
แจก 10 Insight!! (เอาไปใช้หาหุ้นได้เลย) จาก Earnings Season ที่ผมคิดว่าใช้ “ล่าหุ้นเติบโต” ได้จริงๆ ใครอยากหาหุ้น เอาไปใช้ได้เลย คือช่วงนี้ผมไล่อ่านงบหลายๆ บริษัท แล้วก็เจอ Insights หลายๆ อย่าง ถ้าเราอยากหาหุ้นที่มีโอกาสโตได้ดีในอีก 2-5 ปีข้างหน้า บางทีเราไม่ควรดูแค่ว่า “บริษัทไหนงบดี?” หรือ “งบไม่ดี” ผมว่าเราต้องมองหา “บริษัทที่กำลังโตแรงๆ เนี้ย มันต้องซื้อของจากใคร?” เหมือน $NVDA โตแรง รายได้ล้นๆ → ต้องใช้ HBM มากขึ้น → $MU ได้ประโยชน์ตาม แล้วถ้าขุดลึกๆ ลงไปอีก เราจะเริ่มเห็นโอกาสอีกเยอะมาก และในเธรดนี่คือ 10 Insight ที่ผมได้จากการอ่านงบบริษเทในช่วง 2 วีคที่ผ่านมานับ 100 บริษัทได้ ผมเขียนไว้ให้หมดแล้วในเธรดนี้ ไปอ่าน!!! 👇🏻
See More
artificial999
retweeted
Chayanon Rakkanjanan
@MrMessenger
2 months ago
Massachusetts จ่อคลอดกฎ AI โหดสุดในสหรัฐ - OpenAI ค้านหัวชนฝา vs Anthropic หนุนสุดตัว สะท้อนกลยุทธ์ระยะยาวของ 2 ค่ายที่แตกต่างสุดขั้ว วงการ AI กำลังจับตาเรื่องนี้กันอย่างระทึกเลยครับ รัฐ Massachusetts เตรียมผ่านร่างกฎหมายควบคุม AI ระดับรัฐที่เข้มงวดที่สุดในสหรัฐ ก็คือการบังคับให้ Frontier Model ต้องผ่านการประเมิน Catastrophic Risks ทุก 120 วัน ร่างกฎหมายนี้ ทำให้ 2 ยักษ์ใหญ่ด้าน AI อย่าง OpenAI + Anthropic ต้องเปิดศึกกันอย่างเปิดเผยเลยทีเดียว แถมประเด็นคือ มันไม่จบแค่การล็อบบี้กฎหมายสิครับทุกคน... เพราะ OpenAI ประกาศค้านหัวชนฝา ใช้คำเปรียบว่ากฎหมายเข้มงวดเกินไปเหมือน บังคับให้รื้อเครื่องยนต์ออกมาประกอบใหม่ตลอดเวลา แต่ด้าน Anthropic กลับหนุนสุดตัว ประกาศ ประโยคเด็ด อุตสาหกรรม AI ไม่ควรเป็นคนตรวจการบ้านของตัวเอง ข่าวว่า ทั้งสองค่าย ตอนนี้ทุ่มเงินจ้าง Lobbyist ในบอสตัน แข่งกันปรับร่างกฎหมายนี้ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ที่จะถึงในเดือน พ.ย. และที่น่าตกใจสุด คือ 2 ค่ายนี้ไม่ได้กันแค่แข่ง Model ใครเก่งกว่า แต่กำลังเล่นเกมยุทธศาสตร์ระยะยาว 5-10 ปี ที่แตกต่างกันสุดขั้วเลยครับ ผมไปอ่านเรื่องนี้สนุกๆ กันครับ --- กฎหมาย Massachusetts ที่ทั้งวงการ AI ต้องเอามือทาบอก ร่างกฎหมายพุ่งเป้า AI Companies ที่รายได้เกิน 500 ล้านดอลลาร์ต่อปี = Frontier Model Developer ทุกราย เกณฑ์บังคับสำคัญ 3 ข้อ 1. Assessment ทุก 120 วัน ต้องส่ง Frontier Model เข้ารับการประเมิน Catastrophic Risks จากหน่วยงานอิสระ 2. นิยาม Catastrophic คือ ต้องไปประเมินว่า AI มีศักยภาพทำให้คนเสียชีวิตหรือบาดเจ็บ 50+ คน หรือสร้างความเสียหาย 1,000 ล้านดอลลาร์+ หรือไม่ 3. บทลงโทษ ถ้าปกปิดรายงานความปลอดภัย โดนปรับ 1-3 ล้านดอลลาร์ เทียบกับกฎรัฐอื่น เช่น Illinois ที่ตรวจปีละครั้ง แปลว่า รัฐ Massachusetts เข้มกว่าถึง 3 