Home
Language
English
Türkçe
Bahasa Indonesia
About
Privacy Policy
Terms of Service
Pricing
Sign In
Download All
Share
Sapsa
@thir_saycr
Joined January 2023
6
Following
0
Followers
194
Posts
thir_saycr
retweeted
environman
@environmanth
30 days ago
◉ HEATWAVE: คลื่นความร้อนปีนี้ทำหมู่เกาะสุรินทร์ จ.พังงา ฟอกขาวหลายจุดและพบบางพื้นที่ฟอกขาวหนักจนปะการังตาย สัญญาณที่ระบุว่าอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงผิดปกติเริ่มรุนแรงขึ้นจนจะกลายเป็นเรื่องปกติ . [จุดไหนที่ได้รับผลกระทบ] อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ จากการเฝ้าระวังตั้งแต่เดือน มิถุนายน 2569 โดยพบอัตราปะการังซีดจางและฟอกขาวในระดับความลึกที่ 2-10 เมตร ได้แก่ ✱ อ่าวสุเทพ-ปะการังฟอกขาวรุนแรงที่สุดสูงถึง 50% (และพบว่าฟอกขาวตายภายหลังบางส่วน) ✱ อ่าวผักกาด-ปะการังฟอกขาวและซีดจาง 30% ✱ อ่าวจาก-ฟอกขาวประมาณ 15% ✱ อ่าวไม้งาม อ่าวเต่า อ่าวแม่ยาย และแหลมช่องขาด-ฟอกขาวประมาณ 10% ✱ อ่าวไทรเอน-ฟอกขาวและซีดจางในระดับต่ำที่สุด ประมาณ 5% . สาเหตุการเกิดปะการังฟอกขาวและซีดจาง เกิดจากอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงผิดปกติ ถึง 30 - 31 องศาเซลเซียส จึงส่งผลให้ปะการังเกิดอาการเครียด ซีดจาง และฟอกขาว ซึ่งการที่อุณหภูมิของทะเลสูงขึ้นนั้นเพราะมีการสะสมก๊าซเรือนกระจก เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์โดยเฉพาะการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงฟอสซิลส่งผลให้ก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศมีความหนาแน่นขึ้น . [ เมื่อทะเลร้อนขึ้น ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่แค่ “ปะการังฟอกขาว” ] . ผลกระทบก่อนหน้านี้ สภาวะการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศส่งผลให้อุณหภูมิของน้ำทะเลและปะการังได้รับผลกระทบต่อเนื่องมานานหลายปี ซึ่งในปัจจุบัน อุณหภูมิน้ำทะเลสูงขึ้นทำให้ปะการังเกิดความเครียด สีซีดจางและฟอกขาวและถ้าอุณหภูมิไม่ดีขึ้นก็อาจจะทำให้ปะการังบางส่วนตายได้ จากผลสำรวจการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิน้ำทะเล โดย กรมทรัพยากรทะเลและชายฝั่ง ประกอบกับ NOAA ได้มีรายงานว่า มหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนกำลังเผชิญกับปรากฏการณ์ที่ทำให้อุณหภูมิทะเลสูงขึ้น El Niño–Southern Oscillation (ENSO) ซึ่ง ดร.สนธิ คชวัฒน์ (นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย) ได้คาดว่าในปี พ.ศ.2593 อุณหภูมิของโลกอาจจะเพิ่มขึ้น 2.0 องศาเซลเซียส . [ ให้ธรรมชาติได้พัก เพื่อเปิดโอกาสให้ปะการังฟื้นตัว ] . มีการประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมอุทยานแห่งชาติฯ ให้มีการงดกิจกรรมท่องเที่ยวในหมู่เกาะสิมิลันและหมู่เกาะสุรินทร์ตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค. -15 ต.ค. เป็นระยะเวลา 5 เดือนเต็ม เพื่อให้ปะการังได้ฟื้นฟูอย่างเต็มที่ด้วยตัวเองตามธรรมชาติและเพื่อรับมือฤดูมรสุม . แต่ในการสำรวจครั้งล่าสุด เมื่อ 31 ก.ค.-1 ส.ค. 69 พบว่า หลายชนิดแนวโน้มดีขึ้น แต่มีบางพื้นที่พบปะการังที่ตายจากการฟอกขาว และยังคงต้องเฝ้าระวังใกล้ชิดต่อไปโดยเฉพาะกลุ่มปะการังเขากวาง ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อความร้อนมากกว่าชนิดอื่นๆ . อ้างอิง https://t.co/0BXWfQd9ql https://t.co/UMSH5N8pu9 https://t.co/gs5ZiznxvH https://t.co/Rf6Dv8UodO https://t.co/UqUgOcGVsh
See More
thir_saycr
retweeted
environman
@environmanth
2 months ago
◉ GLOBAL WARMING: ทะเลทั้งโลกกำลังไข้ขึ้น อุณหภูมิผิวน้ำทะเลเฉลี่ยครึ่งปีแรกสูงเป็นอันดับสองของประวัติการณ์ เดือนมิถุนายนร้อนเดือดที่สุด ข้อมูลล่าสุดจาก Copernicus Marine Service เผยว่า ครึ่งแรกของปี 2026 ทะเลทั่วโลกร้อนต่อเนื่องอย่างผิดปกติ โดยอุณหภูมิผิวน้ำทะเลเฉลี่ยเดือนมกราคมถึงมิถุนายนอยู่ที่ 20.94 องศาเซลเซียส สูงเป็นอันดับสองของประวัติการณ์ ร้อนที่สุดคือเดือนมิถุนายนที่อุณหภูมิพุ่งไปที่ราว 21.0 องศาเซลเซียส กลายเป็นเดือนมิถุนายนที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยบันทึกมา ปรากฏการณ์ 'คลื่นความร้อนในทะเล' (Marine Heatwave) กำลังขยายตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ รายงานระบุว่าในช่วงสิ้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา คลื่นความร้อนนี้ได้คลอบคลุมพื้นที่ผิวทะเลทั่วโลกกว่า 82% น้อยกว่าสถิติสูงสุดในปี 2024 เพียงแค่ 1% เท่านั้น พูดง่าย ๆ ก็คือทะเลทั่วโลกกำลัง 'ร้อนผิดปกติ' ทะเลที่ร้อนขึ้นคือสัญญาณเตือนตรงถึงแนวปะการังในน่านน้ำต่าง ๆ รวมถึงอ่าวไทยและอันดามัน ซึ่งหากย้อนไปปี 2024 เราเคยเจอเหตุการณ์ที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช./DMCR) ต้องสั่งปิดอุทยานแห่งชาติทางทะเล 12 แห่งชั่วคราว หลังเจอปะการังฟอกขาวเป็นวงกว้าง จากคลื่นความร้อนในทะเล • Copernicus Marine Service • Al Jazeera • DMCR #newsupdate #globalwarming #marineheatwave #ทะเล #โลกร้อน #โลกรวน #คลื่นความร้อน
