Home
Language
English
Türkçe
Bahasa Indonesia
About
Privacy Policy
Terms of Service
Pricing
Sign In
Download All
Share
Poca Wander ⚡️
@pocawander
live below means, realized.
SURVIVAL
Joined November 2015
489
Following
115
Followers
6.2K
Posts
Poca Wander ⚡️
@pocawander
about 7 hours ago
Exclusive Talk : ปลดล็อกศักยภาพการลงทุนด้วย AI https://t.co/GGzonQpPgG via
@YouTube
Poca Wander ⚡️
@pocawander
about 8 hours ago
คุณพรี้ก็ใจกล้า 😂
Abhimanyu Yadav
@WorldlyReviewer
about 10 hours ago
Here is the famous Moss stop for a Tesla Cybercab on public roads 😂 Do not do this as support gets really mad
WorldlyReviewer's tweet video.
Poca Wander ⚡️
@pocawander
about 8 hours ago
โวว .. แต่รู้สึกว่าของ Astra ดูเรียกน้ำย่อยน่ากินกว่าอะ ระหว่างแผ่น pringles ที่วิ่งบนหลังคาบ้านเทียบกับวิ่งบนแผ่นด้วยกันเอง จบท้ายด้วยเฉดแสงสีแดงเหลืองกระตุ้นความอยากกิน
Ahad Shams
@spect3ral
about 21 hours ago
Fable 5.1 vs GPT-6 Astra for a pringles ad Made on HeyOz
spect3ral's tweet video.
pocawander
retweeted
The Observing Mind
@ObservingMindTh
1 day ago
ใครสนใจสรุปหนังสือเล่มนี้ แนะนำให้อ่านเว็บนี้ครับ เขียนสรุปยืดยาวไปหน่อย แต่เป็นคนสรุปแน่นอนครับ เผื่อเบื่อๆสำนวน AI https://t.co/7DQhgrSp1q
Who to follow
Ball
@Ball75428359
relax
ShadowIllusion15
@Shadow819978292
Living life is sometimes tiring. But what we can do is Must move through quickly. And enjoy living life.
Odyssey
@oofystatic
Amateur Investor
Poca Wander ⚡️
@pocawander
1 day ago
นักลงทุนจริงใช้ AI ยังไง? มุมมองจากวงเสวนา | AI Battle in Finance https://t.co/AQQTYgo63E via
@YouTube
Poca Wander ⚡️
@pocawander
1 day ago
รอบนี้มันเอาตาย !! ข้อมูลที่ผมได้จากงานเปิดตัว Tesla Cybercab ทำให้ผมแอบ... https://t.co/vn4jtzkZlG via
@YouTube
Poca Wander ⚡️
@pocawander
1 day ago
AGI has arrived.
Jensen Huang
@JensenHuang
1 day ago
@ChaseLochmiller
@OpenAI
GPT-6 Astra, trained on ~100K+ NVIDIA Grace Blackwell NVLink72. From ChatGPT to o1 to Astra in 4 years. AGI has arrived. Congratulations
@OpenAI
team. 400K GPUs coming online next.
pocawander
retweeted
ลงทุนDiary
@longtundiary
2 days ago
สรุปจาก podcast Basis Points ที่หัวหน้าสถาปนิก AI platform ของ $PLTR ให้สัมภาษณ์ เขาเล่าว่าที่ผู้บริหารบริษัทกังวลเรื่อง "AI privacy" กัน จริง ๆ มันคือความกังวล 4 แบบ ที่ต้องแก้ด้วยของคนละอย่าง 1 - ผูกกับโมเดลตัวเดียว: กระบวนการทำงานที่สร้างบนโมเดลนี้แล้ว ย้ายไม่ได้ มันน่ากลัว 2 - จ่ายอุดหนุนคู่แข่งอนาคต: ค่า usage กับข้อมูลที่ให้ vendor ไปใช้ ก็ช่วยเขาสร้างของที่จะกลับมาชนเราเอง (เอา alpha ไปให้คนอื่น) 3 - โดนเปลี่ยนกฎกลางทาง: vendor ไปปรับพฤติกรรมโมเดลได้ตลอด โดยไม่ต้องขอเรา ทำให้กระทบงานได้ 4 - ต้นทุนของโมเดลใหญ่เกินงาน: เอาโมเดลใหญ่มาใช้กับงานแคบ ๆ ที่โมเดลเฉพาะทางตัวเล็กก็พอ บิลบานจนงบทดลองก็ไม่พอ ผมว่าข้อ 1 กับ 2 เป็นเรื่องพาณิชย์ contract แก้ได้ ส่วนข้อ 3 กับ 4 เป็นเรื่องสถาปัตยกรรม ไม่มีสัญญาข้อไหนแตะได้เลย vendor ที่ตอบเรื่องนี้ด้วยข้อสัญญาว่าไม่เก็บข้อมูล ตอบไปแค่ 1 ใน 4 เอง
See More
pocawander
retweeted
W
@sxicex
2 days ago
