Home
Language
English
Türkçe
Bahasa Indonesia
About
Privacy Policy
Terms of Service
Pricing
Sign In
Download All
Share
A little girl in the big world
@NPWBT
A little girl 👧🏻 in such the big world 🌎
Joined March 2017
69
Following
2
Followers
11.6K
Posts
NPWBT
retweeted
ติดอยู่ในกูซู
@studiocxpu4289
1 day ago
ทำงานกับคนเก่งจริง เรา���ะยิ่งเก่งขึ้น แต่ถ้าทำงานกับคนที่คิดว่าตัวเองเก่ง เราจะเป็นประสาท
NPWBT
retweeted
P.H.HARRY🌟🦮{•_•}🦮🌟•ชน์
@TigerDamonAres
2 days ago
ท่าลงเจ้ อลังการมาก 555
TigerDamonAres's tweet video.
NPWBT
retweeted
Maud - P. M. Simon
@PMaudSimon
5 days ago
ในฐานะที่มี PhD in neuroscience เนอะ ก็อยากพูดนิดนึงว่ายังการอ่านก็เป็นสิ่งที่ทดแทนไม่ได้ ยังไงการอ่านก็สำคัญอยู่ดี เพราะการอ่านคือการสร้าง simulation ในหัว เวลาอ่าน ลำดับมันจะเป็นแบบ ใครอยู่ไหน → กำลังทำอะไร → ต้องการอะไร → อะไรเป็นเหตุ → โลกในเรื่องตอนนี้หน้าตาเป็นไง ซ��่งสมองของคนอ่านก็เปลี่ยนไปด้วยเวลาตัวละครทำอะไรหรือฉากมีการเปลี่ยนแปลง แล้ว simulation ที่เกิดขึ้นในใจ มันไปกระตุ้นสิ่งที่เรียกว่าการกระทำและการรับรู้ด้วย เช่น เขาหยิบแก้วขึ้นมา เดินไปที่ประตู แล้วมองออกไปยังสวน คือสมองไม่ได้คิดแค่ว่า หยิบ → เดิน → มอง ไง สมองมันจะสร้างภาพจำลอง มัน��ือการดึงเอาความทรงจำต่างๆ พวกข้อมูลเชิงความหมาย + ความทรงจำตามเหตุการณ์ + ความรู้เกี่ยวกับโลก + ภาพในจินตนาการ ออกมา การอ่านมันไม่ใช่สิ่งล้าหลัง เพราะมนุษย์ไม่ได้รู้หนังสือแต่เกิด มันคือการเรียนรู้ภายหลัง หลังจากที่มนุษย์สร้างระบบการเขียนขึ้นมา ดังนั้นมันทำให้เกิดการ reorganize สมองหลายส่วน มันคือการฝึกฝนทำให้มนุษย์พัฒนาไปเรื่อยๆ การอ่านในความคิดของเราคือม���นไม่ได้ล้าหลังเลยนะ แล้วมันก็แทนที่ด้วยภาพ (หนัง คลิป) หรือเสียง (เพลง เสียงจากคลิป) ได้ทั้งหมดอะ เพราะการอ่านเป็นกระบวนการทางปัญญาที่สมองต้องถอดสัญลักษณ์ภาษา เชื่อมความหมาย ความสนใจและความรู้เดิมที่เคยเรียนมาเพื่อสร้าง situation model และในพวกหนังสือบรรยาย เวลาอ่านก็เกิดการจำลองเหตุการณ์ สร้างพื้นที่ฉาก จำลองการกระทำ และ mental states ของ��ัวละครในสมองด้วย ถึงพวกโซเชียล หนัง เพลง คลิป ใดๆ มันก็กระตุ้นการคิดและการสร้าง narrative model ได้เหมือนกัน แต่มี computational demands คนละแบบ เลยไม่ใช่สิ่งทดแทนกันโดยสมบูรณ์ ยังไงการอ่านหนังสือมันก็เทียบกับอย่างอื่นโดยสมบูรณ์ไม่ได้หรอก
See More
NPWBT
retweeted
Ploypatcha
@PP_Alexandrite
6 days ago
ปสก. ทำงานประจำมา 10 ปี+ อยากบอกว่า Burnout มากถึงมากที่สุด และเคยคิดอยากลาออกเพื่อไปทำธุรกิจส่วนตัว แต่เรามีพี่ชาย 3 คน และทำธุรกิจส่วนตัวกันทั้ง 3 คน เลยได้เห็นอีกด้านของการเป็นเจ้าของธุรกิจ มันไม่ได้มีแค่เรื่อง “เป็นนายตัวเอง” ทั้งเรื่องลูกน้อง การเร่งยอดให้บริษัทไปต่อได้ การรักษาฐานลูกค้า ดูแนวโน้มตลาดและเศรษฐกิจ จ��ดการบัญชี วางแผนงาน ค่าใช้จ่าย ค่าเสื่อม รวมถึงปัญหาจุกจิกอีกสารพัดที่เจ้าของต้องเป็นคนรับ ..สุดท้ายเราเลยยอมรับกับตัวเองตรงๆ ว่า เราไม่ได้อยากรับผิดชอบความเครียดในรูปแบบนั้น สิ่งที่ช่วยให้เราอยู่กับงานประจำได้ เลยไม่ใช่การ “อดทนกับที่เดิม” แต่คือ เลือกที่ทำงานที่ใช่สำหรับเรา สำหรับเราเลยมีเงื่อนไขค่อนข้างชัด -เงินเดือนต้องอยู่ในระดับที่เราพอใจ -ทำงานใกล้บ้านเท่านั้น -หยุดเสาร์–อาทิตย์ -สวัสดิการบริษัทต้องดี -โบนัสต้องโอเค -กองทุนสำรองเลี้ยงชีพต้องทำ -อาชีพเสริมต้องมี เราก็ไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่าง “เป็นพนักงานประจำ” กับ “เป็นเจ้าของธุรกิจ” แบบสุดทางเสมอไป สุดท้ายไม่มีคำตอบเดียวว่าอยู่ต่อหรือลาออกแบบไหนถูกกว่า แค่ต้องรู้ว่า ความเครียดแบบไหนที่เรารับไหว และชีวิตแบบไหนที่เรา���ยากรับผิดชอบ.