See More
thir_saycr
retweeted
environman
@environmanth
5 months ago
◉ MICROPLASTIC: ไมโครพลาสในอากาศ อาจทำให้ภาวะโลกร้อนรุนแรงมากยิ่งขึ้น ที่ผ่านมาบ่อยครั้งเราจะพูดถึงไมโครพลาสติกในมุมว่า "ถ้าเข้าร่างกายแล้วจะเป็นยังไง อันตรายไหม" แต่งานวิจัยใหม่ที่เพิ่งตีพิมพ์ใน Nature Climate Change ในเดือนพฤษภาคม กำลังเพิ่มเลเยอร์ใหม่ของปัญหา นั่นคือพลาสติกจิ๋ว ๆ ที่ลอยอยู่ในชั้นบรรยากาศ "ทำให้โลกร้อนขึ้น" ด้วยตัวมันเอง ทีมวิจัยใช้แบบจำลองและการวัดคุณสมบัติเชิงแสงแบบละเอียดของอนุภาคไมโครพลาสติกและนาโนพลาสติก (Microplastic and Nanoplastic หรือ MNPs) ที่ลอยอยู่ในอากาศ และพบว่า MNPs ที่ "มีสี" ดูดซับรังสีดวงอาทิตย์ได้แรงมาก จุดที่เป็นฮอตสปอตพบว่าอยู่เหนือมหาสมุทรแปซิฟิกตอนเหนือบริเวณ North Pacific Subtropical Gyre ซึ่งเป็นจุดที่กระแสน้ำพัดเอาขยะพลาสติกมารวมกันเป็น "เกาะขยะ" ที่ใหญ่ที่สุดในโลก นั่นแปลว่า ขยะพลาสติกที่ทุกคนปล่อยลงทะเลไม่ได้แค่ทำร้ายเต่า ปะการัง และสัตว์ทะเล แต่ยังแตกตัวเป็นอนุภาคจิ๋ว ลอยกลับขึ้นไปในชั้นบรรยากาศ และซ้ำเติมวิกฤตโลกร้อนอีกชั้นโดยที่หลายคนยังมองไม่เห็น สำหรับคนไทย เรื่องนี้สำคัญสองด้าน หนึ่งคือเราเองเป็นหนึ่งในประเทศที่ปล่อยขยะพลาสติกลงทะเลในอันดับต้น ๆ ของโลก และเป็นจุดที่ลมมรสุมพัดผ่าน นั่นหมายความว่าเรามีโอกาสเป็นทั้ง "ผู้ส่งออก" และ "ผู้รับ" ไมโครพลาสติกในอากาศมากกว่าหลายประเทศ สองคือเรากำลังเจอคลื่นความร้อนและสภาพอากาศสุดขั้วถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าพลาสติกในอากาศมีส่วนซ้ำเติมโลกร้อนจริง การลดขยะพลาสติกตั้งแต่ต้นทาง จะมีผลกับสภาพอากาศของเราโดยตรง ปัญหาขยะพลาสติกและปัญหาภูมิอากาศมันไม่เคยแยกกันเลย หากเราจัดการขยะพลาสติกได้ดีขึ้น ก็เท่ากับซื้อเวลาให้กับสภาพอากาศของเราด้วย ─── #พลาสติก #โลกร้อน #ไมโครพลาสติก #สิ่งแวดล้อม #ClimateChange #Microplastics
See More
thir_saycr
retweeted
environman
@environmanth
about 1 year ago
◉ โลกกำลังเผชิญวิกฤตน้ำ โดยเฉพาะเอเชียที่มีความเสี่ยงสูงและอาจกระทบต่อผลผลิตอาหารครึ่งหนึ่งของโลกภายใน 25 ปีข้างหน้า เอเชียคาดว่ามีประชากรกว่า 5 พันล้านคนในปี 2050 แต่กลับกลายเป็นศูนย์กลางของภัยพิบัติธรรมชาติ ทั้งแล้งและน้ำท่วม เช่น ปากีสถาน เวียดนาม อิรัก รวมถึงไทยที่เผชิญสภาพอากาศสุดขั้วแล้ว ปัจจุบันชาวเอเชียกว่า 500 ล้านคนขาดแคลนน้ำ และกว่า 1 พันล้านคนเข้าไม่ถึงน้ำดื่มและสุขาภิบาล รายงาน Global Commission on the Economics of Water ระบุว่าภายในทศวรรษนี้ ความต้องการน้ำจืดจะสูงกว่าอุปทานถึง 40% เอเชียตะวันตกและใต้เสี่ยงภัยแล้งเพิ่ม 10 เท่า ขณะน้ำท่วมรุนแรงขึ้น ยิ่งเศรษฐกิจและเมืองเติบโตเร็ว ยิ่งทำให้วิกฤตรุนแรง แม้น้ำในเอเชียวิกฤต แต่ระบบน้ำโลกเชื่อมถึงกันผ่าน “แม่น้ำในชั้นบรรยากาศ” ที่ลำเลียงความชื้นข้ามทวีป ป่าขนาดใหญ่ในอินเดียและบราซิลส่งผลต่อจีน อาร์เจนตินา และประเทศอื่น ๆ แสดงว่าน้ำคือผลประโยชน์ร่วมกันของโลก นักวิจัยเตือนว่า น้ำคือตัวประกันอันดับหนึ่งของวิกฤตภูมิอากาศ อุณหภูมิโลกเพิ่มทุก 1°C จะทำให้ความชื้นในอากาศสูงขึ้น 7% วัฏจักรน้ำจึงรุนแรงขึ้น ขณะการตัดไม้ทำลายป่ายิ่งซ้ำเติม หากไม่เร่งแก้ไข ภายในปี 2050 ปัญหาน้ำอาจทำให้ GDP โลกหายไป 8% โดยประเทศยากจนเสียหายถึง 15% ขณะที่ผลผลิตอาหารมากกว่าครึ่งอยู่ในพื้นที่ที่เสี่ยงใช้น้ำไม่แน่นอน น่าเศร้าที่ไม่มีใครดูแลน้ำในระดับโลกจริงจัง สหประชาชาติเคยจัดประชุมเรื่องนี้เพียงครั้งเดียวใน 50 ปีที่ผ่านมา น้ำคือทรัพยากรชีวิต แต่กลับไม่ถูกยอมรับในฐานะทรัพยากรจำเป็น วิกฤตนี้กระทบหนักต่อผู้หญิงและเด็ก โดยหลายชุมชนต้องเผชิญความเสี่ยงความรุนแรงและความไม่เท่าเทียมเพียงเพราะการไปตักน้ำ น้ำจึงไม่ใช่แค่ปัญหาทรัพยากร แต่คือปัญหาที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจ ความมั่นคง ความเท่าเทียม และชีวิตของทุกคนบนโลก • Water Commission • https://t.co/wE7Ako13qw • The Guardian • https://t.co/DrFdyAqrYT #newsupdate #foodinsecurity #waterscarcity
See More
Who to follow
Brad Cooper
@BradCooper146
snapchat me- CooperR1. Instagram- Brad_Cooper146
ausboy0076
@ausboy0076
18+ NSFW🇦🇺 Old account ausboy076 suspended. Here for a little fun.🇦🇺 Cam4 same name.
