Home
Language
English
Türkçe
Bahasa Indonesia
About
Privacy Policy
Terms of Service
Pricing
Sign In
Download All
Share
✳︎ 🐈 𝚖𝚎𝚘𝚠 ꙳
@cestpippi
🌏
Joined July 2017
1.2K
Following
136
Followers
6.2K
Posts
Pinned Tweet
✳︎ 🐈 𝚖𝚎𝚘𝚠 ꙳
@cestpippi
about 2 years ago
- ปราณีตในการสื่อสาร - เพียรที่จะใส่ใจ - รักกันใหม่ในทุกๆวัน “ใช้สิ่งนี้กับทุกๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน งานครอบครัว ลืมตาเริ่มต้นให้เหมือนรักครั้งแรกทุกๆเช้า”
✳︎ 🐈 𝚖𝚎𝚘𝚠 ꙳
@cestpippi
about 10 hours ago
เตือนตัวเองเสมอ เคสถูกโกงเงินมาจากคนใกล้ตัวทั้งนั้น เช่น พ่อแม่เพื่อนขายแอมเวย์ มาเสนอขายเครื่องฟอกอากาศราคาหลายหมื่น สุดท้ายเอาเงินไปก่อนนะ แต่ไม่ให้ของ แถมยืมเงิน 30,000 บอกอาทิตย์นึงคืน สุดท้ายก็ไม่คืน 🧑🏻🩰✨
Callme 🌴👑เบ๊บขา
@JBemybaby01
about 16 hours ago
เพจ
#กับข้าวกับปลาโอ
เค้าโดนโกงจากเพื่อนสนิทที่ไว้ใจกัน รับมาทำงานเพราะเห็นว่าตกงานและมีประสบการณ์ทำบัญชี เลยให้มาช่วยรับงานกับดูแลบัญชี - ลค.ส่งใบหักภาษีมาที่บอ เป็นชื่อเพื่อนไม่ใช่ชื่อบอ - ลค.งงว่าทำไมให้ส่งที่อยู่อื่นเลยส่งไปบอ - เจ้าของเพจเช็คกับน้องสาวและลค.หลายเจ้า ตอนแรกเจอว่ายกยอกไปประมาณ 1-2 แสน - จขพ.ไปคุย เจ้าตัวรู้ตัวบอกทำตั้งแต่มีนา เพราะเป็นหนี้ - ไม่สะทกสะท้าน ไม่ขอโทษ ขอโอกาสทำงาน - จขพ.ให้เซ็นลาออก - ให้ไปเอา statement โกหกว่าได้แค่ 6เดือน เช็คยอด 8 แสนบาท - ลค.โทรมาบอกว่า เพื่อนคนนี้ยังโทรไปเร่งให้โอนเข้าบช.ตัวเอง เพื่อนคนนี้ยักยอกเงินไม่รู้ว่าทำไปมานานแค่ไหนและได้ยอดไปแต่ที่เจอหลักฐาน statement 6 เดือนล่าสุด คือ 8 แสนบาท
See More
cestpippi
retweeted
Book
@hybridknight
2 days ago
Jeff Bezos ผู้คลั่งไคล้ใน customer obsession บอกว่าในเวลาที่คนมองหาว่าอะไรที่เปลี่ยนแปลง เค้ามองหาสิ่งที่ไม่มีวันเปลี่ยนสำหรับความต้องการของลูกค้า มี 3 อย่าง ราคาถูก, ส่งเร็ว, มีทางเลือกหลากหลาย คนทำ platform อยู่ตรงกลาง ลากคนเข้ามา ทำให้ลูกค้าเจอ 3 อย่างนี้ ตอนแรกจะ subsidize เป็น 10 ปีก็ได้ พอทุกอย่างติดแล้ว คนในระบบจะดึงดูดและสร้าง value ให้กันเอง เสียงบ่นของคนขายมีตลอด แต่พอลูกค้าอยู่ในนี้ ยังไงก็ต้องยอมมาขาย
See More
cestpippi
retweeted
Petæ Lynch
@Petae_Lynch
3 days ago
เดี๋ยวนี้มีคนโอนเงินผิดกันบ่อย พร้อมเพย์กดเลขผิดตัวเดียวก็โอนผิดบัญชีทันที มีคำถามกันตลอดว่าโอนเงินผิดต้องทำยังไง . คำตัดสินศาลฎีกาอันนี้ดี ศาลวางบรรทัดฐานตัดสินให้ธนาคารต้องคืนเงินให้คนที่โอนผิด . ฎีกาที่ 8557/2568 คุณแม่จะโอนเงิน 31,000 บาทให้ลูก แต่โอนผิดไปเข้าบัญชีคนอื่น เลยแจ้งความให้ตำรวจอายัดเงิน แล้วบอกให้ธนาคารดึงเงินคืนกลับให้ แต่ธนาคารไม่ยอมดึงเงินกลับให้ . ธนาคารปฏิเสธที่จะดึงเงินคืนกลับให้ โดยบอกว่าเป็นไปตามกฎหมายสัญญาฝากทรัพย์ ธนาคารไม่มีนิติสัมพันธ์กับคุณแม่ และไม่มีหน้าที่ต้องคืนเงินให้คุณแม่ (สัญญาฝากทรัพย์บอกว่า เมื่อมีการฝากเงินเข้าบัญชีธนาคาร เงินนั้นจะเป็นของธนาคาร โดยธนาคารมีหน้าที่ต้องคืนเงินจำนวนนั้นแก่เจ้าของบัญชี คือใครจะโอนฝากเข้าบัญชีมาไม่เกี่ยว ธนาคารคืนเงินให้เจ้าของบัญชีอย่างเดียว) . ศาลฎีกาตัดสินว่า การโอนเงินผิดที่พิสูจน์ได้ว่าเป็นการโอนผิดจริงๆ คุณแม่ไม่รู้จักเจ้าของบัญชีจริงๆ คุณแม่จึงไม่มีเจตนาจะฝากเงินเข้าบัญชีคนแปลกหน้า ธนาคารจะอ้างกฎหมายสัญญาฝากทรัพย์มิได้ . อีกทั้งธนาคารเป็นธุรกิจที่ประชาชนไว้ใจ จะผลักภาระให้ผู้บริโภคไปตามเรื่องเองฝ่ายเดียวไม่ได้ ธนาคารควรติดต่อไปที่ลูกค้าตัวเองที่ได้รับเงินโอนผิดด้วย . ศาลจึงตัดสินว่า คุณแม่มีสิทธิ์ติดตามเอาเงินคืนจากธนาคารได้โดยตรง และธนาคารต้องคืนเงินให้คุณแม่
See More
Who to follow
Jace Williams
@jacedwilliams
just a kid trying to make it. documenting my thoughts.