See More
NPWBT
retweeted
รอนแรม ตามลุง
@justlungtom
7 days ago
ประโยคที่ยกมาถามว่า "จริงมั้ย?" ตอบสั้นๆ ชัดๆ แบบไม่ต้องอ้อมโลกเลยว่า "จริงจนน่าใจหาย" คนเรายุคนี้เกิดมาก็ถูกเบ้าหลอมสังคมและจารีตโบราณครอบไว้ตั้งแ���่จำความได้ กตัญญูต่อบุพการี... เสียสละเพื่อคู่ชีวิต... อุทิศกายถวายหัวให้หน้าที่การงาน... ล่าฝันให้สุดขอบฟ้า ทุกอย่างฟังดูเป็น "มงคลชีวิต" ฟังดูประเสริฐเลิศหรูทั้งนั้น แต่สิ่งที่น่าขันปนสมเพชในธรรมชาติมนุษย์ก็คือ เรามักจะแบกโลกไว้ทั้งใบ มือข้างหนึ่งอุ้มคนรัก มืออีกข้างประคองพ่อแม่ บนบ่าแบกบริษัท ส่วนขาก็ก้าววิ่งไล่ตามสิ่งที่เรียกว่าอนาคต วิ่งจนหัวหกขวิด หอบแดดแฮ่กๆ... แล้วพอมารู้สึกตัวอีกที ส้นเท้าตัวเองแตกจนเลือดซิบ กระเพาะพัง ร่างกรอบ จิตใจกลวงเปล่า เพราะอะไร? เพราะเราถูกสอนให้ "รักคนอื่นเป็น" แต่ไม่มีใครเคยสอนให้ "รักตัวเองให้ถูกต้อง" ไอ้การวางตัวเองไว้ลำดับสุดท้าย คนมักคิดว่ามันคือยอดมหาบุรุษ เป็นการเสียสละอันยิ่งใหญ่... เปล่าเลย! บางทีมันก็คือ ความหลงผิด (โมหะ) อย่างหนึ่ง นึกว่าตัวเองเป���นยอดมนุษย์แจกจ่ายน้ำดื่มให้ทุกคนในหมู่บ้านจนแห้งขอดก้นโอ่ง ตัวเองกระหายน้ำตายคาบ่อน้ำเสียอย่างนั้น ถามว่าแล้วมันผิดมั้ยที่ทำเพื่อคนอื่น? ไม่ผิดหรอก นั่นคือคุณธรรมอันงดงาม แต่คนเราจะไปประคองใครได้ ถ้าแข้งขาตัวเองยังสั่นพั่บๆ? ธรรมชาติต้นไม้ใหญ่ มันจะแผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงาแก่นกกาและผู้สัญจรได้ รากของมันต้องหยั่งลึกลงดินและดูดน้ำเลี้ยงตัวเองให้อิ่มหนำสำราญก่อนทั้งนั้น ต้นไม้ที่ปล่อยให้ลำต้นแห้งกรัง จะเอาปัญญาที่ไหนไปผลิดอกออกผลให้คนอื่นเด็ดกิน สรุปกันตรงนี้... อย่าปล่อยให้การ "รักตัวเอง" กลายเป็นตราบาปแห่งความเห็นแก่ตัวเลย ถอยออกมาสักก้าว ดึงตัวเรากลับมานั่งเก้าอี้แถวหน้าบ้าง แบ่งข้าวคำโตๆ ให้กระเพาะตัวเองบ้าง พักผ่อนบ้าง เพราะในวันที่หมดลมหายใจ ลมมันออกจากจมู��เรา ไม่ได้ออกจากจมูกของคนที่เราทุ่มเททั้งชีวิตให้เขาสักคนเดียว 🙂
See More
NPWBT
retweeted
หม่าม๊าของวีวี่ 🧡🐶
@overthehuns
7 days ago
ชั้นว่าคนที่จีบยากๆมากๆ คือคนที่รักตัวเองเก่งๆ มีความสุขได้ด้วยตัวเอง และรู้จักตัวเองดีว่าต้องการอะไร ต้องการความสัมพันธ์แบบไหน เพราะคนประเภทนี้ ถ้ามีแล้วไม่ดีก็ไม่เอา ถ้าไม่ใช่ก็พร้อมปล่อยผ่าน ไม่คบกับใครเพื่อแก้เหงา ไม่ลดมาตรฐานของตัวเอง���พื่อมีแฟน เพราะเขาใช้ชีวิตคนเดียวได้เก่ง และทำอะไรได้ด้วยตัวเองอยู่แล้ว ถึงจะเหงาบ้างนิดหน่อย แต่หัวใจก็ปลอดภัยเพราะเห็นคุณค่าในตัวเองดี
See More
NPWBT
retweeted
meltime
@m4ilboq
8 days ago
ใครที่มีมาตรฐานสูงในการเลือกแฟน อยากให้ตั้งมันไว้แบบนั้นแหละ มั่นคงกับสิ่งที่ตัวเองต้องการเอาไว้ ความตั้งใจและความแน่วแน่สักวันมันจะพาเราไปเจอคนที่ตรงกับสิ่งนั้นเอง แฟนเป็นคนในชีวิตที่เราเลือกไ���้ ต่างกับพ่อแม่ บางทีมันไม่ได้แปลว่าเราขอมากเกินไป แค่มันยังไม่ถูกคนแค่นั้นเอง อีกอย่าง อย่าลดสเปคเพราะความเหงาเด็ดขาด เวลาเอาไปเล่าให้เพื่อนฟัง มันจะโดนล้อเอา😭
See More
NPWBT
retweeted
แว่นขยายเพลง k-pop
@ryeomook_write
9 days ago
เรื่องนึงในอดีตที่ส่วนตัวว่าน่าสนใจ คือการมีอยู่ของนักร้อง Castrato นักร้องชายที่เสียงสูงเหมือนผู้หญิง แลกมาด้วยการตอนอวัยวะเพศเพื่อหยุดการเข้าสู่วัยหนุ่ม เท่ากับว่าร่างกายยังคงเติบโตตามปกติแต่เก็บเสียงร้องแบบเด็กผู้ชายเอา ปอดใหญ่ขึ้น พละกำลังมากขึ้น และมีเสียงสูงเป็นเอกลักษณ์ มันก็จะเพอร์เฟคเกิน สมัยหลายร้อยปีก่อนผู้หญิงไม่สามารถร้องเพลงตามโบสถ์ วัง เวทีการแสดงต่างๆ ได้ ก็ต้องอาศัยเอาผู้ชายที่เสียงสูงและใสกังวานแบบเด็กๆ เนี่ยแหละเป็นตัวแสดง เรียกได้ว่าเป็นที่ต้องการมาก คนที่เป็น Castrato ส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นเด็กที่บ้านยากจนมาก่อน ยอมเสี่ยงเข้ารับการผ่าตัด เพราะถ้าได้เกิดขึ้นมาก็คือพลิกชีวิตไปเลย ทั้งเงินทอง ชื่อเสียง สถาน���ทางสังคมเปลี่ยนหมด แต่แน่นอนว่ามีคนมากมายที่ไม่ได้ประสบความสำเร็จและต้องจากไปก่อนวัยอันควร ปัจจุบันไม่มีแล้วนะที่นักร้องชายถูกตอนก่อนวัยเจริญพันธุ์เพื่อรักษาเสียงสูง เพราะสภาพสังคมและโลกที่เปลี่ยนไป ทำให้ผู้หญิงได้รับโอกาสขึ้นเวทีแสดง ไม่จำเป็นต้องใช้ผู้ชายแล้ว