Gerardo⚡️⚡️
@gervrdoo
thir_saycr
retweeted
environman
@environmanth
about 1 year ago
◉ FAST FASHION: แฟชั่นกำลังกลายเป็น ‘กองขยะ’ ที่เห็นได้จากอวกาศ เมื่อทะเลทรายอาตากามาของชิลีเป็นสถานที่ที่ทุกคนเอาเสื้อผ้ามาทิ้งประมาณ 39,000 ตันต่อปี ทะเลทรายอาตากามา (Atacama Desert) หนึ่งในทะเลทรายที่แห้งแล้งที่สุดในโลก ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางในฝันของทั้งนักท่องเที่ยวผู้หลงใหลในการดูดาว และนักวิทยาศาสตร์ผู้ศึกษาจักรวาล ด้วยภูมิประเทศที่ไร้ซึ่งการรบกวนนี้ทำให้อวกาศสวยงาม แถมยังเป็นสถานที่ที่ NASA เลือกทดสอบยานสำรวจดาวอังคารที่นั่น แต่ทว่าชื่อเสียงอันงดงามนี้ต้องแปดเปื้อนด้วย ‘ชื่อเสียง’ อย่างหนึ่งนั่นคือ กองขยะเสื้อผ้าที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก เนื่องจากมีการผลิตเสื้อผ้าราคาถูกเป็นจำนวนมากอย่างรวดเร็ว หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า ‘Fast Fashion’ ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าระหว่างปี 2000 ถึง 2014 และผู้บริโภคเองก็ซื้อเสื้อผ้าเพิ่มขึ้น 60% ในเวลาเดียวกัน มีการประเมินกันว่าเสื้อผ้า 3 ใน 5 จะถูกทิ้งหรือเผาแค่ภายใน 1 ปีหลังจากการผลิต และนี่คือจุดสิ้นสุดของเสื้อผ้าเหล่านั้นจนได้รับฉายาว่า "แพขยะแฟชั่นอันยิ่งใหญ่" กองเสื้อผ้าที่ถูกทิ้งขนาดมหึมาพร้อมป้ายชื่อจากทั่วทุกมุมโลกทอดยาวสุดลูกหูลูกตาในเขตชานเมืองอัลโต ฮอสปิซิโอ ตั้งแต่กองกางเกงยีนส์และเสื้อสูทที่ซีดจางจากแสงแดดร้อนแรงซึ่งลอยสูงเหนือกองเสื้อโค้ทและเสื้อเชิ้ตที่ทำจากขนสัตว์เทียม บางกองยังคงมีป้ายราคาติดอยู่ รวมถึงขวด กระเป๋า และขยะอื่น ๆ ที่ปะปนอยู่ซึ่งหลั่งใหลมาจากทั่วโลก จนมองเห็นได้จากอวกาศ "ภาพถ่ายดาวเทียมที่เราถ่าย แสดงกองเสื้อผ้าในทะเลทรายอาตากามาของชิลี ช่วยให้เห็นภาพได้ชัดเจนขึ้นมาก" SkyFi เขียนไว้ในบล็อกโพสต์ "ขนาดของกองเสื้อผ้าและมลภาวะที่เกิดขึ้นนั้นมองเห็นได้จากอวกาศ ทำให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าอุตสาหกรรมแฟชั่นกำลังต้องการการเปลี่ยนแปลง" เมื่อพฤษภาคม 2023 แอปพลิเคชันภาพถ่ายดาวเทียม SkyFi ได้เปิดเผยภาพจากวงโคจรของกองเสื้อผ้าที่เกิดจากอุตสาหกรรมแฟชั่นฟาสต์แฟชั่น ซึ่งผลิตขยะประมาณ 92 ล้านตันต่อปี ภาพความละเอียด 20 นิ้วแสดงให้เห็นว่ากองเสื้อผ้านี้มีขนาดใหญ่ขึ้นมากเมื่อเทียบกับเมืองใกล้เคียง สำนักข่าวเอเจนซ์ ฟรานซ์-เพรส รายงานในปี 2021 ว่า เสื้อผ้าบนภูเขาส่วนใหญ่ผลิตในจีนหรือบังกลาเทศ จากนั้นจึงถูกส่งไปยังร้านค้าในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และเอเชีย เสื้อผ้าที่ขายไม่ได้จะถูกทิ้งในทะเลทรายอาตากามา พวกเขายังคาดการณ์ว่า ณ ปีเดียวกันนั้นน่าจะมีเสื้อผ้าประมาณ 59,000 ตัน ที่ได้เดินทางมาถึงภูมิภาคนี้ในแต่ละปี โดยผ่านท่าเรืออิคิเกที่อยู่ใกล้เคียง ในเขตปลอดอากรอัลโต ฮอสปิซิโอ ทางตอนเหนือของชิลี เสื้อผ้าบางส่วนถูกซื้อไปโดยพ่อค้าเสื้อผ้าจากกรุงซานติอาโก เมืองหลวงของชิลี ซึ่งอยู่ห่างออกไปทางใต้ของภูเขาเสื้อผ้า 1,800 กิโลเมตร และบางส่วนถูกลักลอบนำไปขายต่อยังส่วนอื่น ๆ ของละตินอเมริกา แม้จะมีเอาออกไปบ้าง แต่กองเสื้อผ้าที่ถูกทิ้งก็ยังคงเพิ่มขึ้นถึง 39,000 ตันต่อปี และทำให้บางคนอยากลุกขึ้นมาแก้ปัญหา “ผมได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิดที่ว่ามีขยะจำนวนมหาศาลที่สามารถนำมาแปรรูปเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตผลิตภัณฑ์ใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งจะช่วยลดปริมาณเสื้อผ้าในทะเลทรายของเรา” Franklin Zepeda ผู้ก่อตั้งบริษัทสตาร์ทอัพที่ผลิตแผ่นฉนวนอาคารจากเศษสิ่งทอ กล่าว Ecocitex ก็เป็นอีกหนึ่งบริษัทสตาร์ทอัพที่ตั้งอยู่ในซันติอาโก ตั้งใจผลิตเส้นด้ายจากเสื้อผ้าที่ถูกทิ้ง “ภารกิจของเราคือการกำจัดขยะสิ่งทอจากชิลี” Rosario Hevia เจ้าของ Ecocitex กล่าว “มันทำให้ผมโกรธมากที่ไม่มีทางออก ผมจึงทุ่มเทตัวเองเพื่อแก้ปัญหานี้” นี่เป็นก้าวเล็ก ๆ ที่ผู้คนพยายามแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ปัญหานี้ต้องการความตั้งใจที่ยิ่งใหญ่จากทั่วโลก ธนาคารโลกคาดการณ์ว่าจะมีขยะ 3.4 พันล้านตันเกิดขึ้นทุกปีภายในปี 2050 หลายประเทศกำลังกำหนดให้ผู้ผลิตต้องรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์ของตนเมื่อสิ้นสุดอายุการใช้งาน นโยบายที่เรียกว่าความรับผิดชอบของผู้ผลิตที่ขยายออกไป (Extended Producer Responsibility) ได้รับการนำมาใช้ในอินเดีย ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น แคนาดา และบางรัฐของสหรัฐอเมริกา “สิ่งสำคัญที่สุดคือการจัดการท่อน้ำเลี้ยง เพื่อไม่ให้เสื้อผ้าเหล่านี้ต้องถูกทิ้งลงสู่ทะเลทรายอีกต่อไป” Tomás Saieg หัวหน้าสำนักงานเศรษฐกิจหมุนเวียน กระทรวงสิ่งแวดล้อมชิลี กล่าว “การเปลี่ยนชิลีจากกองขยะให้กลายเป็นศูนย์กลางการรีไซเคิลคงเป็นความฝันที่เป็นจริง” ในขณะเดียวกัน เทรนด์ที่ขาดไม่ได้ก็ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด ยอดขายออนไลน์ก็ยังคงคึกคัก และเสื้อผ้าที่ถูกลืมก็ยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ท่ามกลางผืนทรายสีแดงของทะเลทรายอาตากามา เราทุกคนหยุดสิ่งนี้ได้ #newsupdate #fastfashion
See More
thir_saycr
retweeted
environman
@environmanth
over 1 year ago
“เต่ามะเฟือง” เต่าที่อาจรอดชีวิตตอนเกิดแค่ 1 ใน 1,000 ตัว และกำลังเสี่ยงสูญพันธุ์เพราะโลกรวนและฝีมือมนุษย์ 'เต่ามะเฟือง' นักเดินทางแห่งท้องทะเลผู้เป็นอินโทรเวิร์ต (เราตั้งฉายาให้เองแหละ) จากการที่ใคร ๆ ก็รู้ว่า “ไม่ใช่ที่ไหนก็ได้หรือเวลาไหนก็ได้ที่เต่ามะเฟืองจะยอมวางไข่ แต่ต้องเป็นที่ที่คุ้นเคยและสงบมากพอ” หลายปีที่ผ่านมาเรามักได้ยินข่าวมากมายเกี่ยวกับการโดนคุกคามทั้งเกยตื้นตาย ผ่าซากออกมาเจอขยะทะเล รังไข่โดนขโมย ไปจนถึงการต้องว่ายไปวางไข่ที่หาดอื่น ๆ เพราะ 'บ้านเดิม' ของพวกเธอวุ่นวายเกินกว่าที่จะเดินขึ้นไปวางไข่ เต่ามะเฟือง ถูกนับเป็นเต่าทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งเธอสามารถทะยานน้ำหนักไปถึงรุ่น Heavy Weight 900 กิโลกรัมได้ทีเดียว สถานะของเต่ามะเฟืองถูกจัดเป็นสัตว์ทะเลหายากใกล้สูญพันธุ์ และในทางกฎหมายถูกบรรจุเป็น 'สัตว์ป่าสงวนของไทย' ใน พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 แม้สถานะจะจัดเต็มเช่นนี้ แต่สถานการณ์กลับตรงกันข้าม ด้วยภัยคุกคามต่าง ๆ ในน่านน้ำไทยทำให้ในช่วงหลังจำนวนเต่ามะเฟืองที่ผสมพันธุ์และวางไข่ในไทยเหลือเพียงไม่ถึง 10 ตัวต่อปี รวมถึงสถิติของเต่าทะเลโดยรวมในรอบ 5 ปี หลังพบว่ามีตายจากขยะทะเลเฉลี่ย 20 ตัว/ปี และรอดชีวิตหลังวางไข่เฉลี่ยเพียง 20% อัตรารอดแรกเกิดของเต่าที่เลวร้ายที่สุดอาจมีแค่ 1 ใน 1,000 จากรายงานของผู้จัดการออนไลน์ ระบุว่า ในช่วงฤดูวางไข่ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่เดือนเม.ย.67 ต่อเนื่องถึงปี 68 บริเวณฝั่งทะเลอันดามันมีแม่เต่ามะเฟืองขึ้นวางไข่เพียงแค่ 7 รัง จำนวนรวมเกือบ 1,000 ฟอง แต่เรื่องโหดร้ายกว่าคือการที่พบว่า ‘จำนวนลูกเต่าที่ลืมตาดูโลกอยู่ที่ประมาณ 20 ตัวจาก 1,000 เท่านั้น’ ใช่แล้ว มีเพียงแค่ 20 ฟองจาก 1,000 ฟองที่รอดมาเป็นลูกเต่าลืมตาดูโลก เหตุผลที่ทำให้อัตราการรอดของลูกเต่าน้อยลงนั้นมีปัจจัยมาจากสภาพหาดที่เปลี่ยนไป และปัจจัยใหญ่อย่างสภาวะโลกร้อน ที่ต้องใช้คำว่า ‘โลกร้อน’ ก็เพราะการที่อุณหภูมิโลกร้อนขึ้นส่งผลต่อเพศกำเนิดของเต่าทะเล โดยปกติเพศของเต่าทะเลจะถูกกำหนดโดยอุณหภูมิผืนทรายโดยรอบก่อนฟักตัว หากอุณหภูมิต่ำกว่า 27.7 องศาเซลเซียส ลูกเต่าจะฟักตัวออกมาเป็นเพศผู้ แต่หากอุณหภูมิสูงกว่า 31 องศาเซลเซียส ลูกเต่าจะฟักออกมาเป็นเพศเมีย ดังนั้นแล้ว ยิ่งอุณหภูมิโลกสูงขึ้น ลูกเต่าก็จะยิ่งฟักออกมาเป็นเพศเมีย และนําไปสู่ 'ไข่ลม' ที่ไม่มีน้ำเชื้อผสมหรือไม่ได้ผสมพันธุ์กับตัวผู้ที่แข็งแรง ซึ่งบางรังไม่มีลูกเต่ารอดเกิดเลยก็มี แต่ความหวังของเต่ามะเฟืองก็ยังไม่จมหาย เมื่อไทยมีบุคลากรเก่ง ๆ ที่อยู่แถวหน้าเวทีโลก แม้เราจะคุ้นเคยว่าสถานการณ์ทะเลไทยไม่สู้ดีนัก แต่ในอีกแง่มุมหนึ่ง เรามีบุคลากรมากมายที่ทุ่มเทอนุรักษ์ เพาะพันธุ์และอนุบาลสัตว์ทะเลเหล่านี้ให้ยังคงมีแนวโน้มที่กลับมาดีขึ้น โดยเฉพาะงานของเจ้าหน้าที่กลุ่มสัตว์ทะเลหายาก ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอันดามันตอนบน ภูเก็ต ที่ทุ่มเทกับการอนุบาลเลี้ยงลูกเต่ามะเฟือง จนเติบโตและปล่อยสู่ทะเลอันดามันได้ แม้แต่องค์กรอนุรักษ์เต่าทะเลระดับโลกอย่าง Upwell ของสหรัฐอเมริกาก็เข้ามาให้ความสนใจจนพี่หิรัญ กังแฮ หัวหน้ากลุ่มสัตว์ทะเลหายาก ศูนย์วิจัยฯ ก็ถูกเชิญไปบรรยายให้กับนักวิจัยทั่วโลกด้วย ท้ายที่สุด ในวันที่เรายังคงเปิดเจอข่าวร้ายซ้ำ ๆ สัตว์ทะเลยังโดนคุกคามมากขึ้นทั้งทางตรงและทางอ้อม สิ่งเหล่านี้เราคงแก้ให้หมดไปเลยในเร็ววันไม่ได้ แต่การมีความหวังและเดินหน้าลงมือทำยังคงเป็นเรื่องที่โลกใบนี้ยังต้องการมาก ๆ และช่วยกันส่งเสียงให้ถึงภาครัฐ ให้เกิดการปฏิบัติเชิงนโยบายที่เข้มงวดมากขึ้น จริงจังมากขึ้น เพื่อให้ความตั้งใจเหล่านี้กลายเป็นความเปลี่ยนแปลงในระยะยาวต่อโลกของเราให้ได้
See More
thir_saycr
retweeted
𝘠𝘶𝘮𝘠𝘶𝘮 ซ้างน้อย is crazy this time
@i3ellenbear
over 1 year ago
@FarmerLavenders
ระหว่างนั้นมนุษย์คงล้มตายจากน้ำท่วมโลก โลกร้อน ขาดแคลนอาหาร วิกฤติมลภาวะ กันไปเยอะ ดูทรมานมากกว่าจะสิ้นโลกยิ่งนานไปคงยิ่งอยู่ยาก 🥲 ถ้าเป็นไปได้ ชาติหน้าขอเกิดในกาแลคซี่อื่น โลกเราแย่ลงทุกวัน
thir_saycr
retweeted
environman
@environmanth
over 1 year ago