💛Permpoon 🧡PangPond 💚Phuwin
@cartoonnishappy
🎁จงทำตนให้เป็นของขวัญของผู้ที่ได้รู้จักเรา
แพรี่มาร์ค🦁
@pearypeachy3
แอคหลุมสำหรับหวีด nct
cestpippi
retweeted
investment ไกลบ้าน
@IKlaibaan
3 days ago
อ.ประมวลเล่าเรื่องรถไฟ 3 สนามบินได้เข้าใจง่ายมาก ไอเดียนี้เริ่มตั้งแต่ปี 2556 ตอนที่ อ.ชัชชาติเพื่อไทยเสนอโครงการรถไฟความเร็วสูง 2 ล้านล้านบาท ในนี้มีจะทำรถไฟเชื่อมดอนเมือง สุวรรณภูมิ และระยอง (ยังไม่มีอู่ตะเภา) สุดท้ายก็ไม่ผ่านศาลรัฐธรรมนูญ ที่บอกว่ารอให้ถนนลูกรังหมดประเทศก่อน👇
See More
cestpippi
retweeted
Em Udomsak (🟣🐻)
@EmUdomsak
5 days ago
ผมช่วยอ่าน ภาษาไทย เป็นภาษาไทยอีกรอบ QE = Fed พิมพ์เงินซื้อพันธบัตรระยะยาวจำนวนมหาศาล เพื่อกดดอกเบี้ยระยะยาวลง กระตุ้นเศรษฐกิจ เป็น “นโยบายการเงิน” RMP (Reserve Management Purchases) = Fed ซื้อตั๋วเงินคลังระยะสั้นแค่พอให้เงินสำรองในระบบธนาคารไม่ขาด เหมือนเติมน้ำมันเครื่องให้เครื่องยนต์เดินเรียบ ไม่ได้เหยียบคันเร่ง เป็นแค่ “งานซ่อมบำรุง“ หลักฐานว่าตลาดไม่ได้มองเป็น QE: ถ้าเป็น QE จริง ดอกเบี้ยยาวต้องลง (term premium ลด) ดอลลาร์ต้องอ่อน ทองต้องพุ่ง แต่ทั้งสามตัวนิ่งสนิท 1. SOFR vs IORB SOFR คือดอกเบี้ยที่ธนาคารกู้เงินข้ามคืนกันเองจริงๆ ส่วน IORB คือดอกเบี้ยที่ Fed จ่ายให้เงินฝากสำรอง ปกติสองตัวนี้ควรใกล้กัน ถ้า SOFR ลอยสูงหนี IORB เท่ากับ ธนาคารยอมจ่ายแพงกว่าเพื่อหาเงินสด แปลว่าเงินในระบบเริ่มตึง 2. EFFR ชนขอบบน Fed กำหนดกรอบดอกเบี้ยนโยบายเป็นช่วง (เช่น 3.75–4.00%) ถ้าดอกเบี้ยจริงในตลาด (EFFR) ขยับไปติดขอบบนเรื่อยๆ เท่ากับ ตลาดแย่งเงินกันจนดอกเบี้ยหลุดการควบคุม 3. ยอดกู้ SRF พุ่ง SRF คือ “ตู้ ATM” ที่ Fed เปิดให้ธนาคารเอาพันธบัตรมาแลกเงินสดได้ทันที ปกติไม่มีใครใช้เพราะแพงกว่าตลาด ถ้ายอดกู้พุ่ง เท่ากับ มีธนาคารหาเงินจากตลาดปกติไม่ได้แล้ว ต้องวิ่งมาพึ่ง Fed ถ้าใครสนใจเรื่องนี้ลองไปค้นอ่าน Market-Based Indicators on the Road to Ample Reserves ดูครับ ในช่วงนึง Powell ก็เคยพูดว่า “In no sense is this QE”
See More
cestpippi
retweeted
JRT—Platinum Emperor Reserve Ceremonial Grade
@JRTDesk
6 days ago
ในรูปคือคำถามที่มีคนถามเข้ามา ซึ่งมาจาก post เรื่องน้าต๋อย… ต้องบอกก่อนว่าทักษะแบบใน post ไม่ได้มาจากหนังสือเล่มเดียว.. แต่ถ้าจะปูพื้นให้ครบ ผมคงแนะนำประมาณนี้… ⚠️Note ก่อนหน่อยนึงครับ.. พวกนี้คือภาษาอังกฤษล้วน.. ผมไม่แน่ใจว่ามีคนแปลไทยมาตีพิมพ์ขายหรือเปล่า แต่ส่วนตัวผมก็สนับสนุนให้อ่านหนังสือภาษาต้นฉบับถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรงเกินไปครับ.. 📖 เริ่มที่ credit analysis.. 「Fundamentals of Corporate Credit Analysis」ของ Blaise Ganguin กับ John Bilardello.. ทีม S&P เขียน.. สอนวิธีมองแบบเจ้าหนี้สถาบัน.. cash flow coverage.. security structure.. covenant.. ทุกคำถามที่ผม list ใน post ก็มาจาก framework แนวนี้แหละครับ.. 📖 ต่อด้วย「Distressed Debt Analysis」ของ Stephen Moyer.. เล่มนี้คือสิ่งที่เกิดกับ case น้าต๋อยเป๊ะๆ.. waterfall.. creditor priorities.. ใครได้ก่อนได้หลังตอนบริษัทเข้ากระบวนการล้มละลาย.. (แต่อย่าลืมคำนึงถึงบริบทกฎหมายไทยด้วยครับ.. ต้องทำการบ้านกฎหมายไทยด้วย..) อ่านแล้วจะเข้าใจว่าทำไมรายย่อยถึงตกเป็น unsecured โดยปริยาย.. 