เท่าทีเดียว --- ก่อนวิเคราะห์กฎหมาย ต้องเข้าใจว่า OpenAI vs Anthropic แข่งกันในมิติไหน หลายคนอาจคิดว่า 2 บริษัทนี้แข่งกันแค่เรื่อง Model เก่งกว่ากัน แต่จริงๆ แข่งกัน 5 มิติที่ซ้อนทับกัน มาสแกนกัน มิติที่ 1 Model Performance ใครเก่งกว่ากันตอนนี้ Anthropic Claude Fable 5 (รุ่นล่าสุด) นำในด้าน Coding + Reasoning + Enterprise Task OpenAI GPT-5.6 Family (Sol, Terra, Luna) นำในด้าน General Consumer + Image Generation + Multi-modal ป้า Cathie Wood ก็เคยยืนยันสัมภาษณ์กับ Bloomberg ว่า ทีม ARK ใช้ Claude Fable 5 ใน Vibe Coding มากกว่า ChatGPT ขณะที่ Enterprise Benchmark เกือบทุก Ranking ใน Q2 2026 บอก Claude Fable 5 นำอยู่ 5-10% ในงาน Complex Reasoning สรุปมิติแรก Model Performance = Anthropic นำเชิง Technical = OpenAI นำเชิง Consumer Reach มิติที่ 2 ขนาดกิจการและมูลค่า Valuation Anthropic 965 พันล้านดอลลาร์ (พ.ค. 2026 Round ล่าสุด นำ Altimeter + Dragoneer + Greenoaks + Sequoia) OpenAI 852 พันล้านดอลลาร์ (มี.ค. 2026 Round ก่อนหน้า) เท่ากับว่า มูลค่ากิจการของ Anthropic เพิ่งแซง OpenAI เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เมื่อ พ.ค. 2026 โดยห่างกันประมาณ 113 พันล้านดอลลาร์ มิติที่ 2 นี้ Anthropic ก็เป็นฝ่ายชนะไปอีก มิติที่ 3 Revenue Growth Anthropic Annualized Run Rate ก.ค. 2025 อยู่ที่ 4 พันล้าน กลาง 2026 พุ่งเป็น 50 พันล้าน เท่ากับ เติบโตได้ 12.5 เท่าใน 12 เดือน! OpenAI Annualized Run Rate ปัจจุบันประมาณ 40 พันล้าน โตเหมือนกันครับ แต่โตได้แค่ 5-6 เท่าจากปี 2024 แปลว่า Anthropic โตเร็วกว่า OpenAI 2-3 เท่า แถม Q2 2026 Anthropic Profit ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ด้วย มิติที่ 3 นี้ Anthropic ก็ยังชนะอยู่ดี มิติที่ 4 Investment + Backer Anthropic มี Google 40 พันล้าน + Amazon 5 พันล้าน + Micron/Samsung/SK Hynix ร่วมล่าสุด กลายเป็น Full-Stack Ecosystem OpenAI มี Microsoft 13 พันล้าน + MGX (Abu Dhabi) + Nvidia Investment = Big Tech + Middle East Money ดูแล้ว Anthropic ได้ Chip Makers ร่วมลงทุน = ความมั่นคงด้าน Supply Chain ส่วน OpenAI ได้ Sovereign Wealth Fund = ความมั่นคงด้าน Capital ยกนี้ ผมให้เสมอกันครับ มิติที่ 5 Enterprise Adoption Fortune 500 Companies ใช้ Claude 62% Fortune 500 Companies ใช้ ChatGPT 45% ต้องยอมรับครับว่า Anthropic นำในแง่การใช้งานในระดับ Enterprise แต่ในขณะที่ทางฝั่ง OpenAI นำในแง่การใช้งานระดับ Consumer (600M+ Monthly Users) ผมให้เสมอแล้วกัน (แต่แบบมองว่า Anthropic ขนะไปแบบฉิวเฉียด) --- จุดยืนที่ตอบสนองต่อ Massachusetts Law ของทั้งสองบริษํท