เตือนภัยอากาศร้อน นักท่องเที่ยวแคนาดาวัย 80 ปี เสียชีวิตบนหาดกะตะ ระหว่างอาบแดด คาดเพราะลมแดด นักท่องเที่ยวหญิงชาวแคนาดา วัย 80 ปี ถูกพบเสียชีวิตบนหาดกะตะ จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 6 มีนาคม คาดการณ์เบื้องต้นว่าเสียชีวิตจากโรคลมแดด (heat stroke) ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัดในช่วงนี้ พยานที่พบศพคนแรกให้ข้อมูลว่า ช่วงเวลา 10.30 น. เห็นผู้เสียชีวิตนอนอาบแดดอยู่ในท่าคว่ำหน้า แต่เมื่อกลับมาดูอีกครั้งตอน 13.30 น. พบว่ายังคงอยู่ในท่าเดิม และเริ่มมีรอยเขียวช้ำ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้าตรวจสอบ ตำรวจระบุว่า ไม่มีร่องรอยการถูกทำร้าย และจากการตรวจสอบทรัพย์สิน พบคีย์การ์ดของ โรงแรมกะตะปาล์ม รีสอร์ท ในอำเภอกะรน ซึ่งเป็นที่พักของผู้เสียชีวิต เธอเดินทางมาพักเพียงลำพังตั้งแต่วันจันทร์และมีกำหนดเช็คเอาต์ในวันพฤหัสบดี กล้องวงจรปิดของโรงแรมบันทึกภาพขณะเธอออกจากห้องพักเวลา 10.23 น. วันเดียวกัน โดยมีการสอบถามเส้นทางไปชายหาดกับพนักงานโรงแรม ขณะนั้นเธอดูปกติและไม่มีอาการป่วย ทีมแพทย์จากแผนกนิติเวช โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ประเมินว่าผู้เสียชีวิตอาจเสียชีวิตมาแล้ว 4-6 ชั่วโมงก่อนเข้าตรวจสอบ เบื้องต้นคาดว่าเกิดจาก โรคลมแดด อย่างไรก็ตาม จะต้องมีการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง ตำรวจได้ติดต่อสถานเอกอัครราชทูตแคนาดา เพื่อแจ้งข่าวไปยังครอบครัวของผู้เสียชีวิต จากเหตุการณ์นี้ เป็นเครื่องเตือนใจถึงอันตรายของสภาพอากาศร้อนจัด โดยเฉพาะในประเทศไทยที่เข้าสู่ฤดูร้อนเต็มตัว อุณหภูมิสูงสามารถทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและความสมดุลของอุณหภูมิได้ง่าย หากร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนออกไปได้ทัน อาจนำไปสู่ภาวะ โรคลมแดด (heat stroke) ซึ่งอันตรายถึงชีวิต ดังนั้น ควรเลี่ยงการอยู่กลางแดดนานเกินไป โดยเฉพาะช่วง 10.00 - 16.00 น. ดื่มน้ำให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีน สวมใส่เสื้อผ้าโปร่งสบาย และหมวกหรือร่มเพื่อป้องกันแดด และหากมีอาการหน้ามืด วิงเวียน เหงื่อออกมาก หัวใจเต้นเร็ว หรือสับสน ให้รีบหาที่ร่ม ดื่มน้ำ และลดอุณหภูมิร่างกายทันที ที่มา -thairath.co.th -bangkokpost.com -khaosodenglish.com
See More
thir_saycr
retweeted
environman
@environmanth
over 1 year ago
#SCOOP
การประกาศผล GRAMMY Awards เมื่อคืนที่ผ่านมา นอกจากการแสดงความยินดีกับเหล่าศิลปินที่ได้รางวัล อีกหนึ่งศิลปินที่มีคนพูดถึงอย่างมากคือ Billie Eilish เจ้าของอัลบั้ม Hit Me Hard and Soft และเพลงฮิต BIRDS OF A FEATHER ที่ขึ้นชาร์จ Billboard Global 200 และในหลายประเทศ รวมถึงเป็นเพลงที่คนฟังมากที่สุดบน Spotify ปี 2024 แต่เธอก็ชวดทุกรางวัลในปีนี้ไปอย่างน่าเสียดาย นอกเหนือจากเรื่องผลงานเพลงของเธอ เราอยากชวนทุกคนมารู้จักและสนับสนุนศิลปินคนนี้ เพราะเธอเป็นอีกหนึ่งคนที่ยืนหนึ่ง ยืนเด่น คอลเอาท์เรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อมและประเด็นสังคมเสมอ ก่อนหน้านี้เพลง All the Good Girls Go to Hell ก็ได้สอดแทรกเรื่องปัญหาโลกรวน และเธอยังได้เคยโพสต์ชวนแฟนๆ ออกมาหยุดงานประท้วงเพื่อสนับสนุน Climate Strikes ของเกรตา ทุนเบิร์ก รวมถึงการถ่ายทำ MV, การออกทัวร์คอนเสิร์ต เธอพยายามลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด เช่น บริจาคพร็อพให้มูลนิธิเพื่อคนไร้บ้านในสหรัฐฯ ครั้งหนึ่งเธอเคยพูดใน COP26 ว่า “ปีนี้เหล่าผู้นำจะตัดสินใจว่าการดำเนินการแก้ไขแบบไหนที่จำเป็นสำหรับวิกฤตสภาพอากาศในอีก 10 ปีที่ร้ายแรงมากของโลก เราต้องยืนหยัดร่วมกัน ออกมาพูดเพื่อช่วยโลก ไม่ใช่แค่ของเราเท่านั้น มันเป็นโลกของรุ่นต่อ ๆ ไปด้วย และเราต้องทำมันเร่งด่วน ตอนนี้ และรวมเป็นหนึ่งเดียว” แม้จะน่าเสียดายอย่างมากที่เธอชวดรางวัลบนเวทีในปีนี้ แต่เชื่อว่านอกสังเวียนถ้วยรางวัล เธอได้ใจแฟนๆ ไปครอง 100% ด้วยสไตล์ที่ชัดเจน ความมุ่งมั่นและพยายามของเธอ รวมถึงการออกมายืนหยัดต่อสู้ให้เห็นว่าปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งที่คนรุ่นใหม่จะต้องให้ความสำคัญและเราทุกคนคือคนที่จะเริ่มลงมือเปลี่ยนแปลงที่ตัวเราเองได้! Go support sustainable artist! 🙌🏼
See More
thir_saycr
retweeted
environman
@environmanth
almost 2 years ago
#GREENREVIEW
: Khaolak Merlin รีสอร์ตแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ ดูแลต้นไม้ อนุรักษ์สัตว์ และมีนักชีววิทยาเป็นของตัวเอง ไม่คิดว่ามาเที่ยวทะเลแล้วจะได้ทุกอย่างแบบนี้ ทั้งได้พักผ่อนในป่า สำรวจต้นไม้ รู้จักระบบนิเวศ ส่องสัตว์ตอนกลางคืน และสูดอากาศบริสุทธิ์จนทำให้ความเหนื่อยล้าที่เกาะมาจากกรุงเทพฯ หายเกลี้ยงไปเลย วันนี้เราจะพาทุกไปเที่ยวที่พักที่ไม่เหมือนใครจริง ๆ ในเขาหลัก จ.พังงา ที่พักนี้มีชื่อว่า ‘Khaolak Merlin - เขาหลักเมอร์ลิน’ รีสอร์ตติดทะเลแต่เหมือนอยู่ในป่าฝนเขตร้อนที่มีต้นไม้เต็มไปหมด แถมยังมีกิจกรรมเกี่ยวกับธรรมชาติมากมายให้เลือกทำ และที่ว้าวที่สุดก็คือมี “นักชีววิทยา” เป็นของตัวเองด้วย! ซึ่งกิจกรรมที่เป็นจุดเด่นของเขาหลักเมอร์ลินเลยก็คือการส่องสัตว์ตอนกลางคืน หรือ Wildlife Night Walk Tour ที่จะพาแขกผู้เข้าพักเดินสำรวจรอบรีสอร์ตว่ามีสัตว์ชนิดไหนอยู่บ้าง โดยดาราเด่นที่สุดก็คือน้อง ‘นางอาย’ สัตว์หายากและใกล้สูญพันธุ์ แต่กลับอาศัยอยู่ในรีสอร์ตถึง 4 ตัว! นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมายที่บรรยายในนี้ไม่หมดและไม่น่าจะมีรีสอร์ตไหนทำเหมือนที่นี่อีกทั้งระบบบำบัดน้ำเสียของตัวเอง การสำรวจต้นไม้ประจำปี รวมถึงเป็นแหล่งวิจัยด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งทำให้เราว้าวได้จริง ๆ เรียกได้ว่ามาที่เดียวเที่ยวได้ครบทุกอารมณ์ทั้งทะเลและป่าไม้ อ่านรีวิว และความน่ารักน่าเที่ยวของรีสอร์ตได้ที่: https://t.co/uPtuyroNLU