📖 ถ้าอยากได้ mindset เรื่อง risk และ asymmetry.. 「The Most Important Thing」ของ Howard Marks.. อ่านง่ายสุดใน 3 เล่มนี่.. จะเริ่มจากเล่มนี้ก่อนก็ได้.. 📖 ส่วนใครอยากลงลึกเรื่องอสังหาโดยเฉพาะ.. 「Real Estate Finance and Investments」ของ William Brueggeman กับ Jeffrey Fisher เป็น textbook มาตรฐาน.. ถ้าเจาะโรงแรมจริงจัง ไปหา hotel valuation ของ Stephen Rushmore.. (ผมจำชื่อหนังสือเป๊ะๆ ไม่ได้.. แต่เค้ามีทั้งหนังสือ และ file PDF บางอันให้อ่าน free ซึ่งมีประโยชน์มากเช่นกัน.. ) ตัวเลข occupancy.. ADR.. GOP margin ที่ผมใช้ stress test ก็มาจากศาสตร์สายนี้ครับ.. (เช่นกัน อย่าลืมว่าบริบทอสังหาใรไทยก็ต่างจากของต่างประเทศ.. อ่านเป็นแนวทางได้ แต่อย่าลืมปรับความรู้ให้เข้ากับบริบทสถานการณ์ในประเทศไทยด้วย..) แต่ที่สำคัญกว่าหนังสือ.. คือฝึกอ่าน information memorandum หรือ bond prospectus จริงๆ จังๆ ครับ.. (ภาษาไทยไม่แน่ใจเรียกว่า ‘หนังสือชี้ชวนหุ้นกู้’ ??).. ไล่ดู covenant.. หลักประกัน.. ลำดับสิทธิ.. ใครถือกรรมสิทธิ์อะไร.. อ่านสัก 20-30 ฉบับ จะเริ่มเห็นเองว่าฉบับไหน「ดูแปลก」.. คือ.. พวกหนังสือให้ framework เรา.. แต่จมูกที่ได้กลิ่น red flag ก็มาจากชั่วโมงบินล้วนๆ ด้วยครับ ต้องฝึก.. 😅 . . และไหนๆ ก็พูดเรื่องนี้แล้ว ก็ขอต่อยอดไปถึงเรื่องอื่นด้วย.. คือใน context อื่นๆ ของการลงทุน การ trade.. ควรหาความรู้ยังไง?? บางทีผมเห็นมีคนชอบประชด/แซะผมว่ารู้ไปหมดทุกเรื่อง.. (บางคนที่ชมจริงๆ ก็มี แต่ที่แซะผมก็ดูออก..) ซึ่งจริงๆ มันคือสิ่งที่วงการนี้บังคับ.. ลองคิดดู.. วันหนึ่งเราวิเคราะห์หุ้นโรงพยาบาล.. ต้องเข้าใจโครงสร้างรายได้ระบบสาธารณสุข.. วันต่อมาดูหุ้น semiconductor.. ต้องรู้ว่า node การผลิตต่างกันมีผลต่อ margin ยังไง.. อีกวันเจอ REIT โรงแรม.. ก็ต้องรู้ occupancy กับ ADR อย่างใน case น้าต๋อยนี้.. ตลาดมันคือกระจกที่สะท้อนเศรษฐกิจจริง.. คนที่อยากอ่านตลาดให้ออก เลยควรที่จะรู้หลายเรื่อง.. แล้วหาความรู้ยังไง?? จากประสบการณ์ผม มี 3 ทางหลักที่ได้ผลจริง… 1.. เรียนจากเงินจริง.. position ที่เราถืออยู่ถือเป็นครูที่ดีที่สุด.. พอมีเงินตัวเองเสี่ยงอยู่ในนั้น สมองเราจะดูดซับความรู้เร็วกว่าอ่านเล่นๆ เป็นสิบๆ เท่า.. 😅 ผมพอรู้เรื่องโรงแรมภูเก็ตไม่ใช่เพราะอยากรู้.. แต่เพราะเคยต้อง screen deal แนวๆ นี้.. 2.. อ่าน primary source.. งบการเงิน.. หนังสือชี้ชวน.. filing จริง.. ไม่ใช่แค่ข่าวหรือบทสรุปที่คนอื่นย่อยมาแล้ว.. ข่าวบอกว่า「เกิดอะไร」.. แต่ filing อธิบายว่า「ทำไม」และ「ใครได้ใครเสีย」.. เป็นความรู้ที่ใช้ได้จริงในชั้นที่สูงขึ้น.. 3.. ตามคนที่ลึกเฉพาะทาง หลายๆ สาย.. คนเราไม่มีทางเจาะลึกทุกเรื่องเองได้.. แต่เราสร้าง network พวกคนที่รู้ลึกกว่าเราในแต่ละด้านได้.. หน้าที่เราคือรู้กว้างพอลึกพอที่จะถามคำถามถูก.. และแยกออกว่าใครของจริงใครของปลอม.. ที่เหลือคือเวลาครับ.. ความรู้มัน compound เหมือน portfolio.. เหมือนเงินลงทุน.. เรื่องที่เรียนวันนี้อาจยังไม่ได้ใช้.. แต่อีก 5 ปีมันจะไปเชื่อมกับอีกเรื่องเอง.. ประมาณใยแมงมุมน่ะครับ..
See More
✳︎ 🐈 𝚖𝚎𝚘𝚠 ꙳
@cestpippi
10 days ago
Red Touch Pro คุ้มมั้ยนะ เดือนละหมื่นทุกเดือน แต่ดีตรงไม่เจ็บ
cestpippi
retweeted
spin9
@spin9
14 days ago
อยากเห็นเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ราคาสิบล้านแล้วอะ น่าจะสวยยย
cestpippi
retweeted
Mintttch🐣
@Mintttch2
16 days ago
Google Finance กลับมาแบบน่าสนใจกว่าเดิมมาก . รอบนี้ไม่ใช่แค่เว็บดูราคาหุ้นเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไปGoogle กำลังดันให้มันกลายเป็น ผู้ช่วย AI ส่วนตัว สำหรับติดตามตลาดและจัดการพอร์ตการลงทุนโดยตรง . ไฮไลต์แรกคือ Google Finance มีแอป Android แบบ standalone แล้ว หลังจากแอปเดิมหายไปนานหลายปี . ในแอปจะมีทั้ง Watchlist ข้อมูลตลาดแบบ real-time ข่าวการเงิน และฟีเจอร์ Key Moments . ฟีเจอร์นี้น่าสนใจ เพราะ AI จะช่วยอธิบายว่า ทำไมหุ้นตัวนั้นถึงขึ้นหรือลงในช่วงเวลาหนึ่ง แทนที่เราต้องไล่อ่านข่าวเองทั้งหมด . อีกจุดที่น่าสนใจคือระบบ Portfolio Tracking ที่ใช้ AI ช่วยสร้างพอร์ตได้ง่ายขึ้น . เช่น อัปโหลดไฟล์ CSV ส่งภาพ screenshot พอร์ตเดิม หรือพิมพ์บอกไปตรง ๆ ว่าเราถือหุ้นอะไรอยู่เท่าไหร่ . AI ก็จะช่วยจัดเป็นพอร์ตให้ดู พร้อมสรุปมูลค่า กำไรขาดทุน และการกระจายสินทรัพย์ . นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์อย่าง Deep Search ให้ถามคำถามซับซ้อนเกี่ยวกับตลาดหรือพอร์ตได้ รวมถึง Scheduled Briefings ที่ตั้งให้ AI สรุปตลาดให้ตามเวลา . พูดง่าย ๆ คือ Google Finance ปี 2026 กำลังเปลี่ยนจากเว็บเช็กราคาหุ้น มาเป็น AI dashboard สำหรับคนลงทุน . อาจยังไม่แทนเครื่องมือระดับมืออาชีพอย่าง Bloomberg แต่สำหรับคนทั่วไปที่อยากติดตามพอร์ต เช็กตลาด และให้ AI ช่วยสรุปข้อมูล ถือว่าน่าลองมาก . ไปลองเล่นกันได้ https://t.co/0ktsZmUerQ ส่วนแอป Android ค้นหา “Google Finance” ได้ใน Play Store
See More
cestpippi
retweeted
Em Udomsak (🟣🐻)
@EmUdomsak
17 days ago
ทำไม นักธุรกิจจำนวนมาก มักจะ “เรียนต่อต่างประเทศ” เมื่อจะขายบริษัท เหตุผลคือ เพื่อให้ปีนั้นอยู่ในไทยไม่ถึง 180 วัน เพื่อไม่ต้องเสียภาษีในไทย ทำไมต้องเรียนต่อ? จริงๆ เรียนต่อก็ดี ฆ่าเวลา ได้วุฒิใหม่มาด้วย แต่อีกอย่างก็เพราะเวลาไปอยู่ ตปท จะต้องระวังว่า อาจจะทำให้ไปเสียภาษีประเทศนั้นๆ แทน แต่การเรียนต่อ ซึ่งทำให้ถือ visa นักเรียน จะได้การ “ยกเว้น” ไม่ต้องเสียภาษีก้อนนี้ หลายคนอาจจะมีคำถาม ถ้าขายบริษัทไทย ยังไงก็ต้องมีภาษี ถึงแม้ตัวจะอยู่ ตปท ไม่ใช่หรอ — คำตอบคือใช่ ดังนั้น ก่อนที่จะขาย จึงต้องมีการเปลี่ยนการถือหุ้นในส่วนนั้นในอยู่ในมือบริษัท offshore แล้วเมื่อขาย ให้ขายบริษัท offshore แทน ทำให้เป็นรายได้นั้นไม่ได้เกิดในไทย รายได้ที่ไม่ได้เกิดในไทย + อยู่นอกไทยเกิน 180 วัน = ไม่โดนเก็บภาษี เพราะงั้นทุกครั้งที่เราเห็นการ exit ก็มักจะเห็น pattern นี้
See More
cestpippi
retweeted
Fun Manager
@funxmanager
21 days ago
