Home
Language
English
Türkçe
Bahasa Indonesia
About
Privacy Policy
Terms of Service
Pricing
Sign In
Download All
Share
yingyay ma
@YingyayM
Thai woman
จ.หนองคาย, ประเทศไทย
Joined July 2013
28
Following
193
Followers
380
Posts
yingyay ma
@YingyayM
7 months ago
@HoWlOnGs4ever
ไม่กลัวผี เพราะไม่เคยเจอและคนที่ตายไปแล้วไม่มีใครกลับมาเล่าให้ฟังสักคน และผ่านชั่วโมงใกล้ตายมาหลายครั้ง มันทรมานตอนใกล้ตายนี่แหละ อยากภาพตัดตอนตายมากๆ เหมือนที่เจ้าของกระทู้เล่ามันคงสงบสุขดีไม่ใช่น้อย คนที่วืดแล้วตายเลยเป็นอะไรที่โชคดีมากบอกเลย ดังนั้น ใช้ชีวิตอย่างมีสติกันนะคะ
See More
YingyayM
retweeted
Faliseer🌟ฟาริเซีย (สอบถามจองคิวทักไลน์)
@FaliseerMiracle
9 months ago
Random for u✨🌟🌈 นี่คือสัญญาณของความสว่าง ความชัดเจน และความสุข สมหวังท��่กำลังเข้ามาหาคุณค่ะ คุณจะได้รับความช่วยเหลือหรือพบเจอหนทางคลายทุกข์จากสิ่งที่คุณเคยรู้สึกหนักใจ หากคุณเจอทางตัน ปัญหาก็กำลังจะคลี่คลาย ตอนนี้เป็นจังหวะที่จักรวาลกำลังเปิดทางให้ความสำเร็จและข่าวดี รวมไปถึงโอกาสอันสดใสในเร��่องชีวิตความเป็นอยู่ การงาน การเงิน หรือความสัมพันธ์ให้เข้ามาหาคุณนะคะ กดรีฟอล พิมพ์ 9 ขอให้ราบรื่นนะคะ🫶
See More
yingyay ma
@YingyayM
9 months ago
@FaliseerMiracle
9
yingyay ma
@YingyayM
9 months ago
@Lleee_ee 813
Who to follow
มิ้นต์ อิโมจิ
@Niu293
ฝากกดติดตาม+ รีทวิตด้วยนะคะ🙏 *ไม่รับคอล*
mydx23
@p_mdxer3
🫥Jeno, Doyoung 🐶🐰🫶🏻💚💕
Dujda
@dujda54
📌ชื่อดุจดา🏵️หาค่าขนม 💸💵
yingyay ma
@YingyayM
11 months ago
@kidmakk
ใช่
YingyayM
retweeted
TOOTSYREVIEW
@tootsyreview
12 months ago
หายใ��ทิ้ง = Luxury "ตื่นมาไม่ต้องทำอะไร เล่นกับหมา จะทำอะไรก็ทำ จะกินอะไรก็กิน ไม่ต้องทำงาน 3 ปี 5 ปี ก็ Luxury นะ สำหรับกิ๊บ ความ Luxury ไม่ได้หมายถึงการพยายามดิ้นรนไถนา เพื่อให้ได้สิ่งของอะไรมา เพื่อ Prove ให้คนอื่นเห็นว่าเรา Luxury แต่กิ๊บรู้สึกว่า การใช้ชีวิตอย่างมีอิสระจริงๆ โดยที่อยู่ดีๆ เธอก็มีเวลาหายใจทิ้งได้ แล้วเธอไม่ได้เดือดร้อน และไม่ได้ทำผิด อันนั้นแหละ Luxury การหายใจทิ้ง การมีชีวิต Slow life ก็เป็นเป้าหมายชีวิตที่ดี กิ๊บไม่รู้สึกผิดเลย ถ้าใครจะบอกว่า 'หายใจทิ้ง' เพราะกูทำงานม�� 20 ปี ถ้ากูจะไม่ทำ 5 ปี แล้วมันจะทำไม?" 1) ข้อความที่คุณ #กิ๊บซี่วนิดา พูดไว้มันดีมากๆเลยนะ เราไม่จำเป็นต้องใช้ชีวิต เพื่อทำให้สังคมเห็นตลอดเวลา ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ แล้วชีวิตเราถึงจะดูมีคุณค่าก็ได้ แต่เป็นเพราะเราทำมันมาจนมากพอ ทำมันอย่างดี และเต็มที่แล้ว เพื่อได้แสวงหาเวลาพัก เวลาที่เป็นของเราจริงๆ โดยที่ไม่ต้องแคร์สังคมว่าจะคิดกับเรายังไง มองเรายังไง เ��ากำลังทำให้ใคร��อใจ หรือชื่นชอบไหม? เราไม่ต้องสนใจเลย เพราะมันเป็นจุดที่เราเหนื่อยมาทั้งหมด เพื่อมีวันที่เราจะได้พัก วันที่เราจะได้ทำเพื่อตัวเองจริงๆ 2) คนที่จะพูดแบบคุณกิ๊บซี่ได้ มันไม่ใช่ Life Coach แต่เป็นคนที่ใช้ชีวิตมาแล้ว