See More
thir_saycr
retweeted
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
@pr_prdnp
about 2 years ago
#อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน
สำรวจติดตามสถานการณ์ปะการังฟอกขาวในพื้นที่ฯ อย่างต่อเนื่อง โดยเจ้าหน้าที่ฯ สำรวจปะการังด้วย วิธี Video Line Transect คือ การวิเคราะห์สถานภาพปะการัง ซึ่งเป็นการเก็บข้อมูลจากการถ่ายภาพวิดีโอ และนำข้อมูลภาพมาวิเคราะห์
#พังงา
#ปะการัง
#กรมอุทยานแห่งชาติ
See More
thir_saycr
retweeted
environman
@environmanth
about 2 years ago
คู่นักท่องเที่ยวสองสามีภรรยาโพสต์ภาพคู่เทือกเขาสวิสที่เคยถ่ายเมื่อเกือบ 15 ปีก่อนเปรียบเทียบกับที่ถ่ายในปีนี้ จนทำให้เห็นว่าน้ำแข็งข้างหลังละลายจนเกือบหมด สองภาพนี้ ดันแคน พอร์ตเตอร์ ผู้ที่เป็นสามีเป็นคนโพสต์ลง X เป็นภาพที่พวกเขาถ่ายที่ธารน้ำแข็งโรน ที่เทือกเขาแอลป์ในสวิตเซอร์แลนด์ ภาพที่น้ำแข็งเต็มคือถ่ายเมื่อเดือนสิงหาคม 2009 ในขณะที่อีกภาพถ่ายเดือนสิงหาคมเช่นกัน แต่เป็นของปี 2024 ด้านหลังกลับแทบไม่มีธารน้ำแข็งและหิมะปกคลุมอยู่เลย ธารน้ำแข็งและหิมะที่ปกคลุมเทือกเขานั้นละลายไปจนเกือบหมด จนสามารถเห็นหินสีเทาข้างใต้ได้ และแอ่งน้ำแข็งด้านล่างก็ละลายจนกลายเป็นทะเลสาบสีเขียว พอร์ตเตอร์เขียนแคปชั่นใน X ว่า “ จะไม่โกหกนะ ภาพนี้ทำให้ผมอยากร้องไห้“ ซึ่งหลังจากที่เค้าโพสต์ไปก็มีคนแชร์จนกลายเป็นไวรัล พอร์เตอร์และภรรยาของเขาได้ถ่ายภาพแรกเมื่อ 15 ปีที่แล้วขณะยืนที่อยู่โรงแรมแห่งหนึ่งที่ตอนนี้ได้ปิดแล้ว พวกเขาแขวนภาพนี้ไว้ในครัว และในปีนี้ก็อยากที่จะพาลูก ๆ ของเขามาสัมผัสวิวที่เหมือนกับภาพแรกนี้ ทว่า มันกลับไม่เหมือนเดิม แน่นอนว่า ธารน้ำแข็งเหล่านี้ละลายเชื่อมโยงกับสภาพภูมิอากาศของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป มลพิษคาร์บอนที่ปล่อยออกมาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลและการทําลายธรรมชาติกำลังทำให้สภาพอากาศโลกร้อนขึ้น ตอนนี้อุณหภูมิเฉลี่ยโลกสูงขึ้น 1.3 องศาเซลเซียสเมื่อเทียบกับสมัยก่อนยุคอุตสาหกรรมแล้ว ซึ่งประเทศในยุโรปก็ต้องเผชิญกับอุณหภูมิที่สูงขึ้น จนขึ้นชื่อว่าเป็นทวีปที่ร้อนเร็วกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกถึงสองเท่า ฤดูร้อนร้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ สถานที่ท่องเที่ยวแต่ละที่ที่อาศัยธารน้ำแข็งเป็นจุดเด่นก็เปลี่ยนไป สวิตเซอร์แลนด์เองก็สูญเสียปริมาณธารน้ําแข็งไป 1 ใน 3 ตั้งแต่ปี 2000 และ 10% ของธารน้ำแข็งที่หายไป หายไปในช่วงสองปีที่ผ่านมาเพียงอย่างเดียว ซึ่งธารน้ำแข็งโรนในภาพถือว่าละลายช้ากว่าที่อื่นแล้ว รายงานจากคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Intergovernmental Panel on Climate Change — IPCC) ก็ค้นพบว่า ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด ภาวะโลกร้อนจะทำให้ "มวลธารน้ําแข็งเกือบทั้งหมด" หายไปในอีกหลายศตวรรษข้างหน้า ในประเทศที่อยู่ที่ละติจูดต่ำ เช่นใน ยุโรปกลาง คอเคซัส แคนาดาตะวันตกและสหรัฐอเมริกา เอเชียเหนือ สแกนดิเนเวีย และนิวซีแลนด์ ใน X ผู้คนมีตอบพอร์ตเตอร์มากมาย ทั้งเห็นด้วยที่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าเศร้า และรู้สึกว่าควรมีการแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วนทั่วโลก ทว่า ก็มีกลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วย หรือพวกที่ไม่เชื่อเรื่องโลกร้อน โดยพอร์ตเตอร์ตอบพวกเขาว่า เขาทราบดีว่าธารน้ําแข็งจะถดถอยและเติบโตกลับมาในระยะเวลาหนึ่ง แต่ “สิ่งเหล่านี้ควรจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ยาวนานจริงๆ สิ่งที่เราควรสนใจในประเด็นนี้คือความเร็วของการเปลี่ยนแปลงของธารนำ้แข็งนี้" ที่มา -theguardian.com
See More
thir_saycr
retweeted
environman
@environmanth
about 2 years ago
ชวนไปงาน
#วันชนเผ่าพื้นเมือง
พบปะพี่ ๆ น้อง ๆ ชาวชาติพันธุ์และช็อปผลิตภัณฑ์จากชุมชนทั้งอาหาร เมล็ดกาแฟ สมุนไพร ไปจนถึงเครื่องนุ่งห่ม ผ้าทอทั้งหลาย งานนี้จัดภายใต้แนวคิด “เรียนรู้และร่วมฉลองกฎหมายคุ้มครองสิทธิและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง” 📍ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร กรุงเทพฯ 9-10 สิงหาคม 2567 เขตตลิ่งชันจ้า 📌 วิธีเดินทางไปศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร เขตตลิ่งชัน : ลงรถไฟฟ้าสถานี MRT สิรินธร / รถไฟสายสีแดง SRT ตลิ่งชัน แล้วต่อแท็กซี่,มอเตอร์ไซค์
See More
environmanth's tweet video.
thir_saycr
retweeted
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
@pr_prdnp
about 2 years ago
ทุ่งดอกกระเจียว อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม จังหวัดชัยภูมิ ในยามที่ไม่มีสายหมอก
#ดอกกระเจียว
#ทุ่งดอกกระเจียว
#อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม
#ชัยภูมิ
#กรมอุทยานแห่งชาติ
pr_prdnp's tweet video.