คนขี้เบื่อเสี่ยงตกเป็นทาสคลิปสั้นแบบถอนตัวไม่ขึ้น ถ้าคุณคุณรู้สึกว่างหรือเบื่อหน่ายสิ่งรอบตัว มือแล้วมักจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดแอปพลิเคชันวิดีโอสั้นอย่าง TikTok Reel หรือ Shorts โดยอัตโนมัติ? การสไลด์หน้าจอดูคลิปสนุกๆ เพียงไม่กี่วินาทีอาจดูเหมือนการผ่อนคลายความเครียด แต่งานวิจัยทางจิตวิทยาฉบับใหม่พบว่า พฤติกรรมนี้อาจกลายเป็น "ดักดักทางอารมณ์" ที่ดึงเราลงสู่วงจรอันตราย โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ขี้เบื่อเป็นทุนเดิม พบความสัมพันธ์ที่น่าสนใจระหว่าง ความเสี่ยงต่อความเบื่อหน่าย (Boredom Proneness) การควบคุมสมาธิ (Attentional Control) และ การติดคลิปสั้น (Short-form Video Addiction) เมื่อความเบื่อพบกับสมองที่ขาดสมาธิ ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า ยิ่งคนเราติดวิดีโอสั้นมากขึ้นเท่าไร ความสามารถในการควบคุมสมาธิหรือจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง (Attentional Control) ก็จะยิ่งลดลงอย่างเห็นได้ชัด กลุ่มที่มีความขี้เบื่อต่ำ (Low boredom proneness แม้จะเป็นคนที่ไม่ได้ขี้เบื่อ แต่เมื่อเริ่มติดคลิปสั้น ระดับสมาธิและการควบคุมตนเองจะดิ่งลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง กลุ่มที่มีความขี้เบื่อสูง (High boredom proneness คนกลุ่มนี้มีระดับการควบคุมสมาธิที่ต่ำอยู่แล้วเป็นทุนเดิม (ด่านแรกก็ต่ำกว่าคนอื่น) เมื่อต้องเผชิญกับการติดคลิปสั้น ความสามารถในการโฟกัสก็ยิ่งลดลงจนแทบเหลือศูนย์ ยิ่งเบื่อยิ่งไถ ยิ่งไถยิ่งติด กลไกนี้อธิบายได้ว่า วิดีโอสั้นถูกออกแบบมาเพื่อส่งสารกระตุ้นโดพามีน (Dopamine) สู่สมองอย่างรวดเร็วในเวลาเพียงไม่กี่วินาที สำหรับคนที่เบื่อง่าย สมองของพวกเขาจะมองหาการกระตุ้นอย่างรวดเร็วนี้อยู่ตลอดเวลา ทำให้เข้าง่ายต่อการตกเป็นทาสของคอนเทนต์สั้น และเมื่อสมองชินชาต่อการได้รับความบันเทิงที่เร็วและสั้น สมองจะปฏิเสธกิจกรรมที่ต้องใช้สมาธิยาวนาน เช่น การอ่านหนังสือ การทำงาน หรือการเรียน ส่งผลให้เกิดพฤติกรรมผัดวันประกันพรุ่ง (Academic Procrastination) ตามมาในที่สุด
See More
pocawander
retweeted
W
@sxicex
2 days ago
วันนี้คุยกับเพื่อนที่มีลูกไม่เกิน 3 ขวบ หัวข้อสำคัญ คือ ทักษะในยุค AGI คุยหลายประเด็นแต่คิดว่าประเด็นที่สำคัญที่สุดอันนึง คือ ความสามารถในการอ่านทำความเข้าใจเชิงลึก และวิเคราะห์ สังเคราะห์องค์ความรู้ใหม่ๆออกมา โดยเข้าใจ Bias ของสิ่งๆนั้น Bias จากตัวเอง Bias จาก AI Bias จากคนส่วนใหญ่ และที่สำคัญสิ่งที่จะเป็นความสามารถพิเศษของเด็กๆในยุคถัดไปคงไม่ใช่การใช้เไ แต่น่าจะเป็นความสามรถในการ Focus ได้นานกว่าค่าเฉลี่ยของเพื่อนๆ ความสามารถในการเข้าใจตัวเองโดยจิตใจไม่แตกสลายไปเสียก่อน
See More
Poca Wander ⚡️
@pocawander
2 days ago
สิ่งที่น่าสนใจคือเราอยู่กับยุคที่ มนุษย์ —> กระบวนการ (คน) —> ผลลัพธ์ เป็น มนุษย์ —> กระบวนการ (AI) —> ผลลัพธ์ แกปตรงกลางจะถูกแทนที่ด้วย AI มากขึ้น เมื่อ Process อาจไม่ต้องใช้มนุษย์อีกต่อไป สิ่งที่เข้ามาแทนอาจเป็นเรื่องการ วิเคราะห์, ตัดสินใจ, รสนิยม .. เป็นต้น
W
@sxicex
2 days ago
ใครยังไม่เข้าใจว่า Astra กำลังจะเปลี่ยนอะไร ดูคลิปนี้จะ Get AI วาดภาพเมือนบน Canva ได้แบบเดียวกับที่มนุษย์ทำ วิธีวาดแบบในคลิปนั้นเรียกว่า Pixel Mosaic หรือ Mosaic Pixel Art คือใช้สีเรียงต่อกันเป็นตาราง แล้วค่อยๆ ปรับสีและรายละเอียดให้เกิดภาพเหมือนจริงมากขึ้น คล้ายการต่อโมเสกแต่ทำในโปรแกรมอย่าง Canva และที่เห้นคือ Astra มันวาดเองจากความเข้าใจคำสั่ง มันทำผ่านการควบคุมซอฟต์แวร์แบบมนุษย์ ไม่ใช่แค่สร้างรูปจากโมเดลภาพสิ่งที่ Astra กำลังเปลี่ยนจึงไม่ใช่แค่ผลลัพธ์แต่คือ AI ที่ใช้คอมพิวเตอร์แทนคนได้ เปิดโปรแกรม คลิก ลาก แก้ไข ทำกระบวนการออกแบบทั้งก้อนได้เอง โลกงานออกแบบและงานออฟฟิศกำลังเปลี่ยนเร็วมากคลิปนี้ทรงพลังไม่ได้อยู่ที่ผลงานสวยอย่างเดียว แต่อยู่ที่วิธีที่ Astra ทำงานAstra ไม่ได้เจนภาพแล้วแปะลงไป แต่เข้าไปใช้ Canva จริง ๆ เหมือนคน เลือกเครื่องมือ วางสีเป็นบล็อกสี่เหลี่ยมทีละส่วน ค่อยๆ ปรับรายละเอียดจากภาพหยาบ ๆ ให้กลายเป็นใบหน้า แสดงว่าเราจะไม่รู้อีกต่อไปว่างานนี้มนุษย์หรือ AI ทำเพราะ AI ทำในรูปแบบเดียวกับมนุษย์จะทำบน Canva
See More
sxicex's tweet video.