ยุคหลังมาความนิยมเสียงผู้หญิงก็เยอะขึ้นมากกว่าอีก มีการต่อต้านการตอนเด็กเพราะมันก���ไม่สมควรจะไปทำ��ย่างงั้นกับเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ตัดสินใจแทน แล้วไหนสวัสดิภาพและสิทธิของเด็กล่ะ ความเสี่ยงอีก จริยธรรมเอยใด มันดูเป็นการกระทำขายลูกเพื่อแลกเงินของพ่อแม่ โบสถ์เองก็มีส่วนสำคัญมาก ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 สมเด็จพระสันตะปาปา Leo XIII ก็มีการสั่งห้ามรับนักร้อง Castrato ใหม่ ทำให้บทบาทของพวกเขาถูกลบหายไปจากคณะนักร้องประวานเสียงในโบสถ์ด้วยเช่นกัน แต่เดี๋ยวนี้ก็���ะมีนักร้องชายหลายคนที่มีความพิเศษในเรื่องเสียงที่สูงมากจากสรีระภายใน เกิดมาร้องได้เป็นธรรมชาติเลย หรือแม้กระทั่งฝึกฝนจนสามารถร้องเสียงผสมเสียงหลบได้อย่างแข็งแรง จะเป็น countertenor, male alto, sopranista ก็แล้วแต่ เดี๋ยวนี้ชื่อเรียกหลากหลายมาก หลายครั้งเพลงที่เคยแต่งให้กับนักร้อง Castrato ก็จะถูกร้องโดยนักร้องหญิงที่เป็น mezzo soprano แทน (แต่สลับกันก็มีนะ เสียง alto หรือผู้หญิงเสียงต่ำหายากก็เอาผู้ชาย countertenor ร้องแทน) เอาจริงนี่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเสียงของ Castrato ที่เค้าว่ากันว่าวิเศษมากมันเป็นยังไง คงได้แค่คาดเดาว่าน่าจะเหมือนเด็กผู้ชายเวลาเราไปฟังพวก Boys choir แต่ว่าทรงพลังตามร่างกายที่กำยำ เป็นประวัติศาสตร์อันนึงที่ส่วนตัวว่าน่าสนใจมาก ถึงจะดาร์กแต่ก็ทำให้รู้ว่าโลกเราเคยทำอะไรประหลาดแบบนี้เพื่อแลกกับสิ่งที���เรียกกันว่าวิเศษมาก่อนจริงๆ คลิปนี้คือเสียงของ Alessandro Moreschi ว่ากันว่าเขาคือ Castrato คนสุดท้ายที่มีชื่อเสียง มีการบันทึกเสียงไว้ เพิ่งจะเสียชีวิตไเมื่อ 1922 แล้วอันนี้ที่ร้องคืออายุแบบ 50 กว่าแล้ว มันอะเมซิ่งมากจริง
See More
ryeomook_write's tweet video.
NPWBT
retweeted
3•P.H.📚
@Piyanattha
10 days ago
ไปอ่านเจองานวิจัยจาก MIT Media Lab ชิ้นหนึ่งที่น่าสนใจมากค่ะ โดยเฉพาะสำหรับคนที่เปิด ChatGPT ช่วยทำงานแทบทุกวัน งานนี้ชื่อ Your Brain on ChatGPT และพูดถึงแนวคิดที่เรียกว่า “Cognitive Debt” หรือถ้าแปลให้ง่ายๆก็คือ “หนี้ทางความคิด” แต่ต้องย้ำ��่อนว่า งานนี้ไม่ได้สรุปว่า “ใช้ AI แล้วโง่ลง” หรือ “ChatGPT ทำลายสมอง” นะคะ นักวิจัยเองยังเตือนว่าอย่าเอาผลไปเล่าแรงถึงขั้น brain rot, brain damage หรือบอกว่า LLM ทำให้คนหยุดคิด เพราะหลักฐานยังไปไม่ถึงตรงนั้น สิ่งที่เขาทดลองจริงๆ คือแบ่งผู้เข้าร่วมเป็น 3 กลุ่ม แล้วให้เขียน essay กลุ่มแรกใช้ ChatGPT กลุ่มที่สองใช้ Search Engine ส่วนกลุ่มสุดท้ายเขียนเองโดยไม่ใช้เครื่องมือ เรียกว่า Brain-only ระหว่างทำงาน นักวิจัยใช้ EEG ดูรูปแบบการทำงานของสมอง และดูทั้งตัวงาน ความจำต่อสิ่งที่เพิ่งเขียน รวมถึงความรู้สึกว่า essay นั้นเป็น “งานของตัวเอง” มากแค่ไหน ผลที่น่าสนใจคือ กลุ่ม Brain-only มีรูปแบบ neural connectivity ที่กว้างและแข็งแรงที่สุด กลุ่ม Search Engine อยู่ตรงกลาง ส่วนกลุ่ม LLM ต่ำที่สุดในสามกลุ่ม แต่ที่น่าสนใจกว่า EEG คือ คนในกลุ่ม LLM ยังจำข้อความจาก essay ที่ตัวเองเพิ่งเขียนได้แย่กว่า และรู้สึกเป็นเจ้าของงานน้อยกว่ากลุ่มที่เขียนเอง จากนั้นใน session สุดท้าย นักวิจัยลองสลับเงื่อนไข คนที่ก่อนหน้านี้ใช้ ChatGPT ถูกให้กลับมาเขียนเอง ส่วนคนที่เคยเขียนเองมาตลอดได้ใช้ LLM ผลเบื้องต้นพบว่า คนที่เริ่มจาก Brain-only แล้วค่อยใช้ AI ภายหลัง มีทั้ง memory recall ที่ดีกว่า และเกิดการ re-engage ของเครือข่ายสมองหลายบริเวณ ตรงนี้แหละค่ะที่ทำให้คำว่า “Cognitive Debt” น่าสนใจ มันไม่ได้แปลว่า AI ทำให้สมองเราเสีย แต่กำลังตั้งคำถามว่า ถ้าเรายกขั้นตอนที่ต้องออกแรงคิดให้ AI ทำตั้งแต่ต้นทุกครั้ง เรากำลังประหยัดแรงในวันนี้ แต่พลาดโอกาสฝึกกระบวนการคิดบางอย่างไปหรือเปล่า? เพราะฉะนั้น ประเด็นอาจไม่ใช่แค่ว่า “ใช้ AI หรือไม่ใช้” แต่อยู่ที่ว่าเราให้ AI เข้ามาตอนไหน ให้มันคิดแทนตั้งแต่ต้น หรือให้มันเข้ามาช่วยหลังจากเราเริ่มคิดแล้ว ถ้าเอามาปรับใช้กับชีวิตจริง ดิฉันเลยชอบมอง AI เป็น “คู่ซ้อมความคิด” มากกว่าคนทำงานแทนเรา ก่อนโยนโจทย์ให้ AI ลองเขียนสิ่งที่ตัวเองคิดก่อนสั้นๆ เราเชื่ออะไรอยู่? เหตุผลคืออะไร? ยังติดตรงไหน? มีอะไรที่เราอาจมองข้าม? แล้วค่อยให้ AI ช่วยโต้แย้ง หา counterargument ตรวจ logic หรือเปิดมุมที่เรายังไม่เห็น แบบนี้ AI ไม่ได้ยกน้ำหนักออกจากมือเราทั้งหมด แต่กลับช่วยให้เราซ้อมได้หนักขึ้น อย่างไรก็ตาม งาน MIT ชิ้นนี้ยังต้องอ่านอย่างระมัดระวังค่ะ มันยังเป็น preprint กลุ่มตัวอย่าง���็ยังไม่ใหญ่ และท��ลองกับการเขียน essay โดยเฉพาะ จึงยังเอาไปสรุปไม่ได้ว่าการใช้ AI ในงานทุกประเภทจะให้ผลแบบเดียวกัน หลังงานนี้เผยแพร่ออกมา ก็มีนักวิจัยอีกกลุ่มตั้งคำถามต่อเรื่องขนาดตัวอย่าง วิธีวิเคราะห์ EEG และความสามารถในการทำซ้ำของผล ที่สำคัญคือ การเห็น neural activity หรือ engagement ต่ำกว่า ไม่ได้แปลตรงๆว่า “คิดแย่ลง” เพราะการทำงานของสมองต้องดูร่วมกับพฤติกรรมและผลลัพธ์ของงานด้วย ดังนั้��ตอนนี้เรายังตอบไม่ได้ว่า AI กำลังทำให้มนุษย์ “คิดแย่ลง” ในระยะยาวหรือไม่ แต่คำถามที่งานนี้ทิ้งไว้น่าสนใจกว่า ในยุคที่ AI ช่วยเราร่าง สรุป วิเคราะห์ และคิดคำตอบได้แทบจะทันที บางทีสิ่งที่เราต้องระวังอาจไม่ใช่แค่ว่า “เราใช้ AI มากเกินไปหรือเปล่า” แต่อาจเป็นว่า “เราเรียก AI เข้ามาก่อนที่สมองตัวเองจะได้เริ่มทำงานหรือเปล่า”
See More
NPWBT
retweeted
หม่าม๊าของวีวี่ 🧡🐶
@overthehuns
11 days ago
คนไทยชีหัวครีเอทกับการคอมเม้นมากนะ แต่ละอันครือแบบไปสรรหามาจากไหน ขี้ประชดประชันที่1 ชีโตมากับยุคสุนทรภู่ ลูกพ่อขุนรามจริงๆ มีวาทะศิลป์ในการพูดสุดๆ แล้วตลกทุกอัน - ดูถูกสติ��ัญญากุมาก - มีสิ่งอื่นที่อยากทำไหม - อย่าดื้อ ให้มันมาก - สาดไปครับสมาชิก - กุเผลอแปปเดียว - เรื่องนี้กูขอเหอะว่ะ - ฝันให้ไกล แล้วไปให้พ้น - ต้องขอวีซ่าก่อนเข้ากรุงเทพมั้ย - พอเถอะ เดี๋ยวกุไปหาหมอเอง - คีโมเข้ากันมาก - ความกล้ากุทั้งชีวิต - นี่กุดูไรอยู่วะ
See More
NPWBT
retweeted
qt pie ,
@532am_
11 days ago
ชั้นรักวัยเด็กของตัวเองจัง การตื่นมาดูดิสนีย์คลับแล้วตามด้วยหนังจักร ๆ วงศ์ ๆ ช่อง 7 ดูโมเดิร์นไนน์การ์ตูนช่อง 9 ดูซิทคอมตอนเย็น นัดกับนัด บ้านนี้มีรัก บางรักซอย 9 ฯ คิดถึงมากกกก เป็นความคิดถึงที่ไม่อาจย้อนคืนมาได้อะ พอมองย้อนกลับไปแล้วงงว่ากุอยู่ไปได้ไงวะชีวิตที่ไม่มีโทรศัพท์อะ
NPWBT
retweeted
ChampionShift
@championology
11 days ago
💬ภาษาอังกฤษ ถ้าต้องการ ฟัง พูด ใช้จริงได้คล่องขึ้น ลองมองคอร์สแนวนี้ใน Coursera, edX - English for Everyday Life / Conversation = ฝึกสถานการณ์จริง การคุยกับคน การเดินทาง การทำงาน - English Pronunciation & Speaking = pronunciation, stress, intonation และความมั่นใจในการพูด - English for Presentations & Public Speaking = อันนี้น���าเรียนมากสำหรับคนที่ต้องพูดต่อหน้าคนหรือทำคอนเทนต์ - Academic English = ถ้าต้องอ่าน paper เข���ยนรายงาน หรือทำงานวิจัย - Business English = อีเมล ประชุม เจรจา และศัพท์ในที่ทำงาน ถ้าอยากเรียนภาษาโดยตรงก็มี British Council English Online 🤓พัฒนาตัวเอง Cousera ก็เยอะ - Psychology & Self-Awareness = เข้าใจตัวเอง อารมณ์ พฤติกรรม ความสัมพันธ์ และรูปแบบความคิด - Emotional Intelligence (EQ) = รู้ทันอารมณ์ตัวเอง สื่อสารกับคนอื่น รับมือ conflict และตั้ง boundaries - Positive Psychology = ไม่ใช่ positive thinking แบบ “คิดบวกเข้าไว้” แต่ศึกษาเรื่อง well-being, meaning, strengths, resilience และสิ่งที่ทำให้มนุษย์มีชีวิตที่ดี - The Science of Well-Being ของ Yale = เรียนเรื่องความสุข ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสิ่งที่เราคิดว่าจะทำให้มีความสุข และการสร้างพฤติกรรมที่ส่งเสริม well-being - Learning How to Learn = เข้าใจว่าสมองเรียนรู้ยังไง จำยังไง แก้นิสัยผัดวันประกันพรุ���งยังไง เหมาะมากถ้าจะกลับไปเรียนอะไรจริงจัง - Communication / Interpersonal Skills = การฟัง การตั้งคำถาม การพูดเรื่องยาก การสื่อสารโดยไม่ทำร้ายกัน และการอ่านบริบททางสังคม - Critical Thinking & Decision Making = แยก fact/opinion, cognitive bias, misinformation และตัดสินใจบนหลักฐาน อันนี้ใช้ได้แทบทุกด้านของชีวิต - Personal Finance = budgeting, emergency fund, debt, saving, investment, retirement และการวางเป้าหมายการเงิน เป็น life skill ที่ควรเรียนมาก - Time & Energy Management = ซันจะเลือกคอร์สที่พูดถึง attention, habits, priorities และ energy management ถ้าฟรีก็ Thai MOOC มีหลายด้านเลย SET e-Learning ด้านการเงินและการใช้ชีวิต Chula MOOC ด้านทักษะดิจิทัลและการทำงาน