สะท้อนกลยุทธ์ระยะยาวที่แตกต่างสุดขั้วครับ ฝั่ง OpenAI ใช้ Strategy คือ Speed + Scale เพราะ OpenAI เชื่อว่าใน AI Race ผู้ที่ Release Model ได้เร็วที่สุด + เข้าถึง User ได้มากที่สุด = ผู้ชนะ ทางผู้บริหารของ OpenAI เลยบอกว่า การประเมินทุก 120 วัน มันคือการชะลอ Model Release ประมาณ 2-4 เดือนต่อรุ่น และเสี่ยงที่จะทำให้ OpenAI สูญเสียความสามารถในการเร่งความเร็วพัฒนา Model (ซึ่งตอนนี้ ก็ตามหลังอยู่) พอเป็นแบบนี้ OpenAI เลยต้องค้านสุดตัว เพราะ Business Model ของ OpenAI พึ่ง Rapid Iteration + Consumer Adoption ต่างจาก Anthropic ที่ใช้ Strategy Safety + Enterprise Trust Anthropic เชื่อว่าตลาด AI ระยะยาวจะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม 1. Consumer AI ที่แข่งกันเรื่อง Feature + Price 2. Enterprise + Government AI ที่แข่งกันเรื่อง Trust + Compliance + Safety Anthropic ตั้งใจเลือกฐานลูกค้าเป็นกลุ่มที่ 2 ตั้งแต่แรก การที่ Dario Amodei CEO ของ Anthropic ออกจาก OpenAI มาตั้งบริษัทใหม่ ก็เพราะกังวลเรื่อง Safety นี่ละครับ กฎหมาย Massachusetts มันเลยกลายเป็น Regulatory Moat สำหรับ Anthropic ทันที เพราะ 1. Anthropic ทำ Constitutional AI + Safety Testing มาตลอด = พร้อม Compliance ทันที 2. Startup เล็กเข้าตลาดยากขึ้น = ลดคู่แข่งในอนาคต 3. Position Anthropic เป็น Gold Standard = ได้ Contract Government + Regulated Industries ชัดเจนว่า Anthropic กำลังใช้ Regulation เป็น Competitive Weapon นั่นเอง --- ผลลัพธ์ที่จะตามมา จุดยืน Legal นำสู่ Business Outcome Scenario 1 ถ้ากฎ Massachusetts ผ่านและกระจายไปหลายรัฐ Anthropic ได้ประโยชน์เต็มที่ 1. Enterprise + Government Contract จะเลือก Anthropic เพราะ Compliant อยู่แล้ว 2. Regulatory Moat กันคู่แข่งใหม่เข้ามา 3. Valuation Premium เพิ่มขึ้น เพราะ Business Sustainable กว่า OpenAI จะเจอ Bottleneck 1. Model Release ช้าลง 30-40% ต่อปี 2. Enterprise Customer อาจ Shift ไป Anthropic 3. Consumer Product ยังแข็ง แต่ Margin ลด Scenario 2 ถ้ากฎถูกปรับให้เบาลง หรือไม่ผ่าน OpenAI ได้ประโยชน์ 1. รักษา Speed Advantage 2. Consumer Growth ยังพุ่ง 3. IPO ได้ที่ Valuation สูงกว่า Anthropic จะเสีย Regulatory Moat 1. คู่แข่งใหม่เข้าง่ายขึ้น (Chinese Model, Open-Source Model) 2. Safety Positioning ยากขึ้นในการขาย Premium --- แต่... Scenario 3 ที่ผมมองว่าน่าจะเกิดจริง ก็คือ Massachusetts ผ่านแบบ Compromise + รัฐอื่นตาม จะกลายเป็น Bifurcation ของ AI Market 1. Anthropic + Enterprise-focused Players = ตลาด Regulated Enterprise (50-60% ของกำไร) 2. OpenAI + Consumer-focused Players = ตลาด Consumer + International (40-50% ของกำไร) 2 ค่ายจะอยู่ในตลาดที่ต่างกัน แม้เริ่มจาก DNA เดียวกันครับ --- มุมมองผมนะ เอาจริงๆ ผมตามเรื่องนี้ เพราะก็อยากตอบคำถามตัวเองเหมือนกันว่า หาก OpenAI และ Anthropic ทำ IPO เข้าตลาดจริงในอนาคต หุ้น 2 ตัวนี้ ตัวไหนจะน่าสนใจลงทุนในระยะยาวมากกว่ากัน แล้วก็มาพบประเด็นสำคัญตามนี้ครับ ประเด็นแรก การที่ Anthropic สนับสนุน Massachusetts Law = Playbook ที่คล้าย Big Pharma ในยุค FDA Regulation ในยุค 1960s FDA เริ่มบังคับ Clinical Trial ที่เข้มงวด บริษัทยาใหม่เล็กๆ ล้มหาย Big Pharma อย่าง Pfizer + Merck รอด + ได้ Market Share มากขึ้น เพราะพร้อม Compliance = Regulatory Moat Anthropic กำลังทำเหมือนกัน ใช้ Massachusetts เป็น Regulatory Sandbox สร้าง Precedent ที่ตัวเองได้เปรียบ ประเด็นที่สอง OpenAI มีความเสี่ยงที่ตลาดยังไม่ Price ถ้ากฎรุนแรงกระจายทั่วสหรัฐ + EU AI Act ยิ่งเข้ม + จีน Regulation ตาม ผลคือ OpenAI ต้อง Redesign Business Model และกลายเป็นต้องลด Speed การพัฒนา ผลที่อาจตามมาก็คือ Growth Rate ที่ลด ตรงนี้ น่าห่วงว่า จะไปกระทบกับ Valuation บริษัทตอน IPO เข้าตลาดด้วย และเกมส์นี้ ดูจากข่าวแล้ว เหมือน OpenAI IPO ยังไม่แน่นอนนะครับ ในขณะที่ Anthropic เตรียมพร้อมกว่าพอสมควร ประเด็นที่สาม ผมว่า เป็นไปได้แล้วที่ Anthropic กำลังจะแซง OpenAI ในระยะ 12-18 เดือน จากข้อมูลปัจจุบัน 1. Valuation Anthropic 965B > OpenAI 852B (แซงแล้ว) 2. Revenue Growth Anthropic +1,150% vs OpenAI +500% (แซงแล้ว) 3. Enterprise Adoption Anthropic 62% vs OpenAI 45% (แซงแล้ว) 4. Regulatory Positioning Anthropic Pro-Regulation vs OpenAI Anti-Regulation (Anthropic ได้เปรียบใน Long-term) สรุปคือ Anthropic กำลัง ชนะใน 4 จาก 5 มิติ ที่ผมกางออกมาให้ดู ประเด็นที่สี่ Massachusetts Law เป็น Regulatory Precedent ที่จะกระทบทั่วโลก --- ในเกม AI Race ที่นักลงทุนส่วนใหญ่มองแค่ว่าใคร Model เก่งกว่ากัน จริงๆ ในระดับ CEO และกลุุ่มผู้บริหารของ OpenAI และ Anthropic กำลังเล่นเกมยุทธศาสตร์ที่ลึกกว่านั้นมากครับ OpenAI เดิมพันกับ Speed + Consumer Growth เพื่อชิงตลาดใหญ่ก่อน แล้วค่อยแก้ Regulation ทีหลัง Anthropic เดิมพันกับ Safety + Regulatory Moat เพื่อสร้าง Sustainable Advantage ที่คู่แข่งเลียนแบบไม่ได้ Massachusetts Law เป็นแค่ Battle แรกของสงครามที่จะยาวไปอีก 5-10 ปีหลังจากนี้ ผมเชื่อว่านักลงทุนที่มองเกมยุทธศาสตร์ได้ก่อน จะเห็นก่อนว่าใครคือผู้ชนะระยะยาวจริง AI Race ไม่ได้แข่งแค่ Model แล้ว แข่งกฎหมาย แข่งภาพลักษณ์ แข่งการวางระบบ Ecosystem ให้ตัวเองได้เปรียบยาวๆ เกม AI อำนาจใน AI กำลังเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เราก็ต้องมีวิธีมอง และมีวิธีวิเคราะห์บริษัท AI ที่ตามเขาให้ทันนะครับ Mr.Messenger รายงาน