pocawander
retweeted
Perth Woratana 🇦🇺🇹🇭
@woraperth
3 days ago
ในยุค AI นี่เป็น Superpower ที่ควรเรียนมากครับ ลองเอาใช้กับชีวิตตัวเองดู ดีจริง https://t.co/RBvcLygGXe
pocawander
retweeted
fluffyforger
@fluffyforger
4 days ago
AI มันทำให้คนทึ่มี domain expert จะยิ่งโคตรเก่งแบบทวีคูณ แต่คนที่ไม่มีพื้นฐานอะไรเลย จะเป็นแค่ meat proxy หรือ human api อาจจะคิดว่าตัวเองเก่ง แต่เป็นเพียง pseudo-intelligence ปลอมๆ ที่จะยิ่งทวีคูณความกลวงของผู้ใช้ เพราะไม่สามารถ validate ความถูกต้องข้อมูลได้ vicious cycle
pocawander
retweeted
W
@sxicex
4 days ago
TikTok ขโมยการนอน และพังระบบความคิด Gen Z อย่างไร? งานวิจัยพบว่า TikTok กำลังทำหน้าที่เป็นจุดเริ่มต้นของปฏิกิริยาลูกโซ่ที่สั่นคลอนสุขภาวะของคนรุ่นใหม่ในหลายมิติ 1. Sleep Disruption คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่า TikTok ส่งผลเสียต่อการเรียนหรือการทำงานเป็นอันดับแรก แต่ งานวิจัยชี้ว่าการนอนหลับ (Sleep) ต่างหากที่เป็น ศูนย์กลางการเชื่อมโยง (Central Hub) ของผลกระทบทั้งหมด อัลกอริทึมแบบ personalized feed ที่ป้อนเนื้อหาตรงความสนใจอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับคุณลักษณะการเล่นวิดีโอถัดไปให้อัตโนมัติ นำไปสู่สภาวะ Bedtime Procrastination หรือการผลัดวันประกันพักผ่อน ผู้ใช้รู้ตัวว่าควรรีบนอน แต่ไม่สามารถถอนตัวออกจากฟีดได้ การนอนที่ถูกรบกวนนี้ไม่ได้แค่นำไปสู่ความอ่อนเพลียในวันรุ่งขึ้น แต่ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมส่งผ่านความเครียดไปทำลายระบบอารมณ์และการรับรู้ภาพลักษณ์ของตนเองในขั้นตอนถัดไป 2) โดมิโนสุขภาพจิต จากความวิตกกังวล สู่ความมั่นใจที่พังทลาย Micro-content Overload) ทำให้สมองส่วนคอร์เทกซ์กลีบหน้า (Prefrontal Cortex) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมสมาธิและการตัดสินใจทำงานหนักเกินไป ส่งผลให้เกิด Anxiety (ความวิตกกังวล) เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สายภาพลักษณ์ตนเอง (Body Image & Self-esteem) การเสพคอนเทนต์เปรียบเทียบมาตรฐานความงาม (Beauty Standards) ผ่านฟิลเตอร์หรือ AI ในภาวะที่ร่างกายอ่อนล้าและสมองขาดภูมิคุ้มกันทางอารมณ์ นำไปสู่ Body Dissatisfaction (ความไม่พึงพอใจในรูปร่าง) และบั่นทอน Self-esteem (ความภาคภูมิใจในตนเอง) อย่างรุนแรง 3. ผลการเรียนและการทำงาน การถูกกดจาก 3 ทิศทาง (Triangulated Impact) ประสิทธิภาพในการศึกษาหรือการทำงานของคนรุ่นใหม่ไม่ได้แย่ลงเพราะเอาเวลาไปเล่นโทรศัพท์ เพียงอย่างเดียว แต่กำลังถูกบดขยี้พร้อมกันจาก 3 ปัจจัย 1 Direct Behavioral Impact การรบกวนสมาธิและเวลาโฟกัสโดยตรงจากตัวแอป 2 Biological Impact: สภาวะสมองล้าจากการขาดนอน (Sleep Deprivation) 3 Psychological Impact: การสูญเสียแรงจูงใจ (Loss of Motivation) ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากภาวะจิตใจที่ย่ำแย่
See More
pocawander
retweeted
Galadriel
@Galadriel_TX
4 days ago
https://t.co/lHxxrnvgsd
pocawander
retweeted
Fun Manager
@funxmanager
4 days ago
