Home
Language
English
Türkçe
Bahasa Indonesia
About
Privacy Policy
Terms of Service
Pricing
Sign In
Download All
Share
ปัญปัญไดอารีลงทุน
@lappanyar
Joined April 2021
166
Following
51
Followers
573
Posts
lappanyar
retweeted
nin 🌟🌛🌺
@mydaileee
7 days ago
อห มีคนโดนฆาตกรรมที่สวนเบญจสิริ😭
lappanyar
retweeted
Fun Manager
@funxmanager
about 1 month ago
สรุปประเด็นจากสัมมนา MFC " AI Factory Connect the Dots from Power to Intelligence ต่อจิ๊กซอว์ AI สู่โอกาสการลงทุน " บรรยายโดย คุณเชาวน์กร โชติบัณฑ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ และหัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน หยิบแก่นๆของแต่ละเรื่องมานะครับ 1. ภาพรวมของระบบนิเวศ AI (AI Ecosystem & Supply Chain Overview) เบื้องหลังการใช้งาน AI เช่น ChatGPT, Claude, Gemini เมื่อผู้ใช้พิมพ์คำถาม (Prompt) เข้าไป คำถามจะถูกส่งไปยังโรงงาน AI (AI Factory) หรือ Data Center ซึ่งมีห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ขนาดใหญ่และเกี่ยวข้องกับบริษัทจำนวนมาก สามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มที่ 1 โครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพและพลังงาน (Infrastructure & Power) - ประกอบด้วย ระบบไฟฟ้า, ระบบระบายความร้อน (Cooling), และตัวอาคาร Data Center - เป็นส่วนที่จับต้องได้และเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ เพราะหากไม่มีไฟฟ้าก็ไม่สามารถรัน Data Center ได้ กลุ่มที่ 2 อุปกรณ์สารกึ่งตัวนำและการประมวลผล (Semiconductors, Compute & Memory) - Semiconductors & Packaging การนำชิปมาประกอบรวมกันในแพ็กเกจเดียว (เช่น เทคโนโลยี CoWoS) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน - Compute (หน่วยประมวลผล) สมองในการคำนวณและประมวลผลข้อมูล (CPU/GPU) ซึ่งเป็นตัวกำหนดความฉลาดและความเร็ว - Memory (หน่วยความจำ) ความทรงจำของระบบ เช่น HBM, RAM, SSD ซึ่งมีความสำคัญมากและราคาปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ กลุ่มที่ 3 ระบบเครือข่ายและการส่งข้อมูล (Networking & Optics) - Networking ทำหน้าที่เชื่อมต่อตู้แร็ค (Rack) หลายพันถึงหลายหมื่นตู้ใน Data Center เข้าด้วยกัน เพื่อให้ประมวลผลร่วมกันได้เหมือนเป็นสมองก้อนเดียว - Optical / Photonics (เทคโนโลยีแสง) เนื่องจากความเร็วในการส่งข้อมูลสูงขึ้นมาก (จากมาตรฐาน 800 Gbps ขยับไป 1.6 Tbps และ 3.2 Tbps) การใช้สายทองแดงแบบเดิมจึงมีข้อจำกัด ส่งผลให้ต้องเปลี่ยนมาใช้ Optical Fiber (เส้นใยแก้วนำแสง) เพื่อส่งข้อมูลด้วยแสงแทน ===== 2. เจาะลึกกลุ่มที่ 1 ระบบไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน (Power & Grid Infrastructure) 2.1 ความต้องการพลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล - ตู้แร็ค (Rack) ยุคเก่าใช้ไฟฟ้าประมาณ 5–15 kW ต่อตู้ - ตู้แร็คยุค AI ปัจจุบันใช้ไฟฟ้าสูงถึง 100–150 kW ต่อตู้ (เพิ่มขึ้นราว 10 เท่า) - ในอนาคต เช่น รุ่น Vera Rubin หรือสถาปัตยกรรมใหม่ๆ ของ NVIDIA ช่วงปี 2028 คาดว่าจะใช้ไฟฟ้าสูงถึง 1 MW ต่อตู้ - ความต้องการไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้นทำให้เกิดความกังวลเรื่องพลังงานขาดแคลนและการสร้างระบบส่งจ่ายไฟไม่ทัน 2.2 หุ้นและธุรกิจที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่ระบบไฟฟ้า แม้คนส่วนใหญ่จะคิดถึง "โรงไฟฟ้า" (Power Generation) แต่ในความเป็นจริง หุ้นโรงไฟฟ้าอาจไม่ได้ประโยชน์เต็มที่ทันที เนื่องจากต้องใช้เงินลงทุนสูง (CapEx) และใช้เวลาก่อสร้างนาน แต่กลุ่มที่ได้รับประโยชน์ชัดเจนกว่า ได้แก่ 1) ผู้รับเหมาก่อสร้างระบบไฟฟ้า (Engineering & Construction) - ตัวอย่างบริษัท Quanta Services (PWR) - บทบาท รับเหมาก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางไฟฟ้า สถานีย่อย (Substation) และระบบ Grid . 2) ผู้ผลิตอุปกรณ์จัดสรรและควบคุมไฟฟ้า (Electrical Equipment & Switchgear) - ตัวอย่างบริษัท Eaton (ETN), Schneider Electric - บทบาท ผลิตตู้ไฟ, สวิตช์เกียร์ (Switchgear) สำหรับควบคุมและตัดไฟเมื่อรัดวงจร, ระบบสำรองไฟ (UPS - Uninterruptible Power Supply), และหน่วยกระจายพลังงาน (PDU - Power Distribution Unit) . 3) เครื่องปั่นไฟสำรอง (Backup Generators) - ตัวอย่างบริษัท Caterpillar (CAT) - บทบาท ผลิตเครื่องปั่นไฟขนาดใหญ่ตั้งไว้ข้าง Data Center เพื่อป้องกันกรณีไฟดับ (ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นสูงมากจากอานิสงส์นี้) . 4) โซลูชันพลังงานทางเลือก/ผลิตไฟเฉพาะจุด (On-site Power Generation) - ตัวอย่างบริษัท Bloom Energy (BE) - บทบาท ผลิต "Bloom Box" ที่ใช้ปฏิกิริยาเคมี (แก๊ส + ออกซิเจน) ในการสร้างไฟฟ้าตั้งไว้ข้าง Data Center โดยไม่ต้องรอการขยายระบบสายส่ง (Grid) จากภาครัฐ . 5) ผู้ผลิตกังหันแก๊ส (Gas Turbines) - ตัวอย่างบริษัท GE Vernova (GEV) - บทบาท ผลิตกังหันแก๊สให้โรงไฟฟ้า นำไปเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น ===== 3. ผู้ให้บริการ Cloud และโมเดล AI (Cloud Providers & AI Labs) เมื่อโครงสร้างพื้นฐาน (Data Center & Power) พร้อม ก็จะรองรับการทำงานของ AI Labs และผู้ให้บริการระบบคลาวด์ - Hyperscalers / Cloud Providers เช่น Microsoft (Azure), Amazon (AWS), Google (GCP) และ Oracle ทำหน้าที่ให้เช่ากำลังการประมวลผลแก่ระดับองค์กร (Enterprise) - AI Labs & Applications ผู้พัฒนาโมเดล AI เช่น OpenAI (ChatGPT), Anthropic (Claude), Google (Gemini) รวมถึงโมเดลใหม่ๆ จากจีน (เช่น Kimi 3) ที่พัฒนาความสามารถด้านปัญญาประดิษฐ์มาแข่งขันในตลาดอย่างเข้มข้น ===== 4. กระบวนการตรวจสอบและประกอบชิป (Chip Inspection & Advanced Packaging) - การตรวจสอบคุณภาพ (Inspection) ใช้เครื่อง KLAC (KLA Corporation) ในการตรวจดูสเปก/รอยเบี้ยวของลายเส้น ดูฝุ่นเกาะ และวิเคราะห์ว่าซ่อมได้หรือไม่ - เทคโนโลยี Advanced Packaging เป็นการนำ GPU และ Memory Chip มาแพ็กรวมกัน (เชื่อมติดกัน) เพื่อส่งออกไปใช้งาน - บริษัทหลักที่ทำได้ TSMC, ASE (สัญลักษณ์ในตลาด ASX), และ Amkor (AMKR) ส่วนประกอบภายใน Packaging - Interposer ชั้นที่ช่วยให้ชิปต่าง ๆ เชื่อมต่อและส่งข้อมูลหากันได้ - Substrate ชั้นที่ใช้วางตัวชิปและต่อเข้ากับเมนบอร์ด (Motherboard) ช่วยยึดชิป จ่ายไฟ และส่งข้อมูล - ผู้ผลิต Substrate Ibiden (ญี่ปุ่น) และ Unimicron (ไต้หวัน) - การทดสอบชิป (Testing) เมื่อประกอบเสร็จต้องผ่านการทดสอบ บริษัททดสอบระดับโลกที่โดดเด่นคือ Teradyne เมื่อผ่านการทดสอบตามสเปกแล้ว จึงส่งประกอบเป็นแพ็กเกจส่งให้ NVIDIA นำไปขายใส่ใน Data Center ===== 5. วัฏจักรและแนวโน้มราคาหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor Cycle & Stock Trends) - ความสัมพันธ์ระหว่างยอดขายกับราคาหุ้น >> หุ้นกลุ่ม Semiconductor มีลักษณะวิ่งเป็นรอบ (Cycle) จากสถิติตั้งแต่ปี 2014 ยอดขาย Semiconductor มักจะพีค (Peak) ก่อนราคาหุ้นประมาณ 9-16 เดือน (Semiconductor เป็น Leading Indicator) - ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้หุ้นกลุ่มนี้พัง/ลงแรง >> หลัก ๆ เกิดจากนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) เช่น การขึ้นดอกเบี้ย, เทรนด์ Tightening หรือ การทำ QT (Quantitative Tightening) ตัวอย่างเช่น ปี 2015 (การส่งสัญญาณ Tightening/Tapering), ปี 2018 (Trade War + QT), และปี 2022 (การขึ้นดอกเบี้ยสู้เงินเฟ้อ ทำให้ Nasdaq -35%, NVIDIA -60%) - สถานการณ์ปัจจุบัน >> ยอดขายเซมิคอนดักเตอร์โลกยังทำ New High แต่ราคาหุ้นปรับฐานลงมาแล้วพอสมควร (ชิปบางกลุ่มลง 20-50%) ===== 6. หน่วยประมวลผลและการเทรน AI (AI Compute GPU vs CPU vs ASIC) กระบวนการของ AI - Training (การเรียนรู้) ประมวลผลข้อมูลมหาศาลเพื่อให้ AI ฉลาด (ใช้ชิปหนักมาก) มีขั้นตอน เช่น Pre-train, Post-train, Fine-tune (ปรับแต่งเฉพาะทาง/บล็อกคำตอบไม่เหมาะสม) - Inference (การประยุกต์ใช้) การนำ AI ไปตอบคำถามหรือใช้งานจริง ความแตกต่างระหว่าง CPU และ GPU - GPU เปรียบเสมือน "คนงานจำนวนมาก" ทำงานพร้อมกันแบบขนาน (Parallel) เหมาะกับการคำนวณมหาศาลในขั้นตอน Training - CPU เปรียบเสมือน "ผู้จัดการ/Manager" มีความฉลาดสูงกว่า ประมวลผลงานที่ซับซ้อน เทรนด์ Agentic AI และการเติบโตของ CPU - จากเดิมใช้สัดส่วน CPU : GPU อยู่ที่ 1 : 2 - ปัจจุบันการมาของ Agentic AI (AI ที่ทำงานเป็น Workflow ซับซ้อน เช่น วางแผนเที่ยว จองโรงแรม ตรวจสอบงาน) ทำให้ความต้องการ CPU เพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วน 1 : 1 - คาดการณ์ TAM (Total Addressable Market) ของ CPU จะเติบโตอย่างก้าวกระโดดจาก 35,000 ล้านดอลลาร์ เป็น 170,000 ล้านดอลลาร์ในอีก 5 ปีข้างหน้า ===== 7. ผู้เล่นหลักในตลาดชิปประมวลผล (Key Players in Compute Market) **GPU & AI Server Rack - NVIDIA เจ้าตลาดหลัก ปัจจุบันขายยกตู้ Rack เช่น รุ่น GB200 (Grace CPU + Blackwell GPU) และรุ่นใหม่อย่าง GB300, NVL/Rubin Ultra - AMD มีผลิตภัณฑ์ AI Server ในชื่อตู้ Rack ว่า Helios โดยมี CPU คือ EPYC และ GPU คือ Instinct (ซีรีส์ MI350, MI455) - Intel มี GPU ในชื่อ Gaudi แต่ความนิยมยังน้อยกว่าเจ้าอื่น **CPU - Intel ใช้ CPU ตระกูล Xeon สำหรับ Data Center (ราคาหุ้นเคยปรับตัวขึ้นแรงตอบรับกระแส Agentic AI และการฟื้นตัว) - AMD ใช้ CPU ตระกูล EPYC สำหรับ Data Center (สำหรับผู้ใช้ทั่วไปจะใช้ตระกูล Ryzen) **ASIC (Custom Chips / ชิปเฉพาะทาง) - แนวคิด ชิปที่ออกแบบมาเพื่อทำงานเฉพาะอย่าง ประหยัดไฟและต้นทุนกว่าการซื้อ GPU ทั่วไปมาใช้งาน - ผู้พัฒนาชิปเฉพาะทางให้บริษัทเทคโนโลยีใหญ่ (Hyper-scalers เช่น Google, Amazon) - Broadcom (AVGO) ผู้นำหลักในการทำ Custom ASIC - Marvell Technology (MRVL) ผู้เล่นสำคัญอีกรายในตลาด ASIC ชิปเฉพาะทาง - การพัฒนา ASIC Chip ของกลุ่ม Big Tech Google พัฒนาชิป TPU (จับมือร่วมกับ Broadcom/Avago) Amazon พัฒนาชิป Trainium (เน้นใช้เฉพาะทางในองค์กร) Meta พัฒนาชิป MTIA - บทบาทสำคัญของ TSMC เป็นผู้ผลิตหลักที่ครอบคลุมทั้งการทำ Packaging, ASIC และ GPU ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของอุตสาหกรรมชิปทั่วโลก ===== 8. พฤติกรรมการใช้งาน AI และแนวคิดทางเศรษฐศาสตร์ (AI Tokens & Jevons Paradox) - การเติบโตของ Token ปริมาณการใช้งาน (Input & Output Tokens) ต่อสัปดาห์สูงขึ้นเรื่อยๆ แสดงถึงการที่ผู้คนทั่วโลกร่วมมือกันใช้ AI มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง - การแข่งขันระหว่าง US vs. China Models ปริมาณการใช้งานโมเดลฝั่งจีน (เช่น Kimi, DeepSeek) เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดเนื่องจากราคาคุ้มค่ากว่า ขณะที่โมเดลฝั่งอเมริกาไต่ระดับเพิ่มขึ้นตามลำดับ - ปรากฏการณ์ Jevons Paradox ถึงแม้ราคาประมวลผลต่อหน่วยจะถูกลง แต่กลับส่งผลให้ผู้บริโภคและองค์กรดึง