ทำงานมาแล้ว จนตกผลึกและรู้เป้าหมายของตัวเองอย่างชัดเจน ว่าเมื่อไหร่เราจะทำ หรือจะหยุดทำ และเรารู้ดีว่า เราไม่ได้ทำ เพื่อที่จะทำมันอยู่ตลอดไป เราทำเพ��่อที่จะมีวันได้หยุดอยู่กับความสุขภายในของตัวเองจริงๆ อย่างรู้คุณค่า ในช่วงเวลาที่แสนมีความหมายนั้น 3) Luxury ไม่ใช่ความหรูหรา ดูร่ำรวยเสมอไป มันไม่ได้หมายความว่า คุณกำลังอวด Lifestyle ให้โลกรู้ว่า คุณมีอะไร คุณกำลังใช้ชีวิตแบบไหน แต่มันหมายถึง การที่คุณไม่ต้องกดดันในการใช้ชีวิต ทำงานหาเงิน หรือพยายามอวดให้ใครชอบชีวิตคุณ แต่คุณพอใจวันที่แสนสุขสบายนั้น โดยที่ไม่เ���ือดร้อนตัวเองเลย 4) แน่นอนว่า ถ้าเรายังต้องทำงาน ตามเจ้านายสั่งให้พึงพอใจ ต้องเคร่งครัดกับ Brief งานที่ลูกค้าจ้าง เพื่อให้เขาชอบงานที่เราทำ เรายังต้องเอาใจคนอื่น และคอยพิสูจน์ตัวเองอยู่ตลอดเวลาในเส้นทางชีวิต นั่นอาจจะเป็นเพราะ "ชีวิตเรายังไม่ถึงจุดที่เรียกว่า Luxury" 5) ผมเชื่ออย่างหนึ่งว่า คนเราทำงานเพื่อที่จะมีวันหยุดพัก ไม่ได้ทำ เพื่อต้องทำอยู่อย่างนั้นไปตลอดชีวิต เราทำเพื่อให้เรามีกิน และมีมากพอที่จะไม่ต้องทำมันอีก เราไม่ได้อยากทำมันไปตลอดเพื่อเงิน แต่���ราอาจจะทำสิ่งที่เรารักเพื่อความสุขมากกว่า โดยไม่ได้สนใจตัวเลขในบัญชี ในวันที่เรามีเหลือใช้ และมีอยู่อย่างไม่ขัดสนเดือดร้อน 6) แม้ชีวิตเรายังไม่ Luxury แต่แนวคิดของคุณกิ๊บซี่ ใช้ได้ดีมาก ตรงที่ว่า เราควรไปใช้ชีวิตที่เราอยากใช้ ไม่ใช่เพื่ออวดให้คนอื่นชอบ พิสูจน์ชีวิตเรากับใครว่าชีวิตเราดีพอรึยังในสายตาคนอื่น แต่ได้ไปใช้ชีวิตที่เคารพตัวเองมากพอ (Self-Respect) โดยไม���ต้องคอยวัดคุณค่าตัวเองกับความคิด และมุมมองจากคนอื่นว่าจะคิด รู้สึก หรือชอบ-ไม่ชอบชีวิตเรายังไง มันไม่ใช่เรื่องที่เราต้องแคร์ เราควรใช้ชีวิตที่เราชอบตัวเองก่อน 7) วันนี้ยัง 'ไม่หายใจทิ้ง' ก็ไม่เป็นไร��ลยนะ แค่เคารพตัวเองให้เป็น รู้ว่าชีวิตมีเป้าหมายอะไร ต้องการอะไร และใช้ชีวิตที่ตนพึงพอใจ ชอบในสิ่งที่เราเป็น เราทำ ก็ถือว่าใช้ชีวิตได้เจ๋งมากแล้ว โดยที่ไม่ต้องพิสูจน์ชีวิตกับคนอื่น ต่อให้วันนี้คุณยังไม่ได้มีชีวิตที่ Luxury แต่คุณแค่เลือกเดินตามเสียงหัวใจของตัวเอง โดยไม่ต้องแคร์เสียงของสังคมที่รบกวนคุณ ก็นับว่า "คุณประสบความสำเร็จ" ในระดับหนึ่ง มีชีวิตที���สุขภาพจิตดี มีคุณภาพมากๆแล้ว ความสุขของชีวิต คือชีวิตที่คุณเลือกเองได้ว่าอยากจะใช้ชีวิตแบบไหน นั่นแหละคือที่สุดของชีวิตที่มั่งคั่ง และน้อยคนนักที่จะทำได้สำเร็จ #ตุ๊ดส์review ====== FACEBOOK POST : https://t.co/vD793MQg5L ====== ฝากช่องทางต่างๆของบอย ตุ๊ดส์review : https://t.co/04tJb8zcas https://t.co/C7HFAS0Gby https://t.co/qfcSflewGd https://t.co/VTDOnL69tr https://t.co/ic0gyGSKnI https://t.co/Nj7VfQMcT4 https://t.co/vJ6PcERUHa
See More
YingyayM
retweeted
W
@sxicex
about 1 year ago