Sapsa
@thir_saycr
about 2 years ago
@environmanth
มันสายเกินแก้แล้วกับสิ่งที่มนุษย์อย่างเราๆร่วมกันทำมาเดี๋ยวได้เกิดหายะนะที่ร้ายแรงกว่านี้แน่
thir_saycr
retweeted
environman
@environmanth
about 2 years ago
คณะนักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าพื้นที่ “เขตมรณะ” (dead zone) ในอ่าวเม็กซิโกขยายตัวมากกว่าค่าเฉลี่ยในปีนี้ ซึ่งก่อให้เกิดภัยคุกคามต่อสิ่งมีชีวิตและระบบนิเวศทางทะเลในภูมิภาคเป็นอย่างมาก การสำรวจประจำปีของคณะนักวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NOAA) และเผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดี (1 ส.ค.) ระบุว่า “เขตมรณะ” ดังกล่าวเป็นบริเวณที่มีออกซิเจนต่ำหรือไม่มีเลย กินเนื้อที่ราว 17,365 ตารางกิโลเมตร ทำให้มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 12 เท่าที่เคยวัดได้ในรอบ 38 ปี “เขตมรณะ” รู้จักกันในชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่าเขตพร่องออกซิเจน (hypoxia) เกิดจากธาตุอาหารส่วนเกินจากน้ำท่าของภาคการเกษตรและแหล่งอื่นๆ ที่ไหลลงสู่อ่าวเม็กซิโกผ่านลุ่มแม่น้ำมิสซิสซิปปี-อัทชาฟาลายา ซึ่งธาตุอาหารเหล่านี้กระตุ้นการเกิดสาหร่ายสะพรั่ง (algal blooms) หรือมีปริมาณสาหร่ายในน้ำมากกว่าปกติ ทำให้ระดับออกซิเจนในน้ำลดลง สภาพแวดล้อมที่มีออกซิเจนต่ำจึงส่งผลกระทบให้ปลาและสัตว์ทะเลอื่นๆ ต้องอพยพหนีหรือเผชิญกับความตาย รายงานระบุว่า “เขตมรณะ” มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจอย่างมาก ผลศึกษาแสดงให้เห็นว่าภาวะพร่องออกซิเจนทำให้อาหาร อัตราการเจริญเติบโต การสืบพันธุ์ และการใช้ถิ่นอาศัยของสัตว์น้ำเปลี่ยนแปลงไป อีกทั้งส่งผลต่อสัตว์สายพันธุ์ที่มีความสำคัญทางการค้าอย่างเช่นกุ้ง โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบนั้นมีขนาดใหญ่พอๆ กับรัฐนิวเจอร์ซี การตรวจวัดขนาดเขตมรณะประจำปีเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่สะท้อนถึงความพยายามของกองกำลังปฏิบัติการด้านภาวะพร่องออกซิเจนในแม่น้ำมิสซิสซิปปี/อ่าวเม็กซิโก (Mississippi River/Gulf of Mexico Hypoxia Task Force) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐและรัฐบาลกลางที่ตั้งเป้าหมายลดเขตมรณะเฉลี่ย 5 ปีให้เหลือต่ำกว่า 4,921 ตารางกิโลเมตรภายในปี 2035 อย่างไรก็ดี ค่าเฉลี่ย 5 ปีในปัจจุบัน อยู่ที่ 11,131 ตารางกิโลเมตร ซึ่งตอกย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนและความท้าทายสำคัญที่รออยู่ในภายภาคหน้า “เราต้องวัดระดับภาวะพร่องออกซิเจนของภูมิภาคนี้เพื่อใช้เป็นตัวบ่งชี้สุขภาพของมหาสมุทร โดยเฉพาะช่วงเวลาที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงและพายุที่อาจทวีความรุนแรงมากขึ้น รวมทั้งปริมาณน้ำฝนและน้ำท่าที่เพิ่มขึ้น” นิโคล เลอเบิฟ ผู้ช่วยผู้ดูแลฝ่ายบริการมหาสมุทรแห่งชาติขององค์การฯ กล่าว ที่มา -xinhuathai.com
See More
thir_saycr
retweeted
environman
@environmanth
about 2 years ago
เฮลโล ! เรามีกิจกรรมเล็กๆ กุ๊กกิ๊กน่ารักจะมาชวนเพื่อนๆ วันศุกร์ที่ 2 สิงหาคมนี้ อวรม. จะเปิดรับของโละเพื่อเอาไปส่งต่อๆ ให้น้องนักเรียน ผู้พิการ และผู้ขาดแคลน โดยเรามีต้นไม้ให้แลกให้กลับไป ชวนมาโละ 'คนละที สอง tree' ขออัญชัญ เอ้ย ! อัญเชิญ ผู้ที่อยู่บ้านใกล้เรือนเคียงแถวลาดพร้าว โชคชัย 4 ที่มีแต่ของกินอร่อย หรือใครที่ยังว่างมีเวลาในช่วงบ่ายของวันศุกร์ (ใครเขาทำงานวันศุกร์กัน มาแฮงค์เอ้าท์เอาของที่ไม่ใช้แล้ว (แต่ยังใช้ได้อยู่) มาส่งต่อให้กับผู้ที่ขาดแคลนกัน ถือเป็นโอกาสที่จะได้โละของในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์กีฬา เสื้อผ้า หรือจะเป็นชุดนักเรียน กระเป๋านักเรียน อุปกรณ์การเรียน ก็ได้หมดเลย ซึ่งเอามาแลก 1 ที เราใจใจให้ต้นไม้กลับไปเลย 2 trees p.s. ฝากทำความสะอาดสิ่งของที่จะโละมาบริจาคให้ซักหน่อยนะ นอกจากนั้นเรายังมีกิจกรรม Workshop 'โละรี (ดีไซน์)' เป็นวง DIY กระถางต้นไม้ จากของที่ไม่ใช้แล้วกัน ใครที่อยากทำกิจกรรมเตรียมกระป๋อง ขวดน้ำเก่า หม้อ ไห กะละมัง หรือภาชนะที่มีทรงก้นลึกมาด้วย ปิดจบด้วยวงสนทนาภาษาต้นไม้ ซึ่งเราจะมีอาจารย์มาให้เคล็ดลับเทคนิคในการปลูกต้นไม้ในบ้าน สำหรับคนที่ปลูกเท่าไหร่ก็ไม่รอด หรือที่คิดว่าต้นไม้กับเราไม่ใช่ของคู่กัน วันนี้เราจะเปลี่ยนทัศนคติและวิธีการกัน สถานที่ : ร้าน Mana.Chujai ลาดพร้าว-วังหิน 3 (https://t.co/bStZ0UYmH7) เวลา : 13:30-16:00 น. วิธีการเดินทาง : MRT ลาดพร้าว ต่อพี่วินมาที่ลาดพร้าว-วังหิน 3 / หน้าร้านจอดรถได้จำนวนจำกัด ขอซาวน์เสียง : ใครที่มีแนวโน้มฝากลงทะเบียนให้โหน่ยย เราจะได้เตรียมอำนวยความสะดวกได้ทั่วถึง - https://t.co/okbSy77hnm p.s.2 สิ่งของที่เราได้รับทั้งหมดจะส่งต่อไปยังมูลนิธิที่ครอบคลุมกลุ่มผู้ขาดแคลนหลากหลาย อาทิเช่น มูลนิธิกระจกเงา มูลนิธิยุวพัฒน์ มูลนิธิสวนแก้ว มูลนิธิบ้านนกขมิ้น เป็นต้น
See More
thir_saycr
retweeted
environman
@environmanth
about 2 years ago