Exclusive Talk ปลดล็อกศักยภาพการลงทุนด้วย AI 1. วิวัฒนาการของ AI กับบริบทการลงทุน (Evolution & Milestones) - ยุคเริ่มต้น (ปลายปี 2022 – 2023) ยุคแรกของ ChatGPT เป็นเพียงโมเดลแบบ Chat-based ทั่วไป นักลงทุนยังนำมาใช้งานจริงจังไม่ได้ เพราะเจอปัญหา Hallucination (AI ตอบมั่ว แต่มั่นใจ) ข้อมูลลอย และไม่มีฐานข้อมูลเฉพาะของบริษัทจดทะเบียนมารองรับ - จุดเปลี่ยนสำคัญ (NotebookLM Moment) จุดเปลี่ยนที่ทำให้นักลงทุนหันมาใช้จริงจังคือการมาของเครื่องมืออย่าง NotebookLM ซึ่งเปิดโอกาสให้นำไฟล์ข้อเท็จจริง (Ground Truth) เช่น รายงานประจำปี (56-1 One Report), งบการเงินย้อนหลังหลายไตรมาส หรือเอกสาร Opportunity Day ใส่เข้าไปเป็นแหล่งอ้างอิง ทำให้ AI ตอบคำถามอยู่บนบริบท (Context) ของเอกสารจริง ไม่ตอบออกนอกเรื่อง - การเปลี่ยนผ่านของ Mindset ในยุคปัจจุบัน ยุคก่อนหน้า "AI ไม่ได้มาแทนมนุษย์ แต่คนที่ใช้ AI จะแทนที่คนที่ไม่ใช้" ยุคปัจจุบัน ก้าวข้ามไปสู่แนวคิดการสร้าง "กองทัพ AI" (Army of AI Agents) หรือการมีลูกน้องครึ่งหนึ่งเป็น AI ช่วยให้นักลงทุนรายบุคคล (Individual Investor) สามารถสร้างระบบทำงานวิเคราะห์เทียบเท่าทีมงานขนาดใหญ่ ==== 2. บทบาทและคุณค่าเชิงยุทธศาสตร์ต่อการลงทุน (Value Proposition) - แก่น VI ยังเหมือนเดิม คุณค่าหลักของการลงทุนแบบเน้นคุณค่า (Value Investing) ไม่เคยเปลี่ยน นักลงทุนยังต้องเข้าใจโมเดลธุรกิจ ประเมินมูลค่ากิจการ และยึดมั่นใน Margin of Safety - จาก Margin of Safety สู่ "Margin of Time" สิ่งที่ AI มอบให้มากที่สุดคือเวลา AI เข้ามาช่วยขยายขีดความสามารถการทำวิจัย (Research Capacity) และเพิ่มความลึกในการวิเคราะห์ (Research Depth) - ทลายคอขวดด้าน Productivity เดิมทีนักลงทุนมืออาชีพใช้เวลา 5 ชั่วโมงต่อวัน ตามหุ้นได้ลึกเต็มที่ 2 ตัว (หรือคร่าวๆ 5–10 ตัว) และสมองมนุษย์มีขีดจำกัดในการจำงบการเงินย้อนหลังหลายๆ ปี เมื่อใช้ AI ความเร็วในการคัดกรอง เปรียบเทียบตัวเลข และมอนิเตอร์จะขยายขึ้นเป็น 10–20 ตัว พร้อมระบบช่วยจำบทวิเคราะห์ย้อนหลังได้อย่างแม่นยำ - การทำงานแบบอัตโนมัติ (Automate Tedious Tasks) ปลดภาระงานรูทีนที่กินเวลา เช่น การดาวน์โหลดไฟล์งบ, การคัดลอกตารางตัวเลขลง Excel, การจัดทำฐานข้อมูล MD&A เพื่อให้นักลงทุนนำเวลาไปใช้กับการคิดวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ ==== 3. กรอบคิด "แก้ว 3 ประการ" และกับดักที่ต้องระวัง (Framework & Cautions by หมอแบงค์) หมอแบงค์ได้เทียบเคียงแก้ว 3 ประการของการลงทุนเข้ากับการประยุกต์ใช้ AI ดังนี้ - แก้วประการที่ 1 Model โมเดลประมวลผลของผู้พัฒนาต่างๆ (เช่น Claude, ChatGPT) ซึ่งมีหน้าที่เก่งขึ้นตามการแข่งขันของตลาด ผู้ใช้มีหน้าที่ติดตามและเลือกใช้รุ่นที่เหมาะสม - แก้วประการที่ 2 Environment / Harness การสร้างสภาพแวดล้อม เวิร์กโฟลว์ และคลังข้อมูลส่วนบุคคลขึ้นมาครอบโมเดล AI เพื่อให้ระบบทำงานตอบโจทย์เฉพาะเจาะจง (Personalization) - แก้วประการที่ 3 First Brain (สำคัญที่สุด) สมองและความเชี่ยวชาญส่วนตัวของนักลงทุน (Domain Expertise & Insight) **** 3 จุดบกพร่องของ AI ที่นักลงทุนต้องกำกับดูแล 1. Contextual Thinking AI ไม่เข้าใจบริบทที่ลึกซึ้งเฉพาะตัว เช่น ความแตกต่างของพฤติกรรมผู้บริโภค หรือความชำนาญเฉพาะตลาด 