การควบคุมตัวเอง (Self-Control): พื้นฐานอันดับหนึ่งของผู้นำ การเป็นผู้นำที่ประสบความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับพรสวรรค์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยทักษะ ตัวขับเคลื่อนสำคัญได้แก่ Self-control (การควบคุมตัวเอง) Patience (ความอดทน) Resilience (ความยืดหยุ่น) Agility (ความคล่องตัว) Creativity (ความคิดสร้างสรรค์) Emotional Intelligence (ความฉลาดทางอารมณ์) 1. Self-control (การควบคุมตัวเอง) - พื้นฐานสำคัญอันดับหนึ่งของผู้นำ ทำไม Self-Control ถึงเป็นรากฐานของผู้นำ? การควบคุมตัวเองคือความสามารถในการจัดการอารมณ์ ความรู้สึก และพฤติกรรมของตนเอง เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายและรักษามาตรฐานความเป็น��ืออาชีพไว้ แทนที่จะปล่อยให้ความโกรธหรือความกดดันครอบงำ ผู้นำที่มี Self-Control จะแสดงออกอย่างมีสติ สร้างความน่าเชื่อถือ และเป็นแบบอย่างที่ดีให้ทีม เป็นทักษะที่ควรฝึกฝนให้แข็งแกร่งตั้งแต่เริ่มต้น! 2. Patience (ความอดทน) ทนทานต่ออุปสรรค ความล่าช้า และความผิดหวัง โดยไม่ยอมแพ้หรือท้อถอย ความอดทนไม่ใช่การรอเฉยๆ แต่เป็นการเรียนรู้ที่จะมองหาโอกาสในช่วงเวลาที่ยากลำบาก ผู้นำที่อดทนมักเป็นคนที่สร้างรากฐานมั่นคงให้องค์กร 3. Resilience (ความยืดหยุ่น) ปรับตัวและฟื้นตัวจากวิกฤตได้อย่างรวดเร็ว ดูแลความต่อเนื่องของธุรกิจ และลดผลกระทบเชิงลบ ความยืดหยุ่นคือเกราะป้องกันที่ช่วยให้ผู้นำยืนหยัดท่ามกลางพายุ และเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสใหม่ๆ 4. Agility (ความคล่องตัว) ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในตลาด ความต้องการของลูกค้า และแรงกดดันจากคู่แข่ง��ด้อย่างทันท่วงที ทำให้เพิ่มความพึงพอใจของลูกค้าและพนักงาน การนำผลิตภัณฑ์หรือบริการสู่ตลาดได้เร็วขึ้น การมีส่วนร่วมของทีมที่สูงขึ้น 5. Creativity (ความคิดสร้างสรรค์) สร้างไอเดียใหม่ๆ ที่มีคุณค่าและโซลูชันที่สร้างสรรค์ เพื่อผลักดันนวัตกรรมและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ความคิดสร้างสรรค์คืออาวุธลับที่ช่วยให้ผู้นำนำองค์กรก้าวข้ามขีดจำกัด และสร้างความแตกต่างในตลาด 6. Emotional Intelligence เข้าใจอารมณ์ของตัวเองและตอบสนองต่ออารมณ์ของ��ู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ เปรียบเสมือนสะพานที่เชื่อมโยงใจผู้นำกับทีม สร้างความไว้วางใจและแรงบันดาลใจ
See More
YingyayM
retweeted
เอเวอร์เรส
@poppy_rjk
over 1 year ago
แปะไว้ค่ะ สำหรับคนลดน้ำหนัก!!!
YingyayM
retweeted
รีวิวอร่อย
@ReviewAroii
over 1 year ago
นมพืชแต่ละแบบต่างกันยังไง? 🥛โพยนี้บอกครบทั้งแคลอรี่ โปรตีน และข้อดีของแต่ละตัว 🤔 แล้วทุกคนเลือกดื่มตัวไหนกันอยู่?
YingyayM
retweeted
Vorachat
@vorachatMD
over 1 year ago
RSV เป็นไวรัสที่พบ��่อยเหมือนไข้หวัดใหญ่ แต่ไม่มียารักษา มักจะระบาดพร้อมกัน ก่อโรครุนแรงในกลุ่มเสี่ยง - ผู้ที่มีโรคประจำตัว - ผู้สูงอายุ - เด็กที่อายุ<1ปี การป้องกันที่ดีที่สุด - ทำร่างกายให้แข็งแรง - อยู่ห่างจากผู้ป่วย - ใส่ mask+ล้างมือ - เรามีวัคซีนป้องกัน RSV แล้ว
See More
vorachatMD's tweet video.