See More
artificial999
retweeted
InnovestX
@invxsecurities
3 months ago
#งบออกแล้วยังไงต่อ
🚀 $RKLB (Rocket Lab) / $ASTS (AST SpaceMobile) InnovestX มองธุรกิจอวกาศมีศักยภาพเติบโตในระยะยาวจากความต้องการด้านการสื่อสาร ดาวเทียม และความมั่นคง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจำกัดสัดส่วนการลงทุน และติดตามรายได้จริง Backlog ความคืบหน้าของโครงการ และเส้นทางสู่การทำกำไรของแต่ละบริษัทอย่างใกล้ชิด ======================== 🎯 มุมมองต่อผลประกอบการ โดย InnovestX ✅ $RKLB (Rocket Lab) เรามองผลประกอบการ RKLB เป็น บวกต่อพื้นฐาน จาก 1) รายได้ +62% YoY และทำสถิติสูงสุด 2) EBITDA ดีกว่าคาดอย่างมาก 3) Backlog $2.36 พันล้าน 4) Guidance รายได้ 3Q26 สูงกว่าตลาด สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าธุรกิจเดิมทั้ง Electron และ Space Systems สามารถเติบโตได้โดยไม่ต้องรอ Neutron อย่างเดียว อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นระยะสั้น...มีโอกาสถูกกดดันจาก Neutron timeline มากกว่าผลประกอบการ หากเที่ยวบินแรกเลื่อนไปปี 2027 นักลงทุนจะต้องเลื่อนสมมติฐานรายได้จากจรวดขนาดกลางออกไปด้วย ขณะเดียวกัน EBITDA 3Q26 ที่คาดขาดทุน $17–23 ล้านต่ำกว่าที่ตลาดคาด ยังบ่งชี้ว่าช่วงลงทุนหนักยังไม่จบ ✅ $ASTS (AST SpaceMobile) ASTS ศักยภาพตลาดสูง แต่ความเสี่ยงการดำเนินงานสูงกว่า มีจุดเด่นจากตลาด Direct-to-Device ที่มีขนาดใหญ่ พันธมิตร MNO มากกว่า 60 ราย backlog $1.3 พันล้าน และสถานะเงินทุนแข็งแรงกว่าเดิม แต่ผล 2Q26 แสดงให้เห็นว่าบริษัทต้องใช้เงินจำนวนมากก่อนเข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยวรายได้ โดย 3Q26 เพียงไตรมาสเดียวคาดลงทุน $350-425 ล้าน เราจึงมอง $ASTS เป็นหุ้นที่ ผลตอบแทนมีความไม่แน่นอน หากการส่ง BlueBird เร่งขึ้นและบริการเชิงพาณิชย์เริ่มสร้างรายได้ตามแผน มูลค่าธุรกิจสามารถขยายอย่างมีนัยสำคัญ แต่หากจำนวนดาวเทียมไม่ถึงระดับที่ต้องการหรือการส่งล่าช้า การรับรู้รายได้จะเลื่อนออกไปในขณะที่ค่าใช้จ่ายยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง 🌟 มุมมองรวม 🌟 ▸ ในกลุ่ม Space Economy เราให้น้ำหนัก $RKLB มากกว่า $ASTS ▸ ในระยะนี้ เนื่องจาก RKLB มีธุรกิจที่สร้างรายได้จริงและมี backlog รองรับแล้ว ขณะที่ ASTS ยังต้องพิสูจน์การเปลี่ยนเครือข่ายดาวเทียมให้เป็นรายได้บริการเชิงพาณิชย์ในวงกว้าง ▸ อย่างไรก็ตาม ทั้งสองหุ้นยังเป็นหุ้นเติบโตสูงที่มูลค่าขึ้นกับเหตุการณ์สำคัญ มากกว่ากำไรระยะสั้น ▸ โดย RKLB เราแนะติดตามการทดสอบและเที่ยวบินแรกของ Neutron