2. Sense of Direction AI ตอบคำถามได้ตามโจทย์ แต่ไม่รู้ว่าคำตอบนั้น "มาถูกทิศทาง" หรือสมเหตุสมผลหรือไม่ (เช่น ตัวเลขการคำนวณ หรือการอนุมานตัวแปร) มนุษย์ต้องมีสัญชาตญาณในการตรวจจับความผิดปกติ 3. Judgment AI ตัดสินใจแทนมนุษย์ไม่ได้ การตัดสินใจเข้าซื้อ-ขาย และการรับผิดชอบผลลัพธ์เป็นหน้าที่ของเจ้าของเงินทุน ***** ข้อควรระวังเรื่องจิตวิทยาการลงทุน (Psychological Traps) - Confirmation Bias AI มักเอาใจผู้ใช้ ยิ่งคุยยิ่งรู้สึกว่าตัวเองฉลาดและมั่นใจเกินจริง (Overconfidence) จนเกิดความลำเอียง - ผู้เชี่ยวชาญจำแลง จุดเด่นที่สุดของ AI คือ "การทำตัวเหมือนผู้รู้และมืออาชีพได้อย่างแนบเนียน" ทำให้ผู้ใช้หลงเชื่อข้อมูลที่ผิดได้ง่าย - อ่านอนาคตไม่ได้ AI วิเคราะห์จากข้อมูลที่มีการพูดคุยในอดีตและปัจจุบัน จึงมักเชียร์หุ้นตามกระแสที่คนส่วนใหญ่กำลังพูดถึงในตลาด ไม่สามารถคาดการณ์จุดเปลี่ยนของพฤติกรรมผู้บริโภคที่แท้จริงได้ ==== 4. ระบบวิจัยหุ้นทบต้น "Compound OS" และ Second Brain (คุณเม้ง) แนวคิดการสร้างระบบวิจัยที่ทำให้ฐานความรู้ของนักลงทุนและ AI เติบโตไปพร้อมกันเป็นวงล้อทบต้น (Data Flywheel) - สถาปัตยกรรมข้อมูล 3 ชั้น (3-Layer Architecture) - Layer 1 Raw Sources / Facts ข้อมูลข้อเท็จจริงปฐมภูมิ (56-1 One Report, งบการเงิน, Opp Day, บทวิเคราะห์จาก SEC/ก.ล.ต.) เป็นความจริงถาวร ไม่เปลี่ยนแปลง - Layer 2 Opinions มุมมอง ความคิดเห็น บทวิเคราะห์ภายนอก คลิปสรุป YouTube หรือโมเดลส่วนตัว กำหนดอายุการใช้งานไว้ไม่เกิน 24 เดือน หากเกินต้องทำการทบทวน (Revise) - Layer 3 Rules / Harness (KMA) กฎเกณฑ์ที่ใช้กำกับระบบ โดยบังคับให้การประมวลผลในชั้น Opinions ต้องถูกนำไปตรวจทานความถูกต้องกับชั้น Facts เสมอ เพื่อขจัดปัญหา Hallucination - แนวคิดการสกัด "อะตอม" (Atoms) และ Playbook เมื่อวิเคราะห์หุ้นตัวหนึ่งเสร็จ AI จะสกัดบทเรียนเชิงตรรกะออกมาเป็น "อะตอม" เช่น ความสัมพันธ์ของ NPL Stage 2 ในหุ้นกลุ่มสินเชื่อ, การที่ Inventory บวมในรอบขาขึ้นถือเป็นสัญญาณบวก ไม่ใช่สัญญาณลบ บันทึกความรู้นี้เข้า Database เพื่อเป็น Playbook นำไปใช้วิเคราะห์หุ้นตัวอื่นๆ ในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกันได้ทันทีโดยไม่ต้องสอนใหม่ - การออกแบบ Sub-Agents เพื่อประสิทธิภาพของ Token (Token Efficiency) ใช้โมเดลระดับสูง (เช่น Reasoning/Planning models) ทำหน้าที่เป็นบอส คอยวางแผนและคุมคุณภาพของโปรเจกต์ ใช้โมเดลระดับรองลงมา (เน้นความเร็วและประหยัด Token) ทำหน้าที่อ่าน PDF, สกัดข้อมูลดิบ หรืองาน Scraping จัดตั้ง Agent คอยจับผิด (Reviewer / Devil's Advocate) ทำหน้าที่หาช่องโหว่ของตรรกะในรายงาน, ตรวจสอบว่างบการเงินขัดแย้งกับสมมติฐานหรือไม่ (ตั้งชื่อลูกเล่นว่า Agent ชันสูตร หรือ Agent เนเน่) - เครื่องมือและเวิร์กโฟลว์การเก็บข้อมูล การดึงข้อมูลอัตโนมัติจากแหล่งทางการ (SEC EDGAR สำหรับหุ้นสหรัฐฯ, ตลาดหลักทรัพย์ฯ สำหรับหุ้นไทย) ส่วนเสริม YouTube Summary Extension สำหรับแปลงเสียงบรรยายของคลิปวิดีโอเป็นข้อความ เครื่องมือ Obsidian & Obsidian Clipper ดึงเนื้อหาเว็บและเอกสารแปลงเป็นไฟล์ Markdown (`.md`) พร้อมระบบแท็กอัตโนมัติ จัดเก็บลงในฮาร์ดดิสก์ของตนเอง (Local Storage) เพื่อความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย ==== 5. ระบบ Dashboard, Persona Analysis และ Trading Automation (อาจารย์เจมส์) - Personal Dashboard & Scoring System สร้างหน้าจอมอนิเตอร์ส่วนตัวเพื่อคัดกรองหุ้นและสินทรัพย์ดิจิทัล โดยใช้ AI คำนวณคะแนนตามตรรกะที่กำหนด แทนการใช้อารมณ์หรือการคาดเดา - Multi-Persona Decision (แนวคิด 8 เซียน / 8 สมอง) รวบรวมหนังสือ กลยุทธ์การเทรด และบทสัมภาษณ์ของนักลงทุนระดับตำนาน (เช่น Jesse Livermore, Ray Dalio, Warren Buffett หรือเซียนหุ้นไทย) ป้อนข้อมูลเข้าสู่ AI เพื่อจำลองมุมมองของแต่ละท่าน ให้ช่วยออกความเห็นและถกเถียงว่าในสภาวะตลาดปัจจุบัน แต่ละกูรูจะตัดสินใจเข้าลงทุนหรือไม่ - ระบบสแกนและการจัดการความเสี่ยงอัตโนมัติ ให้ AI ทำงานร่วมกับ Telegram บอท สแกนตลาดสินทรัพย์จำนวนมากทุกชั่วโมง แจ้งเตือนเฉพาะตัวที่มีคะแนนผ่านเกณฑ์ เชื่อมต่อ API สั่งคำสั่งซื้อ-ขาย พร้อมระบบ Trailing Stop อัตโนมัติ (เช่น กำไรถึง 5% ให้ขยับเส้น Stop Loss ตามทันทีเพื่อล็อกกำไร) ป้องกันอคติทางอารมณ์ของนักลงทุนที่ไม่ยอมขายทำกำไรหรือตัดขาดทุน ==== 6. ทางเลือกในการประยุกต์ใช้และคำแนะนำสำหรับผู้เริ่มต้น - การลงทุนกับเครื่องมือ (Paid Tier) แนะนำให้เริ่มจากการสมัคร Subscription (เช่น 20–100 ดอลลาร์) หรือใช้งานผ่าน API เนื่องจากโมเดลเวอร์ชันฟรีมีขีดจำกัดด้านความสามารถ ปริมาณ Token และฟีเจอร์เชิงลึก รูปแบบการปรับใช้ตามความถนัดของนักลงทุน - แบบ Full Automation (โมเดลคุณเม้ง & อาจารย์เจมส์) เหมาะกับผู้ที่ต้องการต่อยอดเชิงเทคนิค ติดตั้ง Command Line Interface (CLI), โค้ดดิ้ง, ผูก Sub-agents ทำงานเบื้องหลัง 24 ชั่วโมง - แบบ Semi-Manual / Deep Understanding (โมเดลพี่วี) เหมาะกับนักลงทุนที่เน้นใช้งานผ่านแท็บเล็ต/iPad โดยใช้วิธีพูดคุย ซักถาม และอ่านวิเคราะห์ไปพร้อมกับ AI ทีละหน้า ถ่ายทอดและทำความเข้าใจจนตกผลึก จากนั้นจึงสั่งให้ AI สรุปเป็นไฟล์ Markdown (`.md`) รวบรวมไว้เป็นคลังความรู้ส่วนตัว - ทัศนคติสำคัญ AI เป็นเพียงเครื่องมือขยายศักยภาพ นักลงทุนที่มีความรู้พื้นฐานน้อยจะได้รับประโยชน์จากการยกระดับฐานความรู้ขึ้นมาเร็วที่สุด แต่นักลงทุนที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง (Domain Expertise) และเข้าใจพฤติกรรมของธุรกิจอย่างแท้จริง จะยังคงเป็นผู้ที่สร้างความได้เปรียบสูงสุดในตลาด ขอบคุณสมาคมนักลงทุนประเทศไทยครับ #FunManager
See More
pocawander
retweeted
W
@sxicex
4 days ago
Welcome to the AGI era อาจไม่เกินจริง ล่าสุด Greg Brockman Co-founder พูดตอนเปิดตัว Astra Greg ยอมรับเองว่า AGI ไร้ขอบเขตที่ชัดเจน ต่อไปนี้น่าจะลดความยึดติดกับตัวเลขเกณฑ์วัด และหันไปเน้นย้ำที่ผลกระทบเชิงการทำงานจริง Cost per Task และ Computer Use แทน ลองดูแล้วพอจะเห็นอนาคต
See More
Poca Wander ⚡️
@pocawander
5 days ago
JONY IVE (จบ) ช่องนี้เล่าสนุกมาก .. ได้เห็น Vision หลายๆ อย่างก่อนที่จะเกิดนวัตกรรมระดับโลก Jonathan Ive (ตอนที่ 2) เริ่มงานกับ Apple - DSUN 21 https://t.co/9W8m6XTshW via
@YouTube
Poca Wander ⚡️
@pocawander