YingyayM
retweeted
กาลครั้งหนึ่ง...คนในวัย 64 ปี
@GZJGFyFPx3UgoMW
over 2 years ago
อีกไม่กี่ปี ก็ไม่มีใครอยู่ตรงนี้แล้ว คนที่รักเราก็ไม่อยู่ คนที่เรารักก็ไม่อยู่ คนที่ไม่ชอบเราก็ไม่อยู่ คนที่เราไม่ชอบก็ไม่อยู่ ตัวเราเองก็ไม่อยู่ คนอื่นก็ไม่อยู่ มีความสุขให้ได้ตอนนี้อ่ะ มันดีที่สุดแล้ว
YingyayM
retweeted
กายภาพตัวอ้วน (chubbyphysio)
@chubbyphysio
over 2 years ago
เปลี่ยน 6 นาทีในการเล่นมือถือก่อนนอน/ตื่นนอน มาเป็นบริหารร่างกายกันดีกว่าทุกคน กล้ามเนื้อแข��งแรง ข้อต่อปลดล็อค คลายความตึงตัว ผ่อนคลายกันได้วันละ 2 รอบก็ดีแล้วสำหรับการเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงตัวเอง :) ป้องกันไว้ก่อนที่จะปวด ✅ ดีกว่าปวดแล้วมารักษานะ 😰 https://t.co/OXC0ZU1OeL
YingyayM
retweeted
The Red Book of MANIFEST วาจาประกาศิต
@kidmakk
about 2 years ago
ข้อความสำหรับ Manifest
YingyayM
retweeted
Vorachat
@vorachatMD
over 2 years ago
ปีนี้ไข้เลือดออกมาตามเวลานัด เริ่มมีเคสช่วงสัปดาห์ที่ 2 หลังจากฝนตก และจะระบาดยาวไปจนถึงต้นเดือนตุลาคม วัคซีนไข้เลือดออกรุ่นที่2 (qdenga) - ไม่เคยป่วยก็ฉีดได้ - ฉีดในอายุ 4-60 ปี - ฉีด2เข็ม ห่างกัน3เดือน - ป้องกันการติดเชื้อไข้เลือดออกได้ 80% (ทุกสายพันธุ์) 🙂
YingyayM
retweeted
The Red Book of MANIFEST วาจาประกาศิต
@kidmakk
over 2 years ago
ในกฎแรงดึงดูด สองสิ่งที่ดึงดูดสิ่งต่างๆ เข้ามาในชีวิตของเรา คือ “ความคิด” และ “อารมณ์” “ความคิดที่ดี” จะดึงดูด “เรื่องราวดีๆ” เข้ามาในชีวิต ส่วน “อารมณ์ที่ดี” จะดึงดูด “ความสุข” เข้ามาให้กับเรา การเป็นคน “คิดบวก” และ “อารมณ์���ี” จึงช่วยให้เรามีชีวิตที่ดีในที่สุด
yingyay ma
@YingyayM
over 2 years ago
@Bgun007B49907 ขอบคุณค่ะ
yingyay ma
@YingyayM
about 3 years ago
ถ้าเรายิ้มได้จนถึงดวงตา นั่นแหละเขาเรียกว่า
#รอยยิ้มพิมพ์ใจ
yingyay ma
@YingyayM
over 2 years ago
@tanakitto
คุณเก่งมากๆ เลย ขอบคุณที่แชร์เรื่องราวความรักของแม่ที่ไม่ว่าอย่างไรจะไม่มีวันทอดทิ้งลูก และทุกอย่างเพื่อลูก ���อให้ทุกวันนับจากนี้มีแต่ความสุขนะคะ
YingyayM
retweeted
架月七星
@tanakitto
over 2 years ago
โทรลเริ่มเยอะ ขออนุญาตเล่าสรุปรวมทุกอย่างในนี้ แล้วจะขอปิดโนติจากทวีตนี้แล้ว ไม่ว่าคุณจะมาจากศาสนาไหน คุณจะเชื่อเรื่องเล่าของผมหรือไม่ก็ไม่สำคัญ เพราะทุกเรื่องเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงกับผมและแม่ของผม ผมเป็นลูกคนเดียวที่เกิดกับพ่อหม้ายซึ่งเคยแต่งงานมาแล้ว 2-3 ครั้ง มีลูกมาแล้ว 5 คน แต่ทุกคนอาศัยอยู่กับภรรยาเก่า และแม่ที่เป็นแม่หม้ายมีลูกติด 3 คน พ่อผมเป็นคนที่ใช้กำลังบังคับขืนใจแม่จนแม่ยอมแต่งงานด้วย หลังจากที่มีผม แม่ก็เผชิญหน้ากับความรุนแรงในครอบ���รัวมากขึ้น มีอยู่ครั้งนึงที่จู่ๆพ่อก็พาผมไปบ้านเกิดไม่บอกไม่กล่าวแม่ในช่วงที่แม่ผมไปทำงาน แม่ผมก็เลยรีบตามมาด้วยความเป็นห่วง ผลคือพ่อรู้สึกเสียหน้าที่แม่มาตามถึงที่บ้านเกิดที่พ่อกำลังคุยกับเพื่อนๆอยู่ พ่อผมเลยจับหัวแม่ผมกระแทกขอบหน้าต่างบ้านเพื่อนจนเลือดอาบ สลบไปตรงนั้น