กองทุนรวม vs ETF (ภาค 2) ในอดีตแอดเคยหยิบข้อมูลตัวนี้มาเล่าโดยสรุปให้ฟังแล้วว่า ระหว่างการซื้อกองทุนรวมหุ้นต่างประเทศ (ลงทุนผ่าน ETF) และการซื้อ ETF โดยตรงผ่านแอพเทรดหุ้นนอก แบบไหนจะได้ผลตอบแทนสูงกว่ากัน ถ้าจะนำเงินออกไปซื้อ ETF สิ่งที่ต้องพิจารณา คือ 1. ฐานภาษีของเราถ้านำกำไรเหล่านั้นกลับมา 15% 20% 25% หรือสูงกว่านั้น 2. ระยะเวลาที่นำเงินกลับมา ถ้านานๆเกิน 10 ปี เรานำเงินที่ลงทุน ETF กลับมาแล้วคุ้มกว่าการลงทุนใน Passive Fund ดังนั้นคนที่จะซื้อกองทุนรวมในไทยจะได้ประโยชน์ในกรณี ซื้อเพื่อลดหย่อนภาษี มีระยะเวลาการลงทุนไม่ถึง 10 ปี มีการย้ายเงินไปมาย้ายกอง ถอนออกมาใช้ ซึ่งเอาจริงๆ ทุกวันนี้ก็มีเครื่องมืออื่นๆ เช่น DR ที่พัฒนา Underlying Assets ไป ETF หรือหุ้นรายตัวที่น่าสนใจเช่นกัน ตอนนั้นที่ทำคือ Assume ว่าสิ่งที่เราลงทุนได้ผลตอบแทนเท่ากัน ดังนั้นวันนี้เราจะมาขยายความว่าจริงๆ มันก็มีส่วนที่ทำให้ผลตอบแทนแตกต่างออกไป นั่นคือ FX Hedging Cost การเปรียบเทียบการลงทุนใน ETF โดยตรงก็เหมือนกับการซื้อกองทุนรวม FIF ที่ UH ค่าเงิน ดังนั้่นในแง่ของความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนจะเท่ากัน ในสถานการณ์จริง เราได้ซื้อกองที่มีการป้องกันความเสี่ยงค่าเงินไหม ถ้ามีการ Hedge ค่าเงินเกือบทั้งก้อน 90%+ แปลว่า ในปีนึงคุณจะมี FX Hedging Cost ตัวนี้ราวๆ 2.5-3% อาจจะมากกว่าหรือน้อยกว่านี้ขึ้นกับส่วนต่างของดอกเบี้ย 2 ประเทศที่เราลงทุน ซึ่งถ้าเราลงทุนใน ETF ของ US เราก็เปรียบเทียบส่วนต่างของดอกเบี้ยของ Fed กับไทย ซึ่งน่าจะอยู่ที่ราว 2.75% (3.75%-1%) หรือมองอีกมุมคือ นอกจากเราซื้อกองทุนรวมแล้วเราเสียธรรมเนียมรายปี (TER) แล้ว เราจะมี FX Hedging Cost อีกก้อนนึงเพิ่มเข้าไป ตกลงมันดีหรือไม่ดี ในปีที่บาทแข็งตรงส่วนนี้จะช่วยได้เยอะ โดยเฉพาะในปี 2025 ที่เงินบาทแข็งค่า 10-11% เลย(เงินหายไป 10-11%) มันก็จะเป็นประโยชน์ได้ในคนที่ลงทุนใน Timeframe ที่ไม่นานเกินไป แต่ถ้าเราซื้อกองทุนนั้นแล้วถือนานๆ ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ก็เกิดขึ้นอยู่ดี บางปีบาทอาจจะอ่อนแบบปี 2026 นี้ หรือแข็งแบบ 2025 ก็ได้ จึงอยากให้ท่านนักลงทุนอย่าลืมพิจารณาถึงค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ด้วย ส่วนประเด็นนอกเหนือจากนี้ คือ Tracking Difference ของกองทุนไทยที่ต่างจาก ETF ซึ่งอาจมาจากการกันเงินสด 1-2% ในพอร์ตกองทุน โดยส่วนตัวตรงนี้จะทำให้เราลงทุนให้กองทุนรวมแล้วได้ผลตอบแทนน้อยกว่า ETF เล็กน้อย ขึ้นกับนโยบายแต่ละกองทุนนะ ========= สรุป 1. ลองสังเกตฐานภาษีของเราในวันที่นำกำไรกลับมาในอนาคต ถ้าฐานภาษีสูงๆ การซื้อกองทุนรวมก็อาจเป็นตัวเลือกที่ดี ถ้าค่าธรรมเนียมรายปี (TER) ไม่สูงเกินไป 2. กองทุนที่มีการป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน มีประโยชน์ในปีที่ค่าเงินบาทแข็งค่า แต่เราก็มีต้นทุน Hedging ที่ต้องเสียเช่นกัน เหมือนมี TER อีกก้อน 3. ผมไม่ได้มาเชียร์ว่าทุกคนต้องซื้อ ETF โดยตรง กองทุนรวมก็ยังตอบโจทย์หลายๆคนทั้งประหยัดภาษี หรือเลือกซื้อกองทุนที่มีนโยบายต่างจาก ETF โดยตรงก็ได้ ทุกวันนี้เรามีเครื่องมือให้พิจารณาในการลงทุน เลือกให้เหมาะนะครับ ทิ้งไว้เป็นไอเดียครับ #FunManager
See More
cestpippi
retweeted
Hyper Shark!