See More
NPWBT
retweeted
chamark
@Chamark33
12 days ago
ส่วนตัวเราคิดว่ามี 3 เรื่องใหญ่ ๆ เลยที่เราต้องมา unlearn & relearn กันเองตอนโต • การจัดการอารมณ์: ผู้ใหญ่มักบอกแค่ว่า อย่าร้องไห้ หรือ ต้องอดทน แต่ไม่เคยสอนวิธีโอบกอดความล้มเหลวในวันที่ชีวิตพัง พอโตมาการจัดการอารมณ์ของแต่ละคนเลยต่างกันมาก บางค���รับมือได้ดี แต่บางคนก็ต้องดิ้นรนอย่างหนักในวันที่รับไม่ไหว • ขอบเขตตัวเอง: สอนให้เกรงใจคนอื่น แต่ไม่เคยสอนให้เกรงใจความรู้สึกตัวเอง จนลืมไปว่าการกล้าปฏิเสธคือทักษะเอาชีวิตรอด • เรื่องเงิน: ผู้ใหญ่บางคนอาจจะสอนแค่ให้หยอดกระปุก แต่ไม่เคยสอนเรื่องการจัดการหนี้ ดอกเบี้ย หรือวางแผนชีวิตจริง กลายเป็นว่าทักษะการเอาตัวรอดทางการเงิน ต้องมาเรียนรู้ผ่านความผิดพลาดด้วยตัวเองในภายหลังทั้งนั้น
See More
NPWBT
retweeted
𝐬𝐚𝐲𝐜⚯𝐥𝐞𝐧𝐠𝐥𝐢𝐬𝐡™🧠📚🐈⬛
@readandpaws
18 days ago
อันนี้ดีค่ะ 🩵 นักจิตวิทยาคลินิกอธิบายว่า การมีสุขภาพจิตที่ดี (mentally healthy) ไม่ได้หมายความว่าเราต้องรู้สึกมีความสุขอยู่ตลอดเวลา แต่การมีสุขภาพจิตที่ดีเกี่ยวข้องกับ 2 เรื่องสำคัญ คือ 1. เราสามารถรั��รู้และแสดงอารมณ์ได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ 2. เราสามารถจัดการและรับมือกับอารมณ์เหล่านั้นได้อย่างเหมาะสม ดังนั้น เป้าหมายของการมีสุขภาพจิตที่ดีจึงไม่ใช่การกำจัดความเ��ร้า ความกังวล ความโกรธ (หรืออารมณ์อื่นๆที่ทำให้เรารู้สึก uncomfortable) ออกไปจากชีวิต เพราะอารมณ์ไม่ได้เกิดขึ้นมาเพื่อรบกวนเราเสมอไป อารมณ์เป็นเหมือน feedback system ที่คอยส่ง message บางอย่างให้เรารับรู้ว่า “มีบางอย่างเกิดขึ้น และมันอาจสำคัญกับเรา”
See More
NPWBT
retweeted
🥂PK
@augusttherain
12 days ago
ด้วยความที่ทำงานบ้านเองทุกอย่าง ก็เลยชอบอ่านพวกทริคต่างๆ บางอย่างทำแล้วก็ไม่ได้ผลดีเท่าไหร่ แต่อันนี้การันตีผลลัพธ์เลย ・กล่องพลาสติกที่มันมากๆ ใส่น้ำอุ่น + น้ำยาล้างจาน + กระดาษทิชชู่ 1–2 แผ่น ปิดฝาแล้วเขย่า คราบมันหลุดง่ายกว่าล้างถูอย่างเดียวเยอะ ・หั่นพร��ก กระเทียม หรือของมีกลิ่นแรงแล้วมือเหม็น ล้างมือกับสเตนเลส เช่น ช้อน/ซิงก์ กลิ่นจะลดลงได้เยอะ ・ไมโครเวฟที่มีคราบแห้ง เช็ดง่ายขึ้นถ้าเอาถ้วยใส่น้ำเข้าไปอุ่นให้เกิดไอน้ำก่อนสัก 2-3 นาที แล้วค่อยเช็ด ・พัดลมเพดานหรือใบพัดที่ฝุ่นหนา เอาปลอกหมอนเก่าครอบใบพัดแล้วค่อยๆ รูดออก ฝุ่นจะตกอยู่ในปลอกแทน ไม่ฟุ้งลงพื้น ・ขนสัตว์/เส้นผมติดโซฟาหรือเบาะผ้า ใช้ถุงมือยางชุ���น้ำหมาดๆ ลูบไปทางเดียวกัน ขนจะจับตัวเป็นก้อน เก็บง่ายกว่า สะอาดกว่าใช้ลูกกลิ้ง
See More
NPWBT
retweeted
nonibond.ink | ETHGas ⛽ (❖,❖) 🍚 ⛓ 🌶️,(✸,✸)🌶
@nonibond
15 days ago
🇰🇷ระบบเช่าชอนเซ ในเหตุ Jeonse Fraud คืออะไร? ระ��บโคตรอัศจรรย์สำหรับคนอยากมีบ้านในเกาหลีเมืองใหญ่ แต่ตังค์ไม่พอ ปกติถ้าไปอยู่อพาร์ทเม้นห้องนึงในโซล ต้องจ่ายเงินประกัน จ่ายค่าเช่า เหมือนกันทั่วโลก -แต่ระบบชอนเซ คนเช่าเอาเงินก้อน (60-80% ของราคาบ้าน) ไปวางให้เจ้าของบ้านเพื่ออยู่ฟรี 2ปี ไม่ต้องจ่ายอะไรเพิ่มยกเว้นค่าไฟ ค่าน้ำ -เจ้าบ้านเอาเงินก้อนนั้นไปหมุนทำอย่างอื่น ครบสัญญา 2ปี เอาเงินก้อนมาคืนผู้เช่า เต็มจ���นวน -ฟังดู Win win มั้ย? คนเช่าได้เซฟเงินค่าเช่า เจ้าของได้เงินก้อนไปหมุน และสุดท้ายคนเช่าได้เงินคืนเต็มจำนวนด้วย 😨แล้วจุดที่ทำให้มันชิบหายระดับชาติอยู่ตรงไหน? - ปั่นราคา เป็นการรวมตัวกันของเหล่าอเวนเจอร์สันดานโลภ นายหน้า + แก็งค์ต้มตุ๊น (Villa Kings) + ผู้ประเมินราคา ปั่นราคาอพาร์ทเม้น/บ้าน ให้สูงกว่าความเป็นจริงในตลาด เช่น จาก 100ล้านวอน เป็น 200ล้านวอน - หาเหยื่อ พวกเด็กจบใหม่ เจนใหม�� ให้เช่าชอนเซ 160ล้าน (80%) ให้ไปกู้แบงค์เอาเงินประกันชอนเซมาวาง โดยอ้างว่า "วางเงินเยอะจะได้อยู่ห้องดีๆ" - เชิดเงิน เปลี่ยนตัวลูกหนี้ เจ้าของบ้านโอนบ้านให้ นอมินี (พวกไร้บ้าน/คนใกล้ตาย) แล้วเชิดเงินประกันหนี พอครบสัญญา ผู้เช่าไปขอเงินคืน นอมินีพวกไร้บ้าน ไม่มีเงินจ่าย บ้านโดนยึดขายทอดตลาด ราคาประเมินจริงต่ำกว่าราคาที่พวกมันปั่นไว้เป็นเ��่าตัว อาจได้แค่ 80ล้านวอน แล้วเงินที่ขายได้ต้องจ่ายให้แบงค์เจ้าหนี้กับภาษีรัฐก่อนตามลำดับ.... กว่าจะถึงผู้เช่าจะเหลืออะไร? เหลือแต่หนี้ที่ไปกู้มาลงนี้แหล่ะ!!! 