5 days ago
ตลาดบอนด์ป่วน หุ้น–ทองยังเสี่ยง ? (มทินา วัชรวราทร) https://t.co/K4PP93qejp via
@YouTube
pocawander
retweeted
JRT Synth Desk
@JRTDesk
5 days ago
(1/2) ถ้าถามผมว่า… 「เพิ่งเริ่มลงทุน ทุนยังน้อย แล้วได้ยินแต่คนพูดเรื่องฟองสบู่.. ควรไปต่อหรือพอแค่นี้」 ผมจะตอบว่าไปต่อครับ.. แต่ผมก็ไม่รู้นะว่าตลาดจะไม่ลงหรือจะลง.. ผมไม่รู้.. และพวกที่บอกว่ารู้จริงๆ ก็ไม่รู้เหมือนกัน.. ย้อนกลับไป 5 Dec 1996.. Alan Greenspan พูดคำว่า 「irrational exuberance」.. ซึ่งวันนั้น S&P 500 ปิดที่ 744.38… ถ้ามองคำพูดนั้นเป็นคำเตือนเรื่อง bubble.. สุดท้ายเค้าก็ไม่ได้เตือนมั่วนะ.. dot-com bubble แตกจริง.. แต่ปัญหาคือก่อนมันจะแตก S&P 500 วิ่งจาก 744 ไปเกิน 1,500 ก่อน.. ขึ้นไปมากกว่า 100%.. แล้วหลังจากนั้นก็แตก.. แล้วก็ฟื้น.. ก่อนจะแตกอีกครั้งตอน 2008.. วันที่ 9 Mar 2009 S&P 500 ปิดที่ 676.53..ต่ำกว่าวันที่ Greenspan เตือนเมื่อ 12 ปีก่อนหน้าด้วยซ้ำ.. พอ get ยังครับ? ปัญหาของคำว่า 「รอ bubble แตกแล้วค่อยซื้อ」…. การมองว่า valuation แพง.. อาจถูกก็ได้.. การมองว่ามี bubble.. ก็อาจถูกเช่นกัน.. แต่การตัดสินใจยังต้องถูกอีก 2 ครั้ง.. 🍆ขายเมื่อไหร่? 🍆แล้วจะซื้อเมื่อไหร่? Thesis ถูกแต่ผิด timing.. และผิด implementation ก็เสียเงินได้เหมือนกัน.. (เหมือนที่ผมยกตัวอย่าง Michael Burry ก่อนหน้านี้ไป 2-3 ครั้งแล้ว ที่ประเมินทิศทางถูก แต่ขาดทุนอยู่ดี..) ทีนี้กลับมาที่คำถามในรูป.. จริงๆ คำถามว่า 「ตอนนี้เป็น bubble หรือเปล่า?」 น่าจะเป็นคำถามเดียวกับที่หลายๆ คนกำลังคิดอยู่.. แต่ถ้าถามต่อว่า.. 「ถ้าเป็น bubble แล้วเราควรทำอะไร?」 คำตอบก็จะไม่เหมือนกันเลย.. เพราะสิ่งที่สำคัญไม่ใช่ดูแค่ valuation ของตลาด.. แต่ดูด้วย portfolio เราวันนี้ใหญ่แค่ไหนเมื่อเทียบกับเงินที่เรายังหาและเติมเข้าไปได้อีกในอนาคตข้างหน้า.. สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มสะสมเงินทุน สิ่งที่ต้องดูจริงๆ คือ.. 「ขนาด portfolio เทียบกับเงินก้อนใหม่ที่เรายังสามารถเติมเข้าไปได้..」 สมมติคน 2 คนสามารถเติมเงินลงทุนได้เดือนละ 10,000 บาทเท่ากัน.. คนแรกมี portfolio 100,000 บาท.. ถ้าตลาดลง 50% portfolio จะเหลือ 50,000 บาท.. เท่ากับขาดทุน 50,000 บาท.. ก็สามารถทยอยเติมกลับเข้าไปได้ในเวลาประมาณ 5 เดือน.. สำหรับคนที่ยังอยู่ในช่วงสะสมเงินทุน drawdown 50% เจ็บก็จริง.. แต่ขนาดของความเสียหายยังเล็กเมื่อเทียบกับ capital ใหม่ที่ยังเติมเข้าไปได้อีกในอนาคต… และถ้ายังมี cash flow เติมเข้า portfolio ได้เรื่อยๆ โดยไม่ถูกบังคับขาย.. ทุก 10,000 บาทที่ใส่เพิ่มหลังตลาดลง 50%.. ก็ซื้อสินทรัพย์จำนวนเดิมได้ด้วยเงินเพียงครึ่งนึง.. เพราะฉะนั้น สำหรับคนที่ยังอยู่ใน accumulation phase.. ตลาดลงแรงในช่วงต้นของชีวิตการลงทุน กับตลาดลงแรงตอนที่ portfolio ใหญ่และใกล้จะต้องใช้เงินแล้ว.. เป็น risk คนละแบบ คนละ level กันเลย.. ทีนี้อีกคนมี portfolio 50 ล้านบาท.. แต่สมมติว่ายังเติมได้เดือนละ 10,000 เหมือนกัน.. ตลาดลง 50% หาย 25 ล้านบาท.. ถ้าจะเติมกลับด้วย savings เดือนละ 10,000 อย่างเดียว… ใช้ประมาณ 2,500 เดือน หรือ 208 ปี.. คือต่อให้เลือก asset เหมือนกัน แต่ risk