เพื่อนของพ่อต้องพาแม่ผมไปส่งโรงพยาบาล แผลเป็นกลางศีรษะแม่ทำให้แม่ต้องทำทรง���มเกล้ามวยปิดไว้ตลอดชีวิต ถ้าไม่ได้อยู่บ้านก็ไม่เคยปล่อยผม ลูกติดแม่ 3 คน สองในสามคนแม่ให้ไปอยู่กับญาติที่กรุงเทพฯตั้งแต่สามีเก่าแม่เสียชีวิต เหลือลูกสาวหนึ่งคนอยู่ด้วยกัน ตั้งแต่พ่อมาอยู่ด้วย พ่อก็หาทางกลั่นแกล้งพี่สาวคนนี้ตลอด เด็กอายุไม่ถึงสิบขวบ จะฉี่ก็โดนล็อคประตูขังไม่ให้ฉี่ กระโถนก็เอาไปซ่อน พอแม่รู้ก็เลยต้องให้พี่สาวคนนี้ไปอยู่กับอาก๋งอาม่าแทน สุดท้ายในบ้านก็เหลือแค่พ่อ แม่ และผม ชีวิตผมที่โตมาในครอบครัวนี้ก็ไม่ได้ดีเท่าไร อย่างที่เล่าว่าสมัยเด็กๆเคยบอกพ่อว่าไม่อยากนับถือศาสนานี้ สุดท้ายก็โดนฟาดด้วยเข็มขัดจนเป็นแผลแตก แม่เป็นคนที่เข้ามาทำแผล ปลอบ ดูแล และบอกผมว่าสักวันเมื่อผมโตเป็นผู้ใหญ่ผมจะมีอิสระ ผมก็เชื่อตามที่แม่บอก ตั้งแต่ประถมจนเข้าช่วงม.ต้น เป็นช่วงที่ชีวิตวันเสาร์อาทิตย์ไ��่ได้มีเวลาเป็นของตัวเอง ผมต้องไปเรียนที่โรงเรียนสอนศาสนา ตั้งแต่เช้าจนเย็น ผมเรียนจนอ่านอัลกุรอานจนจบเล่ม ไปสอบที่ศูนย์สอบ วันไหนที่พ่ออยู่บ้านช่วงเช้ามืดผมต้องรีบตื่นมาชิงอาบน้ำละหมาด ก้มๆเงยๆให้พ่อเห็นว่าผมอยู่ในร่องรอยศาสนา เพื่อที่พ่อจะยังยอมส่งผมเรียนโรงเรียนประจำจังหวัดอยู่ เพราะไม่งั้นพ่อก็จะส่งผมไปเรียนโรงเรียนศาสนาโดยตรงเหมือนที่เคยทำก���บลูกชายที่เกิดกับภรรยาเก่า ผมไม่อยากไปอยู่ในการศึกษาระบบนั้น ก็เลยต้องพยายามทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้ แม้ว่าบางครั้งจะมีพลาดบ้าง เช่น มีคนรู้จักพ่อผมที่อยู่ในโรงเรียน เห็นผมยกมือไหว้สวดมนต์หน้าเสาธงตอนเช้า จนเกือบเป็นเรื่องราวพ่อจะไปทะเลาะกับครูใหญ่โต จริงๆช่วงนี้พ่อก็ไม่เคยลดความเลวร้ายลงเลย พ่อนอกใจแม่ มีเมียน้อยโดยไม่ได้ขอความยินยอมกับแม่ ช่วงไหนที่ติดอกติดใจเมียน้อยก็จะไม่ค่อยกลับมาบ้าน ไม่ส่งเงินให้ แม่ต้องเอาสมบัติไปขายบ้าง ไปจำนำบ้าง บางทีเมียน้อยพ่อก็มาเย้ยแม่ถึงหน้าบ้านบ้าง แต่แม่ก็ไม่เคยทำอะไร ทุกครั้งที่ถามว่าทำไมยังทนแม่ก็จะตอบตลอด��่าเพื่อผม จนกว่าผมจะเรียนจบ ผมเองพยายามบอกแม่ตลอดว่าต่อให้ไม่มีพ่อเราก็อยู่กันได้ แต่แม่ก็ยังไม่อยากเสี่ยงและยอมทนตลอดมา หลายๆครั้งที่พ่อแม่ทะเลาะกันมีปากเสียง ถึงขั้นลงไม้ลงมือ มีอยู่วันนึงที่จู่ๆหัวใจผมก็เต้นเร็วขึ้นมาผิดปกติ หน้ามืด ในระหว่างที่เห็นพ่อกับแม่ทะเลาะกันรุนแรง ไปหาหมอวินิจฉัยดูก็พบว่าเป็นโรคหัวใจเส้นเลือดผิดปกติ เป็นอีกโรคที่อยู่��ับผมมาจนได้เข้ารับการรักษาช่วงม.ต้น จนจบม.ปลาย ผมเป็นลูกของพ่อคนเดียวที่เข้ามหาลัยรัฐได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องไปเรียนเอกชนเหมือนลูกติดพ่อคนอื่นๆ ผมเลือกแอดมิชชั่นไปเชียงใหม่ ที่ๆไกลพ่อที่พ่อจะแวะเวียนมาหาบ่อยๆไม่ได้ ที่ๆผมจะพออ้างได้ว่าไม่สะดวกกลับไปร่วมงานบุญงานเลี้ยงงานศาสนาที่พ่ออยากให้มา ซึ่งมันก็ได้ผลจริงๆ พ่อผมแทบไม่มาเลย เพราะยุ่งเรื่องงานด้ว��� แต่ก็ยังมีเรื่องอีก อย่างตอนที่ผมลงสมัครงานในอินเตอร์เน็ต ผมลงประวัติไว้ว่านับถือศาสนาพุทธ พี่ๆที่เป็นลูกติดภรรยาเก่าพ่อก็เอาชื่อผมเสิร์จใน Google เจอ แล้วเอาไปฟ้องพ่อ จนพ่อเกือบจะมาลากผมกลับบ้านที่ต่างจังหวัดถ้าผมไม่ยอมไปขอเข้าศาสนาอีกรอบที่มัสยิด หรือตอนที่ผมแวะกลับบ้านช่วงปิดเทอม ในวันที่ผมกำลังจะมา พ่อผมเอารถไปใช้และไม่ได้บอกแม่ว่าจะเอามาคืนเมื่อไร แม่ผมที่กลัวว่าจะไม่มีรถไปรับผมก็เลยไปยืมรถญาติอีกคน (ที่สะดวกให้ยืมแค่วันนี้ เพราะวันอื่นเค้าก็ต้องใช้ทำมาหากินเหมือนกัน) เพื่อจะไปเอารถคืนมาจากพ่อ ปรากฏว่าพ่ออยู่กับเมียน้อย(คนที่เท่าไรแล้วก็ไม่รู้) พ่อรู้สึกเสียหน้าเลยพยายามขับรถหนี แม่ผมที่พยายามบอกพ่อให้มาคุยกันก่อนก็เสียหลักจากการเกาะรถที่ออกตัว จนล้มกับพื้นเป็นแผลถลอกปอกเปิก ผมได้แต่ทำใจว่าฝันร้ายมันใกล้จบลงแล้ว และเมื่อผมเรียนจบ มันก็เหมือนจะจบลง... อย่างน้อยๆแม่ก็หย่ากับพ่อได้เสียที ผมทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ ได้สองสามปี ก่อนที่พ่อจะไปคุยอะไรก็ไม่รู้กับคนรู้จักที่ทำหน้าที่เป็นเอเจนท์ส่งคนไปเรียนภาษาที่ญี่ปุ่น เลยอยากจะส่งผมไปเรียนที่ญี่ปุ่นด้วยอีกคน ผมที่เพิ่งเริ่มทำงานไม่เท่าไร ไม่ได้มีเงินเก็บอะไร มีรถหนึ่งคันที่เป็นรถมือสองที่พ่อโอนมาให้ ก็เลยตกลงที่จะไปเรียนโดยมีข้อแม้ว่าพ่อเองก็ต้องช่วยออกค่าใช้จ่ายบางส่วนในการเล่าเรียนให้ และค่าใช้จ่ายชีวิตในประจำวันผมจะทำงานพิเศษหาเอง พ่อก็ตกลง สุดท้ายในตอนที่ผมมาญี่ปุ่นได้หนึ่งปี จู่ๆพ่อก็ลอยแพผม หลังจากถามพี่สาวก็ได้ความว่าลูกติดภรรยาเก่าพ่อ(ตัวดีอีกแล้ว) ที่มาเจอเฟสบุคผม แล้วเอารูปผมไปฟ้องพ่อว่าผมใส่ชุดเหมือนขันที แต่งหน้าเป็นกะเ��ย (ซึ่งจริงๆแล้วเป็นรูปใส่ชุดยูกาตะ และไม่ได้แต่งหน้า แค่เป็นฟิลเตอร์หน้าขาวในแอพ) แค่นั้นก็ทำให้พ่อตัดสินใจลอยแพ ไม่ส่งเสียค่าเรียนให้อีก ไม่พูดคุยว่าเกิดความเข้าใจผิดกันขึ้น โชคดีที่ได้เตรียมการเรื่องนี้ไว้บ้าง เลยให้แม่เป็นคนจัดการธุระเอารถที่เป็นชื่อผมไปขาย บวกกับเงินเก็บของตัวเองและเงินของแม่บางส่วน ก็ทำให้ผมอยู่เรียนที่ญี่ปุ่นได้จนจบ เพราะผ��รู้สึกว่าถ้ากลับไปไทยตอนนี้โดยที่ภาษาญี่ปุ่นยังไม่ถึงไหนเลยก็ยังไม่อยากกลับไป สุดท้ายผมอยู่เรียนจนจบคอร์ส 2 ปี ได้ N2 และกลับมาไทยสมัครงานได้งานที่เงินเดือนดีระดับหนึ่ง และผมก็รู้สึกว่าชีวิตนี้ควรจะถึงจุดที่ผมควรตัดขาดกับพ่อได้แล้ว การเป็นพ่อลูกกันของเราสองคนมันเจ็บปวดเกินไป นอกจากความรับผิดชอบที่หาเงินมาเลี้ยงดู ให้การศึกษา พ่อไม่เคยเป็นพ่อที่ดี ไม่เคยเป็นสามีที่ดีของแม่ สิ่งที่พ่อให้มีแค่ศาสนา ที่พ่อเองก็ละเลยเมื่อเป็นสิ่งที่ตัวเองจงใจละเลย ทุกวันนี้พ่อยังพยายามส่งไลน์มา โทรมา สิ่งที่แชร์มาก็มีแต่เรื่องศาสนา แต่ผมไม่เคยตอบกลับไป ผมไม่บล็อคไลน์ของพ่อ เพราะสักวันหนึ่งถ้ามีญาติๆฝั่งพ่อสักคนใช้มือถือพ่อไลน์มาแจ้งข่าว ก็คงจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะกลับไปที่นั่น ศาสนาไม่ได้ผิด แต่พ่อผมไม่เคยเป��นตัวอย่างที่ดี และในวันที่ผมกับแม่ต้องเจ็บปวดก็ไม่เคยมีใครที่นับถือศาสนาเดียวกับพ่อมาช่วยออกโรงปกป้องแม่กับผม ไม่เคยมาห้ามพ่อและบอกว่าสิ่งที่พ่อทำมันผิด ผมอยู่รอดมาถึงทุกวันนี้ได้ด้วยตัวเอง และแม่ และคนอื่นๆที่ไม่ใช่พ่อ ผมรู้ว่ามุสลิมคนอื่นๆก็ไม่ได้เป็นแบบพ่อผม พ่อผมอาจจะเป็นแค่มุสลิมที่นิสัยไม่ดีคนหนึ่ง