@HyperSharkk
21 days ago
ผมว่าทรัมป์พลาดแล้วแหละ ที่จะเดินเกมผ่านการทำสงครามการค้า (tariff) ถ้าดูข่าวช่วง 6-12 เดือนที่ผ่านมา เราจะเริ่มเห็นว่ารัฐบาลเมกาเองก็รู้แล้วว่า “Tariff อย่างเดียวเอาชนะใครไม่ได้” เพราะโลกยุค AI, Robotics, Quantum และ sector อื่นๆ มันไม่ได้ถูกคุมได้ด้วยประเทศเดียว แต่มันถูกคุมด้วย “Chokepoints” ที่กระจายอยู่ทั่วโลก และไม่มีใครมีทุกอย่างในมือเพียงคนเดียว เมกาเลยเริ่มขยับจากสงครามภาษี ไปผูกมิตรกับ EU, Japan, Korea และ Taiwan มากขึ้น ทั้งใน sector AI Chips, Critical Minerals, Export Controls Supply Chains และ Foundry แล้ว chokepoint ของแต่ละประเทศมีอะไรบ้าง? ถ้าในระดับโลกจะมี - MediaTek = Edge AI - ASE = Advanced Packaging - Foxconn = Robotics + Manufacturing ที่ขายของให้ทั่วโลกได้ Korea - Samsung = Memory + Foundry - SK hynix = HBM Chokepoint - Doosan Robotics = Industrial Robotics Europe - $ASML = EUV Monopoly - $ASM = Deposition - Zeiss = High-End Optics - Infineon = Power Semis USA - $NVDA = AI Accelerators - $AMD = AI Compute - $AMAT = Deposition, Etch, Materials Engineering - $LRCX = Etch + Deposition - $KLAC = Process Control + Yield Management China - Rare Earth Processing - Graphite - Battery Supply Chain - Manufacturing Scale - Humanoid Robot Ecosystem - Open-Source AI Ecosystem ที่กำลังโตเร็วขึ้นเรื่อยๆ และสิ่งที่ผมสนใจคือ… -> เมื่อก่อนคนคิดว่าใครมีเงินมากสุดจะชนะ แต่ในโลกยุคนี้ คนที่ชนะคือคนที่ถือ “Chokepoint” สำคัญๆ มากสุด -> ถ้าไม่มี $ASML ก็ไม่มีชิป AI (เครื่องผลิตชิป) -> ถ้าไม่มี SK Hynix ก็ไม่มี HBM ก็ไม่มี Cluster Ai - ถ้าไม่มี $TSM ก็ไม่มีชิป นี่แหละคือเหตุผลที่เมกาเริ่มเปลี่ยนจากการใช้ภาษีกดดันประเทศอื่นๆ แล้วเริ่มคิดเรื่องการรวมกลุ่มประเทศที่ถือ Chokepoint คนละชิ้นเข้าด้วยกัน เพราะความจริงที่ตลาดยังมองข้ามไปคือ สงครามครั้งนี้ไม่ใช่สงครามการค้า แต่มันคือ “สงครามที่ใครคุม Supply Chain ของเทคโนโลยีแห่งอนาคตได้” คนนั้นแหละจะชนะในระยะยาว และคนที่จะได้ประโยชน์มากที่สุด อาจจะเป็นบริษัทที่ถือคอขวดของ AI, Robotics และ Quantum โดยที่คนส่วนใหญ่ยังมองไม่เห็น นั้นคือโอกาส... ***ถ้าเมกาจะสู้กับจีนได้ในเรื่องของ supply chain ทรัมป์ต้องหยุดห้าวแล้วคิดว่าตัวเองเก่งไม่ต้องพึ่งคนอื่นก่อน แล้วค่อยๆ กลับไปง้อประเทศอื่นๆ ที่เคยทำเขาไว้ตอนทำ tariff ค่อยๆ รวม supply chain ให้ล็อกแน่นที่สุด และนั้นแหละจะเป็น Moat ของประเทศในอนาคต ในโลกยุค Ai (ที่คุม supply chain ได้แล้ว) ต่อด้วย Robotics (ที่ตอนนี้จีนคุมเกิน 50%) และ Quantum ที่กำลังจะมาแน่ๆ ในอนาคต เมกาต้องจัดการ Supply chain ทั้งหมดให้ได้ เพื่อความอยู่รอดในอนาคต ไม่ถึงกับตายหรอก แต่มันจะลำบาก ต้นทุนมันจะแพง
See More
cestpippi
retweeted
finnomena
@finnomena
20 days ago
ตามข่าวไม่ทัน นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น 12 Jun 🟢 อเมริกา-อิหร่านเจรจาข้อตกลง 14 Jun 🟢 Trump ประกาศดีลสันติภาพ 15 Jun 🟢 ลงนามข้อตกลงเบื้องต้น 19 Jun 🔴 วันเปิดช่องแคบ แต่การเดินเรือยังไม่ปกติ 20 Jun 🔴 อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ เกิดการโจมตีในเลบานอน 21 Jun 🟢 Trump ลั่น ! ต้องเข้าควบคุมอิหร่าน
See More
✳︎ 🐈 𝚖𝚎𝚘𝚠 ꙳
@cestpippi
20 days ago
พัฟคุชชั่นลอรีอัล ซักครั้งเดียวขาด เป็นมา 3 ตลับแล้ว หรือต้องทนใช้แบบไม่ทำความสะอาด งงๆ ตอนออกขายแรกๆพัฟไม่พังง่ายแบบนี้นี่นา ผิดหวัง ต้องเสียเงินซื้อพัฟแบรนด์อื่นมาใช้อีก ตลกดี ถ้าเจอคุชชั่นแบรนด์อื่นที่ดีกว่าก็จะลาแล้ว
cestpippi
retweeted
Hyper Shark!