😰ผลกระทบกับ Gen N Po - เด็กรุ่นใหม่ ติดหนี้แบงค์กันเป็นล้านๆ ฟรีๆ ไม่ได้ทรัพย์สินอะไรเลย ตั้งแต่อายุ 20-30 ติดแบล็คลิสทางการเงิน ตั้งตัวไม่ได้ - กลายเป็น N Po Generation ละทิ้งทุกอย่าง ไม่ออกเดท ไม่แต่งงาน ไม่ซื้อบ้าน ไม่ปฏิสัมพันธ์ ไม่มีความหวัง บางคนก็ลาโลกกับหนี้ที่ไม่ได้ก่อ - Gen N-Po ย่อมาจาก เจเนอเรชันที่ยอมแพ้กับทุกเรื่อง จากเดิมที่เคยเป็น 3-Po (ทิ้งการเดท, ทิ้งแต่งงาน, ทิ้งมีลูก) ขยับมาเป็น 5-Po (ทิ้งซื้อบ้าน, ทิ้งการเข้าสังคม) จนกลายเป็น N-Po คือ "ทิ้งทุกความฝันและทุกอย่างในชีวิต" 😱กระทบระดับชาติ -ตัวเลขจากทาง จนท ความเสียหายเบี้องต้นจากเคสโกงชอนเซ ราวๆ 2.3ล้านล้านวอน หรือ 60,000 ล้านบาท แต่ความเสียหายเชิงระบบ และเงินประกันที่ค้างชำระต่างๆ มีการประเมินไว้สูงถึง หลายสิบล้านล้านวอน หรือกว่า หลายแสนล้านบาท -หนี้ NPL พุ่งสูง แบบไม่มีวันได้คืน -วิกฤตประชากรเกิดต่ำที่สุดในโลก และยิ่งดิ่งเหวลงไปอีก พอไม่มีที่อยู่ + หนี้่ท่วมหัว เรื่องแต่งงานมีลูกไม่ต้องคิด แค่จะแดกยังไม่มี -ความน่าเชื่อถือระบบอสังหา พังยับหมา คนรุ่นใหม่เลิกเชื่อไม่มีควา��เชื่อมั่นในระบบชอนเซ ทำให้ตลาดอสังหาถดถอยรุนแรง 🧐บางคนอาจสงสัยทำไมไม่กู้ซื้อบ้านใหม่ไปเลย - เช่าอยู่ฟรี 2ปี ได้เงินก้อนคืนเต็มจำนวน ใครก็อยากได้มั้ยอ่ะ? - กู้ซื้อบ้านใหม่ เกณฑ์โคตรเข้มงวด แล้วเด็กจบใหม่เพิ่งทำงาน จะเอาปัญญาที่ไหนไปกู้ซื้อบ้านหรือคอนโดใหม่ได้ เต็มที่กู้ได้ 40-50% แล้วจะเอาเงินที่ไหนดาวน์ - กู้ชอนเซ รัฐบาลกับธนาคารมี นโยบายอุ้มคนรุ่นใหม่ โดยก���รันตีสินเชื่อชอนเซให้กู้ได้ถึง 80-90% ของเงินประกัน เด็กก็เลยแห่กู้กัน เพราะเป็นทางเดียวที่จะได้อาศัยในเมืองใหญ่ได้ - ในอดีตมันเป็นระบบที่ดี เป็น โอกาสสำหรับคนเกาหลี รัฐเลยหนุนเต็มที่ให้คนตั้งตัวได้ ระบบมันไม่ได้โกงมาตั้งแต่ต้น แต่พอเกิดปัญหาจนกองทุนที่ค้ำแทบถังแตก เลยหั่นสัดส่วนการค้ำกู้ชอนเซ เพื่อบีบไม่ให้แบงค์ปล่อยกู้มั่วๆ แต่สายไปแล้วเมิง เจ็บกันไปทั้งเจน แม่งเพิ่งรู้ตัว!!! . พอล่ะ เ���ียนจนกูเซแล้วเนี้ยะ ...Gen นิ้วเบียด .
See More
NPWBT
retweeted
nonibond.ink | ETHGas ⛽ (❖,❖) 🍚 ⛓ 🌶️,(✸,✸)🌶
@nonibond
16 days ago
🇰🇷เกาหลี : ค่านิยมไม่มีบ้านหรืออพาร์ทเม้น = ห้ามแต่งงาน ทำให้มีระบบเช่าแบบชอนเซ แล้วโกงกันระดับชาติจนคนรุ่นใหม่ แม่งทิ้งทุกอย่าง ไม่เ���าอะไรแล้ว เพราะผ่อนยังไงก็ไม่หมด 🇸🇬สิงคโปร์ : มีบ้านรัฐบาล HDB ช่วยคนมีครอบครัว แต่ถ้าเมิงโสด? โน้น รอให้อายุ 35 ก่อนถึงจะมีสิทธิ์ขอซื้อ HDB รูหนูห้องนอนเดียวได้ ... ส่วนช่วงวัยรุ่น ถ้าไม่อยากเช่าห้องรูหนู ก็ขยับไปซื้อคอนโด บอกเลยราคาแม่งคนละโลก สตาร์ทกัน 20-30ล้านบาทไทยอัพ ถ้าไม่มีผัวเมียช่วยหาร หรือพ่อแม่ช่วยดาวน์ มีร้องอ่ะเมิง 🇪🇺ยุโรป : ดอกเบี้ยนโยบายพุ่งเอาๆ พว��ที่กู้แบบดอกเบี้ยลอยตัว นี่โดนปรับที แทบร้องไห้ อย่างใน ลอนดอน เบอร์ลิน คนรุ่นใหม่แทบไม่มีปัญญาซื้อ ต้องเช่าอยู่ ค่าเช่าก็โคตรแพงแทบ 50% ของเงินเดือนแล้ว หาเงินจ่ายค่าน้ำค่าไฟ ก็แทบหมด ไม่เหลือเก็บซื้อบ้านตัวเองหรอกเมิง 🇦🇺ออสเตรเลีย : นโยบายกีดกันต่างชาติ ไม่ให้ซื้อบ้านมือสอง บีบให้ไปทุนต่างชาติไปซื้อบ้านใหม่แทน แต่ดันเกิด Side Effect ราคาบ้านใหม่ดีดสูง จนท้องถ��่นเอื้อมไม่ถึง ก็เลยต้องหาเช่าแทน ค่าเช่าเลยพุ่ง และบ้านไม่พอให้เช่า ถึงไม่ได้ซื้อบ้าน เมิงก็ไม่รอด ต้องผ่อนค่าเช่าแทน เพราะแพงไม่ต่างกับค่าผ่อนบ้าน งูกินหางไม่ว่าจะซื้อหรือเช่า 🇷🇺รัสเซีย : พิษสงครามและมาตรการคว่ำบาตร ทำให้ดอกเบี้ยนโยบายสูงลิ่ว ลองนึกภาพผ่อนบ้านที่ดอกเบี้ย 18-20% ดิ กุนึกว่าจ่ายหนี้นอกระบบ ถึงวันนี้นี้จะลดลงมาเป็น 14% คนธรรมดาแทบจะกู้ไม่ได���แล้ว ถ้าไม่มีมาตรการช่วยเหลือจากรัฐ 🇨🇳จีน : สมัยก่อนโดนฝังหัวต้องมีบ้านถึงจะแต่งงานได้ คนยุคก่อนก็แย่งกันซื้ออสังหา ราคาพุ่งกระฉูด แต่พอยักษ์ใหญ่อย่าง Evergrande ล้ม คนรุ่นใหม่ในจีนแทบจะเลิกดิ้นรน เพราะทำงานแทบตาย ผ่อนบ้านไป ตึกแม่งก็สร้างไม่เสร็จเป็นตึกร้าง แถมาคาบ้านร่วงเอาๆ โดนทั้งขึ้นทั้งร่อง 🇯🇵ญี่ปุ่น : ถ้าไม่นับพวกเมืองใหญ่ โตเกียว/โอซาก้า ที่พุ่งจนคน���ุ่นใหม่หมดปัญญาจะเป็นเจ้าของอสังหา ในส่วนพื้นอื่น มันประหลาดตรงที่ บางพื้นที่กลายเป็นสินทรัพย์ที่เสื่อมมูลค่าซะงั้น เพราะมันไม่มีคนอยู่ ไปหาดูตามคลิปควมเงียบงันตามต่างจังหวัดญี่ปุ่นจะเข้าใจ และคนญี่ปุ่นเน้นเช่ามากกว่าซื้อไปแล้ว วิกฤติเรื่องบ้านแม่งเป็นกันเกือบทั้งโลกจริง จนหลายประเทศเป็นลูกโซ่ทำให้เกิดวิกฤตอัตราการเกิดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์เลยดีทีเดียว เขียนแล้วเหนื่อยชิบ .. รู้สึกดีจังที่ยังมีที่ซุกหัวนอนในวันนี้ 😅 .