ขณะที่ ASTS เราแนะติดตามจำนวน BlueBird ในวงโคจร การเริ่มบริการทดลอง และการเร่งรายได้ใน 4Q26 เป็นตัวชี้วัดหลักในการปรับน้ำหนักการลงทุน ======================== 📌 สนใจลงทุนใน Rocket Lab เลือกลงทุนได้ทั้งหุ้น RKLB โดยตรงผ่านแอป INVX หรือผ่าน DR23 “RKLB23” ซื้อขายง่ายเหมือนหุ้นไทยบนแอป Streaming อ่านบทวิเคราะห์ฉบับเต็มที่นี่ครับ : https://t.co/mIxTZK69lA ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศอาจมีความเสี่ยงทางด้านอัตราการแลกเปลี่ยนเข้ามาเกี่ยวข้อง #YourFutureEmpowered #InnovestX #INVX #WealthAlert #ลงทุนหุ้นต่างประเทศ #หุ้นสหรัฐฯ #ลงทุนหุ้นอเมริกา #RKLB #ASTS #RKLB23 #DR23
See More
artificial999
retweeted
ผู้หญิงสารวน
@KanidthaO
3 months ago
วิธีเชื่อม
#ai
กับ
#TradingView
KanidthaO's tweet video.
artificial999
retweeted
PP. 🐈⬛
@Porpor_1124
3 months ago
ปีนี้ยังไม่ได้เล่นรีลั่นสักทีเลย 8.8 มาเล่นรีลั่นกันเถอะ 🤭 กติกาคือรีโพสนี้ สุ่มส่ง 8 คน เล่นถึงเที่ยงคืนนี้น๊า เริ่ม!
Last Seen Users on Sotwe
Sec Aulia
Seen from
Indonesia
凰羽-アゲハ
Seen from
Singapore
熟女收藏家
Cuckold DNA
Seen from
Turkey
Brazzers Premium
Seen from
Turkey
兔兔1104
Seen from
Australia
MS
Seen from
Singapore
Am Yalama
Seen from
Turkey
≛⃝ Ꮢօ𝘣σ ⃝⃪⃕ 👁️ℎ𝑎𝑏𝑒ꇙℎ𝑎 𝒍𝒖𝒌𝒆𝒓👁️2
HAKAN35
Seen from
Turkey
Trends for you
1
Brewers
Under 10K tweets
2
Eagles
Under 10K tweets
3
Yaxel
Under 10K tweets
4
#WWERaw
Under 10K tweets
5
Jay-Z
Under 10K tweets
6
Tanner McKee
Under 10K tweets
7
Giannis
Under 10K tweets
8
#LaGranjaCapataz
Under 10K tweets
9
Cooper Flagg
Under 10K tweets
10
#LGRW
Under 10K tweets
Most Popular Users
1
Elon Musk
@elonmusk
241.5M followers
2
Barack Obama
@barackobama
118.8M followers
3
Cristiano Ronaldo
@cristiano
114.5M followers
4
Donald J. Trump
@realdonaldtrump
111.9M followers
5
Narendra Modi
@narendramodi
107.1M followers
6
Rihanna
@rihanna
98.7M followers
7
NASA
@nasa
92.3M followers
8
Justin Bieber
@justinbieber
91.8M followers
9
KATY PERRY
@katyperry
90M followers
10
Taylor Swift
@taylorswift13
84M followers
11
Lady Gaga
@ladygaga
75.5M followers
12
Virat Kohli
@imvkohli
73.5M followers
13
Kim Kardashian
@kimkardashian
70.9M followers
14
YouTube
@youtube
68.8M followers
15
Neymar Jr
@neymarjr
66.5M followers
16
Bill Gates
@billgates
65.3M followers
17
Selena Gomez
@selenagomez
63.1M followers
18
The Ellen Show
@theellenshow
62.2M followers
19
CNN
@cnn
61.7M followers
20
X
@x
60.7M followers
Olivia
Online
✨
⭐
💫