AI มาใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล จนภาพรวมต้องใช้ Infrastructure และกำลังการประมวลผล (Compute) เพิ่มขึ้นกว่าเดิม ===== 9. หน่วยความจำและการจัดเก็บข้อมูล (Memory & Storage) เปรียบเทียบการทำงาน - NAND (Storage) เหมือนตู้เก็บเอกสาร/แฟ้มงาน สำหรับจัดเก็บข้อมูลถาวร - DRAM (Memory) เหมือนโต๊ะทำงานที่ดึงข้อมูลมาประมวลผลชั่วคราว เทคโนโลยี HBM (High Bandwidth Memory) เป็น DRAM ยุคใหม่ที่วางซ้อนกันเป็นชั้นๆ เพื่อความรวดเร็วและประหยัดพลังงาน วางคู่กับ GPU ผู้ผลิตหลัก 3 ราย (เช่น SK Hynix, Samsung, Micron) ครองสัดส่วนการผลิต HBM ทั่วโลกกว่า 90% เทรนด์เทคโนโลยีในอนาคต จะมีการพัฒนาไปสู่ Custom HBM (C-HBM) และ Memory-on-Logic (คาดการณ์ช่วงปี 2029–2030) ===== 10. ระบบเครือข่ายและการเชื่อมต่อ (Networking & Photonics) - การเชื่อมต่อ GPU แบ่งออกเป็น Scale-Up (ภายในเครื่อง) Scale-Out (นอกเครื่อง) และ Scale-Across (ข้าม Data Center) - การเปลี่ยนผ่านสู่ Optical/Photonics >> สายทองแดงมีข้อจำกัดด้านการสูญเสียสัญญาณเมื่อข้อมูลวิ่งด้วยความเร็วสูง อุตสาหกรรมจึงหันมาใช้สาย Optical (แสง) และเทคโนโลยี Photonics ในการส่งผ่านข้อมูล - ผู้เล่นสำคัญในกลุ่ม Networking Arista Networks (Switching), Broadcom/Marvell (Networking Chips), Credo (Cable), Coherent / Lumentum / AOI (Laser & Optics) ===== 11. ผู้ประกอบประกอบเครื่องและผู้ให้บริการ (Builders & Cloud Operators) - Server Builders บริษัทผู้ประกอบตู้แร็กและเซิร์ฟเวอร์ เช่น Dell, SMCI (Supermicro), HPE - Compute & Cloud Operators ผู้ให้บริการกำลังการประมวลผล GPU เช่น CoreWeave, Nebius, Applied Digital, Oracle ===== 12. ห่วงโซ่อุปทานภาพรวมและการเติบโตของฝั่งองค์กร (AI Value Chain & Enterprise Demand) - Value Chain ตั้งแต่ Infrastructure (ไฟฟ้า, Compute, Networking) $\rightarrow$ AI Labs (ผู้พัฒนาโมเดล เช่น OpenAI, Anthropic, Google, DeepSeek) $\rightarrow$ การนำไปใช้ในฝั่งลูกค้ารายย่อยและองค์กร - Enterprise Demand ปัจจุบันการเติบโตฝั่งลูกค้าองค์กร (Enterprise) กำลังเร่งตัวขึ้นอย่างมากและเข้ามาเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม AI ขอบคุณเนื้อหาดีๆจาก MFC วันนี้ ผมหยิบสไลด์บางหน้ามาลงนะครับ #FunManager Source : https://t.co/Bk6dtZRiuR
See More
ปัญปัญไดอารีลงทุน
@lappanyar
about 2 months ago
@KP_khunpicha
ดีเอมค่า
ปัญปัญไดอารีลงทุน
@lappanyar
about 2 months ago
@partywithmary
ขอไอจี / line ka dm ไม่ได้
Who to follow
Mal2KQz.base.eth 🦇🔊
@Mark_ZKRollups2
ลงทุนทุกอย่าง ที่มีความรู้ววววววววววววววว
16er
@bastup
...
Tom D Paine
@fampvyppKlftsCo
Imagine all the people living life in peace คนเท่ากันlll ทนกำไรไม่ทนดอย
ปัญปัญไดอารีลงทุน
@lappanyar
about 2 months ago
@ppuppyhoney
ขอไลน์ค่ะ
ปัญปัญไดอารีลงทุน
@lappanyar
about 2 months ago
@Emm_HY_HJ
Dm ka
ปัญปัญไดอารีลงทุน
@lappanyar
about 2 months ago
@D_L_Payne
ยังอยู่ไหมคะ ดีเอมไม่ได้
ปัญปัญไดอารีลงทุน
@lappanyar
about 2 months ago
@0modemline0
ปล่อยยังคะ
ปัญปัญไดอารีลงทุน
@lappanyar
about 2 months ago
@fzodxz
ขอไลน์ได้ไหมคะ
ปัญปัญไดอารีลงทุน
@lappanyar
about 2 months ago
@tdftonnf
สนค่า
ปัญปัญไดอารีลงทุน
@lappanyar
about 2 months ago
@fzodxz
Dmต่อไม่ได้ค่ถ
ปัญปัญไดอารีลงทุน
@lappanyar
about 2 months ago
@MeawRomantic
สนค่า
lappanyar
retweeted
ritrit สงสัยอะไร๊
@curioverse_th
3 months ago
ปี 2026 สอนผมว่า "ซื้อหุ้นเทค" ไม่พอ - ต้องซื้อให้ถูกธีมด้วย Micron +163%, NVDA +15.5%, GOOGL +22.4% Microsoft -13.5%, Meta -7.6%, Tesla -5.3% ทั้งหมดคือหุ้นเทคใหญ่หมดเลย แต่ performance ต่างกันราวฟ้ากับดิน
lappanyar
retweeted
Somτum_Lnwza007
@Somtum205849
3 months ago
SpaceX เตรียมซื้อขายในตลาด Nasdaq ภายใต้ Ticker $SPCX ในวันที่ 12 มิถุนายนนี้ 🚀 . ส่วนตัวไม่ซื้อ IPO หรือซื้อวันเเรกๆเเน่นอน รอดูกราฟกันไปสักพัก . ช่วงนี้หุ้นกลุ่มอวกาศพุ่งกันมากๆทั้ง $RKLB $ASTS เเละตัวอื่นๆ . เเต่ฉันไม่เล่นจ้าเพราะกราฟมันวิ่งไปหมดเเล้ว ตกรถดีกว่าติดดอย มีรถให้ตกอีกเป็นล้านคัน ฉันไปเล็งกลุ่มไฟฟ้าดีกว่า Look forward กันไป 🤤
See More
lappanyar
retweeted
Hyper Shark!
@HyperSharkk
3 months ago
ถ้าเทรนด์ robotics มา หุ้น 3 ตัวนี้จะ mainstream และเป็น core indicators ของตลาดช่วงนั้นแน่นอน 1. $TSLA 2. $AMZN 3. $NVDA เราจะตามการใช้เงิน (Capex) ของ 3 ตัวนี้แน่นอน อย่างกะที่เราทำกับอยู่ตอนนี้ ที่ตามการใช้เงินของ Hyperscaler กับการลงทุน Ai และไม่ว่าใครจะชนะในสนาม robotics ก็ตาม เราต้องหา “คนขายพลั่ว” ให้เจอ คนนั้นแหละจะเป็นคนมี upside มากที่สุดในเทรนด์ ไม่ใช่ 3 ตัวนี้ เพราะมันใหญ่แล้ว upside เริ่มชนเพดานละ
See More
lappanyar
retweeted
พี่น้องเออ
@UrsularTVA
3 months ago
เจออาชีพใหม่กูอึ้งไปเลย Animal communicator สื่อสารแทนสัตว์ ช่องจุ๊มเหม่ง เจไดคือป่วยหนักมาก communicator บอก แจแปน (หมาที่ตายไปแล้ว) จะมารับไปอยู่ด้วยแล้ว ให้ขึ้นไปคุยกับวิญญาณหมาบนห้องนอนให้ขอเวลาอีกหน่อย กูอึ้งรอบสอง สื่อสารกับผีหมาก็ได้อีก
lappanyar
retweeted
Nimnimeiei
@Nimpks
3 months ago
"อย่าใช้ทั้งชีวิต เพื่อรอใช้ชีวิต"
ปัญปัญไดอารีลงทุน
@lappanyar
6 months ago
@honeyminaa
Ysl มีแบบ refill ไหมคะ
lappanyar
retweeted
Hyper Shark!