ชาวบ้าน บ้านในหงบ พังงาเดือด! น้ำเน่าเสียจากบ่อขยะไหลลงสู่พื้นที่ป่าชายเลน! พื้นที่บริเวณบ้านในหงบ เป็นพื้นที่รองรับขยะของโครงการเทศบาลเมืองพังงา จะจัดเก็บขยะในพื้นที่ขององค์การบริหารส่วนตำบลต่าง ๆ ในจังหวัดพังงา เพื่อนำมาฝั่งกลบดิน โครงการนี้ได้ดำเนินการต่อเนื่องตั้งแต่ พ.ศ. 2545 จนถึงปัจจุบัน ทว่า ประชาชนบ้านในหงบพบเจอกับปัญหาขยะบางส่วนที่ไม่ได้มีการดำเนินการฝั่งกลบ และส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วพื้นที่ แต่ยิ่งไปกว่านั้นคือ ผู้มีอาชีพชาวประมงพื้นบ้าน ไม่ได้ทำประมงพื้นบ้านในพื้นที่ดังกล่าวตั้งแต่มีโครงการนี้เกิดขึ้น เนื่องด้วยพื้นที่จัดเก็บขยะของเทศบาลเมืองพังงาได้สร้างคู่ระบายน้ำ ทิ้งน้ำเน่าเสียจากขยะลงสู่พื้นที่ป่าชายเลน โดยไม่มีกระบวนการบำบัดน้ำเน่าเสีย บริเวณใกล้กองขยะขนาดใหญ่ได้มีการขุดบ่อจัดเก็บน้ำเน่าเสียใกล้กับพื้นที่ป่าชายเลน โดยที่บ่อเก็บน้ำเน่าเสียมีท่อระบายน้ำถ่ายน้ำเน่าเสียจากขยะลงสู่ป่าชายเลนสู่ทะเล ทำให้บริเวณพื้นที่ชายฝั่งทางทะเลไม่สามารถทำการประมงพื้นบ้านได้ตั้งแต่มีโครงการนี้จนถึงปัจจุบัน ที่ผ่านมาชาวบ้านได้มีการคัดค้านมาโดยตลอดในขั้นตอนของการร้องทุกข์ต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพังงาเป็นระยะเวลานาน แต่ยังไม่มีการแก้ไขให้กับประชาชนในพื้นที่ ตอนนี้ ทางชาวบ้านและตัวแทนกำลังจะมีการยื่นหนังสือต่อ สส. ฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล โฆษกคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อรอบรรจุวาระและแก้ไขตามกลไกสภาต่อไป ที่มา - Facebook วรวุฒิ ชัยธนะวิวรรธ-วุฒิ https://t.co/2V4VlY4oyG?
See More
thir_saycr
retweeted
environman
@environmanth
about 2 years ago
สีของแมลงเปลี่ยนตามอุณหภูมิ แล้วนั่นก็ส่งผลต่อการผสมพันธุ์ของพวกมันด้วย งานวิจัยใหม่จาก Ecology and Evolution เผย ด้วยเหตุนี้ นักวิทยาศาสตร์ก็ครุ่นคิด แล้วก็วิจัยต่อว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของพวกมันต่อ เพราะตอนนี้สภาพภูมิอากาศของโลกกำลังเปลี่ยนไป จากพฤติกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น แมลงส่วนใหญ่จะผลิตเม็ดสีเมลานินที่ควบคุมสีของพวกมันน้อยลง ทำให้ตัวมันมีสีอ่อนลงนั่นเป็นเพราะวัตถุที่มืดกว่าจะดูดซับความร้อนได้มากขึ้นและร้อนขึ้นเร็วขึ้น มันเลยต้องวิวัฒนาการเปลี่ยนสีให้อ่อนลง ให้ตัวเย็นลงได้นานขึ้น อย่างเช่นสีปกของผีเสื้อ Mead’s sulphur จากภูเขาในอเมริกาเหนือ ที่ค่อย ๆ จางลงเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น หรือจุดดำของแมลงเต่าทองที่ค่อย ๆ จางลง ซึ่งสีที่ว่าส่งผลต่อการผสมพันธุ์ของมัน เพราะว่าสีช่วยให้มันดึงดูดคู่ครอง และก็ช่วยในเรื่องอื่น ๆ เช่นเรื่องการพรางตัวจากผู้ล่าหรือจากเหยื่อ อย่างแมลง Ambush ที่ตัวสีเข้มจะสามารถดึงดูดเพศตรงข้ามได้มากกว่า และเริ่มผสมพันธุ์ได้เร็วกว่าตัวอื่น อย่างไรก็ตาม ก็มีบางตัวที่ไม่ได้อยู่ในทฤษฎีนี้ เช่น ผีเสื้อ Mead’s sulphur ตัวอย่างผีเสื้อในพิพิธภัณฑ์ระหว่างปี 1953 ถึง 2013 พบว่าในบางพื้นที่ ปีกสีเหลืองซีดของพวกมันจะเข้มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป อาจเป็นเพราะเมลานินไม่เพียงแต่เปลี่ยนเพราะความร้อนเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับเรื่องของภูมิคุ้มกันที่ช่วยป้องกันมันจากรังสีอัลตราไวโอเลตจากดวงอาทิตย์ แต่เป็นเรื่องปกติของงานวิจัยอยู่แล้ว ผลงานวิจัยหนึ่งไม่สามารถเหมารวมกับทุกสถานการณ์ได้ จึงจำเป็นต้องมีการศึกษาต่อไป ที่มา -theguardian.com
See More
Last Seen Users on Sotwe
Santi
Seen from
Argentina
UrinatingTree
Seen from
United States
حمودي
Seen from
Ireland
Public Gay Sex
Seen from
Turkey
No Context #Daha17
Seen from
Turkey
Drea
Seen from
United States
Meli🤍
Seen from
United States
Alpha
Seen from
Turkey
türbanlı kızlar
Seen from
Indonesia
Baka Blunder
Seen from
Indonesia
Trends for you
1
Falcons
Under 10K tweets
2
Cooper Rush
Under 10K tweets
3
Steelers
Under 10K tweets
4
Eagles
Under 10K tweets
5
Aaron Rodgers
Under 10K tweets
6
Bryce Young
Under 10K tweets
7
Baker
Under 10K tweets
8
Ja'Marr Chase
Under 10K tweets
9
Saquon
Under 10K tweets
10
Bucs
Under 10K tweets
Most Popular Users
1
Elon Musk
@elonmusk
241.7M followers
2
Barack Obama
@barackobama
119M followers
3
Cristiano Ronaldo
@cristiano
114.3M followers
4
Donald J. Trump
@realdonaldtrump
111.8M followers
5
Narendra Modi
@narendramodi
107.2M followers
6
Rihanna
@rihanna
98.7M followers
7
NASA
@nasa
92.4M followers
8
Justin Bieber
@justinbieber
91.8M followers
9
KATY PERRY
@katyperry
89.9M followers
10
Taylor Swift
@taylorswift13
83.9M followers
11
Lady Gaga
@ladygaga
75.4M followers
12
Virat Kohli
@imvkohli
73.3M followers
13
Kim Kardashian
@kimkardashian
70.9M followers
14
YouTube
@youtube
68.8M followers
15
Neymar Jr
@neymarjr
66.3M followers
16
Bill Gates
@billgates
65.1M followers
17
Selena Gomez
@selenagomez
63M followers
18
The Ellen Show
@theellenshow
62.3M followers
19
CNN
@cnn
61.8M followers
20
X
@x
60.7M followers
Olivia
Online
✨
⭐
💫