@HyperSharkk
22 days ago
ถ้ามือใหม่ที่พึ่งเข้าตลาดไม่นาน ผมแนะนำให้ศึกษาพวก first principle ก่อนนะครับ ปูพื้นฐานให้แข็งๆ ก่อน เดี๋ยวความเก่งจะสะท้อนออกมาในรูปแบบผลตอบแทนเอง เริ่มจากพวกหนังสือก็ได้ครับ พวก - The Intelligent Investor - Common Stocks and Uncommon Profits - The Psychology of Money - Think & Trade Like a Champion - ไม่ก็ MONEY 101 ของพี่หนุ่มก็ได้ครับ เข้าใจง่ายแบบ มากๆๆ ปูพื้นฐานก่อนนะครับ ส่วนถ้าเป็นข่าวผมจะตามประมานในโพสที่แปะเลยครับ แล้วก็มีอ่านบทความใน substack ส่วนมากผมอ่าน พวกนี้อยู่บนทวิตหมดเลยครับ แต่ถ้าอยากได้ข้อมูลลึกๆ ไป substack ครับ ณ ตอนนี้ผมอ่าน citrini, trendforceinsights, semianalysis แล้วก็อ่านในทวิต เป็นหลักครับ ถ้าลึกๆ ก็มีอ่าน CHIPS Act หา Hidden gem ใน sector chip ครับ ว่ารัฐสนับสนุนใครบ้าง มันมีของหลายประเทศนะครับ ถ้าสนใจลองดูได้ และอีกอย่างถ้าลึกลงไปอีก ก็มีไปดู Order คำสั่งซื้อ (track supply chain) ของพวกหุ้นตัวใหญ่ๆ อย่าง $NVDA, $MSFT, $META, $GOOGL (พวกนี้ดูเพื่อหาหุ้นใน sector ai data center) และ $AMZN, $TSLA (อันนี้ผมใช้ดู robotics sector ครับ) และหุ้นใหญ่ๆ ผู้นำ sector อื่นๆ ผมจะเอาพวกนี้เป็น indicator จริงๆ เยอะกว่านี้มากๆ แต่ คร่าวๆ ประมานนี้เลยครับ ถ้าอยากตามจริงๆ และถ้ามีอะไรถามได้เลยฮะ เผื่อผมตกหล่นอะไรไป
See More
cestpippi
retweeted
ch.
@chyoumayknow
21 days ago
แนวคิดเราง่าย ๆ คือ ถ้าไม่ได้ติดตามข่าวมาก มองเป็นการลงทุนในประเทศที่มีแนวโน้มเติบโตระยะยาวไปเลย เช่น เมกา จีน จะเรียกว่ากองทุนดัชนี ลองดูผลตอบแทนย้อนหลัง 10 ปีของแต่ละประเทศ (as of 2025) แล้วเลือกดูคับว่าเชื่อมั่นประเทศไหน - Nasdaq 🇺🇸 +300% - S&P500 🇺🇸 +218% - Nifty 50 🇮🇳 +200% - VN Index 🇻🇳 +135% - Nikkei 🇯🇵 +126% - Hang Seng 🇭🇰 -25% - SET 🇹🇭 -22% ตัวอย่างกองดัชนี บลจ. ในไทย SCBS&P500 หุ้น 500 บริษัทใหญ่ของเมกา K-USXNDQ-A(A) เน้นหุ้นเทคเมกา ดัชนี Nasdaq-100 SCBCHINA หุ้นจีนขนาดใหญ่ KT-CHINA-A เน้นตลาดจีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกง PRINCIPAL VNEQ-A ตลาดหุ้นเวียดนาม SCBINDIA(A) บริษัทขนาดใหญ่ของอินเดีย KT-INDIA-A ตลาดหุ้นอินเดีย SCBEUEQ บริษัทชั้นนำของยุโรป K-EUROPE หลายประเทศในยุโรป SCBWORLD ลงทุนหุ้นทั่วโลกไปเลย ETF $VOO หุ้น 500 บริษัทใหญ่เมกา $QQQ เน้นหุ้นเทคและหุ้นเติบโตขนาดใหญ่เมกา (Nasdaq-100) $MCHI หุ้นจีนขนาดใหญ่และกลาง $VNM ตลาดหุ้นเวียดนาม $INDY 50 บริษัทขนาดใหญ่ของอินเดีย $INDA บริษัทขนาดใหญ่และกลางของอินเดีย $VGK บริษัทชั้นนำจากหลายประเทศในยุโรป $VEU หุ้นทั่วโลกนอกอเมริกา $VT ลงทุนหุ้นทั่วโลกทั้งประเทศพัฒนาแล้วและประเทศเกิดใหม่
See More
cestpippi
retweeted
POPPAPPshoot
@Pop_papp_osk
21 days ago
เรื่องไวรัสตับอักเสบ B ฉันไป educate เพื่อนและแฟนเรื่องตับอักเสบB ว่าเคยฉีดแล้วแต่ตรวจภูมิไม่ขึ้น มันมีภูมิจริงๆ อย่าไปกังวลไม่มีใครเชื่อ เลยไปฉีดใหม่ ไปboost กัน ส่งคลิปคุณครูเลย แต่พอดูบุคลิกความน่าเชื่อถือมันต่างกันจริง ก็จริง (ยิ่งสนิทความน่าเชื่อถือจะไม่ค่อยมีไม่รู้ทำไม) แต่ฉันก็ boost ใหม่ เพราะเกิด 34 ไม่แน่ใจรัฐบาล
See More
Pop_papp_osk's tweet video.