@HyperSharkk
6 months ago
Networking กำลังโตแบบเงียบๆ และ $NVDA ก็ออกมายืนยันแล้วว่ามันมี Demand จริงๆ ผมดูมานานพอสมควรว่า Networking จะเป็นคอขวดแน่ๆ ใน Value Chain Ai มันขาดไม่ได้จริงๆ ถ้ามีสมองฉลาดมากๆ แต่ระบบประสาทมันห่วย ยังไง Ai (สมอง) ก็ห่วยตาม และหุ้นในกลุ่มนี้ยังวิ่งไม่มากเลย ผมไม่คิดว่าจะมีแค่ $NVDA นะครับที่จะกิน Market share มันต้องมีคนอื่นที่ Niche กว่า specialise ในด้านนี้กว่า มาแย่ง Market share แน่ๆ
See More
Last Seen Users on Sotwe
مرزیا کوهی
Seen from
Saudi Arabia
Zoom Türk İfşa ᴴᴰ
Seen from
Turkey
gizzbaer
Seen from
Algeria
orang sabah kk
Seen from
Malaysia
Saif
Seen from
Oman
Türk Pornonun Tek Adresi Am Delisi
Seen from
Turkey
A7mad Zarma
Seen from
United Kingdom
مضيع شرفك
نؤف|femboy
Seen from
Israel
Manipal
Seen from
India
Trends for you
1
Lake America
Under 10K tweets
2
Peter Cullen
Under 10K tweets
3
GTA 6
Under 10K tweets
4
Optimus Prime
Under 10K tweets
5
Dolly
Under 10K tweets
6
Mapquest
Under 10K tweets
7
Nepal
Under 10K tweets
8
$CHUMP
Under 10K tweets
9
Canada
Under 10K tweets
10
Gulf of Mexico
Under 10K tweets
Most Popular Users
1
Elon Musk
@elonmusk
241.5M followers
2
Barack Obama
@barackobama
119M followers
3
Cristiano Ronaldo
@cristiano
113.8M followers
4
Donald J. Trump
@realdonaldtrump
111.8M followers
5
Narendra Modi
@narendramodi
107.2M followers
6
Rihanna
@rihanna
98.6M followers
7
NASA
@nasa
92.4M followers
8
Justin Bieber
@justinbieber
91.7M followers
9
KATY PERRY
@katyperry
89.6M followers
10
Taylor Swift
@taylorswift13
83.6M followers
11
Lady Gaga
@ladygaga
75.1M followers
12
Virat Kohli
@imvkohli
72.8M followers
13
Kim Kardashian
@kimkardashian
70.7M followers
14
YouTube
@youtube
68.8M followers
15
Neymar Jr
@neymarjr
65.8M followers
16
Bill Gates
@billgates
64.9M followers
17
Selena Gomez
@selenagomez
62.7M followers
18
The Ellen Show
@theellenshow
62.3M followers
19
CNN
@cnn
61.8M followers
20
X
@x
60.7M followers
Olivia
Online
✨
⭐
💫