See More
NPWBT
retweeted
k k❣️😼
@armoiaZ
18 days ago
ดูวนมาเป็นสิบรอบ คลิปที่ทำให้ขำที่สุดของวันนี้ สำหรับเรา🐯🐯
armoiaZ's tweet video.
NPWBT
retweeted
W
@sxicex
20 days ago
TikTok ขโมยการนอน และพังระบบความคิด Gen Z อย่างไร? งานวิจัยพบว่า TikTok กำลังทำหน้าที่เป็นจุดเริ่มต้นของปฏิกิริยาลูกโซ่ที่สั่นคลอนสุขภาว��ของคนรุ่นใหม่ในหลายมิติ 1. Sleep Disruption คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่า TikTok ส่งผลเสียต่อการเรียนหรือการทำงานเป็นอันดับแรก แต่ งานวิจัยชี้ว่าการนอนหลับ (Sleep) ต่างหากที่เป็น ศูนย์กลางการเชื่อมโยง (Central Hub) ของผลกระทบทั้งหมด อัลกอริทึมแบบ personalized feed ที่ป้อนเนื้อหาตรงความสนใจอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับคุณลักษณะการเล่นวิดีโอถัดไปให้อัตโนมัติ นำไปสู่สภาวะ Bedtime Procrastination หรือการผลัดวันประกั���พักผ่อน ผู้ใช้รู้ตัวว่าควรรีบนอน แต่ไม่สามารถถอนตัวออกจากฟีดได้ การนอนที่ถูกรบกวนนี้ไม่ได้แค่นำไปสู่ความอ่อนเพลียในวันรุ่งขึ้น แต่ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมส่งผ่านความเครียดไปทำลายระบบอารมณ์และการรับรู้ภาพลักษณ์ของตนเองในขั้นตอนถัดไป 2) โดมิโนสุขภาพจิต จากความวิตกกังวล สู่ความมั่นใจที่พังทลาย Micro-content Overload) ทำให้สมองส่วนคอร์เทกซ์กลีบหน้า (Prefrontal Cortex) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมสมาธิและการตัดสินใจทำงานหนักเกินไป ส่งผลให้เกิด Anxiety (ความวิตกกังวล) เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สายภาพลักษณ์ตนเอง (Body Image & Self-esteem) การเสพคอนเทนต์เปรียบเทียบมาตรฐานความงาม (Beauty Standards) ผ่านฟิลเตอร์หรือ AI ในภาวะที่ร่างกายอ่อนล้าและสมองขาดภูมิคุ้มกันทางอารมณ์ นำไปสู่ Body Dissatisfaction (ความไม่พึงพอใจในรูปร่าง) และบั่นทอน Self-esteem (ความภาคภูมิใจในตนเอง) อย่างรุนแรง 3. ผลการเรียนและการทำงาน การถูกกดจาก 3 ทิศทาง (Triangulated Impact) ประสิทธิภาพในการศึกษาหรือการทำงานของคนรุ่นใหม่ไม่ได้แย่ลงเพราะเอาเวลาไปเล่นโทรศัพท์ ���พียงอย่างเดียว แต่กำลังถูกบดขยี้พร้อมกันจาก 3 ปัจจัย 1 Direct Behavioral Impact การรบกวนสมาธิและเวลาโฟกัสโดยตรงจากตัวแอป 2 Biological Impact: สภาวะสมองล้าจากการขาดนอน (Sleep Deprivation) 3 Psychological Impact: การสูญเสียแรงจูงใจ (Loss of Motivation) ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากภาวะจิตใจที่ย่ำแย่
See More
NPWBT
retweeted
LĒE
@LeeVaurix
20 days ago
ญี่ปุ่นบอก บางคนไม่ได้ขี้เกียจ แต่ “เริ่มยาก” เพราะการเปลี่ยนจาก���ิ่งหนึ่งไปสู่อีกสิ่งหนึ่งใช้พลังใจมากกว่าปกติ ดังนั้น แทนที่จะบังคับตัวเองให้พยายามมากขึ้น ลองลดกำแพงก่อนเริ่ม และเริ่มจากสิ่งเล็กๆ ก่อน “ไม่ต้องทำให้เสร็จ แค่เริ่มก็พอ” มีแถมยังบอกว่า คน 4 กลุ่มนี้ •คนที่ใช้เวลานานผิดปกติกว่าจะยอมไปอาบน้ำ •คนที่พอเข้าไปแล้ว กลับอาบน้ำนาน •คนที่บอกตัวเองว่า “ขออีก 5 นาที” แล้วเล่นมือถือไปเรื่อยๆ •คนที่ออกจากห้องน้ำแล้ว แต่ยังไม่ยอมเป่าผมทันที อาจมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ “ใช้เวลานานกว่าจะเริ่ม แต่ถ้าเริ่มแล้ว จะทำอย่างเต็มที่จนสุดทาง” ประโยคนี้ฟังดูเหมือนตรงกับชีวิตของใครหลายคนมาก แต่ถ้ามองในมุมจิตวิทยา ต้องแยกให้ออกว่า อะไรคือข้อสังเกต และอะไรคื��สิ่งที่มีหลักฐานรองรับ ปัจจุบันมีงานวิจัยที่พบความสัมพันธ์ระหว่างการผัดวันประกันพรุ่งกับกระบวนการด้าน executive function โดยเฉพาะเรื่องการเริ่มต้นงาน การวางแผน การควบคุมตนเอง