ผมไม่ได้แชร์เรื่องนี้เพราะอยากให้เกิดควา���เกลียดชัง แต่ผมอยากให้รู้ว่ามันมีความรุนแรงเกิดขึ้นจริงๆภายใต้ความเชื่อที่ครอบงำจนคนๆหนึ่งสูญสิ้นความเป็นพ่อได้ขนาดนี้ ผมรอดมาได้ แล้วคนอื่นล่ะ? ยังมีอีกหลายคนที่ต้องเจออะไรแบบนี้ แล้วสิ่งที่คุณทำได้คือการมาแย้งผมว่าศาสนาไม่ได้ผิด แต่คุณไม่หันไปหาเพื่อนหรือพี่น้องร่วมศาสนาคุณบ้างว่าเขากำลังทำผิดอยู่ไหม คุณไม่ใช่ผม คุณไม่ได้เจออะไรแบบผม เจออะไรแ���บที่แม่ผมเจอ ถ้าอย่างนั้นคุณก็อย่าเพิ่งมาตัดสินผมเลย คุณนับถือศาสนาคุณอยู่ในร่องในรอยดีแล้วก็เชิญคุณทำต่อไป ผมไม่ได้ห้าม ผมไม่เชื่อเรื่องการบังคับใครให้นับถืออยู่แล้วตั้งแต่ผมยังเด็ก สมัยประถมผมเรียนโรงเรียนคริสต์ เพราะเป็นที่ๆสอนภาษาอังกฤษได้ดีที่สุดในตัวจังหวัด มัธยมผมเรียนโรงเรียนพุทธ เพราะเป็นโรงเรียนประจำจังหวัด ผมโตมาในครอบครัวมุสลิมฝั่งพ��อ และครอบครัวฝั่งแม่เป็นพุทธมหายานแบบจีน ในวันหนึ่งผมก็รู้ตัวเองว่าผมไม่ได้นับถืออะไรเลย นอกจากตัวเองที่พาตัวเองให้รอดมาได้ถึงตรงนี้ ผมไม่เชื่อในเรื่องนรกสวรรค์ แต่ผมเชื่อในคุณงามความดีที่มนุษย์ทำให้แก่กัน ถ้าคุณอ่านสิ่งที่ผมต้องการจะสื่อแล้วยังคิดว่าปัญหาอยู่ที่ผม มันก็เรื่องของคุณ ผมอยู่ได้มาถึงตรงนี้ไม่ใช่เพราะความเห็นของคุณอยู่แล้ว ขอบคุณสำหรับกำลังใจจากหลายๆท่าน และสำหรับคนที่เคยตกอยู่ในนรกแบบผม ... สักวันมันจะจบลง เป็นกำลังใจให้นะครับ ถ้าต้องการคำปรึกษาหรือต้องการระบายก็ดีเอ็มมาได้ จะพยายามเข้าไปเช็คครับ หลังจากนี้ผมคงจะไม่เข้ามาเช็คโนติของโพสท์นี้แล้ว ยังมีโพสท์หมาแมวน่ารักๆให้รีทวิต ลาก่อนครับ ขอให้เป็นวันที่ดีครับ
See More
YingyayM
retweeted
Patrick III Rangsimant
@PatheNeuro
over 2 years ago
วินาทีที่เราตัดสินคนอื่น มันก็คือวินาทีที่เราตัดริบบิ้นเปิดงาน นิทรรศการแสดงความคิดและตัวตนของเรา …. วันก่อนได้อ่านงานวิจัยว่าด้วยเรื่องกลไกการเปรียบเทียบของสมอง ทีมที่วิจัยตั้งคำถามว่า ทำไมมนุษย์ถึงชอบเปรียบเทียบ แม้ว่าจะพยายามห้ามตัวเองไม่เอาไปเปรียบเทียบกับคนอื่นแล้วก็ตาม แต่ก็ยังอดไม่ได้ ในงานวิจัยนี้ใช้ fMRI มาแสกนสมองแล้วพบว่า ที่จริงการเปรียบเทียบเป็นสิ่งที่ผูกไว้กับ reward system และระบบสมองส่วนลึกๆ ซึ่งเป็นกลไกอัตโนมัติ เราจึงไม่สามารถหยุดตัวเองไม่ให้เปรียบเทียบได้ การเปรียบเทียบและการตัดสิน จึงเป็นสิ่งธรรมชาติของมนุษย์ครับ แต่สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจมากๆคือ กลไกสมองในการเปรียบเทียบนี่แหละครับ ในงานวิจัยนี้เขาไม่สามารถระบุออกมาเ���็นวงจรได้ชัดๆ (เพราะใช้ fMRI ไม่ได้ใช้ EEG) แต่ก็สามาถชี้ลงไปได้ว่า มีสมองส่วนไหนบ้างที่ถูกดึงมาใช้ตอนที่เ��าทำการเปรียบเทียบตัดสิน เขาพบว่าไม่ว่าจะตัดสินภายใน (ตัวเราเทียบคบอื่น) และตัดสินภายนอก (คนอื่นเทียบคนอื่น และคนอื่นเทียบมาตรฐานสังคม) ตัวแปรสำคัญที่ถูกดึงมาใช้ในการตัดสินใจคือ prefrontal cortex ทั้ง mOFC, mPFC, DLPFC ซึ่งทั้งสามส่วนนี้เป็น center ของ emotion, affection, experience ครับซึ่งถ้าให้อธิบายง่ายๆก็คือ เราเปรียบเทียบตัดสินคนอื่นด้วยตัวตนของเราครับ ตอนที่เราตัดสินคนอื่นมันคือการใช้ไม้บรรทัดที่ชื่อว่า “ตัวเรา” ไปวัดเขาครับ หลังจากนั้นเราถึงจะดึง “เหตุผล” มาประกอบสิ่งที่เราตัดสิน การเปรียบเทียบ การตัดสิน เป็นผลของการใช้ prefrontal cortex ของเรานี่แหละครับมาประมวล sensory (ฟัง เห็น ได้กลิ่น สัมผัส) ที่ได้รับมา แล้วค่อยหาเหตุผลมาสนับสนุน ซึ่งเอาจริงๆ ไม่ผิดนะครับ ไม่ผิดเลยเพราะมันเป็นธรรมชาติของมนุษย์ แต่มันก็เกิดคำถาม (ต่อตัวเอง หรือต่อการตัดสินจากคนอื่น) ว่า mOFC, mPFC, DLPFC ของเรา สั่งสม experience, knowledge, long-term memory รวม��ึง working memory ไว้ขนาดไหนครับ เหตุการณ์เดียวกัน หลังจากเราผ่านประสบการณ์ ได้รับรู้อะไรมากขึ้น มุมมองของเราต่อเหตุการณ์นั้นจะเปลี่ยนไป เมื่อเติบโตขึ้น เมื่อผ่านโลกมากขึ้น เมื่อเห็นอะไรมากขึ้น เราจึงมองโลกในอีกมุม เราจึงมองโลกในอีกแง่ เราจึงได้เห็นตัวเราในอีกแบบด้วย ประมาณนั้นครับ
See More
YingyayM
retweeted
The Red Book of MANIFEST วาจาประกาศิต
@kidmakk
over 2 years ago
กฎแรงดึงดูดบอกว่า การประกาศ (Affirmation) กับตัวเอง คือ วิธีการหนึ่งที่ทำให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นจริง จงพิมพ์สิ่งที่อยากให้เกิดขึ้นกับชีวิตตัวเองใต้โพสต์นี้ 1. ฉันสุขภาพแข็งแรง 2. ฉันประสบความสำเร็จในชีวิต 3. ฉันเป็นที่รักของผู้คน 4. ฉันเป็นคนโชคดีเสมอ 5. ฉัน…(สิ่งที่เราต้องการ)…
Last Seen Users on Sotwe
Lebanese Mistress Goergina
Donia Somrani
Cuckold Tanrısı
Seen from
Turkey
Mcd Ringroad
Seen from
Singapore
مختلف🔥🤤
Jarod
Seen from
United States
bhavna rendam
Seen from
India
Divine Mylene
Seen from
France
Kala Sand 🦏
Seen from
India
อยากโชว์ให้ดูมีไรไหม???
Seen from
Thailand
Trends for you
1
#BahrainGP
Under 10K tweets
2
Lucki
Under 10K tweets
3
Ferrari
Under 10K tweets
4
#YUJINxLacosteSS27
Under 10K tweets
5
Lewis
Under 10K tweets
6
Padres
Under 10K tweets
7
McLaren
Under 10K tweets
8
Good Sunday
Under 10K tweets
9
Statcast
Under 10K tweets
10
Baylor
Under 10K tweets
Most Popular Users
1
Elon Musk
@elonmusk
241.7M followers
2
Barack Obama
@barackobama
119M followers
3
Cristiano Ronaldo
@cristiano
114.5M followers
4
Donald J. Trump
@realdonaldtrump
111.9M followers
5
Narendra Modi
@narendramodi
107.2M followers
6
Rihanna
@rihanna
98.7M followers
7
NASA
@nasa
92.4M followers
8
Justin Bieber
@justinbieber
91.8M followers
9
KATY PERRY
@katyperry
90.1M followers
10
Taylor Swift
@taylorswift13
84M followers
11
Lady Gaga
@ladygaga
75.5M followers
12
Virat Kohli
@imvkohli
73.5M followers
13
Kim Kardashian
@kimkardashian
70.9M followers
14
YouTube
@youtube
68.8M followers
15
Neymar Jr
@neymarjr
66.5M followers
16
Bill Gates
@billgates
65.2M followers
17
Selena Gomez
@selenagomez
63.1M followers
18
The Ellen Show
@theellenshow
62.3M followers
19
CNN
@cnn
61.8M followers
20
X
@x
60.7M followers
Olivia
Online
✨
⭐
💫