✳︎ 🐈 𝚖𝚎𝚘𝚠 ꙳
@cestpippi
21 days ago
@sfkkfs_
รบกวนรายละเอียดขอแพลนได้มั้ยคะ
✳︎ 🐈 𝚖𝚎𝚘𝚠 ꙳
@cestpippi
22 days ago
ทำไมการเปิดเผยข้อมูลที่เป็น fact และเป็นประโยชน์กับผู้บริโภคคนอื่นๆถึงบอกชื่อแบรนด์/บริษัทไม่ได้ จริงๆควรเปิดเผยให้รู้โดยทั่วด้วยซ้ำถ้ามันพิสูจน์แล้วว่าจริง 🥹
แม่กระต่ายพอพอ 🌼🌻
@ploypuanggg
22 days ago
คืออันนี้พรูฟเลยนะว่าที่บอกว่าเราเอาผลไปตรวจแล้วไม่สามารถโชว์ชื่อแบรนด์นั้นๆได้แสดงว่าจริงๆแล้วโชว์ได้ถูกปะ
✳︎ 🐈 𝚖𝚎𝚘𝚠 ꙳
@cestpippi
22 days ago
ต้นทางจากแดรี่โฮม ไฮโปรตีน ที่มีคนพูดถึง (ซึ่งเราชอบกินมาก มันนัว ใช้ชงกาแฟทุกวัน) ตอนนี้ลามไปไกลหลายโปรดักส์ สรุปว่าผู้บริโภคได้ประโยชน์ ไม่คิดไม่ฝันว่าอินฟลูหลายๆคนหลายเพจออกมาขับเคลื่อนเรื่องนี้เปิดหน้าเยอะด้วย ก่อนหน้านี้อินฟลูที่รับเงินแบรนด์จะเลี่ยงพูดข่าวลบกัน 🙏🏻🥹🫶🏻
bongtao
@bongtao
22 days ago
อัปเดตภาพรวมสถานการณ์การแหกโปรตีนจนถึงวันนี้ 🔴 อกไก่ปั่น: ตกฉลากแทบทุกยี่ห้อ โปรตีนตกฉลากเฉลี่ย 50% แถมน้ำตาล/คาร์บทะลัก มีรอดแค่ยี่ห้อเดียว ของเหลือเต็มเชลฟ์ ขอสาปให้ธุรกิจนี้ล่มสลาย กู่ไม่กลับ คนไม่เชื่อสินค้านี้แล้ว 🟡 นมโปรตีนสูง: รอดเกือบทุกยี่ห้อ ได้ไปต่อ ที่ไม่รอดมีแค่เจ้าเดียว คือยี่ห้อที่อร่อยนัวสุด ผลแลปที่แบรนด์แถลงเป็นของปี 2024 ตอนนี้กำลังรอผลแลปอัปเดตอีกรอบ 🟢 น้ำโปรตีนใส: รอดทุกยี่ห้อ รอดตัว
See More
Last Seen Users on Sotwe
Türk Porno
Seen from
Turkey
Mr 6’8 loves you 🩵
Seen from
South Africa
Mama Suka Anal
Seen from
Indonesia
หนังโป๊ออนไลน์
Seen from
Thailand
paolaucev
Seen from
Indonesia
Male Massage Therapist
Seen from
Israel
oloxxbold
Seen from
Thailand
One
Seen from
United Arab Emirates
Tr Ünlüler
Seen from
Turkey
مدام مفيدة
Seen from
Qatar
Trends for you
1
PIED PIPER
Under 10K tweets
2
Ro Khanna
Under 10K tweets
3
#MLBDraft
Under 10K tweets
4
Quiznos
Under 10K tweets
5
#tvlspoilers
Under 10K tweets
6
NRED
Under 10K tweets
7
Roch Cholowsky
Under 10K tweets
8
Ashby
Under 10K tweets
9
Esmerlyn Valdez
Under 10K tweets
10
Zion Rose
Under 10K tweets
Most Popular Users
1
Elon Musk
@elonmusk
240.8M followers
2
Barack Obama
@barackobama
119.2M followers
3
Donald J. Trump
@realdonaldtrump
111.7M followers
4
Cristiano Ronaldo
@cristiano
111.2M followers
5
Narendra Modi
@narendramodi
107M followers
6
Rihanna
@rihanna
97.8M followers
7
NASA
@nasa
92.2M followers
8
Justin Bieber
@justinbieber
91M followers
9
KATY PERRY
@katyperry
88M followers
10
Taylor Swift
@taylorswift13
81.8M followers
11
Lady Gaga
@ladygaga
73.4M followers
12
Virat Kohli
@imvkohli
70.4M followers
13
Kim Kardashian
@kimkardashian
69.9M followers
14
YouTube
@youtube
68.7M followers
15
Bill Gates
@billgates
64.1M followers
16
Neymar Jr
@neymarjr
63.2M followers
17
The Ellen Show
@theellenshow
62.4M followers
18
CNN
@cnn
61.9M followers
19
Selena Gomez
@selenagomez
61.1M followers
20
X
@x
60.8M followers
Olivia
Online
✨
⭐
💫