และการจัดการกับสิ่งที่ต้องทำ งานวิจัยล่าสุดในผู้ใหญ่ก็พบว่า ปัญหาเกี่ยวกับ การเริ่มต้นงาน (task initiation) มีความสัมพันธ์กับระดับการผัดวันประกันพรุ่ง แต่ผู้วิจัยก็เตือนว่า การทดสอบ executive function ในห้องทด���องไม่ได้ให้ผลเหมือนกับการประเมินพฤติกรรมจริง��นชีวิตประจำวันเสมอไป อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ task switching สมองไม่ได้เปลี่ยนจากกิจกรรมหนึ่งไปอีกกิจกรรมหนึ่งแบบไร้ต้นทุน การเปลี่ยนงานสามารถมี “switch cost” เกิดขึ้นได้ ซึ่งหมายถึงเวลาหรือทรัพยากรทางความคิดที่ต้องใช้ในการปรับจากงานเดิมไปสู่งานใหม่ ลองนึกภาพง่ายๆ กำลังนอนเล่นมือถืออย่างสบายๆ → ต้องวางโทรศัพท์ → ลุกจากเตียง → เดินเข้าห้องน้ำ → เปลี่ยนเสื้อผ้า → อาบ��้ำ → เช็ดตัว → แต่งตัว → เป่าผม สำหรับบางคน สิ่งที่ยากที่สุดจึงอาจไม่ใช่ “การอาบน้ำ” แต่คือช่วงเวลาระหว่าง “ฉันกำลังทำสิ่งนี้อยู่” กับ “ฉันกำลังจะไปทำอีกสิ่งหนึ่ง” นี่อาจอธิบายได้บางส่วนว่า ทำไมคนบางคนถึงใช้เวลานานมากกว่าจะเริ่มทำอะไร ทั้งที่เมื่อเริ่มแล้วกลับทำได้ดี แต่ตรงนี้มีสิ่งหนึ่งที่ต้องระวัง คือ เราไม่สามารถสรุปจากพฤติกรรมการอาบน้ำเพียงอย่า��เดียวว่า คนๆ นั้นมีปัญหาเรื่อง executive function หรือเป็น “คนประเภทเริ่มช้าแต่ทำเต็มที่” เพราะการผัดวันประกันพรุ่งเกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งแรงจูงใจ อารมณ์ ความเหนื่อย ความยากของงาน ความสนใจ รวมถึงสิ่งล่อใจที่อยู่ตรงหน้า เช่น โทรศัพท์ และที่สำคัญ “เริ่มช้า” ไม่ได้แปลว่า “ขี้เกียจ” เสมอไป บางครั้งคนเราไม่ได้ต่อต้านสิ่งที่ต้องทำ แต่กำลังต่อต้าน ความรู้สึกที่ต้องเปลี่ยนจากสิ่งหนึ่งไปสู่อีกสิ่งหนึ่ง ดังนั้น ถ้าคุณเป็นคนประเภท “รู้ว่าต้องทำ แต่กว่าจะเริ่มได้ใช้เวลานานมาก” วิธีแก้อาจไม่ใช่การด่าตัวเองว่า “ทำไมฉันขี้เกียจแบบนี้” แต่อาจลองลดขั้นตอนก่อนเริ่มให้เล็กที่สุด ไม่ต้องบอกตัวเองว่า “ไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้” ลองบอกว่า “ลุกขึ้นก่อน” ไม่ต้องคิดว่า “วันนี้ต้องออกกำลังกายให้ครบ” ลองแค่ “ใส่รองเท้าก่อน” ไม่ต้องคิดว่า “ต้องจัดบ้านให้เสร็จ” ลอง “เก็บของ 1 ชิ้น” ก่อน เพราะเป้าหมายในช่วงแรกอาจไม่ใช่การทำให้เสร็จ แต่คือทำให้สมองข้ามกำแพงระหว่าง “ย��งไม่เริ่ม” กับ “เริ่มแล้ว” ให้ได้ก่อน และเมื่อเริ่มแล้ว ค่อยปล่อยให้แรงส่งพาเราไปต่อ บางครั้งสิ่งที่เราต้องการไม่ใช่ “วินัยที่มากขึ้น” แต่อาจเป็น “จุดเริ่มต้นที่ง่ายขึ้น”
See More
Last Seen Users on Sotwe
पुतली चोक (नेपाली कान्ड)
ສາວລາວ
Quân
Seen from
Vietnam
Cholita Boliviana
Seen from
Peru
ملوكة
Seen from
Jordan
Naz | Türk Porno
Seen from
Turkey
ด้านมืดครูสาว(นุ่น)
Seen from
Thailand
Sex Teşkilatı
Seen from
Turkey
Caramel
Seen from
United Kingdom
Pathan xxx
Seen from
Pakistan
Trends for you
1
Hader
Under 10K tweets
2
#Survivor51
Under 10K tweets
3
Lawrence Tanter
Under 10K tweets
4
#AEWDynamite
Under 10K tweets
5
Taylor Ward
Under 10K tweets
6
#AEWCollision
Under 10K tweets
7
Peltola
Under 10K tweets
8
Cubs
Under 10K tweets
9
Padres
Under 10K tweets
10
#LaGranjaVIPMX
Under 10K tweets
Most Popular Users
1
Elon Musk
@elonmusk
241.7M followers
2
Barack Obama
@barackobama
119M followers
3
Cristiano Ronaldo
@cristiano
114.4M followers
4
Donald J. Trump
@realdonaldtrump
111.9M followers
5
Narendra Modi
@narendramodi
107.2M followers
6
Rihanna
@rihanna
98.7M followers
7
NASA
@nasa
92.4M followers
8
Justin Bieber
@justinbieber
91.8M followers
9
KATY PERRY
@katyperry
90M followers
10
Taylor Swift
@taylorswift13
83.9M followers
11
Lady Gaga
@ladygaga
75.4M followers
12
Virat Kohli
@imvkohli
73.3M followers
13
Kim Kardashian
@kimkardashian
70.9M followers
14
YouTube
@youtube
68.8M followers
15
Neymar Jr
@neymarjr
66.3M followers
16
Bill Gates
@billgates
65.1M followers
17
Selena Gomez
@selenagomez
63M followers
18
The Ellen Show
@theellenshow
62.3M followers
19
CNN
@cnn
61.8M followers
20
X
@x
60.7M followers
Olivia
Online
✨
⭐
💫