ก็คนละแบบกันเลย.. คนแรกมี future contributions ที่ใหญ่เมื่อเทียบกับ portfolio.. คนหลัง portfolio ใหญ่มากเมื่อเทียบกับ future contributions…. ดังนั้นเวลาเห็น Grantham, Dalio หรือคนดังระดับโลกออกมาเตือน valuation, concentration, bubble risk ต่างๆ นานา… พวกนี้อาจไม่ได้ผิดเลยครับ แต่ต้องดูด้วยว่า 「คำเตือนนั้นกำลังตอบโจทย์ balance sheet แบบไหน」 Institutional portfolio หลายหมื่นล้านที่ต้องรักษา capital, fund liabilities, control drawdown และมีเงินใหม่เข้ามาเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ AUM.. เทียบกับคนอายุยังน้อยที่มี portfolio หลักแสนและจะเติมเงินเข้าไปอีกทุกเดือนเป็นสิบๆ ปี... ไม่สามารถใช้แนวทางเหมือนกัน.. สำหรับคนถามในรูป.. ผมจะบอกว่าให้ไปต่อ ถ้า… 💦 ไม่มี leverage หรือ margin ที่ทำให้ตลาดลง 30–50% แล้วถูกบังคับขาย.. 💦 กระจายความเสี่ยงจริงๆ อย่าเอาคำว่า 「ระยะยาวเดี๋ยวก็กลับมา」ไปใช้กับหุ้นตัวเดียว.. diversified portfolio กับหุ้นเดี่ยวๆ มันมี permanent impairment risk คนละแบบกันโดยสิ้นเชิง.. 💦 เงินก้อนนี้ไม่ใช่เงินที่มี liability รออยู่ในอีก 3–5 ปี.. ค่าเทอม เงิน down บ้าน.. เงินสำรองฉุกเฉิน หรือเงินที่รู้แน่ว่าต้องใช้.. อย่าเอาไปฝากชะตากรรมไว้กับตลาดหุ้น.. 💦 และสำคัญมาก.. ยังมี earning power และสามารถเติมเงินลงทุนต่อได้? เพราะสำหรับคน
See More
Last Seen Users on Sotwe
T_____________oe______y
Seen from
Thailand
針子ずら🦔
Seen from
Ireland
Cuckold çift dostu 😈🦌cuckold porno sayfasi
Seen from
Turkey
ray.77
Seen from
Indonesia
Innocent Boy
Seen from
Saudi Arabia
🎀 PRINCE-SS 🎀
Seen from
Turkey
فحل الأمهات المربربه🔥
Seen from
Egypt
Tamil audioxxx
Seen from
India
Kennedy Miller
Seen from
United States
Beyza
Trends for you
1
Labor Day
Under 10K tweets
2
Florida State
Under 10K tweets
3
#WWERaw
Under 10K tweets
4
Good Tuesday
Under 10K tweets
5
Michigan
Under 10K tweets
6
Germany
Under 10K tweets
7
Mike Norvell
Under 10K tweets
8
Kevin Jennings
Under 10K tweets
9
Louisville
Under 10K tweets
10
New America
Under 10K tweets
Most Popular Users
1
Elon Musk
@elonmusk
241.6M followers
2
Barack Obama
@barackobama
119M followers
3
Cristiano Ronaldo
@cristiano
114.1M followers
4
Donald J. Trump
@realdonaldtrump
111.8M followers
5
Narendra Modi
@narendramodi
107.2M followers
6
Rihanna
@rihanna
98.7M followers
7
NASA
@nasa
92.4M followers
8
Justin Bieber
@justinbieber
91.8M followers
9
KATY PERRY
@katyperry
89.9M followers
10
Taylor Swift
@taylorswift13
83.8M followers
11
Lady Gaga
@ladygaga
75.3M followers
12
Virat Kohli
@imvkohli
73.1M followers
13
Kim Kardashian
@kimkardashian
70.8M followers
14
YouTube
@youtube
68.8M followers
15
Neymar Jr
@neymarjr
66.1M followers
16
Bill Gates
@billgates
65M followers
17
Selena Gomez
@selenagomez
62.9M followers
18
The Ellen Show
@theellenshow
62.3M followers
19
CNN
@cnn
61.8M followers
20
X
@x
60.7M followers
Olivia
Online
✨
⭐
💫